เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 67 : ตอนที่ ๖๔ คู่หมั้นของส่านอ๋อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,200 ครั้ง
    1 ธ.ค. 59

ตอนที่ ๖๔ คู่หมั้นของส่านอ๋อง

“ข้าขอตัวไปดูแลลูกค้าก่อนนะ เจ้าค่อยๆ กินขนมไปก่อน หากลูกค้าบางตาลงแล้วข้าจะกลับมาคุยเป็นเพื่อน”

พวกเราพร้อมใจหันไปมองหน้าร้านเห็นลูกค้ากลุ่มใหญ่เดินเข้ามา เสี่ยวชีเกรงว่าลูกจ้างในร้านจะบริการได้ไม่ทั่วถึง จึงหันมาบอกข้าแล้วลุกขึ้นหมายจะออกไปต้อนรับลูกค้า

ข้ามองดูผ่านๆ ลูกค้าที่มาใหม่น่าจะเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดี พวกนางรวมกลุ่มกันมาเลือกซื้อเครื่องประดับชิ้นใหม่ ช่วงนี้ร้านเครื่องประดับมีลูกค้ามากเป็นพิเศษ ไม่เพียงแค่ร้านเครื่องประดับเท่านั้นที่ขายดิบขายดี ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องประทินโฉม ล้วนแล้วแต่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากเหล่าสตรีออกมาจับจ่ายซื้อทุกสิ่งอย่างที่ทำให้พวกนางดูดีมากที่สุดในงานประชันบุปผชาตินั่นเอง

“ไม่เป็นไร ข้าอยู่ต่อไม่นานหรอก นัดคนเอาไว้น่ะ นี่ก็ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นไว้คุยกันวันใหม่”

ข้ายิ้มบางเบามองส่งสหายตัวน้อยที่ยามนี้กลายเป็นเถ้าแก่ไปเสียแล้ว ร่างเล็กวิ่งเข้าไปในร้าน ใบหน้าน่ารักแย้มยิ้มเฉกเช่นมืออาชีพ คอยแนะนำและนำเสนอเครื่องประดับให้แก่เหล่าสาวน้อยหุ่นบางหน้าแฉล้ม มองอยู่สักพักสายตาของข้าก็ถูกดึงดูดจากสหายไปยังร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่ง เขายืนแย้มยิ้มท่ามกลางเหล่าคุณหนูผู้งดงามราวกับดาวล้อมเดือน คิ้วของข้าค่อยๆ เลิกขึ้นอย่างเชื่องช้า

“ส่านอ๋อง?

อ๋องหนุ่มผู้มีใบหน้าน่ามองรัศมีรอบตัวเรียบง่ายทว่าสง่างาม ริมฝีปากได้รูปสวยแย้มยิ้มบางๆ ดวงหน้าคมสันนุ่มนวลละมุน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ดูอ่อนโยนทำให้ชายหนุ่มมีเสน่ห์อย่างมาก อาภรณ์สีเขียวอ่อนใบไผ่สบายตา โดยรวมแล้วเขาเป็นบุรุษที่น่าคบหาใกล้ชิดผู้หนึ่ง เด็กสาวที่ห้อมล้อมอยู่นั้นเพ่งมองเขาแล้วแก้มเนียนนุ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ เบือนใบหน้าหนีท่าทางเขินอายดูน่ารักน่าเอ็นดู บุรุษใดได้มาเห็นภาพนี้คงจะตาร้อนผ่าวอยากพุ่งเข้าไปเสียบท้องชายผู้นั้นด้วยกระบี่เป็นแน่

“อ้อ ส่านอ๋องน่ะรึขอรับ? เขาเป็นลูกค้าคนสำคัญที่นี่เลยนะขอรับ” ชิงลู่เป็นผู้ติดตามในวันนี้มองเข้าไปในร้านแล้วส่งเสียงเข้าใจในทันที เด็กหนุ่มหันมาบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง ไม่มีเศษเสี้ยวของความแปลกใจใดๆ ที่เห็นส่านอ๋องยืนอยู่กลางร้านเครื่องประดับ ที่น่าจะมีเพียงสตรีเท่านั้น

หือ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าน้องชายของเจ้าแมวจะมีรสนิยมประดับปิ่นมุกและหวีปัก พอคิดภาพส่านอ๋องประดับของเหล่านั้นก็พลันขนลุกซู่ ข้ารีบสลัดความคิดบ้าบอออกจากหัว ถึงแม้ส่านอ๋องจะเป็นหนุ่มสำอางก็เถิด แต่ไม่น่าสำอางถึงขนาดประดับดอกไม้กระมัง ข้ายังคงมองดวงเดือนที่ยืนเฉิดฉายท่ามกลางดวงดารารายล้อม

“นายน้อยคิดไปถึงไหนกันขอรับ? โธ่” ชิงลู่หันมาทันเห็นหน้าของข้าบิดเบี้ยวเดาความคิดของข้าได้อย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มหยกฟ้าหัวเราะคิกคักจนน้ำตาเล็ด ผ่านไปครู่หนึ่งก็ยกมือปาดน้ำตาที่หางตาทิ้ง พูดแก้ต่างให้บุรุษชุดเขียวอ่อน

“ส่านอ๋องเป็นลูกค้าคนสำคัญที่นี่ก็จริงขอรับ แต่ทว่ามิได้ซื้อไปใช้เอง ส่านอ๋องมักจะมาพร้อมกับเหล่าคุณหนูผู้งดงามเหล่านั้น บางครั้งก็ช่วยเลือกเครื่องประดับให้แก่พวกนาง บางครั้งก็เลือกซื้อเป็นของกำนัลให้แก่สตรีที่พึงใจ ร้านของเสี่ยวชีจึงได้กำไรจากส่านอ๋องมิใช่น้อยเลยขอรับ"

“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ข้าพยักหน้า ไม่แปลกใจสักเท่าไรเพราะข้าเองก็คาดเดาเช่นนั้นอยู่พอดี หนุ่มไผ่เขียวขจีผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องในการสร้างไมตรีกับสาวงามมากมายอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะถูกเรียกว่าเป็นคุณชายบุปผาอย่างนั้นหรือ?

