เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 68 : ตอนที่ ๖๕ แขกไม่ได้รับเชิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,328 ครั้ง
    5 ธ.ค. 59

ตอนที่ ๖๕ แขกไม่ได้รับเชิญ

ข้ายังคงนิ่งเงียบไร้อากัปกิริยาใดๆ โดยสิ้นเชิง สงบราวกับล่วงรู้อยู่ก่อนแล้ว คนที่ตกใจจนเบิกตาโพลงนั้นเป็นหานลี่จู ชั่วอึดใจต่อมานางเคลื่อนไหวรวดเร็ว พริบตาก็หยิบผลส้มที่ปอกเปลือกแล้วยัดใส่ปากคุณชายหมิง แล้วกลับมานั่งเอนตัวผ่อนคลายใบหน้าราบเรียบราวกับมิใช่นางที่ทำการรุนแรงต่อหนุ่มใสซื่อ ข้าประหลาดใจกับการเคลื่อนไหวที่ว่องไวดุจสายลมของนางอยู่บ้าง แต่ที่แปลกใจมากกว่าคือการที่นางลงมือปิดปากคุณชายหมิงเสียมากกว่า

หมิงอิงตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ลืมเลือนกระทั่งจะคายส้มผลนั้นออกมาจากปาก บรรยากาศอึดอัดขุมหนึ่งเข้ามาครอบงำพวกเรา ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ผ่านไปสักพักคุณชายหมิงก็คายส้มออกมา ดวงหน้างามขมวดคิ้วไม่พอใจกับการกระทำป่าเถื่อนของสตรีหนึ่งเดียวในกลุ่ม ริมฝีปากน้อยๆ กำลังอ้าปากต่อว่า ข้าก็รีบเอ่ยขัดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยด่วน แสร้งตีหน้าเคร่งขรึมตักเตือนคุณชายหมิง

“หมิงอิง ไยได้เอ่ยออกมาเช่นนั้น หน้าต่างมีหูประตูมีตา เจ้าไม่กลัวตายแต่พวกเรามิใช่ อย่าได้เอ่ยออกมาอีก เจ้าควรระวังตัวไว้บ้าง หาไม่แล้วจะทำให้หลวนคุนเดือดร้อนไปด้วย ยังดีที่คุณหนูหานลงมือว่องไวมิให้เจ้ากล่าวพล่อยๆ เช่นนั้นต่อ เฮ้อ หากอยากพูดอย่าได้เอ่ยนามโจ่งแจ้ง”

คนโดนดุทำตาปริบๆ มองมาที่ข้า แววตารื้อน้ำตาใสมองข้ากับหานลี่จูสลับกันไปมา จากนั้นเขาก็ก้มหน้ากินส้มลูกที่ถูกใช้ยัดใส่ปากพร้อมกับพึมพำเสียงเบา

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว ขอโทษด้วย..แต่ไม่น่ายัดส้มทั้งลูกใส่ปากข้าเลยนี่น่าหานลี่จู!” หนุ่มน้อยน้ำตาคลอเบ้าเงยหน้าไปโอดคราญต่อคนลงมืออย่างเหี้ยมโหดอย่างอดทนมิได้ หานลี่จูลืมตาขึ้นมามองคุณชายหมิงแล้วยักไหล่ สะบัดหน้าไปมองด้านนอกเรือไม่สนใจจะเอ่ยอันใดให้ยืดเยื้อ

“อันที่จริงเจ้าก็ทำเกินไปจริงๆ” ข้าหันไปว่ากล่าวอีกเสียง ไม่ให้เหมือนเป็นการตำหนิอีกฝ่ายนัก เพื่อเป็นการปลอบขวัญคุณชายหมิงที่ถูกกระทำให้ตกใจ มาคิดดูแล้ว เอาส้มยัดปากเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องตกใจหวาดผวาบ้างละ คุณชายหมิงพยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าดีขึ้นเมื่อมีคนเข้าข้างบ้างแล้ว ข้าอดจะส่ายหน้าอ่อนใจมิได้ ตกลงว่าใครกันแน่ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ มันมิใช่ข้าหรอกหรือ?

“คราวหน้าเจ้าแค่บอกเขาก็พอ ไม่ต้องเอาอะไรยัดปาก”

หานลี่จูไม่พูดอะไร นางเพียงพยักหน้ารับอย่างขอไปที ข้าเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอันใด จะยัดหรือไม่ยัดก็ตามใจขอแค่มิใช่ข้าก็พอ หมดหน้าที่แล้วข้าก็กลับมาก้มหน้าปอกเปลือกส้มเงียบๆ คุณชายหมิงถอนหายใจปลงตก เหลือบมองคุณหนูท่านแม่ทัพอย่างจนใจ แต่ไม่นานนักเขาก็ลืมเลือนสิ่งที่เกิดขึ้นง่ายดาย เมื่อข้าเอ่ยเปลี่ยนเรื่องพูดคุย

“ข้ารู้เพียงว่าผู้ต้องสงสัยเป็นเขาคนนั้น แต่ไม่รู้เรื่องเหตุจูงใจเลยแม้แต่น้อย เหตุใดเขาถึงได้ลงมือเลือดเย็นเช่นนั้น” ข้าเปิดประเด็นกลับมายังเรื่องเดิมที่ต้องการทราบ เอ่ยปกปิดชื่อที่เจาะจงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุผิดคาดขึ้น แม้ว่ารอบด้านของเรือจะไม่มีผู้ใดนอกจากพวกเราสามคน แถมเก๋งเรือยังถูกปกคลุมด้วยผ้าม่านเนื้อบางหลายชั้น รอบข้างไม่มีคนเดินเข้ามากล้ำกราย คนรับใช้ของพวกเราล้วนถอยร่นไปอยู่หัวเรือและท้ายเรือไม่เข้ามายุ่งโดยไม่จำเป็น

คุณชายหมิงเม้มปากทีหนึ่งแล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะมีผู้ใดมาได้ยิน ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็มิได้เอ่ยทักท้วง นั่งฟังเงียบๆ พร้อมกับครุ่นคิดตาม มีเพียงหานลี่จูที่เอนตัวหลับตาไม่สนใจจะฟัง แต่ข้ารู้ว่านางกำลังฟังอยู่เช่นกัน

“อ่า เจ้ายังจำสิ่งที่เสี่ยวคุนเล่าได้หรือไม่ ที่พูดว่าคดีแบ่งออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน เร็วๆ นี้เสี่ยวคุนจับประเด็นที่แตกต่างได้อีกหนึ่ง นั่นคือคดีกลุ่มแรกเหล่าผู้ตายจะเป็นธิดาในตระกูลที่มีพระสนมขององค์เหนือหัว แต่คดีอีกกลุ่มนั้นเป็นหญิงสาวทั่วไปปะปนกับธิดาขุนนาง”

หลวนคุนนี่ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ!

