เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 70 : ตอนที่ ๖๗ เฝ้ารอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,260 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59

ตอนที่ ๖๗ เฝ้ารอ

ข้ารีบกลับมายังห้องด้วยอารมณ์ค้างคา นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน เหตุใดถึงเป็นคนผู้นั้นไปได้!? ข้าคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าคนร้ายของคดีกลุ่มสองจะเป็นคนๆ นั้น หรืออาจจะมิใช่? หากไม่ใช่แล้วเพราะอะไรเขาถึงได้ไปซุ่มมองที่นั่น เขารู้ได้อย่างไรว่าองค์รัชทายาทจะเข้าหาคุณหนูหยางหงหรู นี่ยังไม่นับเรื่องที่เขามีพลังวิเศษขั้นเจ็ด เป็นยอดยุทธ์เทียมฟ้า

นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

ข้าข่มตานอนไม่หลับ เจอเรื่องชวนตกใจจนลืมแม้กระทั่งถอดรองเท้าก่อนขึ้นนอนบนเตียง บ้าเอ๊ย! เขามีเหตุจูงใจอะไรถึงได้ทำเช่นนั้นกัน? ข้าสะบัดรองเท้าไม่สนใจว่ามันจะหล่นตรงไหนบ้าง นอนขบคิดเรื่องที่พบเจอในวันนี้ ทำยังไงดี! ข้าควรจะไปปรึกษาหรือบอกคนอื่นดีหรือไม่? พลิกซ้ายก็แล้ว พลิกขวาก็แล้ว ข้าก็ยังคิดไม่ตกเสียที

เอาเถิด รอดูสถานการณ์ไปก่อนก็แล้วกัน

คิดได้เช่นนั้นหัวที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลหนักหน่วงก็ปลดลงจนโล่งสบาย ข้าถอนหายใจ ร่างกายเบาหวิวราวกับยกภูเขาหลายพันลูกออกไปหมดสิ้น ข้าขยับตัวนอนตะแคงหลับตาลง ไม่นานนักก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

เช้ารุ่งขึ้นข้าตื่นนอน ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติธรรมดา ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเลย ข้าฝึกฝนพลังวิเศษกับท่านแม่ในมิติห้วงฝันเช่นเดิม ตอนนี้ข้าสามารถสร้างอาณาเขตมากมายในครั้งเดียวได้แล้ว มันมีประโยชน์อย่างมากในการต่อสู้ประชิดตัว ควบคุมอาณาเขตทั้งหมดพร้อมกับต่อสู้กับศัตรูไปด้วย เป็นเรื่องที่ยากเกินหัวเล็กๆ ของข้าจะทำได้จริงๆ แต่ท่านแม่ผู้เหี้ยม...ผู้งดงามของข้าก็พร่ำสอนด้วยความเมตตา

ใช้หัวไม่ได้ก็ช่างมัน ใช้ความเคยชินก็แล้วกัน!

จากนั้นก็บังคับให้ข้าต่อสู้ด้วย ผลสรุปข้าโดนอัดน่วมทุกวัน ช่างไร้ความเมตตา...ไม่สิ ช่างเอาใจใส่อย่างแท้จริง ท่านแม่ของข้า! โชคดีที่ร่างในมิติห้วงฝันไม่ส่งผลต่อร่างจริง ไม่เช่นนั้นตื่นมาหน้าบวมเป๋งเหมือนโดนผึ้งรุมต่อมแน่ๆ หลังจากฝึกวิชายุทธ์กับอู้หย่าในช่วงเช้าเสร็จ ข้าทานข้าวเช้า วัดตัวเพื่อตัดเย็บชุดใหม่สำหรับฤดูใบไม้ผลิ

ตั้งแต่เข้าปีใหม่มาอากาศเริ่มสูงขึ้นเล็กน้อยแล้ว ต้องอำลาจากฤดูหนาวที่เจ้าแมวชื่นชอบที่สุด มีแต่เขานั่นแหละที่ชอบฤดูแสนโหดร้ายเช่นนี้ ส่วนข้านั้นชอบฤดูใบไม้ผลิที่สุด ต้นไม้ดอกไม้ผลิบานเต็มไปด้วยความสดใส แม้ว่าข้าจะเป็นคนอึมทึมตายซากแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธเสน่ห์ความสดใสเต็มไปด้วยชีวิตชีวาได้ ถึงเข้าใจผู้คนที่ชื่นชอบคุณชายหมิงผู้สว่างไสวอย่างไรเล่า

