เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 59 : ตอนที่ ๕๘ องค์รัชทายาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,276 ครั้ง
    6 พ.ย. 59

ตอนที่ ๕๘ องค์รัชทายาท

องค์รัชทายาทแสยะยิ้มไม่นานก็เหลือบไปมองบานประตูห้องด้วยสายตาเคร่งเครียด เขาดึงตัวข้าเอามาในอ้อมแขนหมายจะยกตัวของข้าอุ้มขึ้น ข้าที่มึนศีรษะไม่อาจจะต่อต้านอันใดได้เลย หมดแรงไปตั้งแต่ดิ้นหนีแล้ว ข้าพยายามใช้ความคิดแต่ดูเหมือนหัวของข้าไม่เอื้อเลยแม้แต่น้อย มันตันตื้นและวิงเวียนมาก ข้ารวบรวมกำลังขยับมือใช้พลังสร้างอาณาเขต

“ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะวกกลับมาแล้ว เราคงต้องรีบไปแล้วละ”

ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดแม้แต่น้อยและไม่สนใจจะฟังด้วย ข้าปล่อยอาณาเขตเล็กๆ เท่ากำปั้นที่พยายามตั้งสติสร้างขึ้นมา ข้าหมดเรี่ยวแรงอย่างแท้จริง หลับตาลงอย่างอ่อนล้าขณะที่ถูกองค์รัชทายาทอุ้มขึ้นจากเตียง พิษไข้ทำให้ข้าร้อนจนน้ำตาคลอ ก่อนที่จะถูกนำตัวออกไปข้าก็สั่งให้อาณาเขตเล็กๆ นั้นระเบิดแจกันที่ตั้งตรงมุมแตกลั่นสนั่น แม้จะช่วยตัวเองไม่ได้แต่อย่างน้อยก็เตือนให้คนอื่นๆ รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติได้

องค์รัชทายาทหันไปมองแจกันที่จู่ๆ ก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ ด้วยแววตาหวาดระแวงปนสงสัย แต่ไม่นานเขาก็พาข้าหนีออกมาจากห้อง ไล่หลังมานั้นข้าคลับคล้ายคลับคลาว่าได้ยินเสียงของท่านพ่อและฉินอ๋อง

เหยียนจิ้ง! ฉินอ๋อง!

ข้าพยายามลืมตาขึ้นเพราะเหมือนได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นคล้ายกำลังกรีดร้องของท่านแม่ องค์รัชทายาทวิ่งทั้งที่อุ้มข้ามาด้วยทำให้เขาเคลื่อนไหวลำบาก แต่ไม่นานรอบตัวเขาก็มีคนชุดดำแต่งกายปิดหน้ามิดชิดมาสมทบ

“ฝ่าบาท พวกกระหม่อมจะสกัดพวกเขาเอาไว้ รีบไปทางนี้เถิดพ่ะย่ะค่ะ ที่นั้นมีรถม้ารอรับพระองค์อยู่”

องค์รัชทายาทพยักหน้าแล้ววิ่งแย่งตัวจากคนพวกนั้น มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่กองกำลังของเขาชี้มือบอก ข้าเริ่มหายใจไม่ออกแรงสั่นสะเทือกจากการวิ่งของเขาทำให้ข้ารู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม ข้าลืมตาขึ้นมองไปยังท้องฟ้าเลือนรางอย่างไร้เรี่ยวแรง ข้าทั้งสับสนและหวาดกลัว เช่นใดองค์รัชทายาทถึงได้ลักพาตัวข้ามาเช่นนี้กัน? เพราะอะไรเขาถึงมุ่งมั่นที่จะพบหน้าข้าให้ได้?

ข้าลืมตาขึ้นมารวบรวมกำลังทั้งหมดสร้างอาณาเขตอีกครั้ง แม้มันจะได้เพียงขนาดเล็กก็ตามมันก็ใช้สำหรับถ่วงเวลาได้บ้าง ข้ากลั้นหายใจอัดอาณาเขตในมือใส่กลางหน้าอกองค์รัชทายาทที่กำลังวิ่ง ทันทีที่มันแตะลงบนตัวขององค์รัชทายาทก็ทำให้เขาร้องออกมาอย่างเจ็บปวด สะบัดตัวของข้าทิ้งลงพื้นลงกลิ้งไปหลายตลบ แรงกระแทกทำเอาตัวของข้าระบมไปหมด ข้าเกลือกกลิ้งพื้นที่เย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง ฉับพลันร่างของข้าสั่นสะท้าน

“บัดซบ! เจ้าทำอันใด!?” องค์รัชทายาทสบถออกมาหยาบคาย เขากุมอกที่ถูกข้าซัดพลังเล็กๆ น้อยๆ เข้ามา ถึงแม้มันจะเล็กแต่ก็มีอนุภาพขนาดพอเรียกเลือดจากคนโดนได้ องค์รัชทายาทเช็ดเลือดที่มุมปากของเขา ดวงตาของเขาดุร้ายมากขึ้น มันจับจ้องมาที่ข้าเขม็ง องค์รัชทายาทบ้วนน้ำลายที่มีเลือดผสมลงบนพื้นแล้วก้าวย่างเข้ามาหาข้าที่นอนหมดเรี่ยวแรง

ข้าอดที่จะถอนหายใจปลดปลงมิได้ ดวงตาของข้าพร่ามัว ดวงจันทร์บนฟากฟ้าสีครามนั้นคล้ายกำลังแต่งแต้มด้วยละอองเล็กๆ ของหิมะ อากาศหนาวมากพออยู่แล้ว ค่ำคืนนี้หิมะยังตกลงมาอีก ละอองหิมะเย็นร่วงหล่นลงมาบนผิวร้อนๆ ของข้า มันเย็นสดชื่นอย่างยิ่ง ทำให้ข้าคิดถึงเขายิ่งนัก หิมะพวกนี้...

