เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 72 : ตอนที่ ๖๙ ประชันบุปผชาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,167 ครั้ง
    26 ธ.ค. 59

ตอนที่ ๖๙ ประชันบุปผชาติ

ระหว่างกินข้าวมื้อเย็นอยู่นั้นมารดาผู้น่านับถือของข้าก็คำรามออกมาเสียงแหลมเฉียดหู ข้าถึงกับผงะหน้าซีด ตะเกียบร่วงจากมือหล่นลงพื้น ยกมือปิดหูแทบไม่ทัน ในหัวคล้ายมีเสียงวิ้งๆ วนเวียนไปมาจนมึนไปหมด นี่มันอันใดกัน? กับข้าวไม่อร่อยถึงเพียงนั้นเลยรึ? เหตุใดถึงได้อาละวาดหูแตกเช่นนี้ ไยไม่บอกกล่าวกันดีๆ เล่า?

คนรับใช้ที่ยืนอยู่รายล้อมมองข้าอย่างแปลกใจ จื่อลู่กับชิงลู่รีบพุ่งเข้ามาถามไถ่ด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยแฝงไปด้วยความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ข้าถอนหายใจเฮือก มองมารดาที่ทำหน้าบึ้งตึงราวกับถูกผู้ใดขัดใจมา หรือนางจะทะเลาะกับท่านพ่อมาอย่างนั้นรึ? จื่อลู่ยื่นตะเกียบคู่ใหม่มาให้แต่ข้ากลับหมดอารมณ์ที่จะกินข้าวต่อเสียแล้ว ก่อนจะข้าจะทันได้ถามไถ่มารดานางก็หันมาสั่งข้าด้วยน้ำเสียงเข้มงวด

ไปเอาสุรามา! ข้าอยากจะดื่มสุรา!

ข้านิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันศีรษะไปมองจื่อลู่และชิงลู่ ริมฝีปากแย้มยิ้มเล็กๆ แล้วเอ่ยบอกพวกเขาอย่างเกรงอกเกรงใจ

“จื่อลู่ เจ้าจงไปเตรียมสุราและกับแกล้ม ชิงลู่ไปจัดเตรียมที่นั่งในสวนหลังเรือน ข้าอยากจะดื่มสุราที่นั่น รีบหน่อยเล่า ข้ากินข้าวอิ่มแล้ว อีกประเดี๋ยวจะได้ไปที่นั้นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เสียหน่อย”

จื่อลู่คล้ายต้องการจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก้มศีรษะรับคำสั่งพร้อมกับดึงสหายอีกคนที่ยืนนิ่งไปด้วยกัน ข้ากลับมาก้มหน้ากินข้าวต่อเงียบๆ กินไปสองสามคำก็อิ่ม เรียกให้เด็กรับใช้มาปรนนิบัติ ล้างไม้ล้างมือและบ้วนปากหลังกินเสร็จ จากนั้นก็ชำเลืองมองมารดาที่สะบัดตัวลอยออกไปนอกเรือนแล้ว

ด้วยการจัดการที่รวดเร็วและคล่องแคล่วของสองหนุ่มหยกฟ้าม่วงข้าจึงได้มานั่งทอดอารมณ์อยู่กลางสวนหลังเรือน ในมือถือจอกสุราหอมกรุ่นรสชาตินุ่มลิ้นรสชาติกลมกล่อม สองหนุ่มหยกเลือกสรรสุราฤทธิ์ไม่แรงนักมาให้แก่เจ้านาย ข้าก็มิได้ตั้งใจจะร่ำสุราจนเมามายจึงมิได้กล่าวอันใดต่อพวกเรา ข้ายกจอกสุราจิบทีละนิดมองดูพรรณไม้นานาในสวนที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาหลังจากต้องบั่นทอนชีวิตเพื่ออยู่รอดท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ

บนโต๊ะไม้ตรงหน้าข้ามีจานของกินเล่นกับแกล้มหลากหลายวางอยู่ และยังมีกระถางธูปเซ่นไหว้ที่ตระเตรียมแก่ใครบางคนโดยเฉพาะ มือขาวผ่องที่เลือนรางยกจอกสุราซดครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนจะไม่ทันใจนัก นางถึงกับคว้าไหสุรากรอกปากอึกแล้วอึกเล่า เห็นอาการหนักหนาของมารดาข้าก็รับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ข้าโบกมือไล่คนรับใช้ออกไปให้หมดเสียก่อนถึงเปิดปากถามมารดาที่เริ่มจะสะอึกมึนเมา

“ท่านแม่ เกิดอันใดขึ้นอย่างนั้นรึ?”

อึก! ข้ามัน...อึก! ช่างเป็นลูกอกตัญญู...ฮึ

“เหตุใดถึงได้กล่าวเช่นนั้น?”

ย่อมเป็นเช่นนั้น ย่อมเป็นเช่นนั้นแน่! ข้าเป็นบุตรสาวไม่ได้ความ! ท่านพ่อ...

“ท่านตาทำไมรึขอรับ?” ข้าพยายามใจเย็น พยายามเข้าใจคนกำลังฟูมฟายพูดไม่ชัดและยังแผดเสียงดังลั่น โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน มีเพียงข้าที่ได้ยิน ไม่เช่นนั้นต้องถูกผู้คนด่าโคตรเหง้าอย่างแน่นอน พูดไปมาสองสามคำท่านแม่ก็เบ้ปากเหมือนจะร่ำไห้ รำพึงรำพันขอโทษท่านตาผู้นั้นไปมาและกล่าวโทษต่อว่าตนเองไม่หยุด

ข้าปล่อยนางปลดปล่อยอารมณ์ข่มขืนใจ นั่งเฝ้ามองดูอยู่เงียบๆ ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เสียงของท่านแม่คล้ายจะแหบแห้งลงมากแล้วนางถึงค่อยๆ สงบลง ข้าหยิบน้ำเปล่าไปวางตรงหน้าแล้วยกกาชารินน้ำชาอุ่นๆ ไปวางให้อีกฝ่ายจิบ หวังว่าจะท่านแม่จะพอตั้งสติได้แล้วกระมัง ท่านแม่ยกจอกน้ำชาขึ้นมาเป่าก่อนจะจิบทีละนิด

“หลายวันมานี้ข้าเห็นท่านครุ่นคิดไม่ตก ไม่ทราบว่าคิดเรื่องใดอยู่หรือ? ไยถึงได้ดูจริงจังเพียงนี้?”

