เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 43 : ตอนที่ ๔๒ อ๋องน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,663 ครั้ง
    15 ส.ค. 59

ตอนที่ ๔๒ อ๋องน้อย

ข้าได้แต่งงจับต้นชนปลายมิถูก ตัวข้านั่งตรงนี้มิใช่รึ? แล้วเหตุใดถึงไปสู้ระห่ำอยู่ตรงนั้น? ประเดี๋ยวก่อนเมื่อครู่พูดว่า ลูกชายใช่หรือไม่? หรือว่าจะเป็น... ข้ามองไปรอบๆ เห็นคุณชายหมิงอ้าปากค้างจ้องมองข้าอีกคนสู้กับพวกนักฆ่า แม้กระทั่งเสี่ยวคุนยังยืนอึ้งกับความบ้าบิ่นของข้าอีกคน และที่ทำให้ข้าแน่ใจมากขึ้นก็คือไม่มีใครเห็นข้าที่ยืนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด แถมข้าคนนั้นยังใช้พลังวิเศษเหมือนท่านแม่ ข้าโดนแย่งร่างอย่างนั้นรึ!?

“ลูกชาย? ใครคือลูกชายซินเยว่? จะ...เจ้ารึ?” คุณชายหมิงที่อึ้งอยู่นานเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ เขาหันไปมองเสี่ยวคุนพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยสีหน้าตื่นตกใจเป็นอย่างมาก เสี่ยวคุนขมวดคิ้วแล้วหันมาเอ่ยปฏิเสธสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน

“มิใช่! เจ้าก็รู้ว่าพ่อของข้าคือผู้ใด!

ถิงเอ๋อร์! รีบฟื้นลมปราณเร็วเข้า ข้าอยู่ในร่างนี้ได้เพียงครึ่งก้านธูปเท่านั้น!

ข้าพยักหน้าหงึกหงักเมื่อท่านแม่ในร่างของข้าหันมาบอกแล้วนั่งลงขัดสมาธิเดินลมปราณภายในตัวเพื่อฟื้นฟูลมปราณอย่างรวดเร็วพร้อมกับดูดเพิ่มเติมมาจากหินซับจันทรา ระหว่างนั้นท่านแม่ก็ต้านทานพวกนักฆ่าเอาไว้ คงจะเรียกว่าต้านทานมิได้เพราะดูเหมือนพวกมันจะถูกท่านแม่รังแกเสียมากกว่า ไม่กี่อึดใจพวกนักฆ่าก็ร่วงไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงตัวหัวหน้าที่มีขั้นพลังมากหรืออาจจะเท่ากับท่านแม่เลยก็ได้ แต่ทว่าเมื่อมันอยู่ในอาณาเขตของข้าก็มิอาจใช้พลังวิเศษของมันได้ดั่งใจ นั่นทำให้ท่านแม่ได้เปรียบเป็นอย่างมาก

ท่านแม่ยืนไล่ยิงแสงสีชาดเหมือนมีดสั้นไปยังเป้าหมายที่ขยับตัวหลบไปมา หัวหน้านักฆ่ากัดฟันกรอดพยายามหาช่องว่างเพื่อบุกเข้ามาโจมตีท่านแม่ มันเป็นนักฆ่าที่อดทนและเยือกเย็นอย่างยิ่ง ท่านแม่เริ่มขมวดคิ้วเหงื่อไหลซึมไรผม ไม่นานพลังแสงสีชาดก็เหมือนหยุดชะงัก จังหวะนั้นเองที่นักฆ่าแสยะยิ้มพุ่งดิ่งเข้ามาหาท่านแม่ที่มัวแต่ชะงักงันกับที่ ข้าลืมตาขึ้นมามองอย่างเป็นห่วง ปลายคมกระบี่ของนักฆ่าพุ่งมาใส่ท่านแม่ในร่างของข้ารวดเร็วจนกระทั่งมาหยุดตรงหน้าเพียงไม่กี่คืบ ท่านแม่ที่ก้มหน้าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาแสยะยิ้มชั่วร้าย

มือทั้งสองข้างห่อหุ้มไปด้วยแสงสีชาดมันรัดตัวนักฆ่าคนนั้นเอาไว้ ข้าผ่อนลมหายใจโล่งอก แผนล่อศัตรูสินะ เพราะมีเวลาจำกัดจึงทำให้ท่านแม่แสร้งปล่อยช่องว่างล่อศัตรูเข้ามาใกล้เพื่อจัดการ ท่านแม่เหวี่ยงตัวมันลงพื้นจากนั้นก็ดึงมันขึ้นเหวี่ยงออกไปข้างหน้าตามด้วยยิงศรสีชาดทะลุร่างของนักฆ่าแทบพรุน ไม่เพียงเท่านั้นนางวิ่งอ้อมหลังแล้วยกเข่ากระแทกหลังมันแทบจะได้ยินเสียงกระดูกสันหลังหักเป็นชิ้นๆ เสียงร้องลั่นของนักฆ่าทำให้ข้ายกมือทาบอก ท่านแม่หัวเราะในลำคอแล้วยกขาเตะมันกระเด็นกลับมาที่เดิม นางเหินกายตามมาเหยียบร่างนักฆ่าที่โดนซ้อมสะบักสะบอมไว้กับพื้น