ชีวิตที่แล้วคนที่พาฉินอ๋องผู้เคร่งขรึมไปฝักใฝ่คืนวสันต์ก็มิใช่ส่านอ๋องผู้นี้หรอกหรือ? ไม่แน่ใจว่าส่านอ๋องเป็นอ๋องหรือแม่เล้ากันแน่ มาคิดดูแล้วมิใช่ว่าข้าปล่อยให้คนรักคลุกคลีอยู่กับเสือร้ายตัวต้นเหตุของการนอกลู่นอกทางงั้นหรือ? เอาเถิด หวังว่าครั้งนี้ส่านอ๋องจะไม่แนะนำสาวสวยหรือหนุ่มรูปงามให้แก่พี่ชายอีก มิเช่นนั้น... ข้าคลี่ยิ้มงดงามออกมาพลางหัวเราะในลำคอทอดสายตามองส่านอ๋องที่มีใบหน้าเบิกบานใจยิ่งอย่างมีเลศนัย

มองต่ออยู่ระยะหนึ่งข้าก็เลิกสนใจ หันมาจิบน้ำชาอึกสุดท้ายแล้วลุกจากเก้าอี้ พยักหน้าให้แก่ชิงลู่

“ไปกันเถิดชิงลู่”

“ขอรับนายน้อย”

พวกเราสองคนออกทางหลังร้านแล้วอ้อมกลับมายังถนนอิ๋นเฉินอีกครั้ง ถนนอิ๋นเฉินสายนี้นับว่าเป็นถนนการค้าที่คึกคักไม่แพ้ถนนจินเฉินที่เป็นถนนการค้าสายหลักของเมืองหลวง ข้าตั้งใจมารอยืนรถม้าที่หน้าร้านของเสี่ยวชี พอเดินมาถึงสายตาของข้าก็ไปสะดุดตาเข้ากับเด็กสาวในชุดสีแดงเพลิงผู้หนึ่ง นางเกาะประตูหน้าร้านชะโงกมองไปข้างใน ท่าทางลับๆ ล่อๆ น่าสงสัยเป็นที่สุด

ศีรษะของนางคลุมผ้าคล้ายต้องการปกปิดตัวตน แต่กระนั้นก็ไม่อาจปิดบังดวงหน้างามเฉิดฉันที่บึ้งตึงไม่พอใจได้มิด คิ้วเรียวบางขมวดแทบยึดติดเป็นเส้นเดียวกัน ริมฝีปากอวบอิ่มยื่นน้อยๆ พึมพำ ทำเสียงฮึดฮัด ข้ากะพริบตามองเด็กสาวคนนั้นอย่างฉงนสนใจ นางทำอันใด? เหตุใดถึงไม่เข้าไปในร้านเล่า ไยแอบมองลับๆ ล่อๆ เช่นนี้?

“นายน้อย” ชิงลู่ที่อยู่ด้านหลังกระซิบเรียกข้าที่ยังคงยืนนิ่ง ข้ายกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้ชิงลู่เงียบแล้วหันไปบอกให้เขาไปเรียกรถม้า ชิงลู่พยักหน้าเข้าใจ ปลีกตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนข้าก็หันกลับมาเคลื่อนตัวไปยืนอยู่เบื้องหลังของเด็กสาวคนนั้น นางมิใช่ขโมยกระมัง อย่างไรเสียข้าควรปกป้องร้านเครื่องประดับที่แสนสำคัญของสหายรักเสียหน่อย ข้าแตะปลายนิ้วลงบนไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา

“ว้าย!”

แตะเพียงนิดเดียวแต่เด็กสาวคนนั้นกลับสะดุ้งสุดตัว นางกรีดร้องหันมาเผชิญหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างในชุดคลุมแดงก้าวถอยหลังจนศีรษะโขกประตูร้านเสียงดัง ข้านิ่วหน้ารู้สึกเจ็บแทน ยังดีที่ประตูไม่พัง ถ้าพังเถ้าแก่ตัวน้อยต้องโวยวายเรียกเก็บค่าเสียหายแน่ๆ ข้ามองจนกระทั่งนางหายมึนศีรษะก็กระแอมแล้วถามอีกฝ่ายด้วยเสียงนุ่มนวล

“แม่นาง เหตุใดถึงไม่เข้าไปข้างในร้านเล่า ให้ข้าเรียกเด็กในร้านพาเข้าไปเลือกดูเครื่องประดับ ดีหรือไม่?

ถ้าหากหาลูกค้าเพิ่มให้เสี่ยวชีได้สักคนก็เป็นเรื่องที่ดียิ่ง ข้าหลุบตามองคนตรงหน้า ...โดยเฉพาะลูกค้ากระเป๋าหนัก! ดูจากเสื้อผ้าที่นางสวมใส่บ่งบอกถึงฐานะที่ไม่ธรรมดาได้เป็นอย่างดี

“ไม่ต้อง!” เด็กสาวชุดแดงเพลิงลนลานปฏิเสธแทบจะเป็นกรีดร้อง ข้าแอบตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มรับเยือกเย็น นางเองก็รู้สึกตัวหลังจากเผลอแสดงท่าทางไม่สมควรออกมา นางสูดลมหายใจเข้า ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงเพรียวยืดอกขึ้น สูงพอๆ กับข้าเลยทีเดียว ปลายคางกลมกลึงเชิดขึ้นชี้ฟ้าด้านบน ใช้หางตามองมายังที่ข้าอย่างเย่อหยิ่งทระนง  

“ข้าเพียงผ่านมา มิได้ประสงค์จะเข้าไปด้านใน อย่าได้เข้าใจผิด หึ!” นางพูดเสร็จก็สะบัดหน้าพรึบให้แก่ข้าที่ยกมือขึ้นมาปิดมุมปากที่ยกยิ้มอย่างอดมิได้ หวังว่าคอของนางจะไม่เข็ดไปเสียก่อน สะบัดแรงเหลือเกิน พอเห็นข้าทำหน้าราบเรียบไม่พูดอะไรต่อนางก็เม้มปากแล้วหันตัวเดินจากไป

“คุณหนูหานลี่จูใช่หรือไม่?