หลังจากเห็นสีหน้าแววตาของท่านแม่กลับมาแจ่มใสชัดเจนเป็นปกติข้าก็ไม่รอช้าเอ่ยถามนางในทันที หลายวันที่เห็นนางลอยไปมาในเรือนหงเหมย พกพาสีหน้ากลัดกลุ้มหนักใจไปทุกที่ แม้จะพยายามทำตัวเป็นปกติมากเท่าใดแต่สุดท้ายคิ้วบางใบหลิวนั้นก็ขมวดมุ่นเข้าหากันอยู่ดี แถมระยะนี้ท่านแม่คล้ายจะตีตัวออกห่างจากท่านพ่ออย่างเห็นได้ชัด ปกตินางมักจะเกาะหนึบติดหลังท่านพ่อไปไหนมาไหนตลอด จนข้าน้อยใจแล้วน้อยใจอีกสุดท้ายก็ได้แต่ปลงตก

“อย่าได้ปฏิเสธว่าไม่มีอันใด ข้าเห็นท่านทำตัวแปลกๆ จนอึดอัดใจไปหมดแล้ว เหตุใดไม่เล่าระบายให้บุตรชายผู้นี้ของท่านฟังไว้บ้างเล่า แม้ข้ามิอาจจะช่วยแก้ไขปัญหาของท่านได้ แต่เพียงรับฟังความลำบากใจของมารดานั้นข้าย่อมทำได้แน่นอน”

ถิงเอ๋อร์! เด็กดี! เจ้าช่างสมกับเป็นบุตรชายของข้ายิ่งนัก เหตุใดถึงได้จิตใจดีงามไม่ต่างจากข้าเลยนะท่านแม่จ้องมองมาที่ข้า ดวงตาเปล่งประกายแวววับไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ข้าแอบถอนหายใจเบาๆ กับท่าทางเกินเหตุอ่อนไหวไม่ธรรมดาและไม่วายจะชื่นชมตนเองอย่างแนบเนียน

“ตกลงว่ามันคือเรื่องอันใดกันแน่ขอรับ?”

ยังจำตอนที่บิดาของเจ้าเรียกไปพูดคุยเมื่อครั้นที่กลับมาจากสถาบันศึกษาหลวงครั้งแรกได้หรือไม่? ตอนนั้นได้บอกไว้ว่ามีเรื่องให้เจ้าต้องตัดสินใจใช่หรือไม่?

ข้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงพยักหน้า จำได้ว่าตอนนั้นข้ากำลังยุ่งยากใจเพราะเรื่องบางอย่างอันไร้สาระจึงทำให้ท่านพ่อบอกปัดไปวันหน้า เพียงแค่บอกไว้ว่าอีกหนึ่งเดือนท่านตาตระกูลเยว่ผู้นั้นจะมาเยี่ยมสหายที่เมืองหลวงแคว้นฉิง ข้ากะพริบตาจ้องมองใบหน้าแดงระเรื่อมีสีสันด้วยฤทธิ์สุราของมารดานิ่งๆ แล้วเกิดลางสังหรณ์ขึ้นมาในใจ จากวันนั้นมาถึงวันนี้ก็เหลือเพียงสองอาทิตย์เท่านั้นที่ท่านตาผู้นั้นจะมาถึง หรือว่าเรื่องที่ท่านแม่คิดมิตกจะเกี่ยวกับท่านตาอย่างนั้นหรือ?

เฮ้อ อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องรู้และต้องตัดสินใจเลือก วันนี้หรือพรุ่งนี้ย่อมมีค่าเท่ากัน เช่นนั้นข้าจะบอกเจ้าที่นี่เลยแล้วกัน

ข้าไม่เอ่ยอันใดออกไป กำจอกสุราเอาไว้แน่น สีหน้าก็ยังคงราบเรียบไม่แม้แต่จะกระตุกเผยความกังวลออกไป ท่านแม่จ้องมองไปที่ควันธูปที่ล่องลอยไปในอากาศอย่างเหม่อลอย อึดใจต่อมานางก็เปิดปากพูด

เมื่อท่านตาของเจ้ามาถึง ตอนนั้นพวกเราจะไปเจอท่าน ไม่เพียงเท่านั้นแต่เจ้าจงตัดสินใจว่าจะอยู่ที่นี่หรือจะไปยังตระกูลเยว่ เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดบังคับเจ้าแน่นอน เจ้าพึงใจกับตัวเลือกใดก็จงเลือกไปทางนั้น แต่พึงระลึกไว้ว่าจงตัดสินใจเลือกอย่างระมัดระวัง จะอยู่ที่นี่ซึ่งมีบิดาที่ปกป้องเจ้าได้และมีฉินอ๋องที่เจ้าคะนึงหา หรือจะเลือกไปที่ตระกูลเยว่เพื่อพัฒนาตนเองสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์มีเกียรติ จงตริตรองด้วยตนเองเถิด

“.....” ข้าค่อยๆ วางจอกสุราลงบนโต๊ะ สุราในจอกนั้นกระเพื่อมเป็นวงแล้วค่อยๆ สงบราบเรียบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ข้าแย้มยิ้มเบาบางพลางพยักหน้าอย่างไร้กังวลใดๆ