หลังจากวัดตัวเสร็จข้าก็เรียกอู้หย่าเข้ามาพบ เจ้านั่นยังคงน่ารำคาญเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ข้ามอบหมายให้เขาไปจับตาคนๆ หนึ่งอยู่ห่างๆ หากมีอะไรผิดปกติให้รีบมารายงานทันที กว่าจะทำให้เจ้านั่นยอมไปปฏิบัติงานแต่โดยดีเล่นเอาข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ อดนับถือตัวเองไม่น้อยที่อดทนกับหมอนี่โดยไม่สติแตกไปเสียก่อน

“นายน้อย เทียบเชิญขอรับ”

“อ้อ ขอบใจ” ข้ายื่นมือไปรับถาดที่วางเทียบเชิญที่ส่งมาถึงข้า เฮ้อ ไม่รู้เพราะเหตุใดตั้งแต่ข้าช่วยเอาพิษจากตัวของตงฮองเฮาออกมา กลายเป็นว่าลูกหลานผู้มีอันจะกินทั้งหลายต่างก็กระตือรือร้นเข้าหาข้าล้นหลาม เดิมทีแค่เพราะข้าเป็นบุตรชายของอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้งก็มีผู้คนมากมายอยากตีสนิทด้วยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เทียบเชิญแทบจะล้นทะลัก

“เฮ้อ” ข้าถอนหายใจพลางหยิบเทียบเชิญเหล่านั้นขึ้นมาดูชื่อแซ่ด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย

“นายน้อยนี่เนื้อหอมไม่เบาเลยนะขอรับ ดูสิ มีเทียบเชิญจากคุณหนูเข้ามามากมายถึงเพียงนี้” ชิงลู่หยิบเทียบเชิญที่ข้าดูแล้วเรียงตามลำดับเวลานัดหมาย เพื่อที่ข้าจะได้กลับมาเลือกเทียบเชิญที่สนใจได้ง่ายๆ ชิงลู่ละเอียดขนาดคัดแยกคนส่งเทียบเชิญเป็นเพศ ปลีกย่อยไปถึงอาชีพเลยทีเดียว

ข้าเหลือบมองเทียบเชิญที่เป็นของสตรีเพศ ทันใดนั้นก็ขนลุกซู่ รับรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดจากเทียบเชิญเหล่านั้น แย่ละ! ดีนะที่เจ้าแมวไม่อยู่ที่นี่ ไม่เช่นนั้นบรรยากาศที่เริ่มอบอุ่นขึ้นแล้วจะเย็นเยือกติดลบอีกรอบ ข้าจ้องเขม็งเทียบเชิญพวกนั้นจนชิงลู่ต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความเคร่งเครียด

“เอามันไปเก็บ ไม่สิ เอาไปเผาทิ้ง!” ข้าเกือบกรีดร้องไปด้วยความวิตกกังวล รู้สึกกังวลใจอย่างไรชอบกล ข้าหันมองซ้ายมองขวา ระแวงว่าจะมีเงาฉินอ๋องโผล่มา โดนเฉือนแน่! มิใช่ข้าที่โดนแต่เป็นคนที่ส่งเทียบเชิญพวกนี้ต่างหาก อย่างไรก็มีจุดประสงค์แอบแฝงชัดๆ ต้องกำจัดก่อนที่จะถูกเจ้าแมวพบ

“เผามันให้หมดนี่แหละ!

อ๊ากกกกก! ข้าสติแตกไปแล้ว!

“ขะ...ขอรับ!” ชิงลู่สะดุ้งเฮือก หน้าซีดขาวมองข้าที่ทำหน้าเคร่งขรึมจริงจังเหมือนจะร้องไห้ออกมา เอ๊ะ หน้าของข้ามันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไร? ชิงลู่กอบโกยเทียบเชิญบนถาดลนลานลุกขึ้นตรงไปยังเตาไฟ ความคลุ้มคลั่งของข้ากับชิงลู่ถูกจื่อลู่ผู้มีรอยยิ้มขบขำมาหยุดไว้ พร้อมทั้งแย่งเทียบเชิญที่ยังไม่ถูกเผามาเก็บไว้เอง จื่อลู่ผู้มีสติหนึ่งเดียวหันมาพูดกับข้าด้วยรอยยิ้มเข้าใจ

“นายน้อย อย่าได้วิตกไปขอรับ แค่นายน้อยมิได้ไปตามเทียบเชิญ ฉินอ๋องก็คงจะไม่ว่ากระไรหรอกขอรับ เทียบเชิญเหล่านี้ให้ข้าน้อยกับชิงลู่จัดการตอบปฏิเสธกลับไปแบบนุ่มนวลดีหรือไม่ขอรับ?”

