เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 73 : ตอนที่ ๗๐ ประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,128 ครั้ง
    27 ธ.ค. 59

ตอนที่ ๗๐ ประลอง

“คุณชายเซี่ย กรุณาชี้แนะข้าด้วยเจ้าค่ะ” เสียงแว่วหวานละมุนหูพาดผ่านเข้าสู่หูของข้าและผู้คนที่อยู่รายล้อมลานประลองนั้น ข้าผงะตกใจ ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้ถูกเลือกโดยโฉมงามผู้เก่งกาจ แวบแรกที่รู้สึกคือซวยชะมัดยาก! ต่อมาความยุ่งยากใจทั้งหลายก็ไหลบ่าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ข้าแอบลำบากใจไม่น้อย

อย่างแรกคุณหนูหูผู้นี้ย่อมมิได้เลือกข้าเพราะเสน่หาอย่างแน่นอน หากจะบอกว่านางตกหลุมรักหรือแอบปลื้มข้าตั้งแต่แรกพบก็คงจะมิใช่กระมัง เมื่อวานนั้นแม้นางจะสุภาพพูดคุยกับข้าอย่างมีมารยาทและเป็นมิตรเพียงใด แต่แววตาหรือน้ำเสียงของนางมิได้เจือปนความชื่นชมหรือคลั่งไคล้อะไรเถือกนั้นเลยแม้แต่น้อย ยังดีอยู่บ้าง หากนางชอบข้าขึ้นมาจริงๆ คงจะรู้สึกยุ่งยากกว่านี้กระมัง

ประการที่สองหูซือเชี่ยนชื่นชอบฉินอ๋อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชัดเจนและแน่นอนที่สุด หากมิได้ตาบอดก็คงจะมองออกอยู่บ้าง ทว่าเป้าหมายการชื่นชมของดรุณีโฉมงามกลับไม่อยู่ที่นี่ เป็นไปไม่ได้ที่จะเลือกคนที่มิได้อยู่แม้กระทั่งที่แห่งนี้ ดังนั้นนางจึงเลือกข้าผู้เป็นคนรักของเป้าหมายขึ้นไปประลอง คาดเดาได้เพียงอย่างเดียวคือ...นางอยากจะวัดฝีมือกับข้าเป็นแน่

“.....”

ดอกท้อของเจ้าแมวเหล่านี้ไยถึงได้น่ารำคาญถึงเพียงนี้นะ!?

“ขอบคุณแม่นางหูที่ให้เกียรติเลือกข้าคุณชายผู้นี้” ข้าค่อยๆ ลุกขึ้นท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่จ้องมองมา ข้าผงกศีรษะเอ่ยรับคำท้าทายนั้นด้วยอาการสงบนิ่งพร้อมทั้งอมยิ้มบางเบาส่งไปให้แก่เด็กสาวผู้ยืนบนเวทีการประลอง พอข้าเอ่ยรับออกไปสีหน้าของนางก็มีความเคารพนับถือปรากฏขึ้นมาจางๆ ข้าหรี่มองแล้วแย้มยิ้มนิดๆ

ดูจากท่าทีแล้วสาวน้อยผู้นี้น่าจะเพียงอยากจะทราบว่าข้านั้นมีดีที่ใด หรือข้านั้นคู่ควรอันใดกับบุรุษที่นางใฝ่ฝันกระมัง ยังดีที่นางมิได้กระทำไปด้วยเจตนาไม่ดี เช่น ต้องการรังแกหรือฉีกหน้าข้าบนเวทีการประลอง หากเป็นเพียงแค่ต้องการตรวจสอบข้าย่อมมีวิธีหลบหลีกการครหาที่จะเกิดขึ้นได้

ข้าสะบัดแขนเสื้อเบาๆ แหงนหน้าอันสงบนิ่งราบเรียบเดินขึ้นลานประลอง ก่อนที่ข้าจะได้ก้าวย่างออกไปนั้นคุณชายหมิงกับส่านอ๋องก็พลันลุกขึ้นพรวด ทั้งสองกางแขนออกมาขัดขวางมิให้ข้าเดินออกไป

“จิ้งถิง เจ้าจะออกไปจริงๆ น่ะหรือ? เจ้ามีเพียงแค่พลังรักษาน่ะ จะเอาอันใดไปสู้กับหานซือเชี่ยนที่มีพลังลมขั้นหก!?” คุณชายหมิงจับแขนของข้าก่อนที่เขาจะเอ่ยอย่างเคร่งเครียดจริงจัง ข้ามองใบหน้างดงามสว่างไสวของเขาที่ยับย่นด้วยความเป็นห่วงนั้นแล้วคลี่ยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะบางเบา คุณชายหมิงที่กำลังกระวนกระวายกลุ้มใจก็พลันชะงัก ดวงตาเหม่อยลอยแก้มทั้งสองข้างของเขาแดงระเรื่อ รีบปล่อยมือจากข้าราวกับเป็นของร้อน มือไม้พันกันยุ่งเหยิง

“ข้าไม่เป็นไร” ข้าเอ่ยแผ่วเบาบอกทั้งสองหนุ่มที่ทำหน้าเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจ คุณชายหมิงถูกข้าดันหลบข้างไปอย่างง่ายดาย เหลือเพียงส่านอ๋องที่จ้องมองข้าด้วยความลังเลใจ ก่อนที่ข้าจะทันได้เอ่ยอันใดส่านอ๋องก็ถูกสตรีอาภรณ์สีแดงเพลิงกระชากแขนหลบทางอย่างกะทันหัน ส่านอ๋องแทบจะกลิ้งเงยหลังแต่ทว่าไม่มีผู้ใดสนใจเขาเพียงนิด ข้ามองหานลี่จูที่ทำเสียงจิ๊ๆ ออกมาอย่างขุ่นเคืองนางเงยหน้าส่งคำเตือนที่เต็มไปด้วยท่วงท่าข่มขู่มาที่ข้า

