เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 50 : ตอนที่ ๔๙ แมวขโมย!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,710
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,749 ครั้ง
    12 ก.ย. 59

ตอนที่ ๔๙ แมวขโมย!

ข้ายืนนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหวเผยพิรุธใดออกไป ตอนนี้ข้ามั่นใจแล้วว่าเขาจำข้าได้อย่างแน่นอน การที่รัชทายาทออกปากถามเชิงหยอกล้อเช่นนี้ก็คล้ายต้องการหยั่งเชิงลองดู เพราะดวงตาที่กำลังยิ้มจ้องมองมานั้นคล้ายกำลังค้นหาความจริงเกี่ยวกับข้า ไม่แน่ว่าตอนนี้เขาอาจจะรู้เรื่องราวความเป็นมาของข้าแล้วก็เป็นไปได้ เรื่องของข้าไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรนัก หากตั้งใจสืบหาสักนิดก็สามารถรู้เรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว หวังว่าคนผู้นี้จะไม่ได้สนใจข้ามากถึงขั้นเสาะหาเบื้องหลังพรรค์นั้น แค่ที่ข้าทำท่าสนใจข้าและจดจำได้ขนาดนี้มันก็ทำให้ข้ารู้สึกกังวลใจมากอยู่แล้ว

ท่านพ่อมองไปยังองค์รัชทายาทก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างสงบออกมาพร้อมกับเอ่ยตอบกลับอย่างไม่จริงจังนัก

“รัชทายาทกล่าวเช่นนี้เกรงว่าจะถูกพระชายาเข้าใจผิดได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

“นั่นสิน่า เสด็จพี่เอ่ยเช่นเดียวกับถ้อยคำที่ข้าใช้เกี้ยวสตรีบ่อยๆ เลยนะพ่ะย่ะค่ะ ใจกล้ายิ่งนัก ถึงกับเกี้ยวหนุ่มน้อยต่อหน้าบิดาของเขากับชายาของตนเองเช่นนี้ นับถือๆ” เสียงหัวเราะราวกับขบขันเป็นอย่างมากดังขึ้นพร้อมกับบุรุษหนุ่มวัยยี่สิบเดินกรีดกรายเข้าปรากฏตัวรวมกลุ่ม ชุดสีเขียวปักลวดลายนกยูงอันโดดเด่นทำให้ข้าทราบในทันทีว่าเขาคนนั้นคือใคร เขาคือโจวอ๋อง พี่ชายคนที่สามของฉินอ๋อง

โจวอ๋องเอ่ยหยอกล้อพี่ชายคนโตพร้อมกับยกมือคำนับตามคำพูดของเขา ท่าทางมิได้บ่งบอกถึงความนับถืออย่างปากว่ามันเอนเอียงไปทางหยอกล้ออย่างเห็นได้ชัด องค์รัชทายาทผละสายตาราวกับอสรพิษไปจากข้า เขาหันไปมองน้องชายผู้แต่งองค์ทรงเครื่องสีฉูดฉาดประดับอัญมณีระยับไปทั้งตัว บุรุษทั้งสองแย้มยิ้มให้แก่กันแต่ข้ากลับไม่รู้สึกถึงความเป็นมิตรจากรอยยิ้มของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าพวกเขากำลังโรมรันกันมากกว่า

“น้องสามพูดกระไรเช่นนั้น ชายาของข้าฉลาดมากพอที่จะแยกแยะเรื่องจริงและเรื่องหยอกล้อได้ หากทำเช่นนี้มิได้นางคงไม่เหมาะควรกับตำแหน่งชายาเอกของข้าหรอก” องค์รัชทายาทเอ่ยแย้งน้ำเสียงปนหัวเราะคล้ายเยาะหยัดอย่างไม่ใส่ใจ ตอนที่กล่าวถึงชายาเขาไม่แม้จะเหลือบไปมองนางด้วยซ้ำ คำพูดและสายตาล้วนเย็นชาและเหยียดหยามอีกฝ่ายเต็มที่ ข้าลอบมองไปยังพระชายาเอกขององค์รัชทายาทที่ยังยิ้มเช่นเดิม เหมือนไม่ได้ยินคำพูดของพระสวามีที่กล่าวถึงนาง ข้าแอบเห็นใจนางเล็กน้อย ชีวิตที่แล้วก็เช่นเดียวกันนางถูกองค์รัชทายาทพูดเหน็บแหนมทุกครั้งที่มีโอกาส หากไม่ทราบว่าทั้งสองอภิเษกกันข้าคงคิดว่าพวกเขาเป็นศัตรูกันไปแล้ว

“อ่า ข้ามิได้ข้องใจความสามารถของพี่สะใภ้แต่อย่างใด ในการประลองยุทธ์แต่ละปีนั้นพี่สะใภ้ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งโดยไร้ซึ่งผู้ใดต่อกร เฮ้อ ชายาของข้าและเสด็จพี่รองยังมิอาจต้านทานไหว คงต้องรอชมฝีมือชายาของเจ้าแล้วน้องสี่” โจวอ๋องพูดประนีประนอมพลางพยักหน้ามองไปที่พระชายาเอกขององค์รัชทายาทแวบหนึ่งอย่างยอมรับนับถือฝีมือ

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะชำเลืองดวงตาไปมองฉินอ๋องที่ยืนสงบอยู่อีกด้าน มุมปากของโจวอ๋องกระตุกยิ้มไม่รีรอลากน้องชายผู้ซึ่งยืนราวกับไม่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์เข้ามาคลุกวงในไปด้วย ฉินอ๋องกลอกดวงตามามองพี่ชายแต่มิได้เอ่ยตอบกระไรออกมา มีเพียงสายตาเย็นชาที่ส่งผ่านมาแทนคำพูดเท่านั้น โจวอ๋องยิ้มรับอ่อนๆ เมื่อดึงอีกฝ่ายเข้ามาไม่สำเร็จ

“ไปกันเถิด” ท่านพ่อหันมามองข้าแล้วดันตัวให้เดินออกไป ข้าเดินไปตามแรงดันทิ้งเหล่าอ๋องที่ลับฝีปากกันอย่างเมามันไว้เบื้องหลัง ก่อนที่เหล่าพี่น้องที่ฮึดฮัดใส่กันจะกระโจนแลกกรงเล็บ เสียงแหลมของมหาดเล็กประจำพระองค์ก็ประกาศขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่าองค์เหนือหัวเจ้าภาพงานเลี้ยงในครั้งนี้ได้เสด็จมาถึงแล้ว ข้าลุกขึ้นพร้อมกับก้มตัวถวายความเคารพพร้อมๆ กับคนอื่น เสียงเปล่งอวยพรดังต่อกันเป็นทอดๆ