“อ่า! ดีๆ! เอาแบบนั้นแหละ พวกเจ้าไปจัดการเถิด” พอใจเย็นลงข้าก็เห็นด้วยกับคำพูดของจื่อลู่ มันเข้าท่ากว่าการเผาทิ้งจริงๆ นั่นแหละ ดีที่มีคนสติดีอย่างจื่อลู่! ข้ากำลังจะลุกขึ้น วันนี้ตั้งใจจะไปสถาบันศึกษาหลวงเสียหน่อย

“นายน้อย ท่านควรดูเทียบเชิญนี้นะขอรับ” จื่อลู่เอ่ยพร้อมกับส่งเทียบเชิญใบหนึ่งมาให้ข้า ข้าชะงัก กลับมานั่งลงเหมือนเดิมพร้อมกับรับเทียบเชิญนั้นมาดูอย่างเสียมิได้ เทียบเชิญสีเหลืองนวลที่มีกลิ่นหอมกรุ่นดอกหอมหมื่นลี้ ดูอย่างไรก็เป็นเทียบเชิญของสตรี ข้าเปิดดูแล้วนิ่งไปเนิ่นนาน

...หยางปิงฮวา?

ชื่อนี่ยังไม่ทำให้ข้าตกใจได้เท่าชื่อเล็กๆ ที่กำกับหลังชื่อแซ่

หยาง – ปิง – ฮวา

หวงกุ้ยเฟย!!!

ข้าเบิกตาโพลง มือที่ถือเทียบเชิญสั่นเหมือนจับไข้ ชิงลู่เหลือบมองข้าที่มีอาการแปลกๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาชะเง้อคอมามองแล้วเบิกตากว้างตามข้า จื่อลู่ทำเพียงแย้มยิ้มขบขันตามเคย ข้าสะบัดศีรษะแรงๆ อยู่หลายทีแล้วกลับมาจับจ้องเทียบเชิญเขม็ง หัวใจเต้นแรงทั้งยังหดเกร็งด้วยความหวาดหวั่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหวงกุ้ยเฟยรับรู้เรื่องของข้ากับฉินอ๋องแล้ว ไม่แปลกที่นางจะเชิญคนที่บังอาจมาสร้างรอยด่างพร้อยแก่บุตรชายไปสั่งสอน

หัวของข้าสร้างภาพตัวเองถูกทรมานตบตีต่างๆ นานาออกมาไม่หยุดหย่อน อารมณ์ที่อยากจะไปสืบเสาะหาความรู้ใส่ตัวหดหายไปในพริบตา ข้าเม้มปากวางเทียบเชิญของหวงกุ้ยเฟยเอาไว้บนถาด เอนกายนอนลู่กับเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ข้ารู้ว่าจะต้องมีสักวันที่เผชิญหน้ากับสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นมารดาของฉินอ๋อง แต่ทว่าข้าไม่คิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้ ไม่มีเวลาให้ทำใจเลย

ความหวาดกลัวแล่นเข้าสู่ร่างกายจนชาดิกไปทั้งตัว จะไม่ให้กลัวได้อย่างไร อีกฝ่ายเป็นถึงมารดาของเจ้าแมว มิใช่ไก่กาที่ไหน จื่อลู่มองข้าก่อนจะคลี่ยิ้มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายและระมัดระวัง

“นายน้อย ไปนอนพักเสียหน่อยดีไหมขอรับ? อีกสักสองเค่อข้าน้อยจะไปปลุก จากนั้นค่อยไปสถาบันศึกษาหลวงคงไม่สายเกินไปหรอกขอรับ”

เสียงเอ่ยแนะนำอย่างนุ่นนวลชวนผ่อนคลายของจื่อลู่ทำให้ข้ารู้สึกดีมากขึ้น ข้าพยักหน้าเห็นด้วยแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนไป ข้านวดขมับที่ปวดตุบๆ จื่อลู่ตามมาปรนนิบัติอย่างเอาใจใส่ กระทั่งข้าเอนตัวลงนอนหลับตาลงเขาถึงเดินออกไปย่างเท้าแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนข้า คล้อยหลังเด็กรับใช้ข้าก็ลืมตาขึ้น ยกมือก่ายหน้าผากครุ่นคิดจนปวดศีรษะจี๊ดๆ