“จงอย่ายิ้มให้แก่ชายโง่งมผู้นี้เป็นอันขาด ข้าไม่อยากท้าประลองกับเจ้ารายต่อไปหรอกนะ”

ได้ยินเช่นนั้นข้ากลับไม่ขุ่นเคืองใดๆ หนำซ้ำยังรู้สึกขบขันเสียมากกว่า ข้าพยักหน้ารับขอร้องแกมข่มขู่ของคู่หมั้นสาวผู้หึงหวงอย่างหนัก หานลี่จูคล้ายกับจะขัดเขินมิใช่น้อย นางกระแอมไอแก้อายก่อนจะหันไปช่วยคู่หมั้นลุกขึ้นจากพื้น ข้าทอดมองทั้งสองด้วยแววตาอ่อนโยนก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อเผชิญหน้ากับสาวงามผู้เป็นหนี้ดอกท้อของเจ้าแมว เฮ้อ ในเมื่อข้าขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักของเขาแล้วย่อมหลีกหนีหน้าที่ชำระหนี้ดอกท้อไปมิได้

“แม่นางหู แม้ว่าข้าจะตอบรับคำท้าประลองของเจ้าแต่ทว่าในใจนั้นรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก ดูไปแล้วการประลองครั้งนี้ระหว่างข้ากับเจ้านั้นไม่ว่าทางใดฝ่ายข้าเสียทั้งขึ้นและล่อง หากข้าแสดงฝีมือเต็มที่เอาชนะเจ้าได้ก็ย่อมต้องถูกผู้คนนินทากล่าวร้ายว่าลงมือรังแกสุภาพสตรี ในทางกลับกันหากข้ายอมอ่อนข้อให้แก่เจ้าย่อมทำให้เจ้าไม่พอใจ นี่มิใช่สิ่งที่ข้าประสงค์นัก”

...และถ้าหากข้าแพ้ย่อมต้องถูกตราหน้าว่าอ่อนแอกว่าสตรี! เฮ้อ ไม่ว่าข้าจะพยายามทำดีเพียงไรสุดท้ายก็ส่งผลไม่ดีให้แก่ตัวเอง ช่างเป็นการประลองที่เสียเปรียบยิ่งนัก แม้ว่าหูซือเชี่ยนจะต้องการประลองกับข้าด้วยความบริสุทธิ์ใจหรือไม่ก็ตาม แต่หมากตานี้ก็ส่งผลร้ายแก่ข้าทุกทางจริงๆ

หลังจากที่ข้าเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาเป็นที่สุด หูซือเชี่ยนก็ชะงักสีหน้าสับสนว้าวุ่นใจ ท่าทางนางจะคิดได้แล้วถึงเหตุผลที่ข้ากล่าวอ้างไปนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ใบหน้างามของนางเผยความลำบากใจออกมาแล้ว ข้าแย้มยิ้มนิดๆ เอ่ยต่อด้วยท่าทางเรียบง่าย

“แม่นางหูเพียงต้องการทราบถึงความสามารถของข้ากระมัง เช่นนั้นหากแม่นางให้ใครสักคนมาเป็นตัวแทนในการประลองครั้งนี้ข้าย่อมมิขัดอันใด มิใช่ว่าข้านั้นต้องการหลีกเลี่ยงการประลอง เพียงแต่อยากจะประลองด้วยความสบายใจเท่านั้น แม่นางหูโปรดส่งเสริมด้วย”

พูดไปแล้วข้าก็ยืนนิ่งเงียบปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนตัดสินใจเลือก ข้าก็พูดไปหมดแล้ว ถ้าหูซือเชี่ยนมีใจบริสุทธิ์จริงย่อมจะทำตามอย่างไม่อิดออด เพราะเป้าหมายแท้จริงของนางก็เพียงแค่อยากทราบฝีมือของข้าเท่านั้น ไม่ว่านางจะต่อสู้เองหรือให้คนอื่นมาเป็นตัวแทนผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนกัน

“ตัวแทนของข้า...” หูซือเชี่ยนหันหลังไปมองพลางพึมพำครุ่นคิด ข้ามั่นใจว่านางกำลังคิดหาตัวแทนเป็นแน่ และอีกอย่างที่ข้ามิได้กล่าวออกไปก็คือ ตัวแทนที่จะมาสู้กับข้านั้นมีคนกระตือรือร้นอยากจะมาประลองกับข้ามากแน่ เพราะหนี้ดอกท้อของฉินอ๋องนั้นผลิบานไปทั่วเมืองเชียวละ เหอะ!

