เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 57 : ตอนที่ ๕๖ เกลี้ยกล่อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,324 ครั้ง
    30 ต.ค. 59

ตอนที่ ๕๖ เกลี้ยกล่อม

ก่อนที่จะหลุดหัวเราะออกมาข้าหันไปคว้าฉิวเฟยอินเดินออกไปด้วยกัน ระหว่างเดินไปยังห้องพักส่วนตัวของฉิวเฟยอินข้าก็ปรับอารมณ์มาสงบเยือกเย็นได้เหมือนปกติ ร่างบางที่เดินข้างๆ ข้าถอนหายใจเสียงดัง ข้าเหลือบไปมอง เห็นเขาทำหน้ากังวลจึงเอ่ยถาม แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายแสร้งถอนหายใจออกมาก็ตาม ฉิวเฟยอินเม้มปากเงียบไปอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามข้าเหมือนเป็นห่วง

“ทำเช่นนี้ฉินอ๋องจะมิเคืองคุณชายหรือขอรับ?

“หึ ไม่ต้องห่วง ข้ากับฉินอ๋องไม่ทะเลาะด้วยเรื่องนี้หรอก”

ฉิวเฟยอินหันมามองข้า เทียบระดับความสูงแล้วข้ากับเขาสูงพอๆ กัน ดังนั้นพอเขาหันมาก็สบกับดวงตาของข้าที่จ้องมองเขาอยู่ก่อน ข้ายิ้มแล้วยกมือแตะเบาๆ ลงไหล่ของเขาแล้วกล่าววกกลับมาที่เรื่องของพวกเราต่อ

“ห่วงเรื่องของเจ้าเถิด”

“เรื่องของข้า?” ฉิวเฟยอินเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ข้ายกมุมปากยิ้มวูบหนึ่ง

“ใช่แล้ว เรื่องของเจ้า หากเจ้าทำให้ข้าพอใจได้ ความปรารถนาเรื่องนั้นของเจ้าย่อมกลายเป็นจริงอย่างง่ายดาย”

ฉิวเฟยอินมองข้าอยู่ครู่หนึ่งคล้ายจะค้นหาความจริงในดวงตาของข้า ข้าเพียงแค่ยิ้มกว้างขึ้นมาอีกเล็กน้อยก็ทำให้คณิกาหนุ่มเบือนหน้าหลบออกไปเสียก่อน ใช้เวลาไม่นานพวกเราก็มาถึงห้องพักของฉิวเฟยอิน เป็นห้องส่วนตัวที่ค่อนข้างกว้างขวาง สมกับเป็นตัวเรียกแขกของหอหว่านเซียงอวี่ ข้ามองไปรอบๆ ห้องอย่างสนใจ ฉิวเฟยอินไล่เด็กรับใช้ของเขาออกไป เหลือเพียงข้ากับเขาตามลำพัง

ข้าเหลือบมองไปยังบุรุษผู้มีเรือนร่างเย้ายวน เขามีทรวงทรงที่น่ามองอย่างยิ่ง เงาสลัวจากเทียนหอมในห้องทำให้ทุกอย่างพร่างมัวราวกับอยู่ในห้วงความฝัน กลิ่นหอมรัญจวนใจของดอกหว่านเซียงอวี่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ฉิวเฟยอินเดินไปจุดกำยาน ข้าก็แอบเค้นเสียงอย่างรู้เท่าทัน มองอีกฝ่ายอยู่ชั่วครู่ข้าก็ไม่สนใจจะมองต่อ ข้าเดินไปนั่งบนเตียงนอนแล้วเอนตัวนอนตะแคง จับตามองตามการเคลื่อนไหวของอีกคนในห้อง

ฉิวเฟยอินหันมามองข้าที่นอนรอบนเตียงอย่างเปิดเผยก็แย้มยิ้มเอียงอาย สีหน้าเข้าใจทันทีว่าจะเกิดอันใดขึ้นต่อไป เขาเยื้องย่างเข้ามาหาข้าพร้อมกับรอยยิ้มหวานดูเย้ายวน ทว่าเขากำลังคิดผิดมหันต์

“คุณชายเซี่ย ต้องการให้ข้ารับใช้อย่างไรบ้างขอรับ”

“ก่อนอื่นเจ้าไปหยิบกระดาษ พู่กันและหมึกมาเสียก่อน”

“กระดาษ พู่กันและหมึก?” ฉิวเฟยอินถามทวนอย่างไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกต้องหรือไม่ ข้าพยักหน้าพร้อมกับยิ้มใจเย็น แม้จะแปลกใจแต่ฉิวเฟยอินก็ยอมเดินไปหยิบสิ่งที่ข้าบอก ไม่นานร่างบางในชุดงามก็เดินกลับมาพร้อมของในมือ ข้าขยับนิ้วชี้ให้เขานั่งลงพร้อมกับวางของเหล่านั้นลงบนโต๊ะกลางห้อง เขาทำตามที่ข้าบอกอย่างว่าง่าย