“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเก็บไปตรองให้ดีอย่างแน่นอนขอรับ”

ท่านแม่หันมามองข้าด้วยแววตาประหลาดใจเป็นอย่างมาก สีหน้างุนงงปนไม่อยากเชื่อว่าข้าจะรับคำอย่างสงบมากขนาดนี้ นางถอนหายใจแล้วเอ่ยคล้ายกังขา

เจ้าถึงกับไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย ตอนแรกข้านึกว่าเจ้าจะโพล่งเลือกที่จะอยู่ที่นี่เสียอีก

อันที่จริงข้าตะลึงไปวูบหนึ่งแต่มันก็เพียงแค่เสี้ยวลมหายใจเท่านั้น ไม่แปลกที่ท่านแม่จะไม่รับรู้ จากนั้นข้าก็ใช้เวลาคิดพอจะคาดเดาอะไรได้บ้างหลังจากที่พวกเขากล่าวถึงท่านตาผู้นั้น และท่าทางกลัดกลุ้มคิดไม่ตกของมารดา นั่นทำให้ข้ารวบรวมสติและระงับสีหน้าให้สงบนิ่งได้ชั่วพริบตาราวกับไม่ตื่นตระหนกใดๆ

เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วลูกข้าท่านแม่เอ่ยพลางจ้องมองข้าด้วยแววตามีความสุขปนเศร้าสร้อย ประหนึ่งมารดาที่เห็นบุตรชายตบแต่งภรรยาและมีบุตรแล้วหนึ่ง ดีใจที่บุตรชายเติบโตขึ้นและเศร้าใจที่จะไม่เห็นลูกตัวน้อยๆ อีก ความสับสนที่เป็นสุขทำให้นางต้องทอดถอนหายใจออกมายาวนานก่อนจะยกไหสุราขึ้นซดอีกครา

ข้าก็ไม่ได้เอ่ยอันใดอีก ยกจอกสุราของตัวเองขึ้นมาจิบตามไปอย่างช้าๆ ผ่านไปเนิ่นนานหลังจากจิบสุราจนรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างสมองแจ่มใสและมึนเมานั้นข้าก็แหงนหน้ามองไปยังฟากฟ้า กะพริบตามองดาราเรียงรายระยิบระยับบนท้องนภากว้างไพศาล ท้องฟ้าราตรีนี้งดงามยิ่ง หากได้เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมที่ไพเราะ สุรารสเลิศนี้ย่อมจะเพิ่มพูนความหอมหวานขึ้นมากเป็นแน่

ดวงตาคล้ายพร่าเลือนเห็นสตรีผู้งดงามซึ่งเป็นมารดาบังเกิดเกล้าค่อยๆ โอนเอนตัวไปมา หยาดสุราหยุดสุดท้ายไหลลงลำคอพร้อมๆ กับร่างอรชรนั้นล้มพับไปกับพื้น ปล่อยให้ไหสุรากลิ้งไปตามพื้นจนกระทั่งไปหยุดแทบเท้าคู่หนึ่ง ข้าที่ซึมเชื่องด้วยฤทธิ์สุราค่อยๆ เงยหน้าไปมองบุรุษดวงหน้าหล่อเหลาสวมอาภรณ์สีดำทมิฬ เขากำลังจ้องมองไปยังที่มารดาของข้าที่หน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์เมรัยด้วยสีหน้าว่างเปล่านิ่งเฉย

“ท่านพ่อ...”

“อืม เจ้าเมามากแล้ว ไปพักเถิด” แววตาแข็งกระด้างแหลมคมคู่นั้นคล้ายจะอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย เขาเอ่ยบอกข้าที่อยู่ๆ ก็หัวเราะออกมาอย่างระงับไม่อยู่ ข้าผงกศีรษะรับคำสั่งนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินโซซัดโซเซกลับเรือน สมองอันเลอะเลือนของข้าว่างเปล่าเลือนราง เดินไปเพียงครู่หนึ่งก็คล้ายว่าจะไปชนเข้ากับกำแพงหนาจนเกือบร่วงโครมไปกับพื้น

ข้าทิ้งตัวนอนลงไปทั้งตัวไม่สนใจว่าจะเป็นพื้นสกปรกหรือไม่ อ่า แม้อยากจะลุกขึ้นเดินต่อไปให้ถึงห้องแต่ร่างกายกลับอ่อนปวกเปียกไม่หมด ข้าหัวเราะคิกคักออกมาไม่หยุด ก่อนจะหลับตาคล้ายจะง่วงนอนขึ้นมาฉับพลัน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงถอนหายใจของใครบางคนดังอยู่เหนือตัวของข้า อ่า เสียงนั้นช่างคุ้นยิ่งนัก เป็นผู้ใดกันนะ?

ด้วยเพราะอัดสุราเข้าสู่สายเลือดไปหนักเกินควร วันรุ่งขึ้นข้าถึงกับเวียนศีรษะลุกไม่ไหวต้องนอนบนเตียงจนกระทั่งตกเย็นถึงหายเมา ข้ากุมขมับนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องโถงรับแขก ร่างกายยังล้าจากการนอนทั้งวันอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วดีกว่าตอนเช้าที่เพิ่งลืมตาตื่นนัก ให้ตายเถิด ต่อไปข้าจะไม่ดื่มสุราพวกนี้อีกแล้ว เห็นชัดๆ ว่าหวานอร่อยแต่กลับทำให้ผู้คนนอนซมบนเตียงเป็นวันเช่นนี้ เฮ้อ นี่มันของอันตรายชัดๆ!