หูซือเชี่ยนกวาดสายตามองไปด้านล่างที่เริ่มมีคนลุกขึ้นเสนอตัวเป็นตัวแทนของนาง ไม่ว่าจะเป็นบุรุษที่พึงพอใจในตัวของนางต้องการสร้างความประทับใจ หรือกระทั่งคนที่หมั่นไส้เหม็นขี้หน้าข้าที่เป็นคนรักของฉินอ๋อง ต่างพากันแย่งชิงจะเป็นคนขึ้นมาประลองกับข้า ข้ายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอธิบายไม่ถูก ไม่รู้หรือสมควรร้องไห้หรือหัวเราะดี

“พี่ชายของข้าอยากจะเป็นตัวแทนแม่นางหูขึ้นท้าประลองกับคุณชายเซี่ย!” เสียงสดใสแหลมปี๊ดแทรกตัดทุกสรรพเสียงให้เงียบสนิทลง

ร่างอรชรสูงโปร่งเดินตรงมายังทางที่แหวกกลางพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจ สองมือของนางหอบหิ้วถุงขนมมาเต็มสองมือ ด้านหลังของหญิงสาวผู้ร่าเริงสดใสก็เป็นชายหนุ่มผอมแห้งซึ่งมีความสูงอย่างยิ่ง ดวงหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์เล็กน้อย ดวงตาของเขาจ้องมองมาแผ่นหลังน้องสาวอย่างหงุดหงิดเล็กๆ สองพี่น้องผู้กำลังเป็นเป้าหมายของในตอนนี้เป็นคนที่ข้าคุ้นเคยอีกคู่หนึ่ง

จะเป็นผู้ใดเป็นไปมิได้นอกเสียจาก...

พี่น้องฝาแฝดสวิน!

“ท่านรองแม่ทัพสวิน!?” ตอนแรกคนมุงกันหนาแน่นเบียดเสียดเสนอตัวจะเป็นตัวแทนของหูซือเชี่ยน พอฝาแฝดสวินมาปรากฏตัวคนเหล่านั้นก็ผงะถอยหลังแตกกระเซ็นกันไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะมีสีหน้าตึ้งบึงเช่นไรรองแม่ทัพสวินคนพี่ก็ถูกน้องสาวเตะขึ้นเวทีประลองมาจนได้

“ท่านรองแม่ทัพสวิน” หูซือเชี่ยนเอ่ยทักทายบุรุษที่ขึ้นมาบนเวทีด้วยท่าทางนบน้อม สวินหยางเหลือบมองแม่นางน้อยเพียงแวบหนึ่งแล้วถึงพยักหน้ารับคำทักนั้นไร้เสียงตอบกลับใดๆ ดูผิวเผินเหมือนบุรุษไร้ใจต่อบุปผางาม แต่เหตุใดใบหน้าไร้อารมณ์ที่เริ่มแก้มตอบผอมนั้นถึงกับแดงระเรื่อกันเล่า!? ข้ากลอกสายตาไปมองสวินลี่เจี่ยเจียที่แย้มยิ้มกว้างขวางพลางพยักหน้าหงึกหงักอย่างพึงพอใจ

เอ๊ะ เหตุใดถึงได้กลิ่นดอกท้ออีกต้น?

“เช่นนั้นรองแม่ทัพสวินจะเป็นตัวแทนประลองกับคุณชายเซี่ยแทนข้า คุณชายเซี่ยไม่ขัดข้องกระมัง?”

ข้าลำบากใจที่จะสู้กับคนรู้จักกำลังจะอ้าปากเอ่ยบางอย่างออกไป กลับมีเสียงหวานกังวานใสของดรุณีเลอโฉมอีกนางดังขัดขึ้นมาเสียก่อน ข้าหันไปมองแทบจะกลอกตาขึ้นฟ้าเมื่อเห็นฟ่านมี่ซิ่นเดินยิ้มหวานที่แฝงการเยาะเย้ยสมน้ำหน้า  

 “คุณชายเซี่ยจะขัดอันใดเล่า นี่ก็เป็นไปตามความต้องการของเขาแล้ว”

“นานๆ ทีจะได้เห็นรองแม่ทัพสวินหยางแสดงฝีมือ ไม่รู้ว่าคุณชายเซี่ยจะต่อกรกับเขาได้มากเพียงใด เป็นเรื่องน่าสนใจยิ่ง” อีกคนที่ข้าไม่ต้องการพบเจอเดินเข้ามาเอ่ยสมทบส่งเสริมกันอย่างเข้าคู่ สมแล้วที่เป็นชู้รักกัน! ข้าแอบถลึงตาใส่องค์รัชทายาทอย่างโมโห นี่มันงานของหนุ่มสาวโสด คนมีชายาแล้วเช่นเขามาทำไม!?

“เช่นนั้นคุณชายเซี่ยไม่ขัดข้องนะเจ้าคะ?”

เชอะ ขัดข้องอย่างนั้นรึ? แม้อยากจะขัดแต่มันก็คงขัดมิได้แล้วละ! ข้าพยักหน้ารับไม่พูดอันใดอีก ทำเพียงจ้องมองบุรุษผอมแห้งเนื่องจากขาดสารอาหารตรงหน้าอย่างจำใจ รองแม่ทัพสวินหยาง ท่านเป็นถึงนักรบที่มีพลังขั้นเจ็ดย่อมจะออมมือให้แก่ข้าบ้างกระมัง ข้าส่งสายตาไปให้อีกฝ่าย สวินลี่เจี่ยเจียกลับโพล่งบางอย่างออกมาเปลี่ยนแปลงดวงตาไร้ชีวิตของพี่ชายฝาแฝดให้ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง

“พี่ เอาชนะจิ้งถิงให้ได้นะแล้วบังคับให้เขาทำอาหารเลี้ยงสักมื้อ!

พี่สาวท่านนี้ช่วยเงียบๆ ได้หรือไม่?