เดินไปไม่ถึงสองก้าวก็มีเสียงแว่วหวานดังขัด รองเท้าปักสีแดงสดที่กำลังก้าวย่างพลันชะงักกลางอากาศ ร่างเพรียวในชุดคลุมแดงเพลิงหันขวับไปมองเหล่าสาวน้อยเอ่ยรั้งนางไว้ ข้ามองตามไป เห็นกลุ่มคุณหนูผู้บอบบางก้าวออกมาจากร้าน นำร่างอันบอบบางราวกลีบดอกอิงฮวามาขวางหน้าเด็กสาวชุดแดงผู้มีนัยน์ตาลุกโชนราวกองเพลิง ดวงหน้าเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มแต้มแต่งแป้งและชาดเบาบางแย้มยิ้มใสซื่อร่าเริง ทำให้ข้าอดนึกถึงหมิงอิงผู้ใสซื่อสว่างไสวคนนั้นมิได้

แต่พวกนางก็ไม่ใช่คนที่ข้าให้ความสนใจ กลับเป็นเด็กสาวผู้มีบรรยากาศรอบตัวเป็นเปลวเพลิงร้อนระอุผู้นั้นต่างหาก ชื่อของนางคุ้นหูยิ่งนักแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ข้ารู้จักนางแน่ๆ แต่กลับไม่คุ้นหน้านางเลย ดวงหน้าเรียวรูปไข่ที่งามฉูดฉาดเช่นนี้ มิใช่ใบหน้าที่จะลืมเลือนได้ง่ายๆ ข้ามองพลางใช้ความคิดอย่างหนัก

หานลี่จู อย่างนั้นรึ?

ระหว่างที่ครุ่นคิดกับตัวเองข้าก็ยืนชมการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายซึ่งใกล้จะปะทุเต็มที แล้วมันก็ระเบิดตูมเพียงเพราะประโยคเดียวจากปากอวบอิ่มสีชาดแดงฉานของหานลี่จู

“เป็นข้าเอง พวกเจ้ามีปัญหาอันใดงั้นรึ?” คนงามในชุดแดงเชิดหน้าเหยียดตามองเหล่าเด็กสาวตัวน้อยที่สูงเพียงปลายจมูกของนาง ทำเสียงจมูกหน้าสะบัดหน้าหนีราวกับไม่เห็นความสำคัญที่จะพูดคุยด้วย คุณหนูบอบบางเหล่านั้นคิดไม่ถึงว่าจะถูกอีกฝ่ายหาเรื่องกลับอย่างโจ่งแจ้งถึงกลับชะงักไปวูบหนึ่ง เมื่อได้สติพวกนางก็ชักสีหน้าไม่พอใจเอ่ยติเตียนเสียงแข็งกร้าว

“หานลี่จู! ไยถึงได้โอหังเช่นนี้ พวกเราเพียงทักเจ้าตามประสาคนรู้จัก แต่เจ้ากลับทำตัวหยาบคายใส่พวกเรา”

“เหอะ คราวหน้าอย่าได้มาทัก ข้าไม่ว่างประจบประแจงพวกเจ้า เสียเวลาไร้ประโยชน์ยิ่ง” หานลี่จูเหยียดยิ้ม นางไม่รู้สึกรู้สาที่ถูกสายตาคุณหนูตัวน้อยผู้บอบบางถลึงตาใส่ กลับเบ้ริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาชาดแดงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ไหวไหล่น้อยๆ ตบท้ายได้กวนโมโหยิ่ง ข้ายกมือขึ้นมาปกปิดพยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิต

“หานลี่จู!” คุณหนูกลุ่มนั้นกัดฟันกรอด โมโหจนหน้าขาวเนียนแดงก่ำเป็นผลอิงเถา แต่หานลี่จูกลับไม่สะทกสะท้าน ยิ้มรับกว้างอารมณ์ดีพูดยั่วโทสะต่อไป

“อา ข้ารู้แล้วว่าชื่อของข้าคือหานลี่จู แต่เจ้าอย่าได้เอ่ยมันบ่อยนัก เพราะเจ้าไม่คู่ควร”

วาจาร้ายกาจ!

“เจ้า!

“จะหาเรื่องรึ?” หานลี่จูแสยะยิ้มสะบัดเสื้อคลุมเผยเรือนร่างอวบอิ่มต่างจากรูปร่างบอบบางที่กำลังเป็นที่นิยม ข้าจุ๊ปากทันทีที่เห็น รูปร่างนางดูเย้ายั่วใจอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเอวและสะโพกที่ส่ายไหว นางยกฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเพลิงที่แผดเผา กระตุ้นมันปะทุขึ้นสูงร้อนจนทำให้เหล่าคุณหนูบอบบางทั้งหลายถอยร่น จ้องมองเปลวเพลิงนั้นด้วยสีหน้าหวาดผวา ข้าละสายตาจากทรวดทรงของนางมาดูพลังเพลิงรุนแรงอย่างสนใจ บางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว

หานลี่จู? อ่า หรือว่า...