หวงกุ้ยเฟยฉวยโอกาสตอนที่ฉินอ๋องไม่อยู่เชิญข้าไปพบเช่นนี้ นางจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างเป็นแน่ เอาเถิด จะเกิดอันใดขึ้นมันก็ต้องเกิด ข้าในตอนนี้ไม่ควรวิตกจริตไปก่อน ควรใจเย็นและรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดอย่างเยือกเย็น ข้าผ่อนลมหายใจกลับมาเป็นปกติแล้วพลิกตัวหลับตาลงอีกครั้ง

ผ่านไปครึ่งชั่วยามข้ามาถึงสถานศึกษาหลวง รีบมุ่งหน้าตรงไปยังหอทำเนียบยุทธภพ ข้าไล่สายตามองหาบันทึกเกี่ยวกับตระกูลเยว่ ข้าคิดว่าน่าจะมีบันทึกเอาไว้บ้าง เป็นตระกูลอันดับหนึ่งของแผ่นดินเชียวนะ ข้าเปิดดูบันทึกผ่านๆ เพื่อตามหาเล่มที่บันทึกเกี่ยวกับตระกูลเยว่ จนกระทั่งไปเจอเล่มหนึ่ง บันทึก สี่พยัคฆ์แห่งยุทธภพ

อย่างกับชื่อนิยายกำลังภายใน...

ข้าตกลงใจหยิบเล่มนั้นมานั่งอ่านอย่างจริงจัง จดจ่อสายตาที่บันทึกอยู่ครึ่งชั่วยาม บันทึกเล่มนี้บันทึกเกี่ยวกับสี่ตระกูลใหญ่ที่มีพลังอยู่จุดสูงสุดของยุทธภพ เปรียบตระกูลทั้งสี่เป็นดังพยัคฆ์ร้าย หากผู้ใดเข้าไปกระตุกหนวดจะถูกขย้ำสั่งสอน ทั้งสี่ตระกูลประกอบไปด้วยตระกูลซุน ตระกูลโหยว ตระกูลจา และตระกูลเยว่

รายละเอียดของตระกูลซุน โหยว และจามีบันทึกมากมาย ละเอียดขนาดบอกว่าประมุขคนที่เท่านั้นเท่านี้ชอบกินอะไร ชอบใส่ชุดสีอะไร วันใดทำอะไรบ้าง ละเอียดไปหรือไม่!? นี่มันสำคัญขนาดต้องจดบันทึกเอาไว้ที่สถาบันศึกษาหลวงเลยหรือไร? และที่น่าหงุดหงิดมากกว่านั้นคือ ข้อมูลของตระกูลเยว่กลับมีเพียงหน้าเดียว!

บันทึกรายชื่อของประมุขตระกูลเยว่ในแต่ละรุ่น ข้ายกคิ้วเล็กน้อย รายชื่อค่อนข้างยาวแสดงว่าตระกูลเยว่มีประวัติเป็นมาที่ยาวนานยิ่ง และที่มีประวัติละเอียดกว่าประมุขทุกรุ่นคือ เยว่ไฉหลาง ประมุขตระกูลคนปัจจุบัน ด้วยวีรกรรมอันลือเลืองที่สังหารกองทัพแคว้นฉู่เพียงคำพูดเดียว

เยว่ไฉหลางแม้ทุกคนจะทราบชื่อของเขาแต่ทว่าตัวตนที่แท้จริงกลับลึกลับ ไม่ต่างจากเรื่องราวของตระกูลเยว่ รู้เพียงว่ามีบุตรชายเพียงคนเดียว นั่นก็คือ เยว่เมิ่ง หรือก็คือท่านตาของข้านั่นเอง บันทึกเล่มนี้มีจนกระทั่งถึงรุ่นล่าสุด เยว่เมิ่งหรือท่านตาแต่งกับ หูเหม่ยเฟิ่ง มีบุตรชายหญิงอย่างละคนด้วยกัน บุตรีคือ เยว่เหมยฮวา บุตรชายคือ เยว่เซิง  

“เราไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าถึงชอบเรื่องจำอวดชาวบ้านเหล่านี้นัก” เสียงทุ้มต่ำแหบเล็กๆ ดังขึ้นข้างหูของข้า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าโดนต้นคอจนขนลุกเกรียวทั้งตัว ข้าสะดุ้งยกมือปิดต้นคอที่ถูกเป่าลมใส่ หันไปเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาทที่กอดอกจ้องมองมาอย่างขบขัน ข้าถอนหายใจปลงตกกับความโชคร้ายของตนเอง เหตุใดต้องมาเจอคนผู้นี้อีกแล้ว!?