แถมคืนวานข้ายังไม่ได้ไปอยู่โยงที่จวนสกุลหยาง ยังดีที่ยังไม่มีอันใดเกิดขึ้น หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นปานนี้คงจะได้ยินข่าวบ้างแล้ว แต่นี่ยังสงบและมีแต่เรื่องรื่นเริงของงานประชันบุปผชาติเท่านั้น ข้าจิบน้ำชาอุ่นๆ ให้ตนเองสร่างเมาหัวปลอดโปร่งโล่งสบาย จากนั้นก็กินข้าวมื้อเย็นตามลำพัง ข้าวมื้อเย็นนี่รวบรวมตั้งแต่มื้อเช้ามา เพราะมัวแต่นอนเมาแอ๋ถึงไม่ได้แตะสิ่งใดนอกจากน้ำแกงสร่างเมาที่จื่อลู่จับกรอก

“นายน้อยขอรับ มีแขกมาขอพบขอรับ”

ข้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็มิได้กล่าวออกไป พยักหน้าให้แก่จื่อลู่ให้นำแขกไปรอที่ห้องรับแขกเสียก่อน ข้ากินข้าวไปอีกสองสามคำก็เรียกให้ชิงลู่มาจัดการ ส่วนข้านั้นก็ลุกไปต้อนรับแขกที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาหา พอเดินเข้าไปในห้องโถงรับแขกข้าก็ยกคิ้วเล็กน้อยทันทีที่เห็นแขกที่ว่านั้น

“คารวะส่านอ๋อง คุณหนูหาน” ข้าสาวเท้าเข้าไปทักทายอ๋องหนุ่มที่วันนี้ยังคงเหนียวแน่นในการสวมอาภรณ์สีเขียวสบายตา พอทักทายผู้สูงศักดิ์เสร็จข้าก็หันไปพยักหน้าให้แก่สตรีสาวผู้งดงามร้อนแรงดังเช่นอาภรณ์สีแดงเพลิงที่นางสวมใส่ อันนี้แปลกใจยิ่งกว่าเจอส่านอ๋องเสียอีก

“ไม่ทราบว่าพวกท่านมาด้วยเรื่องอันใดอย่างนั้นรึ?” พอทักทายข้าก็มานั่งฝั่งตรงกันข้ามกับพวกเขา จากนั้นก็เริ่มถามไถ่ธุระที่ทั้งสองคนซึ่งไม่น่าจะมาด้วยกันมารวมตัวกันที่เรือนของข้าเช่นนี้ ส่านอ๋องเหลือบมองคู่หมั้นสาวเล็กน้อยก่อนจะออกตัวเกริ่นไกลตั้งแต่ตะวันออกไปยังตะวันตกเพื่อบอกเล่าว่าไม่ได้มาด้วยกัน ข้าไม่ได้พูดอะไรทำเพียงพยักหน้ารับรู้พลางยิ้มเล็กๆ ส่วนหานลี่จูก็ตีสีหน้านิ่งประดุจหินผาไม่สะเทือนแม้เพียงนิด

“แล้วตกลงว่าท่านอ๋องมาด้วยเรื่องอันใดรึ?”

“อ้อ ที่ข้าว่ามานี่ก็เพราะวันนี้ไม่เห็นเจ้าอยู่ในงานประชันบุปผชาติน่ะสิ เจ้าไม่ได้รับบัตรเชิญอย่างนั้นหรือ? ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ เพราะแม้กระทั่งพวกลูกพี่ลูกน้องของเจ้ายังได้รับเชิญไปเลย” ส่านอ๋องทำหน้าคิดขึ้นมาได้หลังจากที่เลยเถิดไปไกลลิบ มัวแต่ร้อนตัวเรื่องสาวจนหลงลืมธุระที่มาตั้งแต่แรก ส่านอ๋องรีบวกกลับมาที่ธุระของเขา พอฟังข้าก็ทำหน้าคิดได้

“ข้าได้รับบัตรเชิญ เพียงแต่วันนี้ไม่ค่อยสบายจึงมิได้ไป น่าเสียดายยิ่งนัก”

พูดถึงเรื่องนี้ข้าก็ค่อนข้างเสียดายที่ไม่ได้ไปชมของสวยๆ งามๆ อะแฮ่ม! ข้าหมายถึงมิได้ไปเปิดหูเปิดตากับความสามารถอันหลากหลายของสตรีคนเก่งแห่งเมืองหลวง ส่านอ๋องมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ รอบหนึ่งแล้วถอนหายใจคล้ายโล่งอก หือ เหตุใดถึงมีท่าทีเช่นนั้นกันเล่า การที่ข้าไม่ไปงานนั้นถึงกับต้องถอนหายใจเลยอย่างนั้นรึ? ข้าจ้องมองส่านอ๋องจนกระทั่งเขารู้สึกตัวก็หัวเราะแห้งๆ เหมือนกลบเกลื่อน

“ไม่ต้องเสียดาย เจ้าไม่ไปน่าจะดีกว่า” หานลี่จูพูดโพล่งแทรกบรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก่อนจะหันไปจิบน้ำชาไม่อธิบายเพิ่มเติมสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย ข้าขมวดคิ้วงุนงง ส่านอ๋องขุ่นเคืองจ้องมองหานลี่จูเขม็งแล้วหันมาพูดกับข้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ไม่มีอะไร ก็แค่จำอวดไร้สาระ อย่าได้คิดมากเลย”

อันที่จริงข้าก็มิได้สนใจอยู่ก่อนแล้ว พอส่านอ๋องพูดเช่นนั้นข้าก็พยักหน้าว่าง่ายไม่ขัดใดๆ หลังนั้นส่านอ๋องก็ถามไถ่อาการของข้าตามมารยาท จากนั้นก็คุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตกดึกพอสมควร ส่านอ๋องที่คุยติดลมบนก็ชะงักเงยหน้าไปมองด้านนอกที่มืดสนิท ก่อนจะสำนึกได้ว่าจะต้องกลับเขาถึงตัดบทขอตัวกลับ