“ท่านแม่ เดี๋ยวมันก็ตายหรอกขอรับ” ข้าถอนหายใจแล้วเอ่ยเตือนนางไปอย่างเป็นกังวล ถ้ามันตายก็ไม่มีคนไว้สอบปากคำน่ะสิ ท่านแม่พยักหน้าแต่ก่อนที่จะปล่อยมัน นางก็เหยียบลงไปตรงกลางตัวของมันอย่างโหดเหี้ยม ข้ารับรู้ถึงความปวดร้าวของนักฆ่าผู้นั้นที่เม้มปากหน้าเขียวอื๋อได้เลยทีเดียว ท่านแม่ขยี้ปลายเท้าลงอย่างบรรจงพลางเอ่ยบอกมันด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียมอย่างยิ่ง

“จำใส่กะโหลกเอาไว้ไอ้ลูกเต่า! เด็กคนนี้คือลูกของข้าอย่าได้สะเออะมาแตะต้อง!

นักฆ่าทนพิษความเจ็บปวดไม่ไหวตาเหลือกสลบเหมือดทันที ขนาดข้ายังรู้สึกขนลุกขนพองและหวาดเสียว มิต้องกล่าวถึงอีกสองหนุ่มที่หน้าซีดด้วยความหวาดกลัว ข้าปลดอาณาเขตแล้วลุกขึ้นยืน ท่านแม่ในร่างของข้าเชิดหน้าเย่อหยิ่งเดินเข้ามาหาพวกเรา นางเปรยตามองคุณชายหมิงด้วยหางตาก่อนจะเอ่ยสั่งสอนออกไปด้วยท่าทีอยู่เหนือกว่า

“พ่อหนุ่มชุดแดงคนนั้นน่ะอย่าได้ทำอะไรโง่ๆ อีก จะทำสิ่งใดก็ใช้หัวคิดเสียบ้าง เจ้าเกือบทำให้ลูกชายของข้าเดือดร้อนไปด้วยแล้ว หากยังมีครั้งหน้าข้าจะตบแบบไม่เกรงใจและไม่เตือนล่วงหน้าด้วย เจ้าก็เช่นกัน คราวหน้าหากคนรักเจ้าไม่เชื่อฟังก็จับเขาจูบเสียให้เข็ด พวกเจ้าจะไปตายที่ใดก็ไปตายเสีย แต่อย่าได้ลากลูกชายผู้งดงามของข้าเข้าไปยุ่งด้วย มีครั้งหน้าล่ะก็แม่จะตบเรียงตัว!” ท่านแม่ในร่างข้าเอ่ยสั่งสอนพร้อมเตือนอย่างดุเดือดและมีความโหดร้ายอย่างยิ่ง คุณชายหมิงกับเสี่ยวคุนอ้าปากเหวอหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว ข้ารีบเข้าไปห้ามปรามนางที่เดือดดาลแทบจะปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายสองหนุ่ม พูดให้อีกฝ่ายคืนร่างมาให้ข้าก่อนจะภาพพจน์ของข้าจะย่อยยับไปมากกว่านี้

แต่ก่อนที่จะได้คืนกลับร่างก็มีเสียงฝีเท้าม้าหลายตัววิ่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พวกข้าหันไปมองแล้วขมวดคิ้วแต่พอเห็นว่าเป็นใครเดินเข้ามาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ฉินอ๋องสั่งการทุกอย่างอย่างรวดเร็วก่อนจะหันมามองพวกเราที่มีสภาพไม่ดีนัก เขาขมวดคิ้วเพิ่มความน่ากลัวที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ บรรยากาศที่เริ่มดีขึ้นกลับเย็นเยียบเหมือนอยู่บนเทือกเขาสูง ร่างสูงสง่าเดินตรงมาหาข้า ไม่สิ หาท่านแม่!

“จิ้งถิง!” เจ้าแมวเรียกข้าด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลและเป็นห่วง ท่านแม่ในร่างของข้ายืนนิ่งก่อนจะค่อยๆ หันมามองข้าพร้อมกับแสะยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้วางใจ ไม่ทันที่ข้าจะได้เอ่ยปากห้ามนาง ร่างของข้าก็วิ่งตรงเข้าไปหาฉินอ๋อง ข้ามองตามไปด้วยใจไม่ดีก่อนจะวิ่งตามไปส่งเสียงห้ามไม่ให้ท่านแม่ทำอันใดแปลกๆ แต่คงจะไม่ทันเสียแล้ว

“ท่านอ๋อง~~~ คิดถึงที่สุดเลย~~~

ม่ายยยยยยยยย!!!

