เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 44 : ตอนที่ ๔๓ สิ้นสุดสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,629 ครั้ง
    18 ส.ค. 59

ตอนที่ ๔๓ สิ้นสุดสงคราม

หลังจากงีบหลับได้ไม่นานฉินอ๋องก็ลุกเพื่อเตรียมตัวไปประชุม คาดว่าจะเป็นการประชุมเรื่องอ๋องน้อยร่วมกับหัวหน้ากองคนอื่นๆ ตกดึกฉินอ๋องก็กลับมายังกระโจมด้วยสีหน้าผ่อนคลาย น่าจะเป็นเพราะการเจรจาผ่านพ้นไปด้วยดีกระมัง ครั้งนี้ข้ายังไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปฉินอ๋องเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน มันทำให้ข้าแปลกใจเป็นอย่างมาก แต่ทว่าก็แอบรู้สึกดีใจไม่น้อย ในที่สุดเขาก็วางใจพูดเรื่องพวกนี้กับข้าเสียที

“ในราชสำนักใดล้วนแล้วแต่มีการช่วงชิงแก่งแย่ง แคว้นเหลียวเองก็เช่นกัน ไม่แปลกเลยที่จะถูกตีแตกเร็วเช่นนี้” ฉินอ๋องถอดเสื้อกันหนาวตัวหนาออกแล้วเดินไปอังมือที่เตาผิงกลางกระโจม เขาพลิกมือที่ถูกความเย็นเล่นงานไปมาพลางเปิดปากกล่าวลอยๆ ข้านั่งฟังเงียบๆ ที่เบาะนั่งไม่ไกลจากเตาผิงพร้อมกับเตรียมชาดอกมะลิผสมน้ำผึ้งอุ่นๆ ไว้ให้แก่เจ้าแมวเพื่ออบอุ่นร่างกายและผ่อนคลายความตึงเครียดไปด้วย

“การแย่งชิงอำนาจรุนแรงกว่าราชสำนักของพวกเรานัก เพราะฮ่องเต้แคว้นเหลียวมิได้แต่งตั้งรัชทายาทเป็นทางการ ฮ่องเต้เฒ่านั่นหวาดระแวงโอรสของตนมากเกินไป การณ์กลับตาลปัตรยิ่งไม่มีรัชทายาทการแก่งแย่งยิ่งรุนแรงเป็นเท่าตัว ไม่มีรัชทายาทก็แปลว่าทุกคนมีสิทธิ์ในบัลลังก์ ราชสำนักแคว้นเหลียวแบ่งแยกออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งล้วนล่าช้าเพราะแต่ละฝ่ายมัวแต่ยื้อแย่งผลประโยชน์ หากผลประโยชน์มิลงตัวย่อมไม่อาจดำเนินการใดๆ ได้” ฉินอ๋องพูดยาวเหยียดเกี่ยวกับราชสำนักแคว้นเหลียวระหว่างอุ่นร่างกาย ท้ายสุดเขาส่ายหน้าไปมาเหมือนเห็นใจปนสมเพช ข้าคิดตามเขาแล้วเอ่ยถามไปด้วยความสงสัย

“ถึงแม้ว่าจะมีฝักมีฝ่ายแต่ทว่าฮ่องเต้แคว้นเหลียวย่อมกุมอำนาจสูงสุดมิใช่หรือ?”

“เมื่อก่อนก็เป็นเช่นนั้นแต่ทว่ายามนี้ตาเฒ่าขี้ระแวงผู้นั้นกลับหลงลมปากของที่ปรึกษา” ฉินอ๋องหันมาหาข้าด้วยใบหน้านิ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ข้าเลิกคิ้วขึ้น ที่ปรึกษาอย่างนั้นหรือ? เจ้าแมวเดินมาทรุดตัวนั่งเบียดข้าแทบจะตกเบาะ ข้าจำใจยอมขยับแบ่งที่นั่งให้แก่เขาพร้อมกับถอนหายใจ ที่มีเยอะแยะแต่กลับมานั่งเบียดกันเช่นนี้

“หนาว” เจ้าแมวเอ่ยออกมาคำหนึ่งใช้เป็นข้ออ้างพลางกระแซะตัวมาเบียดชิดข้า เป็นข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เตาผิงก็อยู่ใกล้เพียงนี้ยังจะหนาวอยู่อีกรึ? เขาใช้ร่างใหญ่ๆ โอบกอดข้าแล้วเอื้อมมือไปยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ ข้าปล่อยตัวตามสบายไม่ถือสาเจ้าแมวที่ทำเนียนกอดผู้อื่น อันที่จริงมันก็อุ่นกว่ายามนั่งผู้เดียวดังนั้นข้าจึงมิได้ปริปากบ่นออกไป อีกอย่างข้าชอบกลิ่นหอมเย็นๆ จากตัวฉินอ๋อง มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย ข้าเอนตัวชิดแผงอกกว้างของเขาแล้วฟังเสียงทุ้มต่ำที่เยือกเย็นเอ่ยเล่าต่อ

“ที่ปรึกษาผู้นั้นเป็นเสมือนคนกุมอำนาจอยู่เบื้องหลังฮ่องเต้ ข้าได้ยินมาบ้างจากสายข่าว และอู๋เฟิงป๋อก็ได้กล่าวหาว่าที่ปรึกษาผู้นั้นเป็นตัวต้นเหตุความขัดแย้ง แท้จริงแล้วที่ปรึกษาผู้นั้นเบื้องหลังเป็นกุนซือของอวี้อ๋องผู้เป็นโอรสองค์รอง และเจ้ารู้หรือไม่อวี้อ๋องเป็นสหายของท่านพี่เหวินเหล๋ย บางทีที่ปรึกษาผู้นั้นอาจจะเป็นนางก็เป็นไปได้” ฉินอ๋องหรี่ตาลงเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างแล้วเผยยิ้มน่ากลัวออกมาวูบหนึ่ง ข้าไม่ได้ติดใจกับคำพูดชวนสงสัยของเจ้าแมว แต่กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับที่ปรึกษาคนนั้นเป็นผู้ใดกันแน่? คนผู้นั้นเกี่ยวข้องกับองค์รัชทายาท? และดูเหมือนว่าฉินอ๋องจะรู้จักอีกด้วย

