เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 69 : ตอนที่ ๖๖ คนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,152 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59

ตอนที่ ๖๖ คนร้าย

แม้จะโมโหเพียงใดแต่สุดท้ายข้าก็พับรูปภาพนั้นเก็บไว้อย่างดิบดี ปัดโธ่เอ๊ย! ถึงแม้จะเป็นภาพวาดกวนโทสะแต่นี่เป็นภาพวาดแรกที่เจ้าแมววาดให้ข้าเชียวนะ! ใช่แล้ว ข้าบอกว่าฉินอ๋องเป็นผู้วาดรูปนี้เอง ช่างเป็นบุรุษที่น่าอิจฉาและสมควรตายอย่างยิ่ง เฮ้อ นอกจากจะหน้าตาหล่อเหลา รวยทรัพย์ และฐานะสูงส่งแล้ว เขายังมีความสามารถรอบด้านแบบที่น่าหมั่นไส้เหลือเกิน

ไม่ว่าจะเป็นเล่นดนตรี วาด เขียน หรือแต่งกลอนกวี ล้วนแล้วแต่ไม่คณามือฉินอ๋อง เรียกได้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาทำมิได้ เป็นบุรุษที่น่าโมโห สมบูรณ์แบบอย่างไร้เหตุผล อ๊ะ ไม่สิ ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาขาดหายไป...

ไร้อารมณ์! ไร้รอยยิ้ม!

นิสัยก็ไม่น่าคบหา!

ไม่สิ หากเจ้าแมวไม่เป็นแบบนี้ เขาก็ไม่ใช่เจ้าแมวแล้ว! ใช่แล้วละ แล้วถ้าเจ้าแมวมีนิสัยเป็นมิตรน่าคบ ยิ้มง่ายแบบส่านอ๋องแล้วล่ะก็... ปลาทั้งหลายต้องหลั่งไหลเข้ามาหาอย่างไม่มีสิ้นสุดน่ะสิ แค่มีอยู่ในตอนนี้ข้ายังรู้สึกปวดหัวและเบื่อหน่ายอย่างยิ่งแล้ว ข้าลูบอกเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งอก ชะงักเมื่อเห็นสายตาที่จับจ้องมาราวกับเห็นตัวประหลาดของเหล่าคนรับใช้ ข้ารู้สึกหน้าเห่อร้อนแทบจะทันที

เมื่อกี้ข้าเผลอตัวแสดงบ้าบออันใดไป!?

ข้ารู้สึกอับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก รีบลุกเดินเข้าห้องนอนไปพักผ่อน ด้านหลังปรากฏเสียงหัวเราะคิกคักขบขันข้าก็ยิ่งรีบแทบกลายเป็นวิ่ง ข้าถอดเสื้อคลุมแล้วค่อยๆ ปีนขึ้นเตียง ทั้งที่มิได้ทำสิ่งใดมากมายเลยแท้ๆ แต่เหตุใดถึงได้เหนื่อยเช่นนี้นะ อ่า มีแต่เรื่องให้คิดจนปวดหัวไปหมดแล้ว อยากได้อุ้งแมวเยียวยา อยากได้กอดแมวฟื้นฟู!

ข้าพลิกตัวนอนหงายหลับตาครุ่นคิด

องค์รัชทายาท? แผนลวง? พิษทานจันทรา?

พิษทานจันทราที่ท่านพ่อบอกให้ข้าใส่ลวงไปในเหล่าพิษทั้งหลายที่อยู่ในตัวตงฮองเฮา มันน่าจะเกี่ยวข้องกับแผนลวงฆาตกรอย่างแน่นอน โชคดีที่ข้าสะกิดใจตั้งแต่แรก รีบส่งชิงลู่ให้ไปส่งขนมและห่อชาใหม่แก่เสี่ยวชี แนบจดหมายลับไปหนึ่งฉบับเพื่อให้เถ้าแก่น้อยทำการสืบข่าวเกี่ยวกับพิษทานจันทรา และวันนี้ข้าก็ไปเอาคำตอบนั้นด้วยตัวเอง

พิษทานจันทรานั้นเป็นพิษที่สกัดขึ้นมาจากดอกหลบตะวัน ดอกไม้ชนิดนี้จะบานหลังตะวันตกดินไปถึงตะวันขึ้นในวันต่อมา เดิมทียาชนิดนี้ไม่นับว่าเป็นยาพิษด้วยซ้ำ มันมีสรรพคุณหยินที่ยับยั้งฤทธิ์ร้อนทุกชนิดได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีประโยชน์ในการชะล้างพร้อมบำรุงเลือดและหัวใจอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นยาบำรุงชั้นเลิศด้วยซ้ำ ในกรณีนี้จะถูกเรียกว่า โอสถท้าจันทรา