แสดงว่ามีฆาตกรโรคจิตอยู่สองคนอย่างแน่นอน กลุ่มแรกฟันธงเลยว่าจะต้องเป็นองค์รัชทายาทจิตวิปลาสผู้นั้น ส่วนกลุ่มสองข้าไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ไปๆ มากลุ่มที่สองนี่อาจจะมีคนร้ายมากกว่าหนึ่งด้วยซ้ำ ที่น่าสงสัยอีกเรื่องคือคนร้ายในคดีกลุ่มที่สองมันมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ เหตุใดถึงสร้างคดีที่มีความใกล้เคียงกับองค์รัชทายาทเช่นนี้ หากมองผิวเผินมันแค่เป็นการลอกเลียนแบบพฤติกรรมเท่านั้น แต่ข้าสังหรณ์ใจว่าจะเป็นอะไรที่มากกว่าแค่การเลียนแบบ

คุณชายหมิงยังคงเล่าต่อเนื่อง

“เสี่ยวคุนเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับบิดาและท่านอำมาตย์เซี่ย จนกระทั่งได้ข้อสรุปออกมาว่ามีผู้ต้องสงสัยอยู่สองคนด้วยกัน คนแรกอย่างที่ข้าได้กล่าวออกไป...เขาคนนั้น และอีกคนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร คดีที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นผู้ต้องสงสัยสองคนนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงวางแผนลวงเพื่อล่อให้คนร้ายเข้ามาติดกับ แต่รายละเอียดส่วนนี้หลวนคุนไม่ได้เล่าให้ข้าฟัง”

คุณชายหมิงกลอกตาก่อนจะทำหน้าบึ้ง พ่นลมหายใจพรืดอย่างไม่พอใจ

“เจ้านั่นทำอึกๆ อักๆ ไม่ยอมเล่า เล่าแล้วเหตุใดถึงไม่เล่ามาให้หมด เช่นนี้ไม่เล่าเสียจะดีกว่า ฮึ”  

อืม ถือว่าหลวนคุนยังมีจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่อยู่บ้าง ไม่เล่าทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมด ชื่นชมไปเพียงครึ่งข้าก็สะกิดใจคิดอะไรบางอย่างได้แล้วถอนหายใจปลงตกปนเห็นใจ

เกรงว่าต่อหน้าคุณชายหมิงหลวนคุนผู้นั้นจะมิใช่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาความลับหลวงได้ ที่เขาไม่เล่าให้คุณชายหมิงรู้ทั้งหมดน่าจะเป็นเพราะต้องการปกป้องทางอ้อมต่างหาก! หากคุณชายหมิงรู้ไปหมดทุกเรื่องแล้วล่ะก็เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่ โธ่ หนุ่มน้อย ความหวังดีของเจ้าโดนคนซื่อบื้อไม่พอใจเสียแล้ว!

“ช่างเถิด หลวนคุนมีเหตุผลที่ไม่เล่าออกมา เจ้าอย่าได้ต่อว่าเขาเลย”

“ข้ารู้หรอกน่า” คุณชายหมิงแลบลิ้นให้ข้าที่พยายามพูดแก้ตัวแทนเจ้าเด็กแก่แดดหลวนคุน เขาหัวเราะพลางรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวไม่มีร่องรอยการขัดเคืองใจใดๆ ข้าถึงได้เข้าใจ คุณชายหมิงเพียงบ่นไปเช่นนั้นแต่มิได้โกรธเคืองใดๆ อย่างน้อยคุณชายหมิงก็ไม่คิดเล็กคิดน้อย นี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของเขา

“ผู้ตายในคดีเป็นธิดาในตระกูลที่มีพระสนม แล้วเหตุใดถึงได้โยงไปถึงคนผู้นั้นได้เล่า?” หานลี่จูลุกขึ้นมาจิบน้ำชาอย่างใจเย็นก่อนจะเอ่ยถามตรงประเด็นด้วยน้ำเสียงติดหยิ่งทะนงเป็นปกติ

เยี่ยม! เหตุใดถึงได้มีคนรู้ใจข้าไปเสียหมด ข้ายื่นส้มที่ปอกแล้วไปให้สาวชุดแดงเป็นการตอบแทนที่ถามได้ตรงใจ หานลี่จูก็รับไปกินกินแบบไม่กะพริบตา ไม่มีความขัดเขินเช่นตอนแรก นางปรับตัวได้รวดเร็วยิ่ง คุณชายหมิงจ้องมองส้มในมือของหานลี่จูแล้วทำหน้างอใส่ข้า ข้าจึงยัดส้มที่เพิ่งปอกใส่มือเขา หนุ่มน้อยผู้ใสซื่อถึงยิ้มแฉ่งออกมา

เฮ้อ ตกลงข้าหรือเขาที่อายุสิบเจ็ด?