“คุณชายให้ข้านำของเหล่านี้มาทำไมหรือขอรับ”

“ก็ย่อมนำมาเพื่อเขียนสัญญาที่จะทำความปรารถนาของเจ้าให้เป็นจริงอย่างไรเล่า”

“ความปรารถนาของข้า?” ฉิวเฟยอินตาโตตื่นเต้น ข้าพยักหน้า ลุกขึ้นเดินไปหาเขาพร้อมกับวางมือบนไหล่แล้วกล่าวต่อไปราบเรียบ

“ใช่แล้ว เจ้างดงามมีความสามารถพร้อมเช่นนี้เหตุใดจะเป็นไปไม่ได้เล่า”

“จะดีหรือขอรับคุณชาย เจียวเพ่ยเจวียนหรือเหอชิงจิ่นงดงามกว่าข้า เหตุใดท่านถึงเลือกข้า”

“สองคนนั้นก็ดี แต่เจ้ามีสิ่งที่พวกเขาไม่มี อย่าได้ดูถูกตนเองนัก เฟยอิน”

ฉิวเฟยอินกลืนน้ำลาย ระงับอาการเอาไว้ไม่อยู่ สีหน้าของเขาตื่นเต้นและภาคภูมิใจในตนเองมาก ดูอย่างไรก็ไม่เข้ากับการถ่อมตัวเมื่อครู่ ข้าจับไหล่ของเขาทั้งสองข้างแล้วหมุนตัวเขาไปเผชิญหน้ากับกระดาษที่วางแผ่บนโต๊ะ ข้าบริการฝนหมึกให้แก่เขาแล้วจับมือของฉิวเฟยอินถือพู่กันจุ่มหมึก จากนั้นก็ปล่อยมือของเขาขยับตัวมายืนอยู่ด้านหลัง ก้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย

“เจ้าเลือกข้าเป็นการตัดสินใจที่ถูกแล้วละ ทีนี้ก็มาเขียนสัญญาที่จะทำให้ความฝันของเจ้าเป็นจริงกันเถิด”

“สัญญาหรือ?” ฉิวเฟยอินที่กำลังเคลิบเคลิ้มค่อยๆ ขมวดคิ้วคล้ายหวาดระแวง ข้าฉีกยิ้มกว้างจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเหยื่อตัวน้อย เจ้าระแวงช้าไปแล้วฉิวเฟยอิน ตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องนี้เจ้าก็ตกอยู่ในกำมือของข้าแล้ว

ข้าไม่ตอบอันใด ยืดตัวเต็มความสูง ค่อยๆ ย่างเท้าเดิน ลากปลายนิ้วตามลาดไหล่ของฉิวเฟยอินไปคว้าลูกเจ่า(พุทรา)ในชามบนโต๊ะแล้วเดินไปยังเตียง ข้าค่อยๆ เอนตัวนอนตะแคงท่าเดิม ฉิวเฟยอินมองตามมา ข้ากัดลูกเจ่ากินอย่างใจเย็น ปล่อยให้อีกฝ่ายร้อนรนมากขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดฉิวเฟยอินก็อดทนไม่ไหว เป็นฝ่ายเปิดปากถามขึ้นมาก่อน

“คุณชายเซี่ย เหตุใดข้าถึงจะต้องทำสัญญาด้วยเล่า”

“เพราะข้าอยากจะให้เจ้าเชื่อมั่นในสัญญาของเรา ข้าถึงต้องการหลักฐานที่แน่นอนเป็นที่จับต้องได้มอบแก่เจ้า ฉิวเฟยอิน หากเจ้ารับปากข้าสิ่งที่เจ้าปรารถนานั้นข้าจะทำให้เป็นจริงเอง” ข้าตอบกลับไป ท่าทางสบายๆ ไม่กดดันอีกฝ่าย ข้ามองฉิวเฟยอินใช้ความคิดอย่างหนัก เขาต้องคาดไม่ถึงแน่ๆ ว่าข้าจะยื่นข้อเสนออันใดให้ แม้กระทั่งตัวข้าเองยังคิดไม่ถึงเลย

“สิ่งใดที่คุณชายอยากให้ข้ารับปาก?

ใช้เวลาไม่นานฉิวเฟยอินก็ถามออกมาในที่สุด แววตาของเขาใคร่รู้อย่างยิ่ง ข้าไม่รีบตอบคำถามของเขา กัดกินลูกเจ่าในมือจนหมดแล้วถ่มเมล็ดพุ่งออกไปไกลเหมือนเด็กน้อย เป็นพฤติกรรมที่ไม่สำรวมอย่างยิ่งแต่ข้าอยากจะทำ เพราะมันช่างกวนประสาทคนร่วมห้องที่รอคอยคำตอบอย่างร้อนใจได้ดีสุดๆ ก่อนที่ฉิวเฟยอินที่พุ่งมาบีบคอข้าก็บอกสิ่งที่เขาอยากทราบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ถ้าเจ้ายอมช่วยฉินอ๋องลบล้างอาถรรพ์ที่ลั่งเฟ่ย...”