วรกายสูงใหญ่ในชุดภูษาสีทองอร่ามทอดพระบาทดำเนินอย่างไม่รีบร้อน โดยมีเหล่าพระสนมคนโปรดเดินเยื้องย่างตามมาราวนางหงส์ ระหว่างทางองค์ฮ่องเต้เอ่ยทักทายผู้คนอย่างเป็นกันเอง มองอย่างไรก็เห็นเพียงบุรุษที่เป็นมิตรเข้าถึงง่ายผู้หนึ่ง หากไม่ทราบถึงเบื้องหลังบางอย่างข้าอาจจะคิดเพียงว่าพระองค์เป็นฮ่องเต้ที่อ่อนโยนผู้หนึ่งเท่านั้น

ถิงเอ๋อร์ ช่วยแม่ทำบางอย่างได้หรือไม่?ท่านแม่ลอยมาเกาะหลังข้าแล้วกระซิบเสียงเบาอย่างมีเลศนัย ข้ากะพริบตาก่อนจะพยักหน้ารับโดยไม่ถามว่านางต้องการให้ช่วยเรื่องใด พอท่านแม่กระซิบบอกเท่านั้นแหละข้าถึงกับเบิกตาตกใจเก็บอาการไม่อยู่ นี่ท่านแม่เอาจริงอย่างนั้นรึ!? ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าอย่างยิ่ง!

“ท่านแม่แน่ใจหรือขอรับ? เรื่องนี้ไม่เสี่ยงเกินไปหรือ?”

เสี่ยงอันใดเล่า? ไม่มีใครรู้หรอกน่า อีกอย่างไม่ใช่เรื่องเลือดตกยางออกสักหน่อย หึ แค่นี้ยังไม่สะใจข้าเลยด้วยซ้ำ เจ้าจะไม่ทำอย่างนั้นรึ!?ท่านแม่ทำหน้างอก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจขู่เข็ญให้ข้าทำตามที่นางบอก ข้าทำหน้าลังเลใจก่อนจะถอนหายใจเฮือกเมื่อถูกมารดาขึงตาใส่แทบประชิดหน้า นี่มันน่ากลัวเป็นบ้า ข้ารีบพยักหน้าแล้วสร้างอาณาเขตอย่างลับๆ ส่งอาณาเขตนั้นไปยังทางเดินตรงหน้า ข้าลอบมองไปเบื้องหน้า มองสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วยสภาพเหงื่อตกขมับ

ตอนนี้ละ!ท่านแม่ให้สัญญาณสั่งน้ำเข้ม ข้าออกคำสั่งตามที่นางได้บอกไว้ทันที

ลื่นล้ม!

วรกายในอาภรณ์สีทองที่กำลังดำเนินอย่างมั่นคง พอก้าวเท้าเข้าอาณาเขตของข้าพระบาทของพระองค์ก็ลื่นพรืดไปกับพื้น วรกายสูงใหญ่ค่อยๆ เอียงหงายหลังล้มไปกับพื้นท่ามกลางดวงตาเบิกกว้างของเหล่าข้าราชบริพาร ขันที องครักษ์ และพระสนมที่อยู่ใกล้ต่างรีบเร่งไปดูพระอาการขององค์เหนือหัว พอก้าวเท้าเข้าอาณาเขตข้าก็พากันลื่นล้มกันเป็นทอดๆ ไม่มียกเว้นราวกับมหกรรมหรือเทศกาลลื่นถลา พวกที่ล้มพยายามตะเกียดตะกายลุกขึ้นแต่ก็ลื่นล้มไปทุกครั้ง ข้ามองภาพเหล่าคนสูงศักดิ์ผลัดกันลุกผลัดกันล้มจ้าละหวั่นก็รู้สึกตลกจนอยากจะหัวเราะลั่น แต่ข้ายังมีสติอยู่หากหัวเราะออกไปมีหวังถูกสั่งตัดหัวแน่ ข้าขมวดคิ้วกลั้นหัวเราะเอาไว้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่มองเหตุการณ์อยู่รอบข้าง มีเพียงคนเดียวที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งไม่เกรงใจ จะเป็นใครไปได้นอกเสียจากตัวต้นเหตุที่ก่อเหตุการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ ท่านแม่ผู้งดงามของข้าอย่างไรล่ะ!

เหยียนจิ้ง เจ้าดูสิ! เจ้าคนชุดทองเหลืองอร่ามอย่างกับมูลเด็กนั่นล้มก้นจ้ำเบ้าแน่ะ! ฮ่าฮ่าฮ่า

ท่านพ่อไม่ได้พูดอะไรหรือแสดงท่าทางใดตอบ เขาทำหน้าเคร่งขรึมพร้อมกับยกมือลูบหน้าเล็กน้อย แต่ข้ารู้ดีว่าท่านพ่อกำลังพยายามกลั้นขำสุดชีวิต เพราะตอนนี้ข้าเองก็พยายามปั้นกลั้นขำเช่นเดียวกัน เสียงกรี๊ดของเหล่านางสนมที่ผลุดลุกผลุดยืนดังระงม ไม่รู้ว่าพวกนางจะช่วยฮ่องเต้หรือฉุดฮ่องเต้ให้ล้มตามไปด้วยกันแน่ ทุกคนในอาณาเขตของข้าล้มลุกคุกคลานจนเสื้อผ้าหน้าผมที่แต่งมาอย่างดียับเยินตกอยู่ในสภาพน่าเวทนายิ่ง ท่านแม่ที่นอนกลิ้งกุมท้องหัวเราะจนหน้าแดงก่ำเห็นสภาพน่าอนาถของพวกเขาจึงยอมให้ข้าปลดอาณาเขตออก

พอข้าปลดอาณาเขตออกพวกเขาก็ลุกขึ้นมายืนอย่างอ่อนแรงหอบเหนื่อย นางสนมที่ลุกขึ้นมาได้แต่สภาพของพวกนางนั่นยับเยินราวกับวิ่งผ่าพายุมาสิบลูก ทำให้พวกนางต่างปิดหน้าปิดตาร้องไห้ออกมาด้วยความอับอาย องค์ฮ่องเต้ที่เพิ่งลุกขึ้นยืนด้วยแรงพยุงจากขันทีคนสนิท ถูกเหล่าคนใกล้ชิดไถ่ถามอาการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พระองค์ขมวดคิ้วโบกพระหัตถ์อ่อนล้า รับสั่งบางอย่างกับมหาดเล็กประจำพระองค์ จากนั้นก็ค่อยๆ ย่างพระบาทเสด็จปลอบโยนเหล่าสนมรักแล้วเคลื่อนตัวออกไปจากงานเลี้ยง ท่ามกลางสายตางุนงงของเหล่าข้าราชบริพารและเหล่าทหารที่มาร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้

