เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 63 : ตอนที่ ๖๐ รักษาตงฮองเฮา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,200 ครั้ง
    18 พ.ย. 59

ตอนที่ ๖๐ รักษาตงฮองเฮา

ข้าพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตายังจ้องมองที่ตงฮองเฮาผู้มีใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด คิ้วนุ่มนวลขมวดจนเป็นรอย นางดูทรมานยิ่ง เหงื่อผุดตามผิวขาวซีด ไม่รู้ว่าอุณหภูมิในห้องมันสูงหรือเพราะพิษในร่างกันแน่ ท่านแม่นั่งไขว้ห้างอยู่ปลายเตียง นางพยักหน้าหงึกหงักให้เริ่มลงมือ ข้าไม่รีรอโบกมือสร้างอาณาเขตขนาดพอดีตัวตงฮองเฮา ส่งมันไปครอบร่างบอบบางราวจะแตกสลายทุกเมื่อเอาไว้

จงหลับ

เพื่อป้องกันไม่ให้คนป่วยได้สติขึ้นมากลางคันสิ่งแรกที่ข้าทำคือให้นางหลับลึกไปเสียก่อน นิ้วชี้ขยับเคลื่อนอาณาเขตให้ลอยเหนือตัวตงฮองเฮา จากนั้นข้าก็สูดลมหายใจค่อยๆ หลับตาสงบจิตใจตั้งสมาธิมั่น เมื่อใจนิ่งมากพอข้าถึงลืมตาขึ้นวาดมือผ่านร่างตงฮองเฮาพร้อมกับออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

สกัดพิษออกมา

อาณาเขตที่อยู่เหนือร่างของตงฮองเฮาเรืองแสงวูบ ข้าจดจ่อสมาธิไปที่ร่างของนาง ถ่ายทอดเจตจำนงไปยังอาณาเขต เพราะพลังของข้าอยู่แค่ระดับหกจึงทำให้ออกคำสั่งได้ไม่ละเอียดพอ สิ่งที่เสริมข้อด้อยนี้คือต้องเพ่งจิตให้อาณาเขตรับรู้ถึงเจตจำนงอันแรงกล้าของข้าแทน เหมือนกับการสลายหินในบาดแผนในตอนนั้น ซึ่งมันสิ้นเปลืองลมปราณและสมาธิเป็นจำนวนมาก

ร่างของตงฮองเฮากระตุกเป็นพักๆ คิ้วของข้าขมวดเข้าหากัน เริ่มกังวลมากขึ้น ข้าเม้มปากตั้งสมาธิบังคับอาณาเขตต่อไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าร่างที่พร้อมจะแตกสลายบนเตียงทำท่าจะขย้อนอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น อุณหภูมิร้อนอบทำให้เหงื่อไหลพรากเต็มใบหน้า ข้ากัดฟันควบคุมอาณาเขตมากยิ่งขึ้น ร่างของตงฮองเฮากระตุกลุกขึ้นพร้อมกับขย้อนน้ำสีดำคล้ำออกมาเป็นอึกแล้วอึกเล่า

ระยะเวลาชาหมดความร้อนตงฮองเฮาอาเจียนพิษออกมาจนหมด นางล้มตัวลงนอนร่างกายปวกเปียกอ่อนล้า พิษน่าจะถูกขับออกมาแล้วกระมัง ข้ามองอาณาเขตเย่วตี้มันกักเก็บน้ำพิษที่ถูกขับออกมาเอาไว้ มีมากขนาดที่ข้าเองยังผิดคาด ในร่างกายเล็กๆ กลับมีพิษมากมายราวกับทุกคนตั้งใจจะเอาชีวิตนางอย่างจริงจัง ข้ายกมือค่อยๆ ลดขนาดอาณาเขตลงจนเหลือแค่ขนาดกล่องสีเหลี่ยมกว้างสองฝ่ามือ มันลอยมาหาข้าที่จ้องมองด้วยความรู้สึกที่บรรยายออกมาไม่ถูก

“ใครกันแน่ที่วางพิษนางขนาดนี้?”

มีนับไม่ถ้วน

ท่านแม่มองปริมาณพิษเหมือนไม่แปลกใจ นางเอ่ยตอบพลางถอนหายใจอย่างเวทนา ข้าถอนหายใจหดหู่ตามมารดา วังหลวงมิใช่สถานที่ปลอดภัยจริงๆ ดูสิ สตรีตัวเล็กๆ นางนี้ถูกวางยาพิษจนเกือบจะสิ้นชื่อ คนร้ายมีนับไม่ถ้วนดังเช่นที่ท่านแม่เอ่ยบอก ความโลภ ชิงชัง อิจฉาริษยา ณ ที่แห่งนี้ล้วนแล้วแต่เข้มข้นกว่าทุกที่ แม้แต่ข้าเองยังหวาดกลัวสถานที่งดงามซึ่งซุกซ่อนความดำมือแห่งนี้

ข้าหลุบตามองตงฮองเฮาที่มีสีหน้าดีขึ้นมากกว่าครั้งแรกที่เห็น ลมหายใจของนางสม่ำเสมอและสงบ ดูมิคล้ายกับคนที่นอนตัวสั่นกัดฟันอย่างทุกข์ทรมานในคราแรก ใจข้าโล่งปลอดโปร่งที่เห็นนางอาการดีขึ้นชั่วพริบตา ข้ายกมือเช็ดเหงื่อเปียกชื้นออกจากหน้าแล้วหันไปมองมารดาที่พยักหน้าส่งรอยยิ้มจางๆ มาให้

