เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 58 : ตอนที่ ๕๗ เวลานั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,288 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

ตอนที่ ๕๗ เวลานั้น

“ท่านโกรธข้าอย่างนั้นรึ” ข้าก้มหน้าเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาเย็นเยียบของฉินอ๋องจ้องมองข้าเขม็งอยู่เนิ่นนานก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวเหยียด แววตาอ่อนลงและเอ่ยตัดพ้อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“หากเกิดอันใดขึ้นกับเจ้า ข้าจะทำอย่างไร เคยคิดบ้างหรือไม่?”

ข้าเงยหน้าไปมองเขาอย่างโล่งใจ อย่างน้อยฉินอ๋องก็ไม่ได้โกรธจริงจัง

“ข้าก็ไม่ได้เป็นอันใดนี่ อีกอย่างข้าอยากจะช่วยท่าน มิได้หรือ?”

“จะช่วยก็ได้อยู่หรอกแต่เจ้าไม่ควรแยกตัวออกไปตามลำพังเช่นนั้น หากเกิดอะไรขึ้นล่ะก็ข้าจะตามไปช่วยไม่ทัน”

“ข้าขอโทษ” ข้ายอมขอโทษเขาไปแต่โดยดีที่ทำนอกแผนการ ส่วนหนึ่งเพราะข้าหงุดหงิดเรื่องเมื่อชีวิตที่แล้วถึงได้พาลใส่ฉินอ๋อง แต่เมื่อคิดแบบมีเหตุผลแล้วข้าไม่ควรทำเช่นนั้นเลย แต่ข้าไม่รู้สึกผิดหรอกนะเพราะอย่างไรก็ต้องปลีกตัวออกไปอยู่ดี

“แล้วไอ้ท่าทางน่าเกลียดนั้นเจ้าไปเรียนรู้จากที่ใดกัน? ต่อไปอย่าทำเช่นนั้นอีก” ฉินอ๋องทำหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดูท่าเขาจะไม่ชอบการเกี้ยวพาราสีของข้าเอามากๆ ขนาดพูดว่าน่าเกลียดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยชัดแจ้ง ไม่เท่านั้นยังพ่นหายใจส่ายหน้าไปมา

ข้าดูน่าเกลียดเพียงนั้นเลยรึ? ความมั่นใจของข้าถูกฉินอ๋องตัดรอนจนแทบจะไม่เหลือแม้กระผีกเดียว เอาเถิด มันอาจจะน่าเกลียดจริงอย่างที่เขาว่า ข้าเพียงเลียนแบบท่าทางตอนฉินอ๋องอยู่กับเหล่านายบำเรอในชีวิตที่แล้ว น่าเกลียดก็น่าเกลียด! อีกอย่างข้าก็ไม่อยากทำเช่นนั้นอีกหรอก ข้าพยักหน้ารับปากเขาอย่างว่าง่าย สีหน้าของฉินอ๋องจึงน่ามองมากขึ้น

“ว่าแต่เหตุใดเสด็จพี่ถึงได้ตามหาตัวเจ้าเล่า จิ้งถิง” ฉินอ๋องเอ่ยถามต่อ ท่าทางของเขาเหมือนไม่มีอันใดผิดปกติ แต่ไยข้าถึงได้ขนลุกเกรียวไปทั้งตัวเช่นนี้เล่า โดยเฉพาะรอยยิ้มบางๆ เหมือนไม่มีนั้นช่างดูน่ากลัวชอบกล

ข้ากะพริบตาใช้หัวครุ่นคิดอย่างหนัก หากจะเล่าคงต้องเล่าตั้งแต่ไปสถานศึกษาหลวงจนถึงล่องเรือเลยกระมัง คิดแล้วข้าก็เย็นสันหลังวูบ

“จริงสิ! ฉิวเฟยอินยอมช่วยท่านแล้วนะ เก็บสัญญาฉบับนี้ไว้ดีๆ เล่า หากเขาโยกโย้ไม่ยอมทำตามให้ท่านนำสัญญาฉบับนี้ไปข่มขู่เขา รับรองว่าฉิวเฟยอินจะต้องยอมทำตามคำท่านทุกอย่างแน่ อ๊ะ ทางที่ดีท่านอย่าเปิดสัญญาอ่านจะดีกว่า” ข้าล้วงเอาใบสัญญาของฉิวเฟยอินเดินไปยัดใส่มือของฉินอ๋อง จากนั้นก็พูดแนะนำเขาไปยาวเหยียด ฉินอ๋องมองดูใบสัญญาในมือแวบหนึ่งอย่างไม่สนใจนัก เขาหันมามองข้าแล้วเลิกคิ้วเอ่ยถามอย่างข้องใจ

“เจ้าทำอันใดอีก ไยข้าถึงเปิดดูไม่ได้?”

เยี่ยม ตอนนี้เขาหันมาสนใจเรื่องนี้แล้ว การเบี่ยงประเด็นของข้าสำเร็จด้วยดี!

“ข้ายื่นเงื่อนไขตามที่ท่านบอกเอาไว้ หนึ่งส่วนของกำไรที่ได้จากลั่งเฟ่ย ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย ข้าอุตส่าห์ช่วยท่านกล่อมเขาจนสำเร็จได้ ไม่ชมแล้วยังกล่าวหาว่าข้าทำเรื่องอีก”

ข้าอธิบายให้เขาฟังแล้วมองค้อนเขาอย่างน้อยใจ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงคำเกลี้ยกล่อมอันดุเดือดที่เกี่ยวกับเหลียงอ๋องให้เขาฟัง มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ข้าต้องพาฉิวเฟยอินหลบออกมาตามลำพังเช่นนั้น หากข้าใช้เหลียงอ๋องข่มขู่คนต่อหน้าพวกเขา ฉินอ๋องกับส่านอ๋องจะทำหน้าอย่างไร มีหวังพวกเขาสองคนจะต้องเข้าใจว่าข้าเห็นเหลียงอ๋องเป็นปีศาจชั่วร้ายแน่

“เจ้าอยากให้ข้าชมอย่างนั้นรึ?”

