เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 77 : ตอนที่ ๗๓ จดหมายฉบับสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,038 ครั้ง
    3 ม.ค. 60

ตอนที่ ๗๓ จดหมายฉบับสุดท้าย

ข้าเม้มปากหายใจแรงจนหอบ หูฟังเสียงหัวเราะที่เฉียดแทงหูและใจ ทุกสิ่งพลันเงียบลงมีเพียงเสียงหัวใจของข้าที่เต้นรัวอย่างเกรี้ยวกราด ข้าแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา เงยหน้ามองร่างคนตรงหน้า แววตาไม่สะท้อนสิ่งใด ข้าหายใจอย่างเชื่องช้าแผ่ไอสังหารออกมาจากร่าง ยกมือขึ้นสร้างอาณาเขตออกมา ชั่วพริบตามันพุ่งไปยังองค์รัชทายาทที่กำลังเดินออกไปจากจวน แต่ยังไม่ทันได้ทำสิ่งใดก็มีคนเข้ามาขวางไว้ก่อน

มือของข้าชะงัก เงยหน้ามองคนที่มาขวางระหว่างข้ากับองค์รัชทายาท มิใช่ใครที่ไหนแต่เป็นบิดาของข้านั่นเอง ท่านพ่อมองข้าด้วยสายตาเยือกเย็นแล้วส่ายหน้าไม่ให้ลงมือทำอันใด ข้าเริ่มใจเย็นลงและกำลังจะลดมือลง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่องค์รัชทายาทหันกลับมา เขาขมวดคิ้วฉับก่อนจะคลายออก มุมปากยกยิ้มเหยียดหยัด องครักษ์ประจำตัวขององค์รัชทายาทพลันเคลื่อนตัวมาปกป้องเจ้านายกันเรียวตัวเป็นกำแพงมนุษย์

“หึ! มดตัวเล็กๆ เช่นเจ้าคิดจะทำอะไรงั้นรึ? มีแต่หาเรื่องตายเพียงเท่านั้น! จงขอบคุณบิดาของเจ้าที่มาขวางไว้ได้ทันก่อนที่เจ้าจะหมดลมหายใจโดยไม่ทันได้รู้สึกตัว!

ปากดี!

ข้าจ้องมองใบหน้าเย่อหยิ่งนั้นพร้อมกับหรี่ตาลงช้าๆ อวดดียิ่งหากไม่สั่งสอนสักหน่อยเกรงว่าบุรุษผู้นี้จะคิดว่าข้าเป็นลูกพลับนิ่มให้บีบเล่น อีกอย่างคนที่ต้องคุกเข่าขอบคุณบิดาข้ามันเป็นเจ้าต่างหาก!

ข้ากระดิกนิ้วยกสั่งอาณาเขตให้ลอยขึ้น ตัวองค์รัชทายาทค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้น สูงขึ้นเรื่อยๆ ตัวเขามองรอบข้างอย่างงุนงง แม้จะพยายามจะหนีอย่างไรก็ถูกกรงขังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าสะท้อนกลับไปทุกครั้ง องค์รัชทายาทพยายามจะทลายอาณาเขตของข้าออกมา ข้าแสยะยิ้มเยือกเย็น ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถทำลายอาณาเขตของข้าได้ ด้วยพลังขององค์รัชทายาทนั้นไม่ได้สูงไปกว่าข้า ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะทำลายอาณาเขตของข้าได้

องค์รัชทายาทเริ่มตะโกนด่าองครักษ์ของเขาที่ยืนมองนิ่งราวกับทำอันใดมิถูก คนที่ตั้งสติได้คนแรกคือหัวหน้าองครักษ์ประจำตัวองค์รัชทายาท เขาขมวดคิ้วเพ่งมองเจ้านายที่ราวกับถูกขังอยู่ในกรงอากาศ ดวงตาที่มีเหี้ยมโหดปลดปล่อยกลิ่นอายแข็งแกร่งออกมาแล้วกวาดสายตามองคนรอบข้าง แต่ละคนยืน เงยหน้าจ้องมององค์รัชทายาทด้วยสีหน้าตกใจและงุนงง ไม่มีใครคล้ายจะโจมตีใดๆ ใส่องค์รัชทายาทนั่นทำให้เขาตัดสินใจว่าเป็นศัตรูหรือนักฆ่ามาลอบสังหารเจ้านาย เขาตะโกนบอกลูกน้อง

“ระวัง! มีคนลอบทำลายองค์รัชทายาท!

