เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 41 : ตอนที่ ๔๐ สถานการณ์คลี่คลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,629 ครั้ง
    12 ส.ค. 59

ตอนที่ ๔๐ สถานการณ์คลี่คลาย

พวกเราสามคนพร้อมใจกันเงียบกริบชนิดที่ลมหายใจยังกลั้นเอาไว้ รับรู้ได้ในทันทีว่าทั้งสองหนุ่มที่กำลังปลอบใจกันอยู่นั้นจะต้องแสดงบางอย่างที่น่าสนใจมากๆ ให้ดูเป็นแน่ ถึงข้าจะไม่ค่อยชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องผู้อื่น แต่ทว่าเรื่องนี้ข้ามีความสนใจเป็นพิเศษ ไม่ต้องพูดถึงอีกสองคนที่เหลือ รองแม่ทัพสวินลี่ทำหน้าทำตาจดจ่อมีสมาธิยิ่งกว่าตอนประชุมกองทัพเสียอีก ส่วนคนแซ่เฉินไม่ต้องเอ่ยถึง เขาขึ้นชื่อว่าเป็นชายผู้สอดรู้ไปทั่ว เรื่องนี้ก็ไม่มียกเว้นหรอก!

คุณชายหมิงร้องไห้จนตาแดงก่ำอย่างน่าสงสารผละจากเสี่ยวคุนออกมาอย่างซึมเศร้า เสี่ยวคุนมองตามอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย คุณชายหมิงถอนหายใจแผ่วเบาแล้วเอ่ยเสียงสั่นเครือมีความรู้สึกผิดเจือปน

“ข้าเสียใจ ข้าควรจะรู้ตัวเร็วกว่านี้ ฮึก อันที่จริงท่านแม่ทัพก็มิได้มีท่าทางพิเศษต่อข้า เป็นข้าที่คิดไปเองมาตลอด ถึงเป็นเช่นนั้นข้าก็ยังเสียใจอยู่ดี ข้าสู้คนๆ นั้นไม่ได้ตรงไหน? ข้าไม่ดีตรงไหน? ฮึกๆ” พูดไปได้ไม่เท่าไรคุณชายหมิงก็กลับมาตัดพ้อด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่ใช่เจ้าไม่ดี แต่เพราะเขาไม่ได้ชอบเจ้า” เสี่ยวคุนผู้ตรงไปตรงมาเอ่ยตรงเสียบแทงใจสหายดังฉึก ข้ายังอ้าปากด้วยความตกใจกับคำพูดเถรตรงของอีกฝ่าย คุณชายหมิงผงะตกใจก่อนจะค่อยๆ พยักหน้าเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายบอก ข้ารู้สึกนับถือคุณชายหมิงที่ไม่โมโหเสี่ยวคุนจนชกหน้าอีกฝ่าย ฐานพูดให้ช้ำใจ จะตอกย้ำไปไหน คุณชายหมิงสูดลมหายใจเข้าแล้วเอ่ยคล้ายจะฉงนสงสัย

“แต่ข้าสงสัยยิ่งนัก ท่านแม่ทัพชอบซินเยว่ผู้นั้นที่ใด?”

“บางทีแม่ทัพผู้นั้นอาจจะชอบของแปลก” เสี่ยวคุนตอบไปอีกครั้ง คราวนี้คำตอบของเขาทำให้ข้าสำลักน้ำลาย ถลึงตาไปใส่หนุ่มน้อยผู้เถรตรง ข้ามิได้แปลกเสียหน่อย! คนแซ่เฉินหลุดขำจนต้องรีบปิดปากให้เงียบ แต่กลั้นอย่างไรข้าก็เห็นไหล่ของเขาสั่นไหว ข้าเหลือบมองไปอย่างไม่สบอารมณ์ เสี่ยวคุนส่ายหน้าไปแล้วเอ่ยปลอบใจสหายของเขาด้วยคำพูดทื่อๆ

“อย่ามัวแต่คิดเลยว่าเพราะเหตุใดท่านแม่ทัพถึงชอบคนผู้นั้น บางทีอาจจะมีเรื่องที่เราไม่ทราบก็เป็นไปได้ ข้าได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพมีคนรักอยู่แล้วเดิมทีคิดว่าเป็นเรื่องลือไปเอง แต่พอเห็นท่าทีของท่านแม่ทัพที่มีต่อซินเยว่ผู้นั้นข้าก็เริ่มเอะใจ หนำซ้ำพวกองครักษ์และรองแม่ทัพสวินทั้งสองยังมีท่าท่าสนิทสนมกับเขา บางทีเขาอาจจะเป็นคนรักผู้นั้นของท่านแม่ทัพจริงๆ ก็เป็นไปได้ และซินเยว่อาจจะมิใช่ชื่อของเขา เขาน่าจะปกปิดตัวตนที่แท้จริงเหมือนพวกเรา แต่ต่างกันที่เขาปกปิดได้ดี ไม่เหมือนทางเราที่ความลับแตกตั้งแต่วันแรกเพราะความซื่อบื้อของเจ้า” หนุ่มน้อยที่มีหน้าตาน่ารักเอ่ยวิเคราะห์อย่างฉะฉานและเฉลียวฉลาด แม้กระทั่งรองแม่ทัพสวินลี่ยังพยักหน้าด้วยความชื่นชมกับทักษะสังเกตที่ดีเยี่ยมของเขา แต่พอเอ่ยถึงตอนท้ายสีหน้าของเสี่ยวคุนก็หงิกเหมือนโมโห คุณชายหมิงตัวหดเล็กลงเมื่อถูกอีกฝ่ายตำหนิอย่างไม่เกรงใจ เขาเหลือบมองสหายด้วยดวงตาหวาดๆ

“...เสี่ยวคุน เจ้าโกรธอยู่รึ?”