ฉิวเฟยอินที่เฝ้าคอยคำตอบทันทีที่ข้าพูดขึ้นมาเขาก็พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วเค้นเสียงในลำคอเหมือนไม่พอใจ เสียงหายใจที่ขุ่นเคืองทำให้ข้าหยุดพูดกลางคัน ฉิวเฟยอินมองมานิ่งๆ ก่อนจะยิ้มเยาะหวังกวนโทสะของข้า เสียงที่เคยนุ่มนวลยามเจรจากลายเป็นกระด้างแข็ง

“ข้านึกว่าเรื่องอันใดเสียอีก ที่แท้แล้วพวกท่านก็มีเป้าหมายนี้ตั้งแต่แรกอย่างนั้นหรือ? อ่า! หากข้าช่วยฉินอ๋องก็จะได้ตำแหน่งนายบำเรอของท่าน? ฉินอ๋องช่างใจแคบยิ่งนัก แค่ตำแหน่งนายบำเรอเล็กๆ ก็ยังอิดออดไม่ยอมยกให้ข้า ซ้ำร้ายยังให้ไปเป็นนายบำเรอของเด็กน้อยผู้หนึ่งน่ะหรือ? ข้าคิดว่าคงไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ได้หรอกคุณชายเซี่ย”

ข้ารับฟังคำของอีกฝ่ายจนจบแล้วยิ้ม น้ำเสียงและสายตาที่ดูถูกดูแคลนนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของข้าเลยสักนิด แม้จะถูกปฏิเสธแต่ข้าก็ยังใจเย็นจนฉิวเฟยอินหวาดระแวง ข้าหัวเราะขบขันจ้องมองเหยื่อตัวน้อยที่เริ่มแสดงความหวั่นเกรงออกมา

“เฟยอิน หากไม่อยากจบชีวิตน้อยๆ ของเจ้าก็จงอย่าคิดจะเป็นนายบำเรอของข้าเลย ขอเตือนด้วยความหวังดีจากใจจริง อีกอย่างหนึ่งเจ้ากำลังเข้าใจผิด ข้ามิได้จะยื่นขอเสนอที่ให้เจ้าช่วยแล้วจะยกตำแหน่งนายบำเรอให้ ตรงกันข้าม”

“ตรงกันข้ามรึ” ฉิวเฟยอินเลิกคิ้วจับประเด็นไปที่คำสุดท้ายของข้า ไม่สนใจคำเตือนตอนแรก นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่าการมีศัตรูเป็นแมวนั้นน่ากลัวเพียงใด ในเมื่อเขาไม่สนใจข้าก็คร้านจะเตือน ที่สำคัญกว่านั้นก็คือการทำให้ฉิวเฟยอินยอมสยบทำตัวเออออว่าง่ายต่างหาก

“ใช่แล้ว เฟยอิน ตรงกันข้าม”

“หมายความว่าอย่างไร?

“หากเจ้าช่วยข้าจะไม่ส่งเจ้าไปเป็นนายบำเรอ”

“หะ นี่มันเงื่อนไขบ้าบออันใดกัน?” ฉิวเฟยอินชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินข้าพูด เขาเอ่ยกลับมาอย่างเยาะเย้ย

“เฟยอิน เฟยอิน เจ้ารู้อะไรหรือไม่ ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นคนร่างกายอ่อนแอต้องการผู้ดูแลเป็นพิเศษ วันนี้ข้าได้พบเหลียงอ๋อง เขาดูไม่ดีเลยสักนิด อ่า หากได้ผู้ดูแลสักคนคงจะดีมิใช่น้อย ฉินอ๋องก็คงจะดีใจที่มีคนช่วยดูแลพี่ชายของเขา” ข้ายิ้มบางๆ เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติ ฉิวเฟยอินชะงักตัวเล็กน้อย ข้าที่จับตามองเขาอยู่มีรึจะพลาดโอกาส พอเห็นว่าคำพูดนี้มีผลต่ออีกฝ่าย ข้าก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีก

“หากเจ้าช่วยฉินอ๋องลบล้างอาถรรพ์ลั่งเฟ่ยได้สำเร็จ ข้าจะไม่ส่งให้เจ้าไปเป็นนายบำเรอของเหลียงอ๋อง แต่ถ้าเจ้าไม่ยอมช่วยหรือช่วยไม่สำเร็จล่ะก็... จงเตรียมใจอยู่เป็นเพื่อนกับเหลียงอ๋องเสียเถิด เฟยอิน”

“จะ...เจ้า...เจ้า! เจ้าข่มขู่ข้า!?

“มิได้ ข้าไม่ทำสิ่งที่ดูไม่จริงใจเช่นนั้นหรอก ข้าพูดคำไหนคำนั้น เฟยอิน”

“เจ้า!” ฉิวเฟยอินสูดลมหายใจเข้า นัยน์ตากลอกไปมาเหมือนครุ่นคิด สีหน้าและท่าทางของเขาเหมือนคนกำลังหวาดกลัวและเป็นกังวล เป็นมากกว่าที่ข้าคาดคิดไว้เสียอีก ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเหตุใดเขาถึงได้เสียอาการเพียงเพราะข้ากล่าวถึงเหลียงอ๋อง?

