เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 42 : ตอนที่ ๔๑ เกิดเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,533 ครั้ง
    12 ส.ค. 59

ตอนที่ ๔๑ เกิดเรื่อง

ก่อนที่พวกเราจะได้ออกไปจากค่ายเสี่ยวคุนที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนเดินออกมาขวางหน้าคุณชายหมิง ข้าใช้โอกาสนี้ฝากข่าวกับทหารไปให้ท่านแม่ทัพว่าจะออกไปเมืองหางโจว จากนั้นข้าก็หันกลับมามองคุณชายหมิงเถียงกับเสี่ยวคุน เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าคุณชายหมิงหลบหนีจากการตามติดของเสี่ยวคุนเพื่อไปเมืองหางโจว ตอนแรกคุณชายหมิงหลงดีใจนึกว่าสลัดอีกฝ่ายหลุดไปแล้ว แต่ใครเลยจะคิดว่าเสี่ยวคุนผู้นั้นกลับมายืนดักอยู่หน้าค่ายนานแล้ว เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวคุนฉลาดกว่าคุณชายหมิงแค่ไหน ข้าเห็นเสี่ยวคุนแสยะยิ้มอย่างรู้ทันก็รู้สึกหวาดกลัวแทนคุณชายหมิง นี่มันเข้าข่ายสะกดรอยตามเป้าหมายของพวกฆาตกรจิตไม่ปกติแล้ว โชคดีที่เจ้าแมวมิได้ตามติดข้าไปเสียทุกที่... เอ๊ะ หรือว่าจะส่งผู้อื่นมาตามแทน ข้าชักจะระแวงว่าตัวเองถูกสะกดรอยตามเช่นเดียวกัน ข้าหันไปรอบๆ ตัวอย่างกังวล ฉินอ๋องคงไม่ทำอะไรเช่นนี้กระมัง

“ข้าจะไปเมืองหางโจว จงหลีกไปเสีย” คุณชายหมิงหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหหลังจากเสี่ยวคุนเอ่ยห้ามไม่ให้เขาไป เสี่ยวคุนไม่สะทกสะเทือนหรือถอยให้ เขามองคุณชายหมิงด้วยแววตาขุ่นเคืองเอ่ยปฏิเสธเสียงเข้มงวด

“ไม่ได้เด็ดขาด ข้างนอกเป็นดินแดนของข้าศึก มันไม่ปลอดภัย เจ้าคิดว่ากำลังอยู่ในแคว้นฉิงหรือไร? เงียบแล้วก็หันกลับเข้าไปในค่ายซะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ตอนนี้เมืองหางโจวตกอยู่ในการควบคุมของพวกเราแล้วนะ” คุณชายหมิงไม่ยอมจำนนง่ายๆ เขาเถียงกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่คิดอันใดซับซ้อนวุ่นวาย ความเอาแต่ใจและคิดซื่อๆ ของคุณชายหมิงส่งผลให้เสี่ยวคุนมีใบหน้ายับย่นยิ่งกว่าเดิม อันที่จริงข้าเห็นด้วยกับเสี่ยวคุน ในระหว่างสงครามมันอันตรายเกินไปที่จะออกไปเดินเล่นนอกค่าย แม้ทางฝ่ายแคว้นเหลียวจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตามแต่เราก็ไม่ควรชะล่าใจ ยิ่งใกล้เมืองหลวงของพวกมันอันตรายย่อมทวีคูณ

“ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ก็รับรองไม่ได้ว่าในเมืองจะปลอดภัย บางทีอาจจะมีพวกมือสังหารอยู่ก็เป็นไปได้” เสี่ยวคุนไม่ยอมเอนเอียงตามความเอาแต่ใจของคุณชายหมิง เขายังยืนขวางหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่หวาดหวั่นใดๆ พอมาเห็นเสี่ยวคุนตอนนี้ทำให้ข้ายิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าเขาเป็นคนเดียวกับหลวนคุนคนนั้นแน่ๆ คุณชายหมิงชักสีหน้าไม่พอใจ พยายามครุ่นคิดหาเหตุผลให้อีกฝ่ายปล่อยตนเองไป

“ในเมืองมีทหารของพวกเราเดินลาดตระเวนอยู่ ไม่เกิดอันใดขึ้นหรอก”

“ไม่ได้...”

“คุณชายหมิง! ท่านก็จะออกไปเมืองหางโจวเช่นกันรึ? เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือขอรับ?”

ระหว่างที่คุณชายหมิงกับเสี่ยวคุนฉุดกระชากลากถูกันก็มีคนเข้ามาแทรก ข้าจำได้ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่มาพร้อมกับคุณชายหมิง น่าจะเป็นหมออาสาที่คุณชายหมิงเก็บมาตามรายทาง พวกเขานั่งอยู่บนเกวียนเมื่อเห็นคนคุ้นเคยกันก็กระโดดลงมาสนทนาด้วย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นคุณชายหมิงกำลังถูกเสี่ยวคุนลากกลับเข้าไปในค่าย พวกเขามองอย่างงุนงงแล้วเอ่ยถามพลางมองสลับทั้งสองคนไปมา คุณชายหมิงที่เห็นว่ามีพรรคพวกเพิ่มมากขึ้นก็ตาเป็นประกายสะบัดแขนออกจากเสี่ยวคุนแล้วเดินไปหาพรรคพวกด้วยท่าทางเบิกบาน

“ไม่มีอะไรหรอก พวกเจ้าจะออกไปยังเมืองหางโจวงั้นรึ? ข้าไปด้วยคนสิ”

“...ได้แน่นอนขอรับคุณชายหมิง พวกเราขออนุญาตหัวหน้าหมอซ่งและท่านแม่ทัพแล้ว ไปกันเถิดขอรับ” คนเหล่านั้นเหลือบมองมาที่เสี่ยวคุนอย่างกริ่งเกรง ก่อนจะหันมาตอบคุณชายหมิงด้วยท่าทางยินดีอย่างเห็นได้ชัด อันที่จริงข้าอยู่ข้างเดียวกับเสี่ยวคุน ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการออกไปนอกค่ายในตอนนี้ เสี่ยวคุนมองพวกเขาด้วยสายตาเคร่งเครียดน่ากลัวแต่คุณชายหมิงกลับทำเป็นมองไม่เห็น แถมยังหันมาแลบลิ้นใส่อย่างไม่เกรงกลัวอีก เสี่ยวคุนคิ้วกระตุกยิกๆ จากนั้นก็หันขวับมามองข้า อะไร? มิใช่ข้าเป็นคนชวนเขาเสียหน่อย เจ้าจะมาโทษข้าไม่ได้นะ!