ข้าถอนหายใจหนักหน่วง ดูจากสีหน้ามุ่งมั่นจะหาคนทำกับข้าวให้กินของรองแม่ทัพสวินหยางแล้วคงไม่มีทางยอมออมมือให้เป็นแน่ เอาเถิด หากเป็นเช่นนี้ย่อมต้องลองดูกันสักตั้งก่อนแล้วกัน ข้ากับรองแม่ทัพสวินหยางค่อยๆ ก้าวเดินออกจากกันเพื่อสร้างระยะห่างในการเริ่มต้น เสียงพูดเอะอะพลันเงียบลงอย่างพร้อมเพรียงกันแม้แต่ลมหายใจพวกเขายังกลั้นเอาไว้

รองแม่ทัพสวินหยางมีพลังวิเศษในการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มความเร็ว เพิ่มพลัง ลดการเสียหายจากการโจมตี อ่า ช่างเป็นความสามารถที่ยุ่งยากดีแท้ ข้าหลับตาครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะกลอกตามองไปรอบๆ แถวนี้ไม่มีสัตว์ให้ข้าใช้กลบเกลื่อนหรือเจรจาเลยสักตัว มีแต่ต้องแอบใช้พลังเยว่ตี้แต่ต้องเอ่ยเบี่ยงเบนความคิดของผู้คน...

“รองแม่ทัพสวินหยาง ไม่คิดเลยว่าจะได้ต่อสู้กับท่าน อย่างไรก็ชี้แนะข้าด้วย”

“เช่นกัน” รองแม่ทัพสวินหยางเอ่ยรับสั้นๆ ไม่ยินดียินร้ายใดๆ ในนัยน์ตานั้นประกายวูบไปความมุ่งมั่นประการหนึ่ง ข้าแทบจะร่ำไห้ออกมา นี่เขาต้องเห็นข้าเป็นพ่อครัวไปแล้วแน่ๆ ประเดี๋ยวก่อนรองแม่ทัพสวินหยาง! หากท่านยอมออมมือให้ข้าเล็กๆ น้อยๆ แล้วล่ะก็จะถือว่าเป็นน้ำใจ ข้าจะเชิญท่านไปร่วมรับประทานอาหารที่บ้านเลยเอ้า!

เมื่อเริ่มต้นการประลองผู้ตัดสินใจประกาศเริ่มการประลองระหว่างพวกเราแล้วกระโดดหลบหลี่ไปจากเวทีอย่างรวดเร็ว บนเวทีประลองจึงเหลือเพียงข้าและรองแม่ทัพสวินหยาง การประลองครั้งนี้อนุญาตให้ใช้อาวุธได้แต่ดูท่าทางรองแม่ทัพสวินหยางจะมิใช่พวกใช้อาวุธกระมัง ข้าเองก็ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธใดๆ เช่นกัน พอสัญญาณเริ่มรองแม่ทัพสวินหยางก็สะบัดมือใช้พลังวิเศษสายสนับสนุนของเขากับตัวเองอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือสีต่างๆ โบกวูบไหวแตะเข้าตัวของเขาก่อนจะระเบิดแสงกระจายครอบคลุมร่างกายผอมแห้งนั้น ข้านิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวยืนนิ่ง

“รองแม่ทัพสวินหยางใช้พลังสนับสนุนตัวเอง!

“แล้วนั่นอะไรกัน เหตุใดเซี่ยจิ้งถิงถึงได้ยืนเฉยเช่นนั้น หรือเขาจะตกใจทำอะไรไม่ถูก?”

ข้าสร้างอาณาเขตออกมามากมายขนาดต่างกัน จากนั้นก็ควบคุมพวกนั้นกระจายไปครอบคลุมทั่วลานประลอง ในช่วงเวลาที่ไม่มีผู้ใดวู่วามเข้ามาโจมตีนั่นเป็นเวลาที่ข้าสามารถช่วงชิงความได้เปรียบมาไว้ในมือได้ ในความเป็นจริงแล้วการที่ขั้นหกจะสามารถต่อสู้หรือเอาชนะขั้นเจ็ดได้นั้นมีเพียงแต่พลังที่แพ้ทางให้เท่านั้น แต่ว่าพลังเยว่ตี้นั้นเป็นข้อยกเว้นหนึ่งเดียว

รองแม่ทัพสวินหยางสามารถสนับสนุนตัวเองด้วยพลังได้ ข้าเองก็สามารถสนับสนุนตัวเองได้ด้วยพลังเยว่ตี้ได้เช่นกัน!

ในเวลาเดียวกันนั้นพวกเราขยับตัวแทบจะพร้อมกัน รองแม่ทัพสวินหยางมีเพียงพลังกายอย่างเดียวนั้นทำให้ข้าไม่กังวลอันใดนัก ความเร็วแทบจะเป็นการหายตัวชั่วพริบตาของเขาทำให้เกิดเสียงอุทานร้องอัศจรรย์ใจ แต่นั่นยังไม่เร็วเกินไปมันยังคงสามารถมองเห็นได้อยู่ ข้าหลบเลี่ยงการโจมตีที่รุนแรงกระทั่งพื้นลานประลองแตกกระจาย ไอหยา หมัดนั่นแฝงไปด้วยพลังมากเท่าไรกันเนี่ย คนดูพ่นลมหายใจโล่งเมื่อเห็นข้าหลบได้

การโจมตีทางกายภาพของรองแม่ทัพสวินหยางตามติดข้ามาเรื่อยๆ ในระหว่างที่หลบเลี่ยงการโจมตีข้าก็พยายามบังคับอาณาเขตครอบคลุมตัวคู่ต่อสู้จึงต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพราะรองแม่ทัพสวินหยางนั้นมีความรวดเร็วอย่างมาก อาณาเขตที่อยู่บนตัวของข้านั้นเพิ่มความเร็วมากกว่าสามเท่า เนื่องจากเดิมทีรองแม่ทัพสวินหยางมีความเร็วกว่าข้าอยู่แล้วและยิ่งมีพลังสนับสนุนที่เพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก แค่สองเท่าคงจะไม่สามารถหนีรอดจากเอื้อมมือของเขาเป็นแน่

กัก!