ในตอนแรกนั้นข้าคิดจะข่มขู่เขาด้วยการส่งไปให้องค์รัชทายาท แต่เมื่อได้พอกับเหลียงอ๋องและระหว่างที่นั่งชมบทเพลงความงามแห่งฤดูกาลข้าก็นึกพฤติกรรมแปลกๆ บางอย่างของฉิวเฟยอินขึ้นมาได้

ในชีวิตที่แล้วฉิวเฟยอินเป็นหนึ่งในนายบำเรอคนโปรดของฉินอ๋อง ย่อมต้องมีโอกาสได้พบปะพี่น้องเหล่าอ๋องทั้งหลาย แต่ทว่ามีเพียงเหลียงอ๋องเท่านั้นที่ฉิวเฟยอินจะหลีกเลี่ยงไม่พบหน้า ข้ามิใช่คนที่ตั้งข้อสงสัยนี้ คนที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็คือ เสี่ยวชี

ครั้งนั้นข้าเพียงฟังผ่านหูมิได้ขบคิดจริงจังแต่พอมาคิดๆ ดูแล้วก็ช่างประหลาดยิ่งนัก เหตุใดฉิวเฟยอินถึงต้องคอยหลบหน้าเหลียงอ๋องบุรุษอมโรคและอ่อนแอผู้นั้น ด้วยเหตุนี้ข้าจึงลองหยิบยกเหลียงอ๋องมาข่มขู่เขา มิคาดว่ามันจะได้ผลขนาดนี้ ข้าเงียบอยู่เนิ่นนานรอคอยให้ฉิวเฟยอินเป็นผู้ตัดสินใจ

“หึ ฉินอ๋องคงสืบเบื้องหลังของข้ามาเป็นอย่างดีสินะ แต่ข้าก็ไม่ช่วยอยู่ดี หากมิได้พลังของข้าพวกท่านก็คงจะไม่มีผู้ใดมีความสามารถลบล้างภาพลวงตา นั่นทำให้ฉินอ๋องได้ตามตื้อเช่นนี้ อีกอย่างฉินอ๋องคงไม่ยอมส่งข้าให้แก่เหลียงอ๋องแน่ ข้าสำคัญต่อเจ้านายท่านเพียงนี้เหตุใดคุณชายเซี่ยที่เป็นลูกน้องถึงไม่ให้ความสำคัญกันเลยเล่า?” ฉิวเฟยอินไม่ยอมจำนนง่ายๆ เขาครุ่นคิดแล้วพยายามพูดต่อรองอย่างดื้อรั้น ลอยหน้าท้าทายข้าอย่างเชื่อมั่นว่าฉินอ๋องจะไม่ทำตามที่ข้ากล่าวไป

“เฟยอิน เจ้ากล่าวผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ลูกน้องฉินอ๋อง เหตุใดเจ้าถึงมั่นใจว่าฉินอ๋องไม่กล้าทำ อย่าลืมว่าเขาเป็นแม่ทัพเป็นนักรบที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ภารกิจสำเร็จ อ้อ อีกอย่างหนึ่งเหตุใดจะไม่มีใครลบล้างภาพลวงตาได้เล่า? ข้าทำได้แต่อย่างว่าแหละข้าคือบุตรชายท่านอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้ง การจะไปที่ห่างไกลทั้งที่เพิ่งกลับมานั้นเป็นเรื่องยากยิ่ง ท่านพ่อของข้าคงมิยินยอมนักหรอก แต่หากเจ้ายืนยันเช่นนั้นก็ตามใจเถิด ข้าเองก็เบื่อที่จะอยู่แต่ในจวนแล้วเช่นกัน”

“เฮ้อ น่าเสียดาย เช่นนั้นก็ลาก่อน ขออวยพรให้เจ้ามีความสุขเมื่ออยู่กับเหลียงอ๋อง”  ข้าถอนหายใจแล้วลุกขึ้นจากเตียงนอน มือไขว้หลังเดินออกไป ไม่รีบเร่งและมีท่าทีสงบนิ่งคล้ายไม่ใส่ใจที่ถูกปฏิเสธจากฉิวเฟยอิน ข้ากำลังจะเปิดประตูห้องออกไปแต่ฉิวเฟยอินก็ร้องเรียกข้าด้วยน้ำเสียงลนลาน

“ช้าก่อนคุณชายเซี่ย!”