ข้ายินดีส่งทั้งสองกลับอย่างรวดเร็ว มองหนุ่มสาวที่เกี่ยงไปมา สุดท้ายส่านอ๋องก็พาหานลี่จูไปส่งก่อนจะกลับวังของตนเอง ดูๆ ไปทั้งสองไม่คล้ายจะเกลียดกันเลยสักนิด มันคล้ายกับคู่รักแง่งอนกันเสียมากกว่า ข้าถอนหายใจเดินกลับเข้าเรือนเพื่อกลับไปพักผ่อนพักฟื้นร่างกาย

เช้าต่อมาข้าเตรียมตัวไปเข้าร่วมงานประชันบุปผชาติในวันที่สอง เมื่อเข้ายามซื่อ(๙-๑๑น.)ข้ามาก็ถึงงานประชันบุปผชาติซึ่งจัดอยู่ที่สนามลานประลองศิลา ที่นี่ใช้เป็นสถานที่จัดการประลองวรยุทธ์หรือพลังวิเศษ สนามลานประลองแห่งนี้อยู่ในการดูแลของค่ายทหารแม่ทัพใหญ่หู

กล่าวถึงแม่ทัพใหญ่หูที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในแคว้นฉิง ด้วยระดับพลังวิเศษที่อยู่ในขั้นเก้าช่วงต้นจึงได้ยินข่าวลือกันว่ากำลังจะเขยิบขึ้นไปเป็นช่วงกลาง แม้ว่าช่วงต้นและช่วงกลางดูเหมือนจะไม่ห่างกันนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วหากอยู่ในระดับแปดขึ้นไปแล้วแต่ละช่วงนั้นจะต่างชั้นกันอย่างมหาศาล แม้จะอยู่ในขั้นแปดเช่นเดียวกันแต่คนหนึ่งอยู่ช่วงต้นและอีกคนอยู่ช่วงกลาง คนที่อยู่ขั้นแปดช่วงกลางย่อมมีความได้เปรียบมากกว่า

หากวันนี้ได้มีโอกาสเจอแม่ทัพใหญ่หูผู้แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นสักแวบคงจะดี เอาเถิด ได้มาดูพลังวิเศษของคนอื่นก็น่าจะดีแล้วกระมัง ด้านหลังของข้าเป็นชิงลู่ที่ติดตามมาดูแล หนุ่มน้อยหยกฟ้าค่อนข้างตื่นเต้นกับผู้คนที่มากมายเดินเบียดเสียดหัวไหล่กันไปมา คนเยอะราวกับเป็นเทศกาลลอยโคม แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคืองานนี้มีสตรีเดินไปมามากกว่าปกติ เป็นภาพที่หาได้ยากที่จะเห็นสตรีมากมายเช่นนี้ เพราะปกติแล้วพวกนางมักจะเก็บตัวอยู่กับเหย้าอยู่กับเรือน

ข้าเดินดูลานประลองซ้ายขวาที่มีการแข่งขันประลองพลังอย่างต่อเนื่อง ในวันแรกนั้นจะเป็นการแสดงทักษะด้านต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เล่นดนตรี วาดภาพ เขียนอักษร แต่งกลอน เย็บปัก หรือกระทั่งเดินหมากกระดาน และในวันที่สองนี้จะเป็นการแสดงฝีมือด้านการต่อสู้ ในการแข่งขันครั้งนี้มิได้บังคับให้ทุกคนต้องเข้าร่วม แต่รับสมัครคนที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันซึ่งจะลงชื่อแข่งขันในวันที่หนึ่งของงานประชันบุปผชาตินั่นเอง

จื่อลู่อาสาไปหาของกินและน้ำ ส่วนข้านั่นมานั่งอยู่บริเวณหน้าซุ้มผู้ชม ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือยังไง พอนั่งปุ๊บสายตาทุกคู่ในบริเวณนั้นก็หันมาจับจ้องที่ข้าในทันที ข้านั่งนิ่งเฉยราวกับไม่ใส่ใจกับสายตาอยากรู้อยากเห็นเกินพอดีของผู้คน ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมองกันทำไมแต่ข้าชักเริ่มกระวนกระวายเสียแล้วสิ บ้าจริง ไม่เคยเห็นคนนั่งดูงานประลองหรืออย่างไร ข้าพยายามตั้งสายตาติดตามการแข่งขันอยู่บนเวทีการประลองที่ต่อสู้กันดุเดือด

“จิ้งถิง เจ้าเองก็มาร่วมชมความตื่นเต้นนี่ด้วยอย่างนั้นรึ?” เสียงแจ่มใสของใครบางคนดังแว่วเข้าหู ข้าหันไปมองแล้วหรี่ตายกมือบังแสงสว่างซึ่งเกิดจากรอยยิ้มสดใสของคุณชายหมิง บ้าจริง แสงแยงตา คุณชายหมิงหัวเราะคิกคักดูจะสนุกสนานกับงานประชันบุปผชาติเป็นอย่างมาก เขาอาจจะเป็นบุรุษส่วนใหญ่ที่มีความสุขกับงานนี้แต่เหตุผลอาจจะไม่ใช่เพราะได้เห็นดรุณีสวยสดหลากหน้า แต่คุณชายหมิงอาจจะเป็นเพราะชอบงานรื่นเริงทุกงานอยู่แล้วกระมัง

คุณชายหมิงเดินเข้ามานั่งข้างข้าแล้วเริ่มเปิดบทสนทนาอย่างไหลลื่นไม่สะดุด ข้าได้แต่นั่งฟังเขาพูดพลางพยักหน้าหงึกหงักเหมือนฟังเขาอยู่แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ฟังเลย ข้าชำเลืองมองไปรอบๆ ที่เหมือนจะเพิ่มเสียงฮือฮามากขึ้นตั้งแต่คุณชายหมิงเดินเข้ามาทักข้าแล้ว สายตาที่จับจ้องเมียงมองมาอย่างสนใจเพิ่มความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ข้าดึงสายตากลับคืนมาแล้วอึดอัดใจ แต่ก็พยายามทำเป็นนิ่งเฉยไม่ใส่ใจ

“นี่ พวกเจ้าคิดว่านั่นใช่คนๆ นั้นหรือไม่?”