ก่อนที่คุณหนูกลุ่มนั้นจะถูกเพลิงในมือของหานลี่จูแผดเผาให้เสียโฉม บุรุษชุดสีเขียวอ่อนก็เดินตัวพลิ้วโบกพัดไม้ไผ่ในมือเข้ามาคั้นกลางระหว่างสองฝ่าย ใบหน้าหล่อสบายตาอมยิ้มไม่รู้เรื่องใดๆ เหมือนมิได้ตั้งใจมาหยุดศึกระหว่างสาวงาม เพียงแค่เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาเท่านั้น ข้ามองน้องชายเจ้าแมวอย่างหนักใจ ช่างเป็นคนที่ทำอะไรไม่ดูเวล่ำเวลาเสียจริง!

ส่านอ๋องโบกพัดในมือเอียงหน้าไปมองกลุ่มสาวน้อยที่โมโหจนหน้าแดงก่ำแทบระเบิด คิ้วเข้มยกขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกะพริบไหว ก่อนจะเปิดปากถามสาวๆ ไม่รับรู้สถานการณ์ร้อนระอุเป็นกองเพลิงเลยสักนิด โธ่ ฉินอ๋อง ท่านควรสั่งสอนน้องชายทึ่มๆ คนนี้บ้างนะ ไยถึงได้ซื่อบื้อเช่นนี้! ข้ารู้สึกเข้าใจเจ้าแมวที่ชอบท้าประลองส่านอ๋องขึ้นมาเล็กน้อย

“พวกเจ้าเลือกซื้อเครื่องประดับที่ถูกใจครบแล้วรึ?”

“ส่านอ๋อง...” คุณหนูกลุ่มนั้นเห็นบุรุษทรงเสน่ห์เดินเข้ามาใกล้ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นเขินอายแก้มแดงระเรื่อวูบหนึ่ง ก่อนที่ดวงหน้าเล็กน่ารักเหล่านั้นพร้อมใจกันหักหัวคิ้วลง สีหน้าคับอกคับใจเมื่อถูกคนข่มเหงรังแก

ส่านอ๋องเลิกคิ้วทั้งสองข้างขึ้นสูง มือที่โบกพัดหยุดนิ่งก่อนจะหันไปมองอีกข้างที่แทบจะเป็นภูเขาเพลิงแล้ว ร่างสูงโปร่งผงะเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ไม่นานก็กลับมายิ้มบางๆ เหมือนไม่มีอะไร ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมานัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นก็ชำเลืองมาเห็นข้า เขาส่งเสียงพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างรีบปรี่เข้ามาหาในทันที

“อา! น้องจิ้งถิง! มาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นหรือ?” ร่างสูงโปร่งในชุดชายยาวสีเขียวอ่อนแหวกฝูงชนตรงมาที่ข้าซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เสียงนุ่มนวลร้องทักอย่างสดใสเช่นเดิม ไม่มีการถือตัวหรือเย่อหยิ่งใดๆ ให้ระคายเคืองดวงตา

ข้ายิ้มบางๆ มองใบหน้ายิ้มแย้มไม่รู้เรื่องรู้ราวของอีกฝ่ายด้วยสายตารู้ทัน หึ ใครว่าเขาไม่รู้เรื่องกันเล่า ออกจะเป็นคนเจ้าเล่ห์เอาตัวรอดอย่างน่าเกลียดด้วยซ้ำ ที่รีบมาทักข้าก็เพราะอยากเลี่ยงเหตุการณ์วุ่นวายด้านหลังต่างหากเล่า ส่านอ๋องพับพัดในมือใช้มันเกาแก้มแสดงอาการเก้อเขินที่ถูกจับได้ ส่งสายตาขอร้องมาให้ เดิมทีข้าก็ไม่คิดจะทำอะไรอยู่แล้วจึงยอมตามน้ำไปแต่โดยดี

“ข้านัดคนไว้ที่ท่าน้ำหลันเซ่อ”

“คงมิได้นอกใจพี่ชายของข้าหรอกกระมัง?” ส่านอ๋องหรี่ตามองจะจับผิด ใบหน้าน่ามองดวงนั้นแสดงความอยากรู้อยากเห็นแบบเปิดเผยสุดๆ ข้าหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่สนใจจะตอบคำพูดกล่าวหาไร้สาระของบุรุษผู้คลั่งไคล้ไผ่เป็นชีวิตจิตใจ ข้ากับส่านอ๋องพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งสายตาสงสัยแคลงใจหลายคู่จ้องมองมาอย่างเข้มข้น

“ส่านอ๋อง ข้าต้องขอตัวก่อน ดูเหมือนว่าเหล่าคุณหนูด้านหลังของท่านจะอดทนรอไม่ไหวแล้ว” ข้ามองเลยไปด้านหลังของส่านอ๋อง เหล่าคุณหนูขยับตัวหยุกหยิกลอบมองมาที่พวกเราอยู่หลายครั้ง พวกนางเหมือนอยากจะเข้ามาร่วมด้วยแต่ลังเลไม่กล้าก้าวเท้าเข้ามา

หานลี่จูเหลือบมองมาที่ข้าด้วยสายตาหงุดหงิดแกมกังขา ส่านอ๋องหยุดพูดหันตัวไปมองกลุ่มสาวน้อยด้านหลัง แววตาเจือความลำบากใจ ในตอนนั้นนั่นเองหานลี่จูก็แค่นเสียงขึ้นจมูกสะบัดผ้าคลุมก้าวเดินออกไปอย่างเย่อหยิ่งไม่สนใจสายตาของผู้คน ส่านอ๋องมองแผ่นหลังบางสีแดงเพลิงที่หายไปในฝูงชน นัยน์ตาฉายแววซับซ้อนออกมาเงียบๆ