ขับพิษเป็นเรื่องที่ง่ายมาก หากเจ้าจะเอาดีทางการแพทย์พลังเยว่ตี้นั้นก็สามารถทำได้ ขอแค่รู้ต้นเหตุของการล้มป่วย อย่างหัวหน้าตระกูลเยว่คนปัจจุบัน ท่านทวดของเจ้า ท่านเชี่ยวชาญการแพทย์และสมุนไพรผนวกพลังเย่วตี้ เรียกได้ว่าเป็นหมอที่ไร้เทียมทาน จะยกย่องว่าเป็นหมอเทวดาก็มิใช่เรื่องเกินควรแต่อย่างใด

ท่านแม่ยิ้มภาคภูมิใจขณะที่กล่าวถึงท่านทวดเยว่ไฉหลาง ข้ารับฟังเงียบๆ นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ท่านทวดเยว่ไฉหลางที่สั่งปลิดชีพทหารแคว้นฉู่ สลับกับภาพที่เขาเป็นหมอเทวดาผู้ไร้เทียมทาน อา! ความโหดและเก่งกาจนี้

เจ้าเองก็อยู่ในระดับหกแล้วสมควรจะเริ่มหาด้านเฉพาะทางของตนเองแล้ว

ด้านเฉพาะทางของข้าอย่างนั้นหรือ?

ข้ายกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ หมายความอย่างไรกัน อยู่ๆ ข้าก็ตื่นเต้นและคาดหวังกับสิ่งที่ได้ยิน ท่านมารดาพยักหน้าพร้อมกับอธิบาย

ใช่แล้ว แม้ว่าผู้นำตระกูลเยว่ทุกคนจะมีพลังเยว่ตี้เหมือนกัน แต่พวกเขานั้นมีด้านเฉพาะทางที่แตกต่างกันตามความชอบหรือถนัด การเช่นผู้นำคนปัจจุบันเชี่ยวชาญการแพทย์กลั่นโอสถ บางคนเชี่ยวชาญการเพาะปลูก เชี่ยวชาญการเคลื่อนย้ายทางไกล เชี่ยวชาญการควบคุมจิตใจ เชี่ยวชาญการป้องกันและจับกุม มีอีกมากมายที่แม่จำไม่ได้ พวกเขาล้วนแล้วแต่ค้นหาและสร้างสรรค์ทางเฉพาะของตนเองขึ้นมา เจ้าก็ควรทำเช่นนั้นเหมือนกัน

ข้าครุ่นคิดเงียบๆ แล้วทำหน้านึกขึ้นมาได้ ท่านแม่จ้องมองมาอย่างสนใจ

“คือว่าพวกเราจะควรออกไปตอนนี้เลยไหมขอรับ? ข้าร้อนจะแย่อยู่แล้ว”

ท่านแม่ที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยว่าข้าจะมีความคิดอะไรดีๆ ชะงักแล้วทำหน้าเหมือนถูกหลอกลวง นางจ้องข้าด้วยสายตาเย็นเฉียบน่าสะพรึงก่อนจะลุกขึ้นแล้วลอยตัวหนีไปอย่างแง่งอน ข้าเกาศีรษะแกรกๆ ไม่รู้ว่าทำอันใดผิด ก็มันร้อนจริงๆ นี่น่า ข้ามองอาณาเขตที่บรรจุยาพิษซึ่งขับออกมาจากร่างตงฮองเฮาแล้วก็ออกคำสั่งกำจัดมันให้หายไปจากโลกใบนี้

ข้าปลดคำสั่งปิดภาพและเสียงไป เปลี่ยนคำสั่งจากขังเป็นกักเพื่อให้อาณาเขตที่กางครอบห้องสามารถทะลุผ่านได้ ท่านแม่ก็ลอยออกไปจากห้องใบหน้าของนางงอง้ำข้าเห็นแล้วต้องยิ้มอ่อนตาม ข้ายังตามนางออกไปไม่ได้เพราะต้องจัดการบางอย่างให้เรียบร้อยเสียก่อน เสี้ยวอึดใจต่อมาเสียงจากด้านนอกก็ดังขึ้นพร้อมกับคณะผู้คนที่เกรี้ยวกราด

“เจ้า! บังอาจยิ่งนัก! กล้าไล่ข้าออกไปแล้วอยู่ตามลำพังกับตงฮองเฮา เจ้าเป็นมือสังหารปลอมตัวมาสินะ!?” คนที่นำขบวนทหารยามเข้ามาคือนางกำนัลคนสนิทของตงฮองเฮาที่ถูกข้าโยนทิ้งไว้นอกห้องนั่นเอง ข้ายืนสงบนิ่งไม่หวั่นไหวแม้จะถูกทหารหลายสิบนายยืนล้อมเช่นนี้ ที่นี้อยู่ในอาณาเขตของข้าไม่มีผู้ใดจะทำอันตรายต่อข้าได้หรอก ข้ายิ้มบางๆ หันไปเผชิญหน้ากับสตรีผู้โมโหจนหน้าเขียวคล้ำ เอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  