ข้ามองท่านแม่ในร่างของข้าเอ่ยเสียงหวานบีบจนแหลมเอ่ยถ้อยคำขนลุกถลาเข้าไปกอดฉินอ๋องไว้เต็มแขน ข้าอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เจ้าแมวเองก็ยืนตัวแข็งทื่อแววตาประหลาดใจปนไม่อยากจะเชื่อ

“ข้ากลัวแทบแย่ เหตุใดท่านถึงมาช้านัก” ท่านแม่ในร่างของข้าซบหน้าบนอกของฉินอ๋องแล้วเอ่ยออดอ้อนแสร้งทำเสียงกระซิกๆ เหมือนร้องไห้ ข้าแทบอยากร้องไห้ นั่นกลัวแล้วรึ? ข้าหมดคำพูดจะกล่าวกับมารดา ภาพพจน์ของข้าไม่เหลือแล้วเป็นแน่ เฮ้อ! ข้ายืนกอดอกกลอกตามองมารดาที่ยังทำเสียงเล็กทำเสียงน้อยออดอ้อนเจ้าแมว ฉินอ๋องยืนทำหน้ามึนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ท่านแม่หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจแล้วหันมาพูดกับข้าด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท

ถิงเอ๋อร์! แม่แค่ทำในสิ่งที่เจ้าอยากทำแต่มิกล้า ไยต้องทำหน้าบึ้งเช่นนั้นด้วยเล่า หึๆ

ข้าไม่ได้อยากทำเสียหน่อย โมเมเกินไปแล้ว! ข้าส่ายหน้าไปมาแล้วเหลือบสายตามองเจ้าแมวที่ยังยืนนิ่งให้ท่านแม่ในร่างของข้ากอดฟัดอย่างเต็มอกเต็มใจเหลือเกิน ขัดขืนบ้างก็ได้นะท่านอ๋อง! ข้าถอนหายใจเดินเข้าไปใกล้ทั้งสองที่คลอเคลียกันจนทหารและองครักษ์ที่ติดตามมาทำตาโตตกใจกันสุดๆ

ฉินอ๋องมองหน้าของข้านิ่งๆ ก่อนจะขยับริมฝีปากคล้ายจะยิ้มรวบตัวข้าขึ้นอุ้ม ข้าหยุดเท้ามองเขาทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์ นี่กำลังจะทำอะไรกันมิทราบ? ท่านแม่ถอดหน้ากากที่ปิดหน้าของข้าออกแล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปหาฉินอ๋อง ฝ่ายฉินอ๋องนั้นก็ค่อยขยับหน้าเข้าไปหาเช่นเดียวกัน ข้ารีบเดินเข้าไปหาทั้งสองที่ใกล้จะจูบกันอยู่รอมร่อ หยุดเลยยยยย! ฉินอ๋องขยับปากเอ่ยอะไรบางอย่างทำให้ท่านแม่ในร่างของข้าหัวเราะออกมา ข้าหยุดยืนพร้อมกับขึงตาใส่ทั้งสองอย่างโมโห

จุ๊ๆ ช่างขี้หวงยิ่งนัก ดูตาของเจ้าสิ ขวางเชียว เจ้าลูกบื้อ!ท่านแม่หลุดออกมาจากร่างของข้าแล้วเอ่ยหยอกเย้าอย่างสนุกสนานก่อนจะจับข้าเหวี่ยงเข้าไปในร่างของตนเอง ข้าสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นมา วิงเวียนหน้ามืดคล้ายคนเป็นลม ก่อนจะตั้งสติได้เมื่อหน้าผากถูกใครบางคนชนเบาๆ ข้ากะพริบตาเห็นใบหน้าคมคายของฉินอ๋องที่อยู่ชิดมากจนลมหายใจร้อนๆ รดบนใบหน้าของข้า เขาใช้หน้าผากชนหน้าผากของข้าแล้วพึมพำเสียงเบา

“ซนจนได้เรื่อง”

“ข้าเปล่าเสียหน่อย” ข้าพึมพำแก้ตัว ฉินอ๋องเหลือบดวงตาขึ้นมาช้อนมองข้าแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก ข้าสังเกตเห็นขนตาหนาของฉินอ๋องหลุบลงพร้อมกับเรียวปากได้รูปสีระเรื่อขยับเข้ามาหา ข้าหลับตาปล่อยให้อีกฝ่ายใช้ริมฝีปากเข้ามาแนบชิด ข้าที่ถูกเขาอุ้มกอดคอเขาไว้แน่นก็ไม่ได้ขยับหรือดิ้นขัดขืนแต่อย่างใด เราจูบเพียงชั่วครู่ก็ผละจากกัน เกรงว่าหากยังจูบกันต่อนัยน์ตาของเหล่าทหารจะต้องกระเด็นออกมาจากเบ้าเป็นแน่ ฉินอ๋องปล่อยข้ายืนบนพื้นแล้วหันไปมองเหล่าลูกน้องที่ยืนอ้าปากค้างตะลึงค้างดวงตาแทบจะหลุดลงพื้น

“เกรงใจกันบ้าง” รองหัวหน้าองครักษ์เฉินกัดฟันพร้อมกับพยายามยิ้มอย่างเสแสร้ง เขาบ่นพึมพำด้วยสีหน้าอิจฉาตาร้อน เจ้าแมวเปรยตามองอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนข้าก็หน้าแดงแต่มิคิดจะนำคำพูดของคนแซ่เฉินมาคิดให้ปวดหัว ข้ามองไปหาท่านแม่ที่นอนลอยอยู่กลางอากาศด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มพอใจ

เรื่องเช่นนี้อย่าได้ชักช้า ตีตราจองพร้อมประกาศไว้ก่อน เดี๋ยวผู้อื่นจะหาว่าเรามาทีหลังอีก!เมื่อเห็นข้าหันไปมองท่านแม่ก็พลิกตัวมาพูดกับข้าแล้วขยิบตาให้แล้วจางหายไปอยู่ในหินซับจันทรา ก่อนที่นางจะเงียบไปก็เอ่ยบอกข้าพร้อมกับหาวไปด้วย

ข้าจะนอนพักฟื้นเสียหน่อย อาจจะไม่ได้ออกมาสักอาทิตย์ เจ้าดูแลตนเองดีๆ เล่า เจ้าลูกบื้อ!