หลังจากขบวนขององค์เหนือหัวเสด็จจากไปมหาดเล็กส่วนพระองค์ก็กระแอมเรียกความสนใจ เขาประกาศให้ทุกคนสังสรรค์กันต่อตามอัธยาศัยแล้วเดินออกไปจากงานเลี้ยง คนในงานเลี้ยงกะพริบตาปริบๆ แล้วค่อยๆ นั่งลงดื่มกินอาหารตรงหน้าต่อ ข้าเหลือบสายตามองตามขบวนเสด็จแล้วยิ้มขำ รีบใช้จอกสุรายกขึ้นมาบังรอยยิ้ม เรียกสายตากลับมาทอดมองเหล่าองครักษ์เกราะทองที่ทำหน้าเคร่งเครียดตรวจสอบหาความผิดปกติบนพื้นที่ฮ่องเต้ลื่นล้มเมื่อสักครู่แล้วยิ่งรู้สึกขบขัน หาอย่างไรก็ไม่เจอหรอก ช่างน่าสงสารจริงๆ แล้วนี่พวกเขาจะรายงานเบื้องบนกันอย่างไรนะ

ข้าหันมามองมารดาที่กำลังจ้องมองอาหารบนโต๊ะด้านหน้าอย่างจริงจังแล้วถอนหายใจออกมา ท่านพ่อบอกว่าฮ่องเต้เป็นคนที่น่ากลัวที่สุด ข้าว่าท่านพ่อกล่าวผิดแล้วละ คนที่น่ากลัวที่สุดคือท่านแม่ต่างหากเล่า ขนาดฮ่องเต้นางยังไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย นี่หากนางลงมือเองได้ข้าคิดว่าคงจะวิ่งไปเตะตัดขาฮ่องเต้แล้วกระมัง ท่านแม่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วละ

ข้าว่านะเหยียนจิ้ง ต่อไปเจ้าพกเตาเผาเล็กๆ ด้วยน่าจะดี เห็นของกินน่าอร่อยๆ จะได้เผาส่งให้ข้าได้ทันทีอย่างไรล่ะ ดูสิ ข้าต้องมานั่งมองเจ้ากินฝ่ายเดียวมันยุติธรรมที่ไหนกัน? เจ้าอย่าลืมล่ะ

ท่านพ่อพยักหน้ารับแล้วฟังท่านแม่บ่นเรื่องนู่นนี่นั่นต่อด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่แสดงท่าทีรำคาญหรือหงุดหงิดออกมาเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าเขาพอใจที่มีคนคอยมาบ่นมาพร่ำข้างหูเช่นนี้ ข้ามองทั้งสองคนที่เหมือนจะสนิทใกล้ชิดกันกว่าแต่ก่อน แล้วย้อนไปนึกถึงสิ่งที่ท่านแม่ได้กล่าวเมื่อครู่ ประเดี๋ยวก่อน ท่านแม่จะให้ท่านพ่อยกเตาเผาไปด้วยอย่างนั้นรึ? มันประหลาดเกินไปแล้ว หากท่านพ่อทำจริงๆ ข้าจะนับถือเขาอย่างไร้ข้อกังขาเลยละ ใครจะไปกล้าทำกัน ถูกชาวบ้านมองว่าบ้ากันพอดี ระหว่างที่ข้ากำลังคิดห่วงภาพลักษณ์ของบิดาอยู่นั้นก็รู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้องมองที่ตัวข้า ข้าขยับตัวหยิบขนมขึ้นมาทานพลางแสร้งกวาดสายตามองไปรอบๆ ปะทะเข้ากับสายตาอันบ้าคลั่งขององค์รัชทายาทที่จ้องมองมาพร้อมกับแสยะยิ้มพออกพอใจ ข้าทำเมินไม่เห็นก้มหน้าแทะขนมในมือไปเงียบๆ พร้อมทั้งเหงื่อแตกพลั่ก นี่เขาคิดจะจ้องอีกนานเพียงใด!? ไยถึงจ้องอย่างไม่เกรงใจพระชายาที่นั่งข้างๆ บ้าง?

ข้าถอนหายใจโล่งเมื่อรัชทายาทละสายตาจากไป ลอบมองไปยังเจ้าแมวที่ไม่ได้มองมาที่ข้าเขากำลังพูดคุยกับเหล่าพี่น้องด้วยท่าทางเยือกเย็น ข้ายิ้มออกมาเล็กน้อย รู้สึกอบอุ่นใจแม้จะอยู่ห่างกันก็ตาม ตามวิสัยของฉินอ๋องแล้วเขาไม่ใช่คนชอบคุยแต่กลับพยายามชักชวนให้รัชทายาทเข้าร่วมวงสนทนาด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามจะเบี่ยงเบนความสนใจของพี่ชายไปจากข้า ข้ามองฉินอ๋องอยู่นานก่อนจะละสายตาไปมองทางอื่นเพื่อไม่ให้ผู้ใดจับผิดได้ ครึ่งชั่วยามต่อมาท่านพ่อก็พาข้ากลับ ข้าหันไปมองเจ้าแมวแวบหนึ่งแล้วเดินตามบิดาไปพร้อมกับถอนหายใจ เอาเถิด ได้เจอแล้วยังดีกว่าไม่ได้เจอเลย

เมื่อกลับมาถึงเรือนหงเหมยเด็กรับใช้ได้เตรียมน้ำและเสื้อผ้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอน ท่านแม่ตามติดท่านพ่อหนึบ ตอนนี้นางคงจะอยู่กับท่านพ่อกระมัง ข้าถอนหายใจออกมารู้สึกเหงาชอบกล ถูกมารดาทอดทิ้ง ซ้ำยังต้องห่างจากคนรักอีก เฮ้อ ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าแมวจะฉลองชัยกับเหล่าทหารของเขาถึงไหนแล้ว ตอนที่ข้าเดินออกมาจากงานเจ้าแมวกำลังดื่มสุราที่เหล่าทหารใต้การปกครองของเขาต่อแถวยกมาเคารพ ข้าว่าคนพวกนั้นพยายามมอมสุราแกล้งท่านแม่ทัพของพวกเขาให้เมาอยู่แน่ๆ หวังว่าฉินอ๋องจะไม่เมามากนัก