“น่ารำคาญนัก” ข้าพ่นลมหายใจพึมพำแล้วสั่งให้อาณาเขตปิดเสียงโวกเวกโวยวายขององค์รัชทายาทลง ข้าขยับตัวเข้าหากันเงียบๆ มองอาณาเขตที่กักขังตัวองค์รัชทายาทค่อยๆ ขยับบีบตัวเล็กลงเรื่อยๆ

คนที่อยู่ในอาณาเขตคล้ายจะสัมผัสได้ว่ากรงที่ขังเขานั้นค่อยๆ บีบตัวเล็กลงก็พลันตื่นตระหนก ขยับปากตะโกนเสียงดังพยายามใช้พลังตนเองทำลายอาณาเขตออกมาพลางตะโกนสั่งให้องครักษ์ที่ยืนด้านล่างมาช่วย ทว่าไม่มีผู้ใดได้ยินสิ่งที่เขาพูดแม้สักคน องค์รัชทายาทคล้ายจะหัวเสีย สายฟ้าทั้งสองมือไม่สร้างแม้แต่รอยขีดข่วน ชั่วอึดใจร่างของเขาก็ถูกบีบอัดจนขยับตัวไม่ได้ และค่อยๆ ถูกบดขยี้อย่างเชื่องช้า

หัวหน้าองครักษ์ประจำตัวขององค์รัชทายาทตวัดดาบในมือตะโกนสั่งให้ลูกน้องเร่งช่วยเจ้านายเสียก่อนจะหาตัวมือสังหาร เหงื่อเย็นไหลแนบขมับของเขา แววตามีความหวาดกลัวพาดผ่าน แม้จะพยายามเสาะหาก็ไม่อาจพบตัวนักฆ่าที่กำลังเล่นงานองค์รัชทายาทอย่างง่ายดาย กระทั่งองค์รัชทายาทกระอักเลือดออกมา แขนและขาของเขาถูกบีบจนหัก เสียงร่างกายของคนผู้หนึ่งถูกบี้บดดังชัดในหูของคนที่ยืนมองภาพน่ากลัวและโหดเหี้ยมนั้น สีหน้าของพวกเขาซีดขาว

กระบี่ในมือขององครักษ์สี่ห้านายพาดฟันใส่อาณาเขตของข้าครั้งแล้วครั้งเล่าแต่มันก็ไม่ได้ผลใดๆ องค์รัชทายาทยังถูกบดราวกับเป็นหินกรวดโง่ๆ ก้อนหนึ่ง องครักษ์เหล่านั้นทุ่มพลังทั้งหมดโจมตีทำลายอาณาเขตของข้าแต่สุดท้ายก็เปล่าประโยชน์ พวกมันอยู่ขั้นหกตอนต้นจะเทียบอะไรกับขั้นหกตอนปลายเช่นข้าได้

“องค์รัชทายาท!

ชั่วขณะที่เป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายองครักษ์พวกนั้นมีสีหน้าซีดเผือดตะโกนเรียกเจ้านายของพวกมันดังลั่น ข้าแค่นเสียงขึ้นจมูกยกเลิกคำสั่งปรับขนาดอาณาเขตให้เท่าเดิม จากนั้นก็ทำการรักษาร่างกายอีกฝ่ายให้กลับมาเป็นดังเดิมเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทุกคนที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพลันอ้าปากเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง

ข้าหลับตายกมุมปากเหยียดยิ้มโทสะอันเย็นเยียบผุดขึ้นในแววตาที่ค่อยๆ ลืมขึ้น เจ้าคิดว่ามันจบแล้วอย่างนั้นหรือ? หากข้ายังไม่พอใจก็อย่าหวัง! ข้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจ สั่งบีบขนาดอาณาเขตอีกครั้ง องค์รัชทายาทที่หายใจโล่งได้ชั่วครู่ก็พลันร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกและอ่อนล้า ใบหน้าเย่อหยิ่งอยู่เป็นนิตย์เผยความหวาดกลัวออกมา

ภาพอันโหดร้ายเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้มันได้ประทับความหวาดกลัวลงบนจิตใจของทุกคนที่ได้เห็น เหล่าคนของจวนสกุลเซี่ยถอยห่างและวิ่งหนีหาที่หลบซ่อนจากภัยอันตรายนี้ องค์รัชทายาทที่ถูกบดบี้โลหิตอาบทั่วร่าง หัวหน้าองครักษ์ขององค์รัชทายาทเห็นท่าไม่ดีเขากัดฟันปลดปล่อยพลังที่มากที่สุดของเขาโจมตีกรงประหลาดที่ขังเจ้านายเอาไว้ แต่ทว่ามันก็มิได้สร้างความเสียหายใดๆ ต่ออาณาเขตของข้า แม้พวกมันจะทุ่มเทพลังไปมากเท่าไรก็ไม่อาจทำสิ่งใด ได้แต่ยืนมองเจ้านายทุรนทุรายกับความเจ็บปวด ลมหายใจขององค์รัชทายาทค่อยๆ แผ่วเบาลงเรื่อยๆ

พอได้แล้วจิ้งถิง!

ข้าหันไปมองต้นเสียงที่ตะโกนเสียงดังมาจากด้านหลังอย่างตื่นตระหนก ท่านแม่มององค์รัชทายาทที่กำลังย่ำแย่แล้วหันมาทำสายตาดุแกมขอร้อง ข้าเพียงเหลือบมองนางเล็กน้อยแล้วโบกมือ ออกคำสั่งรวดเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังเดินออกไปอย่างไม่ใยดีใดๆ ร่างขององค์รัชทายาทที่ถูกรักษาจนหายดีร่วงลงมากระทบพื้นดังโครม เหล่าลูกน้องคนสนิทของเขารีบเข้าไปดูอาการต่างแย่งกันตรวจร่างกายและไถ่ถามเจ้านาย

ท่ามกลางความแตกตื่นนั้นได้มีเสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นอย่างตกใจ

“นี่มันเกิดอันใดขึ้น เสด็จพี่เป็นอันใด!?”