แต่นั่นในกรณีที่ร่างกายไร้พิษใดๆ ในตัว ทว่าหากเป็นคนที่มีพิษสะสมอยู่ในตัวกินเข้าไป พิษจะกระจายไปทั่วตัวทางกระแสเลือด และเข้าสู่หัวใจจนกระทั่งสิ้นชีพกะทันหัน พูดง่ายๆ ก็คือไปกระตุ้นให้พิษกำเริบออกฤทธิ์เร็วและรุนแรงกว่าเดิม และเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไม่มีร่องรอยใดๆ ให้ตรวจจับอีกด้วย นอกเสียจากร่างกายจะมีธาตุหยินมากผิดปกติเท่านั้น มันถึงถูกเรียกว่า พิษทานจันทรา

ยาชนิดนี้ขึ้นบัญชีเป็นยาอยู่ในการควบคุม ไม่อาจใช้แบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้ หากต้องการใช้ต้องได้รับใบอนุญาตจากหมอเสียก่อนถึงจะสามารถซื้อได้ ให้แน่ใจว่าไม่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคเข้าไปจริงๆ แถมยาทานจันทรายังหาซื้อยาก มิใช่ว่าดอกหลบตะวันที่ใช้สกัดนั้นหายาก แต่เป็นเพราะการสกัดนั้นยุ่งยากซับซ้อน ต้องเป็นนักปรุงยาที่มีฝีมือและเชี่ยวชาญถึงจะสกัดออกมาได้สำเร็จ ดังนั้นร้านโอสถที่มียานี้จำหน่ายมีเพียงแค่ร้านเดียวในแคว้นฉิง

จะสืบหาคนซื้อยาไปก็มิใช่เรื่องยาก ดังนั้นเมื่อข้าไปหาเสี่ยวชีก็ได้ชื่อของผู้ที่ซื้อยาชนิดนี้มา ท่านพ่อใช้ยาชนิดนี้เป็นแผนลวงคนร้ายให้มาติดกับ ในตอนแรกข้าคิดว่าท่านพ่อแค่เลือกสุ่มยาชนิดนี้ขึ้นมาแบบไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ผิดคาดท่านพ่อใช้ยาชนิดนี้เพราะไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วต่างหาก! คนที่ซื้อยานี้ไปคืออำมาตย์หยาง ผู้นำของสกุลหยางคนปัจจุบัน บุตรชายคนโตของเขาเป็นโรคเกี่ยวกับโลหิต จึงต้องพึ่งพายาชนิดนี้ชะล้างโลหิตทุกสามเดือน

ประเด็นสำคัญก็คือ สกุลหยางเป็นสกุลเก่าของหวงกุ้ยเฟย! พระมารดาของฉินอ๋อง!

ท่านพ่อช่าง...!

ข้าถึงกับพูดอันใดมิออก นี่ท่านพ่อหาเรื่องให้ฉินอ๋องปวดหัวแบบไม่หยุดไม่หย่อนจริงๆ ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือบังเอิญกันแน่? ข้าสุดจะคาดเดาจริงๆ ตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ข้าถึงกับหนาวเยือกในอก โชคดีที่มิได้เป็นศัตรูกับท่านพ่อ ไม่อย่างนั้น...เฮ้อ! แค่คิดก็หนาวสะท้านไปทั้งตัวแล้ว ข้าถอนหายใจแล้วลืมตาขึ้น เกือบกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นร่างมารดาลางๆ ลอยอยู่บนตัว

“ท่านแม่!? ไยถึงมาไม่ให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้ เกิดข้าหัวใจวายขึ้นมาจะทำเช่นไร?” ข้ากุมหัวใจที่แทบจะกระดอนออกมาทางปาก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วขมวดคิ้วต่อว่ามารดาที่ลอยตัวออกไปอย่างไม่ใยดี ข้าถอนหายใจคร้านจะเถียงกับนาง ต่อให้เถียงไปก็แพ้อยู่ดี ข้าลุกขึ้นเคลื่อนตัวหย่อนขาลงเตียง มองมารดาที่มีสีหน้าครุ่นคิดหนักใจ เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดมารดาผู้แข็งแกร่งและงดงามของข้าถึงได้ทำสีหน้าหนักอึ้งเช่นนั้น?

“ท่านแม่? มีอันใดงั้นรึ?”