ข้าเหลือบขึ้นไปมองใบหน้านิ่งๆ ของฉินอ๋องอย่างหวาดระแวง ประโยคคำถามที่แสนธรรมดาแต่ข้ากลับฟังแล้วมันแฝงไปด้วยอะไรแปลกๆ ชอบกล ไม่น่าจะมีอันใดซุกซ่อน น้ำเสียงหรือก็ออกจะเย็นเยือกเพียงนั้น ข้าคงจะคิดมากไปเอง ข้าส่ายหน้าตอบเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ข้าก็แค่พูดไปเช่นนั้นละ ข้าเพียงอยากช่วยท่าน ไม่ได้หวังอยากได้อะไรตอบแทน”

ฉินอ๋องยิ้มเล็กน้อยมองข้าด้วยสายตารักใคร่จนข้าเขินเสียเอง ข้าหลบสายตาเขาก้มหน้ามองพื้น ฉินอ๋องก้าวเข้ามาใกล้คว้าไหล่ของข้าเข้าไปกอด มือขนาดใหญ่และเย็นลูบศีรษะข้าอ่อนโยน จากนั้นเขาขยับมาประทับริมฝีปากนุ่มหยุ่นลงบนหน้าผาก เสียงทุ้มต่ำกระซิบอย่างนุ่มนวลริมหูของข้า

“เก่งมาก เด็กน้อยของข้า”

ข้ากลั้นยิ้มจนแก้มแดงๆ แทบปริ เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นของเขาทำให้หัวใจของข้าเต้นเร็วอย่างมีความสุข ข้าเอียงตัวซุกหน้าอกของเขา อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบกอดข้าไว้แนบร่าง ข้าถอนหายใจโล่งอกก่อนจะกะพริบตาปริบๆ จ้องมองชุดบนตัว ดวงตาของข้าขยายกว้างเมื่อจ้องมองชุดนั้นชัดเจนดีแล้ว ข้าหลุดอุทานออกมา ฉินอ๋องผละตัวออกจากข้าอย่างตกใจ เขาหลุบตามองตาม และกำลังจะเปิดถามข้าด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นชุดที่ข้าใส่เต็มๆ ตา

ชุดของคณิกาตัวนี้มันบางจนไม่อาจปกปิดอันใดได้เลย ข้าไม่คิดว่ามันจะบางได้ขนาดนี้! หน้าของข้าแดงก่ำ อับอายจนทำอันใดไม่ถูก ตอนที่ใส่ในห้องนั้นมืดข้าไม่ทันได้สังเกตเห็น แต่ในห้องนี้นั้นมันสว่างไปด้วยแสงเทียนทำให้เห็นชัดเจน ชุดก็ปกติทั่วไปอยู่หรอกแต่เนื้อผ้านั้นกลับบางจนสามารถมองทะลุถึงเนื้อในทุกอย่าง พวกเราตกอยู่ในความเงียบงันที่อึดอัดจนกระทั่งฉินอ๋องถอดผ้าคลุมของเขามาคลุมบนตัวข้า ข้าเงยหน้ามองเขาที่ปั้นหน้าเคร่งขรึมสั่งอย่างจริงจัง

“ใส่ไว้ อากาศมันหนาว”

ข้าดึงผ้าคลุมเนื้อนุ่มของเขากระชับเข้าตัวพร้อมกับอมยิ้ม อันที่จริงแล้วในห้องนี้ไม่หนาวเลยสักนิดเพราะมีเตาถ่านวางปรับอากาศให้อบอุ่นอยู่หลายจุด ข้าแอบมองเสี้ยวหน้าต้องแสงเทียนของฉินอ๋องที่แดงระเรื่อกว่าปกติ เจ้าแมวเม้มปากถอนหายใจราวกับเพิ่งผ่านการตัดสินใจที่ยากเย็น ข้ารับรู้ถึงความสับสนของเขา เมื่อครู่เขาจ้องข้าเสียนานสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะส่งผ้าคลุมมาให้ ระหว่างถูกดวงตาที่มีไฟลุกโชนของเขาจ้องมองข้าหน้าแดงวูบแข้งขาเหมือนจะอ่อนแรง

ข้าแอบถอนหายใจด้วยความรู้สึกที่สับสน ใจหนึ่งก็โล่งอกอีกใจก็เหมือนจะเสียดาย แต่ที่เหนืออื่นใดการเอาใจใส่ของเขาทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่น บางอย่างในใจของข้ามันเต้นละมุนอ่อนหวานยิ่ง หลังจากที่เจ้าแมวปรับอารมณ์ให้เย็นลงได้ เขาก็เดินไปยังหน้าต่างส่องลงไปข้างล่างอยู่สักพัก แล้วหันกลับมาแจกแจงสถานการณ์ปัจจุบัน

“ข้าให้อาถงกลับไปก่อนเพื่อหลอกให้เสด็จพี่คิดว่าพวกเรากลับไปแล้ว ดูท่าเขาจะติดกับดักเราแล้ว เขาออกจากหอหว่านเซียงอวี่ไปแล้ว”

ข้าพ่นลมหายใจโล่งอกที่ได้ยินว่าองค์รัชทายาทจากไปแล้ว ร่างกายที่เกร็งก็ผ่อนคลายจนเป็นปกติ ให้ตายเถิด เหตุใดเขาถึงได้เลือดขึ้นหน้าเพียงแค่ข้าปฏิเสธเทียบเชิญของเขากันนะ จู่ๆ ก็โผล่มาเล่นเอาข้าสติแตกกระเจิงไปหมด

“จริงสิ ชุดของข้า...” หลังจากโล่งใจไม่นานข้าก็นึกขึ้นมาได้ว่าถอดชุดไว้ที่ห้องนั้น ข้าจะกลับไปด้วยชุดนี้ไม่ได้ คิดสีหน้าตอนที่ท่านพ่อเห็นข้าในชุดนี้สิ เขาจะเข้าใจผิดว่าฉินอ๋องทำอะไรลูกชายเขาบ้าง ท่านพ่อจะต้องคลุ้มคลั่งขนาดถือดาบไล่แทงฉินอ๋องอย่างแน่นอน