ข้าที่ก้าวเท้าเดินออกไปนั้นพลันหยุดชะงัก หมุนตัวกลับไปมองบุรุษชุดเขียวอ่อนที่ยืนงุนงงมองกลุ่มองครักษ์ที่ห้อมล้อมองค์รัชทายาท พวกองครักษ์เหล่านั้นมิได้ตอบอันใด พวกเขาเห็นเจ้านายปลอดภัยดีก็รีบนำร่างที่สลบไม่ได้สติของเจ้านายกลับไปยังวังอย่างรวดเร็ว ไม่ลืมจะลั่นคำสั่งให้ปิดล้อมจวนเพื่อตามหาคนร้าย ข้าไม่สนใจพวกมันแม้แต่น้อย ตั้งแต่ต้นจนจบก็จ้องมองคนที่มาใหม่ด้วยแววตาเปี่ยมความคาดหวัง ข้าพุ่งดิ่งเข้าไปหาเขา

“ส่านอ๋อง!

“แล้วฉินอ๋องเล่า? เหตุใดถึงไม่มาด้วยกัน หรือว่าเกิดอันใดกับเขาอย่างนั้นรึ?” ข้ารัวคำถามใส่ส่านอ๋องที่มองตามพี่ชายคนโตไปจนลับตา พอหันกลับมาก็สะดุ้งตกใจทำหน้ามึนงงทันทีที่ถูกคำถามของข้าจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ข้ายังคงจ้องเขาเพื่อรอเอาคำตอบ ส่านอ๋องตั้งสติอย่างรวดเร็ว เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ท่านพี่ปลอดภัยดี ฝากบอกเจ้าว่าไม่ต้องเป็นห่วง”

“แล้วเขาไปไหนเหตุใดถึงไม่มาเล่า?”

“เอ่อ...เรื่องนั้นข้าไม่อาจบอกเจ้าได้เช่นกัน มันเป็นคำสั่งหากผู้ใดเผยแพร่จะต้องถูกประหารสถานเดียว! อย่าได้ทำหน้าเช่นนั้นหากเจ้าอยากจะรู้จริงๆ ไม่ลองถามบิดาของเจ้าเล่า? มิใช่ว่าเขาหรอกหรือที่เรียกร้องให้ท่านพี่ทำเช่นนี้!” ส่านอ๋องทำหน้าลำบากใจเขาส่ายหน้าไม่ยอมบอกข้าด้วยความจนใจ

พอเห็นข้าทำหน้าหดหู่น่าสงสารพยายามขอร้องให้เขาบอกความจริง ส่านอ๋องส่ายหน้าอีกครั้งก่อนจะเหลือบไปเห็นท่านพ่อที่ยืนอยู่ไม่ไกล นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนแววโรจน์ไปด้วยความไม่พอใจ เอ่ยบอกใบ้พลางพยักพเยิดไปทางท่านพ่อติดจะประชดประชันเล็กน้อย ข้าหันขวับไปมองท่านพ่อที่ขมวดคิ้วมองส่านอ๋องอย่างไม่ขัดเคืองที่ถูกลากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

“ท่านพ่อ นี่มันเรื่องอันใดกันแน่?”

“ส่านอ๋องไยถึงได้กล่าวหากันเช่นนั้น ข้าเพียงเอ่ยไปตามความหวังดีต่อบุตรชาย ส่วนฉินอ๋องจะตัดสินใจเช่นไรย่อมเป็นเรื่องของเขามิได้เกี่ยวข้องกับข้าเพียงนิด ใช่ว่าข้าผู้นี้จะบีบบังคับให้ฉินอ๋องทำได้”

ท่านพ่อที่ตอนแรกยังงุนงงจับต้นชนปลายมิถูก ยืนนิ่งเงียบจะจ้องมองข้าด้วยแววตาแปลกประหลาดหลังจากท่านแม่โผล่มาห้ามข้า และเมื่อถูกส่านอ๋องโยนเผือกร้อนๆ ไปใส่ศีรษะอย่างกะทันหันก็กู้คืนมาดอำมาตย์ผู้น่าเกรงขามกลับมาในทันที เขาเอ่ยตอบกลับเสียงราบเรียบปัดไม่รับผิดชอบใดๆ

“ร้ายกาจแท้! คำพูดเดียวของท่านอำมาตย์เซี่ยปัดความรับผิดชอบได้อย่างหมดจดยิ่ง” ส่านอ๋องยกมือทาบอกอุทานเสียงแหลม ก่อนจะกล่าวยกย่องพร้อมส่งสายตานับถืออย่างเสแสร้งไปยังท่านพ่อที่ยืนไม่สะทกสะท้านใดๆ ข้าขมวดคิ้ว ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ หมายความว่าอย่างไร? ที่ฉินอ๋องมามิได้เกี่ยวข้องบางอย่างกับท่านพ่ออย่างนั้นรึ? ข้ามองทั้งสองที่ต่อสู้ฟาดฟันกันทางสายตาอย่างดุเดือดด้วยความมึนงง