“ไม่ อย่างไรเสียจะปิดหรือไม่ปิดก็มีค่าเท่าเดิม เอกลักษณ์ของเจ้ากลบเกลื่อนยากเกินไป” เสี่ยวคุนถอนหายใจปลงตกออกมาแล้วส่ายหน้าพลางตอบกลับ คุณชายหมิงมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย เขาถอนหายใจเฮือกแล้วพยักหน้าเอ่ยถามสหายด้วยท่าทางเป็นกังวล

“หากซินเยว่เป็นคนรักของท่านแม่ทัพปลอมตัวมา ข่าวลือพวกนั้นก็ต้องทำให้เขาเสียใจเป็นแน่ ใครกันที่ปล่อยข่าวเช่นนั้น ข้ามิเคยเอ่ยว่าเขาแย่งท่านแม่ทัพไปจากข้าเลยแม้แต่คำเดียว”

“จะเป็นผู้ใด หากมิใช่สหายของเจ้าเหล่านั้นเป็นผู้ปล่อยข่าว เหลวไหลสิ้นดี ฮึ” เสี่ยวคุนตวัดสายตาดุไปมองคุณชายหมิงที่ทำหน้าไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวก่อนจะเอ่ยตอกกลับด้วยน้ำเสียงเข้มงวดคล้ายกำลังตำหนิอีกฝ่าย ดูท่าทางเสี่ยวคุนเองก็มิได้ชอบสหายกลุ่มนั้นของคุณชายหมิงสักเท่าไร คุณชายหมิงมองหน้าเสี่ยวคุนก่อนจะถอนหายใจแล้วพยักหน้าหงึกหงักเชื่ออีกฝ่ายแต่โดยดี

“พวกเขาแค่โกรธแทนข้า เจ้าอย่าได้มองพวกเขาไม่ดีเลย เอาเช่นนี้ละกัน ข้าจะไปตักเตือนพวกเขาไม่ให้ทำแบบนี้อีก ดีหรือไม่? ข้าเองก็มีส่วนผิดด้วยเช่นกัน หากไม่ได้เจ้าเตือนสติข้าคงไม่รู้สึกตัวเร็วเช่นนี้ ข้าทำผิดต่อซินเยว่ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้ทำอันใดผิดแต่ข้ายังพาลใส่เขา เจ้าว่าข้าไปขอโทษเขาแล้วเขาจะยกโทษให้หรือไม่?”

“เป็นวิธีแพะหายแล้วล้อมคอกจริงๆ แต่ก็ดีกว่ามิได้ทำอันใด”

“เสี่ยวคุน ปากเจ้าเป็นเช่นนี้ถึงไม่มีผู้ใดคบด้วย นอกจากข้า” คุณชายหมิงทำหน้าบึ้งที่ถูกว่าก่อนจะเหลือบมองเสี่ยวคุนที่ตีหน้าบึ้งตึงแล้วเอ่ยประชดอีกฝ่าย เสี่ยวคุนหันขวับมามองคุณชายหมิงด้วยสีหน้าขุ่นเคืองแล้วเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

“ไม่ใช่ว่าไม่มีใครคบ แต่ข้าเลือกคบคนต่างหาก” พูดเสร็จเสี่ยวคุนก็หันตัวเดินหนีไปอย่างรวดเร็วเป็นพายุ พวกข้าที่แอบอยู่แทบจะหลบไม่ทัน คุณชายหมิงทำหน้าตกใจที่เห็นอีกฝ่ายโกรธเขารีบวิ่งตามพร้อมกับเอ่ยง้องอน

“เสี่ยวคุน เดี๋ยวสิ ข้าเพียงล้อเล่น”

“ข้าเป็นเพื่อนเล่นเจ้ารึ?”

“เจ้าเป็นน้องชายข้า” คุณชายหมิงหยุดเดินเมื่ออีกฝ่ายหันมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง คุณชายหมิงยิ้มแย้มตอบออกไปอย่างรวดเร็วไม่คิดอะไรก่อนด้วยซ้ำ เสี่ยวคุนมองคุณชายหมิงที่มีความสูงเท่ากันด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายใจก่อนจะพ่นลมหายใจเอ่ยตอบอย่างเย็นชา

“ใครเป็นน้องเจ้ากัน”

“อ้าว เจ้าอายุน้อยกว่าข้าตั้งสี่ปีย่อมเป็นน้องอยู่แล้วมิใช่รึ?”