“เรื่องนี้เสี่ยวคุนบอกว่าท่านอำมาตย์เซี่ยเป็นคนสืบด้วยตัวเอง ผู้ตายแต่ละคนนั้นเป็นธิดาตระกูลที่มีพระสนม และพระสนมที่ว่านั้นล้วนแล้วแต่... แต่...” หมิงอิงตะกุกตะกักไม่กล้าจะเอ่ยออกมา เขาเงียบแล้วเม้มปากแน่น เหลือบมองข้ากับหานลี่จูที่ตั้งตารอฟัง เขาขมวดคิ้วย่นหน้าเข้าหากัน แววตาฉายความหวาดหวั่นออกมา ท่าทางแปลกๆ ของคุณชายหมิงยิ่งกระตุ้นให้อยากจะรู้มากกว่าเดิม

หานลี่จูขมวดคิ้วเริ่มหงุดหงิด นางจ้องมองคุณชายหมิงด้วยสายตาดุร้าย ประดุจนายพลจ้องข่มขู่ลูกน้องในอาณัติ แรงกดดันอันไร้สำเนียงทำให้คุณชายหมิงร่างสั่นสะท้านหวาดเกรง เห็นท่าทางเริ่มไม่ดีข้าก็แกล้งกระแอมไอขัดบรรยากาศ ดึงสายตาของคุณหนูแม่ทัพใหญ่เบนมาที่ตนเอง ข้าคลี่ยิ้มอ่อนหวานเป็นพิเศษทำให้ดวงหน้ารูปไข่ที่ทะมึนตึงค่อยๆ อ่อนลง แก้มขาวนวลของนางแดงระเรื่อเล็กน้อย นางสะบัดหน้าหลบตาไปทางอื่น

เมื่อหานลี่จูละสายตาจากไปคุณชายหมิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ลอบมองข้าอย่างซาบซึ้งพร้อมส่งสายตามาขอบคุณ ข้ายกยิ้มขบขันเล็กน้อย ทั้งที่ทั้งสองนี้อายุเท่ากันแท้ๆ แต่คุณชายหมิงผู้นี้กลับมีความเป็นเด็กอยู่มาก ไม่รู้ว่าทางสกุลหมิงเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมอย่างไรกันแน่  

“เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้รึ?”

“ก็นิดหน่อย” คุณชายหมิงตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มคำ หานลี่จูทำเสียงขึ้นจมูก

“หากเล่าแล้วเล่าไม่จบ มิสู้ไม่เล่าเสียดีกว่า” นางหยิบคำพูดตัดพ้อต่อว่าของคุณชายหมิงขว้างย้อนศรใส่เต็มเป้าหมาย คุณชายหมิงถึงกับสะอึกหน้าซีดเผือด ข้าทำหน้านิ่งเรียบ ในใจตบเข่าดังฉาดถูกใจกับคำพูดของหานลี่จู นี่มันตรงใจข้ายิ่งนัก!

คนโดนย้อนอึกอักรับสายตาเย็นเยือกจากสาวน้อยชุดแดงเพลิง ไม่นานนักเขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชะโงกตัวข้ามโต๊ะกวักมือไหวๆ ให้พวกเราขยับเข้าไปใกล้ ข้ากับหานลี่จูเหลือบมองกันเล็กน้อยถึงโน้มตัวเข้าไปมา

“พระสนมเหล่านั้นล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับตงฮองเฮาน่ะสิ” คุณชายหมิงกระซิบเสียงเบา เมื่อพูดจบก็ยืดตัวกลับไปนั่งตัวตรงตามเดิม ข้ากับหานลี่จูนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ดึงตัวกลับมาตั้งตรง ชำเลืองมองคนบอกเล่าที่ทำหน้าตาหดหู่ราวกับเพิ่งได้หลุดปากพูดสิ่งไม่สมควรออกมา

“เกี่ยวข้องอย่างไร?”

เป็นอีกครั้งที่ข้าอยากจะตกรางวัลให้แก่หานลี่จู ช่างรู้ใจยิ่งนัก! ไม่ต้องอ้าปากถามให้เปลืองน้ำลายนางก็ถามออกมาแทนข้าเสียแล้ว ด้วยความเถรตรงขนาดหนัก อาการย่ำแย่พอๆ กับหลวนคุน ดังนั้นคุณหนูหานผู้นี้จึงไม่มีทางจะใช้คำถามหลอกล่อให้อีกฝ่ายคายความลับออกมา นางทำเพียงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น และดูเหมือนว่าคุณชายหมิงจะคุ้นชินกับคนประเภทนี้ดี เขาไม่ขมวดคิ้วหรือชักสีหน้าใดๆ

“เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม บางคนเป็นพรรคพวกที่สนิทสนม บางคนก็เป็นศัตรูที่แย่งชิงความโปรดปราน คาดเดาว่าคนผู้นั้นทำไปเพราะแก้แค้นให้แก่มารดา นอกจากนั้นข้าก็ไม่รู้แล้วเหมือนกัน”

ข้าได้ยินก็นิ่งไปในอึดใจ

แก้แค้นให้มารดา? ตงฮองเฮา?

พระสนม?

อ่า!

เช่นนี้นี่เอง!

พอนึกถึงสิ่งที่คุณชายหมิงพูดถึงวางแผนลวงกอปรกับเรื่องที่ท่านพ่อสั่งให้ทำ ข้าก็พลันเข้าใจในทันที ข้ารีบเก็บงำสีหน้าหลังจากเชื่อมโยงเศษเสี้ยวต่างๆ เข้าด้วยกันจนปะติดปะต่อกันได้บ้าง หันไปมองหานลี่จูที่ขมวดคิ้วงุนงง และคุณชายหมิงที่ดูไม่เข้าใจใดๆ แม้รู้รายละเอียดพวกนี้ก็ตาม ข้าแสร้งตีหน้าเซ่อต่อไป

สักพักใหญ่พวกเราสามคนก็สั่นสะท้านด้วยลมหนาวที่พัดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา พวกเราเคลื่อนตัวเข้าหาเตาผิงพร้อมเพรียงกัน ลมเย็นทำให้มือแข็งทื่อและริมฝีปากสั่นระริก

“พวกเรากลับกันก่อนดีหรือไม่? หนาวเช่นนี้ไม่เหมาะกับการล่องเรือเลยจริงๆ” คุณชายหมิงพูดพึมพำเสียงเบามาขอความคิดเห็นขณะที่ต่างคนต่างยื่นมืออังเตาไฟ ข้าชำเลืองมองเขาด้วยดวงตาระอาเล็กๆ  

 ก็เจ้ามิใช่หรือไรที่อยากมาล่องเรือ!?