“หมายความว่าอย่างไร?” ข้าก้มหน้าพึมพำออกมาอย่างเหนื่อยล้า น้ำเสียงที่สั่นเทาสั่นเครือคล้ายเสียงร้องไห้ปนสะอื้น ท่านพ่อกับส่านอ๋องหันมามองข้าพลางทำอึกอักอ้ำอึ้งไม่ยอมเอ่ยใดๆ ออกมา ข้ายกมือปิดปากสูดลมหายใจเข้าใจเสียงดังเหมือนเสียใจมากกว่าเดิมจนกระทั่งส่านอ๋องเดินเข้ามาใกล้พยายามพูดปลอบใจ

“เจ้าใจเย็นก่อนๆ ท่านพี่นั้นปลอดภัยดี อีกไม่นานเขาก็กลับมาแล้ว”

“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”

“เอ่อ...เอ่อ...ข้าบอกไม่ได้! ข้าสัญญากับท่านพี่ไว้แล้ว จิ้งถิง อย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย”

“ข้าไม่ถามเรื่องนั้นก็ได้ แต่หากเป็นเรื่องอื่นท่านจะตอบหรือไม่?”

“ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้นข้าตอบเจ้าได้อย่างแน่นอน”

“ก็ดี” ข้าเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองไปยังส่านอ๋องที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตายิ้มกระหยิ่ม ส่านอ๋องกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะทำหน้าผวาเมื่อเห็นข้าค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา ท่านพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลังพ่นลมหายใจพลางส่ายหน้าไว้อาลัยให้แก่ส่านอ๋องที่ตกหลุมพรางดังตุบใหญ่

“เจ้าหลอกข้า!” ส่านอ๋องโวยวายอย่างไม่เต็มใจ หากทำได้เขาคงอยากจะกระทืบเท้า ข้ายิ้มเย็นเอ่ยถามเขาเสียงราบเรียบ

“แล้วไยท่านอ๋องถึงเพิ่งมาในยามนี้ หากให้ข้าคาดเดาฉินอ๋องน่าจะให้ท่านมาบอกข้าเร็วกว่านี้กระมัง?”

“อ๊ะ นั่น...เพราะ...นั่น...กว่าข้าจะออกมาจากวัง...เจ้าก็รู้ว่าวันนี้เป็นเทศกาล...เส้นทางเต็มไปด้วยผู้คน...เอ่อ...กว่าจะ...เจ้าต้องเข้าใจ...โอ๊ย! จิ้งถิง! นี่เจ้าเตะข้าเชียวรึ!?

เจ้าคนบ้าไผ่นี่! คนเขาอุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตารออยู่ค่อนคืนแต่เพราะเจ้ามัวแต่หมกมุ่นกับสาวๆ ถึงได้มาช้าเพียงนี้!? ข้าอดโมโหมิได้ เผลอตัวเตะหน้าขาคนตรงหน้าไปทีหนึ่ง พอได้เตะก็ช่วยให้ระบายความอัดอั้นได้บ้าง แต่มันก็ยังคงเหลือโทสะอยู่บ้าง จนอยากจะเตะระบายอารมณ์อีกสักครั้ง ส่านอ๋องคล้ายจะรับรู้เขารีบถอยห่างไปอยู่ในระยะปลอดภัยทันที

“หากเจ้ายังทำร้ายร่างกายข้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ให้จดหมายจากท่านพี่แล้วนะ!” ส่านอ๋องทำหน้าเคร่งขรึมชูจดหมายในมือของเขาพร้อมกับเอ่ยข่มขู่จ้องมองข้าด้วยแววตาตัดพ้อน้อยใจ ไม่พอเท่านั้น ยังทำสำออยย่อตัวลูบเข่าราวกับเจ็บนักหนา ข้าจ้องมองน้องชายเจ้าแมวอยู่ชั่วหนึ่งแล้วพ่นลมหายใจออกมา พยักหน้ายื่นมือออกไปรับจดหมายของฉินอ๋อง

ส่านอ๋องยื่นมาจดหมายมาให้แก่ข้าแล้วรีบขอตัวกลับก่อนอย่างรวดเร็ว ทำราวกับว่าข้าจะกัดเขาอย่างนั้นแหละ เฮ้อ ข้ามองจดหมายในมือด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป ทั้งสงสัยอยากรู้ จนใจและปลดปลง เจ้าแมวเข้าวังเพื่อส่งมอบของที่ได้มาจากพื้นที่ลั่งเฟ่ยและปรึกษาวางแผนเรื่องนี้ต่อ การที่เขาไม่อยู่ที่วังหย่งเฮ่าแสดงว่าจะต้องยังอยู่ที่วังหลวงมิได้กลับออกมา ฉับพลันข้าเกิดลางสังหรณ์ที่ทำให้หนาวเยือกไปทั้งตัว