“ไม่มีอันใดหรอกถิงเอ๋อร์ แม่มาเรียกเจ้าไปกินข้าวเย็นน่ะ ไปกันเถิด”

“อ้อ ขอรับ” ข้าพยักหน้ารับง่ายดายไม่เซ้าซี้ถามต่อ อีกฝ่ายพูดจบก็รีบลอยทะลุออกไปจากห้องเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้ข้าถามต่อ แม้เป็นห่วงแต่ถ้าหากนางไม่ปริปากข้าจะรอจนกว่านางจะเล่าก็แล้วกัน ข้าสวมรองเท้าเดินออกไปจากห้องนอน ระหว่างนั้นจื่อลู่ก็เดินเข้ามาพอดี เขามาตามข้าไปกินข้าวนั่นเอง

ตั้งแต่ที่ท่านพ่ออนุญาตให้ข้าเปิดครัวทำอาหารกินเองได้นั้นข้าก็รู้สึกเจริญอาหารอย่างยิ่ง มีบ้างที่ท่านพ่อจะมาร่วมรับประทานอาหารพร้อมข้า และมื้อถัดไปก็จะไปนั่งรับประทานอยู่ที่เรือนใหญ่ ป้องกันมิให้คนปากมากนำไปนินทาว่าร้ายว่าลำเอียง และไม่สร้างความขุ่นเคืองใจแก่ท่านปู่ท่านย่าที่นานๆ จะมาร่วมรับประทานอาหารด้วย

ส่วนข้านั้นแม้จะไม่ได้ไปร่วมรับประทานอาหารกับพวกเขาก็ไม่มีใครสนใจถามถึงสักคน เว้นท่านย่าน้อยที่มาบ่นๆ ให้ฟังอยู่บ้าง แต่นางก็แวะมากินข้าวด้วยสลับกับไปกินที่เรือนใหญ่เช่นเดียวกับท่านพ่อ ดูเหมือนชักจะติดใจในฝีมือการทำอาหารของข้าเข้าแล้วด้วย ตอนที่ข้าลงมือทำเองท่านย่าน้อยกับท่านพ่อก็จะมานั่งรอกินราวกับนกรู้

ในวันนี้ข้านั่งกินข้าวกับท่านแม่ตามลำพัง บนโต๊ะนอกจากจะมีอาหารมากมายแล้วยังมีกระถางธูป ข้าไม่ใจกล้าขนาดแบกเตาอย่างท่านพ่อ เพียงแค่จุดธูปวางชุดอาหารอีกหนึ่งชุดไว้ต่างหาก ตอนแรกข้าก็รู้สึกว่ามันพิลึกไม่แพ้กับเผาส่งให้แบบท่านพ่อทำ คนรับใช้ในเรือนที่ขวัญอ่อนหน่อยไม่กล้ามารับใช้ข้าในตอนกินข้าวเลย ขวัญกล้าขึ้นมาหน่อยก็สามารถมารับใช้ได้แต่ก็หน้าซีดหน้าเซียว ตอนแรกข้าก็เคอะเขินในการทำแต่พอทำบ่อยครั้งเข้าก็รู้สึกคุ้นชินจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว สามารถลงมือได้ราบรื่นราวกับเป็นเรื่องปกติ ชักจะเข้าใจท่านพ่อขึ้นมาตงิดๆ

ระหว่างกินข้าวท่านแม่กลับมาเป็นปกติ ไม่มีอาการครุ่นคิดหนักใจเหมือนก่อนหน้านั้น หรือบางทีนางอาจจะไม่อยากให้ข้าเป็นห่วง เรื่องที่นางคิดไม่ตกน่าจะเกี่ยวกับท่านพ่อกระมัง เมื่อกินข้าวเรียบร้อยข้าก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดที่สบายตัวขึ้นมาหน่อย วันนี้ไม่ต้องวิ่งรอกไปหาเจ้าแมวอย่างเคยทำให้มีเวลาว่าง ข้าเดินเข้าห้องนอนตั้งใจจะนั่งสมาธิเพิ่มพูนพลังของตัวเอง ในช่วงนี้พลังของข้าเพิ่มช้าลงทุกที ซึ่งท่านแม่บอกว่าเป็นเรื่องปกติ

ในขั้นที่หกนั้นถือว่าเป็นด่านสำคัญที่จะทะลวงขึ้นไปในขั้นที่สูงขึ้น เป็นปราการแข็งแกร่งที่ขัดขวางเหล่าคนที่ฝึกฝนพลังโดยเฉพาะ การที่จะเข้าสู่การเป็นยอดยุทธ์ได้นั้นเป็นเรื่องยากลำบากนัก แต่ข้าก็ทะลวงพลังเข้าสู่ขั้นหกได้เพราะมีหินซับจันทราเป็นตัวช่วย ไม่เหมือนคนทั่วไปที่กว่าจะเป็นขั้นหกจะต้องสูญเสียเงินทองในการควานซื้อสมุนไพรดีๆ มาเพิ่มพลังบ้าง หรือบางคนก็ต้องฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งถึงจะฝ่าด่านทดสอบนี้เข้าสู่ขั้นยอดยุทธ์