นางงั้นรึ? ข้าพยายามนึกทบทวนความทรงจำของชีวิตที่แล้ว ข้ารู้จักคนสนิทขององค์รัชทายาทเหวินเหล๋ยหลายคน ข้ามิได้อยากรู้จักพวกเขาเหล่านั้น แต่เพราะรัชทายาทมักบังคับแกมข่มขู่ให้ข้าไปหาเขาบ่อยๆ จนข้ารู้จักคนสนิทของเขาแทบทุกคนก็ว่าได้ คนสนิทของรัชทายาทที่เป็นหญิงสาวอย่างนั้นรึ? นอกจากพระชายาเอกและพระชายารองผู้เลอโฉมทั้งหลายขององค์รัชทายาทแล้ว ยังมีแม่นางผู้หนึ่งที่คล้ายจะสนิทสนมและมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับองค์รัชทายาท ในตอนนั้นข้านึกว่านางเป็นชู้รักคนหนึ่งของรัชทายาทเสียอีก แต่หากเป็นเพียงชู้รักองค์รัชทายาทไม่น่าจะให้เกียรตินางถึงเพียงนั้น นางน่าจะมีฐานะหรือความสำคัญมากกว่าชู้รักเป็นแน่ ยิ่งกว่านั้นท่าทางและรูปโฉมของนางก็ดูงดงามฉลาดเฉลียว หรือที่จริงแล้วนางจะเป็น...

“เจ้ายังจำบาดแผลต้องสาปนั้นได้หรือไม่? นั่นคือพลังวิเศษของอวี้อ๋อง เป็นพลังวิเศษที่สามารถลงคำสาปบนอาวุธต่างๆ ได้ อาวุธที่ทหารแคว้นเหลียวใช้คืออาวุธที่ถูกอวี้อ๋องลงคำสาปไว้ มันเป็นพลังที่ทำให้แคว้นเหลียวต่อต้านกองทัพแคว้นอื่นได้ ด้วยเหตุนี้อวี้อ๋องจึงมีความสำคัญต่อฮ่องเต้แคว้นเหลียวเป็นอย่างมาก มันเชื่อมั่นในพลังตนเองว่าจะสามารถรุกรานแคว้นอื่นได้ แต่ทว่าใครเลยจะคาดคิดว่าพลังของมันกลับถูกเด็กน้อยของข้าทำลายลง จิ้งถิง เพราะมีเจ้าพวกเราถึงได้ฝ่าฟันมาถึงตรงนี้ได้โดยไม่เสียเลือดเสียเนื้อมากนัก ข้าดีใจเหลือเกินที่เจ้าย้อนกลับมาหาข้าอีกครั้ง” เจ้าแมววางถ้วยชาไว้แล้วซุกหน้าเข้าหาข้าพร้อมกับเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ละมุนยิ่งนัก ข้าหน้าแดงเมื่อถูกชมและเขินที่ถูกเรียกอย่างรักใคร่ ฉินอ๋องกระชับอ้อมกอดแน่นมากขึ้นเขาเอ่ยเบาๆ ขณะฝังใบหน้าบนไหล่ของข้า

“มีเจ้าอยู่ข้างๆ เช่นนี้ทำให้ข้ารู้สึกดียิ่งนัก”

“ตอนแรกท่านมิได้รู้สึกดีนักหรอก ข้ายังจำใบหน้าบึ้งสนิทของท่านได้ขึ้นใจ สีหน้าท่านในตอนนั้นราวกับข้าเป็นนักโทษหลบหนี” ข้าอดที่จะแย้งอย่างสัพยอกขึ้นมากลบเกลื่อนความรู้สึกเคอะเขินมิได้ เจ้าแมวเงยหน้าขึ้นมาจากไหล่ของข้าแล้วใช้มือเอื้อมมาบีบจมูกข้าเบาๆ ก่อนจะตำหนิน้ำเสียงราบเรียบ

“ก็มิใช่หลบหนีมารึ? กลับไปหลิวจิ้นคงได้รับโทษที่ปล่อยให้เจ้าเล็ดลอดสายตามาได้อย่างแน่นอน ฮึ”

เอ๊ะ เกี่ยวอันใดกับจิ้นเกอเล่า? ข้าทำหน้าไม่เข้าใจ ฉินอ๋องก็ทำเสียงขึ้นจมูกพร้อมกับเอ่ยไขข้อข้องใจของข้าอย่างอ่อนใจ

“ข้าส่งหลิวจิ้นไปดูแลเจ้าที่เมืองหลวง ไม่สังเกตเลยรึว่าเขามิได้อยู่ที่นี้?”