ข้าหันขวับไปมองท่านพ่อที่เบือนสายตาหนีไปทันที จากนั้นบิดาผู้นับถือก็ใช้การเดินหนีไปดื้อๆ เพื่อหลบหลีกจากการซักถาม ท่านแม่เองก็เหมือนไม่เคยจะเผชิญหน้ากับข้า นางรีบลอยตัวหลังผู้เป็นสามีไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงข้าที่ยืนอยู่ลานหน้าจวนตามลำพัง

ข้ารีบวิ่งกลับไปยังเรือนหงเหมย ยิ่งวิ่งหัวใจที่เต้นรัวเร็วก็ยิ่งระส่ำราวกับจะกระเด็นออกมาจากอก ข้ากระโจนเข้าไปในห้องนอนแล้วรีบเปิดจดหมายในมือเพื่อดูว่าเจ้าแมวหัวกลวงนั่นเขียนสิ่งใดมา พอคลี่เปิดออกมาข้าก็ชะงักตัวไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เจ้าแมวบ้านั่น! ข้าเดินไปหย่อนกายนั่งตรงขอบเตียงแล้วถอนหายใจยาวเหยียด

จดหมายในมือของข้าเป็นภาพวาดแมวกับปลาเคียงข้างบินแหวกว่ายบนท้องนภาร่วมกัน ด้านข้างนั้นเป็นอักษรตัวเดียวที่เขียนไว้ว่า คู่

ข้าลุกขึ้นวาดจดหมายในมือไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปเปิดตู้เก็บของที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ข้าเปิดลิ้นชักหยิบจดหมายอีกสามฉบับที่เก็บเอาไว้เป็นอย่างดี เดินมานั่งลงบนเก้าอี้ วางจดหมายพวกนั้นไว้บนโต๊ะ คลี่ออกมาเรียงตามลำดับก่อนหลัง จากนั้นก็นั่งมองพวกมันนิ่งงัน

เฝ้า – รอ – เคียง – คู่

“.....”

แมวโง่!

ภาพที่เห็นค่อยๆ พร่าเลือน ข้าเงยหน้าเบิกตากว้างไล่น้ำที่คลอในตากลับเข้าที่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายที ข้ายื่นมือที่สั่นเทากอบกุมจดหมายเหล่านั้นมาแนบอกซ้าย ประคองกอดจดหมายทั้งสี่ฉบับของฉินอ๋องอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดใดเอื้อนเอ่ยออกไป เพียงแค่จดหมายไม่กี่ฉบับก็ทำให้ข้าอบอุ่นได้ถึงเพียงนี้ ข้าจมดิ่งไปยังจดหมายแทนข้อความที่เขาต้องการจะบอกก่อนจะเบิกตากว้างฉุดคิดบางอย่างขึ้นมาได้

พิสูจน์ความจริงใจ? ท่านพ่อเป็นคนพูด? วังหลวง?

บ้าไปแล้ว!

เจ้าแมวคงจะมิได้เสียสติขนาดที่...

ข้าใจหายวาบ

มือสั่นลนลานจนกระทั่งจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น ข้าพยายามส่ายหน้าปฏิเสธแต่ลางสังหรณ์บางอย่างกลับเอนเอียงไปทางความคิดนั้น เจ้าแมวเข้าวังเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ท่าทางของเหลียงอ๋อง ส่านอ๋องเองก็บอกชัดเจนว่าไม่อาจพูดเพราะมีคำสั่ง คนฝ่าฝืนจะได้รับโทษประหาร คนที่มีอำนาจขนาดนั้นย่อมต้องเป็นผู้นั่งบนบัลลังก์มังกรแน่แท้ ฉินอ๋องต้องพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้โอรสมังกรบันดาลโทสะออกคำสั่งเช่นนั้นออกมา เป็นเรื่องที่เผยแพร่หรือบอกผู้ใดมิได้...

หรือว่าเจ้าแมวโง่นั่นจะขอพระราชทานสมรส!?

พิสูจน์ความจริงใจ?

มีเสียงระเบิดในศีรษะของข้าดังลั่นจนมึนงงไปหมด ทันทีที่ฉุดใจคิดได้มือไม้ของข้าก็อ่อนแรงไปในพริบตา แทบจะร่วงลงจากเก้าอี้ที่นั่ง ปากอ้าพะงาบๆ ไร้เสียง ค่อยๆ ยกมือขึ้นมากุมศีรษะที่ปวดตุบๆ

นั่นทำให้ฉินอ๋องถูกฮ่องเต้โกรธเกรี้ยวจนถูกกักขังอย่างนั้นรึ? การที่จะคบหากับบุรุษมันก็เป็นธรรมดาสามัญ ในตำแหน่งอ๋องพระโอรสขององค์ฮ่องเต้แล้วไม่ถือว่าน่าเกลียดอันใด เพียงแต่การที่จะตบแต่งบุรุษนั้นมันต่างกันมากนัก! ต่างกันราวฟ้ากับดินเชียวละ หากฉินอ๋องเป็นเพียงคนทั่วไปย่อมไม่ร้ายแรงแต่เขานั้นเป็นถึงอ๋อง พึงรู้ไว้ว่าการตบแต่งบุรุษด้วยกันนั่นนำพาแต่ความอับอายและดูแคลนมาให้ ยิ่งไปกว่านั้นจะหมดสิทธิ์ในการสืบทอดราชบัลลังก์อีกด้วย

ไม่แปลกที่ฮ่องเต้จะมีรับสั่งมิให้ผู้ใดเอ่ยถึง!

