เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 75 : ตอนที่ ๗๑ บทเพลงที่คุ้นเคย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,152 ครั้ง
    30 ธ.ค. 59

ตอนที่ ๗๑ บทเพลงที่คุ้นเคย

ข้าพยายามขุดความทรงจำอันเลือนรางภายในหัวจนกระทั่งพอจะจำเหตุการณ์เมื่อคืนวานได้ลางๆ ใบหน้าพลันร้อนผ่าวราวกับน้ำร้อนลวก เหตุใดเจ้าแมวถึงได้มาอยู่ที่นี่กันเล่า!? เขามิได้อยู่ที่ลั่งเฟ่ยหรอกหรือ? กลับมาแล้ว? เหตุใดถึงไม่บอกกล่าวกันสักคำ ข้ากลอกตาไปมาด้วยอารมณ์เขินปนโมโห

ให้ตายเถิด นี่แกล้งกันใช่หรือไม่? แล้วไยสองหนุ่มหยกฟ้าม่วงถึงได้แข่งกันหน้าแดงกับข้าเช่นนี้เล่า? พวกเขาเห็นอันใดอย่างนั้นหรือ? ข้ารู้สึกขัดเขินเกินจะเอ่ยปากถามจึงโบกมือให้ทั้งสองออกไปก่อนจะเอนตัวนอนเช่นเดิม ข้าทำหน้ามุ่ยพึมพำต่อว่าเจ้าแมวที่ฉวยโอกาสในตอนที่ผู้อื่นเมามายมิได้สติ หึ ร่างกายยังปกติดีอยู่คนผู้นั้นยังมิได้ทำอันใดเลยเถิด หากเขาทำจริงๆ ข้าจะไม่ยอมพบหน้าอีก จะทำการต่อจากนั้นควรทำในตอนที่ข้ามีสติสิ

ในตอนรับประทานมื้อเย็นทั้งท่านแม่และท่านพ่อมาร่วมรับประทานอย่างพร้อมหน้า ข้ายืนยันหนักแน่นว่าแข็งแรงดีจึงรอดพ้นการกรอกยาแสนขมไปได้อย่างหวุดหวิด หลังจากกินข้าวอิ่มแล้วท่านพ่อก็เอ่ยถึงงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดของข้า แนะนำสิ่งที่ต้องทำและควรหลีกเลี่ยง ตัวข้าตื่นเต้นเล็กน้อย กลัวจะทำอันใดขายหน้าออกไปจริงๆ

จากนั้นทั้งสองก็ขอตัวจากไปพร้อมกัน ข้ามองตามพวกเขาและชำเลืองมองท่านแม่นานกว่าปกติ คืนวานนั้นแม้ว่านางจะมิได้บอกออกมาตรงๆ แต่ข้าก็ล่วงรู้ถึงความกังวลของมารดา เพราะมันใกล้เคียงกับความกังวลที่ข้าเองก็คิดมิตก ท่านแม่คงไม่อยากจากไปเช่นเดียวกับข้าที่ไม่อยากจากไปในยามนี้เลย

ในยามที่ความรักระหว่างเรากำลังผลิบานและหอมหวานเช่นนี้ หากตัดสินใจจะไปยังตระกูลเยว่แม้แต่ตัวข้าเองยังบอกไม่ได้ว่าจะกลับมาที่นี่ได้หรือไม่? หรือต้องใช้เวลานานเท่าไรก็มิอาจจะระบุได้ แม้ข้าจะดูใจเย็นแต่ข้างในนั้นกลุ้มใจจะแย่อยู่แล้ว ตัวข้าสนใจใคร่รู้เรื่องราวภายนอกนั้นเป็นอย่างมาก และที่สำคัญกว่านั้นคือ...การพัฒนาพลังเยว่ตี้

ข้าแบมือสร้างอาณาเขตกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเท่าฝ่ามือออกมา จับอาณาเขตนั้นหมุนไปเรื่อยๆ ต่างลูกข่าง ขณะที่มองเหม่ออาณาเขตในมือที่หมุนไม่หยุดก็ถอนหายใจออกมา

หากเลือกที่จะไปข้าย่อมสูญเสียเขาอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องนายบำเรอมากมายนั้นที่จะเริ่มทยอยปรากฏตัว และยังไม่รวมถึงเรื่องที่เขาจะต้องอภิเษกอีก ข้าจึงไม่เต็มใจและหวาดกลัวอย่างยิ่งที่ต้องตัดสินใจเลือก ข้าไม่อาจคิดเพ้อฝันให้ฉินอ๋องเฝ้ารอ หากฉินอ๋องสัญญาว่าจะเฝ้ารอ แต่ผู้ใดจะรับประกันได้ว่าวันเวลาที่เลยผ่านไปนั้นใจของคนจะแปรเปลี่ยนกี่พันกี่ร้อยครั้ง

“นายน้อยต้องการอันใดอีกหรือไม่?”