ข้าค่อยๆ หันตัวกลับไปมอง ฉิวเฟยอินหายใจแรงจนเห็นหน้าอกของเขาขยับขึ้นลงชัดเจน เขาเงยหน้าขึ้นมากลืนน้ำลายตัดสินใจอย่างไร้ทางสู้ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือทั้งสองกำแน่นคล้ายอยากจะพุ่งเข้ามาชกข้าเต็มทน ฉิวเฟยอินคุกเข่าลงพื้นทั้งสองข้าง แสดงท่าทีศิโรราบต่อข้าแล้วเขาก็เอ่ยรับปากพร้อมทั้งขอร้องอย่างน่าเวทนา

"ข้าจะช่วยฉินอ๋อง ได้โปรดอย่าส่งข้าให้เหลียงอ๋องเลย"

“ดี เจ้าตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว” ข้ายิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร เดินกลับไปหาเขาแล้วยกมือตบไหล่อีกฝ่ายเพื่อต้องการปลอบใจ แต่ดูท่าว่าฉิวเฟยอินที่ไม่มีความสุขนัก ข้าไม่สนใจ เพราะข้าทำสำเร็จแล้ว ข้ามีความสุขอย่างยิ่ง หึๆ

ข้าจับฉิวเฟยอินเขียนใบสัญญาขึ้นสองฉบับ เป็นสัญญาระหว่างเขากับฉินอ๋อง หากเขาช่วยเหลือสำเร็จจะได้ค่าตอบแทนเป็นหนึ่งส่วนของกำไรจากพื้นที่ลั่งเฟ่ย ตรงกันข้ามหากเขาไม่ช่วยหรือทำไม่สำเร็จจะยินยอมไปเป็นคนของเหลียงอ๋อง หากทำสำเร็จเขาจะกลายเป็นเศรษฐีร่ำรวยคนหนึ่ง มิต้องกลายเป็นนายบำเรอคอยรับใช้หรือรองรับอารมณ์ผู้ใดอีก เงื่อนไขของข้าทำความปรารถนาสูงสุดของคนรักสบายเช่นเขาเป็นจริงเชียวนะ แค่ลงทุนลงแรงเบิกบานพื้นที่ลั่งเฟ่ยสำเร็จเขาก็นอนรับทรัพย์สบายไปสิบชาติทีเดียว ข้ารู้สึกเสียเปรียบด้วยซ้ำ!

เมื่อได้ใบสัญญาข้าหยิบหนึ่งฉบับเข้าไว้ในเสื้อ อีกฉบับก็ให้ฉิวเฟยอินเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจากกันฉิวเฟยอินถามขึ้นมาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ข้ายิ้มตอบให้กำลังใจเขาไปอย่างดิบดี

“เจ้าไม่ตายหรอก มีองครักษ์และทหารฝีมือดีติดตามเจ้าไปที่นั้น พวกเขาจะปกป้องเจ้าเป็นอย่างดีแน่นอน พยายามเข้าล่ะ” พูดจบข้าก็ออกมาจากห้องของฉิวเฟยอินด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ!

ใจหายแวบตอนที่ต้องออกมาจากห้องทั้งที่ฉิวเฟยอินปฏิเสธ แต่สุดท้ายข้าก็ทำให้เขารับปากช่วยเจ้าแมวจนได้ ข้าล้วงเอาใบสัญญามาดูอีกครั้งพร้อมกับอ่านรายละเอียดที่เขียนไว้ชัดเจน ข้าเอาใบสัญญานี้ไปให้เจ้าแมวเก็บไว้เป็นอันว่าภารกิจนี้ก็เสร็จสมบูรณ์ ข้าเก็บใบสัญญาไว้ในสาบเสื้ออย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เดินอารมณ์ดีกลับไปยังห้องโถงที่เจ้าแมวรอคอยอยู่ แต่ทว่าข้าเดินไปวกไปวนมาอยู่สักพักก็ต้องหยุดขมวดคิ้วมุ่นกอดอกครุ่นคิด

เอ๋ จะว่าไปแล้วต้องเดินกลับทางไหนกันนะ?

ข้าหันซ้ายหันขวามองเส้นทางซับซ้อนที่ดูคล้ายคลึงกันไปหมดด้วยความสับสน พอคิดทบทวนเส้นทางที่เดินตามฉิวเฟยอินมาก็ยิ่งสับสนหนัก ไม่รู้ว่าต้องเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวไปขวากันแน่? จะกลับไปหาฉิวเฟยอินก็จำทางที่ตัวเองเดินมาไม่ได้อีก ให้ตายเถิด นี่ข้ากำลังหลงทางอยู่ใช่หรือไม่!?

ระหว่างที่ข้ากำลังสับสนกับเส้นทาง รอบข้างก็คล้ายจะวุ่นวายไปด้วย มีกลุ่มคนดูน่ากลัวกลุ่มหนึ่งกำลังค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ ข้าเงยหน้าไปสนใจมองพวกเขาที่เหมือนกำลังหาตัวใครบางคนอยู่ ดูเหมือนจะหาแขกที่มาเริงสำราญกับคณิกาชาย หรือจะเป็นฮูหยินบ้านไหนสักบ้านมาตามตัวสามีที่หนีมากกชู้รัก? ข้าชะเง้อชะแง้ดูอย่างสนใจ ได้ยินกลุ่มคนพวกนั้นถามไถ่เหล่าคณิกาที่เดินผ่าน

“พวกเจ้าเห็นคุณชายหน้าตางดงาม อายุราวๆ สิบห้าสิบหก สวมใส่ชุดสีน้ำเงินลายนกกระเรียนเล่นน้ำหรือไม่?”