ข้าพยักหน้าเงียบๆ ปล่อยให้ท่านแม่ไปพักผ่อนแล้วเงยหน้ามองสถานการณ์รอบตัวที่ฉินอ๋องสั่งการเหล่าลูกน้องให้จับพวกนักฆ่ากลับค่ายเพื่อนำไปสอบสวน คุณชายหมิงและเสี่ยวคุนได้รับการช่วยเหลือและรักษาจากรองหัวหน้าองครักษ์เฉินเรียบร้อยแล้ว ข้าหันกลับมามองฉินอ๋องที่ยืนมองลูกน้องควบคุมพื้นที่อย่างรวดเร็วพร้อมกับจับมือข้าแน่น ข้าหลุบตามองมือที่ถูกเขากุมไว้ก็ขยับมือกุมมือของเขากลับพร้อมกับยิ้มออกมานิดๆ เงยหน้ามองฉินอ๋องที่หันมามองข้า ข้ายิ้มให้กับเขาพร้อมกับกระชับมือที่กุมกันไว้ ไม่รู้ว่ายิ้มอันใดแต่ข้ารู้สึกอยากจะยิ้มออกมาก็เท่านั้น ฉินอ๋องมีสีหน้าอ่อนลง เขาส่งยิ้มกลับมาทางสายตา

“ฉินอ๋อง! ฉินอ๋องใช่หรือไม่!? ข้าคืออู๋เฟิงป๋อ บุตรชายของวู๋อ๋องแคว้นเหลียว ดีเหลือเกินที่ได้พบท่าน!

ข้าหุบยิ้มดึงมือออกจากฉินอ๋องแล้วหันไปมองทางต้นเสียงที่วิ่งกระหืดกระหอบออกมา ครั้นพอเห็นเจ้าแมวเขาก็มีสีหน้าสว่างจ้าเต็มไปด้วยความหวัง ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความปลาบปลื้มชื่นชม ไม่รอช้าราวกับกลัวใครมาชิงตัดหน้า อ๋องน้อยแคว้นเหลียวกล่าวแนะนำตนเองอย่างรวดเร็วแทบไม่หายใจ ฉินอ๋องหันไปมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้านิ่งเรียบ สักพักถึงได้พยักหน้ารับแต่มิได้เอ่ยคำใดตอบกลับไป อู๋เฟิงป๋อฉีกยิ้มอย่างยินดีพลางเอ่ยต่อมิหยุด

“ข้าดีใจนักที่มีโอกาสได้พบท่าน เพียงเท่านี้ภารกิจของข้าก็เท่ากับสำเร็จลุล่วง ฉินอ๋อง รีบเถิด ข้ามีเรื่องที่จะต้องบอกกล่าวท่านพร้อมกับขอคำปรึกษาและเจรจาแลกเปลี่ยนบางอย่างที่สำคัญ”

“ป้ายยืนยันของเจ้า?” ฉินอ๋องยืนนิ่งอยู่นานก็เอ่ยปากออกมาเป็นครั้งแรก มันเย็นเยียบไร้ความรู้สึกเอามากๆ ซึ่งเป็นน้ำเสียงปกติที่เขาใช้พูดอยู่แล้ว ข้ารู้สึกไม่คุ้นเคยนัก อาจเป็นเพราะระยะนี้เจ้าแมวพยายามพูดเสียงอ่อนจากปกติกับข้า บางครั้งข้าก็แอบขำกับความพยายามของเขา ถึงแม้ว่ามันจะดูเก้งก้างไม่เป็นธรรมชาติแต่ข้าก็เห็นว่ามันน่ารักดี

อู๋เฟิงป๋อสะดุ้งหน้าซีดมองฉินอ๋องอย่างหวาดเกรงแล้วเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกค้นตัวหาบางสิ่งมายืนยันตัวตนกับฉินอ๋อง ไม่นานเขาก็ยื่นป้ายหยกสลักมาให้แก่ฉินอ๋อง เจ้าแมวมองดูแวบหนึ่งแล้วพยักหน้าพร้อมกับส่งคืนเจ้าของ

“ท่านชายอู๋ เชิญตามคนของเราไปรออยู่ค่ายก่อน เราจะจัดการเรื่องวุ่นวายในเมืองหางโจวเสียก่อน” ฉินอ๋องกล่าวด้วยสีหน้านิ่งดูน่าเกรงขาม เขาหันไปพยักหน้าให้แก่รองหัวหน้าองครักษ์เฉินที่กำลังพาทั้งสองหนุ่มที่อ่อนล้าไปพักยังค่าย รองหัวหน้าองครักษ์เฉินวิ่งเข้ามาหาเจ้านายฟังคำสั่งแล้วพยักหน้าหันมาเชิญอ๋องน้อยแคว้นเหลียวไปด้วยกัน อู๋เฟิงป๋อยืนลังเลมองฉินอ๋องแล้วหันไปมองพวกมือสังหารเขาเอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวลใจ

“อันที่จริงแล้วข้าเองก็พอรู้เรื่องพวกมันมาบ้าง...”