ข้าปิดบันทึกคว้ามันไว้ในมือแล้วลุกขึ้นพรวดเดินหลบบุรุษในอาภรณ์สีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าคมคายยิ้มมุมปากดูเจ้าเล่ห์ องค์รัชทายาทยกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นข้าจ้องเขานานเกินปกติ นัยน์ตาสีเทาประกายวิบวับราวกับจะล้อเลียน เหอะ คุณชายบุปผาล่อลวงสาวน้อยหายไปไหนเสียเล่า? องค์รัชทายาทพลันชะงักเมื่อเห็นสีหน้าแปลกๆ ของข้า เขาชักสีหน้าโมโหขึ้นมาทันที

“เจ้า...”

ข้าทำความเคารพเขาโดยไม่พูดจาอันใดแล้วเดินฉีกตัวออกไปเก็บบันทึกเข้าที่ ทำเนียนไม่รับรู้ว่าเขาจะต่อว่าอันใด ข้าวางบันทึกไว้ที่เดิมเหลือบมององค์รัชทายาทที่ยืนอยู่กับที่ เหมือนกำลังตกใจที่ถูกข้าปฏิบัติตัวอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ แต่เพียงชั่วเสี้ยวอึดใจองค์รัชทายาทก็กลับมาได้สติ หันขวับมามองข้าด้วยสีหน้าที่เขียนตัวโตๆ ว่ามีโทสะอย่างยิ่ง ข้าลอบมองไปทั่วหอบันทึก ให้ตายเถิด ไยต้องมีเจอะเจอบุรุษหน้าอย่างหลังอย่างเช่นองค์รัชทายาทด้วย

ร่างสูงสะบัดชายชุดย่างก้าวเข้ามาอย่างคุกคาม บรรยากาศรอบตัวของเขาแหลมคมพร้อมทิ่มแทงศัตรูให้ตกตายในทันที ข้าสูดลมหายใจร้องแย่แล้วในใจ มองหาเส้นทางหลบหลีกภัยที่เดินดุ่มๆ เข้ามา ขาของข้าก้าวเดินไปเองเมื่อเห็นดวงตาสีเทาที่ฉายแววโมโหจัดจ้องเขม็งมา

ข้าเดินย้อนกลับไปแล้วเลี้ยวหลบไปทางชั้นบันทึกอีกทาง เดินหลบซ้ายขวาสลับกันไปมา ช่วงเวลาที่กลั้นลมหายใจข้าหันไปมองด้านหลังไม่เห็นเงาร่างผู้ใดเดินตามมาก็พลันถอนหายใจโล่งอก แต่พอหันหน้ามากลับชนเข้ากับแผงอกของใครบางคนที่มายืนปักหลักอยู่ตรงหน้า ข้าผงะตกใจรีบถอยห่างออกมาทันทีที่หางตาเห็นชายอาภรณ์สีเหลืองอ่อน ข้าจ้องมองชายชุดของเขาด้วยสายตาขัดเคือง

ไยเขาถึงชอบเอาตัวมาให้ข้าชนนักนะ!?

“เจ้าจงใจหลบหน้าเราอย่างนั้นรึ?”

“พ่ะย่ะค่ะ!

รู้แล้วว่าคนต้องการหลบหน้ายังจะตามตื๊อผู้อื่นอยู่ได้ ข้าหงุดหงิดกับคำถามที่มีคำตอบอยู่โต้งๆ ก็เผลอตอบไปอย่างตรงใจไปหน่อย องค์รัชทายาทผงะตกใจกับคำตอบตรงไปตรงมาของข้า สีหน้าของเขาตื่นตระหนกปนงุนงงอย่างปิดไม่มิด สงสัยจะไม่มีใครตอบไม่เกรงใจเช่นนี้กับเขามาก่อนกระมัง ข้าเกือบพ่นเสียงหัวเราะออกไปแล้ว โชคดีที่ควบคุมเอาไว้ได้ก่อน สักพักองค์รัชทายาทก็กู้มาดของตัวเองกลับคืนมา เขาหรี่ตาลงมองสำรวจข้าแล้วแค่นเสียงขึ้นจมูก

“หึ เจ้าคิดว่าการเป็นคนรักของฉินอ๋องแล้วจะสามารถเหยียดหัวเราได้อย่างนั้นหรือ? บังอาจ!

“กระหม่อมไปเหยียดเศียรฝ่าบาทตอนไหน? กระหม่อมก็ยืนอยู่เฉยๆ” ข้าตอบกลับไปแบบหน้าไม่อายตาไม่กะพริบสักนิด องค์รัชทายาทถึงกับลมโทสะขึ้นหัว

“เจ้า!