ท่านพ่อ องค์รัชทายาท เหลียงอ๋อง ส่านอ๋อง... พวกเขาทั้งหมดจะต้องรู้เพียงแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ ไม่รู้ว่าเพราะเกรงกลัวพระราชอำนาจหรือเพราะมิอยากให้ข้ารับรู้กันแน่ บางทีอาจจะเป็นอย่างหลังเพราะทันทีที่ข้าคิดขึ้นมาได้ หัวใจก็พลันเกร็งบีบรัดแทบหายใจไม่ออก การที่ท้าทายอำนาจของฮ่องเต้นั้นมิใช่เรื่องดีแม้แต่น้อย

ข้าควรทำยังไงดี!?

ในสมองของข้าปั่นป่วนจนคิดอันใดมิออก ข้าก้มมองจดหมายที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นแล้วใจที่เต้นแรงก็ค่อยๆ สงบลง ข้าก้มตัวหยิบจดหมายเหล่านั้นขึ้นมา จ้องมองพวกมันแน่นิ่งแล้วค่อยๆ พับเก็บไว้อย่างทะนุถนอม

เฝ้ารอเคียงคู่... เป็นเช่นนั้น!

ข้าตัดสินใจเฝ้ารอฟังข่าวคราวของฉินอ๋องอย่างสงบตามเนื้อความของจดหมายของเขา มาคิดดูแล้วส่านอ๋องหรือเหลียงอ๋องยังไม่แสดงท่าทีร้อนรนแสดงว่าฉินอ๋องยังปลอดภัยแน่นอน บางทีฮ่องเต้อาจจะต้องการขังเขาไว้เพื่อให้เปลี่ยนใจกระมัง ไม่แน่สองสามวันฮ่องเต้อาจจะปล่อยตัวเขาออกมาโดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผ่านไปหนึ่งวันไม่มีผู้ใดเอ่ยขึ้น สองวันร่วงเลยใจของข้าเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข ในวันที่สามข้าแทบไม่แตะต้องอะไรเลยแม้กระทั่งน้ำยังไม่รู้สึกอยาก ล่วงเลยเข้าวันที่สี่ที่ไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ จากฉินอ๋อง ข้าหมดความอดทนออกไปจากจวนเพื่อไปหาส่านอ๋อง พอไปถึงข้ากลับพบว่าส่านอ๋องผู้นั้นเพิ่งจะกลับมาจากวัง เขามีสภาพอิดโรยอย่างยิ่ง เมื่อเห็นข้าเขาก็ถอนหายใจออกมา รับรู้ว่าข้ามาหาเขาเพราะเรื่องใด

“ส่านอ๋อง...”

“เฮ้อ หัวแข็งอย่างยิ่งทั้งเสด็จพ่อและท่านพี่” ส่านอ๋องโบกมือระหว่างที่ข้ากำลังอ้าปากเพื่อถามเรื่องของฉินอ๋อง ร่างสูงโปร่งถูกคนสนิทพยุงมานั่งบนเก้าอี้เขาเอ่ยตัดบทของข้าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นก็ยกจอกน้ำที่คนรับใช้ข้างกายรินไว้ให้ขึ้นมาจิบเพิ่มเรี่ยวแรง ส่านอ๋องเงยหน้าขึ้นมามองข้าแล้วถอนหายใจอีกครั้ง

“เจ้าน่าจะระแคะระคายบ้างแล้ว ในวันนั้นท่านพี่ได้เอ่ยปากขอพระราชทานสมรสกับเจ้าจริงๆ เสด็จพ่อทรงกริ้วเอ่ยปากไล่เขาออกไป แต่ว่าท่านพี่นั้นไม่ยอมรับฟังคุกเข่าขอร้องยืนยันให้เสด็จพ่อประทานสมรสแก่เขา เสด็จพ่อทรงกริ้วจนเกือบจะพลั้งปากลงโทษแต่ได้หวงกุ้ยเฟยขอร้องเอาไว้ สุดท้ายเสด็จพ่อก็ไม่สนใจเดินหนีออกไปปล่อยให้ท่านพี่คุกเข่าต่อไป

ผ่านไปสามวันท่านพี่ยังคงดื้อรั้นคุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหน แม้พวกเราจะพยายามขอร้องเกลี่ยกล่อมเขายังไงก็ไม่มีประโยชน์ จากนั้นท่านพี่หลิ่นก็ร่วมคุกเข่าขอร้องเสด็จพ่ออีกคนทั้งที่ร่างกายอ่อนแอ ท่านพี่จิ่น ข้า รวมไปถึงน้องหั่วพยายามคุกเข่าขอร้องแทนท่านพี่เสวี่ยอยู่เป็นวัน สุดท้ายเสด็จพ่อยิ่งมีโทสะรับสั่งไล่พวกเราออกจากวังหลวง ไม่อนุญาตให้เข้าวังหนึ่งเดือน ส่วนท่านพี่เสวี่ยนั้นเสด็จพ่อสั่งให้นำไปขังที่คุกหลวง...เฮ้อ”