ลมหนาวยามราตรีหอบหิมะพัดผ่านองค์รัชทายาท เขาขมวดคิ้วยกมือขึ้นมาป้องกันดวงตา พายุพัดหิมะตลบจนมองไม่เห็นสิ่งใด ข้าหลับตาลงก่อนจะรวบรวมพลังใจเฮือกสุดท้าย ฉวยโอกาสตอนที่รัชทายาทกำลังติดพายุหิมะคืบคลานหนีออกไป พายุหิมะยังโหมกระหน่ำราวกับกำลังเกรี้ยวกราด ลมหายใจของข้าติดขัดหนาวเยือกไปทั้งตัว ร่างกายด้านชาเย็นจนไม่รู้สึกใดๆ ไม่นานข้าก็รู้สึกว่ามีใครบางคนพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วสูง ยกร่างของข้าอุ้มขึ้นมาจากพื้นที่ทั้งแข็งและเย็นเยือก

ข้ากรีดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง เสียสติให้กับความหวาดกลัวต่อคนผู้นั้นโดยสมบูรณ์ ข้าดิ้นตะเกียกตะกายเอาเป็นเอาตาย ใช้แรงอันน้อยนิดโจมตีทำร้ายอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเลยสักนิด ยังคงอุ้มข้าเอาไว้พร้อมกับกอดแนบอก ข้ากัดฟันหมดหนทางจนเลือดเข้าตาแดงฉาด เห็นมือที่กำลังยื่นเข้ามาใกล้ก็กระโจนกัดมือข้างนั้นจนจมเขี้ยว

“จิ้งถิง” เสียงทุ้มต่ำที่เย็นชาอย่างยิ่งเอ่ยเรียกข้าอย่างกระวนกระวาย ดวงตาของข้าชำเลืองมองขึ้นไปแล้วเบิกกว้าง ปากที่กัดมือของเขาเผลอปล่อยด้วยความตกใจ ดวงหน้าหล่อเหลาตรงหน้านั้นช่างนิ่งเรียบและเย็นจัดกว่าหิมะเสียอีก ข้าขยับปากพะงาบๆ อยากจะพูดแต่ก็หาเสียงไม่เจอ มันตันตื้นไปหมด ขอบตาของข้าร้อนผ่าว อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ!

“ข้าอยู่ที่นี่แล้ว จะไม่มีผู้ใดทำอันใดเจ้าได้”

ฉินอ๋องก้มมองข้าเล็กน้อย เขากระชับอ้อมแขนกอดข้าเอาไว้ในอ้อมอกแนบชิด สีหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาที่ทอดมองข้านั้นช่างละมุนนัก เขาประกาศหนักแน่น ริมฝีปากแห้งผากเย็นชืดของข้าค่อยๆ ขยับยิ้มอย่างยากเย็น เพียงแค่เขาปรากฏตัวข้าก็รู้สึกได้ว่าปลอดภัยแล้ว ข้ายิ้มอ่อนแรงพยักหน้ารับ วางใจเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา

“เสด็จพี่ ค่ำคืนอากาศหนาวเย็นเช่นนี้แล้วไยไม่อยู่ในตำหนักของพระองค์ให้อบอุ่นเล่า?” เสียงเย็นเยียบเอ่ยทักท้วงออกไปอย่างเยือกเย็นชวนหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าพายุหิมะ ทันทีที่ฉินอ๋องเอ่ยทักออกไปพายุหิมะก็กระจายหายไปอย่างอัศจรรย์

องค์รัชทายาทตกใจกับการปรากฏตัวที่คาดไม่ถึงของฉินอ๋อง สีหน้าของเขาตอนที่เห็นข้าอยู่กับฉินอ๋องนั้นเกินจะบรรยายด้วยคำว่าตกใจธรรมดา อย่าว่าแต่องค์รัชทายาทเลย แม้แต่ตัวข้ายังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าฉินอ๋องตามมาเมื่อไร จำได้เพียงแต่จู่ๆ ก็มีพายุหิมะพัดกระหน่ำใส่

 เขากลอกนัยน์ตาไปรอบๆ ก่อนจะทำหน้าเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ตั้งสติหันมาเผชิญหน้ากับน้องชาย

“แล้วเจ้าเล่าน้องข้า? เหตุใดถึงออกมาเดินเล่นไกลจากวังของตนเองทั้งที่หิมะตกเช่นนี้?”

“คงเพราะพระจันทร์ในค่ำคืนนี้งดงามนัก” ฉินอ๋องตอบลับไปด้วยสีหน้าราบนิ่ง ไม่มีความร้อนตัวใดๆ ที่ถูกอีกฝ่ายจี้จุดย้อนกลับมากล่าวหา องค์รัชทายาทแสยะยิ้มแล้วหัวเราะคล้ายเย้ยหยันและขบขันไปพร้อมกัน เมื่อหัวเราะจนพอใจเขาก็จ้องมองฉินอ๋องและข้าด้วยแววตาพินิจพิจารณา ก่อนจะเอ่ยเสียดสีหยิบยกความจริงอันน่าเศร้ามาตอกย้ำซ้ำเติมพวกเรา

“น้องข้า อย่าบอกนะว่าเจ้ากำลังหลงรักเด็กคนนี้ เจ้าคงจะลืมไปว่าเด็กผู้นี้คือบุตรชายของอำมาตย์เซี่ย และเจ้าคงจะอยู่ชายแดนนานเกินไปจนหลงลืมฐานะตำแหน่งของตนเอง เจ้าคือฉินอ๋อง น้องข้า เจ้าคืออ๋อง!