“อ่า น่าจะเป็นคนผู้นั้นจริงๆ ได้ยินคุณชายหมิงเรียกชื่อชัดๆ เช่นนั้น แถมรูปโฉมของเขาก็... ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดฉินอ๋องถึง...”

คิ้วของข้าค่อยๆ ขมวดเข้ากัน คนพวกนั้นพูดอันใดกันฟังไม่ถนัดเลย ต้องนินทาข้าอยู่แน่ๆ ได้ยินแว่วๆ แถมยังได้ยินพูดถึงเจ้าแมวด้วย นี่พวกเขากำลังพูดเรื่องข้ากับฉินอ๋องอยู่สินะ อ่า ข้าชักจะประหม่าแล้วสิ แม้จะได้น้ำและขนมอร่อยๆ จากชิงลู่แต่ก็ไม่อาจลดความกังวลใจของข้าลงได้แม้แต่นิด

ข้ากับคุณชายหมิงไปไหนมาไหนด้วยกันจนกระทั่งหานลี่จูเข้ามารวมกลุ่มด้วยอีกคน และมีส่านอ๋องที่หนีกลุ่มดรุณีน้อยแสนหวานมาพึ่งพาพวกเขาบังหน้าจึงรอดพ้นออกมา เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของข้า ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่พากันสะกิดแขนชี้ชวนให้มองมาที่ข้า จากนั้นพวกเขาก็รวมหัวกันซุบซิบกันไม่หยุด วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยยิ่งนัก แม้จะไม่ทำเป็นไม่ใส่ใจแต่สุดท้ายมันก็ทำให้อารมณ์ของข้าตึงเครียดอยู่ดี

และแล้วการแข่งขันประลองฝีมือก็ได้ผู้ชนะ เป็นคนที่เรียกได้ว่าข้าคุ้นเคยหรือยังไงดีนะ? เอาเป็นว่าเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้นี่เอง ไม่แปลกที่นางจะเอาชนะทุกคนแล้วกลายเป็นผู้ชนะของปีนี้ไปได้ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าบิดาของนางนั้นเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในแคว้น ใช่แล้วละ สาวน้อยที่ข้าพูดถึงอยู่นั้นก็คือ... หูซือเชี่ยน ธิดาคนเล็กของแม่ทัพใหญ่หู

ตอนที่หูซือเชี่ยนขึ้นรับรางวัลนั้นบิดาของนางก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแย้มยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เรียกเสียงฮือฮาจากรอบข้างได้มากทีเดียว ข้าเป็นอีกคนที่รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย การปรากฏตัวของบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้น ตัวตนอัตลักษณ์ของเขาช่างดูแข็งแกร่งสมคำร่ำลือ ดวงตาของข้าเปล่งประกายเหมือนกับบุรุษทุกคนที่กระหายอยากจะแข็งแกร่งเช่นนั้น เว้นเสียแต่ส่านอ๋องที่ทำเสียงฮึขึ้นจมูกเหลือบหางตามองข้าแล้วเอ่ยอย่างหาเรื่อง

“เจ้าน่ะไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไร ทำตาวิบวับใส่บุรุษอื่นนอกจากท่านพี่ของข้าเช่นนี้” ส่านอ๋องคลี่ยิ้มล้อเลียนพึมพำว่าจะนำความนี้ไปถ่ายทอดถึงหูของพี่ชายอย่างแน่นอน ข้าขึงตาใส่เจ้าคนบ้าไผ่ นี่คิดจะหาเรื่องให้ข้ากับเจ้าแมวผิดใจกันเพื่อสนองความสะใจส่วนตัวละสิ ข้าไม่ยอมปล่อยเขามาสร้างรอยร้าวซั่วๆ นี้หรอก

“ใครๆ ก็ชื่นชมแม่ทัพใหญ่หูที่มีแข็งแกร่งที่สุดในแคว้นอยู่แล้ว”

“ตาแก่เนี่ยนะแข็งแกร่งที่สุด? เจ้านี่ช่างไม่รู้จักของดีใกล้ตัวเอาเสียเลย” ส่านตีคิ้วขึ้นสูงอย่างดูแคลน ก่อนจะเอ่ยบางอย่างเป็นนัยยิ้มเย้ยมาที่ข้า หมายความว่าอย่างไรกัน? เห็นข้าทำหน้างุนงงไม่เข้าใจ ส่านอ๋องก็ถอนหายใจเฮือกแล้วบอกใบ้ด้วยท่าทางอ่อนอกอ่อนใจเต็มไปด้วยความเวทนาสงสารจนข้าชักเริ่มโมโห

“เจ้าคิดว่าท่านพี่อยู่ในขั้นใดอย่างนั้นรึ?”