“ไม่แล้วละ พวกเจ้าไปพักผ่อนเถิด อีกสักครู่ข้าจะเข้าไปห้องนอน”

“ขอรับ” จื่อลู่โค้งตัวรับคำก่อนจะหันไปผงกศีรษะบอกเหล่าคนรับใช้ด้านหลังให้แยกย้ายกันไปพักได้ ข้ามองตามพวกเขาไปเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปมองด้านนอกหน้าต่างที่เปิดอ้ากว้าง

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อยข้าก็มานั่งอ่านตำราอยู่ที่ห้องเก็บตำรา เพราะมีเรื่องมากมายให้คิดทำให้เนื้อหาในตำราไม่เข้าสู่หัวแม้แต่นิด หลังจากไล่คนอื่นๆ ออกไปหมดข้าก็มองไปยังดวงจันทร์กลมคล้ายจะเต็มดวง อากาศในคืนนี้ยังเย็นอยู่บ้างแต่ก็มิได้หนาวอันใดมาก จึงสามารถเปิดหน้าต่างรับอากาศยามค่ำคืนได้

ผ่านไปครู่ใหญ่ข้าก็ถอนหายใจออกมา ปิดตำราในมือวางไว้บนโต๊ะแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปปิดหน้าต่าง ก่อนที่หน้าต่างจะทันได้ปิดสนิทข้าก็ได้ยินเสียงบางอย่างทำให้มือชะงักกลางคัน ข้าเอียงศีรษะฟังเสียงนั้นที่คล้ายจะเป็น...

“เมี้ยว~

เสียงแมว?

ข้าค่อยๆ เปิดหน้าต่างกลับเช่นเดิม จากนั้นก็มองหาแมวหลงที่มาส่งเสียงร้องยามนี้ มีแมวจรจัดหลงมาแถวนี้หรือไรนะ? ข้าพยายามมองหาแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่สักตัว หรือว่าข้าจะหูแว่วไปเอง? ข้าถอนหายใจกำลังจะปิดหน้าต่างก็พลันได้ยินเสียงแมวร้องออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ผิดแน่ ข้าได้ยินชัดเต็มสองหู แถมยังอยู่ใกล้ๆ แถวนี้อีกด้วย

“เมี้ยว”

ข้าตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ เสียงร้องนั้นใกล้หูมากจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของใครบางคนได้ ข้ารีบยกมือปิดหูข้างที่ถูกเป่าลมใส่แล้วหันไปมองด้านข้าง เห็นแมวตัวโตยืนพิงขอบหน้าต่าง ส่งเสียงร้องออกมาด้วยใบหน้าอันนิ่งเฉยนั้น

“แง่ว!

ข้าทนไม่ไหวถึงกับหลุดหัวเราะออกมา บ้าที่สุด! หน้าตากับเสียงมิได้ไปทางเดียวกันเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็นแมวที่เกียจคร้านอะไรขนาดนี้ จะส่งเสียงอ้อนยังทำแบบขอไปที เฮ้อ! ข้าที่หัวเราะจนน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลถูกเจ้าแมวขี้เกียจตัวนั้นบีบแก้มก็พยายามที่จะหยุดหัวเราะ แต่พอเงยหน้าไปเห็นดวงหน้าหล่อเหลา ภาพที่เขาร้องแง่วก็ผุดขึ้นมาทำให้หลุดขำออกมาอีกครั้ง ผ่านไปสักพักข้าก็กระแอมหยุดหัวเราะเงยหน้าเอ่ยหยอกล้อเขา

“แมวน้อย หลงมาแถวนี้อย่างนั้นรึ?”

“เกรงว่าจะไม่น้อย” เจ้าแมวแก้คำเสียงราบเรียบ ข้าชะงักกึก กลอกตาไปมา ยื่นริมฝีปากด้วยความหมั่นไส้ เหอะ! ไม่น้อยอย่างนั้นรึ? หมายถึงอันใดที่ไม่น้อย? ความหนาของใบหน้ารึ? ถ้อยคำน่าอับอายเช่นนี้ยังกล้าพูดออกมา

ฉินอ๋องไม่ใส่ใจท่าทางต่อต้านของข้า เขาผงกศีรษะบอกใบ้ให้ออกไป ข้าลังเลใจอยู่ชั่วครู่ก็ถูกสายตาข่มขู่กดดันให้ปีนหน้าต่างออกไป ที่นี่เป็นบ้านของข้าไยถึงต้องปีนออกทางหน้าต่างด้วย?  