“คุกหลวง!?” ข้าอุทานตกใจ แสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมา

“เจ้าอย่าเพิ่งตกใจแม้ว่าจะถูกนำไปขังที่คุกหลวง แต่เสด็จพ่อก็มิได้รับสั่งว่าจะลงโทษอันใด ข้าเล่าไปหมดแล้วเจ้าอย่าได้ทำอันใดกระตุ้นโทสะเสด็จพ่ออีก รอเงียบๆ ไม่นานเสด็จพ่อคงจะปล่อยตัวท่านพี่ออกมา เอาละ ตอนนี้ข้าเหนื่อยมากแล้วอยากจะพักผ่อนเสียหน่อย เจ้ากลับไปรอที่จวนเถิด” พูดจบส่านอ๋องก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปข้างใน ข้ายังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดก็ถูกพ่อบ้านอัญเชิญส่งออกมานอกวังหย่งฝู ข้าหันกลับหลังไปมองหน้าประตูวังที่ค่อยๆ ปิดแล้วรุดขึ้นรถม้ากลับบ้าน

คุกเข่าสามวันสามคืนไม่ได้กินสิ่งใด ซ้ำยังถูกโยนเข้าคุกหลวง จะไม่เป็นไรได้อย่างไร! คุกหลวงมิได้สะดวกสบายอบอุ่นเช่นวังหย่งเฮ่า ตอนนี้เขาร่างกายอ่อนแอจากการอดข้าวอดน้ำจะไปทนสภาพเลวร้ายของคุกหลวงได้อย่างไร!?

ข้ากลับมานั่งนิ่งอยู่ในห้องนอนอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

ให้รอเงียบๆ น่ะรึ? ฝันไปเถิด!

 

 

 

 

 

 

 

 



เฝ้ารอเคียงคู่


ไม่รู้ทำไมแฮะ ตอนกลางวันนั่งจ้องหน้าคอมพ์ไม่ได้สักบรรทัด

พอตกดึกเท่านั้นแหละสมองแล่นปรูดปราดจ้า พิมพ์ฉับๆ ไวเหลือเกิน!

รู้สึกพิมพ์ไม่ทันใจตัวเองเลย อยากจะให้ท่านผู้อ่านมาอ่านในสมองโดยตรง เฮ้อ~

ปล. พยายามมาบ่อยเท่าที่ทำได้ เพราะเร็วๆ นี้จะไปทำงานแล้ว คงจะอัพได้ไม่บ่อยขนาดนี้

 

วันนี้พ่อถามว่า แต่งนิยายแล้วได้เงินคุ้มค่าเหนื่อยไหม?

ผู้แต่งตอบไปว่า ไม่คุ้มหรอก แต่มันมีความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ชอบ

พ่อของผู้แต่งก็ยิ้ม ไม่เหนื่อยเพราะทำสิ่งที่ชอบสินะ

จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก ท่าทางเหมือนเข้าใจ

ซึ่งทำให้ผู้แต่งรู้สึกมีความสุขมากๆ อย่างน้อยท่านก็เข้าใจ แค่นี้ก็พอแล้วจริงๆ!

การแต่งนิยายนั้นมันเหนื่อยมาก ต้องเสียเวลาที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างไป เช่น เวลาเที่ยว เวลาเล่น ต่างๆ