“โปรดใจเย็น ข้าคุณชายผู้นี้หาได้เป็นมือสังหารไม่ ช่างเป็นถ้อยคำที่ไร้สาระยิ่ง” ข้าส่ายหน้ามองนางกำนัลผู้นั้นเชิงขบขันปนเวทนาสงสาร คิดไปได้ว่าข้าเป็นมือสังหาร โธ่ เช่นนั้นไม่ต้องลำบากลำบนไล่นางออกไปหรอก ฆ่าเลยไม่ดีกว่าหรือ? พอถูกหยามด้วยสายตาอันไร้ซุ่มเสียงนางหน้าแดงด้วยความโมโห แต่ข้าไม่ใส่ใจ ใครจะไปสนใจนางกัน หน้าที่ของข้าหมดแล้ว อยากจะกลับเต็มที่

“พวกเจ้ามาก็ดีแล้ว นำเตาไฟมากมายพวกนี้ออกไปเสีย คิดจะอบตงฮองเฮาให้สุกหรืออย่างไร จากนั้นก็ไปตามหมอหลวงมาตรวจดูอาการพระนางทำการบำรุงร่างกายเสียหน่อย พระนางจะกลับมาแข็งแรงดังเดิม ธุระของข้าได้เสร็จสิ้นแล้วต้องขอตัวก่อน” ข้าพูดอย่างเฉยชาเปรยตามองไปยังเตียงนอนของตงฮองเฮาแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ พอพูดจบก็ก้าวเท้าเดินออกไปจากห้อง

นางกำนัลผู้นั้นกำลังอ้าปากเหวอคิดไม่ทันว่าจะพูดสิ่งใด ข้าหันกลับมาเลิกไม่สนใจพวกเขา จะทำหรือไม่ก็มิใช่ธุระอันใดของข้า ขณะที่กำลังจะยกเลิกอาณาเขตตัวของข้าก็ชนเข้ากับกำแพงแข็ง ข้าตกใจและงุนงง เหตุใดข้างหน้าข้าถึงเป็นกำแพงกันเล่า!? ข้าคลำจมูกที่ชนเข้าอย่างจัง เจ็บแปลบปลาบไปหมด

“ยืนโง่อันใดอยู่! รีบทำตามที่เขาบอกเสียสิ หรือจะให้เราโบยพวกเจ้าสักยี่สิบไม้ก่อนถึงจะยอมขยับร่างอันไร้ค่าของพวกเจ้า!” เสียงทุ้มต่ำที่เกรี้ยวกราดดังกึกก้องราวกับสายฟ้าระเบิดดังไปทั่วห้อง นางกำนัลและทหารยามพวกนั้นตัวสั่นหน้าซีดรีบคุกเข่าขออภัยโทษพร้อมกับลนลานทำตามที่ข้าได้กล่าวไปอย่างรวดเร็ว ข้ายืนตัวแข็งทื่อ ขนอ่อนทั่วตัวลุกชันตั้งแต่ได้ยินเสียงของเขา ไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงใหญ่ที่ข้าคิดว่าเป็นกำแพงนั้นเลย ข้าตั้งสติรีบถอยหลังสร้างระยะปลอดภัยจากองค์รัชทายาทที่โผล่มาอย่างกะทันหัน

ไยเขาถึงยังอยู่ที่นี่!? มิใช่ว่าถูกลงโทษไปสำนึกผิดอยู่ที่วัดนอกเมืองหลวงหรอกรึ!?

ข้าจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ องค์รัชทายาทมองคนพวกนั้นขนย้ายเตาไฟนับสิบออกไปอย่างรวดเร็วแล้วสะบัดตัวเดินตรงไปหามารดาที่นอนอยู่บนเตียง ข้าถอนหายใจพรั่งพรู โล่งอกที่อีกฝ่ายไม่สนใจตัวตนเล็กๆ ของข้า องค์รัชทายาทนั่งลงริมเตียงนอนหลังใหญ่เขาก้มมองมารดาพร้อมกับใช้มือทาบใบหน้าของนาง สักพักใหญ่เขาก็มีสีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างที่เจ้าแมวบอกเอาไว้ องค์รัชทายาทนั้นแม้จะสารเลวเหี้ยมโหดกับผู้อื่น แต่กับมารดาบังเกิดเกล้าเขาจะอ่อนโยนและดูรักใคร่อย่างยิ่ง สีหน้าแววตาเมื่อครู่ทำให้ข้าเชื่อคำพูดนั้นอย่างสนิทใจ ไม่น่าเชื่อสุดๆ

เมื่อคล้อยหลังทหารที่ช่วยกันขนย้ายเตาไฟออกไปจากห้อง ข้าก็หันตัวจะเดินออกไปจากห้อง ไม่อยู่รบกวนใครแถวนี้ต่อ หน้าที่ของข้าหมดไปแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของหมอหลวงแล้วละ

“เดี๋ยว! ใครอนุญาตให้เจ้ากลับได้?”