“เราจะไปไหนอย่างนั้นรึ?” ข้าถามอย่างแปลกใจระหว่างที่มองเขาผูกผ้าคลุมให้อีกชั้น พอผูกให้เสร็จก็ย่อตัวช้อนร่างข้าอุ้มขึ้น ฉินอ๋องไม่ได้บอกกล่าวอะไร เขาอุ้มพาข้ากระโดดออกไป

ด้านหลังพวกเรามีไป๋หู่ตามมาติดๆ ฉินอ๋องมิได้เอ่ยว่าอะไรปล่อยให้ผู้อารักขาของข้าตามมาได้ รอบๆ ข้างของฉินอ๋องเองก็น่าจะมีองครักษ์ของเขาตามมาอารักขาเหมือนกัน แม้จะไม่ได้รับคำตอบข้าก็ไม่ถามเซ้าซี้อีก ไม่นานพวกเราก็มาถึงท่าน้ำหลันเซ่อซึ่งข้าเคยมาล่องเรือกับพวกคุณชายหมิงครานั้น แต่เจ้าแมวมิได้ไปยังท่าเรือที่มีเรือลำน้อยใหญ่จอดเทียบท่า เขาพาข้ามายังริมตลิ่งที่ห่างไกล

ปลายเท้าของเขาจรดลงบนพื้นฝั่งตลิ่งทะเลสาบแล้วปล่อยตัวข้าลงยืนบนพื้น ข้ามองไปรอบตัวด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเจ้าแมวถึงพาข้ามาที่นี่ ข้าหันกลับมายกคิ้วเป็นคำถาม เช่นเคยฉินอ๋องมิได้เอ่ยสิ่งใด เขายื่นมือออกไปฉับพลันก็มีเงาดำมืดร่างหนึ่งกระโดดโฉบลงมายืนด้านข้างพร้อมกับยื่นบางสิ่งให้แก่เจ้านาย ก่อนจะถอยหลังเร้นกายไปในความมืดอย่างเงียบเชียบ

ข้ามองสิ่งที่อยู่ในมือของเจ้าแมวมันคือโคมไฟนั่นเอง แสงสว่างสีแสดอ่อนๆ สว่างสลัวขึ้นมาครั้งที่ถูกจุด ฉินอ๋องยื่นมือมาหาข้า ดังต้องมนต์สะกด สายตาของข้าถูกตรึงไว้ที่ดวงหน้าหล่อเหลางดงามที่แย้มยิ้มเล็กๆ ข้าส่งมือไปหาเขาอย่างง่ายดาย ฉับพลันแก้มของข้าก็อุ่นซ่านเมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิที่ร้อนนิดๆ จากฝ่ามือขนาดใหญ่ที่กอบกุมมือของข้าเอาไว้แน่น

แรงกระตุกนำพาข้าเดินไปข้างหน้า พวกเราก้าวเดินไปเนิบนาบ ข้าคล้ายล่องลอยตามปีศาจหนุ่มผู้หล่อเหลางดงามไป ปลายเท้าแทบจะอยู่ไม่ติดกับพื้นเลยทีเดียว ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นตูมตามแทบจะระเบิด แสงจันทร์ปนแสงจากโคมกระทบต้องอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ทับด้วยเสื้อคลุมสีครามบนเรือนร่างสูงใหญ่ เขามัดรวบผมเป็นหางม้าเผยให้เห็นโครงหน้าปานสลักเสลา มันช่างเป็นภาพที่งดงามเลิศล้ำประเมินค่ามิได้

นี่ข้าโดนปีศาจหิมะหลอกมากินเนื้อเป็นแน่!

เดินมาครึ่งทางข้าก็พลันรู้สึกตัว ประเดี๋ยวก่อน! พวกเราหยุดยืนรับโคมไฟที่ริมตลิ่งจากนั้นก็เดินไปข้างหน้า ซึ่งข้างหน้านั้นเป็นทะเลสาบมิใช่รึ!? ข้าเบิกตากว้างหันรีหันขวางมองดูรอบข้างที่เป็นผืนน้ำอย่างตกใจ ก่อนจะรีบก้มมองพื้นแล้วกะพริบตาปริบๆ ข้ากำลังเดินอยู่บนธารน้ำแข็ง! ทั้งๆ ที่กระทั่งฤดูหนาวอันเย็นเยียบที่สุดทะเลสาบหลันเซ่อยังไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็ง แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นเส้นทางน้ำแข็งให้พวกเราเดินย่ำ

ข้าระบายยิ้มออกมาเล็กๆ รับรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด หากมิใช่เพราะฉินอ๋องแล้วจะเป็นผู้ใดเล่าที่สามารถสร้างทางน้ำแข็งเช่นนี้ขึ้นมาได้ ตรงหน้าที่พักชั่วคราวปรากฏขึ้นในดวงตาของข้า ฉินอ๋องพาเข้าไปในที่แห่งนั้นที่ถูกประดับด้วยไข่มุกราตรีส่องแสงนวลตาราวกับเป็นดวงจันทร์ดวงย่อมๆ แสงจากมันทำให้ที่แห่งนี้สว่างไสวราวกับกลางวัน

เมื่อพวกเราเข้ามายังที่พักนั้นทางน้ำแข็งค่อยๆ แตกตัวเป็นชิ้นๆ จากนั้นมันก็ระเบิดกระจายตัวเป็นเกล็ดเล็กๆ ละเอียดราวกับเป็นหิมะโปรยปรายอยู่กลางอากาศ แสงจากดวงจันทร์และไข่มุกราตรีส่องกระทบโดนเกล็ดเหล่านั้นเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า ข้ายืนนิ่งเหม่อมองภาพอันงดงามตื่นตานั้นเงียบๆ