“ข้าไม่เคยลืมว่าตนเองคือใคร เสด็จพี่ แต่ท่านต่างหากที่อาจจะลืมฐานะตนเอง รัชทายาทคงไม่มาลักพาตัวบุตรชายของผู้ใดออกจากจวนยามดึกดื่น โดยที่บิดามารดาของเขาไม่รู้เรื่องเช่นนี้กระมัง”

องค์รัชทายาททำหน้าบูดบึ้งทันทีที่ฉินอ๋องตอบกลับทั้งด้วยท่าทางที่ไร้ซึ่งความเดือดดาล เมื่อเห็นว่ายั่วโทสะของน้องชายที่มีความต้านทานสูงส่งไม่วิ่งเต้นไปตามฝีปากของเขา องค์รัชทายาทก็ทำเสียงในลำคออย่างขัดใจ เขาโบกมือยักไหล่เหมือนไม่สนใจและหันตัวเดินออกไป ข้ามองด้านหลังของเขาแล้วถอนหายใจโล่งอก

ในที่สุดมันก็จบ...

“ไปง่ายๆ มันก็ไม่ใช่ข้าน่ะสิ!” คนที่หันหลังเดินออกไปวูบเดียวเขาก็พุ่งตัวกางฝ่ามือที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอาบไปทั่วเข้ามาหมายจะกระชากตัวข้ากลับไปในตอนที่พวกเราเผลอ ฉินอ๋องพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน เขาสะบัดมือวูบ ละอองระยิบระยับคล้ายเกล็ดหิมะโปรยผ่านหน้าขององค์รัชทายาท

ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็มีน้ำแข็งเกาะตามตัวลามไปทั่วร่าง องค์รัชทายาทกัดฟันกรีดร้องเหมือนเจ็บปวดเหลือเกิน เขาร้องไปชั่วครู่ก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน กระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วร่างกายของเขาที่กลายเป็นน้ำแข็ง มันปะทุดังเปรี้ยงกะเทาะเปลือกน้ำแข็งแตกร่วงกรูลงพื้นเป็นเสี่ยงๆ องค์รัชทายาทผู้รอดจากการแช่แข็งเลียริมฝีปากพร้อมแสยะยิ้มเยาะ เขากำหมัดเงื้อมือไปด้านหลังแล้วชกสวนกลับมาใส่ฉินอ๋อง เจ้าแมวอุ้มข้ากระโดดหลบไปอย่างหวุดหวิด

“ดื้อด้านเกินไปแล้ว หากท่านกลับไปตอนนี้เรื่องนี้จะไม่มีผู้ใดปริปากถึง” ฉินอ๋องพยายามกล่อมให้พี่ชายของเขาถอยกลับไปอย่างสันติวิธี แต่องค์รัชทายาทนั้นกลับไม่สนใจจะรับฟัง เขาเบ้ปากปฏิเสธไร้เยื่อใย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรั้นเอาแต่ใจกลอกมามองข้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ยอมถอดใจ

“หุบปาก หากไม่ได้ตัวมันไปด้วยข้าก็จะไม่ไปไหน”

“เหตุใดท่านถึงดึงดันจะนำตัวจิ้งถิงไปให้ได้?” ฉินอ๋องจ้องมององค์รัชทายาทนิ่งๆ เมื่อเห็นท่าทางจริงจังไม่ยอมถอยของพี่ชาย เขาถามเหตุผลของอีกฝ่ายน้ำเสียงราบเรียบ แววตาที่ทอดมองคนตรงหน้าของฉินอ๋องนั้นช่างว่างเปล่าและคาดเดายากเย็น ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอันใดอยู่กันแน่

“นั่นไม่ใช่ธุระอะไรของเจ้า ส่งมันมา!” องค์รัชทายาทยิ้มยียวนกวนโทสะ ปฏิเสธที่จะตอบก่อนชี้นิ้วสั่งน้ำเสียงแข็งกร้าว แต่ฉินอ๋องก็ไม่ตอบรับใดๆ ยังคงมองพี่ชายด้วยสีหน้าเยือกเย็น

องค์รัชทายาทแสยะยิ้ม ในมือของเขาปรากฏสายฟ้าแล่นเปรี้ยงปร้างปะทุสว่างวูบ สิ่งที่มาปรากฏอยู่บนฝ่ามือนั้นคือแส้สีทองที่ดูแข็งแรงและสวยงาม องค์รัชทายาทกระชับแส้แล้วตวัดฟาดใส่พวกเราแบบไม่พูดพร่ำสิ่งใด ทุกครั้งที่แส้ของเขาตวัดกลางอากาศสายฟ้ามากมายปะทุบนเส้นแส้ประกายระยับ สายฟ้าในแส้แผดเผาทำลายทุกอย่างที่มันสัมผัสให้มอดไหม้

ฉินอ๋องหลบหลีกแส้สายฟ้าขององค์รัชทายาท ข้าเงยหน้ามองใบหน้าราบเรียบไร้ความกังวลใดๆ ของเขาอย่างเป็นห่วง เจ้าแมวเหลือบมองลงมาแวบหนึ่ง คงจะรู้ว่าข้ากำลังคิดสิ่งใดจึงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนิ่ง