ข้าล่ำลาส่านอ๋องแล้วขึ้นรถม้าไปยังท่าน้ำหลันเซ่อ ถูกท่านอ๋องห้ารั้งไว้เสียนานจนเกือบจะถึงเวลานัดแล้ว ให้ตายเถิด ส่านอ๋องหนอส่านอ๋องริจะเป็นคุณชายบุปผาแต่กลับวิ่งหนีเมื่อเกิดเรื่องวุ่นวาย ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ข้าส่ายหน้าจนใจปนระอา ใช้เวลาไม่เกินสองเค่อพวกเราก็มาถึงท่าน้ำหลันเซ่อที่นัดหมาย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนึกอย่างไรถึงอยากมาล่องเรือกินลมชมวิว

ชิงลู่ประคองข้าลงมาจากรถม้า เราสองคนยืนมองไปรอบกายเพื่อหาตัวคนที่นัดหมายมายังที่นี่ แต่ยังไม่ทันได้เจอตัวบุรุษผู้หนึ่งที่เดินแบกลังไม้บรรจุสินค้าจากเรือเดินผ่านไปหน้า กระซิบบอกบางอย่างเสียงเบาและรัวเร็วแต่ข้าได้ยินชัดเจน เมื่อฟังจบข้าก็พยักหน้าราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชำเลืองหางตาไปมองมุมหนึ่งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ข้าตัดสินใจส่งเสียงถามไปยังคนที่ซ่อนตัวมิดชิดอยู่หลังลังไม้ที่วางซ้อนกันท่วมศีรษะ

“แม่นางหาน ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดกับข้าอย่างนั้นรึ?”

เปิดปากไปแล้วข้าก็ยืนนิ่ง รอคอยให้ฝ่ายนั้นเปิดเผยตัวออกมา อันที่จริงข้าพอรู้ตัวบ้างว่ามีใครบางคนแอบสะกดรอยตามมา จนกระทั่งไป๋หู่มาแจ้งถึงได้ทราบว่าอีกฝ่ายคือคุณหนูหานลี่จู ธิดาคนเล็กของแม่ทัพใหญ่หาน ผู้กุมอำนาจทางทหารมณฑลตะวันตกทั้งหมด นอกจากนั้นนางยังเป็นคู่หมั้นคู่หมายของส่านอ๋องอีกด้วย

ใช่แล้วละ คู่หมั้นของส่านอ๋อง!

ผ่านไปนานหานลี่จูถึงกล้าเผยตัวออกมา ข้าหันไปหานางพร้อมคลี่ยิ้มบางๆ ส่งไปให้อีกฝ่าย เพ่งพินิจดวงหน้าเรียวไข่ที่งามฉูดฉาดปาดตา ดวงตาหงส์จ้องมองมาที่ข้าราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปข้างใน

“เจ้าคือเซี่ยจิ้งถิงงั้นรึ?” นางเอียงหน้าแล้วเอ่ยถาม น้ำเสียงที่แข็งกระด้างอ่อนลงไปมากกว่าครึ่ง ใบหน้าของข้ายังคงมีรอยยิ้มเช่นเดิม ข้าพยักหน้าถามต่ออย่างเป็นมิตร

“เป็นข้าเอง แม่นางหานต้องการให้ช่วยอันใดหรือไม่?”

นางไม่ตอบแต่กลับกวาดสายตามองข้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชิงลู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างข้าชักสีหน้าไม่พอใจที่เด็กสาวใช้สายตาเช่นนั้นมองสำรวจ ข้าไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา ยืนนิ่งให้นางมองจนพอใจ หานลี่จูคลายคิ้วที่ขมวดมุ่นออกแล้วพยักหน้าเอ่ยออกมาพร้อมหัวเราะเบาๆ คล้ายกับนางกำลังเยาะเย้ย

“รสนิยมฉินอ๋องไม่เลวเลย”

ชิงลู่ทนไม่ไหวจะกระโจนเข้าไปสั่งสอนอีกฝ่าย แต่ข้ายกมือขวางเขาเอาไว้ก่อน ปลอบอารมณ์ร้อนของเด็กรับใช้ส่วตัวเล็กน้อย แล้วหันไปมองหานลี่จูที่ยืนกอดอกสีหน้าไร้อารมณ์ ข้าก้มศีรษะเล็กน้อยรับคำชมนั้นจากนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

“รสนิยมของแม่นางก็ไม่เลวไม่เช่นกัน”

“...แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น” หานลี่จูเงียบอยู่ครู่หนึ่ง นางส่ายหน้าพลางถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยพึมพำอย่างเหนื่อยใจ ข้าหัวเราะขบขันออกมาเล็กน้อย เด็กสาวที่กำลังจะเติบโตเป็นหญิงสาวตรงหน้าก็ระบายยิ้มน้อยๆ ออกมาเช่นกัน บรรยากาศเคร่งเครียดระหว่างพวกเราพลันคลายลงอย่างรวดเร็ว ชิงลู่มองข้ากับหานลี่จูอย่างงุนงง

“ได้มีโอกาสคุยกับคุณชายเซี่ยผู้โด่งดังเช่นนั้นเป็นเกียรติยิ่ง เสียดายที่ข้าต้องขอตัวก่อน...” หานลี่จูยกมือขึ้นกุมกันแล้วเอ่ยล่ำลาอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมเสียเวลา

“แม่นางหาน พักเหนื่อยเสียหน่อยดีหรือไม่? ข้ากับสหายจะไปล่องเรือนั่งเล่นชมทิวทัศน์ในทะเลสาบ ถ้าเจ้าเข้าร่วมด้วยคงเป็นเรื่องที่ดียิ่ง ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้า มานั่งพูดคุยกันต่ออีกสักหน่อยเถิด” ข้าชักชวนเด็กสาวผู้เป็นดังเปลวไฟที่กำลังหันตัวเดินจากไปให้ไปนั่งเล่นด้วยกันก่อน หานลี่จูชะงักเท้า ก้มหน้าครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้ายอมตามพวกเรามาง่ายๆ

“เหตุใดเจ้าถึงมาช้าเพียงนี้ เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ?”