ชั่วขณะที่ลังเลใจก็ค่อยๆ ยื่นมือไปรองรับเกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น เกล็ดชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงลงบนฝ่ามือของข้าให้ความรู้สึกเย็นคล้ายหิมะ

ฉินอ๋องแกะผ้าคลุมให้แก่ข้าแล้วยืนเคียงข้างมองดูเงียบๆ ข้ากำเกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้นแล้วยืนมองมันร่วงหล่นลงมาไม่หยุดราวกับเป็นฝนดาวตกท่ามกลางความมืดมิด ข้ามองตามเกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้นจนกระทั่งมันตกลงไปในทะเลสาบ เกล็ดเรืองแสงจางๆ ล่องลอยอยู่ในทะเลสาบราวกับผืนนภาที่สอง ฉับพลันข้าก็ได้ยินเสียงบรรเลงผีผาคลอเป็นดนตรีเบาๆ

เบื้องหลังของข้านั้นมีบุรุษในอาภรณ์สีขาวทับเสื้อคลุมสีครามนั่งเอนกายผ่อนคลายทว่าสง่างามน่ามองนัก บนตักของเขามีผีผาที่กำลังถูกเรียวนิ้วยาวปานหยกสลักดีดบรรเลงเป็นบทเพลง มือขวาดีดมือซ้ายกดตามขั้นเปลี่ยนแปลงระดับเสียง ดวงหน้าคมคายหลับตาพริ้มราวกับเทพเซียนหนุ่มเล่นผีผาในยามเว้นว่างบนชั้นฟ้าของเขา

ข้าถูกเสียงผีผาและคนบรรเลงมอมเมาจนยืนทึ่มทื่ออยู่กับที่ เหม่อลอยมองภาพตรงหน้าราวกับคนโง่งม ภาพทิวทัศน์นับร้อยนับพันมิอาจเทียบกับภาพอันงดงามตรงหน้าของข้าได้เพียงเสี้ยว ข้าเคยเห็นคนเล่นผีผามาบ้างแต่มิเคยเห็นผู้ใดจะสง่างามน่ามองมากเท่านี้เลย เสียงไพเราะเสนาะหูมาจากฝีมือที่ร้ายกาจของเทพเซียนหนุ่มผู้ไม่แยแสสิ่งใดบนโลกหล้า

ฝีมือบรรเลงของคุณหนูชื่อดังทั้งสามก็มิอาจหาญสู้กับฉินอ๋องได้เลยจริงๆ! แม้ข้าจะเขลาในเรื่องนี้แต่ทว่าหูของข้ายังมิได้ดับ รับรู้ได้ถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของระดับฝีมือทั้งสองฝ่าย ข้าได้ยินมาว่าผีผาเป็นเครื่องดนตรีที่ฝึกฝนยาก จำเป็นต้องมีทักษะฝีมือที่สูงมากจริงๆ แต่เขาที่นั่งเล่นอย่างไร้ระเบียบเพียงนี้ยังบรรเลงออกมาได้ไพเราะยิ่ง คุณหนูทั้งสามคนนั้นได้มายินจะต้องร่ำไห้ด้วยความปลาบปลื้มเป็นแน่

ข้าเดินไปนั่งตรงกันข้ามกับเขา เฝ้ามองการบรรเลงเนิ่นนานกระทั่งนัยน์ตาคมสีเข้มคู่นั้นค่อยๆ ลืมขึ้น สายตาคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่ข้าจากนั้นเสียงบรรเลงก็เปลี่ยนทำนอง ข้าบอกไม่ถูกว่าเปลี่ยนอย่างไรทว่าบรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปตามท่วงทำนองของเขา จากเยือกเย็นล่องลอยชวนให้คิดถึงหิมะที่โปรยปรายก็เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอ่อนหวานราวกับสายฝน

ข้าเริ่มหน้าร้อนผ่าว สายตาที่จับจ้องมองมาของเขานั้นไยถึงชวนรุ่มร้อนปานนี้? ฉินอ๋องจ้องมองตรงมาอย่างไม่ลดละ มือบรรเลงผีผาไปด้วย ท่วงทำนองช่างหวานอะไรเช่นนี้ ข้าแทบจะกระอักความหวานนี้ตาย ฟังคลอไปไม่นานก็ชะงัก ยืดตัวตั้งใจฟังเพลงนี้อย่างจริงจัง เหตุใดถึงคุ้นหูคล้ายเคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนกันนะ?