“งั้นหรอกรึ? ข้าไม่ทันได้สนใจเขาเสียด้วยสิ” ข้าพยักหน้าพลางขบคิดว่าที่ผ่านมาไม่เห็นบุรุษแสนซื่อคนนั้นอยู่ที่นี้จริงๆ ที่แท้ฉินอ๋องก็ส่งเขาไปเมืองหลวงเพื่อช่วยดูแลพวกเขานี่เอง มิน่าเล่าถึงไม่เห็นจิ้นเกอ หากจิ้นเกออยู่เมืองหลวงจริงๆ ละก็ป่านนี้แล้วถูกเสี่ยวชีจิกใช้เยี่ยงทาสอยู่เป็นแน่ คิดขึ้นมาได้ข้าก็รู้สึกผิดต่อจิ้นเกอเล็กน้อย

“ดีแล้วที่ไม่สนใจ ลองเจ้าสนใจมันขึ้นมาเพียงนิดดูสิ ข้าจะจับมันส่งขายตลาดทาสเสีย” เจ้าแมวผละจากข้าค่อยๆ เอนตัวนอนอย่างเกียจคร้าน แต่คำพูดที่พูดออกมานั้นกลับพาให้ข้ากังวลแทนชายคนซื่อที่เป็นเสมือนพี่ชาย ข้ารีบส่ายหน้าออกตัวอย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้เจ้าแมวใจร้ายเข้าใจผิด แล้วพาลขายจิ้นเกอให้ตลาดทาสจริงๆ

“ข้าไม่ได้สนใจในแง่นั้นเลย เหตุใดต้องข่มขู่กันด้วย”

“ข่มขู่รึ? เปล่าเลย ข้าพูดจริงทำจริงเสมอ”

เจ้าแมวนอนที่เกียจคร้าน เหยียดยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าคมคายงดงามนั้น  

 

โอ้ ไม่เอาน่าเด็กน้อย เจ้าก็รู้ว่าข้าทำจริง//ยิ้ม

 


 

“จริงสิ เหตุใดพวกมือสังหารถึงได้พยายามสังหารคุณชายหมิงเล่า? ท่านทราบเรื่องนี้หรือไม่?” ข้าเปิดคำถามวกกลับมาเรื่องเดิมเมื่อบทสนทนาชักจะเข้าตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ฉินอ๋องเปรยหางตามามองอย่างรู้ทัน เขาใช้ดวงตาเรียวโตคู่นั้นจ้องมองข้าอยู่สักพักก่อนจะตอบกลับมาอย่างไม่ติดใจ

“อย่างที่ข้าบอกไป มีเพียงกองทัพของพวกเราเท่านั้นที่อาวุธต้องสาปพวกนั้นทำอะไรมิได้ ก่อนที่พวกเราจะโบกโจมตีไปถึงเมืองหลวงหากพวกมันสามารถสังหารคนที่รักษาแผลต้องสาปได้ สถานการณ์ย่อมพลิกผัน กองทัพแคว้นเหลียวจะสามารถต่อกรกับกองทัพพวกเราอาจถึงขั้นที่โต้กลับจนกองทัพพวกเราแตกยับก็เป็นไปได้ แต่ทว่าพวกมันก็พลาด”

สังหารคนแก้คำสาป? นั่นก็คือข้ามิใช่รึ ไยกลายเป็นคุณชายหมิงที่กลายเป็นเป้าหมายสังหารแทนข้าเล่า? ข้าก้มหน้ามองฉินอ๋องที่ค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ข้า ยกศีรษะมาหนุนตักข้าอย่างเงียบเชียบ ข้าที่มัวแต่คิดเรื่องคุณชายหมิงไม่ทันสังเกตเจ้าแมวที่มาหนุนตักนอนเหยียดตัวเกียจคร้าน เอาเถิด ถ้าขาของข้าเหน็บกินขึ้นมาเมื่อใดข้าจะเทแมวขี้เกียจตัวนี้ทันที ตอนนี้ปล่อยให้เขานอนไปเถิด

“พวกมันเข้าใจผิดว่าคุณชายหมิงเป็นคนรักษาบาดแผลต้องสาปอย่างนั้นรึ? แล้วพวกมันรู้ได้อย่างไรกัน?” ข้าถามออกไปอย่างสงสัยขณะที่พยายามดึงมือออกมาจากเจ้าแมวตัวร้าย ที่เริ่มจับมือข้าไปดมดอมพร้อมแทะเลียราวกับเป็นของเล่น

“ที่พวกมันรู้ย่อมเป็นเพราะมีสายลับปลอมตัวมาอยู่ในค่ายน่ะสิ”

“ปลอมตัวมาอยู่ในค่าย?” ข้าทำเสียงขึ้นสูงอย่างตกใจ ฉินอ๋องพยักหน้านิ่งๆ

“ใช่ ข้ารู้ตัวตนสายลับผู้นี้นานแล้ว ข้าจงใจปล่อยให้มันอยู่ในค่ายตามสบาย เพื่อที่จะเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของมัน และใช้มันส่งข่าวหรือข้อมูลผิดๆ ไปให้ฝั่งแคว้นเหลียว โดยเฉพาะเรื่องคนรักษาบาดแผลต้องสาป”

“แล้วเรื่องที่พวกมันจะสังหารคุณชายหมิงเล่า?”

“มิใช่เรื่องแปลก ที่ผ่านมานั้นคุณชายหมิงทำตัวโดดเด่นและทุกคนให้ความสำคัญต่อเขามิใช่น้อย ดังนั้นพวกมันจึงเข้าใจผิดคิดว่าคุณชายหมิงเป็นผู้รักษาบาดแผลต้องสาป” ฉินอ๋องปล่อยมือข้าแล้วพลิกตัวนอนตะแคงพร้อมกับตอบออกมาเสียงนิ่งๆ แต่ฟังคล้ายจะพอใจพิกล ข้าพยายามคิดตามแล้วค่อยๆ เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น บวกกับการที่ข้าพยายามปกปิดตัวตนและพลังทำให้ถูกมองข้ามไป กลับกลายเป็นว่าคุณชายหมิงที่ถูกคนอื่นๆ ชื่นชมกลายเป็นตัวตายตัวแทนข้าไปเสียอย่างนั้น ยิ่งผู้คนชื่นชมคุณชายหมิงข้าที่ทำตัวจืดจางก็ปลอดภัย มิน่าตอนที่มีข่าวลือแปลกๆ ฉินอ๋องก็ไม่พูดอันใดสักคำ

