เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 38 : ตอนที่ ๓๗ นอนไม่หลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,672 ครั้ง
    1 ส.ค. 59


ตอนที่ ๓๗ นอนไม่หลับ

ข้าหุบยิ้มหันไปมองคุณชายหมิงที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง ทุกคนในกระโจมหันไปมองเขาเป็นตาเดียว คนที่ตกเป็นเป้าสายตาของผู้อื่นขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงใจแบบไม่รู้เรื่องจริงๆ

“มิใช่ข้าที่เป็นผู้รักษา ที่จริงแล้วข้าตั้งใจจะมารักษาท่านแม่ทัพอีกครั้ง พอเข้ามาในกระโจมก็เห็นบาดแผลของท่านแม่ทัพหายดีแล้ว”

“อ้าว หากมิใช่ท่านแล้วจะเป็นผู้ใด หรือว่าผ่านไปสักพักแผลจะหายเอง?” หัวหน้าหมอประจำกองทัพชะงักรอยยิ้ม เขากะพริบตาก่อนจะเอ่ยออกมาปนหัวเราะคล้ายกำลังประชดประชัน แต่ถ้อยคำพวกนั้นกลับนำพาสายตาเย็นเยียบจากรองแม่ทัพสวินหยางผู้มีใบหน้านุ่มนวลดุจเทพเซียน ทำเอาหัวหน้าหมอผู้นั้นสะดุ้งหน้าซีดเผือด รู้ตัวว่าพูดผิดไปจึงปิดปากเงียบ รองแม่ทัพสวินหยางไม่เอ่ยอันใดหันไปมองทางอื่น แต่รององครักษ์เฉินมิได้ปากสงบเช่นรองแม่ทัพสวินหยาง เขาหัวเราะเสียงขึ้นจมูกแล้วเอ่ยเหน็บแนมหมอประจำกองทัพทันที

“หึ หากเป็นเช่นนั้นจริงป่านนี้รองแม่ทัพสวินลี่คงออกมาวิ่งเล่นทั่วค่ายได้แล้วกระมัง”

คำประชดของรององครักษ์เฉินทำให้ใบหน้าของหมอเฒ่ามีร่องรอยความขุ่นเคือง รององครักษ์เฉินมิได้มีตำแหน่งสูงเช่นรองแม่ทัพสวินหยาง ดังนั้นหัวหน้าหมอซึ่งมิต้องเกรงใจเขา ทำเสียงขึ้นจมูกแล้วเอ่ยถามด้วยวาจาหาเรื่องอย่างไม่ยอมลงให้

“แล้วเจ้ารู้รึว่าเป็นผู้ใด?”

“เทพเซียนที่เดินผ่านมากระมัง” รององครักษ์เฉินตอบแบบสีหน้ากวนอารมณ์มาก ข้าถึงกลับเผลอหลุดหัวเราะออกมา หมอคนนั้นโมโหจนหน้าเปลี่ยนสี มันดูน่าขำเอามากๆ ระหว่างที่มีทั้งสองฮึดฮัดใส่กันอย่างไม่ยอมแพ้ คุณชายหมิงครุ่นคิดกับตนเองก่อนจะหันมองคนนู้นทีคนนี้ทีแล้วเอ่ยความคิดเห็นของตัวเองออกมาบ้าง

“จากที่ได้คิดมาว่าบาดแผลนี้จะหายเมื่อคนสาปตายหรือถอนเอง เป็นไปได้ไหมขอรับที่คนสาปจะยกเลิกคำสาปไปแล้ว?”

“ไม่น่าจะเป็นไปได้ เมื่อครู่นี้ลี่เอ๋อร์ยังไม่หายดี” รองแม่ทัพสวินหยางเอ่ยตัดความคาดหวังของทุกคนลงด้วยความจริง จากนั้นพวกเขาก็เงียบไปกันอีกครั้ง ช่วยกันครุ่นคิดว่าใครเป็นคนรักษาบาดแผลของท่านแม่ทัพ ฉินอ๋องนั่งนิ่งคล้ายกำลังจมอยู่ในความคิดของตนเอง คุณชายหมิงถอนหายใจหลังจากคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เขาพูดขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย

“หากคนผู้ใดรักษาได้จริง เหตุใดต้องหลบๆ ซ่อนๆ ยามนี้สถานการณ์ย่ำแย่คนบาดเจ็บรอรักษาอยู่มากมาย เขาไม่อยากช่วยพวกเรารับมือกับแคว้นเหลียวงั้นรึ?”

“บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลที่ต้องหลบซ่อนตัว หากไม่อยากช่วยเขาก็ไม่มารักษาท่านอ๋องหรอก ตอนนี้เราไม่ควรมุ่งประเด็นความสนใจไปที่เรื่องนั้น ควรหาตัวเขาให้พบเพื่อให้เขาทำการรักษารองแม่ทัพสวินลี่ จากนั้นก็รักษาคนบาดเจ็บคนอื่นๆ ต่อ” คนแซ่เฉิน ไม่สิ รองหัวหน้าองครักษ์เฉินตัดบทคุณชายหมิงอย่างไม่ใส่ใจ เขาหันไปมองทุกคนในกระโจมแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังเป็นการเป็นงาน ช่างดูแปลกตาแต่ทว่าน่าชื่นชมอย่างยิ่ง!

ข้าปรบมือชื่นชมรององครักษ์เฉินที่ทำตัวน่านับถือเป็นครั้งแรก ทุกคนเงียบลงคล้ายจะเห็นด้วยกับคำพูดของรององครักษ์เฉินอย่างไร้เสียง จากนั้นพวกเขาก็หันไปมองฉินอ๋องที่มีอำนาจตัดสินใจ คนที่นั่งบนเตียงนิ่งครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล ดวงหน้าราบนิ่งค่อยๆ เงยขึ้นมา ดวงตาคมกล้าของเขากวาดมองไปรอบกระโจมอย่างใจเย็น ข้าเริ่มเงอะงะทำตัวไม่ถูกเมื่อสายตาแหลมคมคู่นั้นกวาดมามองทางตนเอง ข้าเผลอถอยหลังจนสะโพกไปชนหีบไม้ที่วางซ้อนกันหล่นลงพื้น ข้าผงะหนีห่างจากหีบพวกนั้น อึดใจที่หีบตกลงพื้นข้าสูดลมหายใจกลั้นใจยืนตัวแข็งทื่อ เสียงหีบดังพอให้ทุกคนในกระโจมหันมามองอย่างตกใจ อึดใจนั้นเหงื่อเย็นๆ ไหลผ่านขมับของข้า ข้ากุมสะโพกที่ปวดแปลบๆ พลางร่ำไห้ไร้เสียง บ้าจริง เหตุใดถึงได้วางหีบอยู่ตรงนี้!  

“นั่น...” รองหัวหน้าองครักษ์เฉินกำลังเอ่ยบางอย่าง หัวคิ้วของเขาแทบจะชนกัน หัวใจของข้าเต้นโครมคราม แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอันใดออกมา ฉินอ๋องก็ได้พูดดึงความสนใจของทุกคนไปเสียก่อน

“เราคิดว่ายามนี้คนที่รักษาเราคงไปรักษาสวินลี่แล้วเป็นแน่ พวกเจ้าลองไปดูเถิด ไม่แน่เขาอาจจะยังอยู่ที่นั้นก็เป็นไปได้” เจ้าแมวแนะนำพร้อมกับโบกมือไล่คนออกไปจากกระโจม จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปเลือกเสื้อผ้ามาสวมใส่ คล้ายจะออกไปยังกระโจมของรองแม่ทัพสวินลี่เช่นเดียวกัน

รองแม่ทัพสวินหยางได้ยินท่านแม่ทัพกล่าวเช่นนั้นก็รีบเปิดประโจมออกไปอย่างรวดเร็ว วิ่งตรงดิ่งไปที่กระโจมน้องสาวทันที ข้ายังไม่ได้ตั้งตัวตอนที่เขาเปิดกระโจมจึงมุดออกไปไม่ทัน พอจะมุดพร้อมกับรององครักษ์เฉิน คุณชายหมิงก็มุดออกไปตัดหน้าเสียก่อน แม้กระทั่งตาแก่หัวหน้าหมอประจำกองทัพก็ยังพากันแย่งมุดออกไปกับผู้ช่วยของเขา พวกเขารีบวิ่งไปยังกระโจมของรองแม่ทัพสวินลี่ ข้าจ้องกระโจมที่ขยับไหวหลังจากถูกเปิดปิดอยู่หลายรอบอย่างจนใจ เหตุใดทุกคนถึงได้พากันแย่งออกจากกระโจมเช่นนี้ จะรีบไปทำอันใดกัน ข้ายังไม่ได้ออกไปด้วยซ้ำถึงรีบเพียงใดก็ไม่เห็นหรอก!