ก่อนที่เท้าของข้าจะทันได้ก้าวออกไปเสียงตวาดกร้าวก็ดังขึ้นสวน ข้าหันกลับไปมององค์รัชทายาทพร้อมกับขมวดคิ้วไม่พอใจ อันใดอีก? ข้าก็รักษามารดาของเขาแล้วมิใช่หรืออย่างไร? องค์รัชทายาทคลี่ผ้าห่มคลุมตัวมารดาอย่างนุ่มนวลแล้วหันมามองข้าด้วยท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง แต่ทว่าดวงตาที่จับจ้องมาที่ข้านั้นกลับแฝงไปด้วยความหงุดหงิดและสับสน

“มีอันใดอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ข้าถามออกไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไม่พูดอันใดเสียที นี่มันเสียเวลาอย่างยิ่ง ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ เสียด้วยสิ ท่าทางเย็นชาไร้ความเป็นมิตรของข้าทำให้องค์รัชทายาทมองมาพลางยกคิ้วขึ้น ความสับสนทั้งหมดของเขาหายไปเหลือไว้เพียงความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มกวนโทสะ

“อออ้อ เจ้ายังไปไหนมิได้ในตอนนี้ รอจนกว่าหมอหลวงจะมาตรวจดูอาการของเสด็จแม่เสียก่อน หากไม่มีปัญหาอันใดอีกเจ้าถึงจะกลับไปได้ เจ้าคิดจะกลับไปทั้งที่ยังไม่ตรวจดูอาการคนไข้เลยงั้นรึ? หมอประเภทใดกัน?”

“กระหม่อมมิใช่หมอ”

“งั้นหรอกรึ?” องค์รัชทายาทไม่แสดงท่าทางขุ่นเคืองใดๆ ที่ถูกข้าย้อนกลับไปเช่นนั้น ตรงกันข้ามเขากลับพยักหน้ายอมรับเรียบง่าย ร่างปราดเปรียวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงมา ข้าเพ่งมองเขาเคร่งเครียด ยิ่งเห็นอีกฝ่ายมีรอยยิ้มลึกลับบนใบหน้าก็ยิ่งทำให้ใจไม่ดีเอาเสียเลย ข้าถอยหลังด้วยสัญชาติญาณที่มี ถอยห่างจากตัวอันตราย! รัชทายาทเพียงหลุบตามองเล็กน้อยแล้วหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากข้า เว้นระยะห่างเอาไว้ให้ข้ามีพื้นที่หายใจหายคอ

“เห บุตรชายของอำมาตย์เซี่ยผู้เก่งกาจกำลังกลัวเราอยู่งั้นรึ?”

“กระหม่อมเพียงไม่ชอบอยู่ใกล้คนที่จ้องจะข่มเหง” ข้าตอบกลับไปอย่างแข็งทื่อไร้อารมณ์ ไม่สนใจโทนเสียงที่ดูจงใจกวนโมโหของอีกฝ่าย องค์รัชทายาทก็ไม่ใส่ใจท่าทางแข็งขื่นของข้าที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

เหอะ ถูกลักพาตัวออกมานอนกลิ้งอยู่บนพื้นกลางฤดูหนาวเช่นนั้น คงจะมีแต่คนเสียสติที่อยากจะคุยดีๆ กับเขา หากไม่กลัวว่าจะหักหน้าเขาเกินไปข้าจะวิ่งออกไปจากที่นี่แล้ว องค์รัชทายาทยกปากเบะยิ้มเย้ยหยันได้อย่างร้ายกาจ เหตุใดชายผู้นี้ถึงได้น่าโมโหเช่นนี้กันนะ ข้าถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของเขาด้วยซ้ำ ไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังมาดูแคลนกันอีก

“อ้อ คงจะชอบอยู่กับน้องข้ามากกว่า เจ้านี่ช่างไม่เจียมตัวและเพ้อฝันอย่างน่าขันจริงๆ”

ข้าทำคอแข็งไม่สนใจสิ่งที่เขาเอ่ยยั่วยุ อารมณ์ของข้าสงบนิ่งราวกับเป็นภูผาไม่สะทกสะท้านต่อแรงลมใดๆ องค์รัชทายาทหรี่ตาลง ท่าทางของเขาหงุดหงิดไม่น้อยที่ยั่วโมโหข้าไม่ขึ้น เขาทำเสียงเหอะในลำคอ สะบัดแขนเสื้อเดินเลี้ยวตัวไปอีกทาง ข้าแอบถอนหายใจแผ่วเบา หัวใจแทบจะหยุดเต้นตอนที่องค์รัชทายาทพุ่งมา

ความเงียบโรยตัวระหว่างข้ากับองค์รัชทายาท เขาไม่สนใจข้าอีกต่อไป เดินเอ้อระเหยไปนั่งรอคอยหมอหลวงที่จะมาตรวจอาการตงฮองเฮา อึดใจต่อมาหมอหลวงจำนวนสามคนเดินเข้ามาอย่างรีบเร่ง ตามด้วยนางกำนัลคนสนิทของตงฮองเฮา ข้ายืนนิ่งเฝ้ามองหมอหลวงประจำราชสำนักตรวจอาการของตงฮองเฮา องค์รัชทายาทที่นั่งดูเริ่มตีหน้าทะมึนตึง กำลังหงุดหงิดพวกหมอหลวงที่ทำงานชักช้าไม่ทันใจอยู่กระมัง เขาจ้องตาขว้างไปที่หมอหลวงเสียจนพวกเขาเหล่านั้นมือสั่นทำอะไรมิถูก

มีเพียงหัวหน้าหมอหลวงเฉินที่ยังคงสงบได้น่าชื่นชม เขาตรวจตงฮองเฮาอยู่นานก่อนที่ใบหน้าอันมีร่องรอยแห่งวัยจะแสดงสีหน้าบางอย่างออกมา มีทั้งงุนงงและประหลาดใจ องค์รัชทายาทเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปของหมอหลวงเฉินก็ผุดลุกขึ้นมายืน รีบเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าจริงจังแฝงความกังวลอยู่มิใช่น้อย หมอหลวงเฉินวางข้อมือบอบบางของตงฮองเฮาไว้อย่างเบามือแล้วหันมาตอบ