ไม่ต้องรอให้ใครมาเห็นชอบพวกเรารีบพยักหน้าเห็นด้วย คุณชายหมิงสั่งให้คนรับใช้หันหัวเรือแล่นกลับท่าเรือ ตอนขากลับเร็วกว่าตอนขามาที่แล่นเอื่อยอ้ายมากนัก เมื่อถึงฝั่งพวกเราก็ย้ายโยกกันกลับ ไม่ลืมนัดแนะที่จะเจอกันอีกครั้ง ข้าหายใจเป็นไอ ชิงลู่รีบนำเตาพกอุ่นมาให้พร้อมกับคลุมเสื้อคลุมขนเตียวสีขาวลงบนตัว พยุงข้าขึ้นรถม้ากลับจวนสกุลเซี่ย

“นายน้อย มีแขกมารอพบขอรับ”

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่จวนพ่อบ้านกู่ก็เดินเข้ามากระซิบรายงานด้วยสีหน้าจริงจังกว่าปกติ ข้ามองเขาอย่างแปลกใจ เหตุใดพ่อบ้านกู่ถึงได้เกร็งหน้าเกร็งตาตื่นเต้นเกินเหตุเช่นนี้ แขกคนที่ว่านั้นเป็นใครกันถึงได้ทำให้พ่อบ้านคนเก่งมีสีหน้าเช่นนี้ได้? ข้าส่งสายตากลับไปถาม พ่อบ้านกู่ขมวดคิ้วสีหน้าย่ำแย่แบบปิดไม่มิด เขากระซิบตอบเสียงเคร่งเครียด

“องค์รัชทายาทขอรับ”

ได้ยินคำตอบใบหน้าของข้าพลันเปลี่ยนสี บ้าเอ๊ย! ข้ามิได้กลับมาจากท่าเรือหนาวๆ เพื่อมาพบบุรุษอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าพายุอย่างองค์รัชทายาทหรอกนะ ข้ารู้สึกหดหู่เล็กน้อย อยากให้พ่อบ้านกู่พูดล้อเล่นอำข้าให้ตกใจเพียงเท่านั้น แต่พอเห็นใบหน้าจริงจังของเขาแล้วข้าก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเพียงการแกล้งอำ

ข้าพยักหน้าให้กับพ่อบ้านกู่ที่มองมาอย่างเป็นกังวลและเป็นห่วง คลี่ยิ้มพลางยกมือแตะไหล่ปลอบใจเขา จากนั้นก็ผละเดินออกไปยังเรือนหงเหม่ยเพื่อไปเผชิญหน้ากับแขกไม่รับเชิญ

เท้าของข้าก้าวย่างไปเชื่องช้าเป็นพิเศษ ในใจอยากจะวิ่งหนีไปสุดโลกยิ่งนัก เฮ้อ แม้จะเดินช้าเพียงใดแต่สุดท้ายก็มาถึงเรือนหงเหมยจนได้ ด้านหน้าเรือนหงเหมยมีองครักษ์หน้ายักษ์ยืนนิ่งเป็นเสาปักหลัก ทำให้ข้ายิ่งขวัญหนีดีฝ่อ บ้าจริง เห็นได้ชัดว่าเป็นองค์รัชทายาทผู้นั้นจริงๆ! ข้าจำองครักษ์คนสนิททั้งสองของเขาได้แม่นยำ ข้าพยายามถ่วงเวลายืนอ้อยอิ่งอยู่หน้าทางเข้าเรือนหงเหมย จนกระทั่งชิงลู่ต้องกระแอมไอเตือนเสียงเข้มขึง

“ปล่อยให้องค์รัชทายาทรอนานเช่นนี้เกรงว่าจะไม่ดีนะขอรับ”

เขามาเอง ข้ามิได้ขอร้องให้เขามาสักหน่อย! ข้าอดจะเถียงในใจอย่างดื้อดึงไม่มีเหตุผลมิได้ แต่ในที่สุดเมื่อพิจารณาแล้วมันก็เป็นเรื่องไม่ดีจริงๆ แม้จะไม่อยากเคารพนับถือใดๆ ในความเป็นจริงแล้วเขาก็เป็นองค์รัชทายาทที่ไม่ยอมให้ผู้คนหมิ่นเกียรติได้

“ข้าเข้าใจแล้ว” ข้าถอนหายใจยาว ยืนทำใจอยู่สักพักแล้วก้าวเดินเข้าไปในเรือนหงเหมย ไปเผชิญหน้ากับแขกไม่ได้รับเชิญที่รออยู่ข้างใน ข้าก้าวเท้าผ่านองครักษ์ทั้งสองที่เหลือบมองมาด้วยสายตาน่ากลัว ข้าสูดลมหายหายใจแอบขนลุกขนพอง แต่เมื่อได้กลิ่นบางอย่างข้าก็หยุดชะงักเล็กน้อยพร้อมกับขมวดคิ้ว ครั้นถูกชิงลู่ดันหลังเบาๆ ข้าก็รีบไล่ความคิดไร้สาระออกไปจากหัวแล้วเดินเข้าไป

ภาพแรกที่เห็นเมื่อได้เข้าไปในห้องโถง ชายหนุ่มในชุดสีเหลืองน้ำตาลนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ทำตัวราวกับกำลังพักผ่อนอยู่ในเรือนของเขาเอง ข้าจ้องมองคนๆ นั้นพร้อมกัดฟันกรอด

สบายเหลือเกินนะ!

“ถวายพระพรองค์รัชทายาท” ข้าเก็บกวาดความหงุดหงิดลงไป รวบรวมพลังใจทำความเคารพร่างสูงที่เอนตัวนอนเหลือบหางตามามองแสนเกียจคร้าน พอเห็นข้าเขาก็พยักหน้าลุกขึ้นเดินเข้ามาหา เสียงทุ้มต่ำซ่อนความแหบเล็กๆ เอ่ยทักอย่างสนิทสนม

“กลับมาแล้วรึเสี่ยวถิง?”

เสี่ยวถิง!?