ข้ายืนอยู่ในกระโจมอย่างปลงตก เหลือบไปมองเจ้าแมวที่สวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินมาเปิดกระโจมอ้าค้างไว้ เขามองไปที่กระโจมของรองแม่ทัพสวินลี่นิ่งๆ แววตาที่อ่านไม่ออก ข้ากะพริบตามองเขาปริบๆ จากนั้นก็อาศัยจังหวะที่เขาเปิดกระโจมค้างมุดออกไปข้างนอก เจ้าแมวปิดกระโจมลงแล้วเดินเนิบๆ ไปยังกระโจมของรองแม่ทัพสวินลี่

ข้าขนลุกเมื่อเห็นพวกเขากระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเจอคนรักษาผู้นั้น ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าแมวที่เดินเนิบๆ ตามไปเหมือนไม่ค่อยสนใจแต่เหตุใดรอบตัวของเขาถึงดูอันตรายชอบกลเช่นนั้น ข้ายืนหนักใจพลางครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี หากข้าไปด้วยรูปลักษณ์ของซินเยว่ต้องถูกสงสัยเป็นแน่ ประเดี๋ยวก่อน เมื่อครู่นี้คุณชายหมิงเดินไปด้วยนี่นะ อ่า ถ้าหากมีคุณชายหมิงอยู่ด้วยล่ะก็ข้าอาจจะใช้ความเป็นคนดีของเขาปกปิดตัวตนที่แท้จริงต่อไปได้

หากไม่เห็นหน้าแล้วจะมีผู้ใดคาดคิดว่าซินเยว่ผู้นี้คือข้ากันเล่า ไม่มีผู้ใดคาดเดาว่าเป็นข้าแน่ๆ ข้ามีหัวหน้าองครักษ์จางเป็นคนยืนยันว่ากลับไปเมืองหลวงเรียบร้อยแล้ว หนำซ้ำข้ายังมาถึงที่ค่ายนี้ก่อนหัวหน้าองครักษ์จางจะกลับมาถึงตั้งสองวันเสียอีก ไม่มีทางที่จิ้งถิงจะมาอยู่ที่นี้แน่ ข้ารวบรวมความกล้าเดินตรงไปยังกระโจมของรองแม่ทัพสวินลี่ ระหว่างที่ผ่านเงามืดนั้นก็ปลดอาณาเขตกำบังออก เดินมาถึงหน้ากระโจมข้าก็สูดลมหายใจเข้ารอบหนึ่งแล้วค่อยๆ ใช้มือเปิดกระโจมเข้าไป ทุกคนในกระโจมที่ยืนทำหน้าเคร่งเครียดพร้อมใจกันหันมามองข้า

อึดใจนั้นข้าขนลุกเกรียว

พวกเขาจ้องมองข้าด้วยสายตาอันเข้มข้น คุณชายหมิงมองมาอย่างตกใจและนึกไม่ถึงเช่นเดียวกับหัวหน้าหมอและผู้ช่วยของเขา ส่วนรององครักษ์เฉินมองข้าด้วยสายตาสงสัยและเคลือบแคลงใจ รองแม่ทัพสวินหยางมองข้าด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม และสุดท้ายคือเจ้าแมวที่นั่งรินน้ำชาจิบด้วยท่วงท่าสบายๆ ต่างจากคนนอนเจ็บเมื่อสักครู่ เขาตวัดสายตาเย็นเยียบมามองข้า นัยน์ตาคู่สวยของเขานั้นคาดเดาความคิดได้ยากจริงๆ