และการจะเลื่อนขั้นให้สูงต่อๆ ไปนั้นยากเย็นยิ่งกว่าเข้าสู่ขั้นหกเสียอีก แม้ว่าข้าจะมีตัวช่วยที่ดีแต่พลังก็ค่อยๆ เพิ่มแบบเชื่องช้าอืดอาดไม่อาจเทียบกับช่วงแรกๆ ที่พัฒนาอย่างพรวดพราดชวนตกตะลึง ท่านแม่ยังเล่าให้ฟังอีกว่าข้านั้นพัฒนาได้รวดเร็วยิ่งกว่านาง ท่านแม่เริ่มต้นฝึกพลังตอนอายุสิบขวบ ใช้เวลาสองปีในการเข้าสู่ขั้นหก ใช้เวลาอีกสองปีกลายเป็นราชันยอดยุทธ์ แม้จะห่างเพียงสองขั้นแต่กลับใช้เวลาเท่ากับหกขั้นแรก บ่งบอกได้ว่าการขึ้นสู่ขั้นเจ็ดขั้นแปดนั้นลำบากยากเข็ญเพียงใด

ผ่านไปหนึ่งชั่วยามข้าค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมแปลบกระจายใส พลังเอ่อล้นวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ข้าค่อยๆ ควบคุมกระแสลมปราณให้สงบลงแล้วลุกขึ้นจากเตียง ถอดสร้อยหินจันทราออกมา สร้างอาณาเขตกล่องสี่เหลี่ยมขนาดฝ่ามือ ออกคำสั่งครบถ้วนแล้วใส่สร้อยลงไปให้อาณาเขต สะบัดมือส่งมันไปดูดซับแสงจันทร์ข้างนอก แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดมองเห็นมันเพราะข้ากำกับคำสั่งล่องหนเอาไว้แล้ว  

ข้าหันหลังไม่ได้เดินไปยังเตียงนอนแต่เดินมายังตู้เสื้อผ้า เลือกสรรเสื้อผ้าสีทึบที่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกออกมาชุดหนึ่ง ทำการเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พริบตาข้าก็เปลี่ยนชุดเสร็จตวัดหมวกคลุมศีรษะปกปิดใบหน้าไว้ในความมืด ขยับมือสร้างอาณาเขตเพื่อทำการสร้างประตูขึ้นมา ผลักอาณาเขตนั้นไปอยู่ระหว่างกำแพงห้อง

ทะลุผ่าน!

 ข้าสร้างอาณาเขตอีกหนึ่งที่พอดีตัวของข้าแล้วเดินเข้าไป ลงคำสั่งล่องหน ไร้เสียง ไร้กลิ่นอายลงไปประทับบนอาณาเขต เดินผ่านอาณาเขตที่กางเป็นประตูทะลุออกจากห้องนอน ไม่มีผู้ใดพบเห็น ในเมื่อคืนนี้ไม่ต้องนอนเป็นเพื่อนกับเจ้าแมวข้าไปหาอะไรเล่นเสียหน่อยดีกว่า

เหาะ!

ปลายเท้าของข้าค่อยๆ ลอยจากพื้นทะยานขึ้นไปกลางอากาศอย่างช้าๆ และนุ่มนวล ข้าโบกมือไปทางซ้ายมันก็พาข้าเหาะเหินข้ามอาคารบ้านเรือนไปอย่างรวดเร็วไร้สุ้มเสียงใดๆ ข้ากอดอกมองไปยังทิวทัศน์ด้านล่างที่มืดสนิท มีเพียงแสงเล็กๆ บางจุดที่ยังส่องสว่างในยามนี้ ใช้เวลาไม่กี่อึดใจข้าก็มาถึงจวนสกุลหยางซึ่งอยู่ไกลจากจวนสกุลเซี่ยไม่น้อย

เมื่อปลดคำสั่งเหาะเท้าของข้าเหยียบลงบนหลังคาเรือนแห่งหนึ่งในจวนสกุลหยาง ข้ากวาดสายตามองไปทั่วจวนที่มีบริเวณกว้างขวางใหญ่โต ไม่แปลกเลยที่จวนสกุลหยางที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ ผู้นำตระกูลเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี ขุนนางบุ๋นขั้นหนึ่ง เป็นหนึ่งในสามมุขมนตรีผู้มากอำนาจ เป็นมุขมนตรีฝ่ายตรวจสอบ หัวหน้าสำนักงานตรวจสอบส่วนพระองค์ ดูแลและตรวจสอบเหล่าขุนนางเจ้าหน้าที่หลวงทั่วแคว้น เป็นที่เกรงขามและเคารพของขุนนางทุกระดับ

และบุตรสาวผู้เดียวของอำมาตย์หยางยังเป็นถึงพระสนมคนโปรดขององค์ฮ่องเต้ หวงกุ้ยเฟย พระมารดาของฉินอ๋อง พูดได้ว่าสกุลหยางเป็นสกุลที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สกุลเซี่ยของข้า ไปๆ มาๆ อาจจะมีอำนาจมากกว่าเสียอีก ดวงตาของข้ากวาดมองไปทั่ว มองหาห้องที่ยังคงมีแสงไฟริบหรี่ และที่สำคัญห้องนั้นต้องเป็นห้องของสตรีอ่อนเยาว์ด้วย เมื่อเห็นเป้าหมายที่เข้าข่ายข้าก็ดีดตัวลอยกลางอากาศที่หนาวเหน็บจนสั่นสะท้าน ข้าขมวดคิ้วดีดนิ้วสั่งให้อาณาเขตอุ่นขึ้นแล้วรีบทะยานไปยังทิศทางนั้น

ข้าโบกมือสร้างอาณาเขตให้กำแพงห้องทะลุผ่านเข้าไปได้

“นายท่าน! ช่างดีเหลือเกิน อ๊า! ข้าจะไม่ไหวแล้ว อ๊า นายท่าน!