ข้าสะดุดเท้าตนเองเกือบล้มหน้าคะมำพื้น แขนแข็งแรงคู่นั้นเคลื่อนเข้ามาโอบรับร่างของข้าเอาไว้ เขาขยับแขนยกตัวข้าที่แข็งทื่อให้ยืนดั่งเดิม

“จู่ๆ เป็นอันใดไป เที่ยวจนเหนื่อยถึงเพียงนี้เลยหรือไร?” เสียงแหบต่ำกลั้นหัวเราะในลำคอพลางเอ่ยหยอกเย้าอารมณ์ดี ใบหน้าคมเข้มดวงตาสีเทาเฉียบขาดก้มมองข้า ตัวข้าสั่นสะท้านในอ้อมกอดอันน่ากลัว สันหลังหนาวเยือกราวกับว่าถูกอสรพิษร้ายรัดตรึง

“เสี่ยวถิง?”

ครั้นได้สติกลับคืนมาข้ารีบผละออกจากองค์รัชทายาทอย่างรวดเร็ว มองคนตรงหน้าอย่างงุนงงปนตื่นตระหนก องค์รัชทายาทชะงักไปเล็กน้อยเมื่อข้าแยกออกมาจากเขา สีหน้าเผยความหงุดหงิดออกมาวูบหนึ่งก่อนจะปรับเป็นยิ้มเยาะปกติ ข้าสูดลมหายใจก่อนจะก้มศีรษะขออภัย สีหน้าจริงจังและห่างเหิน

“ขออภัยที่ปล่อยให้ฝ่าบาทต้องรอ กระหม่อมไม่ทราบว่าพระองค์จะมาในวันนี้”

ความผิดของเจ้านะ ไม่ใช่ข้า ใครบอกให้มาโดยไม่แจ้งกันก่อนเล่า!?

“หากเราบอกเจ้าเสียก่อน วันนี้คงไม่ได้เจอกระมัง” องค์รัชทายาทพ่นลมหายใจเดินกลับไปนั่งเก้าอี้เดิมด้วยท่วงท่าแสนเกียจคร้านอย่างสง่าผ่าเผย ยื่นมือหนาไปยกถ้วยชาที่มีควันพุ่งพวยมาจิบ ก่อนจะเอียงศีรษะเหลือบนัยน์ตามองข้าแวบหนึ่งแล้วเอ่ยปนหัวเราะที่รู้เท่าทัน ข้าไม่พูดอะไรตอบเพียงยิ้มเล็กๆ รับ ไม่ปฏิเสธและไม่ยอมรับไปในตัว

“เสี่ยวถิงไยยังยืนอยู่ตรงนั้นเล่า มานั่งตรงนี้สิ” องค์รัชทายาทยิ้มที่มุมปากพลางมองข้าด้วยแววตาแปลกประหลาดที่ข้าไม่เข้าใจเอาเสียเลย เพียงแต่ให้ความรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวเหมือนจะเป็นไข้ เขาเอ่ยชวนเสียงนุ่มนวลผิดปกติ ผายมือไปยังเก้าอี้ถัดไปจากเขา ข้าขนลุกซู่จ้องเขาเขม็งหวาดกลัวยิ่งกว่าตอนที่เขายิ้มเยาะถากถางเสียอีก

นี่มันสยดสยองเกินไปแล้ว! ตอนเดินทางมาที่นี่องค์รัชทายาทศีรษะกระแทกเสามาหรือไร!?

“...เอ่อ ฝ่าบาท กระหม่อม...”

“เสี่ยวถิง มานั่งนี่” องค์รัชทายาทจงใจวางถ้วยชาเสียงดัง เขาเงยหน้าขึ้นมามองข้าอย่างช้าๆ ดวงหน้าคมสันเผยยิ้มบางๆ ที่น่ากลัวยิ่งออกมา ข้าสะดุ้งตัวโหยง เย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า รีบกลั้นใจเดินไปหย่อนตัวนั่งลงด้วยใบหน้างอง้ำ องค์รัชทายาทโบกมือสั่งให้เด็กรับใช้ของข้าไปจัดน้ำชาและขนมมา

ตกลงที่นี่เป็นเรือนของข้าหรือของเขากันแน่?

“ฝ่าบาทมาถึงที่นี่ไม่ทราบว่ามาด้วยธุระอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ข้าไม่อยากอยู่เป็นเหยื่ออสรพิษที่วันนี้มาแปลกประหลาด คล้ายอารมณ์ดีต้องการหยอกล้อกับเหยื่อเล่น ข้าจึงถามธุระออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาหวาดระแวง ไม่รู้ว่าคนๆ นี้จะมาไม้ไหนแต่อย่างไรข้าก็ต้องรอดให้ได้!

“เสี่ยวถิงจริงจังยิ่งนัก เราจะมาเยี่ยมเยียนผู้มีพระคุณมิได้รึ? หลายวันมานี้เสด็จแม่แข็งแรงเป็นปกติแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ เสด็จแม่เองก็อยากมาพบเจ้าด้วยตนเองด้วยซ้ำ” องค์รัชทายาทหัวเราะกล่าวอย่างผ่อนคลาย ไม่สนใจท่าทางระแวงภัยจนขนตัวตั้งของข้า ข้าคลี่ยิ้มรับไร้ความรู้สึก หากสำนึกบุญคุณกันจริงอย่ามาให้เห็นจะดีกว่า!

“มิได้พ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ตงฮองเฮาเองก็ได้ประทานของตอบแทนมากมายมาแล้ว อย่าได้คิดว่าเป็นบุญคุณหรืออะไรเช่นนั้นเลย ข้าเพียงลงมือทำเล็กๆ น้อยๆ ไม่อาจเทียบกับการบำรุงรักษาของเหล่าหมอหลวงได้”

“หึ! คนพวกนั้นจะเทียบอันใดได้ เป็นหมอแท้ๆ แต่กลับทำอันใดมิได้ ไร้ความสามารถ! เราไม่ไล่พวกมันกลับไปบ้านเก่าก็ดีถมแล้ว...” องค์รัชทายาทแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วเอ่ยวาจาดูแคลนหมอหลวงทั้งหลายอย่างโกรธแค้น ข้าหรี่ตามองเขานิ่งๆ ในที่สุดองค์รัชทายาทก็ระเบิดอารมณ์ขุ่นเคืองออกมาเหมือนเดิม ไม่นานเขาก็หยุดชะงักค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึก โบกมือตัดจบอย่างไม่ใส่ใจแม้ว่าสีหน้าจะยังมีเค้าหงุดหงิดบ้าง

“เสด็จแม่ให้เรานำสิ่งนี้มาให้แก่เจ้า” องค์รัชทายาทนำกล่องเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อแล้วยัดใส่มือข้า ข้าไม่ได้สนใจกล่องในมือแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้ข้ากำลังจ้องมองผู้ที่ยื่นกล่องของขวัญนั้นอย่างตกตื่นและประหลาดใจ

คนผู้นี้ควบคุมตัวเองได้!?