“ทูลฝ่าบาท ร่างกายของพระนางอ่อนเพลียเล็กน้อย กระหม่อมจะจัดยาบำรุงร่างกายพระนาง ไม่เกินสองสามวันตงฮองเฮาก็จะกลับมาแข็งแรงเป็นปกติพ่ะย่ะค่ะ”

“แค่อ่อนเพลีย? แล้วพิษ...” องค์รัชทายาทได้ยินก็ยกคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่เขาก็ซ่อนมันเอาไว้ได้รวดเร็ว เอ่ยถามต่อแต่ก็ต้องชะงักลงพร้อมกับเม้มปาก หัวหน้าหมอหลวงเฉินตอบกลับอย่างรวดเร็วราวกับคาดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะถามสิ่งใด

“เรื่องนั้นฝ่าบาทมิต้องกังวล กระหม่อมตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบพิษใดๆ ในร่างกายของตงฮองเฮา นี่เป็นปาฏิหาริย์พ่ะย่ะค่ะ หากกระหม่อมมิได้รู้อาการป่วยของพระนางอยู่ก่อนแล้ว คงจะไม่เชื่อว่าเป็นพระนางล้มป่วยเพราะถูกพิษเป็นแน่ นี่มัน...เกินกว่าที่กระหม่อมจะอธิบายได้”

“อืม” องค์รัชทายาทพยักหน้ารับพร้อมกับเหลือบตามาที่ข้า สายตาของทุกคนมองตามมา ข้าที่ยืนนิ่งเงียบเหมือนยืนหลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปสบสายตาพวกเขา ขอสารภาพ จริงๆ ข้าแอบงีบไปแวบหนึ่ง พอเอาเตาไฟพวกนั้นออกไปอากาศในห้องก็อุ่นสบายกำลังพอดีเลย น่านอนอย่างยิ่ง! เมื่อคืนข้ายิ่งนอนน้อยๆ อยู่ด้วย

“ฝ่าบาท กระหม่อมกลับได้หรือยังพ่ะย่ะค่ะ?” ข้าถามไปอย่างไร้อารมณ์สุดขีด ไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นเกินพอดีของเหล่าหมอหลวง มีทั้งสงสัยและเคลือบแคลงใจ องค์รัชทายาทหันกลับไปคุยกับหัวหน้าหมอหลวงเฉินต่อ ไม่สนใจจะตอบข้าเลยสักนิด

“ใต้เท้าเฉิน รบกวนท่านมอบใบจ่ายยาแก่นางกำนัลของเสด็จแม่ไว้ ตอนนี้เราขอตัวก่อน” องค์รัชทายาทรวบรัดจบบทสนทนาแล้วเขาก็เดินดิ่งมาที่ข้า ภาวนาให้เขาเดินเลยไปแต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น ร่างสูงเดินมาหยุดที่ข้าแล้วพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ข้าถอนหายใจ อยากจะแกล้งโง่ไม่เข้าใจการพยักหน้านั้นเหลือเกิน ข้าก้มหน้าล่ำลากับพวกหมอหลวงอาวุโสทั้งสามแล้วเดินตามหลังองค์รัชทายาทไป

องค์รัชทายาทเดินนำข้ามาอีกห้อง เขาโบกมือไล่นางกำนัลและขันทีที่อยู่ในห้องนั้นออกไปหมด ประเดี๋ยวก่อน เหตุใดถึงต้องไล่พวกเขาออกไปกันเล่า? ข้าพลาดอย่างใหญ่หลวงทันทีที่ก้าวไปในห้อง สวนทางกับเหล่านางกำนัลและขันทีทั้งหลาย ข้าเลี้ยวตัวกลับอย่างรวดเร็วแต่ถูกเขาดึงแขนเอาไว้เสียก่อน ต้นแขนถูกบีบนั้นเจ็บจี๊ดจนต้องกัดฟันทน โธ่โว้ย!

“เชิญนั่งคุณชายเซี่ย” องค์รัชทายาทกัดฟันเชื้อเชิญแต่มันเหมือนกับออกคำสั่งเสียมากกว่า ข้าเม้มปากขมวดคิ้วสะบัดแขนออกมาจากมือของเขาแล้วเดินฉีกตัวไปอีกทาง พยายามสร้างระยะห่างจากตัวอันตรายที่จ้องมาด้วยสายตาพึงพอใจ  เขาผายมือไปยังเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลัง

“เชิญนั่ง”

ข้านั่งลงแล้วนิ่งเงียบ รอคอยให้อีกฝ่ายเป็นคนเคลื่อนไหวก่อน องค์รัชทายาทเดินไปนั่งเก้าอี้อีกฝั่ง จ้องมองมาที่ข้าโดยไม่เริ่มพูดอันใดก่อน ข้าไม่คิดจะเปิดปากก่อน ปล่อยให้เขาจ้องพินิจพิจารณาไปเรื่อยๆ ตั้งคอมองตอบอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตาที่แทบจะชำแหละเนื้อตัว องค์รัชทายาทครุ่นคิดบางอย่างแล้วคลี่ยิ้มออกมา

“ฝีมือรักษาของเจ้ามหัศจรรย์นัก มิแปลกที่จะทำให้เหวินเสวี่ยชนะสงครามมาง่ายดาย” องค์รัชทายาทพูดเองพยักหน้าเข้าใจเอง อารมณ์ของเขาค่อนข้างจะเบิกบานมิใช่น้อย นั่นเป็นเพราะอาการที่ดีขึ้นในพริบตาของมารดากระมัง ข้ายังคงนั่งกะพริบตาหายใจทิ้งไปเรื่อยๆ ใบหน้าของข้านิ่งสงบเข้าขั้นจะบรรลุเป็นเซียน

“แม้กระทั่งใต้เท้าเฉินยังจนปัญญาที่จะรักษา แต่เจ้ากลับใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูป เจ้าทำได้อย่างไรกัน?”