“ซินเยว่? เจ้าเข้ามาทำไมงั้นรึ? หรือว่าเจ้าจะเป็นคนที่รักษาท่านแม่ทัพ!” คุณชายหมิงเอ่ยถามข้าด้วยความงุนงง ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตื่นเต้น ดวงตาสีน้ำตาลของเขาประกายระยิบระยับ ข้าหันไปพยักหน้าให้แก่เขา พยายามใจเย็นไม่ตื่นเต้นมากเกินไป จากนั้นก็ยกมือค่อมตัวคารวะท่านแม่ทัพและทุกๆ คนก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ขออภัยทุกท่านจริงๆ ข้าเพิ่งรู้ตัวว่าสามารถรักษาบาดแผลต้องสาปนั้นได้ ดังนั้นจึงตั้งใจจะมาแจ้งหัวหน้าซ่งที่อยู่กระโจมท่านแม่ทัพ แต่พอข้ามาถึงกลับไม่เห็นท่านหัวหน้าซ่ง มีเพียงท่านแม่ทัพที่นอนเจ็บอยู่บนเตียง ข้าจึงตัดสินใจรักษาท่านแม่ทัพโดยพลการ ต้องขออภัยจริงๆ พอรักษาเสร็จข้าก็ออกมาจากกระโจมท่านแม่ทัพเพื่อตามหาหัวหน้าซ่ง แต่โชคร้ายกลับสวนทางกันอีกครั้ง ข้าคิดว่าเวลาไม่อาจรอท่าจึงมายังกระโจมรองแม่ทัพสวินลี่ เพื่อทำการรักษาก่อนจะแจ้งเรื่องนี้แก่หัวหน้าซ่ง มิคิดว่าจะเจอทุกท่านอยู่ที่นี่ เช่นนั้นถือโอกาสนี้แจ้งข่าวต่อหัวหน้าซ่ง”

“เจ้ารักษาได้จริงๆ งั้นรึ!?” หัวหน้าซ่งหรือหัวหน้าหมอประจำกองทัพเอ่ยถามข้าเสียงดังลั่น สีหน้าของเขานั้นมีความตื่นเต้นและลังเลใจที่จะเชื่อ ข้าเอามือลงยืดตัวยืนตัวตรงผงกศีรษะเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งมากขึ้น รองแม่ทัพสวินหยางดวงตาเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยความหวัง คุณชายหมิงเองก็มีท่าทางตื่นเต้นดีใจ แต่เขาแสร้งต่อว่าข้าด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะส่ายหน้าไปมามองข้าด้วยความจนใจ

“เจ้าเองก็มีพลังรักษาอย่างนั้นรึ? เหตุใดไม่บอกข้าตั้งแต่แรกเล่าซินเยว่! เจ้านี่มันจริงๆ เลย”

“มันมิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด คุณชายหมิงอย่าได้โกรธเคืองข้าเลย”

“คุณชายกระไรกัน เรียกเช่นเดิมดีกว่า ซินเยว่ เจ้ารีบรักษารองแม่ทัพสวินลี่เถิด นางอาการไม่ดีนัก มาๆ มาทางนี้” คุณชายหมิงส่งค้อนมาให้เมื่อข้าเรียกเขาอย่างเกรงอกเกรงใจ ก่อนจะเดินเข้ามาหาข้าจับมือข้าจูงไปที่เตียง เขาผายมือไปที่รองแม่ทัพสวินลี่ที่นอนบาดเจ็บอยู่บนเตียง ข้ามองหน้าพวกเขาแล้วพยักหน้าเดินเข้าไปใกล้รองแม่ทัพสวินลี่ ก่อนที่ข้าจะได้ลงมือรักษารองหัวหน้าองครักษ์เฉินที่ยืนเงียบอยู่นานก็เอ่ยขัดขึ้น

“เดี๋ยว”

ทุกคนหันไปมองเขาที่เข้ามาขวางข้าอย่างงุนงง

“อันใดของเจ้าอีก มิใช่ว่ารีบรักษารองแม่ทัพสวินอยู่รึ?” หัวหน้าซ่งชักสีหน้าก่อนจะพูดออกมาอย่างขัดใจ รองหัวหน้าองครักษ์เฉินไม่สนใจคำพูดหาเรื่องนั้น เขาจ้องมาที่ข้าด้วยสายตาคมกริบประหนึ่งจะจ้องทะลุหน้ากากดินเผาของข้า

“ถอดหน้ากาก ไยถึงใส่หน้ากากเช่นนี้ หากไม่ถอดก็ยังไม่ต้องรักษา ข้าจะให้คนน่าสงสัยเช่นนี้รักษารองแม่ทัพสวินลี่เป็นอันขาด” รองหัวหน้าองครักษ์เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ยอมถอยให้ง่ายๆ แววตาของเขาทำให้ข้าขนลุกเล็กน้อย ข้าเข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงทำเช่นนี้ นั่นก็เพราะเขาเป็นห่วงรองแม่ทัพสวินลี่จริงๆ ข้าไม่พูดหรือขยับอันใด เพราะรู้ดีว่าจะมีคนเข้ามาสะสางเรื่องนี้แทน และคนผู้นั้นก็ขยับมากันรองหัวหน้าองครักษ์เฉินออกไปจากข้า พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ

“ท่านองครักษ์เฉิน ไยถึงเสียมารยาทเช่นนี้เล่า การที่ซินเยว่สวมหน้ากากก็มิได้หมายความว่าเขาเป็นผู้ร้าย อย่างที่ท่านกล่าวไปก่อนหน้านี้ บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลในการต้องใส่หน้ากาก พวกเราไม่ควรสนใจเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรักษารองแม่ทัพสวินลี่มิใช่รึ? เป็นท่านที่พูดออกมาเอง ข้าจำได้แม่น” คุณชายหมิงย้อนคำพูดของรองหัวหน้าองครักษ์ที่เคยพูดไว้ตอนอยู่กระโจมแม่ทัพ พอถูกอีกฝ่ายย้อนศรใส่รองหัวหน้าองครักษ์เฉินก็ทำหน้าดุร้าย แต่ทว่าคุณชายหมิงไม่หวาดกลัวใดๆ เขากางแขนปกป้องข้าอย่างเต็มที่

“ซินเยว่เองก็ช่วยรักษาคนบาดเจ็บมาหลายวันแล้ว เขาต้องเหน็ดเหนื่อยไม่แพ้กับพวกท่าน ไม่มีทางจะคิดทำร้ายรองแม่ทัพสวินลี่ หากเขาเป็นคนร้ายจริงมิสู้ทำร้ายท่านแม่ทัพไม่ดีกว่ารึ? แต่เขาก็ไม่ได้ทำ! นี่ก็พิสูจน์แล้วว่าซินเยว่ไม่ใช่คนร้าย อีกอย่างที่สหายข้าสวมใส่หน้ากากเช่นนี้เพียงเพราะปิดบังใบหน้าอัปลักษณ์เท่านั้น!

“แคกๆ” ฉินอ๋องสำลักน้ำชาจนไอออกมาเสียงดังทำลายบรรยากาศตึงเครียดของคุณชายหมิงกับรองหัวหน้าองครักษ์เฉินลงหมดสิ้น พวกข้าหันไปมองเขาที่ยังคงไอไม่หยุดด้วยสายตางุนงง ท่านแม่ทัพเห็นทุกคนหันมามองเขาก็ยื่นตัวขึ้นเช็ดปากอย่างสง่างาม ปรับสีหน้าให้ราบเรียบเย็นชาเหมือนเดิม ฉินอ๋องส่งสายตาเป็นคำสั่งให้รององครักษ์เฉินถอยออกไป คนโดยสั่งทางสายตาทำหน้างอง้ำแต่ก็ยอมถอยออกไปแต่โดยดี คุณชายหมิงหันมามองข้าด้วยความดีใจแล้วเหลือบมองท่านแม่ทัพอย่างปลาบปลื้มที่เข้ามาจัดการเรื่องให้ เด็กหนุ่มชุดแดงเผยรอยยิ้มกว้างอันสว่างไสวแล้วเอ่ยเร่งให้ข้ารีบรักษารองแม่ทัพสวินลี่

ข้าพยักหน้าเข้าใจหันกลับไปหารองแม่ทัพสวินลี่ที่นอนหลับด้วยฤทธิ์ยา ขนาดกระโจมเต็มไปด้วยพวกวุ่นวายนางยังนอนหลับได้ลงคอ หากมิใช่เพราะฤทธิ์ยานางคงต้องเป็นคนหลับลึกมากๆ ข้าขยับมือสร้างอาณาเขตครอบคลุมร่างของรองแม่ทัพสวินลี่ จากนั้นก็พยายามตั้งสมาธิเพื่อกำหนดขอบเขตของคำสั่ง ซึ่งเป็นวิธีการที่ละเอียดซับซ้อนมากๆ แต่ท่านแม่ต้องการให้ข้าทำเช่นนี้เพราะอยากให้ข้าฝึกใช้พลัง ทว่าท่ามกลางสายตาที่จับจ้องอย่างจดจ่อมันทำให้ข้าตั้งสมาธิได้ยากลำบากยิ่ง ข้าลืมตาขึ้นหันไปมองเหล่าคนที่แทบเบิกตาจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของข้า เอ่อ มิทราบหรือว่าตอนผู้อื่นจะใช้พลังต้องการสมาธิมากเพียงใด พอเห็นข้ามองพวกเขาก็พยักพเยิดหน้าให้เร่งรักษาพลางเอามือปิดปากตนเองไว้ไม่ให้มีเสียงออกมารบกวน ข้ามองพวกเขาแล้วจนปัญญาจะเอ่ยบอก ไม่ใช่เสียงแต่เป็นสายตาพวกท่านต่างหากที่รบกวนสมาธิของข้า!