ราวกับเจอปาฏิหาริย์ ข้าอึ้งอยู่เนิ่นนาน เพราะเท่าที่รู้จักเขามาตั้งแต่ชีวิตที่แล้ว องค์รัชทายาทค่อนข้างทำตามใจตนเองมาก อยากพูดหรือทำอันใดก็ไม่ควบคุมอารมณ์ ไม่ข่มกลั้นมันไว้ได้เช่นนี้ ช้าก่อน! ข้าเบิกตากว้าง มือที่ถือถ้วยชาสั่นไหวจนเกือบจะทำให้มันผลักหล่นไปจากมือ ข้ารีบวางถ้วยน้ำชาพร้อมๆ กับตัวที่ชาวาบเป็นพักๆ

จริงสิ จริงด้วย ข่าวลือนั้น...

องค์รัชทายาททำมาตุฆาต!

หรือว่ามันจะเป็นความจริง! ถึงแม้ว่าข้าจะทราบว่าในชีวิตที่แล้วตงฮองเฮาเสียชีวิตก่อนที่ข้าจะได้พบกับองค์รัชทายาท แต่ข้าไม่รู้แน่ชัดว่าตงฮองเฮานั้นเสียชีวิตไปตอนไหนและด้วยสาเหตุอันใด ถ้าเป็นอย่างที่ข่าวลือกล่าวความปรวนแปรบ้าคลั่งไม่มีที่สิ้นสุดของเขาอาจจะเกิดจาก...ลงมือฆ่ายุติอาการที่ทรมานยิ่งกว่าตายของมารดาอย่างนั้นรึ?

ข้าขนลุกซู่เมื่อคิดถึงเรื่องความเป็นไปได้นั้น บางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด ให้ตายเถิดชีวิตที่แล้วข้าไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยสิ ข้าลอบมององค์รัชทายาทที่สงบกว่าทุกครั้งที่ได้เจอ หรือนี่อาจจะเป็นผลพ่วงจากที่ข้ารักษามารดาของเขาจนหายดี ในชีวิตที่แล้วนั้นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านจากตอนนี้ไปเล็กน้อยตงฮองเฮาทนอาการพิษในตัวไม่ไหวจึงสิ้นใจลง หรืออาจจะเป็นองค์รัชทายาทเองที่ทนเห็นมารดาทรมานไม่ไหวจึงลงมือสังหาร?

ถ้าเช่นนั้นการที่ข้าสกัดพิษออกจากตัวตงฮองเฮาก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น!? องค์รัชทายาทแต่เดิมควรเป็นคนคลุ้มคลั่งเป็นเดรัจฉานชั่วช้ากลับกลายเป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง บางทีนี่อาจจะเป็นเพราะมารดาผู้เรียบง่ายผู้นั้นของเขาสั่งสอนอบรม? ใช่แล้ว! องค์รัชทายาทเป็นคนที่โหดร้ายไม่ฟังความผู้ใด แต่มีอยู่คนเดียวเท่านั้นที่เขาจะฟัง นั่นก็คือ ตงฮองเฮาอย่างไรเล่า!

บางทีการที่เขาเปลี่ยนท่าทีต่อข้าอาจจะมาจากมารดาเป็นผู้บอก แม้กระทั่งการมาเยือนในครั้งนี้ก็อาจจะเป็นเพราะตงฮองเฮาบอกให้มา? ข้านิ่วหน้าเล็กน้อย ตงฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ! ไม่ให้เขามาที่นี่กระหม่อมจะขอบพระคุณอย่างยิ่ง!

“เจ้าคิดอันใดอยู่รึ?”

“อ้อ กระหม่อมกำลังคิดว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงยังมิได้ไปยังวัดนอกเมืองหลวงอีกเล่า?” ข้าหันขวับไปมองคนด้านข้างที่จ้องมองด้วยดวงตาสีเทาอันเฉียบคมก็พลันรู้สึกตัว หลุดปากเอ่ยถามออกมาอย่างเถรตรงสมควรตบปากร้อยครั้ง พอเห็นสีหน้าตึงคล้ายไม่พอใจขององค์รัชทายาทหัวใจของข้าก็หล่นไปอยู่ตาตุ่ม พินาศแล้ว!

“หึ! เสด็จพ่อลงโทษเช่นนั้นก็จริง แต่มิได้กำหนดเวลาที่จะลงโทษนี่ เราจะไปเมื่อไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ อาจจะวันนี้หรืออีกสามปีค่อยไปก็ไม่ได้ผิดอันใด ทำให้เจ้าผิดหวังแล้วเสี่ยวถิง” รัชทายาทเหยียดยิ้มไม่สบอารมณ์ก่อนจะเอ่ยประชดประชันและเยาะหยันไปในตัว นัยน์ตาสีเทาจ้องมองข้าราวกับจะทิ่มแทงให้ตกตาย ข้าส่งเสียงรับรู้ไปเบาๆ แล้วทำหน้านิ่ง องค์รัชทายาททำเสียงเหอะใส่ ข้าแอบถอนหายใจ บรรยากาศกำลังดีๆ ข้าดันปากเบาพูดก่อนคิดเสียได้ แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ?  