ข้ากำมือออกคำสั่งอาณาเขตนั้นทำการครอบคลุมร่างกายรองแม่ทัพสวินหยางในตอนที่เขากระโดดลงมาตรงที่ข้ายืนอยู่ ทำการหยอกล้อนิดหน่อยในที่สุดเหยื่อก็เข้ามาอยู่ในกรงจนได้ ข้าแอบแสยะยิ้มสมใจ อ่า ทีนี้จะทำอะไรกับคนๆ นี้ก็ได้แล้วสินะ ข้าโบกมือปลดอาณาเขตอื่นๆ ออกไปเหลือไว้เพียงแค่สอง ซึ่งคลุมร่างของข้าและรองแม่ทัพสวินหยาง ข้ายังไม่ทำสิ่งใดปล่อยให้รองแม่ทัพสวินหยางไล่กรวดไปทั่วลานประลอง หากมองในมุมคนดูแล้วจะเห็นเพียงข้าวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเท่านั้น

ข้าเกือบจะถูกรองแม่ทัพสวินหยางจับตัวได้อยู่หลายครั้งแต่เพราะความเร็วของข้ามีมากกว่าจึงสามารถรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด วรยุทธ์หมัดมวยของรองแม่ทัพสวินหยางนั้นค่อนข้างเป็นแบบแผนนั้นทำให้เดาได้ง่าย ไม่เหมือนกับวรยุทธ์ของอู้หย่าที่ไร้แบบแผนมั่วซั่วคาดเดามิได้ ข้าแสร้งทเป็นเสียจังหวะนั่นทำให้รองแม่ทัพสวินหยางพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างเหี้ยมโหด ข้าถอนหายใจแผ่วเบาแล้วพึมพำออกคำสั่ง

ชะงัก!

ร่างที่พุ่งทะยานด้วยความเร็วของแม่ทัพสวินหยางพลันชะงักกึกชั่วเสี้ยวอึดใจข้าหมุนตัวเงื้อหมัดสวนเข้าไปอย่างจัง รองแม่ทัพสวินหยางเบิกตากว้างเขารีบดีดม้วนตัวถอยห่างไปไกลจากข้า สีหน้าผอมตอบนั้นปรากฏอาการแปลกใจและงุนงง เขามองดูมือของตัวเองแล้วเงยหน้ามองข้าที่หายใจหอบเหงื่อไหลท่วมตัวสภาพย่ำแย่เกินทน เหมือนจะพยายามมองหาความจริงบางอย่างแต่ทว่ามันกลับเสียงกรีดร้องของคนดูกลบไปเสียหมด

“นั่นอะไรน่ะ!? รองแม่ทัพสวินถูกโจมตีก่อนทั้งที่เป็นฝ่ายไล่ล่าแท้ๆ!

“มันก็แค่บังเอิญเท่านั้นแหละน่า!

ทุกคนต่างลงความเห็นว่าบังเอิญเป็นเสียงเดียว ข้าไม่สนใจเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าแล้วส่งยิ้มให้แก่คู่ต่อสู้ที่ยังคงจ้องมองมาไม่ลดละ รองแม่ทัพสวินหยางกระตุกมุมปากยิ้มตอบกลับมา จากนั้นก็พุ่งตรงมาที่ข้าโจมตีเข้ามาด้วยแข้งอันหนักหน่วง ข้ากัดฟันหลบแล้วต้องรีบถอยเมื่ออีกฝ่ายออกฝ่ามือที่แฝงไปด้วยลมปราณหนาแน่น ข้าสูดลมหายใจออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว

หยุด!

รองแม่ทัพสวินหยุดนิ่งในทันที จังหวะนั้นข้าก็ยกเลิกคำสั่งหยุดและโจมตีเขาด้วยฝ่ามือลมปราณกระแทกอกจนอีกฝ่ายปลิวกระเด็นออกไปไกลเกือบจะตกจากลานประลอง

กลับมา!

ข้ารีบดึงเขากลับสู่สนามประลองด้วยคำสั่ง อดจะแปลกใจมิได้เพราะเมื่อครู่นั้นไม่ได้ใส่พลังอะไรมากมายจนต้องกระเด็นไกลตกเวที รองแม่ทัพสวินหยางมีสีหน้าตกใจวูบหนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองข้าด้วยสายตาราบเรียบ แววตาเหมือนรู้อะไรสักอย่าง

“จริงเสียด้วย”

ข้าหัวใจหล่นวูบในทันทีที่ได้ยิน หรือว่า...!? ให้ตายเถิด! สมแล้วที่เป็นรองแม่ทัพลูกน้องฉินอ๋อง! ฉลาดจนน่าขนลุกอะไรขนาดนี้ เพียงแค่วูบแรกก็ทำให้เขาสงสัย ต่อมาเขาก็พุ่งเข้ามาโจมตีเพื่อยืนยันสิ่งที่คิด และสุดท้ายเพื่อความมั่นใจเขาแสร้งกระเด็นตกเวที ข้าดันไม่รู้ตัวแล้วร้อนใจเกินไปดึงเขากลับมาบนเวที ไม่แปลกที่เขาจะรับรู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับตัวเอง

การที่ข้าลนลานที่เห็นเขากำลังตกเวทีก็เพราะไม่คิดให้ตัวข้าชนะการประลองครั้งนี้ อยู่ๆ คนไร้ชื่อเช่นข้าเอาชนะรองแม่ทัพผู้มีพลังอยู่ในขั้นเจ็ดได้นี่มันคงจะมิใช่เรื่องดีเป็นแน่ เพราะแม้กระทั่งสวินลี่เจี่ยเจียยังไม่อาจเอาชนะได้ด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากข้าแพ้ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ควรจะเป็นนั้นย่อมทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเรื่องข้ากับเจ้าแมวอย่างแน่นอน และอีกอย่างข้าไม่เต็มใจที่จะแพ้นักหรอก ชนะหรือแพ้ก็ไม่ได้ เช่นนั้นมีเพียงแต่....เสมอ!

“หึ! ข้าขอยอม...”

หยุด!

ข้ารีบยับยั้งรองแม่ทัพสวินหยางที่ยกมือและกำลังเอ่ยยอมแพ้ รองแม่ทัพสวินหยางอ้าปากค้าง ดวงตาที่ขยับไม่ได้ของเขาเผยแววโมโหออกมา ข้าตกใจจนสะดุ้ง ไอหยา ข้าล่วงเกินรองแม่ทัพสวินหยางเข้าเสียแล้ว อ่า จะทำอย่างไรดีเนี่ย? คนดูด้านล่างเริ่มเห็นสิ่งผิดปกติพวกเขาส่งเสียงอย่างสงสัย ข้าตัดสินใจเดินหน้าต่อ

โจมตีข้า!

ร่างของรองแม่ทัพสวินหยางเคลื่อนวูบตามคำสั่งของข้า เจ้าตัวมีสีหน้าแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด และเขาพยายามจะขัดขืนคำสั่ง ข้าตั้งท่าพร้อมรับการโจมตีและทำสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

“ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว มาตัดสินกันตอนนี้เลยเถอะ!

รองแม่ทัพสวินหยางถลึงตาใส่ข้าอย่างโกรธเคืองสุดๆ ข้าพยายามขมุบขมิบปากพึมพำขอโทษอีกฝ่าย แต่มันต้องแสดงต่อไปให้จบ ถ้าหากเป็นคนอื่นข้าคงจะจัดการแบบไม่ต้องคิดถึงอะไร แต่นี่กลับเป็นคนรู้จักเสียอย่างนั้น จะโทษก็ต้องโทษเขาที่ดันมาซวยก็แล้วกัน ข้าถอนหายใจจากนั้นก็รวบรวมลมปราณไว้ที่หมัดวิ่งเข้าไปปะทะซึ่งๆ หน้าครั้งแรก รองแม่ทัพสวินหยางกัดฟันกรอดพยายามขยับเคลื่อนไหวร่างกายที่เงื้อหมัดเต็มไปด้วยลมปราณตรงมาหาข้า

ตูม!

แรงปะทะระหว่างข้ากับรองแม่ทัพสวินหยางดังสนั่น พริบตาที่ปะทะกันนั้นข้าปลดอาณาเขตทั้งหมด แรงปะทะทำให้ข้าปลิวตกลานประลานไปกระแทกพื้น ทั้งยังกระอักเลือดออกมากองหนึ่ง อันที่จริงข้าชกตัวเองไปหนึ่งหมัดอย่างจัง มันจุกและเจ็บสุดๆ คราวหลังข้าไม่ยอมเจ็บตัวแบบนี้แน่ ในขณะที่ข้ากลิ้งอยู่บนพื้นรองแม่ทัพสวินหยางก็ถูกทำให้กระเด็นตกลานประลองไปเช่นเดียวกัน แต่เขานั้นไม่ได้มีสภาพย่ำแย่เช่นข้า เขาลงพื้นอย่างนุ่มนวล พริบตาเดียวก็กลับมายืนกัดฟันกรอดขึงตาใส่ข้าอย่างโมโหจนหน้าแดงก่ำ

“นายน้อย! นายน้อยเป็นอันใดมากหรือไม่ขอรับ!?” ชิงลู่วิ่งพุ่งเข้ามาพยุงข้ายืนขึ้น คุณชายหมิงและส่านอ๋องก็วิ่งตามมาด้านหลังมองข้าอย่างเป็นกังวล ข้าไอคุกคักสองสามครั้งก่อนจะใช้แขนเสื้อปาดเลือดออกจากปาก อืม รสชาติเลือดของตัวเองเต็มๆ ปาก ข้าส่ายหน้าพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร จากนั้นก็เดินไปหารองแม่ทัพสวินหยางที่โกรธจนควันออกหู ข้าเข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงได้โมโห อยู่ๆ ถูกควบคุมร่างกายแสดงละครปาหี่เช่นนี้ไม่โมโหก็แปลกแล้ว แต่ว่าข้าจะต้องเล่นฉากนี้ให้จบ

“ขอบคุณรองแม่ทัพสวินหยางที่ออมมือให้”

“เจ้า...!?” รองแม่ทัพสวินหยางอ้าปากค้าง หมดคำพูดจะกล่าวต่อว่าข้า เขาสูดลมหายใจแล้วสะบัดตัวเดินหนีออกไป จนน้องสาวฝาแฝดต้องวิ่งตามอย่างเสียมิได้ ขออภัยจริงๆ รองแม่ทัพสวินหยาง ท่านโชคร้ายมาเป็นตัวแทนของหูซือเชี่ยนเองนะ จะโทษข้ามิได้!