หือ? นกกระเรียนเล่นน้ำอย่างนั้นรึ?

ข้าก้มมองชุดสีน้ำเงินของตนเองแล้วเบิกตากว้าง พวกเขากำลังหาตัวข้า!? ทำไมเล่า? หรือจะเป็นฉินอ๋องที่อดทนรอไม่ไหวให้คนออกตามหาตัวข้า ข้ายิ้มอย่างอ่อนใจ ข้าจากมาไม่ถึงสองเค่อด้วยซ้ำ เหตุใดเขาถึงได้รีบร้อนขนาดนี้กันนะ? ข้าเดินออกไปหากลุ่มคนที่ขะมักเขม้นตามหาตัวข้าแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อมีคนร่างสูงใหญ่ปานยักษ์เดินเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด

“ได้ตัวหรือยัง? เหตุใดถึงชักช้านัก!? แค่คนเพียงผู้เดียวพวกเจ้ายังหาไม่พบ ช่างไร้ความสามารถยิ่งนัก! รีบตามหาเร็วเข้า หากยังไม่พบให้ตัดหัวพวกเจ้าหิ้วไปพบองค์รัชทายาท!

องค์รัชทายาท!?

ข้าถอยหลบมุมมืดอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินชายร่างสูงใหญ่ดูน่ากลัวกว่าลูกน้องหลายเท่าตัวโผล่มาอย่างหัวเสีย ข้าแอบฟังพวกเขาคุยกันแล้วเย็นเยือกไปทั่วแผ่นหลัง บัดซบ! เหตุใดองค์รัชทายาทถึงให้ลูกน้องมาตามหาข้าที่นี่กัน หรือว่าเป็นเพราะข้าปฏิเสธเทียบเชิญของเขาอย่างนั้นรึ ลูกน้ององค์รัชทายาทค่อยๆ ค้นหาใกล้เข้ามาตรงที่ข้าหลบซ่อนตัวมากขึ้นทุกที

ทันใดนั้นก็มีบุรุษร่างสูงโปร่งเดินขึ้นบันไดมาหยุดตรงชายตัวโตเป็นภูเขา ชายร่างยักษ์ผู้เพิ่งบันดาลโทสะคนนั้นหน้าซีดคล้ายจะเกรงกลัวบุรุษผู้มาใหม่ เขาก้มตัวทำความเคารพชายที่สวมผ้าคลุมศีรษะมิดชิด ขนาดแต่งตัวปกปิดเช่นนั้นข้ายังรู้สึกว่าชายคนนั้นน่ากลัวจริงๆ เขาไม่พูดอันใดกำหมัดซัดใส่ท้องของชายร่างยักษ์ หมัดของเขามีประกายแสงเส้นหยักกระแทกชายร่างยักษ์ลอยโครมพังหน้าประตูห้องใกล้ๆ กลิ้งหลุนๆ ไปอีกหลายตลบ

“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะเร่งหาตัวให้จนพบ” ชายร่างยักษ์กัดฟันวิ่งกลับมาหาคนที่เพิ่งต่อยเขาไปพร้อมกับทำความเคารพเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

“ไปเอาตัวมันมาให้ได้”

“พ่ะย่ะค่ะ!

องค์รัชทายาทตัวจริง!

ข้าขนลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงที่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม ผนวกกับพลังที่เขาใช้ก็ทำให้ข้ามั่นใจ องค์รัชทายาทมีพลังวิเศษคือสายฟ้า หมัดสายฟ้าเมื่อครู่เป็นท่าประจำตัวของเขา ข้ากลัวสุดๆ รีบมุดหนีเข้าไปแอบซ่อนตัวในห้องคณิกาผู้หนึ่ง

ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของห้องแต่ดูจากเครื่องเรือนแล้วน่าจะเป็นคณิกาที่ไม่โดดเด่นนัก ห้องนี้เล็กและอยู่สุดริมนอกสายตา ข้ามองชุดของตัวเองแล้วคิดได้ว่าต้องเปลี่ยนเพื่อไม่ให้พวกลูกน้ององค์รัชทายาทจับได้ ข้าค้นเสื้อผ้าของคณิกาหยิบยืมมาหนึ่งชุด ข้าเปลี่ยนชุดปลอมตัวเป็นคณิกาเล็กๆ คนหนึ่ง ข้าปล่อยผมสยายลงแล้วหยิบผ้าคลุมศีรษะมาเปิดหน้าเอาไว้ พอมั่นใจว่าไม่มีใครจำได้แล้วข้าก็ค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปจากห้อง

ข้าแสร้งเดินไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้ หวังกลมกลืนไปกับสถานที่ให้ได้มากที่สุด ตอนที่เดินผ่านหน้าองค์รัชทายาทนั้นข้าเหงื่อไหลพรากราวกับเป็นน้ำตก ใจของข้าเต้นลุ้นระทึกจนเจ็บหน้าอกไปหมด พอเดินผ่านเทพเซียนแห่งความตายมาข้าก็แอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ข้าเหลือบหางตาไปมององค์รัชทายาทที่ขยับตัวกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับชายร่างยักษ์ อึดใจต่อไปชายร่างยักษ์ก็ส่งเสียงเรียกข้าเอาไว้

“ประเดี๋ยวก่อน”

ข้าหยุดชะงัก ตัวแข็งทื่อ

ไม่นะ! ข้าอยากหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน!