“นายน้อย จดหมายจากฉินอ๋องขอรับ” จื่อลู่ค่อมตัวเดินเข้ามาเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยรายงานพร้อมยื่นจดหมายปิดผนึกด้วยน้ำยางมาให้ ข้าตาวาวเป็นประกายแต่ในใจอดจะแปลกมิได้ เหตุใดเจ้าแมวถึงได้เขียนจดหมายมาเช่นนั้นเล่า? หรือว่าเกิดอันใดขึ้นงั้นรึ? ข้าขมวดคิ้วยื่นมือไปรับพร้อมทั้งวางกล่องของขวัญจากองค์รัชทายาทให้แก่จื่อลู่ ข้าจ้องมองจดหมายในมือนิ่งเงียบ ใช้ปลายนิ้วลูบไล้จดหมายอย่างทะนุถนอม

“กลับ!

ข้าสะดุ้งตกใจกับเสียงตวาดดังราวกับฟ้าผ่าขององค์รัชทายาท เขากัดฟันลุกขึ้นพรวด โบกสะบัดแขนเสื้อดังพรึบแล้วหมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็วราวกับหากล่าช้ากว่านี้จะขาดใจตาย ข้าลุกขึ้นโค้งตัวส่งได้แค่ครึ่งทางก็เงยหน้ามองคนอารมณ์เสียเดินผลุนหายไปราวกับสายฟ้าฟาดมิปาน ข้าเอียงหน้างุนงงไม่เข้าใจองค์รัชทายาทผู้นี้จริงๆ แต่ไม่นานข้าก็โล่งใจที่เขากลับไปได้เสียที ไม่ต้องปวดหัวหวาดระแวงว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก

ข้ากลับมาสนใจจดหมายของเจ้าแมว เมื่อวานก่อนจะกลับไปเขาได้บอกไว้ว่าช่วงอาจจะไม่ได้มาหา เพราะมีเรื่องที่ต้องไปจัดการให้เสร็จก่อนเทศกาลลอยโคม แล้วเหตุใดถึงส่งจดหมายมาหาเล่า? ข้าค่อยๆ เปิดจดหมายอย่างตื่นเต้นและลุ้นว่าเขาจะเขียนสิ่งใดเอาไว้ นี่ถือว่าเป็นจดหมายฉบับแรกจากฉินอ๋องมาถึงข้าเชียวนะ ข้าเปิดจดหมายแล้วเลิกคิ้วงุนงง

นี่คืออันใดกัน?

ในจดหมายไม่มีอักษรมากนัก มีเพียงตัวอักษรเดียว โดดๆ ว่า เฝ้า จากนั้นก็เป็นรูปวาดแมวขนหนานุ่มนั่งจ้องมองปลาทองราวกับ เฝ้าสมบัติอยู่ก็มิปาน แววตาของแมวตัวนั้นก็ดูนุ่มละมุนอบอุ่นอย่างยิ่ง บางทีข้าอาจจะคิดไปเอง แต่ว่านี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? ข้ามองรูปวาดนั้นอย่างโง่งม ผ่านไปเนิ่นนานก็ร้องเพ้ยออกมาอย่างไม่พอใจ

ข้ามิใช่ปลาเสียหน่อย!

 

 

 

 

 

 



เฝ้า(รอกินเจ้าอยู่นะ!) //เลียปากแผล็บ


แมวไม่อยู่ หมาก็หวานปากเลยทีเดียว มารอถึงในห้อง!?

ลืมไปว่ามีคนถามเรื่องอายุพี่น้องอ๋องทั้งหลาย ว่าจะตอบตั้งนานแล้วแต่ลืม เค้าขอโทษ

รายละเอียดตามนี้เลยจ้ะ อันนี้อายุ ณ ปัจจุบัน

รัชทายาท :: ไทจื่อ – เหวินเหล๋ย (๒๒)

อ๋องสอง :: เหลียงอ๋อง – เหวินหลิ่น (๒๒)

อ๋องสาม :: โจวอ๋อง – เหวินจิ่น (๒๐)

อ๋องสี่ :: ฉินอ๋อง – เหวินเสวี่ย (๑๙)

อ๋องห้า :: ส่านอ๋อง – เหวินถง (๑๘)

อ๋องหก :: เว่ยอ๋อง – เหวินหั่ว (๑๖)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.328K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25532 CK 27 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 18:15
    โอ่ย ถึงจะเลวแต่ชั้นก็ชอบรัชทายาทนะ แอบชิบกับยัยน้องเบาๆ ด้วย อุแงงบ
    #25,532
    0
  2. #25398 Maylyunho (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:38
    ทั้งใจให้)อนอ๋องเพราะเป็นทาสแมว เชิญคนฆ่าหมาป้ายหน้าเพคะ
    #25,398
    0
  3. #25053 Moon's (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 16:19

    สรุปรัชทายาทคือเจ้าหมา ฉินอ๋องคือเจ้าแมว ส่านอ๋องก็น่าจะแพนด้าอ่ะคลั่งไผ่ขนาดนั้น 5555

    #25,053
    0
  4. #25035 Espoir_U (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 21:20
    ใครไม่เอารัชทายาท ก้โยนมาให้ฉัน ฉันจะยอมตายในน้ำมือของเขาเอง55555
    #25,035
    0
  5. #24800 namjrn_19 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 00:32
    รัชทายาทกร้าวใจมากกกก😍😍
    #24,800
    0
  6. #24729 Fallen Emperor (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:01
    รัชทายาทชอบน้องแน่ๆ
    #24,729
    0
  7. #24453 Fueled me (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 14:41
    รัชทายาทอาจจะฆ่าคนที่วางยาพิษแม่ตัวเองป่าว เพราะก็ดูรักแม่มากเลยนะนั่น
    #24,453
    0
  8. #24332 BBRB (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 15:04
    นี่ว่าจริงๆองค์รัชทายาทชอบน้องแต่คงไม่ได้ลึกซึ้ง สามารถเป็นเพื่อนที่ดี?ต่อกันในอนาคตได้ แล้วดูๆแล้วนางคงเป็นโรคจิตชอบทรมานคน(ที่ร้ายกับฮองเฮาหรือร้ายกับนาง พูดง่ายๆก็แก้แค้น) นิสัยแย่ไปบ้าง แต่ไม่น่าจะเลวบัดซบเป็นตัวร้ายไรงี้ มั้ยนะ... นางเหมือนพระรองในเรื่องดิแอร์อ่ะ รักเขาแทบตายแต่แสดงออกผิดๆ ชอบนะแต่ก็แกล้งเค้างี้ รึเปล่า... เดาล้วนๆ
    #24,332
    0
  9. #23990 munkrishear (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 04:02
    เฝ้ารอกินน้อง555555
    #23,990
    0
  10. #23792 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 14:36
    ตามเฝ้ายันจดหมาย555
    #23,792
    0
  11. #23757 Peach9 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 19:15
    คุณหมาก็คงอยากผูกมิตรกับปลาแต่แมวดันหวงง555555
    #23,757
    0
  12. #23626 exolbenben (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 23:41
    ราวกับล่วงรู้ว่าจะมีหนุ่มมาหาเมียถึงในเรือน5555
    #23,626
    0
  13. #23573 PanthronY (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 23:56
    อ่าาา เอ็นดูรัชทายาทจริงๆ คงอยากผูกมิตรแต่ผูกมิตรไม่เป็นแหละมั้ง เพราะเป็นคนแบบนี้โดนหักหน้าบ่อยๆคงเสียอาการ กลัวจะตกหลุมรักน้องจิ้งถิงนี่สิ เอ็นดูคนบ้านนี้เหลือเกินนน
    #23,573
    0
  14. #23492 eannysrr (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 17:12