“ท่านใช้คุณชายหมิงเป็นเหยื่อล่อพวกมันอย่างนั้นรึ?” แม้ว่าคุณชายหมิงจะทำตัวเด่นและข้าคอยปกปิดตัวตนจะกลายเป็นเรื่องที่สายลับเข้าใจผิดไป แต่ทว่าฉินอ๋องกลับปล่อยให้เรื่องราวลุกลามไปจนถึงคุณชายหมิงถูกมือสังหารตามล่า นี่คงมิใช่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหางโจวก็เป็นสิ่งที่ฉินอ๋องรู้นานแล้วหรอกนะ? ข้ามองเขาด้วยสายตาสงสัยและเคลือบแคลงใจ

“กล่าวหากันยิ่งนัก คุณชายหมิงผู้นั้นต่างหากที่กระโดดมาเป็นเหยื่อให้เอง” เจ้าแมวทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจแล้วตอบกลับมาแบบไม่ยอมให้ข้ากล่าวหาง่ายๆ อย่างไรข้าก็ไม่มีทางเชื่อหรอก ฉินอ๋องนั้นฉลาดและเจ้าเล่ห์มากนัก เหตุการณ์ในเมืองหางโจวนั้นต้องเป็นแผนการของเจ้าแมววายร้ายตัวนี้อย่างแน่นอน ฮึ!

ข้ามองเจ้าแมวนิ่งๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองเตาผิงใกล้ๆ พอเห็นท่าทางไม่สนใจใยดีของฉินอ๋องที่มีต่อคุณชายหมิงมันทำให้ข้ารู้สึกแปลกใจจนสับสน เขาไม่สนใจคุณชายหมิงผู้นั้นเลย ทั้งที่ในชีวิตที่แล้วฉินอ๋องปฏิบัติต่อคุณชายหมิงอย่างดีจนข้ายังแอบอิจฉา แต่ตอนนี้เขากลับไม่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร ขนาดใช้คุณชายหมิงเป็นตัวตายตัวแทนของข้าอย่างไม่รู้สึกรู้สาใดๆ มันช่างขัดแย้งเสียจนข้ามึนงง จะบอกว่าคุณชายหมิงยังเด็กเกินไปที่จะทำให้เจ้าแมวสนใจอย่างนั้นหรือ? แล้วข้าเล่า? มิใช่เด็กหรอกหรือ? ก็ไม่เห็นเจ้าแมวจะใส่ใจว่าข้าเด็กแม้แต่น้อย เหตุใดเขาถึงไม่สนใจคุณชายหมิงและเอาแต่ขลุกอยู่กับข้าเช่นนี้? ท่ามกลางความสงสัยในใจของข้าคล้ายรู้สึกดีใจ มันปลอดโปร่งราวกับโซ่ตรวนบางอย่างหลุดหายไป ข้าก้มลงมองเจ้าแมวที่หลับตานอนก็ค่อยๆ คลี่ยิ้ม แตะปลายนิ้วลงบนแก้มของเขาเบาๆ เจ้าแมวคว้ามือข้าไปคลอเคลียแล้วกอดซุกเข้าไว้

สารสงบศึกที่ฉินอ๋องส่งไปถูกพรรคพวกอวี้อ๋องกำจัดสิ้นซาก ทำให้วู๋อ๋องที่เป็นฝ่ายต้องการสงบศึกส่งบุตรชายตนเองมาเจรจากับฉินอ๋อง อ๋องน้อยยื่นข้อเสนอให้สงบศึกโดยจะยกเมืองที่ยึดมาได้ทั้งหมดให้พร้อมกับจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามอย่างงาม แต่ฉินอ๋องปฏิเสธข้อเสนอนี้และเสนอกลับไปว่าจะไม่ยกทัพบุกเมืองหลวงพร้อมทั้งส่งมอบเมืองต่างๆ ให้แคว้นเหลียวดังเดิม เพียงแต่ทางแคว้นเหลียวจะต้องยอมรับเงื่อนไขสามข้อ

หนึ่งแคว้นเหลียวจะต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามมูลค่าหนึ่งร้อยหมื่นตำลึงทอง สองเมืองที่ถูกยึดแลกเปลี่ยนกับพื้นที่รกร้างลั่งเฟ่ย สามสัญญาสงบศึกห้าสิบปีระหว่างแคว้นฉิงกับแคว้นเหลียวและกลายเป็นพันธมิตรกัน

อ๋องน้อยแคว้นเหลียวเดินทางกลับ หอบข้อเสนอสงบศึกของฉินอ๋องไปปรึกษาหารือกับพรรคพวก ไม่นานพวกเขาก็ส่งข่าวกลับมาว่ายอมรับเงื่อนไขของฉินอ๋องทั้งหมด ชั่วข้ามคืนหลังจากฉินอ๋องได้คำตอบก็เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในราชสำนักแคว้นเหลียว อวี้อ๋องถูกมือสังหารลอบฆ่าพร้อมพรรคพวกคนสำคัญ ฮ่องเต้แคว้นเหลียววิตกจนร่างกายทรุดหนักแล้วสิ้นพระชนม์ลงทันที คนที่ขึ้นครองราชย์ต่อก็คือวู๋อ๋องพระโอรสองค์โต อู๋เฟิงป๋อถูกแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาท

สี่วันต่อมาฮ่องเต้องค์ใหม่ของแคว้นเหลียวก็เดินทางมาลงนามสงบศึกกับฉินอ๋อง สงครามหน้าหนาวสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วและปุบปับ อย่าว่าแต่คนแคว้นเหลียวมึนงงเลยแม้กระทั่งฝั่งแคว้นฉิงก็มีสภาพเหลือเชื่อมิต่างกัน เหตุการณ์วุ่นวายทั้งหมดนี้หากบอกว่าฉินอ๋องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แล้วละก็ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด เจ้าแมวจะต้องมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากเชียวละ ก่อนที่พวกเราจะเดินทางกลับแคว้นฉิง อ๋องน้อย ไม่สิ องค์รัชทายาทอู๋เฟิงป๋อพยายามเข้ามาถามชื่อของข้าอย่างไม่ลดละ แต่ถูกเจ้าแมวพร้อมคณะลูกน้องทั้งหลายกีดกั้นไม่ให้เข้าใกล้ข้า ช่างน่าสงสารองค์รัชทายาทคนใหม่ที่ยืนทำหน้างุนงงไม่เข้าใจ ข้ามิได้สนใจเขาเท่าไรนัก สุดท้ายองค์รัชทายาทอู๋เฟิงป๋อก็ให้คนรับใช้นำป้ายหยกสลักมามอบให้แก่ข้า ข้ารับเอาไว้เงียบๆ แต่ฉินอ๋องก็มิวายล่วงรู้จนได้ เจ้าแมวชำเลืองมองอย่างไม่สบอารมณ์ทุกครั้ง

กองทัพทั้งหมดของแคว้นฉิงถูกฉินอ๋องใช้คำสั่งถอดกำลังทั้งหมดกลับแคว้น ตอนนี้พวกเราอยู่ในระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง ท่านแม่ทัพมอบหมายหน้าที่ให้รองแม่ทัพสวินหยางเป็นผู้นำทัพกลับเมืองหลวง ส่วนตนเองนั้นแยกตัวออกมาจากกองทัพเดินทางกลับอย่างไม่รีบไม่ร้อน แวะตามหัวเมืองต่างๆ ทำตัวสบายๆ ราวกับกำลังท่องเที่ยวหย่อนใจ คณะเดินทางประกอบไปด้วยฉินอ๋อง ข้า รองแม่ทัพสวินลี่ รองหัวหน้าองครักษ์เฉิน และองครักษ์ติดตามฉินอ๋องอีกหกคน

ส่วนหัวหน้าองครักษ์จางและองครักษ์คนอื่นๆ ช่วยกันอารักขาพวกคุณชายหมิงกลับเมืองหลวง ระหว่างเดินทางไปตามหัวเมืองต่างๆ ข้าได้ยินชาวบ้านชาวเมืองพูดคุยถึงชัยชนะของฉิงอ๋องอย่างสรรเสริญชื่นชม และได้ยินการถกเถียงกันอย่างดุเดือดของเหล่าบัณฑิตในเรื่องเงื่อนไขที่ฉินอ๋องยื่นให้แคว้นเหลียว

ตอนที่ข้าได้ยินข้อเสนอของฉินอ๋องก็มิได้แปลกใจอันใด ยกเว้นข้อเสนอข้อสอง เขาไม่ได้คิดจะผนวกเมืองที่ยึดมาได้เหมือนชีวิตที่แล้ว ยอมส่งคืนแคว้นเหลียวทั้งหมดแลกเปลี่ยนกับพื้นที่รกร้างอันตรายที่ติดชายแดนแคว้นเหลียวและแคว้นฉิงแทน ข้อเสนอนี้ไม่เพียงแค่ข้าที่แปลกใจ ทุกคนที่ได้ยินต่างทำหน้าเหลือเชื่อตามๆ กัน การถกเถียงกระจายตัวกว้างขวาง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฉินอ๋องสติไม่ดีบ้าง โง่เขลาบ้าง ต่างพากันด่าทอฉินอ๋องว่าเป็นลาโง่ ยอมแลกเมืองที่ยึดได้เกือบครึ่งแคว้นเหลียวกับพื้นที่รกร้างหาประโยชน์ไม่ได้อย่างพื้นที่ลั่งเฟ่ย แม้มันจะกว้างขวางแต่เต็มไปด้วยอันตรายต่างๆ ไม่มีประโยชน์อันใด มิใช่แค่คนแคว้นฉิงเท่านั้น แม้กระทั่งคนแคว้นเหลียวยังแอบพูดลับหลังว่าฉินอ๋องนั้นโง่เง่าไร้ปัญญา

ยิ่งพวกเราเข้าใกล้เมืองหลวงมากเพียงใดคำวิพากษ์วิจารณ์ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น การตั้งกลุ่มสนทนาเรื่องนี้กลบเกลื่อนเรื่องชัยชนะที่มีต่อแคว้นเหลียวไปเสียสนิท พูดคุยกันเมามันจนคนแซ่เฉินถึงกับทนมิได้ กระโดดเข้าไปร่วมวงวิจารณ์เผ็ดร้อนด่าทอเจ้านายต่อหน้าต่อตาเจ้านายที่นั่งจิบน้ำชาพร้อมทำหน้าง่วงมิสนใจสิ่งรอบข้าง คนแซ่เฉินช่างไม่กลัวตาย!

สำหรับข้ามิได้แปลกใจในแง่นั้น ตอนทราบว่าฉินอ๋องไม่ผนวกดินแดนแคว้นเหลียวที่ยึดมาได้ก็โล่งอกเป็นอย่างมาก เท่านี้ส่านอ๋องก็ไม่ต้องถูกระเห็จออกจากเมืองหลวงแล้ว แต่ที่ทำให้ข้าแปลกใจมากกว่านั้นก็คือฉินอ๋องขอพื้นที่รกร้างลั่งเฟ่ยต่างหาก! หากข้าไม่รู้เรื่องในอนาคตคงจะทั้งบ่นทั้งต่อว่าฉินอ๋องเหมือนผู้อื่นเป็นแน่ แต่ข้าจำได้ว่าในอนาคตนั้นพื้นที่รกร้างลั่งเฟ่ยจะกลายเป็นขุมทรัพย์ที่มีมูลค่าประเมินมิได้และไม่มีที่สิ้นสุด!