“ไม่เป็นไร”

แส้สายฟ้าขององค์รัชทายาทตวัดจู่โจมเร็วขึ้น ฉินอ๋องตัดสินใจอุ้มข้าเพียงมือข้างเดียว จากนั้นก็เรียกอาวุธของเขามาบ้าง มันคือแส้น้ำแข็งสีฟ้าใส อาวุธสุดโปรดปรานของเขา แส้ต่อแส้ ฟาดฟันใส่กันอย่างไม่มีใครยอมแพ้

แส้น้ำแข็งฟาดปัดแส้สายฟ้าแช่แข็งมันจนเป็นน้ำแข็ง แต่แส้สายฟ้าก็ปะทุตัวมันเองทำลายน้ำแข็งที่เกาะออกไป แส้สายฟ้าตวัดพันรัดแส้น้ำแข็ง ก่อนที่มันจะปะทุสายฟ้านับร้อยสายทำลายแส้น้ำแข็ง ฉินอ๋องก็ตวัดแส้ของเขากลับมารวดเร็วแต่ก็ยังโดนสายฟ้าทำลายแส้ไปกว่าครึ่ง

ฉินอ๋องมองแส้ในมือของเขาที่ถูกทำลายไปด้วยสีหน้าราบเรียบและเย็นชา

“หากเจ้าปล่อยภาระในมือลง ด้วยฝีมือของเจ้าคงจับข้าได้ไปนานแล้ว” รัชทายาทพูดน้ำเสียงเนิบนาบเป็นต่อพร้อมกับหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาปาดสายตามองมาที่ข้าเหมือนจะสื่อว่าภาระที่ว่านั้นคือสิ่งใด ข้ากัดฟันเจ็บแค้น รู้สึกไม่ดีที่ต้องเป็นตัวถ่วงเช่นนี้ แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ แม้กระทั่งจะขยับตัวข้ายังทำไม่ได้เลย

ฉินอ๋องยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจสิ่งที่พี่ชายพูด แม้จะถูกพูดเช่นนั้นใส่แต่เขาก็ไม่ปล่อยตัวข้าลง เพราะมีข้าอยู่เขาถึงสู้กับพี่ชายไม่ถนัดแต่ฉินอ๋องดูจะไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขามองพี่ชายด้วยสายตาเย็นชาตอบกลับน้ำเสียงนิ่ง แววตาของเขาปรากฏร่องรอยรู้เท่าทัน ยกมุมปากแข็งทื่อขึ้นนิดๆ

“อย่าหวัง”

รัชทายาทเงียบไปเมื่อฉินอ๋องไม่ยอมหลงกลปล่อยตัวข้าให้ห่างตัว ใบหน้าคมเข้มของเขาเริ่มทะมึนน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ แววตาของเขาประกายวูบเอาจริง มือที่กำแส้แน่นตวัดแส้เล็งมาที่ข้า ฉินอ๋องอุ้มข้ากระโดดหลบเลี่ยงแส้สายฟ้าได้อย่างหมดจด ใบหน้าขององค์รัชทายาทเคร่งเครียดมากขึ้นและร้อนใจทวีพูน แส้สายฟ้าเริ่มฟาดเข้ามาไม่ยั้ง ไม่เหมือนตอนแรกที่ดูยั้งมือเอาไว้บ้าง องค์รัชทายาทกัดฟันเอาจริงอย่างยิ่ง

“เสด็จพี่ หากเป็นเพราะตงฮองเฮา โปรดรอให้จิ้งถิงหายดีก่อนเถิด ข้าจะขอให้เขาไปตรวจอาการของตงฮองเฮา” เป็นอีกครั้งที่ฉินอ๋องเอ่ยเกลี่ยกล่อมพี่ชายของตนเองด้วยวาจาเยือกเย็น เขาเอ่ยระหว่างที่หลบหลีกวงแส้ที่ตวัดไปมา

“ช้าไป! เสด็จแม่กำลังจะ... บัดซบ! เจ้ารู้ได้อย่างไรฉินอ๋อง!?” องค์รัชทายาทกัดฟันตอบกลับก่อนที่จะชะงักกึก แส้สายฟ้าในมือหยุดนิ่ง ปากที่กำลังเอ่ยบางอย่างก็หุบลงแล้วเม้มปากแน่น สีหน้าร้อนรนของเขากลายเป็นเกรี้ยวกราด ดวงตาสีเข้มจ้องมองน้องชายอย่างหวาดระแวง เขากัดฟันตวาดถามกลับ

ข้าแปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินฉินอ๋องกล่าวถึงฮองเฮาพระมารดาขององค์รัชทายาท ที่เขาพยายามลักพาตัวข้าเป็นเพราะตงฮองเฮาพระมารดาของเขาอย่างนั้นหรือ? ฮองเฮาเป็นอันใดถึงทำให้องค์รัชทายาทลงมืออุกอาจลักพาตัวบุตรชายขุนนางใหญ่เช่นนี้ และเหตุใดการที่ฉินอ๋องล่วงรู้เรื่องตงฮองเฮาล้มป่วยถึงได้ทำให้องค์รัชทายาทโมโหจนตาแดงก่ำเช่นนั้น หรือว่าเรื่องนี้เป็นความลับ?