เสี่ยวคุนไม่เอ่ยอันใดต่อเขาเดินหนีไปแทบจะทันทีที่คุณชายหมิงอ้าปากพูดออกมา คุณชายหมิงมองตามอย่างงุนงงก่อนจะรีบวิ่งตามไปง้อคนที่เดินงอนหนีไปอีกทาง เมื่อทั้งสองเดินออกไปก็เหลือเพียงคนซุ้มมองสามคนที่ยืนด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน คนแซ่เฉินรู้สึกอิ่มเอมที่มีเรื่องให้สอดรู้ สวินลี่เจี่ยเจียเองก็มีความตื่นเต้น ส่วนข้านั้นกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

“อ่า ช่างน่ารักกันเหลือเกิน ข้าชอบดูคนพลอดรักกันยิ่งนัก” สวินลี่เจี่ยเจียพูดขึ้นมาลอยๆ ด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มมีความสุข ข้ากะพริบตาเงยหน้าขึ้นไปมองนางอย่างแปลกใจ เช่นเดียวกับคนแซ่เฉินที่แอบตกใจไม่น้อย จากนั้นคนแซ่เฉินก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยเอ่ยหยอกหญิงสาวพลางเสนอตนเองไปด้วย

“แล้วชอบพลอดรักเองหรือไม่? อะแฮ่ม ข้าว่างอย่างยิ่ง”

“พี่ชายของข้าก็ว่างเช่นกัน เจ้าช่วยไปพลอดรักกับเขาให้ข้าดูได้หรือไม่?” สวินลี่เจี่ยเจียหันมามองคนแซ่เฉินแล้วยิ้มอ่อนหวานน่ากลัวมาให้เขาพร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหวานไม่แพ้รอยยิ้ม แต่มันทำให้คนแซ่เฉินหน้าเจือดลงอย่างถนัดตา ข้ายิ้มอย่างถูกใจที่เห็นคนแซ่เฉินพ่ายแพ้ให้แก่สวินลี่เจี่ยเจีย สมน้ำหน้าคนแซ่เฉิน คนแซ่เฉินกระแอมแล้วหันหน้าไปด้านอื่นพลางพูดเปลี่ยนเรื่องไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เด็กคนนั้นดูฉลาดเฉลียวไม่เบาจริงๆ” คนแซ่เฉินเอ่ยชมเชยเสี่ยวคุนที่คาดเดาถึงตัวตนของข้าได้ สวินลี่เจี่ยเจียพยักหน้าเห็นด้วยกับเขาพร้อมกับเอ่ยเสริมอย่างพอใจ

“ใช่ ช่างสังเกตและเถรตรงยิ่ง”

ข้าขมวดคิ้วก่อนจะนึกไปถึงชีวิตก่อน เสี่ยวคุนผู้นั้นอาจจะเป็นคนคนนั้นก็เป็นไปได้ ข้าแอบตกใจมิใช่น้อย เสี่ยวคุนที่ตอนนี้ดูน่ารักกลับเติบโตเป็นบุรุษเปี่ยมความสามารถคนนั้นหรอกรึ!? อ่า! เขาช่างเปลี่ยนแปลงมากจริงๆ ในตอนแรกที่เจอเขาข้าไม่เฉลียวใจโยงเขากับคนๆ นั้นเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อว่าเสี่ยวคุนจะเป็นคนๆ เดียวกันกับเขาคนนั้น หลวนคุน สุดยอดมือปราบแห่งเมืองหลวงขุนนางหนุ่มอนาคตไกลผู้นั้น!  

ในชีวิตที่แล้วคุณชายหมิงมาพักอาศัยที่วังหย่งเฮ่าชั่วคราว เนื่องจากพี่ชายของคุณชายหมิงนั้นขอร้องให้เหลียงอ๋องผู้ซึ่งเป็นสหายสนิทของเขาช่วยเหลือน้องชาย ข้าได้ยินมาว่าคุณชายหมิงถูกองค์รัชทายาทรังควาน สงสัยพอข้าถูกไล่กลับมาอยู่ในตำแหน่งคนรับใช้เช่นเดิม องค์รัชทายาทก็หมดความสนใจจากข้า จึงย้ายความสนใจไปที่คุณชายหมิงแทนกระมัง ตอนนั้นข้ารู้สึกว่าคุณชายหมิงจึงน่าสงสารนัก ข้าเข้าอกเข้าใจเขาเป็นอย่างดี การตกเป็นเป้าขององค์รัชทายาทนั้นมันสุดจะทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง ดังนั้นเหลียงอ๋องจึงพาคุณชายหมิงมาพึ่งบารมีของฉินอ๋อง ฉินอ๋องรับปากจะช่วยเหลือไม่ให้องค์รัชทายาทตามรังควานคุณชายหมิง จากนั้นมาพวกเขาก็ค่อยๆ สนิทสนมกันจนผูกพันเป็นคนรัก อ่า เรื่องราวช่างเป็นเหมือนละครรักดีๆ นี่เอง บุปผางามตกหลุมรักวีรบุรุษที่ช่วยเหลือตนเองจากมารร้าย

ข้าทั้งเห็นและได้ยินเรื่องราวสุดแสนหวานชื่นระหว่างฉินอ๋องและคุณชายหมิง ข้าได้แต่ถอนหายใจรับฟังอย่างเจ็บปวด และถูกเยาะเย้ยจากคนรอบข้าง แต่ข้าก็ไม่เคยสนใจหรือใส่ใจเลย ข้าถูกเหล่าคนรับใช้ที่อายุเท่าๆ กันรังแก หลายครั้งข้าถูกคุณชายหมิงช่วยเหลือเอาไว้ เขาพยายามพูดคุยกับข้าอย่างเป็นกันเอง มอบข้าวของและขนมบางส่วนให้แก่ข้า ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจต่อเขาและอยากจะพูดคุยกับเขาเหมือนสหายคนหนึ่ง แต่ทว่าเขานั้นมีตำแหน่งสูงเป็นถึงคุณชาย ข้าเป็นเพียงคนรับใช้ต่ำต้อยจึงพยายามไม่ยกตัวเสมอกับเขา