“เจ้าห้ามคนปัญญาอ่อนนั่นสิ”

ข้ากะพริบตาปริบๆ มองเสี่ยวคุนที่เอ่ยกับข้าด้วยท่าทางฉุนเฉียวอย่างหลากอารมณ์ นี่เขากำลังขอร้องข้าอยู่งั้นรึ? เป็นสิ่งที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับข้าจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าเขาคือหลวนคุนผู้นั้น แถมเขายังเรียกคุณชายหมิงว่าคนปัญญาอ่อนอีก สงสัยจะโมโหจนลืมตัวแล้วกระมัง ข้าหันมองไปยังคุณชายหมิงที่ปีนขึ้นไปนั่งบนเกวียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วก็ต้องหันมาตบไหล่เสี่ยวคุนแล้วเอ่ยแนะนำอย่างจนใจ

“ท่าทางจะห้ามมิได้แล้ว ข้าว่าเจ้าตามไปจับตามองเขาไว้น่าจะดีกว่า”

“เฮ้อ ไปเถิด” เสี่ยวคุนลอบชำเหลืองมองไปยังคุณชายหมิงที่ส่งสายตาท้าทายมาให้แล้วหันกลับมาถอนหายใจปลดปลง เขาเอ่ยชวนข้าพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจให้ราวกับเป็นสหายร่วมชะตากรรมเดียวกัน เอ่อ ข้ากับเขาญาติดีกันแล้วกระมัง? มันช่างแตกต่างจากในชีวิตที่แล้ว แต่เอาเถิด ข้าชอบตอนนี้ยิ่งนัก! ข้ากับเสี่ยวคุนเดินไปขึ้นเกวียนพร้อมกันแล้วนั่งนิ่งเงียบมองไปรอบข้างอย่างระแวงระวัง

ใช้เวลาไม่นานจากค่ายทหารมายังเมืองหางโจว พวกเราลงที่หน้าประตูเมืองแล้วแยกย้ายกันไปเดินท่องเมือง นัดเจอกันอีกครั้งอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้า ข้าเดินตามหลังเสี่ยวคุนกับคุณชายหมิงที่ยังฮึดฮัดใส่กันตลอดทาง เฮ้อ คุณชายหมิงผู้แสนดี ปกติเขาจะปฏิบัติตัวกับคนอื่นอย่างเอาใจใส่ แต่พอเป็นเสี่ยวคุนเขากลับเอาแต่ใจตัวเองและทำตัวเหมือนเด็กๆ ทั้งที่มีอายุมากกว่า ไม่รู้ว่าคุณชายหมิงจะรู้ตัวหรือไม่ แต่ข้าว่าเสี่ยวคุนคนนั้นจะต้องทราบถึงข้อนี้เป็นแน่ ถึงได้ไม่ปริปากบ่นใดๆ แม้จะถูกคุณชายหมิงเอาแต่ใจร้ายกาจใส่ก็ตาม ไม่นานทั้งสองก็เหมือนจะคืนดีกันและคล้ายกับข้าจะกลายเป็นส่วนเกินของพวกเขา บ้าจริง ข้าทนต่อไปมิไหวจึงขอตัวเดินออกไปอีกด้าน

ในยามสงครามเช่นนี้ชาวเมืองหางโจวกลับออกมาเดิน และเปิดร้านขายของกันอย่างปกติราวกับมิได้อยู่ในช่วงสงคราม ข้าเห็นทหารฝ่ายเราเดินตรวจตราไปทั่วเมือง เรียกได้ว่าเข้มงวดแต่ก็มิได้ประรานชาวบ้านแต่อย่างใด นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวเมืองไม่ตื่นตระหนกและใช้ชีวิตสบายๆ เช่นนี้ ข้ารู้สึกโล่งใจมิใช่น้อย เป็นเช่นนี้ย่อมดีกว่าเกิดเหตุนองเลือด ข้าเดินไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกผู้คนจับจ้องมองมา ข้าถอนหายใจกับการแต่งตัวของตนเอง ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นๆ จะมองอย่างหวาดระแวง ข้าเดินหลบไปยังซอยเล็กๆ เดินไปตามซอกซอยที่ไม่ค่อยมีคนเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของผู้คน จะว่าไปแล้วข้ากับซอกซอยเหล่านี้เหมือนจะไม่ค่อยถูกกันเสียเท่าไร เพราะเวลาข้าเดินเข้ามามักจะเกิดเรื่องขึ้นเสียทุกที...

“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!

พูดยังไม่ทันขาดคำ!