หะ!? จริงสิ! ข้าหายตัวได้นี่น่า ข้ามีพลังวิเศษที่ทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งล่องหนก็ยังได้ แต่เพราะเหตุใดข้าถึงนึกไม่ออกกันนะ หรือว่าเพราะคุ้นกับชีวิตที่ไม่มีพลังวิเศษ พอถูกทำให้หวาดกลัวก็กลายเป็นหลงลืมว่าตัวเองมีพลังวิเศษแล้ว ข้าร่ำไห้กับความโง่บัดซบของตนเองเงียบๆ ในใจ

ข้าค่อยๆ หันไปหาชายร่างยักษ์ที่ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ข้าเหงื่อแตกพลั่กๆ ไม่เพียงแค่ชายร่างยักษ์ องค์รัชทายาทเองก็เดินตามมาเช่นกัน พวกเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว ไม่นะ เหตุใดข้าถึงได้ซวยขนาดนี้!?

ปัง!

ข้าสะดุ้งตัวโหยง หันไปมองประตูห้องตรงหน้าที่จู่ๆ ก็ถูกเปิดออกมา ชายร่างยักษ์และองค์รัชทายาทหยุดชะงัก ก่อนที่ใครจะเคลื่อนไหว เสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน

“จิ่นเอ๋อร์ เจ้ามาถึงแล้วไยไม่เข้ามาหาข้าเล่า จะปล่อยให้ข้าทรมานอีกนานเท่าไร ยอดรักของข้า รีบเข้ามาเร็วเข้าสิ”

จิ่นเอ๋อร์คนนั้นคือผู้ใดกัน!? ข้าเบิกตากว้าง แอบเหลือบซ้ายแลขวา ตรงนี้มีเพียงข้า ชายร่างยักษ์และองค์รัชทายาทเท่านั้น ข้าคิดอย่างรวดเร็วก็ตัดสินใจมุ่งหน้าไปหาชายในห้อง เจ้าของเสียงหื่นกระหายเหลือทน เอาน่า ดีกว่าจะต้องเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาทผู้น่ากลัวฆ่าผู้คนอย่างไม่กะพริบตา ส่วนเจ้าลามกในห้องนั้นข้าซัดมันให้สลบแล้วหลบหนีไปก็ยังได้

“อ่า! นายท่านช่างใจร้อนยิ่งนัก ข้าแค่ตื่นเต้นที่จะได้ใช้เวลากับท่าน” ข้ารีบร้องตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้แหลมปรี๊ดน่ารำคาญ ออกจริตท่าทางสุดตัว กลัวจะไม่เหมือนคณิกาในหอโคมเขียว

“ยังชักช้าอันใดอยู่อีก หากยังไม่รีบเข้ามาข้าจะลงโทษเจ้าแล้วนะ”

ขนอ่อนบนตัวข้าลุกเกรียวกับเสียงหยาบโลนที่หัวเราะชอบใจกับการลงโทษ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลงโทษของไอ้ชายลามกในห้องนั้นคือสิ่งใด

“แหม นายท่านนี่ล่ะก็~ ใจร้อนจริงๆ!” ข้ากัดฟันขานรับอย่างลำบากลำบน รีบก้าวเท้าเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลงกลอนอย่างดี ข้ายืนแอบมององค์รัชทายาทต่อ เมื่อเห็นข้าวาดลวดลายจีบปากจีบน่ารำคาญเช่นนั้นเขาเลิกสนใจเดินไปทางอื่น ข้าถอนหายใจอย่างโล่งอก

รอดแล้ว!

“ถิงเอ๋อร์ ยอดรัก บอกข้าสิว่าควรลงโทษเจ้าอย่างไรดี?”

เสียงเย็นเยือกที่แช่แข็งร่างกายข้าดังขึ้นอยู่เบื้องหลังใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ข้าค่อยๆ หันตัวกลับไปแล้วเบิกตาตกใจเมื่อเห็นฉินอ๋องยืนมือไขว้หลังอยู่ตรงหน้า ร่างสูงตระหง่านของเขาถูกปกคลุมไปด้วยไอโทสะ ข้าผงะตกใจอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ

บัดซบ!

นี่มัน... บ้านรั่วแล้วดันเจอฝนทั้งคืนชัดๆ!

 

 

 

 

 

 



พระเอกอย่างข้าต้องมาดักรอหล่อๆ คนฆ่าหมาก็ทำไม่ได้ คนเฝ้าป่าไผ่ก็อย่าหวังเลย


สุภาษิตประจำวัน ขอนำเสนอคำว่า หนีคนฆ่าหมามาปะแมวหื่น’ !