คุณชายหมิงมักจะเรียกข้าไปพบและพูดคุยด้วยอย่างเป็นมิตร และหลายครั้งข้าจะเห็นบุรุษผู้หนึ่งมาเยี่ยมคุณชายหมิง เขาคนนั้นก็คือหลวนคุน มือปราบหนุ่มผู้มีอนาคตมากที่สุด มีความฉลาดเฉลียวและเถรตรง คดีใดที่เขารับผิดชอบคดีนั้นก็จะถูกคลี่คลายอย่างหมดจด นับว่าเป็นขุนนางหนุ่มที่มีอนาคตผู้หนึ่งเลยทีเดียว ด้วยรูปร่างหน้าตาน่ามองรูปร่างสูงโปร่งแข็งแรงทำให้เขาเป็นเป้าหมายในการเมียงมองอยู่บ่อยครั้ง หากข้าจำมิผิด ข้ากับเขาในชีวิตที่แล้วไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไร เพราะข้าเห็นสายตาที่เขามองคุณชายหมิงแล้วหงุดหงิดใจ คิดว่าเขาจะเข้ามาแย่งคนรักของเจ้าแมวจึงรู้สึกโมโหแทน ส่วนหลวนคุนเองก็ดูไม่ค่อยชอบหน้าข้าสักเท่าไร เขามองอย่างกับข้าไปเหยียบเท้าของเขาเช่นนั้นละ ทำหน้าตาบึ้งดวงตาน่ากลัวยิ่งนัก ข้ากับเขาไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน ถ้าเขามาหาคุณชายหมิงข้าก็จะขอตัวกลับก่อน อย่าว่าแต่ข้าเลยแม้กระทั่งฉินอ๋องเขายังทำตัวโอหังใส่ ทำสีหน้าอย่างกับฉินอ๋องไปเหยียบเท้าเขาอีกคน

พอมาเห็นตอนเด็กของเขาเป็นเช่นนี้ก็ทำให้ข้ารู้สึกอึ้งยิ่งนัก เด็กน้อยในวันนี้คือชายหนุ่มในวันหน้าสินะ!

วันต่อมาเหล่าสหายของคุณชายหมิงก็เดินมาหาข้าพร้อมกับเอ่ยขอโทษ คุณชายหมิงเองก็เข้ามาหาข้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก้มศีรษะปะหลกๆ ขอโทษข้าที่ในวันนั้นโมโหพาลใส่อารมณ์ ข้ามองเหล่าเด็กน้อยที่ทำหน้าเจี๋ยมเจี่ยมแล้วรู้สึกสงสาร พวกเขาคงสำนึกผิดกันจริงๆ ข้าพยักหน้าไม่ถือสาเอาความกับเด็กน้อยเหล่านี้ พวกเราจึงญาติดีต่อกัน หลังจากนั้นพวกทหารบางกลุ่มก็เข้ามาขอโทษที่พูดไม่ดี ข้าโบกมือไม่ถือสาใดๆ พวกเขาและรู้สึกโล่งใจที่สายตาของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดี สถานการณ์คลี่คลายไปด้วยดีทำให้ข้าอารมณ์ดีอย่างยิ่ง

ตรงกันข้ามกับสถานการณ์การศึกที่ดูตึงเครียดมากขึ้น

แคว้นเหลียวไม่ส่งคำตอบรับใดๆ กลับมา แถมทางฮ่องเต้แคว้นฉิงหรือเสด็จพ่อของฉินอ๋องยังส่งพระราชสาสน์มาอย่างไม่เป็นทางการ เนื้อความไม่ทราบว่าเขียนอันใดแต่มันทำให้ฉินอ๋องถึงกับโยนสาสน์นั้นเข้ากองไฟ ข้าเดาจากท่าทีคนอื่นๆ น่าจะมีคำสั่งให้ยึดแคว้นเหลียวเพื่อแผ่ขยายอำนาจเป็นแน่ ท่าทางสงครามในครั้งนี้จะไม่จบลงง่ายๆ แล้ว บางทีมันอาจจะเหมือนเช่นครั้งก่อนที่แคว้นเหลียวถูกบุกยึดไปกว่าครึ่งแคว้นสงครามถึงจะสิ้นสุด ไม่ใช่เพียงกองทัพของฉินอ๋อง กองทัพใต้บัญชาแม่ทัพคนอื่นๆ ก็จะบุกยึดแคว้นเหลียวเช่นกัน และไม่มีเพียงแค่ทัพจากแคว้นฉิงเท่านั้น แม้กระทั่งแคว้นใกล้เคียงก็จะใช้โอกาสนี้บุกเข้ามายึดพื้นที่ของแคว้นเหลียว เรียกได้ว่าแคว้นเหลียวเจอศึกหนักรอบตัว

“เตรียมตัวย้ายค่าย! พรุ่งนี้ยามเหม่า(๕-๗น.)เคลื่อนทัพ!