ถิงเอ๋อร์! ระวังตัวด้วย! พวกมันมาหลายคนแถมยังมีพลังขั้นสูงอีกด้วยท่านแม่ร้องเตือนข้าแทบจะทันที ข้าพยักหน้า สร้างอาณาเขตครอบตัวเองเอาไว้ อำพรางทุกอย่างไม่ให้คนอื่นได้เห็น ข้ารีบเดินไปยังสถานการณ์เกิดเหตุที่มีเสียงคนตะโกนขอความช่วยเหลือ ไม่นานก็มาถึงที่เกิดเหตุพร้อมกับเสียงของชายหนุ่มคนนั้นจางหายไป

เหมือนพวกมันกำลังสังหารใครบางคนอยู่ ผู้ติดตามของชายคนนั้นถูกสังหารไปหมดแล้ว มือสังหารระดับนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ท่านแม่ที่ออกมาจากหินซับจันทราลอยหายไปหลังกำแพงแล้วเอ่ยเล่าเหตุการณ์อีกด้านให้ข้าฟัง ข้าพยักหน้าแล้วเอ่ยถามถึงเป้าหมายสังหารผู้นั้น

อืม ดูเหมือนจะเป็นคนใหญ่คนโตน่าดูเชียวละ หน้าตาดีเสียด้วย อ๊ะ ล้มไปเสียแล้ว

ไม่ได้การละ ข้าต้องข้ามไปฝั่งนั้นเสียแล้ว ข้าสั่งอาณาเขตให้ลอยข้ามไปอีกด้าน ทันเห็นมือสังหารที่สวมชุดเหมือนชาวบ้านทั่วไปแต่สวมโม่งปิดหน้าปิดตาเดินย่างสามขุนไปยังเป้าหมายสังหารที่นอนหายใจโรยระริน

“เร็วๆ เข้าเถิด พวกเรายังเหลืออีกงาน”

“ให้ตาย งานสังหารอ๋องน้อยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ให้พักหายเหนื่อยก่อนเถิด”

“รีบๆ สังหารเสีย หากอยากพักก็เอาไว้พักตอนงานเสร็จ ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน เจ้ารีบตามมา”

“ขอรับๆ หัวหน้า”

หัวหน้าของพวกมันกระโดดหายลับไปพร้อมกับมือสังหารที่เหลือ เหลือเพียงมือสังหารเอาไว้ไม่กี่คน คนที่กำลังเงื้อกระบี่ในมือเพื่อทำการดับลมหายใจเป้าหมายหันไปสั่งมือสังหารที่เหลือให้ทำอะไรบางอย่าง ข้าไม่ได้สนใจมากนักเพราะตอนนี้กำลังส่งอาณาเขตไปที่เป้าหมายสังหารที่กำลังจะหมดลมหายใจ ข้าจดจ่อมองอาณาเขตที่ค่อยๆ ครอบคลุมชายหนุ่มคนนั้นแล้วออกคำสั่งรวดเดียว

ขัง / ล่องหน

เคล้ง!

“เฮ้ยยย!” มือสังหารคนนั้นหันมาฟันกระบี่ในมือของมันใส่เป้าหมาย กระบี่กระแทกเข้ากับอาณาเขตของข้าอย่างจังจนมันต้องผงะถอยหลัง มันส่งเสียงร้องตกใจเบิกตามองเบื้องหน้าที่ไม่เห็นเหยื่อก็ขมวดคิ้วงุนงง หันมองซ้ายมองขวาคิดว่าเหยื่อได้หนีหายไปแล้ว มันทำเสียงขึ้นจมูกอย่างหงุดหงิดแล้วร้องตะโกนเตือนให้พวกของมันระวังตัว ข้าต้องชื่นชมมันที่มีสัญชาตญาณเอาแต่ตัวรอดสูงเช่นนี้แต่มันก็ไม่ทันแล้ว เพราะข้าได้เตรียมการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

รวบ! / มัด! / นิ่ง!

ข้าสั่งอาณาเขตขนาดไม่ใหญ่ที่อยู่ข้อเท้ากับข้อมือของพวกมันแล้วสั่งรวบข้อเท้าข้อมือพวกมันเข้าหากันแล้วสั่งมัดมือและเท้าของพวกมัน สุดท้ายก็โบกมือสั่งให้ข้อมือข้อเท้าของมือสังหารพวกนั้นหยุดนิ่ง ข้าทำได้อย่างหมดจดจริงๆ สงสัยเพราะการฝึกฝนการรักษาเฉพาะจุดกระมังที่ทำให้ทำเช่นนี้รวดเร็วขึ้น

ถิงเอ๋อร์! เร็วเข้า! พวกมันกำลังฆ่าตัวตาย!ท่านแม่ตะโกนบอกข้าอย่างรีบเร่งเมื่อก้มมองพวกมือสังหารที่เงียบไม่โวยวาย ข้าคาดไม่ถึงว่าพวกมันจะฆ่าตัวตาย พอถูกท่านแม่ตะโกนใส่ก็ตกใจทำอันใดไม่ถูก ท่านแม่พ่นลมหายใจใช้พลังหยุดเวลาเอาไว้ได้ทันท่วงที ข้าถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วสร้างอาณาเขตขนาดใหญ่ไปครอบพวกมันแล้วสั่งให้มันสลบไป ท่านแม่ปลดพลังของตนเองแล้วหันมามองข้าด้วยแววตาเฉียบคม

เป็นเรื่องปกติ มือสังหารพวกนี้ทำงานด้วยชีวิต เมื่อภารกิจล้มเหลวพวกมันต้องฆ่าตนเองเพื่อไม่ให้สาวไปถึงเบื้องหลังหรือคนจ้างวานได้ เจ้าไปดูคนเจ็บก่อนเถิด เดี๋ยวข้าจะตามพวกมือสังหารอีกกลุ่มไป

“ขอรับ” ข้าพยักหน้าแล้วเดินไปหาคนบาดเจ็บที่นอนนิ่งอยู่ที่เดิม ข้ายกเลิกคำสั่งชุดเดิมแล้วออกคำสั่งรักษาเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเปื้อนเลือดของเขาทำให้ข้าไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร แต่ดูจากเนื้อผ้าที่เขาสวมใส่คาดว่าเขาจะเป็นคนร่ำรวยมีฐานะ เครื่องแต่งกายหนาเน้นความอบอุ่นและประดับอัญมณีมากมายเช่นนี้ย่อมเป็นคนแคว้นเหลียวเป็นแน่ ข้าทำการออกคำสั่งทำความสะอาดให้แก่เขา เมื่อปราศจากคราบเลือดข้าจึงได้เห็นโฉมหน้าของเขาที่หล่อเหลานุ่มนวลคล้ายบัณฑิตผู้มากไปด้วยมารยาท ข้าเลิกคิ้วแปลกใจ คนประเภทนี้เหตุใดถึงได้ถูกตามสังหารเช่นนี้ได้?