ข้าหันกลับมาที่รองแม่ทัพสวินลี่แล้วหายใจเข้า หลับตาค่อยๆ ตั้งสมาธิอีกครั้ง ทีนี้แม้จะใช้เวลานานไปหน่อยแต่ข้าก็กำหนดเป้าหมายได้แล้ว ข้าสั่งให้อาณาเขตสลายคำสาปจากนั้นก็ให้คำสั่งรักษาต่อ เสียงสูดลมหายใจอย่างอัศจรรย์ดังจากทุกคนในกระโจมที่กำลังจ้องมองไปยังรองแม่ทัพสวินลี่ ข้าลืมตาขึ้นแล้วถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก บาดแผลของรองแม่ทัพสวินลี่ค่อยๆ เลือนหายไปจนหายเป็นปกติ

“เจ้าทำได้จริงๆ ด้วย! ซินเยว่!” คุณชายหมิงหันมาจ้องข้าด้วยดวงตาชื่นชมจากใจทั้งยังตื่นเต้นกับข้ามาก ข้าพยักหน้าให้แก่เขาเบาๆ แล้วไม่พูดอันใดต่อ รองแม่ทัพสวินหยางมองน้องสาวที่หายดีอย่างโล่งอก ความกังวลใจและเศร้าใจหายออกไปจากใบหน้านุ่มนวลอ่อนโยนของเขา เมื่อมองจนแน่ใจว่าน้องสาวปลอดภัยดีก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขอบคุณข้าอย่างซาบซึ้งใจ ข้ารีบปฏิเสธถ่อมตัวไม่กล้ารับคำขอบคุณจากรองแม่ทัพสวินหยาง

“มิได้ขอรับ เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”

“เอาเถิด หากวันใดเจ้ามีเรื่องเดือดร้อนโปรดบอกข้าได้ทุกเมื่อ หากมิใช่เรื่องผิดศีลธรรมข้ากับน้องสาวเต็มใจช่วยเหลือเจ้าทุกเรื่อง”

“ขอบพระคุณขอรับ” ข้าก้มศีรษะรับอย่างนิ่งสงบ เมื่อทำการรักษาแล้วพวกเราก็ออกมาจากกระโจมเพื่อให้รองแม่ทัพสวินลี่ได้พักผ่อน และคนอื่นๆ ก็ทยอยแยกย้ายกันไปพักผ่อน รองหัวหน้าองครักษ์เฉินมองมาที่ข้าซึ่งกำลังคุยกับหัวหน้าหมอซ่ง ข้าหันไปพยักหน้าให้แก่เขาเป็นเชิงบอกว่าไม่ถือสาหาความตอนที่เขาเคลือบแคลงในตัวข้า อันที่จริงมันก็ควรจะสงสัยจริงๆ นั่นแหละ ประกอบกับเขาเป็นห่วงรองแม่ทัพสวินลี่ข้าจึงไม่เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย

“คุณชายหมิง” เสียงเยือกเย็นทุ้มต่ำเอ่ยเรียกคุณชายหมิงที่กำลังเดินยิ้มพูดคุยกับพวกข้า คุณชายหมิงหยุดเดินแล้วหันไปมองคนเรียกด้วยความเขินอายเล็กน้อย เพียงถูกอีกฝ่ายเรียกก็ทำให้เด็กหนุ่มผู้เสแสร้งมิเป็นหน้าแดงระเรื่อ เจ้าแมวพยักหน้าเชิงเรียกให้อีกฝ่ายเดินไปหา คุณชายหมิงเอ่ยบอกให้พวกเรารอเขาสักครู่ก่อนจะรีบจ้ำเท้าไปหาฉินอ๋องที่ยืนรอคอยอยู่ไม่ไกลนัก ข้าแอบมองตามพวกเขาเล็กน้อยแล้วเบือนความสนใจมาที่หัวหน้าหมอซ่งซึ่งชักถามข้าอย่างสนอกสนใจ