“ขออภัยที่กระหม่อมบอกเรื่องนี้ให้แก่ฝ่าบาทมิได้”

“อ้อ วิชาลับพิสดารของหมอเทวดาอาจารย์ของเจ้างั้นหรือ? เอาเถิด เราก็มิได้สนใจมันนักหรอก เพียงแต่...” องค์รัชทายาทยักไหล่ไม่ใส่ใจที่ข้าบอกปัดรวดเร็วเช่นนั้น เขาเว้นวรรคพร้อมกับทำหน้าจริงจัง ร่างสูงของเขาลุกขึ้นเดินมาที่ข้า ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาเพื่อจ้องลงไปในนัยน์ตาเฉยชาของข้า อยู่ๆ บรรยากาศรอบตัวขององค์รัชทายาทก็เปลี่ยนไปฉับพลัน มันหนักหน่วงเต็มไปด้วยรังสีข่มขู่

“จงตอบมาว่าในร่างเสด็จแม่มียาพิษใดบ้าง!

ข้าพยายามข่มจิตใจที่เต้นระริกด้วยความหวาดกลัว ตอบคำถามของเขาไปแต่โดยดี ข้าทยอยไล่ชื่อยาพิษมากมายที่มีอยู่ในตัวของตงฮองเฮา ยาพิษเหล่านั้นมิใช่พิษที่คนเดียววาง พิษที่หลากหลายมีที่มาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ข้าคิดว่าจะต้องมีคนวางยาพิษมากกว่าหนึ่งเป็นแน่ องค์รัชทายาทผ่อนแรงกดดันลงเขาฟังรายชื่อนั้นไปเรื่อยๆ สีหน้าราบเรียบแต่เมื่อยิ่งฟังอารมณ์ที่เคยเบิกบานของเขาก็กลายเป็นขุ่นมัวฉุนเฉียว

“....และพิษทานจันทราพ่ะย่ะค่ะ” ข้าท่องชื่อทั้งหมดออกไปด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไม่เผยพิรุธใดออกไป โชคดีที่เจ้าแมวให้รองหัวหน้าองครักษ์เฉินฮุ่ยเคอจดรายชื่อพิษมาให้ ข้าอยากจะโขกหัวสรรเสริญความรอบคอบของฉินอ๋องนับร้อยครั้งจริงๆ พอท่องจบแบบไม่ติดขัดใดๆ ข้าก็หลุบตาลงต่ำคล้ายมิอยากจะยุ่งเกี่ยวอันใดอีก

“ทานจันทรา?” องค์รัชทายาทหันขวับมามองข้าแล้วเอ่ยทวนชื่อยาพิษตัวสุดท้าย ข้าใจกระตุกวูบ เหงื่อแตกพลั่ก แต่ทำนิ่งเหมือนไม่มีอะไรใดๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเยือกเย็นตอบกลับ เขาพลันนิ่งเงียบพร้อมกับทำหน้าขบคิดกับตนเองอยู่นานถึงจะแสยะยิ้มออกมาอย่างเชื่องๆ ข้าอดขนลุกมิได้ มันคล้ายอสรพิษร้ายที่ค่อยๆ แลบลิ้นออกมาอย่างย่ามใจ

“ฝ่าบาท กระหม่อมกลับได้แล้วหรือยังพ่ะย่ะค่ะ?”

องค์รัชทายาทกลอกลูกตาดำมามองข้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า ข้าลุกขึ้นก้มตัวคารวะเขาแล้วหมุนตัวเดินออกไปในทันที สีหน้าของข้านิ่งแต่เท้ากลับก้าวรัวเร็วแทบจะวิ่ง ด้านหลังของข้าเสียววาบรู้สึกได้ว่ามีสายตาตามติดมา พอพ้นจากสายตาราวกับอสรพิษนั้นข้าก็ถอนหายใจโล่งอก มุ่งหน้าไปหาจื่อลู่เพื่อออกไปจากที่แห่งนี้เสียที

จื่อลู่มีความจำที่ยอดเยี่ยมมาก เพียงแค่เดินผ่านครั้งเดียวเขาก็จดจำเส้นทางได้ขึ้นใจ ข้ากับจื่อลู่เดินออกไปด้วยกันสองคน ไม่รอให้ขันทีประจำตำหนักตงฮองเฮามานำทางเหมือนขาเข้า พวกเราเร่งฝีเท้าเต็มที่ หากวิ่งออกไปได้ข้าวิ่งไปนานแล้ว ใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อพวกเราก็หลุดพ้นออกมาจากวังหลังรังรักของฮ่องเต้เสียที

พอข้าพ้นออกมาจากวังหลังด้านหน้าก็เห็นท่านพ่อกับท่านแม่ยืนรอคอยอยู่ก่อนแล้ว ข้าเหมือนยกภูเขาร้อยลูกออกจากอก สองเท้าเดินเร่งไปหาบิดามารดาตัวของข้าแทบจะลอยไปอย่างมีความสุข ท่านพ่อไม่ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเขาพยักหน้าให้ข้าเล็กน้อยแล้วเดินนำออกไปในทันที ข้ารีบเดินตามหลังของบิดา ท่านแม่ลอยตัวมาเกาะไหล่ของท่านพ่อพร้อมกับหัวเราะคิกคัก ข้ามองนางแล้วเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะเอ่ยถามทางจิต

“มีอะไรงั้นรึขอรับท่านแม่?”