“ชุดของเจ้า ข้าให้คนตามไปเก็บมาให้แล้ว จะเปลี่ยนที่นี้เลยหรือไม่?” ฉินอ๋องเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาข้าอดทึ่งเขามิได้ แต่ก็ดีใจที่ฉินอ๋องรอบคอบขนาดตามเก็บชุดของข้าไว้เรียบร้อยแล้ว ข้าขอบคุณเจ้าแมว ยิ้มกว้างให้เขา เจ้าแมวไม่พูดอันใดเดินมาที่ข้าแล้วยกมือลูบศีรษะของข้า จากนั้นก็เดินเลยไปเปิดประตูห้อง บอกให้ผู้ติดตามของเขานำชุดของข้ามาให้ พร้อมกับสั่งอาหารสามสี่อย่างและน้ำร้อนถังใหญ่

เมื่อสั่งเสร็จเขาก็เดินกลับมานั่งเก้าอี้ ข้ามองไปรอบห้อง ตั้งแต่เข้ามาก็เพิ่งจะได้มองเต็มตาก็ครั้งนี้ละ ห้องนี้ค่อนข้างกว้างขวาง กว้างกว่าห้องของฉิวเฟยอินอีก เครื่องเรือนของใช้มีราคา ดูท่าจะเป็นห้องของคณิกาที่เป็นตัวเด่นอย่างแน่นอน ห้องนี้ต้องเป็นห้องของเจียวเพ่ยเจวียนหรือไม่ก็เหอชิงจิ่น ข้าหันมาถามฉินอ๋อง ทำท่าเหมือนไม่สนใจคำตอบนัก

“ห้องนี้ห้องของใครรึ?”

“ห้องของเหอชิงจิ่น มันอยู่ใกล้ห้องของฉิวเฟยอินมากที่สุดข้าถึงมารอเจ้าที่ห้องนี้”

อ้อ มิน่าล่ะ ตอนที่ทำเสียงหลอกองค์รัชทายาท เพื่อเรียกข้าเข้ามาในห้องถึงได้พูดว่า จิ่นเอ๋อร์ข้ารู้หรอกน่าว่าฉินอ๋องผู้รอบคอบเอ่ยเช่นนั้นเพราะเผื่อกรณีองค์รัชทายาทไปถามคนอื่นเรื่องเจ้าของห้อง  

“แล้วเหอชิงจิ่นเล่า?”

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร มัวแต่มาช่วยเด็กน้อยของข้าอยู่” ฉินอ๋องส่งสายตารู้ทันหลังจากที่ได้ยินคำถาม เขาส่ายหน้าไปมาแล้วตอบอย่างล้อเลียน

...เด็กน้อยของข้างั้นรึ?

ข้าอายุยี่สิบปีแล้วต่างหากเล่า แต่ช่างเถิดอันที่จริงข้าก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่จะถูกเรียกอย่างเอ็นดูเช่นนั้นหรอก ตรงกันข้ามข้ากลับรู้สึกชอบนิดๆ ด้วยซ้ำ ข้าเดินมานั่งเก้าอี้ อึดใจต่อมาแทบอยากจะลุกไปยืนต่อ

“เจ้ายังตอบเลยว่าเหตุใดถึงถูกเสด็จพี่ตามหาตัวเช่นนั้น”

“คือว่า...ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน บางทีอาจจะ...อาจจะ...เอ่อ...เพราะปฏิเสธเทียบเชิญของเขากระมัง” ข้าพยายามตอบไปตามความเป็นจริง แม้จะลังเลอยู่ไม่น้อยแต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรจะทำ ในเมื่อข้ากับเขาเป็นคนรักกันควรจะไว้ใจและเปิดใจพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการปิดบังหรืออำพราง ข้าตอบไปแล้วก้มหน้าลงเพราะกลัวว่าจะถูกเขาว่า

“ดีแล้วที่เจ้าปฏิเสธเทียบเชิญของเขา เสด็จพี่เป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้ รับมือได้ยากยิ่ง แต่ทางที่ดีเจ้าอย่าปฏิเสธด้วยตนเอง ให้บิดาของเจ้าเป็นผู้ออกหน้าปฏิเสธให้จะดีกว่า แล้วเหตุใดเขาถึงอยากจะพบเจ้าเล่า?”

ฉินอ๋องไม่ได้ต่อว่าอันใด เขาพยักหน้ารับรู้พร้อมกับแนะนำอย่างหวังดี ก่อนจะเอ่ยถามสาเหตุที่องค์รัชทายาทผู้นั้นอยากจะพบข้าพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย ข้าโล่งอกที่ฉินอ๋องไม่ว่าอะไร อันที่จริงแล้วฉินอ๋องก็เป็นคนมีเหตุผลดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่น่า ข้าคิดมากไปเองจริงๆ

“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงอยากพบข้านัก แต่ข้าไม่อยากเจอเขา” ข้าส่ายหน้า คิดไม่ออกเหมือนกันว่าเพราะอะไรคนๆ นั้นถึงได้อยากเจอข้าขนาดต้องบุกมาค้นตัวถึงที่นี่ ข้าเม้มปากแน่นพร้อมกับกำมือเมื่อคิดถึงความทรงจำเกี่ยวกับชายผู้นั้นที่ไม่ดีนักในชีวิตที่แล้ว ความโหดเหี้ยมและวิปริตของเขาทำให้ข้าหวาดกลัว แม้ว่าข้าจะมีพลังแล้วแต่ภาพของเขาในทรงจำนั้นก็ยังฝังรากลึกในใจของข้า มันทำให้ข้าหวาดกลัวเขาอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่เป็นไร ครั้งนี้ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” ฉินอ๋องเอื้อมมือมาจับมือที่สั่นเทาของข้า เขาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังหนักแน่น เพียงแค่คำพูดห้วนๆ ของเขาก็ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก ทั่วร่างของข้าล้นเอ่อไปด้วยความอบอุ่นใจและปลอดโปร่ง เหมือนถูกเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปเมื่อครั้งชีวิตที่แล้ว ชีวิตที่แล้วข้าต้องเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาทเพียงผู้เดียว แต่ในครั้งนี้ข้ามีคนคอยปกป้องอยู่มากมาย มันทำให้ข้าอุ่นใจจริงๆ ข้ากุมมือของเขากลับแล้วจ้องมองกันเงียบๆ ถ่ายทอดความรู้สึกให้แก่กัน