ข้าตั้งใจฟังจนกระทั่งกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ นี่มันเพลงที่ฉินอ๋องมักจะเล่นในชีวิตที่แล้วมิใช่หรือ? เวลาที่เขามาหาข้าหากมีเวลามากหรือเขาอารมณ์ดีก็มักจะหยิบเครื่องดนตรีมาเล่นคลอไปเป็นเพลงบ้างไม่เป็นเพลงบ้าง ที่เล่นบ่อยสุดคือเพลงนี้ เจ้าแมวเล่นเพลงนี้ไปจ้องมองข้าไปด้วย ทำเอาข้าเพ้อฝันไปสามสี่วันเลยทีเดียว แม้จะรู้ว่าเขาเพียงเล่นไปเรื่อยเปื่อยไร้ความหมายแต่ก็ไม่วายหลงใหลเคลิบเคลิ้มตามไปอย่างโง่งม

แล้วเหตุใดถึงเป็นเพลงนี้อีกกันเล่า?

ข้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปสบสายตาอันลุ่มลึกเชื่อมหวานคู่นั้น หัวใจยิ่งกระตุกเต้นรัวแรง บทเพลงนี้มีความหมายว่าอย่างไรกัน มันสื่อถึงสิ่งใดอย่างนั้นหรือ? เหตุใดเขาถึงมักจะบรรเลงให้ข้าฟังเสมอ มันมิใช่บทเพลงทั่วๆ ไปอย่างนั้นรึ? มันมีความหมายพิเศษหรือว่าเป็นเพียงแค่ความบังเอิญ?  

เมื่อทุกเสียงหยุดเงียบลงข้าก็ปรบมืออย่างกระตือรือร้นให้แก่เขา ฉินอ๋องโยนผีผาไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ เขาจ้องมองข้าที่ยิ้มปรบมือแววตาวิบวับด้วยความชื่นชม เจ้าแมวทำหน้านิ่งไม่สะทกสะท้านกับความชื่นชมของข้าราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เขาโบกมือให้ข้าหยุดแล้วหันไปมองด้านข้างกล่าวเสียงราบเรียบ

“ข้าเล่นเครื่องดนตรีพวกนี้ได้แทบทุกชิ้น หากเจ้าอยากจะฟังเพียงเอ่ยบอกข้า ไม่เพียงเท่านี้ แม้กระทั่งคัดอักษร วาดภาพ แต่งกลอน ข้าล้วนเชี่ยวชาญ”

ข้ากะพริบตารับ ไม่เข้าใจว่าฉินอ๋องต้องการจะพูดสิ่งใดกันแน่ นัยน์ตาสีดำเข้มราวกับน้ำหมึกชำเลืองมองข้าอย่างเอือมระอาแล้วถอนหายใจกับหัวน้อยๆ ที่คิดไม่ทันของข้า ข้าครุ่นคิดเล็กน้อยจากนั้นก็เหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เขาเอ่ย ปัดโธ่เอ๊ย ข้าหาได้ใส่ใจเรื่องนั้นแม้แต่น้อย! ข้ายกมือปิดปากกลั้นยิ้มแล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“เรื่องนั้นข้ามิได้ใส่ใจ”

พวกคุณหนูเหล่านั้นจะเก่งศาสตร์และศิลป์อันใดก็มิเกี่ยวกับข้าเสียหน่อย ข้าทำไม่ได้ก็คือไม่ได้ มิได้คิดอยากจะนำตัวเองไปเปรียบเทียบพวกนางให้เหนื่อยเปล่า ข้าก็มีดีของข้า พวกนางก็มีดีของพวกนาง ล้วนแตกต่างไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ แต่ข้าก็ซาบซึ้งในความเอาใจใส่ของเจ้าแมว นี่เขาคิดว่าข้าจะน้อยเนื้อต่ำใจอย่างนั้นหรือ? น่าขำนัก ข้ามิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย ข้าแย้มยิ้มส่งไปให้บุรุษที่นั่งอยู่อีกฝากพลางเอ่ยเอาใจเขา

“คนรักของข้าทำได้ดีกว่าพวกนางทั้งหมดรวมกันเสียอีก เหตุใดข้าจะต้องใส่ใจด้วยเล่า?”

เจ้าแมวมองข้าด้วยแววตาประหลาดใจปนขัดเขิน เขากระแอมไอเบาๆ ข้าเห็นโหนกแก้มของเขาแดงระเรื่อขึ้นสีก็พลันขบขำออกมา นี่เขาเขินเพราะข้าเรียกเขาว่าคนรักหรือเขินเพราะถูกข้าชมกันนะ หึๆ ฉินอ๋องกลับมานิ่งเฉยเป็นปกติ เขาไม่พูดอันใดเพียงกวักมือเรียกข้าไปหา ข้าลุกขึ้นเดินไปหาเขาอย่างว่าง่าย นั่งบนตักของเขาปล่อยให้อีกฝ่ายสวมกอดจากด้านหลัง

“ความเป็นห่วงของข้าสูญเปล่าเสียจริงๆ” ฉินอ๋องแสร้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ กดปลายคางลงบนศีรษะของข้าพลางกระชับวงแขนโอบล้อมตัวข้า เขาเอ่ยตัดพ้อต่อว่าเบาๆ ข้าได้ยินก็ยิ้มออกมามิได้กล่าวตอบไป มิน่าเขาถึงได้มาหาข้าแล้วบังเอิญไปเจอข้าเมาหัวทิ่มเข้าเสียอีก เฮ้อ สุรานี่เป็นสิ่งไม่ควรแตะต้องเลยจริงๆ

“หากวันนั้นเจ้ามิได้คิดมากอันใดแล้วไยต้องดื่มจนเมามายเช่นนั้น?”