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเอง”

เอาละ มาคิดๆ ดูแล้วตอนนี้ข้าสามารถพูดโต้เถียงกับองค์รัชทายาทอย่างใจกล้าได้แล้ว เพราะเหตุใดน่ะรึ? ย่อมเป็นเพราะข้าเป็นคนรักษามารดาของเขาอย่างไรเล่า! ถึงองค์รัชทายาทจะไม่สำนึกบุญคุณของข้าแต่นั้นมิใช่กับตงฮองเฮาอย่างแน่นอน ข้ามีตงฮองเฮาเป็นเกราะคุ้มกันหนาแน่น ไยต้องกลัวเขาอีกเล่า? แต่ที่ไม่อยากเจอก็เพราะไม่อยากข้องแวะกับตัวปัญหาแค่นั้นแหละ

ไม่ทันได้ตั้งตัวองค์รัชทายาทกัดฟันกรอด พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาแดงฉาน มือขนาดใหญ่คว้าใบหน้าของข้าแล้วบีบแน่น ข้าเม้มปากเจ็บร้าวไปทั้งหน้า องค์รัชทายาทเอ่ยน้ำเสียงกดดันคุกคาม

“กล้าดีนี่ คุณชายเซี่ย”

ข้าอดกลั้นไม่เปล่งเสียงร้องเจ็บปวดออกไป กัดฟันแน่น จ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาสีเทาที่ไม่มีความบ้าคลั่งหรือกระหายเลือดใดๆ มีแต่เพียงอารมณ์โมโหหงุดหงิดไม่ได้ดังใจเท่านั้น พอตรวจสอบอารมณ์ขององค์รัชทายาทดีแล้วข้าขยับมุมปากแย้มยิ้มอย่างนุ่มละมุน เอ่ยถามเชิงหยอกเย้ากับเขาอย่างใจกล้ายิ่ง

“มิใช่เสี่ยวถิงแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

องค์รัชทายาทชะงักจ้องมองข้าตาไม่กะพริบ เผลอผ่อนแรงบีบไปอย่างไม่รู้ตัว ข้าฉวยโอกาสอันดีนี้จับมือของเขาที่บีบหน้าออกไป มือขนาดใหญ่หลุดออกจากใบหน้าของข้าแทบจะทันที ข้าเงยหน้ามองใบหน้าเฉียบคมที่นิ่งงันราวกับตกอยู่ในภวังค์ ข้ากะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอันใด อยู่ๆ ก็ยืนทึ่มทื่อเหมือนคนไม่มีสติเสียอย่างนั้น

สักพักดวงตาสีเทาของเขาก็เคลื่อนมาจับจ้องมือที่ถูกข้ากุมเอาไว้ ชั่วอึดใจต่อมาใบหน้าคมเข้มก็ระเรื่อขึ้นสีแดงก่ำ สะบัดฝ่ามือออกจนข้าอย่างรวดเร็ว ข้าแทบจะเซล้มหงายหลังไปกับพื้น องค์รัชทายาทกัดฟัน ชี้หน้าข้าเม้มปากทีหนึ่งก่อนจะตวาดเสียงดังอย่างเกรี้ยวกราด

“อย่าได้มาแตะต้องตัวเรา!

ตวาดเสียงดังลั่นจนตัวหอบโยน จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อดังพรึบพรับ หันตัวเดินจากไปราวกับวิ่งหนี สีหน้าขององค์รัชทายาทหลากหลายปนเปกันไปหมด โมโห ตกใจ หวาดหวั่นและอับอาย ข้ากะพริบตาปริบๆ มองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ หายลับไปจากดวงตาอย่างงุนงง อันใดของเขา? ข้าลุกขึ้นพลางเอียงหน้ายกมือเกาศีรษะแกรกๆ

เอาเถิด อีกฝ่ายหนีไปเองเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ท่าทางจะรังเกียจข้ามากขนาดจับมือนิดๆ หน่อยๆ ยังโมโหจนหน้าแดงก่ำเช่นนั้น คราวหน้าถ้าข้าวิ่งไปกระโดดกอดองค์รัชทายาทจะกรีดร้องแล้ววิ่งหนีเตลิดไปเลยไหมนะ?