“เฉินฮุ่ยเคอ เชิญท่านชายอู๋ไปค่าย”

“ขอรับ”

ฉินอ๋องเอ่ยตัดบทอ๋องน้อยแคว้นเหลียวแบบไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด ทำเอาอีกฝ่ายชะงักโมโหอยู่วูบหนึ่งแต่ก็ทำอันใดไม่ได้ รองหัวหน้าองครักษ์เฉินเดินเข้าไปเชิญแขกสูงศักดิ์ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรน่าไว้ใจ อู๋เฟิงป๋อถึงยอมเดินตามอีกฝ่ายไปแต่โดยดี ข้ามองตามพวกเขาไปเล็กน้อยแล้วหันมามองเจ้าแมวที่ยืนทำหน้านิ่งเป็นหิน หวังว่าอ๋องน้อยคนนั้นจะสามารถทำให้สงครามจบลงจริงๆ อย่างที่เขาโอ้อวดไว้ ดีจริงๆ ที่ตัดสินใจไปช่วยเขา เท่ากับว่าข้ามีส่วนช่วยเหลือให้สงครามนี้จบลงเร็วกว่าเดิม

หือ? ประเดี๋ยว หรือว่าในชีวิตที่แล้วอู๋เฟิงป๋อถูกสังหารตกตายก่อนที่จะได้พบกับฉินอ๋อง ทำให้สงครามทวีความรุนแรงและกินเวลายาวนานงั้นรึ? ถ้าเช่นนั้นการที่ข้ามาอยู่ที่นี้และได้ช่วยเหลืออู๋เฟิงป๋อเอาไว้ก็ทำให้เรื่องราวแปรเปลี่ยนไป หวังว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิม ข้ายกมือกุมหัวใจที่เต้นรัวอย่างคาดหวัง พอเหลือบไปมองฉินอ๋องที่หันหลังจ้องเขม็งด้วยแววตาน่ากลัวก็ทำให้รู้สึกแปลกใจ เหตุใดเขาถึงได้ทำหน้าน่ากลัวเช่นนั้นกันเล่า?

“เจ้า! เจ้ามีชื่อว่ากระไรรึ? ขออภัยจริงๆ ข้าลืมถามไปเสียสนิท บุญคุณที่เจ้าช่วยชีวิตเอาไว้ข้าจะมิลืม หากต้องการความช่วยเหลือใดล้วนบอกกล่าวข้าได้ทุกเรื่อง เอ่อ...ขออภัย ขะ ข้าตื่นเต้นเล็กน้อย” อ๋องน้อยแคว้นเหลียวมิทราบว่าเดินกลับมาเมื่อใด เขาเดินเข้ามาหยุดใกล้ข้าแล้วเอ่ยถามเสียงดัง พอข้าหันไปมองเขาก็เริ่มมีท่าทีประหม่าคล้ายเขินอายเป็นเด็กน้อยใสซื่อ ข้ามองชายหนุ่มร่างผอมบางเป็นบัณฑิตที่หน้าแดงระเรื่อตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ สภาพตอนนี้แตกต่างจากตอนที่ทำหน้ามุ่งมั่นขอร้องให้ข้าพาเขาไปที่ค่ายยิ่งนัก ข้ายิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกำลังจะเอ่ยตอบ แต่กลับถูกใครบางคนเอ่ยตัดบทด้วยโทนเสียงต่ำฟังอันตรายน่าขนลุก

“เฉินฮุ่ยเคอ งานง่ายๆ เช่นนี้ก็ทำชักช้างั้นรึ? เห็นทีจะต้องส่งเจ้าไปประจำหน่วยอื่นแล้วกระมัง?”

คนที่จะโดนเด้งรีบวิ่งหน้าตั้งมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว เข้ามาคว้าตัวอ๋องน้อยแคว้นเหลียวลากกลับไปยังรถม้า เป็นการลากที่เสียมารยาทต่อแขกสำคัญอย่างยิ่ง อู๋เฟิงป๋อขัดขืนก่อนจะหันมามองข้าด้วยแววตาเสียดายและไม่เข้าใจ รองหัวหน้าองครักษ์เฉินผู้ถูกตำหนิว่าทำงานช้ารีบจัดการงานที่ได้รับมอบหมาย จับอ๋องน้อยยัดใส่รถม้าแล้วห้อตะบึงม้าออกไปในทันที ไม่ใส่ใจเลยสักนิดว่าคนในรถม้าจะสะเทือนบอบช้ำหรือไม่ ข้าชำเหลืองมองเจ้าแมวที่ทำหน้านิ่งเรียบไม่เปลี่ยนก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ข้าไม่พูดอันใดหันไปมองเหล่าทหารที่กำลังขนย้ายนักฆ่าที่บาดเจ็บไปยังค่ายเพื่อไปสอบปากคำต่อไป พวกทหารบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาหันมาเห็นข้าส่งยิ้มก็หน้าแดงรีบหันไปซุบซิบกับเพื่อนแล้วหันมามองข้าเป็นระยะ