“ข้าจะรู้ได้อย่างไรไม่สำคัญ แต่ท่านจงกลับไปเถิด ตอนนี้จิ้งถิงร่างกายอ่อนแอไม่อาจรักษาให้ผู้ใดได้!” ฉินอ๋องไม่ตอบ เขาโบกมือไล่พี่ชายไป สีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เคร่งขรึมคล้ายกับสัตว์ผู้ล่ากำลังจะลงมือล่าเหยื่ออย่างจริงจัง องค์รัชทายาทจ้องกลับสีหน้าจริงจังไม่แพ้กัน

“จับไว้!

ก่อนที่จะมีคนเคลื่อนไหวเสียงออกคำสั่งของท่านพ่อก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ ท่านพ่อเดินเข้ามาด้วยใบหน้าจริงจัง ลูกน้องของท่านพ่อกระโดดจับตัวองค์รัชทายาทที่ไม่ทันได้ตั้งตัวแล้วมัดเขาไว้อย่างรวดเร็ว กว่าองค์รัชทายาทจะตั้งตัวติดเขาก็ถูกยอดฝีมือหลายสิบมัดเรียบร้อย คนถูกมัดไว้ทำหน้าตาทะมึนตึงน่ากลัว เขาจ้องไปยังท่านพ่อพร้อมกับขบเคี้ยวบดฟันกรอดๆ  

“ดิ้นไปก็เท่านั้น นี่เป็นเชือกที่ทำจากยางไม้ใช้ป้องกันสายฟ้าโดยเฉพาะ” ท่านพ่อไม่สะทกสะท้านกับสายตากินเลือดกินเนื้อขององค์รัชทายาทที่พยายามปล่อยสายฟ้าทำลายเชือกที่มัดตัวไว้ แต่พยายามเท่าไรก็ไม่สำเร็จเสียทีเขาถึงกัดฟันมองท่านพ่อที่เอ่ยเสียงราบเรียบไม่สนใจอย่างเกลียดชัง ท่านพ่อเดินไปหยุดตรงหน้าองค์รัชทายาทนิ่งๆ ไร้คำใดพูดจา องค์รัชทายาททนความอับอายที่ถูกจับตัวไว้ไม่ได้ คำรามใส่ท่านพ่อที่ยังคงสีหน้าสงบนิ่งอย่างน่ากลัว

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับเรา! เซี่ยเหยียนจิ้ง! จงปล่อยเราเดี๋ยวนี้!

“ขออภัย กระหม่อมเพียงจับตัวโจรลักพาตัวบุตรชายไว้เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” ท่านพ่อมองคนโวยวายจนตาเบิกโพลงแล้วเอ่ยตอบเสียงเรียบยิ่งกว่าสีหน้าเสียอีก  

“บังอาจ! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้!” องค์รัชทายาทคล้ายจะสติแตกเมื่อถูกท่าทางที่กวนโทสะหน้าตายของท่านพ่อกระตุ้น เขาเกรี้ยวกราดตวาดใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านพ่อยังคงสงบนิ่งเอ่ยตอบกลับอย่างสงบนิ่งไม่แปรเปลี่ยน

“กระหม่อมจะมีสิทธิ์หรือไม่นั้นย่อมไม่ใช่พระองค์เป็นผู้ตัดสิน คนที่ตัดสินได้นั้นคือ...ฮ่องเต้ต่างหาก”

พอท่านพ่อกล่าวถึงฮ่องเต้ องค์รัชทายาทก็พลันเงียบเสียงในทันที จ้องมองท่านพ่อด้วยแววตาคับแค้นใจ ฉินอ๋องเก็บอาวุธแล้วอุ้มร่างปวกเปียกของข้าด้วยสองมือ เห็นพี่ชายสงบลงได้เขาก็ถอนหายใจส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันตัวเดินออกไป ไม่สนใจว่าพ่อของข้าจะทำอันใดกับพี่ชายของเขาอีก ท่านแม่ลอยตามพวกเรามาแล้วมองข้าด้วยสายตาเป็นห่วง

เป็นอะไรหรือไม่ถิงเอ๋อร์?

ข้าค่อยส่ายหน้าเป็นคำตอบ ฉินอ๋องยังคงเดินมุ่งหน้ากลับเข้าเรือนนอน ข้างทางเหล่าลูกน้องของท่านพ่อกำลังจับคนขององค์รัชทายาทที่พยายามขัดขืนมัดเอาไว้เป็นพวง ข้าถอนหายใจโล่งอก ทุกอย่างถูกจัดการเข้าที่เข้าทางแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ระหว่างที่ข้ากำลังโล่งอกด้านหลังของพวกเราก็เกิดระเบิดสว่างวูบไปทั่วบริเวณ รวดเร็วเท่าความคิดฉินอ๋องใช้ร่างของเขาป้องกันอันตรายให้แก่ข้าที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา

หลังจากแสงสว่างจ้าจนแสบตาจางหายไปทุกอย่างเงียบจนน่าประหลาด ท่านแม่รีบพุ่งตัวไปยังบริเวณนั้น สีหน้าของนางขาวซีดเป็นกังวล ข้าเองก็หัวใจเต้นรัวอย่างหวาดกลัวเช่นกัน หวังว่าจะไม่มีใครเป็นอะไร ฉินอ๋องหันกลับไปมองด้านหลัง ใบหน้าคมคายของเขาตกใจอยู่ไม่น้อย ไม่นานก็ค่อยๆ คลายความรู้สึกลงจนกลายเป็นสงบเช่นเดิม