แต่ไม่เคยเสียดายนะ เพราะเลือกที่จะแต่งนิยายเอง มันคือความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.038K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25423 Maylyunho (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:35
    ยอมใจให้ท่านอ๋อง ใครสงสารรัชทายาทก็ได้แต่เราก็ทีมแมวอยู่ดี
    #25,423
    0
  2. #25243 NamfonSunisa (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 19:02
    อยากให้มีฉากดราม่าบ้างง่ะ
    #25,243
    0
  3. #24918 ChaBoo_XX (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 11:24
    นายเอกใจร้อนเกิน มีพลังแล้วห้าวหรอ-..-
    #24,918
    0
  4. #24795 Peach9 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 17:02
    เอาเลยน้องฟาดๆๆ
    #24,795
    0
  5. #24755 aynahcsoo  (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:49
    สงสารองค์รัชทายาทอยู่เด้อ ถิงๆใจร้อนรุ่มม
    #24,755
    0
  6. #24699 R.quartz (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:50
    แอบสงสารองค์รัชทายาทแต่เขาก็พูดไม่ถูกต้องจริงๆนั่นแหละ รู้ว่ารักเขาเช่นกันแต่ก็น่าจะทำตัวให้มันดูไม่น่าแย่ขนาดนั้น อุ๊ย นี่ฉันพูดอะไรไปเหรอ แค่รักเขาและอยากให้เขามีความสุขเพียงเท่านั้น ส่วนคุณแมว ข้าอยากจะร้องไห้เยี่ยงนัก😢
    #24,699
    0
  7. #24462 Fueled me (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:54
    รัชทายาทปากร้ายไปนะบางที สงสารพระนายนะ แต่จะทำไงได้ล่ะ แงงงงงง
    #24,462
    0
  8. #23998 munkrishear (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:58
    ไม่รู้พิมพ์ตอนนี้จะทันมั้ยเพราะไรท์แต่งตอนนี้ผ่านมาเป็นปีแล้ว5555555 แต่ว่าเรื่องนี้ก็ยังไม่ถึงตอนจบ เผื่อไรท์จะแอบเข้ามาอ่านเม้น ก็อยากจะบอกไรท์ว่า สู้ๆนะคะไรท์!!!
    สุ้ๆนะถิงๆสุ้ๆฉินอ๋อง!
    #23,998
    0
  9. #23937 natchapatsorn (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 15:53
    ขอบคุณไรท์นะคะ รักนะ
    #23,937
    0
  10. #23813 ฟองฟู่ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 02:14
    เราสงสารองค์รัชทายาทมาก ถึงนางจะปากร้ายไปบ้างแต่นางก็คงจะหวังดีหรืออยากพูดเตือนถิงถิงนั่นแหละ เพียงแต่นางแค่แสดงออกไปแบบดีๆไม่เท่านั้นเอง ด้วยเพราะนิสัยซึนหรือต้องคีพคาร์ไว้เลยแสดงออกไปแบบนั้น ถิงถิงก็ใจร้อนเกินไปนะ เหมือนคิดถึงแต่ฉินอ๋องผู้เดียวอะ คนอื่นเป็นยังไงก็ช่างเหรอ ชายหมาในชาตินี้นางไม่ได้ทำร้ายหรือมาดร้ายต่อเธอเลยนะ เราคิดว่าน้องไม่ควรเอาอคติหรือความแค้นในชาติก่อนมาใช้ในชาตินี้ด้วย เพราะในตอนนี้ชายหมาก็ไม่ได้บ้าคลั่งโหดร้ายแบบนั้นแล้ว และที่ชายหมาเป็นแบบนั้นคงเพราะสูญเสียแม่ไปนั่นแหละ แต่ถิงถิงตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ขอร้องอย่าทำอะไรเขาอีกเลยนะ อีกอย่างคิดถึงคนอื่นๆคนรอบข้างด้วยก็ดีนะ แง ปวดใจกับชายหมาไปหมด
    #23,813
    0
  11. #23648 PuiPui--r (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 17:07
    นอกจากส่านอ๋องคิดว่าพี่น้องคนอื่นที่ช่วยเจ้าแมวเพราะหวังเขี่ยให้หลุดจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ลุ้นตำแหน่งฮ่องเต้
    เจ้าหมาปากดีต้องเจอแบบนี้
    #23,648
    0
  12. #23604 PaPa9 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 16:04
    การที่เราจะรักใครสักคนจะอยู่กับใครสักคนจะเคียงคู่กับใครสักคนมันยากขนาดนั้นเลยรึ งั้นก็ถือว่าเป็นโชคดีของข้าที่ข้ามิเคยมีคนรักเลย...เฮ้อ
    #23,604
    0
  13. #22496 Ruanjai (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 21:58
    ฮืออสู้ๆน่าเจ้าเหมียว
    แต่ก็นะสงสารองค์รัชทายาทอยู่เห้อออ
    #22,496
    0
  14. #22203 Xialyu (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:13
    แอบสงสารองค์รัชทายาท
    #22,203
    0
  15. #21992 lills (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 17:08
    สู้ๆนะคะ
    #21,992
    0
  16. #21654 namtan1911 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:44
    วงวารเจ้าหมา;;-;;
    #21,654
    0
  17. #21206 pcy921 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:12
    วาร์ปไปคุกแน่ๆ555
    #21,206
    0
  18. #20941 NBPR (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 08:07
    ถิงๆ ทำร้ายองค์รัชทายาท แงๆๆๆๆ
    เจ้าหมาของน้องงงงงง
    #20,941
    0
  19. #20853 PaulaPum (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 09:19
    โถ...ฉินอ๋องคนดี
    #20,853
    0
  20. #20776 mook'yaaa (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 18:08
    ทำไมกลับมาอ่านอีกรอบเเล้วสงสารองค์ชายหมาตอนจิ้งถิงทำร้าย แง้ 😭
    #20,776
    0
  21. #20727 Lukitarin (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 14:20
    แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพผุดขึ้นมาในสมองอย่างกับดูหนัง
    และก็ ขอบคุณมากๆนะคะ ที่มาสร้างความสุขให้ผู้อ่าน
    #20,727
    0
  22. #20418 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 22:32
    ไรท์สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจหให้มากๆเลย
    #20,418
    0
  23. #20074 mimimimi1007 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 01:16
    แมววววว ฮืออออ เเมวมาก
    #20,074
    0
  24. #19985 arenajangg (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 19:32
    ขอฉินอ๋อง1อัตราค่ะ
    #19,985
    0
  25. #19606 lovelykik (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 23:51
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่าน รวมเล่มแล้วเดี๋ยวอุดหนุนนะคะ
    #19,606
    0