มือที่กอบกุมกันนั้นเริ่มร้อน สายตาพวกเราถูกผูกติดกันและกันด้วยความลุ่มหลง มือที่มองไม่เห็นค่อยๆ ดึงร่างข้าและเขาโน้มเข้ามาหากันทีละเล็กทีละน้อย ลมหายใจร้อนผ่าวรดต้องผิวหน้าของข้า ปลายมือหยาบกร้านแตะใบหน้าของข้าแผ่วเบา ข้าหลับตาเอียงหน้าซุกฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้แก้มของข้าอย่างนุ่มนวล

“จิ้งถิง ข้าดีใจที่เจ้าอยากช่วยเหลือข้า แต่ต่อไปเจ้าต้องระวังตัวเอง ให้คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองก่อน จำเอาไว้ว่าเจ้าสำคัญต่อข้ามากที่สุด หากเกิดอันใดขึ้นกับเจ้าแล้วล่ะก็... เจ้าคิดบ้างหรือไม่ว่าข้าจะเป็นเช่นไร? จิ้งถิง มีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นที่ข้าไม่อาจสูญเสียไปได้ โลกที่ไม่มีเจ้านั้นช่างว่างเปล่าไร้ความหมาย ข้าที่มีชีวิตอยู่เหมือนถูกทรมานอย่างไร้ที่สิ้นสุด”

ข้าลืมตาขึ้นมามองดวงหน้างดงามของเขาที่เคร่งขรึมจริงจัง นัยน์ตาเรียวโตแฝงไปด้วยความเศร้าหมองและเจ็บปวด ข้าไม่อาจมองสีหน้านั้นของเขาแล้วไม่ปวดใจได้เลย เหตุใดท่านถึงได้ดูเศร้าเสียใจเพียงนั้น? สิ่งใดทำให้ท่านหวาดกลัวเช่นนั้นรึ? ข้าคนนี้อย่างนั้นหรือ? อย่ากังวลไปเลย ข้าตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมตายง่ายๆ อีกเด็ดขาด

ข้ายกมือขึ้นมาประคองใบหน้าของฉินอ๋องแล้วแย้มยิ้มบางๆ เอ่ยตอบเสียงนุ่มนวล หวังจะปลอบประโลมหัวใจที่เต็มไปด้วยความกังวลของเขา

“ข้าจะไม่ตาย ข้ายังอยากอยู่เพื่อเฝ้ามองท่านไปอีกนานๆ”  

“ผิดแล้ว”

ข้าเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เมื่อฉินอ๋องส่ายหน้าไปมาทันทีที่ข้าพูดจบ อันใดที่ผิดอย่างนั้นรึ? ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้ข้าตายงั้นรึ? เหตุใดถึงบอกว่าผิดกันเล่า? ฉินอ๋องหรี่ตาลง ริมฝีปากคล้ายจะเม้มเบะปากไม่พอใจ นิ้วชี้เรียวยาวจิ้มลงกลางหน้าผากของเจ้าแรงๆ อยู่หลายที

“ไม่ใช่เพื่อเฝ้ามองข้า เจ้าจะต้องอยู่เคียงข้างข้าจนแก่เฒ่าไปด้วยกันต่างหาก คนโง่เง่า”

แรงจิ้มหน้าผากแรงจนข้าเกือบหงายหลัง ข้ายื่นปากทำหน้าบูดบึ้ง ยกมือลูบหน้าผากที่เจ็บแปลบๆ จ้องมองเจ้าแมวที่เค้นเสียงคล้ายจะสมน้ำหน้าข้าด้วยความไม่พอใจ ฉินอ๋องทำเสียงขึ้นจมูกยืดตัวนั่งหลังตรงไม่สนใจข้าอีกต่อไป ข้าแอบขมุบขมิบปากต่อว่าคนใจดำก่อนจะค่อยๆ ลดมือลงมากระชับผ้าคลุมหนาบนตัวแล้วเหลือบสายตาไปมองคนตัวโตด้านข้างก่อนจะแอบอมยิ้มนิดๆ  

อยู่เคียงข้างจนแก่เฒ่าไปด้วยกันอย่างนั้นรึ?

ช่างเป็นความฝันที่วิเศษแท้ แต่ในความเป็นจริงนั้นมันเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมจริงๆ ข้าไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาที่คิดเองไม่เป็นหรอกนะ ในอนาคตข้างหน้านั้นข้าไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร รู้เพียงแค่ตอนนี้ข้ารู้สึกดีใจและมีความสุขยิ่งนักที่ได้อยู่กับเขา ข้าลุกขึ้นแล้วยกเก้าอี้ไปตั้งใกล้ๆ ฉินอ๋อง เขาหันมามองแวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ข้านั่งลงเอนตัวพิงตัวคนด้านข้าง จับมือของเขาประสานมือเข้าด้วยกันแนบแน่น จากนั้นก็หลับตาผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมเย็นๆ ของเขา

“ได้อยู่กับท่านเพียงแค่นี้ข้าก็มีความสุขมากพอแล้ว”

“เจ้ามักน้อย แต่ข้าหาได้มักน้อยเช่นเจ้า”

ข้าลืมตาขึ้นจ้องมองไปยังคนโลภมากที่พูดออกมาหน้าตาเฉยจนอดที่จะหมั่นไส้มิได้ ข้าแกล้งพูดหยอกเขากลับไป

“ระวังเถิด โลภมากๆ จะมิได้อันใดสักอย่าง”