แย่แล้ว ถิงเอ๋อร์! กลุ่มมือสังหารพวกนั้นมุ่งหน้าไปหาคุณชายชุดแดงผู้นั้นแล้ว!

ชุดแดง? หมายถึงคุณชายหมิงน่ะเหรอ!? ไยถึงเป็นเขาเล่า? ข้าหันไปมองมารดาอย่างงงๆ พวกนักฆ่าจะไปลอบสังหารคุณชายหมิงงั้นรึ? ข้ากำลังลุกขึ้นยืนเพื่อจะไปช่วยเหลือสหาย แต่คนที่ข้าเพิ่งช่วยเหลือเอาไว้กลับลืมตาขึ้นมาเสียก่อน ข้ามองเขาที่ไอออกมาเสียงแห้งๆ จึงเอ่ยถามอาการของเขา เขาไอแคกๆ ออกมาสองสามทีเงยหน้าขึ้นมามองข้าแล้วชะงักวูบหนึ่งเพราะหน้ากากที่ข้าใส่ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา ข้าไม่ได้เอ่ยอะไรกับเขาอีก เมื่อเห็นอีกฝ่ายปลอดภัยดีแล้วข้าก็หันหลังจะเดินออกไป แต่ถูกหยุดเอาไว้ก่อนชายคนนั้นดึงผ้าคลุมของข้าแน่น ข้าหันกลับไปหาเขาพร้อมกับขมวดคิ้ว ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านนั้นเอ่ยออกมาด้วยเสียงค่อนข้างแหบแห้ง

“เจ้าช่วยพาข้าไปยังค่ายทหารของฉินอ๋องได้หรือไม่?”

ข้าเลิกคิ้วขึ้นสูงมองอีกฝ่ายด้วยความระแวงปนแปลกใจ เขาเป็นคนแคว้นเหลียวอย่างแน่นอน ดูจากการแต่งกายและสำเนียงการพูด แม้ว่าทุกแคว้นจะมีใช้ภาษาเดียวกันหมดแต่สำเนียงหรือบางคำจะมีเฉพาะของแต่ละแคว้น แคว้นเหลียวอยู่ทางเหนือสำเนียงการพูดของพวกเขาจะสั้นห้วนและรวดเร็ว ถ้าข้าพาเขาไปยังค่ายทหารของฝ่ายเรามิใช่ว่าข้าจะพาสายลับหรือศัตรูเข้าไปในถิ่นหรอกหรือ? อีกฝ่ายเห็นข้ายืนนิ่งก็เกิดอาการร้อนใจพยายามพูดขอร้องข้า

“เจ้าต้องการสิ่งใด? เงินทองหรือตำแหน่งย่อมได้ทั้งสิ้น ขอเพียงเจ้าพาข้าไปส่งที่ค่ายทหารแคว้นฉิง! เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ได้โปรดพาข้าไปด้วยเถิด!

ข้ามองเขาที่จ้องมองมาด้วยแววตามุ่งมั่นอันแรงกล้าก็เริ่มแปลกใจขึ้นมาตามลำดับ แต่ว่าข้ายังไม่วางใจนักจึงเปิดปากถามอีกฝ่ายออกไปตรงๆ

“เพราะเหตุใดเจ้าถึงต้องการไปที่นั้น?”

“เรื่องนี้เป็นความลับ ข้าบอกเจ้ามิได้ บอกได้เพียงแต่การไปของข้านั้นจะนำพาความสงบสุขมาสู่แคว้นของพวกเราอย่างแน่นอน! ได้โปรดเถิด!

“เจ้าเป็นใคร?” ข้านิ่งไปสักพักเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงเรื่องสำคัญยิ่งยวดอย่างนั้นแอบตกใจเล็กๆ แต่ข้าก็ยังพลีพลามรับปาก ข้าเอ่ยถามเขาอีกคำถาม

“...ข้า...ข้า...คือ...”

“หากเจ้าไม่ตอบก็อย่าฝันว่าจะได้ออกจากเมืองหางโจวนี้ ยังมีมือสังหารอีกกลุ่มหากพวกมันรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่คงจะย้อนกลับมาสังหารเจ้าเป็นแน่ ตอนนี้เจ้าไม่มีผู้คุ้มกันสักคนคงรอดไม่นานนักหรอก”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายอ้ำอึ้งลังเลใจที่จะตอบข้าก็เพิ่มความเข้มของน้ำเสียงข่มขู่เขาเสียจนอีกฝ่ายกัดฟันกรอด จ้องมองข้าด้วยแววตาขุ่นเคือง ทว่าเขากลับพยายามเอ่ยขอร้องข้าดีๆ

“ได้โปรด! ข้าเป็นบุตรชายของวู๋อ๋อง พระราชนัดดาขององค์ฮ่องเต้แคว้นเหลียวนามว่า อู๋เฟิงป๋อ!

เขาเป็นอ๋องน้อยจริงๆ งั้นรึ!?