คำถามที่คล้ายกับต่อว่ากลายๆ มือดึงแก้มข้าจนปวดแปลบ ข้าทำหน้ามุ่ยลูบแก้มแล้วเอ่ยตอบไปด้วยเสียงโมโหนิดๆ ข้ามิได้ผิดเสียหน่อยเป็นเขาที่คิดไปเองต่างหาก แม้จะดึงเบาๆ ก็เถิดแต่เขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ย่อมมีเรี่ยวแรงมากกว่าคนทั่วไป แก้มของข้าใช่ว่าแดงไปหมดแล้วหรือไม่?

“ข้าดื่มเป็นเพื่อนท่านแม่ต่างหาก”

“เจ้าน่ะอย่าได้เลียนแบบมารดาของเจ้านัก ข้ามิใช่เซี่ยเหยียนจิ้งที่จะทนต่อพฤติกรรมป่าเถื่อนเช่นนั้นได้”

“ต้องอ่อนหวานให้เท่าคุณหนูที่หวงกุ้ยเฟยชื่นชมพวกนั้นหรือไม่?”

“กล้าประชดข้าเชียวรึ?”

“ข้ามิได้ประชดเสียหน่อย เพียงแค่เอ่ยตามเนื้อผ้าไปเท่านั้น เป็นท่านที่คิดไปเอง”

“หึ” เจ้าแมวทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่เชื่อถือ ก้มหน้าลงมาใช้จมูกซุกไซ้ไหล่และคอของข้า ประทับริมฝีปากบนไหล่ของข้าแล้วเงยหน้าเอ่ยหยอกล้อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าหมายถึงให้อ่อนหวานได้เหมือนตอนเมาต่างหากเล่า”

ข้าหน้าร้อนผ่าวอับอายจนพูดอันใดต่อมิได้ พอได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ที่ดังอยู่ใกล้หูก็หมั่นไส้ แทงศอกใส่ท้องแข็งแกร่งของเขา ทำแล้วก็รู้สึกขัดอกขัดใจยิ่งเพราะอีกฝ่ายไม่รู้สึกใดๆ แทนที่จะเป็นการประทุษร้ายกลับกลายเป็นสะกิดเขาแทนเสียนี่ นั่นเพราะเจ้าแมวหนังหนาเกินไปนั่นแหละ!

ข้าเมินหน้าหนีไปมองทิวทัศน์งดงามด้านนอก ฝนเกล็ดน้ำแข็งยังมิได้สร่างหายไปมันยังคงร่วงกรูลงมาไม่ขาด ข้าค่อยๆ สำรวจมองไปรอบๆ ที่พักชั่วคราวที่ตั้งอยู่บนเกาะน้ำแข็งแห่งนี้ แทนที่อากาศจะหนาวแต่ข้างในนี้กลับอบอุ่นไม่มีลมเย็นมากล้ำกราย ผ้าม่านสีม่วงทึบปิดซ้อนชั้นแล้วชั้นเล่า ลวดลายงดงามแปลกตา หมอนหนุนผ้าผวยเบาะนั่งและโต๊ะแจกันล้วนแล้วแต่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ทุกสิ่งทุกอย่างกลมกลืนไปกับฝนเกล็ดน้ำแข็งที่สะท้อนแสงราวกับหิ่งห้อย ที่นี่เหมือนเป็นสรวงสวรรค์เล็กๆ เลยทีเดียว

“ชอบหรือไม่?”

“อืม เป็นของขวัญวันเกิดที่ยอดเยี่ยมประทับใจ ท่านพาข้ามาในวันนี้เป็นเพราะต้องการชิงมอบของขวัญให้ข้าเป็นคนแรกอย่างนั้นรึ?” ข้าหันกลับไปมองเขาพร้อมกับยิ้มกว้างอารมณ์ดีอย่างยิ่ง มองไปรอบๆ ก็รับรู้ได้ถึงการเอาใจใส่และให้ความสำคัญของเขา จะไม่ให้ข้าปลาบปลื้มแทบตายได้อย่างไร