ตอนต่อไป !!! หึๆ


พวกเจ้าไม่ต้อง ข้าตั้งกล้องเอง! --- แมวผู้ยิ้มกระหยิ่มในใจ

อ๋องแมวร้อยตอนน่ะหรือ...หึๆ พวกเจ้าจงลืมไปเสีย!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.324K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25508 TsbNutchamon (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:10
    ไมรู้สึกคาแรกเตอร์นายเอกไปไม่สุดอะ เหมือนไบโพร่าเลย
    #25,508
    0
  2. #25390 Maylyunho (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:41
    5555 หนีคนฆ่าหมาปะแมวหึงมากกว่าค่ะ
    #25,390
    0
  3. #24646 Auekan (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 16:23
    ทำไมน้องไม่ใช้พลัง??
    #24,646
    0
  4. #24437 Fueled me (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:45
    ความขี้กลัวของนายเอกนั่นแหละที่เป็นอันตราย โธ่ถัง
    #24,437
    0
  5. #23984 munkrishear (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:32
    เหลียงอ๋องน่าจะแอบร้ายจริงๆนั่นแหละ ไม่งั้นจะกลัวทำไม
    #23,984
    0
  6. #23739 Peach9 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 20:42
    แอบขัดใจน้องนั่นแหละเวลาตกอยู่ในสถานการณ์แย่ๆ น้องแบบไปไม่เป็นทั้งๆที่ปรกติน้องก็มีไหวพริบดีจน เฮ้อออนั่นแหละให้เป็นไปตามพล็อตดีกว่า555555555
    #23,739
    0
  7. #23615 Ariel2l (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 13:13
    555 องค์รัชทายาททททท เป็นคนฆ่าหมาไปแล้ว รู้ตัวยัง
    #23,615
    0
  8. #23613 exolbenben (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 09:24
    หนีคนฆ่าหมามาปะแมวหื่น โว้ยยยน55555
    #23,613
    0
  9. #22902 sujitra121991 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 23:29
    นายเอกเหมือนจะฉลาด แต่พอมีเหตุทีไร เป็นเอ๋อๆโง่ๆทุกทีเลย
    #22,902
    0
  10. #22706 yunjaelife (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 17:20
    นายแมว!!5555555
    #22,706
    0
  11. #22435 trp1021 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 22:08
    ขาดอย่างเดียวคือสตินะลูก หนูต้องฮึ้บ
    #22,435
    0
  12. #22186 Xialyu (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:33
    สตินะลูกกกกกกก
    #22,186
    0
  13. #22100 jpda (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:22
    5555++++
    #22,100
    0
  14. #21968 lills (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 20:21
    55555555555
    #21,968
    0
  15. #21711 TRENDYJM (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 02:01
    555555555555555
    #21,711
    0
  16. #21584 badlism. (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:46
    เหลียงอ๋องยี่ยังไงน้ออออ
    #21,584
    1
    • #21584-1 badlism.(จากตอนที่ 57)
      16 มกราคม 2562 / 12:47
      นี่* แงงง
      #21584-1
  17. #21068 pcy921 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 18:34
    ขำมีมแมวตั้งกล้อง55555555
    #21,068
    0
  18. #21052 Thitima Udchachon (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:45
    นั่นไง ใช่แน่ๆ จากที่คิดว่าเหลียงอ๋องใช้สมุนไพรในการแกล้งป่วย แต่นี่ควจะใช้ภาพมายา
    #21,052
    0
  19. #20736 l3ammii Milk (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 13:17

    เฟยอิงลบล้างมายาได้? เฟยอิงกลัวเหลียงอ๋อง? แสดงว่าเหลียงอ๋องต้องมีภาพมายาแน่ๆเลย อาจจะเป็นร่างกายที่อ่อนแอ จริงๆอาจจะไม่อ่อนแอก็ได้

    #20,736
    0
  20. #20637 นัทมิมิ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 17:44
    คนเฝ้าป่าไผ่55555555
    #20,637
    0
  21. #20580 _Daonuea_ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:23
    55555 สะใจเจ้าคนฆ่าหมายิ่งนัก
    #20,580
    0
  22. #20460 อรวรรณ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 20:32

    ในเมื่อล่องหนหายตัวได้ด้วยพลังวิเศษทำไมไม่่ทำอะ

    #20,460
    1
    • #20460-1 มายเนมอีส...(จากตอนที่ 57)
      27 มิถุนายน 2561 / 06:43
      ลืมไง น้องลืมมมม
      #20460-1
  23. #20232 โฮ่ง! Is My Name!! (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 20:18
    สุภาษิตดียิ่ง! 555
    #20,232
    0
  24. #20153 ploybrf2 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 14:00
    ชอบสุภาษิตแรง
    #20,153
    0
  25. #19841 ชามัส (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 13:15
    ไม่ต้องสืบก็รู้เลย ปลาย่างโดนกินไม่เหลือก้างแน่ๆ
    #19,841
    0