ข้าไม่รู้จักเชื้อราชวงศ์ของแคว้นเหลียวเสียด้วยสิ เอายังไงดี? ระหว่างที่ข้ากำลังลังเลอยู่นั้นท่านแม่ก็ส่งเสียงเรียกอีกครั้ง ข้าหันไปมองนางแล้วกะพริบตาเมื่อเห็นนางชี้ไม้ชี้มือไปที่มือสังหารที่ถูกข้าทำให้สลบไป สายตาของข้าเหลือบไปเห็นชุดเครื่องแบบทหารของแคว้นฉิงอย่างรวดเร็ว ข้าเดินไปเก็บชุดนั้นแล้วครุ่นคิด เหตุใดพวกมันถึงกำลังจะเปลี่ยนชุดพรรคพวกที่ตายด้วยชุดทหารแคว้นฉิง? หรือว่า...พวกมันคิดจะใส่ร้ายแคว้นฉิง? ข้าหันขวับไปมองอ๋องน้อยผู้นั้นแล้วเหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้ บางทีพวกมันอาจจะสังหารคนผู้นี้แล้วป้ายความผิดมาให้แก่แคว้นฉิงทำให้สงครามยิ่งปะทุหนักขึ้น? ไม่ได้การ! บางทีอ๋องน้อยผู้นี้อาจจะเป็นตัวแปรสำคัญก็เป็นไปได้

ข้าจึงตัดสินใจหิ้วร่างของอ๋องน้อยไปด้วย ข้ากระโดดขึ้นบนหลังคาบ้านเรือนมุ่งหน้าไปยังจุดปะทะระหว่างคุณชายหมิงและมือสังหาร อ๋องน้อยแคว้นเหลียวร้องอย่างตื่นตระหนก พอข้าหันกลับไปมองเขาก็พยายามเอามือปิดปากตนเองไว้อย่างแสนรู้ อ๋องน้อยคนนี้จะตัวบางตัวเล็กไปไหนกัน ข้าอุ้มได้อย่างสบายๆ เลยละ ขนาดหนักๆ อย่างเจ้าแมวข้ายังอุ้มมาแล้ว ตัวผอมบางเป็นบัณฑิตตกยากเช่นอ๋องน้อยผู้นี้ไม่คณามือข้าหรอก ข้ากระโดดลอยตัวไปบนอากาศอย่างคล่องแคล่ว วิชาตัวเบาของข้าค่อนข้างดีทีเดียว เมื่อมาใกล้จุดปะทะข้าพาอ๋องน้อยแคว้นเหลียวไปซ่อนเอาไว้เสียก่อน พร้อมกับกำชับไม่ให้เขาออกมาจนกว่าข้าจะเรียก อ๋องน้อยคนนั้นพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ข้าถึงเหินตัวออกไปซุ่มมองการปะทะระหว่างมือสังหารและพวกคุณชายหมิง 

คุณชายหมิงใช้พลังแสงสร้างเกราะป้องกันตัวพลางลอบโจมตีมือสังหารด้วยแสงของเขา พลังของคุณชายหมิงน่าประทับใจจริงๆ มันแข็งแกร่งมากๆ ใช้ได้ทั้งป้องกันโจมตีและรักษาแทบจะครบเครื่องเลยทีเดียว และลมปราณของเขาก็มีมากสมกับเป็นคุณชายผู้เก่งกาจรอบด้านจริงๆ ตรงหน้าคุณชายหมิงคือเสี่ยวคุนหรือหลวนคุนที่กำลังต่อสู้อยู่ แต่การต่อสู้ของเขานั้นแปลกๆ อยู่เล็กน้อย ประเดี๋ยวก็ฟาดฟันศัตรูประเดี๋ยวก็ฟันพื้น ข้าขมวดคิ้วงุนงงนึกว่าเขาพลาดเป้าจากศัตรูแต่บางครั้งมันดูเหมือนเขาตั้งใจเสียมากกว่า และทุกครั้งที่เขาฟันลงพื้นเหล่ามือสังหารที่อยู่ใกล้เคียงจะต้องร้องเจ็บปวดเหมือนฟันถูกตัวพวกมัน ข้าขมวดคิ้วลองสังเกตอย่างละเอียดก็ต้องยกคิ้วร้องอุทานอย่างอัศจรรย์ใจ เขาไม่ได้ฟันลงพื้นเฉยๆ แต่เขาฟันลงเงาต่างหาก! นี่หมายความว่าเขามีพลังวิเศษแปลกประหลาดอย่างนั้นรึ? ทำร้ายเงา? พอประสานเข้ากับวรยุทธ์ของเขานับว่าร้ายกาจพอตัว การจะรับมือนั้นลำบากอย่างยิ่งยวดเพราะต้องระมัดถูกตัวและเงาไปพร้อมกัน

“เสี่ยวคุน!” คุณชายหมิงร้องดังลั่นเมื่อถูกมือสังหารทำลายเกราะแสงที่ป้องกันตัวและพุ่งเข้าไปหมายจะเอาชีวิตเขา เสี่ยวคุนหันขวับแล้ววิ่งพุ่งเข้าไปหาคุณชายหมิงอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจมือสังหารที่เงื้อดาบฟันหลังเลยแม้แต่น้อย เสี่ยวคุนถูกฟันหลังไปเต็มๆ แต่เขาก็ไม่สนใจวิ่งไปช่วยคุณชายหมิงจากเงื้อมมือของพวกนักฆ่าได้อย่างหวุดหวิด ข้าอ้าปากค้างอย่างอึ้งและทึ่ง อดจะชื่นชมอีกฝ่ายมิได้จริงๆ อยากจะปรบมือดังๆ ให้ด้วยซ้ำ

นี่มันโคตรวีรบุรุษ!