ในตอนที่พวกเราเดินมายังท่าน้ำเด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มสว่างไสวก็พุ่งเข้ามาไถ่ถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ข้ารีบอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาคลายใจ หมิงอิงพ่นลมหายใจพยักหน้าอย่างโล่งอก เขาหันไปมองสตรีในชุดสีแดงเพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ข้า ดวงตากลมโตแสนบริสุทธิ์คู่นั้นก็กะพริบไหวหันมาเอาคำตอบจากข้า

“นี่คือคุณหนูหานลี่จู นางจะมาล่องเรือกับพวกเราด้วย ส่วนนี่คือคุณชายหมิงอิง” ข้าแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันเล็กน้อย ไม่กังวลว่าทั้งสองจะไม่ชอบขี้หน้ากัน เพราะลักษณะสดใสของหมิงอิงนั้นมักดึงดูดผู้คนอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อนข้างซื่อ...และคุ้นชินกับบุคลิกเถรตรงแข็งกระด้างของหลวนคุน น่าจะไม่มีปัญหากับบุคลิกแข็งกร้าวผิดแผกสตรีทั่วไปของหานลี่จู

หานลี่จู... ว่าที่ชายาเอกของส่านอ๋อง ผู้เป็นชายาเจ้าปัญหาที่ทำให้ส่านอ๋องปวดหัวอยู่ทุกวัน ขนาดต้องหนีไปอยู่ในกองทัพปราบปรามกบฏ ไม่รู้เป็นตายร้ายดี ข้าแอบพิจารณาธิดาสุดรักของท่านแม่ทัพหาน พอเข้าใจเรื่องราวในชีวิตที่แล้วเล็กน้อย ด้วยว่าครอบครัวเป็นทหารทั้งตระกูลไม่แปลกที่บุคลิกของหานลี่จูจะห้าวหาญเสียยิ่งกว่าบุรุษบางคน ส่วนส่านอ๋องนั้นรักชอบสตรีบอบบางน่าทะนุถนอม ตรงข้ามกับหานลี่จูทุกอย่าง

เมื่อแต่งกันไปชีวิตการแต่งงานจึงไม่สงบสุข ต่างคนต่างแรงใส่กันไม่มีผู้ใดยอมถอยก่อน ส่านอ๋องยังคงสนุกสนานกับสตรีอื่นไปเรื่อยเหมือนเดิม ทำให้หานลี่จูไม่พอใจและหึงหวง แน่ละ สาวสวยผู้นี้รักปักใจท่านอ๋องห้าอย่างยิ่ง ได้ยินว่าเพียงเห็นแวบแรกนางก็ตกหลุมรักอย่างทนไม่ไหว ถึงขนาดบิดาสูงวัยต้องแบกหน้ามาขอร้องฮ่องเต้

ในตอนแรกไม่มีใครคิดว่าฮ่องเต้จะยอมให้ทั้งสองหมั้นหมายกัน เพราะแม่ทัพใหญ่หานนั้นมีอำนาจเป็นอย่างมาก ผู้ใดได้แต่งกับหานลี่จูย่อมยกฐานะตำแหน่งขึ้นสูงพรวดพราด ไม่เพียงเท่านั้นยังได้ทหารเรือนแสนของแม่ทัพใหญ่หานอีกด้วย ทำให้ใครๆ ต่างปรารถนาอยากแต่งกับหานลี่จู แต่ส้มลูกนี้กลับหล่นใส่ศีรษะส่านอ๋องอย่างจัง เมื่อหานลี่จูแต่งให้ส่านอ๋อง ตำแหน่งอ๋องของเขาก็มิได้เป็นเพียงแค่จิ้นอ๋องอีกต่อไป เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นชินอ๋อง มีสิทธิ์เทียบเท่ากับพี่น้องคนอื่นๆ ทุกประการ

เรื่องนี้สิที่น่าสนใจ....

ฮ่องเต้ต้องการทำสิ่งใดกันแน่?

ไม่ใช่เพราะส่านอ๋องเท่านั้นที่ทำให้ข้าสนใจหานลี่จู แต่เป็นเพราะบุคลิกของนางและบิดาของนาง แม่ทัพใหญ่หาน ผู้มีพลังวิเศษระดับเก้าสูงเป็นอันดับสองของแคว้นฉิง การมีเพื่อนทรงอิทธิพลก็มิใช่เรื่องแย่อะไร ดังนั้นข้าจึงคิดจะสานสัมพันธ์กับนาง และอีกอย่างนางก็คล้ายจะสนใจข้าด้วยเช่นกัน

“พวกเจ้าทานส้มลูกนี้สิ หวานฉ่ำมากเลยนะ”

ข้ารับส้มจากหมิงอิงมาโยนเข้าปากก่อนจะพยักหน้าพอใจให้กับใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มสว่างไสว เช่นเดียวกับหานลี่จู นางยื่นมือมารับอย่างขัดเขินเล็กน้อยก่อนจะนำเข้าปาก สีหน้าของนางค่อยๆ ผ่อนคลายกับความหวานของส้มผลนั้น หมิงอิงยิ้มจนตาหยีดีใจที่เห็นพวกเราผ่อนคลายมากขึ้น จากนั้นก็ชักชวนพวกเราทานขนมและชาที่เตรียมเอาไว้อย่างกระตือรือร้น

พวกเรานั่งเรือที่ค่อยๆ ล่องออกไปยังทะเลสาบจูไห่ ข้ามองสำรวจเรือค่อนข้างหรูหรา ใต้เท้าหมิงช่างรักและเอ็นดูบุตรชายผู้นี้ของเขาเหลือเกิน แม้กระทั่งเรือยังยอมให้บุตรชายนำมาล่องแม่น้ำเล่น สายลมเย็นเยียบเฉียดผิวทำให้ข้าถอนหายใจ เหตุใดคุณชายหมิงผู้สว่างไสวถึงนึกอยากล่องเรือในฤดูหนาวเช่นนี้กันนะ มีสิ่งใดผิดปกติในหัวของเขาหรือเปล่า?