ข้าเดินมาที่เตียงนอนกว้างขวางที่ถูกปูด้วยผ้าหนานุ่มอบอุ่น อากาศในห้องนอนอบอุ่นด้วยเตาที่ถูกดูแลเป็นอย่างดี การเป็นอยู่ของข้าดีต่างจากชีวิตที่แล้วลิบลับ ข้าถอดรองเท้าปีนขึ้นเตียงเลิกผ้าห่มจะเอนตัวนอน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดวงตาเรียวโตวาววับท่ามกลางแสงไฟริบหรี่ ข้าผงะตกใจเกือบจะร้องออกมา ดีที่ตั้งสติได้ทันถึงรีบหุบปากแล้วเบิกตามองเจ้าแมวตัวโตที่นอนกลิ้งอย่างสบายอกสบายใจบนเตียงด้วยความงุนงง

มิใช่ว่าเขายังร่ำสุราอยู่ในงานเลี้ยงหรอกหรือ!?

“คิดถึงเราอยู่ใช่หรือไม่?”

เจ้าแมวพลิกตัวนอนตะแคงช้อนตาขึ้นมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราวกับออดอ้อน ข้ากะพริบตามองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ทำหน้าคล้ายยิ้ม ยังรู้สึกไม่อยากเชื่อจริงๆ นี่เขามาหาข้าอย่างนั้นรึ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นอยู่ในงานเลี้ยงอยู่เลย ข้าอ้าปากเหวอตะลึงคิดสงสัยว่ากำลังฝันไปอยู่หรือเปล่านะ ฉินอ๋องขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ใช้ปลายนิ้วดันปลายคางให้ปากของข้างับสนิท เจ้าแมวหรี่ตาลงมีไอเย็นเยือกอันคุ้นเคยแพร่ออกมาเมื่อไม่มีคำตอบกลับจากข้าเสียที เรียกสติของข้ากลับมาได้ทันควัน ข้าเอียงหน้าขยับตัวนั่งมองหน้าเขาพร้อมกับเอ่ยถามด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งหัวเราะยินดี

“ท่านมิได้อยู่ในงานเลี้ยงงั้นหรือ?”

“เจ้าอยากให้เราอยู่ในงานเลี้ยง?” เจ้าแมวไม่ตอบคำถามของข้า เขาเอียงหน้าเลียนแบบข้า จ้องมองมาด้วยดวงตาแวววับอันงดงาม ดวงตาคู่นั้นกะพริบไหวแต่มันดูสงบนิ่งเหลือเกิน ความตื่นตกใจของข้าค่อยๆ จางหายไปเมื่อเจอสีหน้าไม่สะทกสะท้านของเจ้าแมว คิ้วสีเข้มยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเสียงราบเรียบ

“เจ้ามิได้คิดถึงเราอย่างนั้นรึ?”

อุ๊ก!!! ราวกับถูกโจมตีด้วยธนู มันพุ่งเข้ามาทะลุหัวใจของข้าอย่างจัง บ้าจริง! ข้าพยายามต่อต้านความหวานเชื่อมจากดวงตาที่ฉ่ำวาวหน่อยๆ คู่นั้นอย่างเต็มที่ ข้าพยายามสงวนท่าทางของตนเองให้มากที่สุด ใบหน้าหล่อที่มีความเย่อหยิ่งเต็มเปี่ยมค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ ข้ายังคงทำใจเย็นไม่หวั่นไหวจนกระทั่งริมฝีปากได้รูปขยับกระซิบเสียงพร่า

“เราคิดถึงเจ้าถึงได้มาหา มิได้อย่างนั้นรึ?”

อั๊ก!!! เสียงกระซิบเบาแค่นี้แต่เหตุใดมันถึงมีพลังโจมตีรุนแรงนัก หัวใจของข้าสั่นคล้ายจะค่อยๆ ละลายลงเพราะดวงตาคมกริบจ้องมองอย่างประชิด กำแพงป้องกันตัวบางๆ ของข้าสั่นไหวก็พลันแตกละเอียดเมื่อเจอเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่มีแววตาออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยผู้ผลัดพราก ข้าหลุบสายตามองแก้มของเขาที่คล้ายจะแดงระเรื่อเล็กๆ อ่า เขาคงจะเมาอยู่เป็นแน่ ตาฉ่ำขนาดนี้แถมยังได้กลิ่นสุราจากเขาแรงใช่ย่อย มิน่าถึงได้พูดคำน่าอายออกมาไม่หยุดได้แบบนี้ ข้าพ่นลมหายใจออกมาแล้วพยักหน้าเอ่ยยอมรับออกมาง่ายดาย

“ข้าเองก็อดแปลกใจมิได้ แค่ไม่ได้เห็นหน้าท่านเพียงวันเดียวกลับคิดถึงท่านเป็นอย่างมาก”

“.....” ฉินอ๋องเบิกตามองข้าแววตาราวไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน ข้าเพียงกล่าวความจริงออกไปตรงๆ เท่านั้นไม่เห็นต้องแปลกใจขนาดนี้เลยนี่น่า ข้าขำสีหน้าหลอเหลาไปไม่ถูกของเจ้าแมว สับสนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรระหว่างตกใจหรือดีใจ ฉินอ๋องค่อยๆ กลับมาสงบเขามองข้าที่ส่งยิ้มนิดๆ แล้วก็ยิ้มตามพร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม ใกล้แบบปลายจมูกแทบชนกัน ข้าหลุบดวงตาทอดมองริมฝีปากได้รูปสวยที่เข้ามาใกล้ขึ้นทุกที

“นายน้อยขอรับ นอนหรือยังขอรับ นายท่านมาพบขอรับ”

ก่อนที่ริมฝีปากของเราก็แตะกันเสียงของเด็กรับใช้ก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของข้าไปอย่างรวดเร็ว ข้าหันไปมองหน้าประตูที่มีเงาเด็กรับใช้ยืนอยู่อย่างแปลกใจปนสงสัย เหตุใดท่านพ่อถึงมาหาข้ายามนี้กัน? หรือว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นอย่างนั้นรึ? ข้ากำลังครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะรู้สึกตัวเมื่อถูกใครบางคนกัดไหล่เสียจมเขี้ยว ข้านิ่วหน้าทนเจ็บหันไปมองเจ้าแมวเอาแต่ใจที่ทำสายตาไม่พอใจ ข้าถอนหายใจทำมือให้เขารอก่อนจะเคลื่อนตัวใส่รองเท้าเพื่อออกไปหาบิดา ตอนที่เดินออกมานั้นได้ยินเสียงขึ้นจมูกหึอย่างไม่พอใจดังมาจากคนบนเตียง