และแล้วสงครามก็ยังมีต่อไปข้าถอนหายใจอย่างหดหู่เมื่อคิดถึงจำนวนคนเสียชีวิต ข้าทราบดีว่าฉินอ๋องต้องการจบสงครามให้เร็วที่สุดแต่ทุกสิ่งก็ไม่เป็นดั่งใจเขาคาดหวัง บรรยากาศตึงเครียดก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกองทัพสนับสนุนของแคว้นฉิงได้เดินทางมาถึง ฉินอ๋องไม่อยากทำสงครามไปมากกว่านี้แล้วแต่จนใจต้องทำต่อไป ผ่านไปเพียงแค่ห้าวันหัวเมืองต่างๆ ของแคว้นเหลียวตกอยู่ในการปกครองของกองทัพฉินอ๋องไปเกือบครึ่ง

กองทัพแคว้นเหลียวแม้จะต้านทานกองทัพแคว้นอื่นได้แต่มิอาจต้านทานทัพของฉินอ๋อง มีเพียงกองทัพของฉินอ๋องเท่านั้นที่ยึดเมืองแล้วเมืองเล่า จนกระทั่งชาวบ้านชาวเมืองเรียกขานเขาเป็นเทพไร้พ่าย จำนวนคนล้มตายมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ทหารต่างคึกคะนองฮึมเหิม กองทัพของเขาถูกยกย่องให้เทียบชั้นกับกองทัพแคว้นฉู่ในอดีตที่เปี่ยมไปด้วยแสนยานุภาพที่ยิ่งใหญ่ ชื่อเสียงหลั่งไหลมาสู่ตัวของเขาและกองทัพ ต่างจากในชีวิตที่แล้วกว่ากองทัพของฉินอ๋องจะมีชัยคนในเมืองหลวงต่างอกสั่นขวัญแขวน แต่ยามนี้พอกองทัพของฉินอ๋องเคลื่อนย้ายไปที่ใดทุกคนต้องหวาดกลัวยอมเปิดประตูเมืองยอมแพ้แต่โดยดี นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วนอกจากจะไม่เสียเลือดเสียเนื้อ ฉินอ๋องยังดูแลชาวเมืองแคว้นเหลียวเป็นอย่างดีอีกด้วย

“อีกไม่กี่เมืองก็จะบุกถึงเมืองหลวงของแคว้นเหลียวแล้ว...” ข้าพึมพำพลางทบทวนความทรงจำที่ยังหลงเหลือก่อนจะหันไปมองฉินอ๋องที่นั่งเช็ดกระบี่อาวุธคู่กายของเขาและยังเผื่อแผ่มาถึงกระบี่ของข้า อันที่จริงกระบี่นั่นเป็นกระบี่ที่ฉินอ๋องมอบให้ข้าตอนที่ต้องแสดงละครจับลู่ชุน ข้าเห็นมันสวยดีก็เลยรับมาโดยไม่คิดอะไร ใครเลยจะคิดว่ากระบี่นั่นเป็นสุดยอดกระบี่ในตำนาน เหตุใดฉินอ๋องถึงได้มอบกระบี่ล้ำค่านี้ให้แก่ข้ากันนะ ข้าไม่มีฝีมือคู่ควรมันเลยสักนิด เรื่องกระบี่เอาไว้ก่อนเถิด เรื่องที่ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่ก็คือ ผลพ่วงจากสงครามนี้ต่างหาก

ใช่แล้วที่ฉินอ๋องชนะสงครามแต่เขาก็แลกมาด้วยซากศพของลูกน้องและอาการบาดเจ็บสาหัส เรื่องนี้ผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้ฉินอ๋องแข็งแรงดีทุกประการ และทหารใต้บังคับบัญชาก็มีเหลือมากจนล้น มีน้อยนักที่จะตกตายกลางศึก แต่ที่ข้ากังวลคือเรื่องหลังจากจบสงครามหน้าหนาวนี้ต่างหาก ฉินอ๋องทำการยึดแคว้นเหลียวไปถึงเมืองหลวงจนทางฝ่ายแคว้นเหลียวยอมแพ้ และยอมจ่ายค่าชดเชยสงครามพร้อมกับมอบดินแดนที่ถูกยึดให้แก่แคว้นฉิง ฉินอ๋องลงนามสงบศึกกับแคว้นเหลียว

หลังจากฉินอ๋องกลับไปประจำอยู่ที่เมืองหลวง เมืองที่ยึดว่าจากแคว้นเหลียวก็ไม่เคยสงบสุข เกิดจลาจลความวุ่นวายอยู่เนื่องๆ ต้องส่งกองกำลังมาปราบเรื่อยๆ เนิ่นนานก็ไม่จบไม่สิ้น ฮ่องเต้แคว้นฉิงกริ้วเรื่องนี้อยู่บ่อยหนจนกระทั่งขุนนางฝ่ายองค์รัชทายาทเสนอให้ฉินอ๋องไปปราบจลาจลด้วยตนเอง แต่หวงกุ้ยเฟยได้ขอร้องทัดทานเรื่องนี้เอาไว้ พอเห็นว่าแผนที่จะนำฉินอ๋องออกไปจากเมืองหลวงไม่สำเร็จ ทางฝ่ายองค์รัชทายาทก็เสนอชื่อใหม่นั่นก็คือ ส่านอ๋อง เป็นการตัดแขนข้างหนึ่งของฉินอ๋องไปก็ยังดีกว่ามิได้อันใด