“ข้าไม่เป็นไร ระเบิดนั้นแค่แสงสายฟ้าปะทุ เพียงแค่...องค์รัชทายาทหนีไปแล้วเท่านั้น” ท่านพ่อพูดออกมาเสียงดังเหมือนจะบอกทุกคนที่กำลังตกตื่นใจ แท้จริงแล้วข้าคิดว่าเขากำลังบอกท่านแม่อยู่เป็นแน่ ฉินอ๋องจ้องมองเหตุการณ์ข้างหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันตัวเดินต่อเมื่อไม่มีอะไรแล้ว

ฉินอ๋องอุ้มข้ากลับมายังห้องนอนของข้าเอง ตอนที่เข้ามาข้างในนั้นชิงลู่กับจื่อลู่หลบซ่อนตัวอยู่ก็ค่อยๆ เดินออกมาอย่างหวาดระแวง แต่พอเห็นข้าพวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับพรั่งพรูคำพูดและน้ำหูน้ำตา ฉินอ๋องวางข้าลงบนเตียงแล้วรีบจัดแจงผ้าห่มคลุมตัวข้า จากนั้นก็เอ่ยสั่งให้พวกชิงลู่เก็บกวาดข้าวของที่ถูกทำกระจัดกระจายในห้อง

“ไม่มีอะไรต้องกังวล เมื่อกี้นี้เสด็จพี่เพียงใช้แสงสายฟ้าสร้างระเบิดแสงเพื่อหลบหนี ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย เจ้าพักผ่อนให้สบายใจเถิด” ฉินอ๋องนั่งลงริมข้างเตียงกุมมือของข้าไว้พร้อมกับบอกเล่าสถานการณ์ให้ข้าสบายใจ ข้าที่หลับตาอ่อนล้าบีบมือฉินอ๋องกลับเบาๆ เป็นเชิงรับรู้สิ่งที่เขาต้องการบอก

ตอนที่องค์รัชทายาทสติแตกตะโกนด่าทอคนอื่นไปทั่วนั้นข้าคิดว่ามันดูไม่เป็นตัวเขาเอาเสียเลย ที่แท้ก็แสดงท่าทางเกินเหตุเพราะถ่วงเวลาหนีไปนี่เอง เฮ้อ ข้าไม่แปลกใจนักที่พวกเราจะจับตัวเขาไม่ได้ คนมากเล่ห์เช่นองค์รัชทายาทนั้นไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายๆ ตอนที่จับตัวเขาได้นั้นก็เพราะเขากำลังคิดเรื่องพระมารดาอยู่เท่านั้นเอง

จื่อลู่ยกน้ำอุ่นมาให้ข้าจิบเพื่อให้ร่างกายที่ไปต้องลมหนาวข้างนอกอบอุ่นขึ้น ฉินอ๋องยื่นมือไปรับถ้วยน้ำร้อนนั้นมาจากจื่อลู่ เรียกได้ว่าแย่งชิงหน้าที่ผู้อื่นหน้าตาเฉย เขาค่อยๆ พยุงตัวข้าลุกขึ้นโดยมีจื่อลู่เป็นผู้ช่วยอีกแรง ข้าจิบน้ำเสร็จก็นอนลง รู้สึกดีขึ้นเมื่อร่างกายอบอุ่น ทั้งเตาไฟอุ่นเตียงทั้งผ้าห่มหนาและน้ำร้อนที่เพิ่งจิบไป จากนั้นข้าก็ค่อยๆ นอนหลับไปอย่างวางใจ มือของข้าที่ฉินอ๋องกุมเอาไว้ยังคงรู้สึกอุ่นร้อน

หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ใจหายใจคว่ำไปสองสามวันข้าก็กลับมาแข็งแรงเป็นปกติ ตอนที่ข้าหายดีแล้วนั้นพวกจื่อลู่และสององครักษ์ประจำตัวก็ต่างพากันมาขอรับโทษเนื่องจากทำหน้าที่บกพร่อง ข้ามองพวกเขานิ่งๆ พร้อมกับจิบน้ำชามะลิสุดโปรดไปด้วย นานพอสมควรข้าถึงได้เปิดปากพูดกับพวกเขาที่รอคอยอย่างใจหายใจคว่ำ

“อืม ครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียนสั่งสอนพวกเจ้าก็แล้วกัน ข้าขอหักเบี้ยหวัดพวกเจ้าหนึ่งเดือน”

พวกจื่อลู่และสององครักษ์มองข้าด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ นี่พวกเขาคิดว่าข้าจะลงโทษแบบใดงั้นหรือ? เห็นข้าโหดเหี้ยมมากเลยหรือไรกัน? การลงโทษเพียงเล็กน้อยทำให้พวกเขาคาดไม่ถึง อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ข้าเอ่ยขัดกลับไปเสียก่อน สีหน้าตึงๆ ทำเหมือนไม่พอใจ

“ทำไมรึ? หรือว่าพวกเจ้าอยากจะได้รับโทษหนักกว่านี้”

อันที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาโดยตรงนักหรอก แต่เพราะองค์รัชทายาทฉลาดมากเกินไปต่างหาก ถึงได้ใช้จังหวะช่องว่างนี้เข้ามาลักพาตัวข้า และคนที่ผิดเต็มๆ น่าจะเป็น...

เจ้าแมวต่างหาก!

...และอีกคนก็คือท่านพ่อ!