“ข้าโลภไม่มาก โลภแค่เรื่องเจ้า” ฉินอ๋องทำเสียงขึ้นจมูกอย่างหยิ่งยโส หันมาตอบกลับเสียงราบเรียบแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขายื่นหน้ามาฉวยโอกาสจูบข้ารวดเร็วทีหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินไปหน้าห้องอย่างพึงพอใจ ข้ามองตามคนกินเต้าหู้ผู้อื่นหน้าตาเฉยแล้วพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

ก่อนจะเปิดประตูฉินอ๋องหันกลับมามองข้าพร้อมกับส่งสายตาพยักพเยิดหน้า ข้ากะพริบตามองเขาปริบๆ จนกระทั่งเจ้าแมวต้องแยกเขี้ยวออกคำสั่งไล่ให้ข้าไปซ่อนตัวอยู่บนเตียง ข้าถึงคิดได้ถึงสภาพล่อแหลมของตนเอง ข้าพยักหน้าหงึกหงักแล้วรีบซ่อนตัวที่เตียง ข้าดึงผ้าห่มม้วนตัวอย่างมิดชิด ฉินอ๋องถึงเปิดประตู

ผ่านไปสักพักทุกอย่างในห้องเงียบลง ข้าถึงโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม ฉินอ๋องเดินมานั่งที่เดิมแล้วพยักให้ข้า ข้าถึงออกมาจากผ้าห่มที่อบอุ่นจนเกือบเคลิ้มนอนหลับไปเสียก่อน ข้าพลิกตัวดุกดิกตะกายออกมาจากผ้านวมที่มีกลิ่นหอมรุนแรงยิ่ง เอ๋ กลิ่นนี้มันคุ้นๆ แต่ช่างเถิด มิใช่เรื่องอันใดของข้า ข้าหย่อนขาลงจากเตียงแล้วเงยหน้าไปมองฉินอ๋องนิ่งเงียบ ดวงตาของเขาจ้องเขานิ่งจนน่ากลัว ข้าขนลุกไปหมด

“ท่านมองอันใดกัน?”

ถ้าจะจ้องกันเช่นนี้ กระโจมเข้ามายังจะดูน่ากลัวน้อยกว่าอีก

“มีให้มองก็ต้องมองสิ” ฉินอ๋องเอ่ยตอบจริงจังด้วยใบหน้านิ่งสุดๆ ข้ารีบใช้ผ้าคลุมปิดตัวเองแล้ววิ่งปรู้ดไปยังที่ฉากกั้นอาบน้ำ พูดแบบหน้าไม่อายเลย เจ้าแมวลามก!

ข้ารีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับมาชุดเดิมของข้าเอง จากนั้นก็เดินออกไปหาเจ้าแมวที่ไม่รู้ว่ารอจนเบื่อหน่ายไปแล้วหรือยัง ข้ากวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นฉินอ๋องนอนอยู่บนเตียงก็เดินเข้าไปหา ข้าจ้องมองใบหน้าที่หลับตานิ่งอย่างสงสัย รอข้าจนหลับไปแล้วงั้นรึ? ข้ายื่นมือไปหาเขาหมายจะปลุกก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อถูกอีกฝ่ายจับมือเอาไว้เสียก่อน

“ข้ากำลังใช้ความคิด” ฉินอ๋องเอ่ยทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ข้าเอ่ยขอโทษเขาที่เข้ามารบกวนอย่างรู้สึกผิด ฉินอ๋องลืมตาขึ้น เขาลุกขึ้นนั่งแล้วฉุดแขนข้าจนข้าถลาล้มลงบนตัวของเขา ฉินอ๋องกอดรับตัวข้าเอาไว้พร้อมกับก้มกระซิบข้างหูของข้า

“ข้าใกล้สำเร็จแล้ว แต่เพราะเจ้าเข้ามาใกล้มันถึงไม่ยอมสงบลง จงมารับผิดเสีย”

คราแรกข้างุนงงไม่เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใด แต่พอเขาจับมือของข้าไปยังบางอย่างที่ต่ำกว่าสะดือซึ่งมันร้อนอย่างเหลือเชื่อ ข้าเบิกตาตกใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดมันถึงได้แข็งตัวได้มากเพียงนี้ ระหว่างรอเขาคิดอันใดกันแน่ถึงได้ทำให้ส่วนนั้นพองตัวใหญ่โตขนาดนี้ ข้ามองเขาด้วยสายตาสงสัยเคลือบแคลง ฉินอ๋องกระแซะตัวกอดข้าแล้วทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน

“เจ้าคิดว่าข้าเห็นเจ้าในชุดวาบหวิวเช่นนั้นแล้วจะไม่คิดหรือรู้สึกอะไรเลยรึ? ข้ามิใช่พระอรหันต์ คนที่ชอบอยู่ใกล้เพียงนี้ข้าห้ามไม่ให้คิดมิได้ จิ้งถิง เห็นใจบุรุษหนุ่มอารมณ์พุ่งพล่านได้หรือไม่?”

ชิชะ! บุรุษหนุ่มอารมณ์พุ่งพล่าน!?

“แต่ข้าอาบน้ำแล้ว อีกอย่างหากชุดข้ายับยู่ยี่มากจะทำให้ท่านพ่อสงสัยเอาได้ ท่านทำเองก็แล้วกัน”

“เรื่องนี้เองรึ? แก้ง่ายนิดเดียว เจ้าก็ถอดชุดออกเสียสิ”

ข้าถอนหายใจปลงตก มือของเขาไปไวยิ่งกว่าปากเสียอีก พูดจบผ้ารัดเอวของข้าก็คลายตัวออกเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่อึดใจเดียวชุดบนตัวของข้าก็ถูกเจ้าแมวมือไวเปลื้องจนหมด ฉินอ๋องก้มจรดริมฝีปากบนไหล่ของข้าแล้วค่อยๆ จูบประทับตราลงบนผิวของข้า ขณะที่มือของเขาถอดชุดบนตัวของตนเองออก เสื้อผ้าของเราหล่นลงไปกองบนพื้น เหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดสนิทกัน ข้าหอบหายใจแรงขึ้น ริมฝีปากร้อนครอบครองยอดถันอ่อนไหวของข้า ลิ้นสากหยอกเอินไปมา ก่อนที่ข้าจะเปล่งเสียงร้องออกมาเขาก็ยกตัวขึ้นมาจ้องตาข้า