ข้าผงะถอยหลังออกจากห้องพร้อมกับขยี้ตาลบล้างภาพที่เห็นออกจากดวงตา บ้าเอ๊ย! เหตุใดถึงได้ซวยเข้าไปพบเจอค่ำคืนวสันต์จันทราของผู้อื่นเช่นนี้! ข้าหน้าแดงก่ำสะบัดมือเก็บอาณาเขตแล้วรีบสะกิดปลายเท้าเปลี่ยนเส้นทางไปยังอีกห้องที่เปิดไฟสว่างอยู่ ข้าหันมองซ้ายขวาไม่เห็นผู้คุ้มกันก็สร้างอาณาเขตทะลุผ่านเข้าไปในห้องที่มีแสงริบหรี่ห้องนั้นทันที พอก้าวเข้าไปข้าก็พลันสะดุ้งตัวโหยงเมื่อเสียงของเด็กสาวนางหนึ่งเอ่ยท้วงถามขึ้นพอดิบพอดี

“ท่านมาอีกแล้วรึ?”

ข้าเพิ่งมาครั้งแรกนะ!

“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น ยากนักจะหักใจไม่ให้พาตนเองมาที่นี่ได้”

อ้าว มิใช่ข้าหรอกรึ? ข้าลูบอก นึกว่าจะถูกจับได้เสียแล้ว ข้าหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้มต่ำที่เจือสำเนียงแหบเล็กๆ ซึ่งดังมาจากบานหน้าต่างที่ค่อยๆ เปิดอ้ารับลมหนาวจากข้างนอก บุรุษร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีน้ำตาลทรายกระโดดลงมายืนบนพื้นห้องอย่างสง่างาม โบกแขนเสื้อปิดหน้าต่างบานนั้นปิดกั้นอากาศหนาวรวดเร็ว ดวงหน้าคมคายเผยยิ้มอ่อนละมุนดูหล่อเหลาน่ามองอย่างยิ่ง ข้าขมวดคิ้วเคาะศีรษะอยู่หลายทีแล้วหันไปมองบุรุษคนนั้นอีกครั้ง

“คัดอักษรอยู่งั้นรึ? หรูเอ๋อร์ของเราช่างขยันและจริงจังยิ่งนัก” ริมฝีปากบางเฉียบเอื้อนเอ่ยเสียงชมชื่นปนภาคภูมิ เรือนร่างหนาเคลื่อนไปก้มมองกระดาษตรงหน้าของเด็กสาวที่มีใบหน้างดงามอ่อนหวาน ก้มกายลงมองอักษรแผ่นนั้นค่อมร่างอรชรคล้ายกับจะโอบกอดนางเอาไปในอ้อมแขนอย่างแนบเนียน

ไอร้อนและกลิ่นกายเข้มข้นของบุรุษทำให้แก้มนวลเนียนแดงระเรื่อเปล่งปลั่งคล้ายลูกท้อ เด็กสาวที่ถูกเรียกอย่างอ่อนหวานว่า หรูเอ๋อร์เคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ ก่อนจะรู้สึกตัวเมื่อถูกชายหนุ่มฉวยโอกาสหอมแก้มขาวเนียนอย่างอุกอาจ

“ยามที่เจ้าเขินอายช่างน่ารักเหลือเกิน หรูเอ๋อร์”

ดวงหน้าเล็กงามลออแดงก่ำโดดเด่นเมื่อรวมเข้ากับแสงเทียน นางเงยหน้าขึ้นไปสบกับนัยน์ตาคมเฉียบที่แย้มยิ้มโปรยเสน่ห์อยู่ด้านข้าง นั่นยิ่งทำให้ดรุณีน้อยกายสั่นไหวด้วยความสะเทินอาย นางแสร้งทำหน้าตาบึ้งตึงกลบเกลื่อนอาการแท้จริงที่เขินอายจนลนลานทำอันใดมิถูก

“ท่านอย่าได้ทำเช่นนี้อีก ข้าเป็นสตรีมิควรใกล้ชิดกับบุรุษมากเกินไป”

“แต่ข้ารักเจ้ามากมายยิ่งนัก มิอาจหักห้ามใจได้เลยยามได้ใกล้ชิดกับเจ้า”

ข้ามองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงลาน สะบัดร้อนสะบัดหนาว ขนทั่วร่างพาลลุกตั้งไปหมด ปากของข้าอ้าค้างเหวอ ไม่รู้จะตกใจตรงไหนก่อนดี บุรุษผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นวาจาหวานปานน้ำผึ้งผู้นี้ใช่คนเดียวกันกับคนที่เดินปึงปังออกจากเรือนของข้าหรือไม่? ไยถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเช่นนี้!? ไอ้บุรุษนักรัก คุณชายบุปผาผู้ล่อลวงดรุณีสาวบริสุทธิ์นี่ใช่องค์รัชทายาทที่ข้ารู้จักหรือไม่!?