ที่ข้ารู้ก็เพราะระหว่างนอนแบ็บบนเตียงมาสองวันท่านแม่ที่ถูกส่งตัวมาเฝ้าข้านั้นนินทา ไม่สิ เล่าให้ข้าฟังทั้งหมดแล้ว เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นเพราะเจ้าแมวพยายามจะมาเยี่ยมข้า แต่ถูกท่านพ่อปฏิเสธกลับไปอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เจ้าแมวต้องหาวิธีปีนกำแพงอีกครั้ง ในเย็นวันนั้นอู้หย่าและไป๋หู่ถูกเจ้าแมวปั่นหัวต้องวิ่งวุ่นวายกับตัวหลอก

เมื่อลูกน้องล่อองครักษ์ของข้าไปไกลเจ้าแมวก็ปีนกำแพงเข้ามา แต่มันไม่ได้ง่ายเช่นนั้นเพราะครั้งนี้ท่านพ่อรออยู่ก่อนแล้ว ท่านพ่อกับฉินอ๋องก็ปะทะกันไม่ยอมแพ้แก่กัน เมื่อทางนั้นวุ่นวายกันอยู่องค์รัชทายาทที่จ้องหาจังหวะก็ใช้โอกาสนี้เล็ดลอดเข้ามาในห้องของข้า จื่อลู่กับชิงลู่ที่เฝ้าข้าอยู่ถูกองค์รัชทายาททำร้ายจนสลบ เขาจึงเข้าถึงตัวข้าได้อย่างโล่งสบาย

หลังจากวันนั้นเจ้าแมวก็สามารถเข้าจวนตระกูลเซี่ยโผล่หน้ามาหาข้าทุกวันได้ ท่านพ่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทำอะไรไม่ได้ เรียกได้ว่าพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างสวยงาม ท่านพ่อคงกลัวเจ้าแมวจะลักลอบเข้ามาอีก จึงให้เขามาหาที่จวนได้โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องมีคนอื่นอยู่กับพวกเราด้วย ห้ามอยู่ด้วยกันสองต่อสองเด็ดขาด ส่วนใหญ่ท่านพ่อนั่นแหละที่มานั่งจ้องเขม็ง เจ้าแมวไม่สนใจแต่ข้านั้นอึดอัดแทนแทบตาย

ส่วนองค์รัชทายาท แม้ว่าวันนั้นเขาจะหนีการจับกุมไปได้ แต่ท่านพ่อก็ไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ วิ่งไปฟ้องฮ่องเต้อย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทางฝ่ายขุนนางที่ถือหางองค์รัชทายาทก็พยายามพูดเข้าข้างรัชทายาทว่าทำไปเพราะใจกตัญญู ไม่ได้ตั้งใจจะทำผิด ส่วนขุนนางที่อยู่ข้างองค์ชายอื่นก็พากันช่วยโจมตีรัชทายาท กลายเป็นเหตุการณ์วุ่นวายหย่อมๆ ในราชสำนัก ขุนนางกลายเป็นสองฝั่งเถียงกันไปโจมตีมา ทำให้ฮ่องเต้ปวดหัวคิดไม่ตกจึงรับสั่งเลื่อนการตัดสินออกไปก่อน

เรื่องนี้ทำให้ท่านพ่อโมโหมากถึงกับหยุดงานประท้วงฮ่องเต้เลยทีเดียว หยุดได้สองวัน วันที่สามฮ่องเต้ต้องเสด็จมาง้อให้กลับไปทำงานช่วย เพราะตอนนี้กองงานล้นโต๊ะต่อให้มีสิบมือก็ทำไม่ทันแล้ว แต่ท่านพ่อก็ไม่สนใจยังคงหยุดงานประท้วงต่อไป ฮ่องเต้จนปัญญาจึงประกาศลงโทษองค์รัชทายาท สั่งให้เขาไปสำนึกผิดที่วัดนอกเมืองหลวงเป็นเวลาสามเดือน แม้ว่าจะไม่ใช่การลงโทษที่หนักอะไรมากมายแต่ก็ถือได้ว่าฮ่องเต้ยอมลงให้แล้ว ท่านพ่อจึงกลับไปทำงานต่อ ทุกอย่างจึงสงบลง ไม่มีปัญหาใดๆ

เว้นเสียแต่... เทียบเชิญของตงฮองเฮาในมือข้านี่ไง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



หุๆ เรื่องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เราถนัดยิ่งนัก! ท่านพ่อน่ะรึ? ได้แต่จ้องตาถลน

เราเข้าออกบ่อยขนาดนี้แมงวี่แมงวันไม่ได้กินปลาน้อยๆ ของเราหรอก!

หึๆ ยิงธนูดอกเดียวได้เหยี่ยวสองตัว!


คือว่าไม่เกี่ยวกับคอมเม้นท์มากหรือน้อยแล้วจะอัพนะคะ ถ้าแต่งจบตอนก็จะมาอัพแน่นอน

ไม่ได้รออะไร รอแต่แต่งให้จบตอนนี่แหละ แต่งนิยายนะจ้ะ มันไม่ได้แต่งกันง่ายๆ น่า

ปอยไม่ได้บังคับเม้นท์ให้ได้เท่านั้นเท่านี้ก่อน แค่คนอ่านอ่านแล้วเม้นให้ก็ดีใจค่ะ

เพราะฉะนั้นปอยไม่บังคับเรื่องเม้น คุณผู้อ่านก็ไม่มาเร่งบังคับให้ปอยอัพนิยายเนอะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.276K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25430 NEPTUNEL (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:29
    ฮ่องเต้มาตามง้อ55555555555
    #25,430
    0
  2. #25392 Maylyunho (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:03
    ละตะไม่ให้เค้าจิ้นฮ่องเต้กับอำมาตย?ได้ไงแบบนี้ 555 เรือผีมากกก
    #25,392
    0
  3. #24443 Fueled me (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 09:46
    ท่านอำมาตย์ช่างยิ่งใหญ่55555555555555
    #24,443
    0
  4. #23986 munkrishear (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 02:06
    พลิกวิกฤติให้เปนโอกาสยิ่งนักฉินอ๋อง!
    #23,986
    0
  5. #23852 งืมๆ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 13:51