“ท่านพ่อ มาหาลูกยามนี้มีเรื่องอันใดงั้นหรือขอรับ?” ข้าเดินมาที่ห้องโถงรับแขกเห็นร่างสูงโปร่งของบิดายืนมือไขว้หลังสีหน้าเคร่งเครียดก็รีบสาวเท้าเข้ามาไถ่ถาม หรือว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับท่านแม่? พอข้าเดินเข้ามาท่านพ่อก็หันมาจ้องข้าที่มองตอบอย่างงุนงงและแปลกใจ ท่านพ่อถามน้ำเสียงราบเรียบ

“เจ้ากำลังเข้านอนแล้วอย่างนั้นหรือ?”

“ขอรับ หรือว่าเกิดเรื่องอันใดกับท่านแม่?” ข้าพยักหน้าตอบคำถาม อดจะกังวลมิได้จึงกระซิบถามเบาๆ กันไม่ให้ผู้อื่นได้ยิน ท่านพ่อส่ายหน้าแล้วเอ่ยถามเสียงราบเรียบ แต่ดวงตาของท่านพ่อกลับจับจ้องมาที่ข้าราวกับจะล้วงเอาความจริง

“มิใช่ เพียงแค่มีโจรบุกเข้ามาที่จวน พ่อได้จัดการไปแล้วแต่เป็นกังวลถึงเจ้าจึงแวะมาดูเสียหน่อย”

ข้าพยักหน้ารับรู้ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ โจรคนนี้ช่างกล้าจริงๆ ผู้ใดกันที่กล้ามาบุกรุกจวนขุนนางขั้นหนึ่ง ช่างไม่กลัวตายจริงๆ

“เจ้าไม่เห็นสิ่งแปลกๆ ใช่หรือไม่?”

“ไม่มีนี่ขอรับ” ข้าส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อถูกถาม ท่านพ่อหรี่ตามองข้าอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจคล้ายจะโล่งอก ข้ามองเขายิ่งสงสัยมากกว่าเดิม เกิดอันใดขึ้นกันแน่? เหตุใดท่านพ่อถึงได้กังวลขนาดนี้ หรือว่าโจรคนนั้นจะมีปัญหาอย่างนั้นรึ?

“โจรรายนี้ร้ายกาจมากหรือขอรับ? ดูท่านพ่อเป็นกังวล”

“เฮ้อ มันร้ายอย่างยิ่ง เจ้าก็ระวังตัวไว้ด้วยเล่า หากเห็นคนแปลกหน้าให้รีบส่งเสียงบอกทันที พวกองครักษ์จะได้มาช่วยได้ทันท่วงที” ท่านพ่อถอนหายใจแล้วเอ่ยเตือนข้าอีกครั้ง ข้าพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ท่านพ่อเหมือนจะวางใจเปราะหนึ่ง มือเรียวสวยยกขึ้นมาตบไหล่ข้าเบาๆ

“เจ้าไปนอนเถิด”

ข้ายืนมองท่านพ่อเดินออกไปค่อยหันตัวเดินเข้าห้องนอน ก่อนคิดขึ้นได้ว่าต้องการสิ่งใด ข้าหมุนตัวไปขอสิ่งที่ต้องการกับเด็กรับใช้ที่เดินตามมาด้านหลัง เด็กทั้งสองโค้งตัวแล้วเดินออกไปนำสิ่งที่ข้าอยากได้ ข้ามองตามพวกเขาแล้วยิ้มออกมา อ่า รู้สึกว่าพวกเขาเป็นเด็กรับใช้ที่ดีจริงๆ ทำงานคล่องแคล่วรู้อะไรควรไม่ควร แตกต่างจากข้าลิบลับจริงๆ ข้าหมายถึงชีวิตที่แล้วละนะ ข้าหันกลับมุ่งหน้าไปยังห้องนอนพลางครุ่นคิดถึงโจรที่ท่านพ่อเป็นกังวล เหตุใดจวนตระกูลเซี่ยถึงถูกโจรบุกสองวันติด หรือว่าโจรวันนี้จะเป็นคนเดียวกับแมวขโมยเมื่อครั้งก่อน แมวขโมยคนนั้นหมายตาสิ่งใดไว้กันถึงได้ใจเด็ดบ้าบิ่นบุกเข้ามาในจวนตระกูลเซี่ยครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ คิดอย่างไรข้าก็คิดไม่ออกจนกระทั่งเห็นคนนอนสบายบนเตียง...

เท้าของข้าหยุดชะงัก อ่า...! อย่างนี้นี่เอง! ข้าลืมเสียสนิทว่าตอนนี้ในห้องของข้ามีแมว(ขโมย)ตัวโตนอนอยู่! ข้ายกมือกอดอกพร้อมกับพ่นลมหายใจอย่างช่วยมิได้ เมื่อครู่ไม่ถือว่าข้าพูดเท็จกับบิดา เจ้าแมวมิใช่คนแปลกหน้ากับข้าเสียหน่อย ดังนั้นก็คือว่ามิได้ผิดนักหรอกกระมัง ข้าพยายามให้แก้ต่างให้กับตนเอง ทอดสายตามองเจ้าแมวที่ถอดรองเท้านอนรอราวกับเป็นเตียงนอนของเขาเอง ข้าถอนหายใจแล้วตั้งคำถามขึ้นอย่างสงสัย

“ฉินอ๋อง ท่านเข้ามาได้อย่างไรงั้นรึ?” ข้าถามออกไปแต่เจ้าแมวก็ไม่ขยับตอบรับใดๆ ข้าเรียกเขาอีกครั้ง ฉินอ๋องก็มิได้ขยับใดๆ ข้าแน่ใจว่าเขายังไม่หลับแต่เหตุใดถึงได้เงียบไม่ตอบอะไรมาบ้างเช่นนี้เล่า ข้ากำลังอ้าปากเรียกเขาอีกครั้ง

“เสวี่ย” เสียงแข็งกระด้างกล่าวสวนกลับมาห้วนๆ ทำให้ข้าที่กำลังอ้าปากเรียกเขาก็เงียบไปชั่วครู่ พร้อมๆ กับเข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงทำตัวเป็นท่อนไม้ไม่ไหวติ่ง ข้าแอบกลอกตากับการเอาแต่ใจของเจ้าแมว หากข้าไม่เรียกชื่อเขาคงจะไม่พูดอะไรด้วยอย่างนั้นสินะ ข้ารู้สึกอ่อนใจกับแมวตัวโตแสนเอาแต่ใจตัวนี้ยิ่งนัก ในขณะที่ส่ายหน้าไปมานั้นข้าก็อดจะยิ้มออกมามิได้ เอาเถิด เรียกตามใจเจ้าแมวเสียหน่อยก็แล้วกัน

“เสวี่ย ท่านเข้ามาได้อย่างไรงั้นรึ?”