สุดท้ายผู้ที่นำทัพมาปราบจลาจลก็คือ ส่านอ๋อง ผู้กำลังเป็นทุกข์เพราะพระชายาพระราชทาน ส่านอ๋องเต็มใจนำทัพออกศึก ในเวลานั้นฉินอ๋องเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ น้องชายคนสนิทกำลังถูกส่งไปยังดินแดนวุ่นวายที่เต็มไปด้วยผู้ร้ายและศัตรู ในยามนั้นข้าเป็นนายบำเรอของฉินอ๋องพยายามปลอบใจเขาอย่างเต็มกำลัง สุดท้ายเป็นส่านอ๋องที่เอ่ยบอกว่าเขาเต็มใจที่จะไป ฉินอ๋องจึงปล่อยน้องชายไป ส่านอ๋องนำทัพไปยังพื้นที่นั้นและไม่กลับมาอีกเลยจนกระทั่งข้าตาย ข้ารู้เพียงว่าส่านอ๋องมีชีวิตยากลำบากเสี่ยงตายอยู่บ่อยครั้งจนฉินอ๋องเป็นกังวล แต่นานไปเขาก็ปรับตัวได้และแข็งแกร่งขึ้น ข้าไม่ทราบว่าหลังจากที่ข้าตายไปแล้วส่านอ๋องจะเป็นอย่างไร เขาจะได้กลับเมืองหลวงหรือไม่ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ว่าหากปล่อยให้เรื่องดำเนินไปเช่นนี้สุดท้ายแล้วส่านอ๋องจะต้องระเห็จไปจากเมืองหลวงเป็นแน่ ข้าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ส่านอ๋องต้องไปลำบากลำบนต่างแดน

“ท่านอ๋อง” ข้าหันไปเรียกเจ้าแมวที่ขัดกระบี่ในมือจนเงาวับ เขาไม่หือไม่อาอะไรตอบกลับมา หรือว่าไม่ได้ยินกันนะ? “ท่านอ๋อง ฉินอ๋อง” ไม่ได้ยินอีก! อะไรของเขา นั่งใกล้กันขนาดนี้ยังไม่ได้ยินงั้นรึ? หรือจะหูดับชั่วขณะ ข้าจ้องมองเจ้าแมวที่ยังนั่งนิ่งไม่ไหวติงค่อยๆ หรี่ตามองอย่างจับผิด จากนั้นข้าก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยเรียกใหม่อีกครั้ง ข้าเม้มปากใบหน้าเหมือนร้อนๆ ขึ้น พึมพำเรียกชื่อของเขาเบาๆ

“เสวี่ย”

“อันใดรึ?”

“.....” ข้ามองเจ้าแมวด้วยสายตาว่างเปล่า หันมาเร็วยิ่งนัก! หูไม่หนวกแล้วรึ!? รู้สึกหมั่นไส้คนตรงหน้าเหลือเกิน ชักจะเอาแต่ใจไปกันใหญ่ เดี๋ยวนี้หากข้าไม่เรียกชื่อเขาไม่เคยตอบสนองใดๆ พอเรียกชื่อเท่านั้นละ รีบหันมามองอย่างกระตือรือร้นทันที ข้ารู้อยู่หรอกว่าเขาอยากให้เรียกชื่อแต่ว่าบางครั้งข้าก็เขินเป็นนี่น่า! ข้าพยายามไม่สนใจสายตาร้อนแรงพออกพอใจจากเขาแล้วพยายามพูดอ้อมๆ ให้ฉินอ๋องฉุกคิดถึงปัญหานี้

“หากเราบุกยึดเมืองหลวงแคว้นเหลียวได้แล้วท่านจะทำอันใดต่อ?”

“มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบุกยึดเข้าไป เพราะกองกำลังส่วนใหญ่ของแคว้นเหลียวจะต้องกลับมาป้องกันเมืองหลวงอย่างแน่นอน แต่มันก็ไม่ยากเกินความสามารถของเราหรอก”

“แล้วหากยึดได้จะทำอย่างไรต่อรึ?”

“อืม ก็คงจะต้องขอรางวัลหนักๆ กระมัง” เจ้าแมวเหลือบสายตามามองข้าอย่างกรุ้มกริ่มมาแล้วเอ่ยตอบด้วยใบหน้านิ่งๆ ทิ้งท้ายด้วยการขยับปากพูดไร้เสียงบอกให้ข้าเตรียมใจไว้เลย ข้าแทบจะกลอกตาใส่เขา เตรียมใจอันใด!? ข้าไม่เกี่ยวสักหน่อย ให้ตายเถิด นี่ข้าจะพูดกับเขาเรื่องนี้รู้เรื่องหรือไม่? ข้าถอนหายใจแล้วพยายามทำหน้าจริงจังเท่าที่จะทำได้

“ข้ากำลังจริงจัง เหตุใดต้องมาล้อเล่นกันด้วย?”