ในชีวิตที่แล้วหากจำไม่ผิดตอนข้าอายุประมาณสิบหกปี หลังจากจบสงครามหน้าหนาวแคว้นเหลียวที่ถูกยึดดินแดนไปกว่าครึ่งได้ทำการสำรวจพื้นที่ใหม่ หนึ่งในนั้นคือพื้นที่รกร้างลั่งเฟย แคว้นเหลียวค้นพบแร่สำคัญหลายชนิดและอัญมณีจำนวนมหาศาลที่ลั่งเฟ่ย ไม่เพียงเท่านั้นยังมีทุ่งกว้างที่อุดมไปด้วยสมุนไพร่ล้ำค่า หนำซ้ำหลังจากผ่านเทือกเขาคดเคี้ยวอันตรายพื้นที่ลั่งเฟ่ยมีสถานที่งดงามกลายเป็นที่ท่องเที่ยวติดทำเนียบ พื้นที่รกร้างลั่งเฟ่ยที่ไม่มีประโยชน์กลายเป็นพื้นที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่แคว้นเหลียวชั่วข้ามคืน ถึงกับทำให้แคว้นเหลียวหลังแพ้สงครามกลับมาเฟื่องฟูรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก

บางทีฉินอ๋องอาจจะเคยได้ยินข่าวลือมากระมัง แต่เล่นขอพื้นที่นั้นมาราวกับโจรตบทรัพย์ที่ปล้นต่อหน้าต่อตาแบบเจ้าของยินยอมพร้อมใจเช่นนี้ ถ้าหากแคว้นเหลียวล่วงรู้คงกระอักเลือดออกมาหมดตัวเป็นแน่ ไม่เพียงเท่านั้นคนที่ด่าฉินอ๋องว่าเป็นคนโง่เขลาจะต้องม้วนลิ้นกลืนลงท้องแทบไม่ทันอย่างแน่นอน ข้ายิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเวลานั้น มันคงจะตลกน่าดู ข้าหันไปมองฉินอ๋องที่ไม่สนใจคำพูดระคายหูแม้แต่น้อย เขาจิบน้ำชาพลางหยิบขนมส่งเข้าปากข้า เมื่อเห็นข้ากำลังยิ้มเจ้าแมวก็เอียงหน้าถามเสียงราบเรียบ

“ยิ้มอันใด?”

“แค่นึกถึงใบหน้าคนพวกนี้แตกละเอียดก็อดขำมิได้”

“เจ้าไม่คิดว่าเราโง่เขลาหรอกหรือ?”

“ตรงกันข้าม ข้าคิดว่าท่านฉลาดยิ่งนัก”

ไม่เอาผลประโยชน์ที่พ่วงมากับปัญหามากมาย แต่กลับไปหยิบเนื้อชั้นดีที่ไม่มีใครคาดคิดแทน เช่นนี้ไม่เรียกว่าฉลาดแล้วจะเรียกว่าอันใดกันเล่า? สมกับที่พวกทหารยกย่องไว้จริงๆ ฉลาดเจ้าเล่ห์วางแผนทุกอย่างไว้ราวกับตาเห็น ฉินอ๋องยกมุมปากนิดๆ พวกเราสบตาพร้อมกับส่งยิ้มให้กันเหมือนรับรู้เพียงเราสองคน

“ซึ้งใจยิ่งนัก” จู่ๆ คนแซ่เฉินที่ไม่รู้โผล่มาจากที่ไหนก็ส่งเสียงทำลายบรรยากาศอันดีของข้ากับเจ้าแมวลง คนปลิ้นปล้อนโผล่หน้าเซ็งๆ เข้ามาแทรกกลางแล้วลุกพรวดขึ้น คุกเข่าลงพื้นยกมือกุมทั้งสองข้างไว้ที่อก เงยหน้าพลางกะพริบตาปริบๆ บีบเสียงแหลมฟังดูกวนโทสะออดอ้อนตรงหน้ารองแม่ทัพสวินลี่

“ท่านอ๋องขอรับ ถิงถิงรักและเชื่อมั่นในตัวท่านผู้เดียวเท่านั้น ท่านทำอันใดก็ดีไปหมดขอรับ”

“ถิงถิง ขอบใจเจ้ามากที่เชื่อในตัวเรา สมแล้วที่เรายกหัวใจให้แก่เจ้าเพียงผู้เดียว” รองแม่ทัพสวินลี่เก๊กหน้านิ่งขรึมก่อนจะขยับไปกุมมือของรองหัวหน้าองครักษ์เฉินให้ลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวถ้อยคำหวานๆ พลางส่งสายตาซาบซึ้งใจด้วยท่าทางทื่อๆ เลียนแบบแม่ทัพอย่างกับโขกออกมาเลยทีเดียว ทั้งสองสบตาหวานก่อนจะโผกอดกันแน่น

“ท่านอ๋องงงง~

“ถิงถิงงงงงงง~

“.....” คนแซ่เฉินมิเท่าไร แต่กระทั่งสวินลี่เจี่ยเจียก็บ้าตามคนผู้นี้ไปแล้วอย่างนั้นรึ!? ข้ามองละครปาหี่ตรงหน้าด้วยดวงตาว่างเปล่า ส่วนฉินอ๋องก็ทำเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา

พวกเราเอ้อระเหยลอยชายตามเมืองต่างๆ จนกระทั่งมาดักรอกองทัพเป่าอี้ซึ่งเดินทางใกล้จะถึงเมืองหลวงแล้ว พวกข้าเข้าไปในกองทัพอย่างแนบเนียนราวกับเดินทางมาพร้อมกันทั้งหมด ฉินอ๋องแต่งตัวด้วยเครื่องแบบแม่ทัพเต็มยศนั่งหลังม้าสีขาวซึ่งมีชื่อเรียกนามไพเราะว่า อวี้หยุน(ดุจเมฆา)ต่างจาก เฮยอู่(หมอกทมิฬ)ยิ่งนัก ข้าเองก็นั่งบนหลังเจ้าหมอกทมิฬไม่ไกลจากท่านแม่ทัพ เมื่อกองทัพเป่าอี้เดินทางเข้าใกล้เมืองหลวงอีกห้าลี้ก็เห็นคณะขุนนางทั้งหลายที่นำโดยองค์รัชทายาทเหวินเหล๋ย เหลียงอ๋อง โจวอ๋อง ส่านอ๋อง และเว่ยอ๋องมายืนรอต้อนรับตามธรรมเนียม