“จิ้งถิง เหตุใดเจ้าถึงได้หอมหวานเช่นนี้นะ”

“พูดจาเหลวไหล” ข้าถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมา ฉินอ๋องยิ้มบีบแก้มของเขาเบาๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้พลางเอ่ยพึมพำชิดริมฝีปากของข้า

“ข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล เจ้าหอมหวานยากนักที่จะห้ามใจ”

ริมฝีปากของเราค่อยๆ คลอเคล้านุ่มนวล ข้าเผยอเรียวปากประคองจูบอ่อนหวานนี้ดำเนินไปเนิ่นนานเท่าที่ใจปรารถนา ลมหายใจของเราสองคนประสานเข้าด้วยกัน จุมพิตแสนหวานค่อยๆ เพิ่มความร้อนแรง ข้าตอบรับความต้องการของเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ ร่างของเรากอดรัดกันและกัน เบียดชิดเสียดสีจนไม่มีช่องว่าง เสียงหอบหายใจและเสียงจูบของเราดังท่ามกลางความเงียบงันในห้อง

ก่อนจะเตลิบไปไกลฉินอ๋องถอนริมฝีปากออก ข้าหายใจหอบแรงมองไปที่เขาด้วยดวงตาหวานเชื่อม หัวใจของข้าที่เต้นระรัวอย่างมีความสุขนั้นหายวูบเมื่อเขารามือจากไป ข้าจ้องมองดวงหน้าคมสันอย่างหลงใหล ก่อนจะรู้ตัวข้าก็ได้เอ่ยความรู้สึกออกไปอย่างเผลอไผล   

“เสวี่ย ข้าต้องการท่าน”

ฉินอ๋องยิ้มรับ ข้าขยับตัวนั่งลงบนตักของเขา วาดแขนกอดคอแข็งแรง ทิ้งตัวแนบเข้ากับร่างหนาอย่างแนบชิดแล้วจากนั้นก็ก้มหน้าลงไปจูบเรียวปากได้รูปสวยของเขาที่รอคอยอยู่ก่อนแล้ว เริ่มต้นจูบรุนแรงไร้จุดสิ้นสุด ลิ้นสากสอดกระหวัดเข้ามาในโพรงปาก ฝ่ามือหยาบลูบไล้เนื้อกายข้า ยิ่งถูกสัมผัสต้องตัวของข้าก็ยิ่งร้อนรุ่ม ริมฝีปากได้รูปถอนจากไปจูบไล้แก้มและใบหน้าของข้า ก่อนจะค่อยๆ บรรจงจูบปลายคาง

มือขนาดใหญ่ลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของข้า นวดเฟ้นคลึงเคล้าบั้นท้าย ข้าแหงนหน้าเปิดทางให้ริมฝีปากนุ่มหยุ่นจูบเม้มไปตามลำคอ สะอื้นครางเสียงแผ่วเมื่อถูกปลายนิ้วหยาบขยี้ยอดถัน แรงปรารถนาของพวกเราผลักดันให้ร่างกายทะยานขึ้นไปตามความร้อนเร่า ข้าเอนตัวนอนลงพร้อมกับคว้าคอของเขาดึงร่างสูงใหญ่ตามลงมา ข้ายกตัวจูบเขาก่อนจะเอ่ยด้วยความเขินอายเต็มกำลัง

“ข้าต้องการท่าน”

ฉินอ๋องยิ้มอีกครั้ง เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ริมฝีปากของข้า

“ยังไม่ถึงเวลานั้น”

“แล้วเวลานั้นคือเมื่อไรกัน?”

“เด็กน้อยของข้าช่างใจร้อน เมื่อเวลานั้นมาถึงเจ้าจะได้รู้เอง”

ข้ากำลังอ้าปากถามอีกแต่ก็ถูกเขาฉวยโอกาสจูบข้า ปิดกั้นไม่ให้ข้าพูดอันใด และจากนั้นข้าก็ไม่มีสติใดๆ หลงเหลือให้คิดเรื่องนี้ เพราะถูกเจ้าแมวลามกตัวหนึ่งทรมานร่างกายจนครวญครางครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากผ่านพ้นการปลดปล่อยความอัดอั้นไปด้วยกันพวกเราก็อาบน้ำและทานข้าว ข้าจ้องมองฉินอ๋องทั้งข้องใจและขุ่นเคือง เขาไม่ยอมทำให้ข้าเป็นของเขาเสียทีทั้งที่ข้าก็ยินยอมแล้ว เวลานั้นที่เขาพูดคือตอนใดกัน? ข้าครุ่นคิดจนคิ้วขมวด

รู้ตัวอีกทีข้าก็มาถึงจวนตระกูลเซี่ยแล้ว

“นายน้อย? นายน้อยเป็นอันใดหรือขอรับ? เหตุใดถึงเหม่อลอยเช่นนี้?”

“ข้าเวียนศีรษะเล็กน้อย”

ข้าหันกลับไปเห็นฉินอ๋องกำลังคุยกับท่านพ่อที่ด้านหน้าจวน นี่ข้าเดินเข้ามาโดยที่ยังไม่ล่ำลาเขาอย่างนั้นหรือ? คิดๆ แล้วข้าไม่พูดกับเขาเลยตั้งแต่ออกมาจากหอหว่านเซียงอวี่ เขาต้องเข้าใจผิดว่าข้าโกรธอยู่แน่ ข้าควรทำอย่างไรดี? ข้ากำลังจะเดินกลับแต่ถูกชิงลู่รั้งตัวเอาไว้เสียก่อน

“นายน้อย! ท่านตัวร้อนเหมือนจะมีไข้เลยนะขอรับ!