ปลายนิ้วสากลูบไล้ริมฝีปากของข้า นัยน์ตาคมที่หลุบมองตามการเคลื่อนไหวของปลายนิ้ว เขามิได้เอ่ยตอบใดๆ เหมือนเคย ข้าหลุบตามองนิ้วมือที่เริ่มจะหมกมุ่นเกินธรรมดา ข้าอ้าปากงับปลายนิ้วของเขาเข้าไปในปากอย่างเผลอตัว พอทำไปข้าก็พลันตื่นตระหนก ดวงตางดงามคู่นั้นชำเลืองมองขึ้นมาอย่างแช่มช้อย ระลอกความร้อนจากดวงตาของเขาทำให้ข้าหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นระรัวรีบปล่อยปลายนิ้วของเขาแล้วผละถอยหนี แต่ไม่ทันจะได้เคลื่อนตัวก็ถูกร่างสูงใหญ่โอบล้อมเบียดแนบชิด เจ้าแมวชิงความได้เปรียบก้มหน้าเข้ามาจุมพิตข้าไม่ยอมให้ขัดขืน

ข้าถูกเขาโยนความรุ่มร้อนและอ่อนหวานใส่อย่างจัง ในหัวมึนงงและว่างเปล่า มีเพียงการเคลื่อนไหวและเสียงครวญครางแผ่วเบาล่องลอยระหว่างเราสองคน จนกระทั่งข้าถูกช่วงชิงเรี่ยวแรงจนตัวอ่อนยวบฉินอ๋องถึงยอมผละริมฝีปาก แต่กระนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยมือไปจากตัวข้า เขาขยับตัวขึ้นคร่อมร่างของข้าแล้วก้มตัวลงมากระซิบเสียงแหบพร่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และพร่าสั่นไปด้วยความปรารถนาอันเข้มข้น

“พรุ่งนี้ข้าจะพิสูจน์ความจริงใจที่มีต่อเจ้า”

หมายความว่าอย่างไร? พิสูจน์ความจริงใจอย่างนั้นรึ? จะพิสูจน์อย่างไร? ข้ามัวแต่ครุ่นคิดตามคำพูดของเขา รู้ตัวอีกทีก็ถูกอีกฝ่ายกลืนกินเรียวปากไปอีกรอบแล้ว ความดึงดันเอาแต่ใจของฉินอ๋องทำให้ข้าไม่มีเวลาคิดสิ่งใดต่อ ข้าถูกจุมพิตและหยอกล้อจนหายใจหอบเครือ ท่ามกลางความเงียบงันของทะเลสาบหลันเซ่อข้าคล้ายได้ยินเสียงลมหายใจกระเส่าอย่างเปี่ยมสุข

หลังจากคลอเคลียหยอกเย้าจนข้าแทบจะหมดแรง ฉินอ๋องผู้ฉวยโอกาสตักตวงความสุขก็ยอมปล่อยให้ข้าเป็นอิสระ หรือว่าห่างกันไปหลายวันทำให้เจ้าแมวสะสมความตึงเครียดไว้มากมาย เขาเรียกร้องให้ข้าทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่หยุด ตกลงใช่เป็นวันเกิดของข้าหรือวันเกิดของเขากันแน่? ไยข้าถึงได้รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นของขวัญของเขาไปเสียอย่างนั้น

เจ้าแมวช่วยข้าสวมใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อย ข้าลอบชำเลืองมองเขาอยู่เงียบๆ อันที่จริงข้านั้นก็มิได้ขัดข้องหากเขาจะทำมากกว่าช่วยกันปลดปล่อยความต้องการให้แก่กัน แต่ฉินอ๋องกลับไม่ยอมแตะต้องจนกระทั่งถึงการร่วมภิรมย์อย่างจริงจัง ข้าทั้งเสียดายและโล่งใจไปพร้อมกัน รู้สึกว่าตัวเองดูสับสนอย่างไรพิกล ฉินอ๋องหยิบเซียวหยกมาจรดริมฝีปากแล้วเริ่มเป่าเป็นเพลง ข้านั่งมองดูเขาอย่างเพลิดเพลิน ทุกครั้งที่เห็นเขาเล่นดนตรีก็มักจะเผลอตัวจ้องมองเช่นนี้เสียทุกครั้ง

ข้านี่หลงบุรุษผู้นี้หัวปักหัวปำจริงๆ!

 

 

 

 

 

 

 




เดี๋ยวนะ ไปสัญญาว่าจะอัพทุกวันตอนไหนคะ ไม่เคยเลย แค่บอกว่าพยายาม...พยายามค่ะ 5555

ตอนนี้หวานไปเบาๆ ค่ะ กลัวคนอ่านจะเบาหวานขึ้นตา //สาบานว่านี่เบาแล้วเหรอ?

มีคนถามเข้ามาว่าปอยอัพนิยายยังไง บอกตามตรง...อัพแบบตามใจฉันค่ะ หึๆ

ไม่มีเวลาระบุเป็นกฎเกณฑ์หรือวันไหนจะอัพ แต่งเสร็จตอนไหนก็อัพตอนนั้นเลย

อยากถามอะไรก็ถามมาเลยค่ะ ตอบได้ก็จะตอบ ถ้าไม่ลืมไปเสียก่อน โฮะๆๆๆ

ปล. ตอนหน้าขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมแห่ขบวนสู่ขอของอ๋องแมวเจ้าค่ะ

สู่ขอคือวิธีพิสูจน์ความจริงใจที่ดีที่สุดแล้วเจ้าแมว! ถิงถิงโดนเอ็งเล็มไปเท่าไรแล้ว ห๊ะ!