ผู้คนที่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างพากันไม่พูดอันใด แน่นอนละ ข้าคนนี้ประลองเสมอกับรองแม่ทัพสวินหยางเชียวนะ! จะมีผู้ใดบ่นอันใดอีกเล่า หูซือเชี่ยนเดินเข้ามาถามไถ่อาการเล็กน้อยจากนั้นก็ขออภัยที่ทำให้ข้าต้องบาดเจ็บ เนื่องจากอาการบาดเจ็บข้าจึงขอปลีกตัวกลับจวนได้อย่างราบรื่น พอกลับมาถึงเรือนชิงลู่รีบหาหยูกยามากรอกให้แก่ข้าเกรงว่าเจ้านายจะช้ำใน ข้าอดทนกลืนยาขมๆ ลงคอ

ท่านพ่อกับท่านแม่ได้ยินข่าวก็พากันแห่แหนมาดูอาการ ข้าไม่กล้าเอ่ยบอกความจริงได้แต่กล้ำกลืนกินยาเหล่านั้นลงแต่โดยดี ข้าถูกพวกเขาบังคับให้นอนอยู่บนเตียงอีกครั้ง เมื่อวานนี้ข้าก็นอนมาทั้งวันแล้ววันนี้ยังจะให้นอนอีกงั้นหรือ!? แต่ความจริงก็ท่วมปากจนไม่กล้าขัดขืนใดๆ ได้แต่นอนพักอย่างว่าง่าย และเริ่มสำนึกผิดในใจว่าไม่ควรโกหกเล่นละครตบตาคนเลย กรรมถึงได้ตามทันเร็วเช่นนี้!

จากนั้นท่านพ่อก็ขอตัวไปจัดการงานต่อเพราะวันพรุ่งนี้ที่จวนของพวกเราจะจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของข้า ดังนั้นทั้งท่านพ่อและพ่อบ้านกู้ต่างพากันยุ่งวุ่นวายมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ภายในจวนถูกทำความสะอาดจนใหม่เอี่ยมไปทั้งจวน บรรยากาศรื่นเริงปรากฏขึ้นมาในจวนที่เคร่งขรึมช่างเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งจริงๆ ส่วนเจ้าของงานเช่นข้ากลับเอาแต่นอนบนเตียงทั้งวัน ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก เฮ้อ

เคลิ้มหลับไปครู่ใหญ่ก็ถูกสะกิดให้ตื่น ข้าค่อยๆ ลืมตากะพริบปรับภาพ จื่อลู่และชิงลู่ช่วยพยุงลุกขึ้นนั่ง จากนั้นจื่อลู่ก็ยื่นจดหมายคุ้นตามาให้ข้ารับมาถือไว้ไม่กล่าวสิ่งใด เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นของผู้ใด ข้าเปิดจดหมายฉบับนั้น ในใจคาดเดาว่าเขาจะวาดภาพอะไรมาอีก แต่พอเปิดดูกลับมีเพียงประโยคสั้นๆ เป็นคำสั่งที่ทำให้หางคิ้วกระตุก

ปลาลามกเช่นเจ้าห้ามดื่มสุราอีก!’

นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? ใครกันปลาลามก แล้วเจ้าแมวรู้ได้อย่างไรว่าข้าดื่มสุรา นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่!? ข้าหันไปมองทั้งสองหนุ่มหยกที่กระแอมกระไอหน้าแดงระเรื่อ พอเงยหน้าสบตากับข้าก็พร้อมใจกันหลบหลีกสายตาเอียงอาย หน้านั้นยิ่งแดงก่ำไปมากกว่าเดิม ข้าเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาจริงๆ แล้ว

เมื่อคืนข้าทำสิ่งใดอย่างนั้นรึ!?

 

 

 

 

 

 



ข้าเองจะใครล่ะ!? พวกเจ้ามโนว่าใครอย่างนั้นรึ!?


และแล้วผู้โชคร้ายก็คือ....รองแม่ทัพสวินหยาง! วะฮ่าฮ่าฮ่า!

กลายเป็นเหยื่อของถิงถิงไปเสียนี่ กลับบ้านไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลานะ

รู้หรือยังเล่าว่าใครเป็นคนๆ นั้นที่ถูกชน โธ่ เข้าออกจวนสกุลเซี่ยทะลุทะลวงเช่นนั้นจะมีใครอีก