ข้ามองพวกเขาแล้วเลิกคิ้วกับพฤติกรรมแปลกๆ ก่อนจะจับสังเกตได้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับข้า แต่ละคนส่งสายตาเศร้าสร้อยละห้อยมาหาอย่างน่าสงสาร ข้าเห็นแล้วแอบขำอยู่ในใจ บางทีพวกเขาอาจจะตกใจที่เห็นข้าพร้อมๆ กับรู้สึกผิดที่เคยทำไม่ดีไว้กับข้าตอนสวมหน้ากาก ข้ายิ้มพลางพยักหน้าให้แก่พวกเขา เป็นการบอกว่าข้ามิได้ถือสาหรือติดใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย เหล่าทหารเห็นข้าพยักหน้ายิ้มให้ก็ทำสีหน้าดีขึ้นทันตาแทบหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความซาบซึ้ง ต่างพากันมองมาที่ข้าด้วยสายตาเทิดทูน แต่ไม่นานพวกทหารก็สะดุ้งเฮือกหน้าซีดขาวเป็นกระดาษ พวกเขารีบหันกลับไปทำงานขมีขมันราวกับกำลังหนีตายจากบางสิ่ง ข้าเม้มปากหันกลับมามองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล

เจ้าแมวยืนทำหน้ามึนยืนนิ่งเหมือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ด้วย แต่ข้ารู้ ถ้าไม่ใช่เขาจะเป็นใครอีกเล่าที่ทำให้เหล่าทหารหวาดกลัวจนขวัญกระเจิงเช่นนั้นได้ ข้ายกมุมปากยิ้ม มองเขาอย่างล้อเลียนแล้วพ่นหายใจเอ่ยหยอกเย้าอีกฝ่าย

“ข้านึกว่าได้กลิ่นอันใด ที่แท้ก็น้ำส้มของใครบางคนทำคว่ำนี่เอง”

“เจ้าได้กลิ่นที่ใด? เหตุใดข้าถึงมิได้กลิ่นเลยเล่า?” เจ้าแมวหันมาเอ่ยถามเหมือนไม่เข้าใจพร้อมกับเอื้อมมือมาบีบแก้มของข้าทำการข่มขู่แบบไร้เสียง ข้าขมวดคิ้วมองเขาด้วยสายตาขุ่น ปัดมือของเขาออกจากแก้มที่ปวดแปลบๆ ยกมือกุมแก้มที่โดนบีบแล้วทำหน้าบึ้ง แค่ล้อนิดๆ หน่อยๆ ไม่เห็นต้องทำร้ายกันขนาดนี้เลย ทีเขาล้อข้ายังไม่ทำอันใดเลย เจ้าแมวช่างดุร้ายและเอาแต่ใจ! ที่สำคัญบีบหนักมืออย่างยิ่ง หากแก้มข้าบวมขึ้นมาล่ะก็...คืนนี้ข้าจะให้เขานอนคนเดียว!

พวกเราจับคนร้ายทั้งหมดกลับมายังค่าย ฉินอ๋องหิ้วข้าไปไว้ในกระโจมทำอย่างกับข้าเป็นของต้องห้ามกลัวคนอื่นมาแตะต้องหรือมาเห็น จากนั้นเขากับเหล่าหัวหน้ากองต่างๆ ก็พากันสอบสวนพวกมือสังการ พอพลบค่ำฉินอ๋องก็เดินเข้ามาในกระโจม ข้าที่กำลังฟื้นฟูลมปราณรีบลุกขึ้นเดินไปหาเขา ช่วยเขาถอดเสื้อกันหนาวหนาๆ ออกแล้วเอ่ยถามถึงเรื่องมือสังหารพวกนั้น ฉินอ๋องไม่ตอบเขาหลุบตามองแก้มของข้า ข้ายกมือลูบแก้มที่บวมเป่งแล้วเหลือบมองขึ้นไปมองคนกระทำ ฉินอ๋องเลิกคิ้วขึ้นแล้วปัดมือของข้าออกก่อนจะใช้ปลายนิ้วเชยคางของข้าขึ้น มือข้างที่ปัดมือข้าออกลูบไล้แก้มของข้าเบามือ เจ้าแมวขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“เหตุใดไม่รักษา?”

“รักษาเร็วไปคนทำก็ไม่รู้น่ะสิ ปล่อยไว้เช่นนี้ละคนทำจะได้รู้สึกผิดและไม่ทำอีก” ข้ายิ้มบางๆ เอ่ยกระทบกระเทียบพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้เขา เจ้าแมวนิ่งไปก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักมองข้าด้วยแววตาขบขัน จากนั้นก็กลับมาสงบนิ่งคาดเดายากเหมือนปกติ ปลายนิ้วที่ลูบไล้แก้มของข้าค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงมาตามลำคอ ปลายนิ้วแข็งกร้านที่ลูบวนเวียนตรงชีพจรทำให้ข้ารู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ฉินอ๋องพ่นลมหายใจเบาๆ ออกมาแล้วค่อยๆ ขยับโน้มหน้าต่ำลงมา

“นั่นสินะ ข้าเสียใจจริงๆ หากเจ้าไม่รักษาเอง งั้นข้าจะรักษาให้ก็แล้วกัน”

ยังไม่ทันที่ข้าจะถามออกไปว่าเขาจะรักษาอย่างไร แก้มของข้าก็ถูกริมฝีปากอ่อนนุ่มของใครบางคนกดทับลงแผ่วเบา ไม่เพียงแค่ครั้งเดียว เขาค่อยๆ ไล่เรียวปากได้รูปนั้นจูบตามพวงแก้มที่เริ่มร้อนผ่าวของข้า นี่มันรักษาที่ไหนกันเล่า!? ข้าหน้าร้อนวูบรีบผลักเจ้าแมวเจ้าเล่ห์ออก คนโดนผลักทำหน้ามึนใส่แถมยังเอ่ยถามมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“ไม่ให้ข้ารักษาแล้วรึ?”