คุณชายหมิงน้ำตานองหน้าเมื่อเห็นเสี่ยวคุนเลือดอาบ อันที่จริงแล้วถ้าหากไม่ใช่ความดื้อดึงของเขาที่จะออกมาจากค่ายก็คงมิเกิดเรื่องนี้ขึ้นหรอก บางทีหลังจากนี้คุณชายหมิงอาจจะรู้สึกผิดจนเชื่อฟังคำพูดทุกอย่างของเสี่ยวคุนเป็นแน่ ถ้าหากรอดไปจากมือสังหารพวกนี้ได้ล่ะนะ ข้ายังคงซุ่มมองอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อนแสดงตัวออกไปให้พวกศัตรูได้รับรู้ตัวตน ข้าครุ่นคิดแผนการและกำลังจะเริ่มลงมือ เป็นจังหวะเดียวกันคุณชายหมิงเหมือนมีญาณรับรู้ เขาเงยหน้าขึ้นมาบนกำแพงเห็นข้าก็ตาเป็นประกาย ข้าพยายามส่งสัญญาณให้เขาเงียบ แต่...

“ซินเยว่! เร็วเข้า! เสี่ยวคุนจะไม่ไหวแล้ว ข้าเองก็ลมปราณหมดแล้ว!

ฉิบ....จริงๆ

ข้ามองคุณชายหมิงด้วยสายตาเย็นชา แทนที่จะให้ข้าค่อยๆ จัดการศัตรูในเงาแต่กลับแหกปากร้องลั่นให้ศัตรูรับรู้ตัวตนข้าเสียได้ ข้าได้แต่เอือมระอากับความไม่รู้จักคิดของอีกฝ่าย ใสซื่อจนซื่อบื้อจริงๆ! พวกมือสังหารหันมาเห็นข้าก็แผ่ไอสังหารพุ่งเข้ามาใส่ทันที ข้าสร้างสร้างอาณาเขตคลุมตัวแล้วสั่งขังในทันที ดาบหรือกระบี่ของพวกมันไม่อาจทะลุเข้ามาแตะต้องตัวข้าได้แม้แต่เสี้ยว พวกมันพยายามฟาดฟันอาวุธใส่เพราะก็ไม่อาจทำลายอาณาเขตของข้าได้ ข้าวางใจในระดับหนึ่งแล้วหันมองไปรอบๆ อย่างสงสัย

เกิดการต่อสู้ขนาดนี้แต่พวกทหารหายหัวไปไหนกันหมด!? ทำไมไม่มาดูเหตุวุ่นวายตรงนี้บ้าง? พวกนักฆ่าเห็นว่าทำอะไรข้าไม่ได้ก็ถอยออกไปพลางขมวดคิ้วอย่างระแวงรอโจมตีเข้ามาใหม่ ข้าปลดอาณาเขตออกกระโดดลงไปที่พวกคุณชายหมิง ข้าพยักหน้าให้กับเสี่ยวคุนแล้วลากคุณชายหมิงออกไป สร้างอาณาเขตแล้วยัดเขาเข้าไปในนั้นปิดท้ายด้วยคำสั่งขัง คุณชายหมิงตกใจพยายามใช้มือทุบเพื่อออกมาแต่ทำอย่างไรก็ออกมาจากอาณาเขตของข้าไม่ได้

“ปล่อยข้า! ข้าจะต่อสู้!

ต่อสู้อันใดเล่าเจ้าหมดลมปราณแล้วนี่!

ข้าถอนหายใจอย่างปลดปลงก่อนจะเหลือบไปมองเสี่ยวคุนที่หน้าซีดขาว แย่ละสิ ฝ่ายบู๊ฝั่งเรากำลังย่ำแย่แต่ฝั่งพวกมันกลับเหลือเป็นสิบ แถมเท่าที่สังเกตยังไม่เห็นพวกมันใช้พลังวิเศษกันเลยด้วย จากที่ข้าวิเคราะห์แล้วพวกมันน่าจะไม่อยากใช้เพราะไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของคน พวกมันถึงได้เลือกที่จะใช้เพียงวรยุทธ์ ขนาดใช้แค่วรยุทธ์พวกมันยังเก่งกันขนาดนี้ ข้าไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพวกมันใช้พลังวิเศษด้วยจะเก่งขนาดไหน? ยังไม่สิ้นคำที่ข้าคิด ตัวหัวหน้าก็พยักหน้าหงึกหงักเหมือนให้สัญญาณอะไรบางอย่างกับพวกลูกน้องของมัน ทันใดนั้นพวกมันก็ระเบิดลมปราณออกมาจากตัวอย่างรุนแรง ข้าเบิกตากว้างอย่างตกใจ แต่ละคนน่าจะขั้นห้าขึ้นไปอย่างแน่นอน แย่แล้ว! ข้าเพิ่งขั้นสี่ เสี่ยวคุนเองก็น่าจะไม่เกินขั้นสี่ ส่วนขั้นห้าอย่างคุณชายหมิงกลับไร้ประโยชน์ไปแล้ว

ถิงเอ๋อร์! รีบทำอะไรสักอย่างเร็วเข้า!ท่านแม่เอ่ยเร่งเร้า ข้าขมวดคิ้วตัดสินใจกางอาณาเขตให้ใหญ่มากที่สุดครอบคลุมพื้นที่ในบริเวณนี้ทั้งหมด จากนั้นก็หลับตาเพื่อรวบรวมสมาธิส่งคำสั่งไปเฉพาะจุด ให้คำสั่งมีผลต่อพวกมือสังหารเท่านั้น

ไร้ลมปราณ! / ไร้พลัง!