ข้าได้รับความสะเทือนใจจากภาพตรงหน้าอย่างรุนแรง เดินขาอ่อนแรงมาทรุดตัวนั่งบนตั่งไกลจากคู่รักที่กอดรัดกันอยู่อีกฝั่ง การมาครั้งนี้ช่างเปิดหูเปิดตาข้ายิ่งนัก ใครจะไปคาดคิดว่าองค์รัชทายาทผู้บ้าคลั่งยามเกี้ยวพาสาวจะมีฝีไม้ลายมือไม่แพ้ส่านอ๋อง เสียงหัวร่อต่อกระซิบของคู่รักคลอเคลียกันอย่างสุขสันต์ เมื่อทั้งสองไม่ทันสังเกตข้าก็คว้ากาน้ำชารินใส่จอกยกขึ้นดื่มดับกระหาย นั่งดูงิ้วแสดงสดตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย เริ่มคิดอย่างจริงจังว่าการข้ามาที่นี่นั้นเป็นกระทำที่ผิดพลาดสุดๆ

ระหว่างที่องค์รัชทายาทกำลังล่อลวงคุณหนูหยางหงหรูด้วยกลเม็ดบุรุษรูปงามอยู่นั้น ข้าก็หยิบตำราบนโต๊ะเข้ามาในอาณาเขตเปิดอ่านรอทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างใจเย็น ผ้าม่านเตียงปลดลงเสียงครางกระเส่าเล็ดลอดออกมาแต่ข้าก็ยังตั้งมั่นอยู่ที่ตำราในมือ พลิกอ่านต่อไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพียงแค่นี้ไม่ทำให้ข้าสะท้านสะเทือนได้หรอก

ในชีวิตที่แล้วข้าได้เห็นจะๆ เต็มสองตามาแล้ว องค์รัชทายาทมักจะลากข้าไปดูเขาเริงรักกับเหล่าชู้รักทั้งหลาย มีทั้งธรรมดาและวิปริตเพียงใดล้วนเห็นมาหมดแล้ว ข้าไม่อยากดูเลยแม้แต่น้อยแต่เขานั้นบังคับข่มขู่ต่างๆ นานา ถึงจะมีคนจ้องมองก็ไม่ได้ทำให้องค์รัชทายาทอับอายหมดอารมณ์ ตรงกันข้ามเขากลับคึกคะนองอย่างบ้าคลั่ง สมกับเป็นคนโรคจิตวิปลาสนัก!   

ถึงแม้ว่าองค์รัชทายาทจะทำเช่นนั้นต่อหน้าข้า แต่เขาก็ไม่เคยแตะต้องข้าในลักษณะหยาบโลนเลยสักครั้งเดียว อาจจะเป็นเพราะข้าเป็นเพียงนายบำเรอของฉินอ๋อง มีฐานะต่ำต้อยจนเขาไม่อาจทำใจแตะต้องให้ระคายเคืองมือ ซึ่งเป็นเรื่องโชคดีอย่างยิ่ง ข้าเคยคาดเดาสาเหตุที่เขามักจะทำสิ่งเหล่านั้นให้ข้าเห็นบ่อยๆ ก็คงเป็นเพราะต้องการหยามเกียรติฉินอ๋องผ่านทางข้ากระมัง

ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเทียนในห้องถูกเผาจนเหลือความยาวเพียงหนึ่งข้อนิ้ว องค์รัชทายาทที่ตักตวงความสุขจนฉ่ำอุราก็โบกมือล่ำลาสาวน้อยที่ทอดมองอย่างอาลัยอาวรณ์ ชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยสวมกอดปลอบใจเด็กสาวที่มีเพียงผ้าห่มคลุมหมิ่นเหม่บนเรือนร่างอ่อนช้อย

“เราจะกลับมาหาเจ้าอย่างแน่นอน” พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นยิ่งนักแต่ใบหน้าขององค์รัชทายาทกลับฉีกยิ้มนัยน์ตากระหายเลือด

ข้าขนลุกซู่เมื่อมองรอยยิ้มบิดเบี้ยวบ้าคลั่งนั้น โชคร้ายที่ดรุณีน้อยผู้ถูกสวมกอดมองไม่เห็นรอยยิ้มชวนสะพรึง นางไม่เอะใจสงสัยอันใดเมื่อองค์รัชทายาทผละจากไปอย่างรวดเร็วไม่แม้จะเหลียวมองกลับมา ข้ามองหยางหงหรูด้วยสายตาเวทนาสงสาร สาวน้อยผู้ถูกบูชายัญ เฮ้อ!