ขุนนางทั้งน้อยใหญ่ต่างพากันส่งเสียงแสดงความเคารพและยินดีอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นเหล่าพี่น้องอ๋องก็เดินเข้ามาพูดคุยต้อนรับกับฉินอ๋องอย่างเป็นกันเอง ข้ามองพี่น้องแมวพูดจากันด้วยความประหลาดใจ ข้ามิเคยเห็นเหล่าพี่น้องของฉินอ๋องพร้อมหน้ากันเช่นนี้เลย องค์รัชทายาทพี่ชายคนโตดูเฉียบคมชวนหวั่นเกรง เหลียงอ๋องผอมซีดแต่ทว่าดูอ่อนโยนอบอุ่น โจวอ๋องเย่อหยิ่งร้ายกาจ ส่านอ๋องเรียบง่ายสะดุดตา และเว่ยอ๋องบูดบึ้งไม่เป็นมิตร พี่น้องคุยกันไม่นานก็มีขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งเดินเข้ามากล่าวเชิญให้ฉินอ๋องขึ้นม้าของเขาที่ตกแต่งด้วยผ้าแพรแดงงดงามพร้อมสำหรับเดินเข้าไปยังเมืองหลวง ข้ามองตามขุนนางผู้นั้นอยู่ชั่วครู่แล้วละสายตาไปจ้องมองฉินอ๋องที่เริ่มนำขบวนเข้าสู่เมืองหลวง

ในเมืองหลวงที่ทำความสะอาดจนเอี่ยมไปทุกซอกถนนถูกตกแต่งด้วยผ้าแดงมงคล ประชาชนในเมืองต่างพากันออกมาต้อนรับด้วยดอกไม้สดหลากสีสัน ทุกคนโห่ร้องด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดาหน้าตาผ่องใสมีความสุขถ้วนหน้า ตะโกนชื่นชมชมเชยเหล่าทหารผู้เหน็ดเหนื่อยตรากตรำเสียงดังลั่น รองแม่ทัพสวินลี่ดวงตาเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะเมื่อมีคนยื่นขนมและผลไม้ให้แก่นาง รองแม่ทัพสวินหยางคงทำหน้าอวบอิ่มประดุจเทพเซียนมิแผ้วพานกับคนสามัญชน ทหารคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าภูมิใจในตัวเองจนออกทางสีหน้าชัดเจนมีความสุขโดยเฉพาะเมื่อได้รับดอกไม้จากคนงาม

แต่คนที่เป็นจุดสนใจมากที่สุดย่อมเป็นแม่ทัพผู้พ่วงตำแหน่งอ๋องอย่างฉินอ๋อง ทุกคนมองเขาด้วยแววตายกย่องปลาบปลื้มแทบจะเชิดชูให้เป็นเทพมาจุติ ฉินอ๋องที่ทำหน้านิ่งมีบางที่รับของจากชาวบ้าน ซึ่งข้าสังเกตดูแล้วล้วนแต่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งนั้น ส่วนสาวสวยหรือหนุ่มงามถูกเจ้าแมวเมินอย่างเย็นชา ข้าที่ลอบเหลือบมองก็ต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายหันมามองด้วยสายตารู้เท่าทัน ข้าหน้าแดงที่ถูกจับได้ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น ข้าไม่ได้หึงสักหน่อยเพียงแค่มองๆ ดูเท่านั้น ข้ามองกลับหลังไปนอกจากเห็นผู้คนพากันชื่นชมยินดีต่อชัยชนะแล้วก็เห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นจ้องตรงมาที่ข้า

ชัดเจนว่าพวกเขากำลังแปลกใจและสงสัยว่าข้าคือผู้ใดอย่างแน่นอน เหตุใดเด็กหนุ่มอายุน้อยเช่นข้าถึงขี่ม้าท่ามกลางทหารผู้มีตำแหน่งเหล่านี้ได้? และข้าก็เป็นเพียงคนเดียวที่สวมชุดคนธรรมดาทั่วไป หากมิรับเหล่าองครักษ์ของฉินอ๋อง และดูเหมือนเรื่องของข้าจะกลายเป็นเรื่องที่ชาวเมืองถกเถียงคาดเดามากที่สุด ไม่เพียงแต่ชาวบ้านที่สงสัย เหล่าขุนนางที่มาต้อนรับกระทั่งพวกองค์ชายยังแปลกใจและสงสัยว่าข้านั้นเป็นผู้ใด ข้าที่ถูกจ้องมองนั่งบนหลังม้าอย่างอึดอัด โชคดีที่ข้าปิดหน้าปิดตาเอาไว้มิเช่นนั้นคงทนไม่ไหวเป็นแน่ ข้าสูดลมหายใจตั้งสติอยู่หลายครั้งเงยหน้ามองไปยังกำแพงพระราชวังอันโอ่อ่าข้างหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น จากนั้นก็หันหลังกลับไปมองด้านหลังที่มีคณะขุนนางติดตามมาเบื้องหลัง ข้าจ้องมองไปที่บุรุษวัยกลางคนที่สวมชุดขุนนางสีแดงลวดลายนกกระเรียนหรูหราอันเป็นสัญลักษณ์ขุนนางขั้นหนึ่ง

สิ่งต่อไปที่ข้าจะทำนั้นยากเย็นกว่านี้มาก!  