    Character ของรัชทายาทนี่มีเสน่ห์จริงๆน่ารักกกก

    #23,492
    0
  15. #23284 itsbbeam (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 09:31
    รัชตกหลุมรักน้องมั้ยม่ายรุ้ แต่นุตกหลุมรักรัชค้าบ น่ารักน่าเอนดูจังเลยหึ้ยๆๆๆๆๆๆๆ
    #23,284
    0
  16. #22802 tunty0505 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 14:49
    ชื่ออ๋องแต่ละคนจำยากเฟร้อ คล้ายกันสุด
    #22,802
    0
  17. #22694 SnowPrincess (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:03
    ทำไมชอบเจ้าหมาาา
    #22,694
    0
  18. #22659 พฤษภาฯ(คนอยากเขียน) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:21
    กลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังตลกอ่ะ
    ชอบ
    ไรท์เมื่ไหร่กลับมาต่อน้อ คิดถึงจัง
    #22,659
    0
  19. #22494 puenyimm (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 18:09
    รัชทายาทชอบน้องแน่ๆๆๆ;-;
    #22,494
    0
  20. #22486 Ruanjai (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 22:19
    องค์รัชทายาทคงมิได้ตกหลุมรักเซี่ยน้อยของเราแล้วนะ
    #22,486
    0
  21. #22444 trp1021 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:02
    ให้อัลไลมาาา
    #22,444
    0
  22. #22288 FauyFern (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 00:26
    ปลาทองด้วยนะ แค่กก สงสัยเราคิดไปเอง
    #22,288
    0
  23. #22195 Xialyu (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:43
    ลงเรือหลายลำจะผิดไหม555
    #22,195
    0
  24. #22115 Konrafah (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:05
    จิ้งถิงขิงข้าาาาาาาา
    #22,115
    0
  25. #22060 anukool__ple (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 14:31
    เอาแล้วๆ องรัชฯ น้อยใจ กลับไปแล้ว เสี่ยวถิง
    #22,060
    0
  26. #20893 Sspringlove (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 07:28
    เชี่ยยยย ที่เราเดานี่ถูกหมดเลยหรือเปล่า อย่างที่บอก กลุ่มแรกคือพวกที่ฆ่าและเหยื่อมีสีหน้าทรมานก่อนตาย อาจจะเป็นการโดนพิษหรือไม่ก็ทารุนแล้วใข้มีดแล่ด้วยความโรคจิตขององค์รัชทายาทเอง ส่วนอันที่สอง เป็นคดีที่ต่างไปซึ่งก็คือที่น้องไปเจอในงานเมื่อชาติที่แล้ว เหยื่อที่อยู่ในมุม 'มืด' นั้นเหมือนนอนสลบและคนกำลังแล่ เราคิดว่าต้องเป็นเหลียงอ๋องล้านเปอร์เซ็นต์ อาจจะด้วยเหตุผลบางอย่าง ที่เชื่อมโยงก็คือ เหลียงอ๋องมีพลังภาพลวงตา ส่วนเฟยอิน(คณิกาชายที่กลัวเหลียงอ๋องนั้น) ก็มีพลังทำลายล้างภาพลวงตา กรือก็คือภาพลวงตาทุกอย่างล้วนสามารถมองเห็นผ่านมันได้ วันนั้นอย่างที่บอกก็คือมันเป็นจ้างนอกวังเป็นงานเทศกาล เป๊ะะะะ เหลียงอ๋องคือฆตกคนนั้นที่ปลอมเป็นองค์รัชทายาทแน่เลย ไม่อน่มุมอับนั้นอาจจะใกล้กับหอโคมเขียวของเฟยอิน ส่วนเรื่องที่ทำให้น้องคิดว่าเป็นองค์รัชทายาทแน่ๆ ทั้งเรื่องที่นางจะฆ่าหมา ล้วนไม่ต้องสงสัย เพราะเราพอจะเดานิสัยใจคอของค์รัชฯ ได้ ไม่แน่ ชายหมาอาจจะกำลังกลุ้มเรื่องพิษท่านแม่อยู่ก็ได้ เพราะน้องบอกว่ามันไม่ได้มีพิษเดียวอาจจะโดนมานานแล้ว บวกกับนิสัย เราว่าเซนต์เรามันไม่ผิดนะ ก็น่าจะตามนั้น เพราะเราคิดว่าองค์รัชฯ น่าจะเป็นคนที่ดีอยู่บ้างอย่างน้อยก็น่าจะดีกว่า เพราะถ้าจะทำไปด้วยความแค้นเหมือนกัน อย่างน้องชายหมาก็ทำเพราะพระมารดา ส่วนฆตกอีกแบบที่สองอาจจะเพราะความแค้นส่วนตัวไม่ก็เพราะเป็นโรคจิตแน่ๆ
    #20,893
    1
    • #20893-1 crazy25240(จากตอนที่ 68)
      19 ธันวาคม 2562 / 22:21
      +11111111111
      #20893-1