“เราก็จริงจังมากเช่นกัน เจ้าคิดไว้เถิดว่ารางวัลครั้งต่อไปจะเป็นสิ่งใด”

“ข้าไม่ได้บอกว่าจะให้เสียหน่อย!” ข้าเริ่มจะไม่ไหวกับอาการเฉไฉนอกเรื่องของเจ้าแมวที่เอาแต่จดจ่ออยู่เรื่องเดียว เหตุใดเขาถึงได้ทำตัวเช่นนี้กันนะ? ข้ากำลังเคร่งเครียดมากแท้ๆ ข้าทำหน้าบึ้งแล้วเอ่ยปฏิเสธไปเสียงแข็ง ฉินอ๋องก้มหน้าเช็ดดาบต่ออย่างไม่ใส่ใจกับน้ำเสียงต่อต้านของข้า เขาเอ่ยตอบกลับมาเสียงราบเรียบ

“ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่ก็เห็นเจ้ายอมตลอดเลยนี่”

“นั่นเพราะท่าน...ฮึ่ม!” ข้ากำลังจะเถียงแต่ก็ชะงัก พอนึกๆ ดูแล้วมันก็เป็นข้าที่ยอมใจอ่อนให้กับแมวเจ้าเล่ห์ตัวนี้ตลอด เขาไม่ได้บังคับหรือข่มขู่ให้ทำ เป็นข้าเองที่ใจอ่อนยอมให้เขาแตะต้องตามใจชอบ ข้ารู้สึกหงุดหงิดที่พูดสิ่งที่ต้องการไม่ได้ แถมยังต้องมาพ่ายแพ้กับการต่อปากต่อคำกับเขาอีก ข้าหยิบลูกเกาลัดหวานปาไปใส่เจ้าแมวแล้วกลิ้งตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว พอกลิ้งไปห่างก็รีบลุกขึ้นวิ่งออกไปจากกระโจม ข้าหันไปเห็นฉินอ๋องมองมาด้วยแววตาขบขันก็ย่นจมูกใส่เขาแล้วเดินกระฟัดกระเฟี้ยวออกไป พอออกมาข้างนอกข้ารีบสวมหน้ากากอย่างรวดเร็ว หันมองซ้ายขวาก็ไปเห็นคุณชายหมิงยืนทำลับๆ ล่อๆ ก็เดินเข้าไปด้านหลังของเขาแล้วเอ่ยทักอีกฝ่าย

“ทำอะไรอยู่รึ?”

“โธ่! ข้านึกว่าใครเสียอีก ที่แท้ก็เจ้านี่เอง เฮ้อ!” คุณชายหมิงสะดุ้งตกใจแทบผงะหงายหลัง ข้ามองเขาอย่างแปลกใจในท่าทีร้อนรนของอีกฝ่าย คุณชายหมิงถอนหายใจพลางลูบอกตนเองป้อยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาชักชวนข้าท่าทางตื่นเต้น

“เจอเจ้าก็ดีแล้ว เจ้าอยากจะไปเดินดูเมืองหางโจวหรือไม่? ได้ยินมาว่าเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องใบชาละ” คุณชายหมิงเอ่ยชวนข้าด้วยแววตาระยิบระยับ ข้ามองสีหน้าตื่นเต้นของเขาก็พอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว ในชีวิตที่แล้วคุณชายหมิงเองก็ชื่นชอบชาเป็นอย่างมากจนคลั่งไคล้เลยละ เขามักจะชวนข้าจิบชาพลางคุยฟุ้งเรื่องการชงชา คุณชายหมิงนั้นมีความรู้เรื่องนี้ลึกซึ้งและชงชาได้ประณีตงดงามออกมารสชาติล้ำเลิศ ส่วนข้านั้นฝีมือธรรมดาอย่างยิ่ง

“แล้วเสี่ยวคุนเล่า?” ข้าถามถึงเด็กหนุ่มอีกคนที่เป็นเสมือนเงาตามตัวของคุณชายหมิง พอข้าเอ่ยถึงคุณชายหมิงก็ทำหน้าหงิก อันใดกันพวกเขาทะเลาะกันงั้นรึ? เด็กหนุ่มในชุดแดงโบกมือไปมาไม่ให้ใส่ใจคนที่ถูกกล่าวถึง ถลาเข้ามากอดแขนข้าดึงออกไปจากค่ายเพื่อไปยังเมืองหางโจว ข้าขมวดคิ้วสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไรนักแต่ก็ปฏิเสธอีกฝ่ายไม่ได้

เฮ้อ หวังว่าจะไม่เกิดอันใดขึ้น

 

 

 





แหมมมม ถามหาอ๋องแมวกันใหญ่ ตอนแรกๆ ชังท่านยิ่งนัก ตอนนี้มาเรียกร้อง~

ส่วนชายแสงก็จ้ะ เขาเป็นคนดีนะจ้ะ จริงๆ ทำไมทุกคนมีความระแวง

ปล. คือว่าไม่ได้สอบในสถานศึกษาค่ะ เค้าเรียนจบแล้วนะ 5555

สอบบรรจุจ้ะ! สำคัญต่อชีวิตอย่างยิ่ง มีกินหรือไม่วัดกันตรงนี้ละ เอิ่กๆ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.629K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25371 Maylyunho (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:26
    จะเกิดอะไรนะ ชั้นจำไม่ได้แล้ววว
    #25,371
    0
  2. #24971 luksamon5732 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:34
    นิยายไรท์ทำฉันขอบตาดำ555
    #24,971
    0
  3. #24410 Fueled me (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:32
    ค่ายจะแตกก็คราวนี้แหละ
    #24,410
    0
  4. #24025 chew2007 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 20:25
    พอเจอคำว่าสังหรณ์ใจไม่ดี ระแวงคุณชายหมิงเลยอะ
    #24,025
    0
  5. #23870 Redtktk (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 01:32
    คุณหมิงทำไว้เยอะ น่าจะให้เจอหนักๆกว่าที่น้องเจอนะ รู้สึกว่าแค่นี้ยังไม่สะใจเลยอยากให้เจ็บหนักๆ
    #23,870
    1
    • #23870-1 Bellobun(จากตอนที่ 41)
      8 มิถุนายน 2563 / 22:55
      คุณชายหมิงนี่ทำไรหรอยังไม่เห็นทำไรแย่ๆนอกจากปกป้องน้องถิงเลย
      #23870-1
  6. #23714 Peach9 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 16:10
    เดี๋ยวก็โดนแมวงอนหรอก
    #23,714
    0
  7. #23308 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 20:06