ข้าลืมตาขึ้นมองพวกมือสังหารที่พุ่งเข้ามาหมายจะเอาชีวิตพวกเราร่วงหล่นลงพื้นเป็นลูกเห็บ พวกมันมองมือตนเองอย่างงุนงงปนสับสนเมื่อจู่ๆ พลังวิเศษและลมปราณก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าสูดลมหายใจแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้น ข้าหมดลมปราณแล้ว ไม่อาจใช้พลังเยว่ตี้ได้อีกต่อไป คงจะต้องหวังพึ่งวรยุทธ์ของเสี่ยวคุนแล้วละ โชคดีที่ข้าทำให้พวกมันไร้พลังวิเศษและลมปราณไปเรียบร้อยแล้ว 

ถิงเอ๋อร์ เหตุใดไม่ทำให้พวกมันสลบเล่า!?ท่านแม่ลอยเข้ามาใกล้ข้าแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้าเบิกตากว้างอย่างตกใจ นั่นน่ะสิ ข้าลืมไปเสียสนิท เพราะมัวแต่ตกใจกับพลังขั้นสูงของพวกมัน คิดแค่ว่าจะทำให้พวกมันใช้พลังไม่ได้เท่านั้น ข้าทำหน้าหดหู่เพราะความโง่และตื่นตูมของตนเอง ท่านแม่ถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยปลอบพร้อมกับสั่งสอนข้า

ช่างเถิด แต่จดจำเอาไว้ ในการต่อสู้จริงๆ เจ้าต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา อย่าได้มัวแต่ตื่นตกใจง่ายเช่นนี้อีก แล้วเป็นอย่างไรบ้าง?ข้าพยักหน้าซึมๆ ท่านแม่จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนอย่างเป็นห่วง ข้าส่ายหน้าบอกนางว่าไม่เป็นไร เพียงแค่ใช้ลมปราณไปหมดแล้วเท่านั้น อาณาเขตใหญ่มากจริงๆ ครอบคลุมสูงถึงบนฟ้า นักฆ่ากว่าสิบคนที่อยู่อย่างกระจัดกระจายไม่รอดพ้นอาณาเขตของข้าเลยสักคน ไม่แปลกที่ลมปราณของข้าจะหมดเช่นนี้ แต่การกระทำของข้ามันช่างสูญเสียอย่างโง่เขลาจริงๆ เพราะแบบนี้ถึงทำให้ลมปราณหมดไม่อาจใช้พลังได้อีก

เสี่ยวคุนทรุดตัวลงอย่างเหนื่อยล้า ข้ามองเขาด้วยความกังวลแทบจะสบถออกมาดังลั่น บ้าเอ๊ย! ถ้าเขาล้มไปอีกคนพวกเราตายแน่แล้ว! ข้าพยายามลุกขึ้นแล้วคว้าเอาดาบของมือสังหารมาถือไว้ เสี่ยวคุนเองก็กัดฟันพยายามลุกขึ้น

“เสี่ยวคุน! พอได้แล้ว! เจ้าเจ็บจะตายอยู่แล้วนะ!” คุณชายหมิงตะโกนห้ามออกมาทั้งน้ำหูน้ำตาไหลพราก

พอไม่ได้นะ ไม่งั้นตายหมด! ข้าตะโกนลั่นในใจสวนทางกับคุณชายหมิงคนละทิศคนละทาง ชำเหลืองมองไปที่เสี่ยวคุนอย่างกังวลใจว่าเขาจะไหวไหม? ข้าหันไปมองรอบด้านอีกครั้ง ทหารหายไปไหนหมด! อึดใจต่อมาพวกมือสังหารเริ่มตั้งสติได้มันหันขวับมามองพวกเราพร้อมกับไอเข่นฆ่าพุ่งพรวดวิ่งเข้ามาด้วยดวงตาเกรี้ยวกราด  

ลูกแม่! วิกฤตแล้ว! ทำจิตให้ว่างเปล่าเข้าไว้!

อะไรนะ!? ข้าหันไปมองท่านแม่ที่ทำหน้าเคร่งเครียด ให้ข้าทำจิตว่างก่อนตายหรืออย่างไร? ข้ามองนางอย่างงุนงงก่อนจะหันไปเหวี่ยงดาบรับมือกับพวกมือสังหาร เอาละ งานนี้วรยุทธ์ที่ฝึกฝนมาจะได้ใช้ประโยชน์จริงๆ แล้ว ข้ากัดฟันหลบดาบพวกมันแล้วฟันดาบตอบโต้ เสี่ยวคุนกัดฟันกระชับกระบี่ในมือฟาดฟันศัตรูอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว ข้ากับเสี่ยวคุนพยายามต้านมือสังหารอย่างทุลักทุเล คุณชายหมิงยังคงร้องตะโกนไม่หยุด ข้าขมวดคิ้วรู้สึกโมโหขึ้นมาตงิดๆ เช่นเดียวกับเสี่ยวคุนที่เหมือนจะอารมณ์ขาดผึง เขาหันไปตะโกนสั่งคุณชายหมิงเสียงดังลั่น

“หุบปาก! หากข้าไม่ทำแล้วผู้ใดจะปกป้องเจ้า!

คุณชายหมิงหุบปากอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีน้ำตาลอันงดงามของเขาคลอน้ำตามองเสี่ยวคุนอย่างซาบซึ้งใจปนอ่อนหวาน ข้านี่รู้สึกเป็นส่วนเกินอีกครั้ง นี่มันใช่เวลาหวานชื่นกันงั้นรึ? กำลังจะตายห่ากันอยู่แล้ว ข้ามัวแต่มองพวกเขาสองคนอย่างขัดเคืองเกือบจะถูกมือสังหารฟันขาดครึ่ง ข้าเอนหลังหลบได้อย่างหวุดหวิด โชคดีอย่างยิ่งที่ตัวอ่อนช่วยเอาไว้ ข้ามัวแต่รับมือกับศัตรูไม่สนใจสิ่งรอบข้างจนกระทั่งท่านแม่ตะโกนกรอกหู

เจ้าลูกโง่! ถ้าไม่อยากตายก็รีบทำจิตให้ว่างเปล่าเร็วเข้า!