“ข้ารักษาเองได้ ไม่รบกวนท่านหรอก”

“ไม่รบกวน ข้าเต็มใจอย่างยิ่ง มากกว่ารักษายังได้”

อันใดคือมากกว่ารักษา!? ข้าไม่อยากจะพูดกับเจ้าแมวลามกที่คิดเพียงแค่ฉวยโอกาส เวลาข้าถามเรื่องพวกนี้ทีไรเขาก็จะเฉไฉไปเรื่องอื่นเสมอทำราวกับไม่อยากให้ข้ารู้เรื่องด้วย แม้ข้าจะจริงจังเพียงใดแต่ฉินอ๋องก็ไม่ยอมปริปากเรื่องนี้กับข้าสักครั้ง มันทำให้ข้าไม่อยากสนใจ ข้าเดินปลีกตัวออกมากางอาณาเขตเท่าฝ่ามือแล้วรักษาแก้มบวมๆ พอรักษาเสร็จก็ถูกตะครุบจากด้านหลัง ข้าหันกลับไปมองคนด้านหลังจะต่อว่าสักคำสองคำ แต่พอเห็นอีกฝ่ายเหมือนอารมณ์ดีก็ไม่อยากพูดกวนให้อารมณ์ขุ่นมัว ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่เกิดสงครามเจ้าแมวก็เครียดอยู่ทุกวัน นานๆ ทีจะมีเรื่องให้อารมณ์ดีข้าจึงไม่อยากไปกวนให้มันขุ่น ข้ายอมให้เขาลากไปนั่งด้วยกันบนตั่ง ข้านั่งบนตักเขาแล้วปล่อยให้เจ้าแมวกอด

“เจ้าเป็นดาวนำโชครู้ตัวหรือไม่?” ฉินอ๋องเอ่ยกระซิบด้านหลัง แขนโอบล้อมเอวข้า

“เรื่องใดหรือ?” ข้ายกคิ้วขึ้นหันหน้าไปมองเขาอย่างยากลำบาก ฉินอ๋องหัวเราะออกมาเบาๆ ตอบกลับมาง่ายดาย  

“สงครามจะสิ้นสุดก่อนปีใหม่แน่”

“นั่นทำให้ท่านอารมณ์ดีอย่างนั้นรึ?” ข้ายิ้มตาม รู้สึกมีความสุขไปด้วยเมื่อเห็นเจ้าแมวอารมณ์ดี

“มิใช่” ฉินอ๋องปฏิเสธอย่างรวดเร็วทำให้ข้างุนงง อ้าว หากมิใช่เรื่องสงครามแล้วเขากำลังอารมณ์ดีเรื่องอันใดกันเล่า? พอเห็นข้าทำหน้างงเขาก็หมุนข้าหันเอียงข้าง ใช้แขนซ้อนตัวข้าอุ้มขึ้น ข้ากะพริบตาเงยมองเจ้าแมวอย่างแปลกใจ หันมองไปข้างหน้าอีกทีก็เห็นเตียงนอนขนาดนอนคนเดียวของท่านแม่ทัพอยู่ตรงหน้า เขาวางข้านอนลงแล้วขึ้นมานอนข้างๆ ใช้มือลูบไปตามเนื้อตัวของข้าแล้วเอ่ยตำหนิ

“เจ้าควรทานให้มากๆ ดูสิ ผอมแห้งไร้เนื้อหนังมังสาเกินไปแล้ว”

“ท่านยังไม่บอกเลยว่าอารมณ์ดีเรื่องใด?” ข้าสงสัยเรื่องนี้จึงพยายามถามอีกครั้ง ไม่สนใจมือใหญ่ๆ ที่เริ่มซุกซนอยู่บนตัว เอาเถิด ก็แค่ลูบๆ เท่านั้นข้าไม่เสียหายอันใด

“หือ จะเป็นเรื่องใดอีกหากมิใช่ใกล้จะถึงวันเกิดของเจ้า จิ้งถิง เจ้าจะอายุสิบห้าแล้ว เพราะฉะนั้นทานเยอะๆ บำรุงร่างกายไว้มากๆ จะได้พร้อมสำหรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น เจ้าตั้งตารอคอยไว้เลย หึๆ” เจ้าแมวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างพึงใจ ข้าขนลุกซู่ไปทั้งตัว ยิ่งเสียงหัวเราะมีเลศนัยของเขาที่ดังข้างหูก็ยิ่งทำให้ข้าผวาจนตัวสั่น ฉินอ๋องโอบรัดข้าแน่นมากกว่าเดิมแล้วพลางหัวเราะในลำคออย่างชวนสะพรึง ข้านอนตาเบิกกว้างตื่นตระหนก

อายุสิบห้าอย่างนั้นรึ!?