หลังจากเหตุการณ์องค์รัชทายาทหันหลังวิ่งหนีจากไปข้าก็กลับมายังจวน ไป๋หู่นั่งรอสอนหนังสืออยู่ก่อนแล้ว ข้าไม่อิดออดรีบเตรียมตัวเข้าเรียนกับอาจารย์เสือขาวอย่างกระตือรือร้นอารมณ์ดียิ่ง แน่นอน วันนี้ข้าทำให้องค์รัชทายาทคนนั้นวิ่งหนีจนก้นบิดเชียวนะ นึกทีไรข้าก็อดจะหัวเราะสะใจมิได้ เมื่อร่ำเรียนบทเรียนวิชาการต่างๆ อย่างหนักหน่วงพอสมควร ไป๋หู่ก็ปล่อยตัวข้ามาพักผ่อนจิบชากินขนมผลไม้อบแห้ง

“นายน้อยอารมณ์ดียิ่ง” ชิงลู่เอ่ยทักพลางยิ้มกว้างอารมณ์ดีตาม มือเล็กๆ ที่หยาบเล็กน้อยของเขากดลงบนไหล่ของข้า บีบนวดด้วยแรงพอประมาณซึ่งรู้สึกสบายยิ่งนัก ข้าพยักหน้าหลับตาเอนตัวให้เด็กชายหยกสีฟ้านวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อไปเรื่อยๆ หยิบผูเถาตากแห้งขึ้นมาเคี้ยวเนื้อหนึบหนับรสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ

“นายน้อย จดหมายจากฉินอ๋องขอรับ”

ข้าลืมตาขึ้นมายืดตัวนั่งตรง เอื้อมมือไปรับจดหมายจากมือของจื่อลู่ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ครั้งนี้ข้าไม่แปลกใจแล้วกลับรู้สึกใคร่รู้และสงสัยว่าครั้งนี้เจ้าแมวจะมีลวดลายใดมาเล่นอีก ข้าแกะครั่งสีเงินตราประทับรูปพยัคฆ์ออกแล้วคลี่จดหมายมาดู ข้ากวาดสายตามองไปทั่วแผ่นกระดาษแล้วกลอกตาขึ้นบน

“อุ๊ย นายน้อยขอรับ แมวตัวนี้น่ารักนัก” ชิงลู่ที่ยืนนวดไหล่ข้าอยู่ด้านหลังมองเห็นจดหมายของฉินอ๋องก็อุทานชื่นชมออกมา ข้ายิ้มรับอย่างเสียมิได้ น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก แล้วไยถึงได้เป็นภาพวาดแมวอีกแล้วเล่า!? เหตุใดเขาถึงได้วาดแมวแทนตนเองอย่างนั้น เรื่องที่ข้าแอบเรียกเขาว่าแมวนี่ไม่เคยพูดออกไปเลยนะ แล้วเขารู้ได้อย่างไร? ข้าจ้องมองภาพวาดด้วยความงุนงงปนสงสัย

ครั้งนี้ฉินอ๋องสะบัดปลายพู่กัดวาดรูปแมวตัวหนึ่งแหงนหน้ามองดวงจันทร์บนฟากฟ้า มีอักษรกำกับโดดๆ ว่า รอ

“แววตาของแมวตัวนี้ที่จ้องมองดวงจันทร์ดูเศร้าสร้อย คล้ายกับกำลังเฝ้ารอคู่ของมันเลยนะขอรับ หรือนี่อาจจะเป็นความหมายของคำว่า รอที่เขียนกำกับมาด้วย” ชิงลู่เอ่ยเจื้อยแจ้วแสดงความคิดเห็น ข้าขบคิดเล็กน้อยก่อนจะแย้มยิ้มออกมาบางเบา พับจดหมายส่งให้จื่อลู่นำไปเก็บรวมไว้กับฉบับเมื่อวาน

นั่นคือสิ่งที่ท่านต้องการบอกข้าหรือเสวี่ย?

เฝ้ารอ...?

ท่านเฝ้ารอสิ่งใดอยู่หรือ?

เสวี่ย สิ่งที่ท่านเฝ้ารอนั้น...

...ใช่ข้าหรือไม่?

 

 

 

 

 



รอ


 ชายหมา หึๆ เสร็จแน่แล้ว! ถิงถิงเก็บเข้าสู่ฮาเร็มโดยไม่รู้ตัวทั้งสองฝ่าย

นี่ยังเพิ่งเริ่มต้น ปลาน้อยมีฮาเร็มเยอะกว่านี้ เดี๋ยวให้เปิดตัวสู่ยุทธภพก่อนเถอะ!

อุ๊ยตายยยยยย! ไม่มีค่ะ ไม่มี๊!/เสียงสู๊ง ชายแมวแอบเหล่ด้วยดวงตาออดอ้อน(?)