ท่านพ่อได้เพิ่มจำนวนคนเฝ้ายามรอบจวนหนาแน่นมากขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน แสดงว่าแมวตัวนี้พยายามปีนรั้วบ้านผู้อื่นตั้งแต่เมื่อวานแล้วสินะ พอข้าย้อนนึกไปถึงเมื่อเช้าที่ท่านพ่ออารมณ์ดีที่ได้จัดการแมวขโมยจนร่วงกำแพงก็รู้สึกขำหน่อยๆ เมื่อนึกภาพท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่กำลังปีนกำแพงบ้านผู้อื่นดึกๆ ดื่นๆ แต่กลับถูกเจ้าบ้านสอยร่วงเช่นนั้นจะไม่รู้สึกขำได้อย่างไร ฉินอ๋องขยับตัวลุกขึ้นมาจ้องข้าที่ยกมุมปากหัวเราะไร้เสียง เขาหรี่ตาลง ดวงตาฉายแววไม่พอใจก่อนจะเอ่ยถามเสียงเย็นเยียบ

“ตลกมากอย่างนั้นรึ?”

“อืม แต่ข้าดีใจมากกว่าที่ท่านมาหา” ข้าพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยพร้อมยิ้มกว้างไปให้เจ้าแมวที่กำลังจะแยกเขี้ยวพองตัวข่มขู่ พอได้ยินข้าพูดจบประโยคใบหน้าหล่อเหลาก็พลันค่อยๆ สงบราบเรียบ มองเข้ามาในดวงตาของข้าที่มองเขาอยู่นิ่งๆ แล้วค่อยๆ พยักหน้ารับเล็กน้อย แววตาพึงพอใจ ฉินอ๋องตวัดสายตาไปมองทางอื่นใช้มือตบลงบนเตียงพร้อมเอ่ยเสียงราบเรียบแต่ทว่ามันกลับฟังนุ่มนวลนัก

“นอนได้แล้ว”

“ท่านจะนอนแล้วหรือ? แต่ข้าอยากทำอย่างหนึ่งเสียก่อน ท่านถอดเสื้อรอก่อนเถิด” ข้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกล่าวบอกเขาแล้วหันหลังเดินไปที่หน้าห้อง เด็กรับใช้ทั้งสองเคาะประตูพร้อมกับเอ่ยขออนุญาต ข้าเดินมาถึงก่อนและบอกไม่ให้พวกเขาเปิดประตูเข้ามา จากนั้นข้าก็ค่อยๆ แง้มประตูไปรับสิ่งที่ได้บอกให้เด็กรับใช้เตรียมมาให้แล้วเอ่ยบอกให้พวกเขาไปพักผ่อนได้ ข้ายกอ่างน้ำมาที่เตียงมองฉินอ๋องที่ถอดชุดบนตัวเรียบร้อยแล้ว แปลกใจเล็กน้อย ช่างถอดได้รวดเร็วเสียจริง ข้าวางอ่างน้ำอุ่นลงแล้วปีนขึ้นเตียงนอน ชุบผ้าลงอ่างน้ำค่อยๆ บิดจนหมาด

“เช็ดตัวหรอกหรือ?” เจ้าแมวพึมพำเบาๆ ในลำคอ กระแสน้ำเสียงของเขาคล้ายจะผิดหวังปนหงุดหงิดอย่างชัดเจน ข้าบิดผ้าจนหมาดเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงงก่อนจะค่อยๆ เข้าใจว่าเขาคิดอันใดอยู่ ข้าเม้มปากพูดอันใดมิออก ในหัวของเจ้าแมวลามกนี่คงมีแต่เรื่องเดียวงั้นสินะ ข้าเอ่ยตอบไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แล้วท่านนึกว่าอะไรกันเล่า? กลิ่นสุราหึ่งเช่นนี้ยังจะหลับลงอีกรึ?”

ฉินอ๋องทำเสียงไม่พอใจในลำคอ ข้าไม่สนใจแมวเอาแต่ใจ จับแขนของเขามาเช็ดเนื้อตัวดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้จางไป หวังว่ามันจะช่วยได้บ้าง อันที่จริงข้าอยากให้เขาอาบน้ำเสียมากกว่าแต่หากทำเช่นนั้นคงจะแปลกเกินไป เพราะข้าเพิ่งอาบน้ำถ้าอาบน้ำอีกรอบผู้อื่นจะต้องรู้สึกผิดปกติอย่างแน่นอน ดังนั้นข้าถึงสั่งให้เด็กรับใช้นำน้ำอุ่นพร้อมกับผ้าเช็ดตัวมาให้แทน ฉินอ๋องนั่งนิ่งเงียบให้ข้าช่วยเช็ดเนื้อตัวให้แต่โดยดี

ระหว่างที่เช็ดไปนั้นข้าก็สำรวจเรือนร่างตรงหน้า ข้าไม่ได้คิดลามกแต่อย่างใดเพียงแต่มองหาบาดแผลของเขาเท่านั้น ฉินอ๋องเป็นนักรบไม่แปลกที่ร่างกายของเขาจะมีร่องรอยบาดแผล โดยเฉพาะบุรุษผู้นี้ที่ชมชอบการรบและต่อสู้ตั้งแต่ครั้นดำรงตำแหน่งองค์ชาย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตที่แล้วแล้วถือว่ามีร่องรอยไม่มากเท่า นั่นทำให้ข้ารู้สึกดีที่มีส่วนช่วยเหลือไม่ให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเหมือนครั้งนั้น ตอนนี้ฉินอ๋องกลับมาอยู่เมืองหลวงแล้วคงจะเริ่มดำเนินไปเช่นในชีวิตก่อน หลังจากที่เขาพักฟื้นอาการบาดเจ็บเป็นตอนที่เขาเริ่มให้ความสนใจความสัมพันธ์ฉาบฉวยมากขึ้น เขาเที่ยวเตร่แสวงหาความตื่นเต้นความสำราญเหมือนบุรุษหนุ่มทั่วๆ ไป และหากข้าจำมิผิดเมื่อครบรอบอายุยี่สิบปีหวงกุ้ยเฟยจะคัดเลือกสาวงามผู้เพียบพร้อมมาหมายหมั้นกับฉินอ๋อง อันที่จริงแล้วควรจะเป็นการอภิเษกแต่ทว่าหวงกุ้ยเฟยกลับชะลอเป็นเพียงการหมั้นหมายแทน แต่จนแล้วจนรอดคู่หมั้นผู้นั้นก็มิได้แต่งเข้ามาจนกระทั่งข้าตายไป ข้ากะพริบตาก่อนจะหักเหความคิดไปเรื่องอื่นอย่างรวดเร็ว