 

 

 

 




FA สร้างสรรค์ผลงานโดยท่าน แมวยิ้ม


วันนี้ที่สุดแห่งความเจ็บปวด เดินจนเหนื่อยได้แต่หนูนกเป็ด คอยคิงอยู่ไหนนนนน?

ซ้ำยังปวดท้องไม่รู้สาเหตุ //ไม่น่ากินแล้วนอนดูคลิปพี่เอกเลยเรา เฮ้อ

กินยาไปกว่าจะหายเกือบตีหนึ่ง ต้องมานั่งแต่งตอนนี้ให้จบอีก เฮ้ออออ!

ยังไม่ได้เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมตัวไปบ้านที่สัตหีบ โดนท่านแม่จิกหัวแน่ เฮ้ออออออออ!

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.629K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25538 linwa51 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 10:02
    ฉินอ๋องย้อนเวลามาอีกคนแน่ๆเลย
    #25,538
    0
  2. #25377 babyteleost (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:44
    อ๋องแมวต้องย้อนเวลามาอีกคนแน่ๆ
    #25,377
    0
  3. #25374 Maylyunho (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:56
    จบสงครามนอก เข้าสู่สงครามใน
    #25,374
    0
  4. #24975 jinhaana (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 07:28
    น้องถิงสู้เข้าลูกก
    #24,975
    0
  5. #24416 Fueled me (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 18:42
    สถานีต่อไปคือทำลายตระกูลของพ่อตัวเองรึเปล่าน้าๆๆ
    #24,416
    0
  6. #23718 Peach9 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 08:09
    โถ่น้องงงง
    #23,718
    0
  7. #23589 exolbenben (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 13:23
    น้องเจอท่านพ่อแล้วใช่รึไม่!?
    #23,589
    0
  8. #22693 yunjaelife (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:00
    เจ้าแมว!!!
    #22,693
    0
  9. #22422 trp1021 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 17:23
    อ่ออออ น้องใส่หน้ากาก
    #22,422
    0
  10. #22174 Xialyu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:22
    ขอบคุณค่ะ^^
    #22,174
    0
  11. #21948 lills (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 08:03
    น้องจะทำอะไรรๆๆตื่นเต้น
    #21,948
    0
  12. #21884 Doctor Seraph (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 20:04
    เฉินฮุ่ยเคอ ผู้รนหาที่ตาย5555
    #21,884
    0
  13. #21559 ppvs_ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:49
    เฉินโว้ยยยยยย
    #21,559
    0
  14. #21453 -เกม- (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 03:29
    อ๋องน้อยน่าสงสาร5555
    #21,453
    0
  15. #21053 pcy921 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:53
    ท่านพ่อคนชั่วแน่นอน
    #21,053
    0
  16. #20710 Lukitarin (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 12:39
    แหม ท่านเฉิน คิดว่าจะมาห้าม ที่ไหนได้ ลงมาร่วมวิจารณ์กับเขาอีก ไม่ใช่วิจารณ์ธรรมดาด้วยนะ วิจารณ์อย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ แถมยังต่อหน้าท่านอ๋องแมวไปอีก 555555
    #20,710
    0
  17. #20447 kallmelnwz (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 11:32
    เราว่าในชาติก่อนที่ท่านอ๋องแสดงความเกรงอกเกรงใจต่อคุณชายหมิงอาจเป็นเพราะเคยเป็นผู้ช่วยชีวิตท่านอ๋องในตอนทำสงครามแน่ๆ
    #20,447
    0
  18. #20383 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 00:03
    เฮ้อ จบสงครามแล้ว เป็นช่วงที่อ่านแล้วหายใจลำบากมาก5555555 แต่สนุกมากจริงๆฮื่ออออ
    #20,383
    0
  19. #20019 rakbigbang (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:04
    มีความหมั่นไส้อ๋องแมว
    #20,019
    0
  20. #19377 statice46 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 19:54
    ตกลงอ๋องแมวนี่ใช่ใช่มั้ย...
    #19,377
    0
  21. #18770 moony+lilac (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:12
    มาม่าที่บ้านเก่ามาอีกแหงม ...
    #18,770
    1
    • #18770-1 moony+lilac(จากตอนที่ 44)
      30 มิถุนายน 2560 / 15:14
      สงสัยแคว้นที่เอาไปแลกเปลี่ยนกะที่ร้างเนี่ยล่ะ อ๋องแมวรู้ได้ไง จะอาศัยว่าคาดเดาเาก็เกินไป
      #18770-1
  22. #18747 KimFa-rin (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:23
    รองแม่ทัพ ท่านถูกคนแซ่เฉินหลอกกินเต้าหู้เจ้าค่ะ. มันเนียนน มากกกก
    #18,747
    0
  23. #17768 Meatboll (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:32
    เฉินกับลี่เข้ากันดีเชียว5555
    #17,768
    0
  24. #17574 DKdabble (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:04
    ขำคนแซ่เฉินกับรองแม่ทัพสวินลี่ เอากับเค้าด้วย กิ่งทองใบหยกจริงเชียว 55555555555555555555
    #17,574
    0
  25. #17552 Aomsin pimlapat (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 14:29
    เราก็คิดว่าอ๋องแมวย้อนมาเกิดใหม่เหมือนกัน สะดุดตั้งแต่เล่นหมากกระดานเก่งขึ้นกว่าชีวิตที่แล้ว แต่ที่สงสัยที่สุดคือตอนจิ้งถิงถามฉินอ๋องว่ารู้จักลู่ชุนมั้ย ฉินอ๋องตอบว่าไม่รู้แบบระแวงกลัวจะเป็นกิ๊กถิงถิง ทั้งๆที่ถ้ารู้มาตั้งแต่ชีวิตที่แล้วก็น่าจะตอบแค่ไม่รู้ ไม่น่าแสดงท่าทีระแวง
    #17,552
    0