ท่านแม่ไม่ได้ตอบ นางจุ๊ปาก พยักพเยิดไปทางด้านหลังของพวกเรา ข้าหันไปมองอย่างสงสัย เพ่งสายตาไปมอง เอ๋ นั่นมัน...ดูคล้ายจะเป็นขันทีผู้หนึ่ง? เขาวิ่งกระหืดกระหอบตามหลังพวกเรามาพร้อมกับกวักมือเรียกอย่างบ้าคลั่ง หือ? เรียกใครกัน? พวกเรางั้นรึ? ข้าหันกลับมามองท่านแม่ที่หัวเราะจนต้องกุมท้อง

“นั่นใครหรือขอรับ? เหตุใดเขาถึงต้องวิ่งตามเรามาเช่นนั้น?”

มหาดเล็กส่วนพระองค์น่ะ! ส่วนเขาวิ่งตามเรามาทำไมนั้นเจ้าไม่ลองถามบิดาของเจ้าดูเล่า ถิงเอ๋อร์

“หือ?” ข้าหันไปมองท่านพ่อที่ทำหน้านิ่งไร้อารมณ์แต่จังหวะเดินนั้นรวดเร็วราวพายุ ท่านพ่อมิได้ตอบอันใดเพียงเอ่ยเรียบๆ ว่า

“ข้าเลิกงานแล้ว”

สมน้ำหน้าเจ้าฮ่องเต้นั่น จงนั่งหน้าดำหลังโต๊ะทำงานต่อไปเถิด!

ท่านแม่ปล่อยหัวเราะก๊ากออก มาดกุลสตรีที่พึงจะมีปลิวหายไปพริบตา ข้ายังคงหัวช้าไม่เข้าใจอยู่ดี  

เด็กซื่อบื้อนี่! บิดาของเจ้าจะพาไปกินข้าวนอกบ้านอย่างไรเล่า!

“ดีจัง กระเพาะของข้าไม่รับอาหารตั้งแต่เมื่อวาน พอหมดเรื่องก็หิวขึ้นมาทันทีเลย” ข้ากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เอ่ยรับอย่างพาซื่อ ท่านแม่กลอกตาไปมาก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์

เช่นนั้นก็จงเดินเร็วๆ อย่าให้ขันทีผู้นั้นตามเราทัน!

 

 

 



ตงฮองเฮา


ท่านพ่อ โดดงานอย่างนี้ก็ได้เหรอ!?

ท่านพ่อผู้กุมอำนาจวังหลวงอย่างแท้จริง โดดงานพาลูกเมียไปกินข้าวจ้า

ใครสนใจวาดรูปมีมแมว ติดต่อที่เพจของปอยเลยนะคะ ยินดีมากค่ะ!

 

 

 

ไรท์วาดเองเลย เราเชื่อมั่นในฝีมือไรท์

+ เอ่อ...ถ้าให้วาดโครงกระดูกได้อยู่ค่ะ 55555

 

ได้ตีพิมพ์ สนพ ไหนก็บอกด้วยนะ

+ จ้า บอกแน่นอน

 

e book กับหนังสือเนื้อหาจะเหมือนกันหมดใช่ไหมคะ ไม่มีฝั่งไหนได้ตอนพิเศษมากกว่ากันใช่ไหมคะ

+ ใช่ค่ะ ต้องเหมือนกันอยู่แล้ว

 

เล่มเต็มจะมีเป็น e-book ใน meb ไหมคะ

+ มีค่ะ

 

เรื่องหลักทำเป็น e-book ด้วยได้ไหมคะ

+ บอกไปแล้วนะว่าทำ 5555 ทำสิค่ะ

 

ไรต์ดูแลสุขภาพด้วยนะ เห็นเวลาอัพแต่ละตอน ตีหนึ่งบ้าง ตีสามบ้าง ตีสี่บ้าง รู้สึกเป็นห่วงเน้อ <3

+ ขอบคุณค่ะ ช่วงนี้นอนเช้าค่ะ 55555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.2K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25045 despasito (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 22:38
    สงสารขันที55555
    #25,045
    0
  2. #24447 Fueled me (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:54
    คาแรคเตอร์ท่านพ่อคือห้าวมาก ฮ่องเต้ยังไม่กล้าหือ5555555555
    #24,447
    0
  3. #23988 munkrishear (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 02:36
    โดดงานเฉ๊ยท่านพ่ออออ
    #23,988
    0
  4. #23896 soundlessnote (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 08:39
    ถ้าอยากนั้นขอร้องให้มีเป็น epub ด้วยเถอะนะคะ
    #23,896
    0
  5. #23744 Peach9 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 17:22
    ท่านพ๊อออออ555555555
    #23,744
    0
  6. #22439 trp1021 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:00
    ...อย่าบอกว่าปล่อยไก่ตรงชื่อพิษชนิดสุดท้ายนะ
    #22,439
    0
  7. #22190 Xialyu (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:15
    จะสงสารใครดี
    #22,190
    0
  8. #21647 namtan1911 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 20:07
    โอ๊ยยย ท่านพ่อ!