นี่คือคำสั่งของเปิ่นซัวเจีย(ข้านักเขียนผู้นี้) จงทำซะ!!!


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.152K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25515 sunflowerrrr (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 22:48
    แมวตัวนี้ช่างเอาใจเก่งจริงๆ
    #25,515
    0
  2. #25421 Maylyunho (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:09
    ชั้นนี่อ๋องแมวทั้งใจ
    #25,421
    0
  3. #25085 ป๋วยหยง (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 21:44

    ภาพสวยคนวาดเก่งเอาลงในรูปเล่มรึเปล่า ใจละลาย

    ฮ่าฮ่าฮ่า

    #25,085
    0
  4. #25026 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 04:06
    โอ้ยยยยย ท่านอ๋องเอลซ่ากลับมาทวงบัลลังก์คือจย้าาา ช่างอ่อนโยนและดีต่อใจยิ่งนัก
    #25,026
    0
  5. #24752 aynahcsoo  (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:32
    หลอกล่อน้องเก่งงงง อยากให้น้องกลับตระกูลและก็อยากให้อยู่กับอ๋องแง้
    #24,752
    0
  6. #24696 R.quartz (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 21:43
    อาหารหมาชั่งหอมหวาน😳
    #24,696
    0
  7. #24460 Fueled me (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:24
    โรแมนติกจ่นนน อ่ยบ้าบอๆๆๆๆ
    #24,460
    0
  8. #24436 XXXFUXXX (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:33
    น้ำแข็งกลายเป็นน้ำตาลแล้วค่าาา หวานจัดเลยยย
    #24,436
    0
  9. #23996 munkrishear (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 21:51
    หวานไปหมดดดดดดด
    #23,996
    0
  10. #23771 Peach9 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 16:24
    คือแบบน้ำตาลท่วมเมืองไปแล้วมั้ง
    #23,771
    0
  11. #22642 DKdabble (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 08:54
    มดขึ้นเต็มเลยค่า
    #22,642
    0
  12. #22201 Xialyu (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:42
    ชอบให้อิแม่มโนไกล555
    #22,201
    0
  13. #21989 lills (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 16:29
    5555555555น่ารัก
    #21,989
    0
  14. #21086 pcy921 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:25
    เนี่ยเลือกลำบากเนอะ เย่วตี้ หรือ ครอบครัว+คนรัก
    #21,086
    0
  15. #20416 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 18:02
    ฉินอ๋องมีความใส่ใจสูงมาก ทำไมน่ารักแบบนี้ ตายแล้ว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ฉินอ๋องกับองค์รัชทายาท โอ้ยยยยย
    #20,416
    0
  16. #19619 Jongminn (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:25
    เขิลแทน >< ทำขนาดนี้ เจ้าปลาไม่หลงเจ้าแมวก็บ้าแล้วววว
    #19,619
    0
  17. #18438 sofar_fa (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 08:51
    เป็นการอ่านที่ยากลำบากมาก มองอะไรแทบไม่เห็น ทำไมน่ะหรอ? ก็มดมาเกาะมาตอมใต่เต็มหน้าจอไปหมดแล้ว อะไรจะหวานได้ขนาดนี้
    พอมีบทละจัดเต็มมาก ดูจากคำบรรยายแล้วถิงถิงเหมือนจะหลงบุรุษคนนี้จนเกินจะเยียวยาแล้ว 55555 คนอ่านก็คงจะเช่นกัน เจ้าอ๋องแมวผู้น่าชัง
    #18,438
    0
  18. #17811 Meatboll (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 16:19
    โอ้ยยย เขินนนนน
    #17,811
    0
  19. #15198 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 15:01
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #15,198
    0
  20. #14970 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 11:03
    นี่เบาแล้วรึท่าน...//แต่ตอนท่านอ๋องร้องเมี้ยวกับแง่วนี่...555555555555555555
    #14,970
    0
  21. #14722 แก่นจันทน์ (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:14
    กางอาณาเขตแล้ววาร์ปกลับไปกลับมาไม่ได้หรอ จะได้ไม่ต้องห่างกันมาก...
    #14,722
    0
  22. #14690 wizardzeza (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 09:37
    ท่านอ๋องน่ารักอ่าาา
    #14,690
    0
  23. #14608 ttbfha (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 01:17
    โอยย เขินนนน น่ารักกันเหลือเกิน
    #14,608
    0
  24. #14604 mild5219 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:56
    แบบอ๋องแมวนี่หาได้ที่ไหนคะ จะซื้อมาเลี้ยงต้อยไว้สักตัว
    #14,604
    0
  25. #14600 omuya (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 16:48
    อ๋องแมวนี้ทำตัวน่ารักจริงๆเลยยย

    ปีใหม่แล้ว ขอให้ปอยสมหวังในทุกๆเรื่องนะคะ
    #14,600
    0