ย่อมเป็นเจ้าแมวแน่นอนอยู่แล้ว! เฮ้อ บทพระเอกน้อยเหลือเกิน

เอาละ หลังจากหายไปยาวนานถึงเจ็ดตอนด้วยกัน ตอนหน้าเจ้าแมวคัมแบ็ค

จัดเต็มในงานวันเกิดของถิงน้อยอย่างแน่นอนค่ะ

ปล. ดิบมาสองตอนติด ไม่มีเวลาทวนเลย ฮือ! ขออภัย พยายามปั่นวันละตอนอยู่

ยอมรับว่าปั่นนานจริง วอนอย่าด่าเยอะ เพราะพยายามทำแล้ว โปรดเห็นใจด้วยค่ะ กระซิกๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.128K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25451 Frizzy G (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:36
    ชอบตอนนี้ที่สุด
    #25,451
    0
  2. #25403 Maylyunho (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:04
    เจ้าปลาลามกทำอะไรแมววว
    #25,403
    0
  3. #24750 aynahcsoo  (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:20
    เมาละทำอะไรลงไปเจ้าถิงถิงงง 5555555
    #24,750
    0
  4. #24458 Fueled me (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:01
    ปกติก็ซื่อๆอยู่แล้วพอเมานี่ยิ่งไปกันใหญ่แน่นอน5555555555555
    #24,458
    0
  5. #23994 munkrishear (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 21:21
    ถิงถิงทำอะไรรรร555555555
    #23,994
    0
  6. #23764 Peach9 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 14:27
    น้องงงงงง555555
    #23,764
    0
  7. #23601 PaPa9 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:30
    สงสารรองแม่ทัพ มีแววว่าจะถูกลงโทษ
    #23,601
    0
  8. #22640 DKdabble (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 08:01
    สงสารรองแม่ทัพสวินหยาง โดนเชิดเป็นตุ๊กตตาเลย (น่ารักมาก ;-;) เพลย์แบ็คกลับไปเมื่อคืนได้มั้ยคะะ
    #22,640
    0
  9. #22199 Xialyu (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:20
    ปลาลามก อิอิ
    #22,199
    0
  10. #21987 lills (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 15:48
    55555555555555น้องงง
    #21,987
    0
  11. #21084 pcy921 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:10
    รีเพลย์เมื่อคืนหน่อยค่ะ อยากรู้ด้วยคน555
    #21,084
    0
  12. #20886 kanchalikas (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 05:45
    -เราก็นึกว่าองค์รัชทายาท ซะอีก 555555555555
    #20,886
    0
  13. #20414 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 08:43
    จิ้งถิงโดยสวินหยางโกรธแล้วอ่ะ555555555 เพราะจะอดไปทำข้าวให้กินรึเปล่าน้าาา แล้วคืนนั้นจิ้งถิงทำอะไรอ๋องแมวอ่ะ
    #20,414
    0
  14. #19333 นิมะตัน (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 15:48
    ปลาลามก! 5555
    มิใช่ว่าท่านก็พอกันรึฉินอ๋อง
    #19,333
    0
  15. #18428 sofar_fa (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 12:57
    ท่านรองแม่ทัพสวินหยางอย่าบอกนะว่าท่านจะเอาจริงเพียงเพราะเพื่อที่จะให้ถิงถิงไปทำอาหารให้กินจริงๆน่ะ มันไม่น่ารักเกินไปหน่อยหรือ 5555
    แต่ดูเหมือนว่าคนๆนี้จะรู้แล้วด้วยว่าพลังของถิงถิงคืออะไร ถึงได้ตัดสินใจขอยอมแพ้
    และท่านอ๋องแมวกับบทพระเองของเขา
    ตอนที่แล้วมาแต่ตัวตนที่ถิงคิดว่าเป็นกำแพงกับเสียงถอนหายใจ?
    มาในตอนนี้กลับมาแต่จดหมาย 5555 ช่างเป็นพระเอกที่ค่าตัวแพงมากจริงๆ
    #18,428
    0
  16. #17809 Meatboll (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 15:53
    ตลกพี่น้องสวิน เพื่อของกินนี่ไม่ออมมือเลยนะ5555
    #17,809
    0
  17. #17602 DKdabble (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 01:46
    ตอนนี้ขำมาก เพิ่งเคยเห็นรองแม่ทัพสวินหยางออกอารมณ์สีหน้าท่าทางขนาดนี้ อ่านแล้วมาๆ เดี๋ยวน้องกอดปลอบให้นะคะ ฮืออออ เอ็นดูท่านสวินหยาง คงโกรธน่าดู55555555
    #17,602
    0
  18. #15740 Asahi_san (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 01:42
    ว่าแล้วว่าเจ้าแมวแอบโดดกลับมาจริงๆด้วย!! จิ้งถิงน้อยทำอะไรลงไป!?
    #15,740
    0
  19. #14606 ttbfha (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 00:57
    มีเรื่องให้คาดไม่ถึงตลอดเลย รักเรื่องนี้มากขึ้นทุกครั้งที่ได้อ่าน สวัสดีปีใหม่นะคะ
    #14,606
    0
  20. #14552 แกงส้ม (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 06:45
    ดูแลตัวเองด้วย ถิงๆ
    #14,552
    0
  21. #14521 JENNYHA (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 00:02
    ยังไงงงงงงง
    #14,521
    0
  22. #14383 -Shawty- (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 19:34
    โดนน้องสาวผลักให้ออกมาอาสาสู้แทนสาวสวย
    ไฟกระหายในชัยชนะยังไม่ลุกเท่ากับตอนน้องบอกให้สู้เพื่อให้ได้มาซึ่งของกิน อืมม..
    เพราะงั้นขอให้ลืมภาพลักษณ์ผู้ทรงศีลที่อดอาหารกินแต่ผักผู้นั้นไปซะหนูๆ
    #14,383
    0
  23. #14334 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 10:57
    เพื่อของกินท่านรองแม่ทัพทำได้ทุกอย่างสินะ555555555//แมวกับปลาย่าง~
    #14,334
    0
  24. #14262 Lunar+Phase (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 00:19
    เดี๋ยวนี้ถิงถิงมีวิวัฒนาการ รู้จักใช้สมองวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยแฮะ แต่ทำไมถึงยังทึ่มทื่อเรื่องรักๆใคร่ๆของตัวเองอยู่ได้นะ

    *ไรท์ปั่นได้วันละตอนก็สุดยอดแล้วค่ะ
    #14,262
    0
  25. #14261 Anuya-Sha'★ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 23:28
    ฮือออ ฉินอ๋องงงงงงง คิดถึงท่านมาก โปรดกลับมาหาข้---! /โดนหางปลาฟาดหน้า
    #14,261
    0