“จริงสิ เหตุใดหลวนคุนถึงมิได้มาด้วยเล่า?”

“อ้อ เขาน่ะทำงานจนตัวเป็นเกลียว ไม่มีเวลามาล่องเรือเล่นกับพวกเราหรอก ข้ายังเป็นห่วงเขาอยู่เลยว่าจะทำงานหนักเกินไปหรือไม่ เฮ้อ ไม่รู้ว่าเขาจะรีบร้อนสร้างผลงานอะไรนัก เขาเพิ่งอายุสิบสี่ ยังมีเวลามากพอจะสะสมประสบการณ์เพื่อสร้างผลงานให้ตนเอง ข้าอดเป็นห่วงมิได้จริงๆ”

หมิงอิงถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้าไปมา เขาไม่เข้าใจ ใบหน้างดงามที่ดูใสซื่อหม่นหมอง แสดงความเป็นห่วงเพื่อนสมัยเด็กออกมาอย่างชัดเจน ข้าพยักหน้ารับฟังนิ่งๆ ในใจคาดเดาได้ว่าหลวนคุนรีบสร้างผลงานไปเพื่อสิ่งใด หากไม่เกี่ยวกับคนที่นั่งซึมอยู่ตรงนี้ล่ะก็มาถีบข้าได้เลย ทุกวันนี้ที่พยายามปั้นหน้าตาน่ารักให้เคร่งขรึมเป็นผู้ใหญ่เกินวัยนั้นก็มิใช่กลบความห่างของอายุของทั้งสองอยู่มิใช่หรือไร?

“คดีเมื่อปีใหม่สินะ พวกพี่ชายของข้าก็พูดถึงเรื่องนี้กันบ่อยๆ” หานลี่จูจิบน้ำชาก่อนจะเอนตัวผ่อนคลายร่างกายและสีหน้า ทำให้นางดูสมวัยเป็นเด็กสาวอายุสิบเจ็ด แถมยังสวยสะดุดตากว่าเดิมมาก นางยกคิ้วข้างหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยสมคบพลางลูบคางครุ่นคิดเงียบๆ ข้าจิบน้ำชาร้อนคว้ากลีบส้มเข้าปาก ดูดด่ำกับรสหวานซ่อนเปรี้ยวของส้มแล้วพูดลอยๆ ด้วยท่าทางราบเรียบเป็นปกติ

“ได้ยินว่ารู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้วนี่”

“ใช่แล้ว เจ้าก็รู้แล้วรึ?” หมิงอิงพยักหน้าหงึกหงัก หันมามองอย่างแปลกใจ ข้าไม่เอ่ยอันใดต่อ ยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกอึกแล้วคลี่ยิ้มบางๆ อันที่จริงแล้วข้าไม่รู้หรอก เพียงแค่คาดเดาไปเท่านั้น

น่าเสียดาย ข้ามารู้ทีหลังว่าหลังจากแยกกันที่โรงเตี๊ยมในวันนั้น พวกท่านพ่อก็ยกขบวนไปปรึกษาคดีกันต่อที่จวนสกุลเซี่ย เขาจงใจปะทุเรื่องของข้ากับเจ้าแมวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจผู้คนไปจากคดีนี้ เมื่อไม่มีผู้ใดสนใจพวกเขาก็เตรียมการได้อย่างราบรื่น ข้าสงสัยเหลือเกินว่าท่านพ่อวางแผนไว้กี่ชั้นกันแน่ ท่านพ่อช่าง...เฮ้อ! เอาเถิด ข้าสืบเอาจากคุณชายหมิงผู้ใสซื่อคนนี้ก็ได้ หึๆ นี่เป็นเป้าหมายแรกที่มาล่องเรือครั้งนี้อยู่แล้ว

หานลี่จูเหลือบมองมาอย่างใคร่รู้ ข้านิ่งรอคอยอย่างสงบ อย่างไรไม่นานคุณชายหมิงผู้ใสซื่อก็ต้องหลุดปากออกมาอย่างแน่นอน หมิงอิงถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าไปมา จากนั้นก็เอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา

“ไม่น่าเชื่อว่าองค์รัชทายาทจะโหดร้ายเช่นนี้”

 

 

 

 

 

 

 



หานลี่จู


มีความประทับใจในอีบุ๊คเมพมาก จ่ายปุ๊บได้อ่านปั๊บ! โคตรเร็วเลยอะ

อยู่ที่นี่แร้งแค้นสุดๆ คิดถึงตอนอยู่ขอนแก่นมากๆ เฮ้อ

ที่นั่นเฟื่องฟูไปด้วยร้านเช่าหนังสือ แต่ที่อยู่ปัจจุบัน... หาโคตรยาก

ขนาดลงทุนขับรถรอบพัทยา ชิบบบบ ร้านยังไม่เปิด ร้านปิดตัวไปแล้ว

เปิดตัวคนเก็บหน่อไม้(หรือเผาป่าไผ่?)ของส่านอ๋อง!