    เชื่อมั่นมากว่าอาการป่วยของเหลียงอ๋องมาจากกำยานกลิ่นแรงที่ห้อยติดตัวตลอด

    #23,852
    0
  6. #23851 ชั้นจะจิ้น! (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 13:49

    เรือเต้เหยียนจะไม่แล่นจริงๆน่ะรึ ฮือๆๆๆๆ

    #23,851
    0
  7. #23811 ฟองฟู่ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 17:39
    คิดไม่ผิดจริงๆที่ก้าวลงเรือผีเต้เซี่ย แง มันอดไม่ได้จริงๆค่ะ
    #23,811
    0
  8. #23796 ลิลลี่ สตาร์ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 01:25
    ติดเรื่องนี้เเล้ว
    #23,796
    0
  9. #23742 Peach9 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 16:14
    จะบอกว่าปมเยอะเว่อร์555555
    #23,742
    0
  10. #22636 DKdabble (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 08:37
    ใจฉันหายวาบเลยนะ ตอนน้องถูกองค์ชายฆ่าหมาขโมยไป เจ้าแมวนะเจ้าแมวมัวแต่ตีกับท่านพ่ออยู่ได้!
    #22,636
    0
  11. #22479 Ruanjai (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:30
    เกลียดการปีนกำแพงของเจ้าเหมียวอ่ะ55555
    #22,479
    0
  12. #22437 trp1021 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 22:34
    ลูกไม่สำเร็จ แม่ก็จะเอา
    #22,437
    0
  13. #22188 Xialyu (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:57
    พลิกกันอีกแล้ว
    #22,188
    0
  14. #21976 lills (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 11:19
    หมั่นไส้แมวขโมยยยย
    #21,976
    0
  15. #21657 Shido_Hikaru (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 00:23
    นี่ถ้าให้คุณแม่สิงร่างถิงถิงแล้วอาละวาดนะ รับรองงานนี้มีอึ้งทั้งพ่อทั้งแมวทั้งคนฆ่าหมาแน่นอน
    #21,657
    0
  16. #21646 namtan1911 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 19:51
    โมเม้นขุ่นพ่อน่าร๊ากกก 555+ มีหยุดงานประท้วงฮ่องเต้ด้วย55+

    ฮ่องเต้มาง้อให้กลับไปช่วยงานยังไม่ยอมอาะคิดดู ฮ่องเต้ก็ฮ่องเต้เหอะ เรื่องลูกชายข้าสำคัญสุด 555+
    #21,646
    0
  17. #21583 Preanuan (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:37
    หรือว่าเหลียงอ๋องมีพลังสร้างภาพลวงตา หลอกให้คนอื่นเชื่อว่าป่วยงี้ มโนหนักมาก5555555555
    #21,583
    0
  18. #21071 pcy921 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 19:14
    นี่ทำไมรู้สึกเหลียวอ๋องแปลกๆอะคะ
    #21,071
    0
  19. #20989 N-Numwan29 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 07:29
    เอ๊ะๆ ฮ่องเต้มาง้อ พ่อของจิ้งถิง เอ๊ะๆ เอ๋~
    #20,989
    0
  20. #20845 PaulaPum (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 19:42
    หนีความซวยไม่พ้น5555
    #20,845
    0
  21. #20402 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 02:00
    แอบลุ้นให้องค์รัชทายาทเป็นคนดีอ่ะ เอาจริง นางแค่ห่วงแมมมม่ ส่วนคุณพ่อกับฮ่องเต้ก็น่ารักกันไป5555555555
    #20,402
    0
  22. #19746 ningthanaporn (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 17:28
    สุดท้ายความซวยก็ไม่หนีไปไหน
    #19,746
    0
  23. #19552 ลอร์ดโวลเดอมอร์ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:47
    ทพไมจิ้นฮ่องเต้กับท่านพ่อนะ
    #19,552
    0
  24. #19502 pick-17 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 07:31
    วงวารฮ่องเต้ยิ่งนัก 555555 ชอบอันนี้ >> #ชายผู้จมกองงาน
    #19,502
    0
  25. #19407 statice46 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 19:05
    มีรัชทายาทโผล่มา แม่ยกก็สดชื่นแล้ว นี่ยังมีทำเพราะความกตัญญูอีก แม่ยกยิ่งชอบรัชทายาทมากกว่าเดิมค่ะ มันกร๊าวใจ 555// แม่ยกเมา แม่ยกไปแล้วค่ะ #แมวพิมพ์
    #19,407
    0
  26. #17786 Meatboll (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 12:08
    ท่านพ่อกับฮ่องเต้นี่ยังไง555
    ปล.อยากให้ช่วยก็บอกตรงๆสิเจ้าชายฆ่าหมา ทำคนอื่นเขาเข้าใจผิดไปหมด
    #17,786
    1
    • #17786-1 N-Numwan29(จากตอนที่ 59)
      8 มกราคม 2562 / 07:30
      คิดเหมือนเราา ท่านพ่อกับฮ่องเต้นี่ยังไงๆน้าา อุบส์-
      #17786-1