    ทำไมเต่าตุ่นยังงี้ล่ะถิงถิง

    #23,308
    0
  8. #22778 ❀ than. (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 19:33
    จากที่จะได้รางวัลท่านอ๋องเหมียวน่าจะได้ทำโทษถิงถิงแทนแน่ จะไปไหนก็บอกพี่เค้าซะรูก !
    #22,778
    0
  9. #22602 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 17:52

    ท่านแม่หายไปไหน?

    #22,602
    0
  10. #22419 trp1021 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 16:42
    แมวโกรธแน่
    #22,419
    0
  11. #22171 Xialyu (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:46
    ระวังแมวน้อยโกรธน๊า
    #22,171
    0
  12. #21883 Doctor Seraph (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 19:11
    เฉินสุ่ยเคอxสวินลี่
    เรือผมครับเรือผม
    #21,883
    2
    • #21883-1 Present(จากตอนที่ 41)
      26 มกราคม 2562 / 22:56
      เอาด้วย ลงเรือด้วย
      #21883-1
  13. #21449 -เกม- (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 02:16
    หนีเที่ยวกันหรอออ
    #21,449
    0
  14. #21047 pcy921 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:05
    นั่นหนีเที่ยวท่านอ๋องตีนะคะ
    #21,047
    0
  15. #20381 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:48
    ส่านอ๋องอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ ขอร้องงงงง
    #20,381
    0
  16. #17722 Atom:) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 17:59
    คุณชายถ้าถ้าไม่สตอใช่ไหมซื่อจริงๆใช้ไหมรู้สึกระเเหวง555
    #17,722
    0
  17. #15268 anongnart2545 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 08:42
    ระแวงคุณชายหมิงแรงงง
    #15,268
    0
  18. #14406 แกงส้ม (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 06:24
    จะมีอะไรรึป่าวเนี่ย
    #14,406
    0
  19. #13771 [Artom] (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 01:31
    เกิดเรื่องแน่นอน เล่นไปไม่บอกแบบนี้
    #13,771
    0
  20. #13731 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 16:27
    ทั้งน่ารัก ทั้งเรียด ทั้งขำ เฮ้อ รอปมเฉลยอย่างเดียว อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง
    #13,731
    0
  21. #13403 chanchan123 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 08:27
    เจ้าแมวนับวันยิ่ง...555
    #13,403
    0
  22. #11941 sofar_fa (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 11:25
    ฮู่วววว โล่งใจไปที่คิดไปเอง
    และดูเหมือนว่าคู่ที่แท้จริงของหมิงเอ๋อร์ (มีการเลื่อนระดับ 5555) จะเป็นเสี่ยวคุณสินะ
    อายุน้อยกว่าตั้งเนอะ แค่นิสัยดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวเลย อะไรจะตรงได้ถึงขนาดนั้นกันพ่อคุณ

    และอีกอย่าง หวังว่าจะเกิดอะไรจริงๆนะ แต่ความรู้สึกมันบอกว่าจะมีเรื่องไม่ดีขึ้นเนี่ยสิ
    #11,941
    0
  23. #11267 เเมวนางฟ้า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 01:09
    ย้อนมาอ่านแล้วก็คิดบางอย่างได้ หรือจริงๆที่ท่านอ๋องให้ถิงถิงกลับไปเป็นคนใช้ก็เพื่อปกป้องจากรัชทายาทอย่างที่บอกมาว่าหลังจากเป็นคนใช้เหมือนเดิมก็เลิกสนใจ แถมถ้าเป็นแบบนั้นถึงถิงถิงจะโดนรังแกหรือว่าร้ายก็คงไม่มีใครคิดเอาชีวิต แต่เรื่องอาจผิดจากที่อ๋องแมวคิด อาจมีบางคนที่รู้ว่าถิงถิงสำคัญจึงเลือกฆ่าทิ้งหรืออาจแค่หาแพะเฉยๆจริงๆ แล้วเรื่องหมิงอิงก็เหมือนในชาตินี้ที่ท่านอ๋องพามาเป็นเหมือนตัวตายตัวแทนของถิงถิง แต่ก็ต้องรอไรต์เฉลย เรื่องชาติที่แล้วในมุมมองถิงถิงมันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ T^T
    #11,267
    0
  24. #10263 Asahi_san (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 19:37
    ฉันว่าเสี่ยวคุนต้องแอบคิดซัมติงอะไรบางอย่างกับคุณชายหมิง
    #10,263
    0
  25. #8375 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 14:15
    ขำคนแซ่เฉินกับสวินลี่เจี่ยเจียสุดละ
    #8,375
    0