เฮ้อ บางทีก็อยากจะแต่งนอร์มอลบ้างจังเลยอะ 55555


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.2K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25397 Maylyunho (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:24
    คนเผาป่าไผ่ของส่านอ๋อง ชอบๆ
    #25,397
    0
  2. #25047 despasito (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 10:10
    แม่นางหานก็แอบคล้ายรองแม่ทัพสวินลี่นะ
    #25,047
    0
  3. #24452 Fueled me (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:47
    แม่นางหานออกจะน่ารัก พ่อใหญ่อีกต่างหาก สมควรคบหาๆๆ
    #24,452
    0
  4. #23756 Peach9 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 10:15
    ไม่รู้ดิคดีนี้มันต้องแบบเข็มขัดสั้นแน่
    #23,756
    1
    • #23756-1 Aomaemii(จากตอนที่ 67)
      13 เมษายน 2563 / 04:00
      คาดไม่ถึง555
      #23756-1
  5. #22801 tunty0505 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 14:37
    ดูไม่แย่นะเนี่ย แค่ทั้งท่าทาง การแต่งตัวอาจดูนางร้ายไปหน่อย ใดๆคืองามแท้
    #22,801
    0
  6. #22484 Ruanjai (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:46
    อห.สวยสัสมาก
    #22,484
    0
  7. #22443 trp1021 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:47
    .......ฟสสฟวฟบฟสฟ ห่านลี่จู่แบบ สวยอะ สวยยฟสฟสสฟ
    #22,443
    0
  8. #22194 Xialyu (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:12
    มันต้องมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้แน่
    #22,194
    0
  9. #21078 pcy921 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:34
    อ๋องห้าซ่านักต้องเจอแบบหานลี่จูนี่แหละค่ะ5555
    #21,078
    0
  10. #20752 GhHfjndj (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 12:53

    จจะผันตัวไปแต่งนอร์มอลก็คงไม่ทันแล้วมั้งไรตตตตตตต์

    #20,752
    0
  11. #20722 Lukitarin (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 15:06
    หากขัดใจนาง นางต้องเผาป่าไผ่ท่านอ๋องห้าแน่ๆ 5555
    #20,722
    0
  12. #20408 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 08:47
    หานลี่จูอย่างเท่ ถ้าแต่งกับส่านอ๋องจริงรอบนี้ดูท่าหานลี่จูจะต้องดูแลเจ้าของป่าไผ่แทนที่เขาจะดูแลนางป่ะเนี่ย5555555555
    #20,408
    0
  13. #20112 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 05:22
    แอบหงุดหงิดนิดหน่อย ทำไมต้องนอลม่อนด้วย คือเราเป็นพวกที่แบบอไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่นี่สิ 55555 อย่างน้อยก็อยากให้ส่านอ๋องโดนกดอ่ะ (เอ๊ะ) นั่นล่ะ 55555
    แต่เมื่อไรท์จัดสินใจแล้ว เราก็ไม่เกี่ยงนะ.....
    #20,112
    2
    • #20112-1 มนุษย์ที่รักอิสระ(จากตอนที่ 67)
      13 มีนาคม 2561 / 05:23
      คนร้ายยังไงก็ไม่ใช่รัชทายาท
      #20112-1
    • #20112-2 [เสพศิลป์](จากตอนที่ 67)
      15 พฤษภาคม 2561 / 20:27
      ขอยกมืออีกเสียง ว่าส่านอ่องควรโดนกดและเรื่องรัชทายาท
      #20112-2
  14. #19600 lovelykik (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 20:30
    หานลี่จูสวยยยย
    #19,600
    0
  15. #18033 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 11:15
    จับคนร้ายได้เฉยเลย
    #18,033
    0
  16. #17798 Meatboll (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 06:28
    คนเผาป่าไผ่ของส่านอ๋องมาแล้ววว555
    #17,798
    0
  17. #16757 111 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 13:48
    นิยายเรื่องนี้ผู้ชายสวยกว่าผู้หญิงจริงๆ_ _
    #16,757
    0
  18. #16010 katekate (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:14
    หมิงอิง เอ้ยยย ยังซื่อสม่ำเสมอ หลวนคุนสอนเมียหน่อยเซ่ อย่าฉลาดคนเดียว 55555
    #16,010
    0
  19. #15731 Asahi_san (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 14:35
    คุณหนูหานก็ไม่ได้เลวร้ายนะ แต่หึงแรงไปหน่อย5555
    #15,731
    0
  20. #14759 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 14:09
    อยากอ่านนอร์มัลเหมือนกัน เรื่องนี้สนุกมาก ทั้งที่ปกติไม่ค่อยอ่านวาย
    #14,759
    0
  21. #14544 แกงส้ม (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 05:57
    รู้ตัวแล้ว แต่จะจับได้รึ
    #14,544
    0
  22. #14139 เมมฟิส (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 21:30
    ส่านอ๋องรักลี่จูรึเปล่า อยากให้รักมากๆ ลี่จูน่ารัก จิ้งถิงช่วยหน่อย

    คนร้ายไม่น่าจะเป็นองค์รัชทายาทน่ะ
    #14,139
    0
  23. #13828 [Artom] (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 23:14
    ใกล้จะอ่านทันแล้วววววว
    #13,828
    0
  24. #13814 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 17:07
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #13,814
    0
  25. #13724 ttbfha (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 15:11
    เล่นใหญ่ทำให้เรารักเรื่องนี้ค่ะ อยากให้พี่ปอยเล่นใหญ่ไม่่เน้นนอร์มอลต่อไปค่ะ ชอบมากกกกก 555555 เป็นกำลังใจให้นะคะ นิยายเรื่องนี้ทำให้เรามีกำลังใจเหมือนกัน รักก
    #13,724
    0