ข้าไม่สนใจชิงลู่ที่ทำหน้าตกใจเมื่อใช้หลังมือทาบบนหน้าผากของข้า ชิงลู่พยายามดึงข้าไปยังเรือน ข้ามองฉินอ๋องที่ผงกศีรษะหันตัวเดินออกไปอย่างใจเสีย หวังว่าฉินอ๋องจะไม่โกรธข้าที่เมินเขาเช่นนี้ เดี๋ยวเข้านอนข้าจะไปหาเขาแล้วอธิบายที่ทำเหมือนไม่สนใจเขาเช่นนั้น ข้าโดนชิงลู่ลากกลับมายังเรือนของตนเอง พอชิงลู่บอกคนอื่นๆ ว่าข้าไม่สบาย พวกเขาก็พากันตกอกตกใจและวุ่นวายหาหยูกยากันยกใหญ่ ข้ากินยาไม่อิดออดเพราะกลัวจะเสียเวลาเข้านอน

สุดท้ายข้าก็ได้เข้านอน จื่อลู่เช็ดตัวให้แก่ข้าแล้วนั่งเฝ้าดูอาการของข้าอย่างใกล้ชิด แม้ข้าจะไล่เขาออกไปแต่อีกฝ่ายก็ยืนยันว่าจะอยู่ดูอาการของข้า ข้าโมโหแต่ก็ทำอันใดมิได้ แสร้งหลับตาทำเหมือนนอนเพื่อให้จื่อลู่วางใจแล้วออกไปจากห้อง สุดท้ายก็หลับไปจริงๆ โดยที่ไม่ได้ไปหาเจ้าแมว และที่แย่กว่านั้นก็คือข้าดันเป็นไข้จริงๆ!

ถิงเอ๋อร์ จริงๆ เลย! เหตุใดถึงได้ป่วยเช่นนี้ได้ แม่บอกให้ดูแลตัวเองดีๆ อย่างไรเล่า!

“นี่คงเป็นเพราะออกไปข้างนอกทั้งที่อากาศหนาว ช่วงนี้ห้ามออกไปไหนจนกว่าจะรักษาตัวให้หายดี”

ท่านพ่อท่านแม่มาดูอาการข้าด้วยความเป็นห่วง ท่านแม่ทำเสียงแหลมปรี๊ดดุข้าที่ไม่ระวังตัว ท่านพ่อเองก็ฉวยโอกาสตอนที่ข้าต่อต้านมิได้ออกคำสั่งกักขังตัวชั่วคราว ข้าร้อนจนเบลอมึนงงฟังพวกเขาบ่นรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง พวกเขาดูข้ากินยาและนอนพักเรียบร้อยก็ออกไปให้ข้าพักผ่อนอย่างสบายหู

ข้าลืมตาขึ้น ในห้องมีเพียงแสงเทียนสลัวๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยามใดแล้ว สิ่งที่จำได้มีเพียงข้ากินยาขมๆ และนอนแบ็บอยู่บนเตียงทั้งวัน ข้าเพ่งมองไปยังร่างคนที่กำลังเดินเข้าหา น่าจะเป็นจื่อลู่กระมัง ข้ารู้สึกเมื่อยล้าจากพิษไข้และการนอนนานจึงหลับตาลงเช่นเดิมแล้วเอ่ยบอกกับจื่อลู่เสียงอ่อนเพลียยิ่ง

“ข้าอยากดื่มน้ำ”

ข้ารู้สึกได้ว่าจื่อลู่เดินไปหาน้ำอยู่สักพักถึงเดินมาหาข้า ข้าลืมตาขึ้น อดแปลกใจมิได้ที่จื่อลู่นั่งลงบนเตียง จื่อลู่ประคองข้าลุกขึ้น... ประเดี๋ยวก่อน!? จื่อลู่ไม่ตัวใหญ่และมีพละกำลังเยอะเช่นนี้แน่ ข้าตกใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วคิดได้ว่าเป็นผู้ใดจึงคลี่ยิ้มออกมา เจ้าแมวคงจะรู้ว่าข้าไม่สบายถึงได้แอบเข้ามาหาแบบนี้กระมัง เขายกจอกน้ำจรดริมฝีปากของข้า ช่วยประคองจอกจนข้าดื่มน้ำหมด ข้าเงยหน้าที่เบิกบานขึ้นไปขอบคุณเขา

“ขอบคุณ...”

“มิได้คุณชายเซี่ย”

ข้าตัวแข็งทื่อ เบิกตากว้างด้วยความตกใจปนหวาดกลัว และกำลังจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง แต่ก็ถูกมือขนาดใหญ่ปิดปากจนมิดเหลือเพียงเสียงอู้อี้ ข้าพยายามดิ้นหนีจากแขนที่รัดตัวแน่น บุรุษผู้นั้นหัวเราะในลำคอมองข้าดิ้นรนด้วยแววตาพออกพอใจ เขายิ้มกว้างดูบ้าคลั่งและชั่วร้าย ใช้มือที่แข็งแรงราวเหล็กบีบคางของข้าแล้วเอ่ยหยอกล้อ

“ตอนที่เจ้าพยศข้าชอบใจจริงๆ แต่เจ้าอ่อนแอเช่นนี้ก็ดูน่าสนใจไปอีกแบบนะ”

เหตุใดถึงเป็นองค์รัชทายาท!?

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

มันควรจะเป็นแมวน่ารักตะมุตะมิ ไม่ใช่คนฆ่าหมา!


บอกแล้วว่าให้รอคอยกันดีๆ เพราะชายหมาคัมแบ็กนั่นเอง !!!

ติดตามการอัพเดตนิยายได้ที่แฟนเพจ และในทวิตแท็ก #เอาเถิดข้าไม่เสียใจเพราะข้าตายแล้ว นะจ้ะ!

ปล. เรียกเค้าว่า ปอยก็ได้นะ ชื่อเล่นเค้าเอง อิๆ

 

 

ทิ้งท้าย

อะไรนะ? ข้าตั้งกล้องทำไมน่ะหรือตอนที่แล้ว?