เอ๊ะ? เจ้าแมวน่ะรึ? หากจำมิผิดหลังสงครามเขาน่าจะอยู่ในขั้นเจ็ดช่วงปลาย ในชีวิตที่แล้วเขาบาดเจ็บพลังถึงลดลงแต่ตอนนี้เขาไม่เป็นอะไรเลย พลังน่าจะใกล้เข้าขั้นแปดเต็มทีกระมัง แม้ว่าฉินอ๋องจะเป็นขั้นแปดด้วยอายุเพียงนี้แต่อย่างไรก็ไม่อาจเทียบกับขั้นเก้าได้หรอกนะ สีหน้าของข้าแสดงออกชัดแจ้งเกินไปจนส่านอ๋องกลอกตาใส่ด้วยความเอือมระอา

“แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านพี่อยู่ขั้นใดแล้วแต่รับรองได้ว่าไม่แพ้ตาแก่นั้นหรอก”

จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรกัน เจ้าแมวไม่มีทางเกินขั้นแปดอย่างแน่นอน ข้ามองสีหน้ามั่นอกมั่นใจในตัวพี่ชายของส่านอ๋องแล้วชักไม่แน่ใจ ไม่มีทางหรอกน่า ข้าไม่สนใจน้องชายผู้คลั่งไคล้พี่ชายเกินเหตุหันไปมองบนเวทีซึ่งมีคุณหนูหูผู้ชนะการประลองยืนโดดเด่นอยู่ ข้ากะพริบตางุนงง นี่ยังไม่จบอีกอย่างนั้นหรือ? ระหว่างที่ข้ากำลังงุนงงไม่เข้าใจคุณชายหมิงก็เป็นคนกระซิบไขข้อสงสัย

“เป็นธรรมเนียมทุกปีผู้ชนะการประลองจะต้องเลือกบุรุษที่หมายตาขึ้นไปประลองกับตนเอง เมื่อสองปีที่แล้วลี่จูเองก็ท้าประลองกับส่านอ๋อง ผลคือส่านอ๋องแพ้อย่างหลุดลุ่ยน่าอายสุดๆ เลยละ”

“ถึงเจ้าจะกระซิบแต่ข้าได้ยินชัดเจนเชียวละ!” ส่านอ๋องกัดฟันเอ่ยเตือนหนุ่มแสงสว่างเจิดจ้าที่พอถูกทักก็หัวเราะแหะๆ ยืดตัวนั่งตรงแล้วฉีกยิ้มแบบไม่รู้ไม่ชี้ ข้าแอบชำเลืองมองส่านอ๋องที่หน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะอับอายหรือเขินกันแน่ ส่วนหานลี่จูนั้นกลับกระตุกยิ้มทำเสียงฮึขึ้นมาเบาๆ ส่านอ๋องถึงกับทำหน้าบึ้งตึงในทันที

“ว่าแต่นางจะเลือกผู้ใดกันนะ?” คุณชายหมิงเห็นท่าไม่ดีก็รีบพูดเปลี่ยนเรื่องอย่างได้จังหวะสวยงาม ข้าที่เกรงว่าจะมีการลงไม้ลงมือระหว่างคู่หมั้นเกิดขึ้นแอบลูบอกโล่งใจ เออออตามน้ำไปไม่ขัดให้เสียเรื่อง ทั้งสองก็เหมือนจะเข้าใจจึงพยายามออกความคิดเห็นกันไปเรื่อยเปื่อย ข้ากะพริบตาฉุดคิดขึ้นมาว่าหูซือเชี่ยนผู้นี้มิได้คลั่งไคล้เจ้าแมวอยู่งั้นรึ? น่าเสียดายที่ยามนี้คนๆ นั้นมิได้อยู่ที่นี่ไม่เช่นนั้นข้ามั่นใจว่านางจะต้องเลือกฉินอ๋องเป็นแน่

“คุณชายเซี่ย กรุณาชี้แนะข้าด้วยเจ้าค่ะ”

หะ!? ว่าอย่างไรนะ เหตุใดถึงเป็นข้าเล่า!?  

 

 

 

 

 

 

 

 

 