 

 

 

 

 

 

 




ชื่อภาพ “หมอกทมิฬงามเลิศ” (เค้าตั้งเองแหละ)

FA สร้างสรรค์ผลงานโดยท่าน RamunonArt

 

เมื่อวานนี้ต้องจัดของย้ายกลับไปอยู่สัตหีบค่ะ อย่างที่เคยบอกไว้

แต่ตอนนั้นไม่ได้กลับเพราะคุณทวดเสียก่อนจึงไปนครพนมช่วยงาน

และจะมาบอกข่าวว่าจากนี้คงไม่ได้อัพบ่อยนัก เพราะจะแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่น

หลักๆ ก็มีอ่านหนังสือเตรียมสอบ และแต่งตอนพิเศษสำหรับนิยายที่กำลังจะรวมเล่ม

ต้องขออภัยจริงๆ นะคะ จะพยายามมาอัพอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มากเท่าแต่ก่อนก็เถอะ

ปล. ขอบคุณคนที่แนะนำวิธีรักษาอาการมือชาต่างๆ มาให้น้า มันเจ็บๆ ข้อมือเท่านั้นจ้ะ ทูบีกริบช่วยได้มาก!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.663K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25470 BONGBONGBONG (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:56
    แม่ฟาดมาก แม่~~~
    #25,470
    0
  2. #25373 Maylyunho (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:50
    ท่านอ๋องแมวนับถอยหลังรอเลย
    #25,373
    0
  3. #25235 GubGif1146 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 22:27
    ตอนนี้คือไม่รู้ขำจะใครก่อน5555จะเเม่หรือพี่เเมวดี5555
    #25,235
    0
  4. #24717 TC18 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 18:12
    อายุ 15 ก็มาเป็นสาวรำวง~
    #24,717
    0
  5. #24414 Fueled me (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 18:11
    โว้ย555555555555555
    #24,414
    0
  6. #23976 munkrishear (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 03:08
    เตรียมตัวเตรียมใจจจ จะ15แล้วจิ้งถิงงง
    #23,976
    0
  7. #23863 chilfull (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 18:47

    เตรียมขุนน้องเลยว่างั้น 555555555555

    #23,863
    0
  8. #23834 Black area (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:09
    คุณแม่สุดยอดดด
    #23,834
    0
  9. #23716 Peach9 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:25
    พี่เฉินนนน่าสงสารสุดแล้ววม้ะสนามอารมณ์เว่อ5555555 ส่วนท่านอ๋องนี่เค้าก็ขุนน้องรอวันกินมานานแล้วป่ะ5555555
    #23,716
    0
  10. #22604 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 20:32

    กะจะกลืนกินทั้งตัวสินะ หึหึ

    #22,604
    0
  11. #22471 Ruanjai (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:27
    สงสารลุงเฉินเลยอ่ะ5555
    #22,471
    0
  12. #22421 trp1021 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 17:08
    กินกันๆๆ
    #22,421
    0
  13. #22173 Xialyu (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:01
    ใจจดใจจ่ออิอิ
    #22,173
    0
  14. #21947 lills (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 02:16
    แหมมมมมมมมม
    #21,947
    0
  15. #21561 badlism. (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 23:07
    จะได้กินแล้วววว
    #21,561
    0
  16. #21546 ppvs_ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:04
    ไม่รู้จะพูดถึงใครก่อนดี 55555555 เฉินแบบ5555555 ท่านอ๋อง ใจเย็นก๊อนนน
    #21,546
    0
  17. #21452 -เกม- (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 03:16
    อารมณ์ดีเชียวจ้าาาาา แหมมมม
    #21,452
    0
  18. #21051 pcy921 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:35
    น้องฉิงคือนายเอก แต่ท่านแม่คือนางเอกค่ะ มาเหนือสุด555
    #21,051
    0
  19. #20951 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 21:17
    ใกล้จะถึงเวลากินได้และ
    #20,951
    0
  20. #20905 + SaiChil + (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 02:05
    บอกแล้วว่าชอบท่านแม่ 55555 นางดูวัยรุ่นมากจ้าาาาา

    15 แล้วก็เท่ากับวัยออกเรือนล่ะนะตามอิงนิยายจีนโบราณ คุคิ
    #20,905
    0
  21. #20709 Lukitarin (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 07:04
    แหม~ ทำเหมือนโลกนี้มีกันอยู่สองคนงั้นแหล่ะ!! มาจงมาจูบอะไรกันกลางผู้คนขนาดนี้ เกรงใจกันบ้างสิ หมันไส้!! //โสดแล้วพาล 55555
    #20,709
    0
  22. #20576 _Daonuea_ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 12:41
    ยอมใจความท่านแม่ 5555555 แซ่บมั่กกกกก
    #20,576
    0
  23. #20273 pawimon boonyot (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 00:26
    ท่านแม่ท่านช่างน่ารัก5555
    #20,273
    0
  24. #20145 ploybrf2 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 18:52
    ชอบท่านแม่
    #20,145
    0
  25. #19989 Say. (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 00:20
    คืออยากบอกว่า อ่านในหลายๆครั้งชอบลืมว่าน้องพึ่ง 14 5555555555
    #19,989
    0