อ้อ! ข้าเอาไว้ถ่ายซีนอบอุ่นใจของข้ากับจิ้งถิงอย่างไรเล่า

อ๋องแมวร้อยตอนอะไรนั่นมิได้เกี่ยวข้องกับข้าแม้แต่น้อย

เพราะข้ามิใช่อ๋องแมว ข้าฉินอ๋องต่างหาก! //แถจนสีข้างโชกเลือด

คนที่คิดไปเองเออเองนั่นแหละผิด หึ! //ข้าขอหลบภัยแป๊บ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.288K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25391 Maylyunho (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:51
    คนฆ่าหมา ออกปายนนน
    #25,391
    0
  2. #24988 jinhaana (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 23:55
    ออกไปปปปป อย่าทำน้องงง
    #24,988
    0
  3. #24442 Fueled me (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 09:33
    สยองขวัญมาก กรี๊ด55555555555
    #24,442
    0
  4. #23985 munkrishear (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:48
    กลิ่นหอมรุนแรงนั่นเหมือนของเหลียงอ๋องรึป่ะะะะะ
    อะไรกันทำไมรัชทายาทเข้ามาาา กรี้ดดด
    #23,985
    0
  5. #23775 crazy25240 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:48
    เหลียงอ๋องแปลกๆน้าาา/ มีกลิ่นตุๆ
    #23,775
    0
  6. #23741 Peach9 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 10:07
    เอาจริงนี่แอบคิดว่าองค์รัชทายาทชอบน้องอ่ะ
    #23,741
    0
  7. #23735 ซิ่วอะไรหนักหนา (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 23:10
    ทำไมเหมือนฉินอ๋องจะรู้เลยอ่ะว่าจิ้นถิงกลับมาอยู่ในร่างตอนอายุ 14 หรือว่าฉินอ๋องก็กลับมาด้วยเหมือนกัน ส่วนองค์รัชทายาทนี่เหมือนจะลอบจิ้นถิงจริงๆเลยแฮะ
    #23,735
    0
  8. #23654 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 10:24
    ถ้ารัชทายาทชอบจิ้นถิงจริงๆ เราก็จะเชียร์นะ
    #23,654
    0
  9. #23614 exolbenben (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 09:52
    เจ้าคนฆ่าหมาเข้ามาได้อย่างไรรรรรร5555
    #23,614
    0
  10. #23525 Oraphichaya (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 01:40
    #ทีมองค์รัชทายาท แง แซ่บๆๆ ผู้ชายคนเน้
    #23,525
    2
    • #23525-1 duckyellow1m(จากตอนที่ 58)
      2 พฤศจิกายน 2562 / 16:47
      +1 องค์รัชทายาท
      #23525-1
    • #23525-2 CastleHill(จากตอนที่ 58)
      5 มกราคม 2564 / 14:49
      +1 ชอบความจิตของพี่แกค่าาา
      #23525-2
  11. #23343 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 15:08

    ท่านพ่อกีดกันเจ้าแมวแต่ลืมกีดกันเจ้ารัชทายาทรึไง

    #23,343
    1
    • #23343-1 PaPa9(จากตอนที่ 58)
      2 พฤศจิกายน 2562 / 22:56
      นั่นสิ เจ้ารัชทายาทฆ่าหมา แต่เอ๊ะฆ่าหมามันผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอหยั่งงี้ต้องเรียกลุ...//แค่กๆ เอิ่มเรียกคนๆนั้นมาตรวจสอบ
      #23343-1
  12. #23296 Love SinB (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 12:27
    องค์รัชทายาทเป็นเ-้ยไรร
    #23,296
    0
  13. #22635 DKdabble (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 08:28
    เจ้าแมวน่ารักมาก ปลาย่างถึงปลาแล้วแท้ๆ แต่อยากถนอมน้องไว้ แงงงง
    #22,635
    0
  14. #22551 icegentle (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:11
    ย้อนกลับมาอ่าน สงสารฉินอ๋องตอนพูดว่าไม่มีจิ้นถิง เศร้าอ่ะ
    #22,551
    0
  15. #22532 Liew__pcy (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:29
    ทำไมรุ้สึกองค์รัชทายาทโซผัวอะ กรี๊ด55
    #22,532
    0
  16. #22487 0984165893 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:46
    ทำร้ายหมา แล้วอย่ามาทำร้ายใจคนอ่านสิ

    มันบอบช้ำหมดแล้ว อยากโดนท่าน ทรมานคนอ่านอย่างเราแทบแย่

    รึอิฉันมัน เป็นมาโซ แว้
    #22,487
    0
  17. #22478 Ruanjai (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:05
    ทำไมฉันถึงตกหลุมรักองรัชทายาทไปได้บ้าจริงง
    #22,478
    0
  18. #22436 trp1021 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 22:22
    .......ฆ่าหมาแล้วจะฆ่าคนไม่ได้นะ
    #22,436
    0
  19. #22301 Just Right (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 15:39
    รัชทายาทชอบน้องเราแน่เลยอ่ะ
    #22,301
    0
  20. #22283 FauyFern (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 11:04
    น้องควรจะดีใจ(?)นะที่องค์รัชทายาทปรนนิบัติป้อนน้ำให้นะ.. เอ๊ะ..รู้สึกผิดประเด็นแฮะ มันควรจะเป็นท่านอ๋องแมวสิไม่ใช่เจ้าชายฆ่าหมา!!
    #22,283
    0
  21. #22187 Xialyu (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:44
    หนมีพลังอย่าลืมนะลูก
    #22,187
    0
  22. #22101 Get out my heart 💕 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:35
    มีพลังก็ใช้หน่อยสิลูก ทำให้หายไข้เนี่ยย
    #22,101
    0
  23. #21973 lills (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 10:52
    องค์รัชทายาทมาไงง
    #21,973
    0
  24. #21967 LoliDark (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 20:21
    ขำ คนฆ่าหมา555555
    #21,967
    0
  25. #21714 TRENDYJM (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 02:24
    เข้ามายังไงหะ!! กลัวรัชทายาทแล้ววววว
    #21,714
    0