หลังจากลมหายใจของหยางหงหรูเริ่มสม่ำเสมอเข้าสู่ห้วงนิทรา ข้าก็ลุกขึ้นยืนวางตำราไว้ที่เดิมแล้วเดินออกไปจากห้องของดรุณีน้อยสกุลหยาง แม้วันนี้จะไม่โสภานักแต่นั่นก็ทำให้ข้าล่วงรู้ว่าองค์รัชทายาทเป็นคนร้ายในคดีกลุ่มแรกจริงๆ ไม่แปลกที่เหยื่อจะสนิทสนมไว้วางใจ เพราะเขาได้ทำการสร้างสัมพันธ์ขึ้นมาก่อนจะลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม เพียงแค่คิดก็ทำให้ข้าตัวสั่นเยือกไปด้วยความหวาดหวั่น

เกิดเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาขึ้นใกล้ๆ ข้าหันขวับไปมองทางต้นเสียงแล้วกระโดดไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เห็นร่างเงาดำร่างหนึ่งกระโดดหายไปในความมืด ข้าไม่รอช้ารีบตามคนน่าสงสัยไปติดๆ ด้วยความเร็วสูงสุดที่จะทำได้ ฝีเท้าว่องไวของมันร้ายกาจมาก ข้าสังหรณ์ใจว่ามันต้องเป็นยอดฝีมือระดับยอดยุทธ์เทียมฟ้าขั้นเจ็ดขึ้นไปแน่ ข้าปลดคำสั่งอบอุ่นออกไปแล้วใส่คำสั่งเพิ่มความเร็วเป็นสองเท่าไล่ตามเงาปริศนานั้นไปติดๆ

มันจะต้องเป็นผู้ร้ายอีกคนแน่!

ข้าโบกสะบัดมือกางอาณาเขตออกมาหลายอันด้วยกัน เมื่อเข้าใกล้ก็ตวัดมือควบคุมอาณาเขตไปยังมัน ยังไม่ทันที่อาณาเขตของข้าจะคลุมทั่วทั้งร่างนั้น ข้าก็จับสังเกตบรรยากาศรอบตัวของมันที่แตกต่างจากเดิมได้ ข้าร้องในใจรีบสั่งอาณาเขต ในพริบตาเดียวเกิดแรงระเบิดดังลั่นพร้อมกับร่างของมันก็พุ่งทะยานหายไปลับตา เสี้ยวเวลานั้นใบหน้าของมันปรากฏชัดภายใต้แสงจันทร์หลังจากที่ข้าสั่งกำจัดผ้าคลุมที่ปิดบังโฉมหน้าของมันออกไป

ทันทีที่ได้เห็นข้าก็ยืนนิ่งงันอย่างมึนงงและสับสน

นั่นมัน...!!?


 

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้วชายหมาทำคะแนน มีคนเริ่มเอนเอียงไป ชายแมวจึงฝากมาว่า...


คิดจะแย่งถิงถิงไปจากข้างั้นรึ? เจ้ากล้า!? ย้ากกก!//กระบวนท่าที่หนึ่ง ฝ่ามือแมวววว!


ส่วนพวกเจ้า...จงรักจงหลงข้า! //จ้องมองอย่างออดอ้อน(!?)


รู้เรื่องแอพขโมยแล้วค่ะ แต่ไม่แคร์ค่ะ ด้านก็ก๊อปไปจ้ะที่รัก

ขอเพียงคุณผู้อ่านรู้ว่าใครเป็นต้นฉบับ ใครกันแน่ที่สร้างสรรค์เรื่องนี้ขึ้นมา

ไม่ส่งเสริมสนับสนุนแอพเถื่อน รออุดหนุนเค้าตัวจริงเสียงจริงก็พอใจแย้ว อุบ๊ะ! 555

ปล. อีกอย่างไม่อยากปิดตอนค่ะ เพราะเข้าใจหัวอกคนอ่าน (เป็นคนอ่านเหมือนกัน)