ข้าถูกเสียงของนางทำให้มึนศีรษะหน้ามืด ข้าเบิกตากว้างเมื่อดาบของนักฆ่าตวัดมาใส่ข้า ข้าสะดุ้งเฮือกตัวเย็นวาบ สติดับวูบไปชั่วขณะ ไม่นานมันก็กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ข้ากะพริบตาปริบๆ เมื่อครู่เกิดอันใดขึ้น? ข้ากำลังถูกฟันมิใช่รึ? แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บใดๆ ข้าที่กำลังมึนงงเงยหน้าไปมองแล้วกะพริบตาปริบๆ มองคนตรงหน้าคว้าดาบนักฆ่าด้วยมือเปล่า...ข้าเบิกตากว้างแทบถลนออกมาจากเบ้า

“ไอ้พวกสารเลวสมควรตาย! บังอาจรังแกลูกชายของข้า ตายซะเถิด!!

เฮ้ย นั่นมันข้าไม่ใช่รึ!!?

 

 

 

 





เสี่ยวคุน / หลวนคุน


ก็บอกแล้วไม่ได้ติดเกมโปเกม่อนนนน โอ๊ยยยยย! เริ่มหงุดหงิด เดี๋ยวไปติดจริงๆ ซะเลยนี่!

พวกที่เยาะเย้ยเลเวลระวังไว้! เค้าจะหายไปอัพเลเวล ไม่ถึงเวลยี่สิบไม่มาอัพ!

 

ส่วนท่านผู้อ่านที่ไม่ได้โฟกัสเรื่องนั้นก็อย่าเก็บมาใส่ใจนะคะ//เข้าโหมดนางฟ้า

เดี๋ยวนะ อ๋องน้อยโผล่มาแวบเดียวมีคนปันใจ คืออัลไลอะ ใจง่ายนะเธอ 5555

ส่วนแสงก็คู่ควรกับเงาละคะ ชัดเจนไหมมมมม หายระแวงกันได้แล้ว!

อืม ว่าแต่อ๋องแมวหายต๋อมเลยวุ้ย สงสัยไปล่าโปเกม่อนอยู่แหงๆ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.533K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25372 Maylyunho (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:38
    ท่านแม่เข้าร่าง สุดยอด
    #25,372
    0
  2. #24974 jinhaana (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 07:05
    ชอบมาก ท่านแม่คือสุดยอดมาก55555
    #24,974
    0
  3. #24770 molyarat (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 12:57
    แม่มาเอง555555
    #24,770
    0
  4. #24444 PunNutnicha (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:38
    แม่องค์ลงแล้วนะ555
    #24,444
    0
  5. #24412 Fueled me (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:57
    ท่านแม่ท็อปฟอร์มมาก555555555
    #24,412
    0
  6. #24294 Kmmbs may (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:38
    แม่55555555555555
    #24,294
    0
  7. #23975 munkrishear (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 02:57
    ท่านแม่สู้เขา555555555
    #23,975
    0
  8. #23914 Cereal_Killer (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 00:56
    เข้าใจน้องเลย ไม่เคยต่อสู้มาก่อนจะสติหายก็ไม่แปลก
    #23,914
    0
  9. #23871 Redtktk (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 01:38
    ไม่ชอบคนแบบคุณหมิงเลย มันน่าทุบสักทีสองที
    #23,871
    0
  10. #23862 chilfull (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 18:09

    นายเอกโง่ เราจะตายกันหมด แหมะ!!!เดี๋ยวอึ้ง เดี๋ยวเวิ้นเว้อ ฉลาดซักทีเถอะเว้ย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-07.png

    #23,862
    0
  11. #23715 Peach9 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 16:26
    องค์แม่ลง555555555
    #23,715
    0
  12. #23682 ♦ ZSamael ♦ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:21
    พลังที่สามของอาถิงก็คืออัญเชิญหม่าม๊า 5555
    #23,682
    0
  13. #23661 mild5219 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 22:20
    องค์แม่ลงละเหว๋ยยยย
    #23,661
    0
  14. #23647 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 16:34
    อย่าให้องค์แม่ลงนะ 555+
    #23,647
    0
  15. #23586 exolbenben (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 11:32
    ทีมอยากมีเสี่ยวคุณเป็นของตัวเองค่ะแงงงงงง
    #23,586
    0
  16. #23583 PaPa9 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 01:48
    อี้ป๋อ อุ้ยโทษทีอ่านผิด จากระแวงตอนนี้เริ่มรำไย นางหนิงและ
    #23,583
    0
  17. #23434 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 22:43
    รำคาญคุณชายแสงจ้านะบางที
    #23,434
    0
  18. #23433 ⊙﹏⊙ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 21:11
    ขุ่นแม่มาเอง55555
    #23,433
    0
  19. #22896 sujitra121991 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 18:47
    รำคาญนายเอก มัวแต่อึ้งอยู่ได้ จะตายกันหมดแล้ว โง่เกิ้น
    #22,896
    0
  20. #22853 ❀ than. (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 22:09
    ท่านอ๋องเหมียวๆ มาช่วยน้อง ~
    #22,853
    0
  21. #22796 tunty0505 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 18:21
    ท่านแม่555
    #22,796
    0
  22. #22603 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 18:59

    ท่านแม่! ได้โปรดอย่าเกรี่ยวกราด!

    #22,603
    0
  23. #22470 Ruanjai (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:12
    ชอบเสี่ยวคุณอ่ะหล๊อหล่อFCแม่ค่าาาชอบแม่มาก
    #22,470
    0
  24. #22420 trp1021 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 16:55
    ...ลูกชาย
    #22,420
    0
  25. #22344 Fancy-King (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 16:32
    ขัดใจนายเอกอ่ะ มัวเเต่มโน
    #22,344
    0