“ท่านยังมิได้ตอบข้าว่าเข้ามาได้อย่างไร? ไม่นับพวกยามด้านนอกแล้วล่ะก็ยังมีพวกองครักษ์ที่คอยดูแลอยู่นอกเรือนนี้อีก”

“หึ ตำแหน่งแม่ทัพของเราไม่ได้มีไว้เพียงประดับ แค่กลยุทธ์ล้อมเวยช่วยจ้าวมิได้มีอันใดซับซ้อนไม่”

อ่า เจ้าเล่ห์เสียจริงๆ นี่สินะที่เรียกว่าใช้ความฉลาดในทางที่ผิด ข้าถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมา ฉินอ๋องเอี้ยวหน้ามามองข้าที่กำลังเช็ดแผ่นหลังของเขา

“เรื่องที่เจ้าห้าถงพูดในงานเลี้ยงนั่นเจ้าอย่าได้คิดว่าคิดจริงจัง”

“หือ? เรื่องอะไรงั้นหรือ?” แม้ว่าข้าจะแกล้งถามไปเช่นนั้น แต่ความจริงข้าพอจะเดาได้ว่าส่านอ๋องต้องพูดแก้ต่างให้แก่พี่ชายที่มาปีนกำแพงบ้านผู้อื่นจนโดนสอยร่วง เจ้าแมวจ้องมองข้าราวกับกำลังสังเกตสังกาท่าทางของข้า พอข้าเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา เจ้าแมวที่ทำท่าระแวงระวังก็ค่อยๆ ผ่อนคลายทำหน้าตีแนบเนียนไม่รู้ไม่ชี้ ข้าเค้นเสียงเบาๆ ก่อนจะมองหน้าเขาแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ท่านได้นอนแล้วใช่หรือไม่?”

“นอนแล้ว” เขาตอบกลับมาอย่างเป็นปกติ ดูเหมือนไม่มีอะไรให้จับผิดเลยสักนิด เว้นแต่ตาแดงๆ เป็นกระต่ายของเขานั่นละนะ แต่ข้าก็พอเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้บอกว่านอนแล้วแทนที่จะบอกความจริง ฉินอ๋องมีอาการนอนไม่หลับจริงๆ สินะ เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้นกันเล่า? ข้าเช็ดตัวให้เขาสะอาดปราศจากกลิ่นสุราไประดับหนึ่ง ให้เขาบ้วนปากและเคี้ยวสมุนไพรดับกลิ่น จากนั้นก็ยกอ่างน้ำและอุปกรณ์อื่นๆ ไปวางไว้บนโต๊ะ ฉินอ๋องก็ค่อยๆ สวมใส่เสื้อผ้าของตนเอง ข้าเดินเข้าไปช่วยเขาใส่เสื้อพร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบๆ ไปเรื่อย

“นอนแล้วแต่เหตุใดถึงได้ตาแดงเช่นนั้นเล่า ท่านวิตกเรื่องใดกันถึงนอนมิหลับงั้นหรือ เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?”

“เรานอนไม่หลับก็เพราะไม่เห็นเจ้าก่อนนอนอย่างไรเล่า” ฉินอ๋องจับมือของข้าที่ปล่อยจากผ้ามัดเอวมากุมเอาไว้แผ่วเบาแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบฟังเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ข้าเงยหน้าจ้องมองดวงตาของเขาที่แดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดแล้วถอนหายใจ ไม่อยากตอบขนาดเฉไฉด้วยถ้อยคำน่าอายแบบไม่สะดุดเชียวนะ ข้าคงคาดหวังให้เขาแบ่งปันความทุกข์ในใจเร็วเกินไปกระมัง หากเขาไม่อยากพูดถึงก็ช่างมันเถิด

“เราพูดเรื่องจริงแท้ๆ แต่เจ้าทำหน้าราวกับเราเอ่ยเท็จเสียอย่างนั้น” ฉินอ๋องประท้วงกลับอย่างไม่พอใจนัก เขาจับหน้าของข้าแล้วบีบเบาๆ เหมือนหมั่นเขี้ยว ข้าสะบัดหน้าออกจากมือใหญ่ของเขาแล้วเบี่ยงตัวไปจัดผ้าห่มเพื่อจะเอนตัวลงนอน พึมพำกับตัวเองตอบเขาอย่างไม่ตั้งใจมากนัก

“พูดจริงอันใด ไม่เห็นหน้านอนไม่หลับน่ะรึ? ฮึ แล้วเมื่อก่อนเล่า ไปเห็นหน้าผู้ใดถึงนอนหลับกัน”

“ย่อมเป็นหน้าเจ้า”

“ท่านว่ากระไรนะ?” ข้าหันกลับไปถาม เขาพึมพำเบาเกินไปจนข้าไม่แน่ใจว่าพูดอันใด

“นอนได้แล้ว” ฉินอ๋องฟาดมือลงบั้นท้ายของข้าพร้อมกับสั่งเสียงเข้ม เขาฉวยโอกาสเอนตัวลงมาจูบแก้มข้าแล้วเอนตัวลงไปนอน ดึงผ้าห่มจากมือของข้าไปห่มให้ตนเองมากกว่าครึ่ง ข้าเม้มปากยกมือลูบแก้มที่ถูกแมวดมแล้วเหลือบมองเจ้าแมวที่นอนหลับตาหันหลังให้ พูดตามความจริงหากไม่มีแมวขโมยบางตัวมาก่อกวนข้านอนหลับไปตื่นหนึ่งแล้ว