พอเห็นนิยายที่ตัวเองกำลังตามอยู่ปิดตอนทั้งที่ยังอ่านไม่ทัน รู้สึกเจ็บปวด ค้าง 55555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.152K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25433 NEPTUNEL (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:46
    ใครรรร
    #25,433
    0
  2. #25400 Maylyunho (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:02
    ชั้นลืมช่วงนี้ไปแล้ว กลับมาตื่นเต้นอีกแล้ว ออรัชทายาทชอบน้องแน่ๆ แต่บ่ไหวเด้อ จิตเกินไป รักแมวหลงแมวๆ
    #25,400
    0
  3. #25023 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 02:23
    เหลียงอ๋อง!! ใช่ไหม!!
    #25,023
    0
  4. #24686 R.quartz (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 17:45
    หัวใจข้ามันเริ่มเอนเอียงไปที่องค์รัชทายาทแล้วสิ หึ้ย ยิ่งเป็นคนชอบคนเลวๆ ปากแข็งนิดหนึ่งด้วย แต่เอาเถอะยังไงก็ขออยู่ร่วมกับ.....ใครดี?🤣
    #24,686
    0
  5. #24454 Fueled me (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 15:33
    วางสิบบาทรัชทายาทชอบจิ้งถิง แน่เรยแบบแน่ๆ55555555555555 ส่วนคนร้ายอีกคนคงไม่ใช่เหลียงอ๋องหรอกใช่มั้ย ลุ้น!!!
    #24,454
    0
  6. #23991 munkrishear (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:41
    เหลียงอ๋องรึป่ะะะ
    #23,991
    0
  7. #23760 Peach9 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 12:19
    ใครรรรร!!!!!
    #23,760
    0
  8. #23603 PanthronY (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:56
    เหลียงอ๋อง? หลวนคุน?
    #23,603
    0
  9. #22517 trp1021 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 17:07
    ใครอีกกกก
    #22,517
    0
  10. #21982 lills (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 14:37
    ใคร!!!!
    #21,982
    0
  11. #21080 pcy921 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:14
    ใคร??? อ๋องคนไหนอีกคะ555
    #21,080
    0
  12. #20968 Whatever it is (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 09:36
    555 ฝ่ามือแมว
    #20,968
    0
  13. #20894 Sspringlove (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 10:39
    เหลียงอ๋อง!!!
    #20,894
    0
  14. #20410 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 09:26
    อยากจะหวีดองค์รัชทายาทจังเลยยยยยยยยย ทำไมถึงได้โอ้ยยยยยยยยยยย ขอโทษนะคุณแมว พอดีคุณหมาอย่างฮอต กรี๊ชชชชชช
    #20,410
    0
  15. #20327 Fktay (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 02:21
    เหลียงอ๋องป้ะ สงสัยตั้งแต่ที่หอนายโลมละ ที่ไปทำสัญญากับอินั่น(จำชื่อไม่ได้)แล้วถิงถิงก็นอนบนเตียง ได้กลิ่นหอม คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับถุงหอมที่เหลียงอ๋องพก (ถึงแม้จะเป็นเตียงห้องคนอื่นก็เถอะ)เพราะมันมีกลิ่นหอมรุนแรง แล้วยังคณิกาชายนั้นก็หลีกเลี่ยงการพบเจอด้วย แล้วยังกลิ่นที่สะดุดจมูกตอนที่รัชทายาทมารอที่ห้องอีก เอ้ะ?! ยังไง? // นางหรูเออร์ต้องโดนฆ่าแน่ ท่านพ่อร้ายกาจนัก ถ้ารัชทายาทคิดว่าเป็นสกุลหยางร่วมวางยาแม่นางด้วย นางอาจไปจัดการคุณหนูสกุลหยางก็เป็นได้ ถ้าเกิดอะไรกับคุณหนูสกุลหยางจริง ก็เข้าแผนล่อโจรเลย
    #20,327
    0
  16. #19848 ningthanaporn (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 15:27
    ใครอะน่าสงใส
    #19,848
    0
  17. #19603 lovelykik (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 20:56
    เหลียงอ๋องปะะะ
    #19,603
    0
  18. #19602 lovelykik (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 20:56
    ขอบคุณค่ะะ รอซื้อแน่นอนน
    #19,602
    0
  19. #19568 SKYnotSKI (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 02:43
    เหลียงอ๋อง?
    #19,568
    0
  20. #17801 Meatboll (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 13:44
    ใครรรรอะะะะ
    #17,801
    0
  21. #16725 NarinmeFukawa (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 23:53
    องค์ชายหมานี่?ตอนที่แล้วอุตส่าห์เชื่อใจ//จะจีบถิงน้อยของเราท่านก็หัดทำตัวดีๆสิ
    #16,725
    0
  22. #16011 katekate (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:59
    เห้ยยย ใครๆๆๆ องค์ชายซักคน ใช่ม๊ายยยยย 
    #16,011
    0
  23. #15733 Asahi_san (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 16:29
    อ้าว ก็จีบเป็นนี่นา แต่พอเป็นคนที่จริงจังด้วยแล้วไปไม่เป็นเรอะ?? 55555
    #15,733
    0
  24. #15017 あじさい (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 07:44
    โอ้ยยยย อิชายหมาา ชั้นเพิ่งจะบอกตอนที่แล้วว่าแกน่ารัก!? หมดกัน แกทำชั้นเหวอ !!
    #15,017
    0
  25. #14895 SuwannaBL (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 23:48
    งื้อ ลุ้นงะ
    #14,895
    0