santa claus is coming to town

ฉินอ๋องเองก็ is coming back soonnnnn~~~

Cr. IG:fantasticflora


แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง้ ไม่ทันคริสต์มาสสสสสสส

พยายามปั่นให้ทันแล้วนะ แต่ไม่ทันจนได้ โฮฮฮฮ เสียใจ~

เอาละ ถือว่าเป็นของขวัญย้อนหลังคริสต์มาสล่ะกันเนอะ

สุขสันต์วันคริสต์มาสจ้า!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.167K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25402 Maylyunho (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:50
    นี่คือชอบหรือท้าทาย
    #25,402
    0
  2. #24801 namjrn_19 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 01:24
    หนูซื่อเกินไปแล้ววว
    #24,801
    0
  3. #24749 aynahcsoo  (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:08
    ยัยน้องโดนตลอดดดด 55555555
    #24,749
    0
  4. #24457 Fueled me (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 16:48
    หวยออกที่จิ้งถิงทุกหวะจริงๆ555555555555555
    #24,457
    0
  5. #23789 Nichan (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 16:50
    สังเกตวันที่ วันเดือนเดียวกันแต่ผ่านมาสองปีแล้วเชียวว
    #23,789
    0
  6. #23763 Peach9 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 14:05
    พระเอกเราน่ะค่าตัวแพงจริ๊งงงง
    #23,763
    0
  7. #22805 tunty0505 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 15:29
    ว่าแล้วว่าโบนัสต้องลงที่น้อง555 ฉินอ๋องเหมียวๆจงกลับมา มาเร๊ววว
    #22,805
    0
  8. #22711 Ineedtoreed (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 09:32
    ฉินอ๋องหายจนตอนนี้เชียร์องค์รัชทาแล้วจะ งงมาก คือองค์รัชทายาทคาเร็ดเตอร์หลังๆน่ารัก ชห
    #22,711
    0
  9. #22639 DKdabble (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 07:50
    สู้ๆน้าถิงถิง 555555
    #22,639
    1
    • #22639-1 1q_2w_3e_4r(จากตอนที่ 72)
      25 ตุลาคม 2562 / 19:21
      ฉันว่าแล้ววววววว555555555
      #22639-1
  10. #22198 Xialyu (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:10
    ปลาน้อยยยยยยย
    #22,198
    0
  11. #21986 lills (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 15:31
    อุ่ยยยยตายละ
    #21,986
    0
  12. #21083 pcy921 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:58
    งานเข้าเรยยยยย รู้งี้นอนอยู่บ้านดีก่าเนอะ5555
    #21,083
    0
  13. #20413 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 07:42
    ตายละจิ้งถิง จะเนื้อหอมกว่าอ๋องแมวเรอะะะ
    #20,413
    0
  14. #20154 ploybrf2 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 20:57
    แย่แน่เลยปลาน้อย
    #20,154
    0
  15. #19569 SKYnotSKI (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 03:35
    ชอบภาพประกอบอีกแล้วงง คุงซานต้าาาา
    #19,569
    0
  16. #18427 sofar_fa (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 12:18
    กลับมาแล้วค่าาา 5555 หายไปนานเลย สารภาพเลยว่าจำเนื้อหาได้แค่ลางๆ อย่างตอนก่อนหน้าคือไร แล้วอ๋องแมวไหยไปไหนเราจำได้ได้แล้ว แต่ก็ยังจำเนื้อหาโดยรวมได้อยู่ คิดว่าอ่านไปเรื่อยเดี๋ยวคงนึกออกเอง 5555 ไม่อยากย้อนมากเพราะมันยาว
    ส่วนในตอนนี้ ตอนถิงถิงเมา คนที่มารับถิงไว้คืออ๋องแมวใช่ไหม
    แล้วก็ คุณหนูหู ต้องการประลองเพื่ออยากสู้กับศัตรูหัวใจของตัวเองใช่มั้ยล่า
    อ้อ แล้วก็เรื่องที่ให้ถิงถิงเลือกว่าจะอยู่ที่ไหนนั่น จริงๆก็อยากให้ถิงถิงเก่งกว่านี้นะ เพราะคิดว่าในภายภาคหน้าน่าจะมีอะไรที่หนักกว่านี้แน่ แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากให้ถิงจากท่านพ่อกับอ๋องแมวไปเลย แม้ว่าจะกลับมาได้ก็เหอะ
    #18,427
    0
  17. #17808 Meatboll (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 15:35
    ถิงถิงชนะในพริบตายังได้เลย สั่งสลบก็จบแล้วแต่ทำไม่ได้นี่สิ55555
    #17,808
    0
  18. #17601 DKdabble (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 01:31
    คนอยากส่านอ๋องต้องมีคุณหนูหานนี่แหละเป็นคู่ครอง! ถึงจะเอาท่านอยู่
    #17,601
    0
  19. #15737 Asahi_san (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 23:03
    คุณหนูหูเป็นใครรร ลืมแล้วววว
    #15,737
    0
  20. #15058 kerorafe (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 23:43
    ได้เวลาปล่อยของละคุณชายเซี่ย555555
    #15,058
    0
  21. #15024 สาวน้อยหมัดหนัก (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 14:22
    ย่อหน้าที่10 ปลดปล่อยอารมณ์ขมขื่นรึเปล่าคะ ไม่ใช่ข่มขืน
    #15,024
    0
  22. #14591 ริปไทด์ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 07:17
    งานเข้าแล้วถิงถิง
    #14,591
    0
  23. #14551 แกงส้ม (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 06:44
    วางแผนจะจัดการ ถิงๆเรอะ อ๋องแมว อย่าลืมคิดบัญชีด้วยนะ
    #14,551
    0
  24. #14516 JENNYHA (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:46
    โดนนนนนนนน
    #14,516
    0
  25. #14382 -Shawty- (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 19:24
    เปอร์เซนต์ที่ถิงถิงตัดสินใจจะตามท่านตากลับตระกูลเยว่นี่เราอยากให้มีเปอร์เซนต์มากกว่าฝั่งอยู่ที่นี่นิดนึงล่ะ
    ไม่รู้สิ เราเชียร์ให้ถิงถิงตามกลับตระกูลเยว่นะ เข้าสู่ยุทธภพไปคอยฝึกฝนพลังหาด้านที่ถนัดของตัวเอง
    แล้วระหว่างนั้นก็หาพรรคพวกคนมีฝีมือสร้างรากฐานกองกำลังลับของตัวเองขึ้นมางี้

    เพราะแอบคิดว่า ในภายภาคหน้าถิงถิงจะต้องได้มีส่วนช่วยเหลืออ๋องแมว เกี่ยวกับปัญหาภายในของฝ่ายราชวังแน่
    นี่ระแวงความคิดฮ่องเต้มาก เพราะคงไม่ได้คิดจะให้รัชทายาทขึ้นครองง่ายๆหร่อก จะต้องมีพลิกกระดานเล่นไปมาแน่อ่ะ
    ขนาดพ่อถิงถิงยังเคยเอ่ยเตือนเล้ยว่าฮ่องเต้น่ะร้ายกาจที่สุด !!

    เพราะงั้นแอบเชียร์ให้ตามท่านตากลับไปนะถิงเอ๋อร์ เล่นดนตรี วาดภาพ หมากล้อมร่ายรำแต่งเพลงไม่เก่งไม่เป็นไร
    ความสามารถแบบนั้น ช่วยอะไรคนรักที่เป็นถึงอ๋องทำงานแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หร่อกลูกก มันต้องมี สมอง พลัง กำลังคน อะไรแบบนี้นู่น
    ถึงจะช่วยอ๋องแมวและเคียงคู่กันไปจนแก่เฒ่าได้น่ะ รู้ไว้ด้วยนะคะพระสนมหวงกุ้ยเฟย *อวยปลาน้อยเต็มกำลัง*
    #14,382
    0