ข้านอนลงพร้อมกับดึงผ้าห่มกลับมาคลุมร่าง น่าจะขอผ้าห่มมาเพิ่มสักผืนจะได้ไม่มาแย่งยื้อผ้าห่มกันเช่นนี้ แม้ว่าใต้เตียงจะมีเตาให้ความอุ่นแต่อากาศช่วงใกล้ปีใหม่มันก็หนาวมากจริงๆ ข้าหลับตาได้สักพักแต่ก็ต้องปรือตาขึ้นมามองคนข้างๆ เจ้าแมวขยับตัวมานอนใกล้ข้าแทบจะทับตัวข้าเลยละ แก้มของข้าถูกรดด้วยลมหายใจอุ่นๆ มือของเขาสอดเข้ามารั้งเอวข้าเข้าไปแนบชิดร่างของเขา เจ้าแมวที่ไม่ได้นอนจนตาแดงซุกหน้าเข้ามาหาข้า สักพักใหญ่เขาก็ค่อยๆ หลับไปอย่างผ่อนคลาย ข้าลืมตาหันหน้าไปมองคนที่เบียดหมอน เฮ้อ แย่งผ้าห่มไม่พอยังจะมาแย่งหมอนอีก ข้าจัดผ้าห่มให้คลุมตัวพวกเราสองคนแล้วสอดแขนไปใต้ผ้าห่มไปจับมือใหญ่ที่โอบเอวของข้า

ไม่นานใต้ผ้าห่มก็เริ่มอบอุ่น

 

 

 

 

 


พวกเจ้าคิดถึงเราใช่ไหมล่า หึๆ//ยิ้มมุมปาก

 

ต้องขออภัยที่หายไปนาน ตามจริงแล้วจะอัพหลายวันแล้วละ

แต่ยังไม่พอใจกับตอนนี้ก็เลยแก้แล้วแก้อีกจนกระทั่งมาอัพได้

และจะมาบอกข่าวว่าจะอัพตอนต่อไปหลังวันที่ 21 นะจ้ะ

ช่วงนี้ต้องเตรียมตัวสอบ สอบ 17-19 นี้จ้ะ ต่อด้วยสอบใบขับขี่อีก

ขอบคุณทุกๆ คนที่รอนะจ้ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.749K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25383 Maylyunho (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:54
    เสวี่ยพูดจริงทุกคะนะถิงเอ๋อร์
    #25,383
    0
  2. #25236 NamfonSunisa (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 10:41
    ไรท์คะ เราอดคิดไม่ได้จริงๆนะว่าเจ้าแมวเสวี่ยย้อนเวลากลับมาด้วยมั้ย ตั้งแต่ที่พูดว่า"ข้ากลับมาแล้วไม่เห็นเจ้า" ที่ค่ายทหาร และอีกตอนคือที่เขาแลกเอาพื้นที่รกร้างมา และอีกอย่างยังมีของล้ำค่าอยู่ในนั้นอีก สงสัยจริงๆนะ เห้อ🤔🤔🤔
    #25,236
    0
  3. #25001 Apexxx (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 16:18
    แมวขโมยแบบนี้อยากจะต้อนรับเองเลยเจ้าค่ะ
    #25,001
    0
  4. #24628 zezeuiaz (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 23:15
    พึ่งฉุกใจคิดได้ ย้อนคิดกลับไปมา พ่อตาลูกเขย นิสัยเหมือนกันเปี๊ยบ พ่อตาใช้ชีวิตร่วมกับแม่ยาย ที่เสียไปนานแล้ว ส่วนลูกเขยก็ใช้ชีวิตร่วมกับน้อง ที่เสียไปนานแล้วเหมือนกัน
    #24,628
    0
  5. #24425 Fueled me (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:23
    ท่านพ่อแมวขโมยอยู่ตรงนี้!!!!
    #24,425
    0
  6. #24358 XXXFUXXX (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 13:24
    รักอ๋องแมววววว
    #24,358
    0
  7. #23891 soundlessnote (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 01:08
    คือฮาตามน้อง แมวขโมยโดนสอยร่วง lol
    #23,891
    0
  8. #23725 Peach9 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 19:38
    ก็คืออมยิ้มไม่หยุดเลยยยย555555
    #23,725
    0
  9. #23496 Wilnot (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 17:44
    อุแงงง ละมุนมากมาย
    #23,496
    0
  10. #23488 Tery2006 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 15:07
    ชอบแมวตัวนี้จัง​ ไรท์เอารูปมาจากไหนหรอ?
    #23,488
    0
  11. #23430 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 20:36
    แมวขโมยตัวนี้เจ้าเลห์จริงๆ
    #23,430
    0
  12. #22664 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 00:06
    ละมุนนน อมยิ้มไม่หยุดเลย ฮือ
    #22,664
    0
  13. #22631 DKdabble (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 07:33
    เก่งจริงๆเจ้าแมวว
    #22,631
    0
  14. #22428 trp1021 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:04
    แมวขโมยยยย
    #22,428
    0
  15. #22180 Xialyu (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:54
    แมวมันเจ้าเล่ห์
    #22,180
    0
  16. #22079 Miko_Chan2002 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:39
    พ่อตากับลูกเขย พวกท่านจะตีกันไม่ด้ายยยยย555
    #22,079
    0
  17. #21955 lills (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 11:44
    แมวขโมยเจ้าเล่ห์จริงๆๆๆ
    #21,955
    0
  18. #21790 cantus1011 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 12:15

    อ่านมาถึงตอน50 สงสัยจังว่าท่านอ๋องกลับชาติมาเกิดรึเปล่านะ ถ้าใช่นี่คงฟินน่าดู
    #21,790
    0
  19. #21630 ppvs_ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 10:15
    กี้ด! เขินท่านอ๋องอะ
    #21,630
    0
  20. #21566 badlism. (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:35

    น่ารักจริงๆเล้ยยยยย
    #21,566
    0
  21. #21512 VKK42 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 16:12
    แมวหน้ามึน 555
    #21,512
    0
  22. #21459 -เกม- (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 04:58
    ลูกไม่ได้โกหกจริงๆคับพ่อ /ตาแป๋ว
    #21,459
    0
  23. #21060 pcy921 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 16:38
    ท่านพ่อดูหวงน้องถิงมากนะคะ
    #21,060
    0
  24. #20841 PaulaPum (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 00:46
    ขี้อ้อนเหลือเกินน อยากหยิก !
    #20,841
    0
  25. #20391 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 09:12
    ฉินอ๋องไม่ไหวแล้วววววว ทำไมน่ารักขนาดนี้
    #20,391
    0