    ไม่ทราบว่าขุ่นพ่อนางได้เกรงกลัวในอำนาจของฮ่องเต้หรือไม่ ฮ่องเต้กลายเป็นตำแหน่งเล็กๆไปเลย555+ ขุ่นพ่อใหญ่สุด!

    55+
    #21,647
    0
  9. #21073 pcy921 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 19:47
    ตลกฮ่องเต้กับท่านพ่อ55555
    #21,073
    0
  10. #21058 Thitima Udchachon (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 16:03
    ทำไมเอ็นดูรัชทายาท เราว่าไม่ใช่ตัวร้ายแล้วแหละ

    คนที่ร้ายน่าจะเป็นอ๋องเหลียง ถ้ามีพลังเป็นภาพมายาแปลงเป็นรัชทายาทฆ่าคนเพื่อใส่ร้ายรึเปล่า
    #21,058
    2
    • #21058-1 crazy25240(จากตอนที่ 63)
      19 ธันวาคม 2562 / 20:46
      +1 รัชทายาทดูปกติจริงๆ555 เหลียงอ๋องดูน่ากลัวทันที
      #21058-1
    • #21058-2 crazy25240(จากตอนที่ 63)
      19 ธันวาคม 2562 / 20:46
      +1 รัชทายาทดูปกติจริงๆ555 เหลียงอ๋องดูน่ากลัวทันที
      #21058-2
  11. #20912 + SaiChil + (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 18:57
    ข้าเลิกงานแล้ว 555555 ให้มันได้อย่างนี้สิท่านพ่อ สงสารฮ่องเต้แต่ขอหัวเราะสะใจแป๊ปนะ ท่านพ่อนี่เหนือกว่าฮ่องเต้ แต่ใหญ่สุดคงเป็นท่านแม่แหละ คิๆ
    #20,912
    0
  12. #20846 PaulaPum (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:42
    เหนือฮ่องเต้ยังมีพี่เซี่ย555555
    #20,846
    0
  13. #20403 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 08:02
    องค์รัชทายาทขอร้องงงง ใจเย็นๆ จงทำดี จงทำดี จงทำดี
    #20,403
    0
  14. #20318 Fktay (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 23:12
    เจ้าหมากร้าวใจจริงๆ
    #20,318
    0
  15. #20249 Khaochaz (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 00:24
    รูทองค์รัชทายาทก็กร้าวใจดีนะคะ
    #20,249
    0
  16. #20106 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 04:06
    เหลียงอ๋องน่ารักจะตาย----
    ...
    ยังไงๆคดีแรกก็น่าจะมาจากใครสักคนอยู่แล้ว และโลกเก่าคนร้ายก็ถูกจับแล้วด้วย(ถ้าจับถูกตัวอ่ะนะ) แล้วก็ เจ้าชายอ่ะ เลวอยู่แล้ว โลกเก่าก็แสดงออกมาอยู่แล้วนี่นา

    แต่ที่แน่ๆคือ ชอบเจ้าชาย นางน่ารัก เห็นแล้วนึกถึงบางคน......
    #20,106
    0
  17. #19578 NO_oPEN (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 01:02
    องค์รัชทายาทก็มีมุมน่ารักๆกับเหมือนกันนะเนี่ย อิอิ
    #19,578
    0
  18. #18785 mommommae (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 01:28
    หรือว่าองค์รัชทายาทนางจะไม่ใช่ฆาตรกร ตะหงิดๆกับเหลียงอ๋องอ่ะเพราะทำคณิกาคนนั้นกลัว
    #18,785
    0
  19. #17790 Meatboll (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 18:15
    พ่อแม่คู่นี้จะป่วนไปไหน5555
    #17,790
    0
  20. #16266 ShiroiKoNeko (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:04
    แอบสงสัยเหลียงอ๋อง ตะหงิดว่าเป็นคนไม่ดี และอยู่เบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมด ขอให้มโนไปเองเถิดด~
    #16,266
    0
  21. #16007 katekate (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:38
    555555 ฮ่องเต้ หวายม๊ายยยยยย

    #16,007
    0
  22. #14493 แกงส้ม (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 22:40
    กินข้าวนอกบ้าน อิอิ
    #14,493
    0
  23. #14120 เมมฟิส (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 17:59
    รีดเดอร์คิดว่ารัชทายาทไม่ได้เลวอะไรมากมาย แค่โหดและโรคจิตไปบ้าง
    #14,120
    0
  24. #13822 [Artom] (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 19:59
    ต่อไปนี้ให้เรียกว่าเทพถิง เติมทรูรัวๆ เลยลูก
    #13,822
    0
  25. #13816 dlky (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 17:53
    ฮ่าๆๆๆ อ่านแล้วขำแรงมากกกก อยากจิ้นฮ่องเต้กะท่านพ่อนะ แต่เกรงใจท่านแม่ที่เกาะหลังท่านพ่อมากมาย บรื๋ยยย
    #13,816
    1
    • #13816-1 _Single_Lady_(จากตอนที่ 63)
      16 มิถุนายน 2562 / 17:32
      งั้นเราก็จิ้นฮองเฮากะท่านแม่ไปเลย---แค่กๆ
      #13816-1