ปล. แม้จะมาต่อแต่ก็ทำให้คนอ่านค้างต่อไป ยังไม่เฉลย วะฮ่าฮ่าฮ่า!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.26K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25533 CK 27 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 18:35
    ชั้นเอ็นดูรัชทายาท โอ่ย ถิงถิงเาเลยลูก กระโดดกอด!!!
    #25,533
    0
  2. #25401 Maylyunho (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:12
    น้องตกองค์รัชทายาทฆ่าหมาสำเร็จแล้ววว
    #25,401
    0
  3. #25096 Kanomeai01 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 14:41
    รัชทายาทน่ารักอะแก เขาซึนมาก
    #25,096
    0
  4. #24925 PanpairinKenchay (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 04:34
    โอ้ย ฉันหลงองค์รัชทายาท ทำไมรู้สึกว่าองค์รัชทายาทกร้าวใจอ่าา ฉันโดนป้ายยารึ? ฮืออ
    #24,925
    0
  5. #24814 TM-Duck delivery (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 23:17
    คือๆๆๆ เขินองค์รัชทายาทททท
    #24,814
    0
  6. #24747 aynahcsoo  (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 21:32
    องค์รัชทายาทแอบมีใจใช่ม๊าาา
    #24,747
    0
  7. #24687 R.quartz (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:09

    ฉันรักองค์รัชทายาทแล้ว!!! งุ้ย ดูน่ารักแบบน้องหมาซึนๆ แบบนี้ฉันต้องอยู่ข้าง...ใครตบหัวฉันนิ?!
    #24,687
    0
  8. #24504 kbrrngkeux3112 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:39

    เราชอบSMทำไงดี!!//โดนแมวตะบบ


    #24,504
    0
  9. #24455 Fueled me (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 16:07
    ฉันเริ่มจะแอบมีใจให้รัชทายาทเล็กๆละ อ่ยแกมีเขินอะ5555555555 ส่วนพระเอกคนเขาดูออกแกรอน้องอายุสิบห้าใช่ไม่ใช่!!!!
    #24,455
    0
  10. #24430 XXXFUXXX (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:41
    แมวกับหมาสินะ เริ่มเอนเอียงแล้วค่ะ!! /โดนแมวตบหน้า!
    #24,430
    0
  11. #24338 charlie831 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 17:09
    ซึนเดระ ของแท้🐕!!!
    #24,338
    0
  12. #24333 BBRB (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 15:14
    งื้อออออออ องค์รัชทายาท ท่าน...ท่านช่างน่ารักอะไรเยี่ยงนี้! เอ็นดูววววววววว น่าแกล้งอ่ะ
    #24,333
    0
  13. #23992 munkrishear (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 15:55
    เดี๋ยวก่อนองค์รัชทายาท!!!!! ทำไมท่านช่างดูน่ารัก แต่ฆ่าหมา ปัดตกค่ะ!!! //แอบกรี้ด(อี้ดดดดดดดดดดดดด!!!!)

    แหน่ะเฝ้ารอกินน้องสินะเจ้าแมวววว
    #23,992
    0
  14. #23761 Peach9 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 13:32
    ชายหมาแบบบกรี๊ดดดดดดดดด
    #23,761
    0
  15. #23659 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 12:55
    พอมาอ่านตอนนี้ก็เอะใจ หรือว่าตอนก่อนหน้านี้จะไม่ใช่ชายหมากันนะ
    #23,659
    0
  16. #23634 exolbenben (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 12:58
    ขนาดคนฆ่าหมายังใจสั่นให้กับถิงถิงของเรา!!! หุหุหุหุหุ
    #23,634
    0
  17. #23456 แดนแดนของลูก (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:09
    เปลี่ยนเรือ!! พอดีชอบผู้ชายโรคจิต
    #23,456
    0
  18. #23401 meuwly (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 03:16
    ชายหมาตล๊กก
    #23,401
    0
  19. #22803 tunty0505 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 15:09
    เอ็นดูนาง แต่อ๋องเหมียวที่หนึ่งในใจ~
    #22,803
    0
  20. #22695 SnowPrincess (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:43
    หื้อออ ชอบชายหมา
    #22,695
    0
  21. #22518 trp1021 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 17:19
    ถ้าเปิดตัวสู่ยุทธภพ งานนี้ต้องมีหน่วยตามเก็บกวาดโดยเฉพาะแล้วล่ะ
    #22,518
    0
  22. #22475 p__-p (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:52
    ใช่รอว่าเมื่อไหร่จะโตไม่?
    #22,475
    0
  23. #22196 Xialyu (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:48
    รออันใด
    #22,196
    0
  24. #21995 N\'noey Butter (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:34
    วั้ยยย เปิดตัวสู่ยุทธภพ!!! เอาให้หึงไปเลยยย
    #21,995
    0
  25. #21983 lills (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 14:49
    แมวอ๋องน่ารักก
    #21,983
    0