“พลังวิเศษของเจ้าคืออันใดรึ? ช่างยอดเยี่ยมเสียจริงๆ”

“เป็นเพียงพลังรักษาเท่านั้นขอรับ”

“งั้นรึ? แล้วเหตุใดมันถึงรักษาบาดแผล...” คำพูดของหัวหน้าหมอซ่งเริ่มไม่เข้าหัวของข้า เพราะตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของข้าไปอยู่ที่เจ้าแมวกับปลาย่างแสนสวยที่กำลังเอ่ยคุยกัน บรรยากาศดีเสียจนข้าหงุดหงิดใจ ข้าพยายามไม่สนใจและสงบจิตใจแต่ก็ไม่วายเหลือบตาไปมองพวกเขาอยู่ดี

“เมื่อคืนเราทานยานอนหลับของเจ้าแล้วแต่กลับไม่ได้ผล คงเป็นเพราะร่างกายคุ้นชินกับปริมาณยาแล้วกระมัง เจ้าช่วยเพิ่มปริมาณความเข้มข้นขึ้นอีกได้หรือไม่?”

“เอ่อ แต่ว่านี่ก็เป็นสูตรยาที่เข้มมากอยู่แล้วนะขอรับ หากเพิ่มปริมาณมากกว่านี้เกรงว่าจะทำให้ร่างกายรับไม่ไหว”

“เอาเถิด มันคงไม่ส่งผลมากนักกระมัง เรามีอาการนอนไม่หลับมาหลายปีแล้ว แต่ช่วงนี้ยิ่งเป็นหนักกว่าปกติ หากนอนไม่หลับติดต่อหลายคืนเกรงว่าร่างกายจะทนไม่ไหวเสียก่อน เพิ่มปริมาณยาขึ้นเถิด” เจ้าแมวเอ่ยตะล่อมคุณชายหมิงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลมากกว่าปกติ มองยังไงก็เหมือนกับจงใจทำ ข้ามองไปที่พวกเขาสองคนเขม็ง เจ้ากำลังเล็งปลาย่างหรือเนี่ย!? คุณชายหมิงทำหน้าลังเลใจแต่สุดท้ายก็รับปากเพิ่มปริมาณยา เขาหยิบขวดใส่ยามอบให้แก่ฉินอ๋องจากนั้นก็เอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

“ท่านแม่ทัพอย่าได้ทานเกินสามเม็ดเด็ดขาด หากเกินมากกว่านั้นอาจจะทำให้ไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีก อันที่จริงข้าไม่อยากให้ยาอันตรายเช่นนี้แก่ท่านเลย หากเป็นไปได้ลองนั่งสมาธิสงบจิตใจก่อนนอนจะดีกว่านะขอรับ”

“การสงบจิตใจไม่อาจช่วยอะไรเราได้นักหรอก เราลองมาทุกวิธีแล้ว แต่ขอบใจเจ้ามากสำหรับยา” ฉินอ๋องทำหน้านิ่งจนเย็นชาแล้วเอ่ยขอบใจคุณชายหมิงหันตัวเดินออกไปทันที ข้ามองตามหลังเขาแล้วรู้สึกใจคอไม่ดี นี่เจ้าแมวคงไม่งี่เง่ากินเกินสามเม็ดหรอกนะ? ข้ารู้สึกวุ่นวายใจเล็กๆ ไม่ได้ข้องใจเรื่องคุณชายหมิงกับเจ้าแมวแต่อย่างใด แต่ข้าสงสัยว่าเจ้าแมวเป็นโรคนอนไม่หลับมาหลายปีแล้วงั้นรึ? เหตุใดข้าถึงไม่รู้เลย? ข้าเห็นเขาหลับนอนง่ายจะตายไป พอศีรษะถึงหมอนก็รีบหลับราวกับมีคนจะไล่อย่างไรอย่างนั้น นี่คงมิใช่มุกเข้าใกล้ปลาย่างของเขาหรอกใช่ไหม?

คุณชายหมิงเดินกลับมาหาพวกข้าด้วยใบหน้าเป็นกังวล ข้ามองเขาแล้วเอ่ยถามออกไป

“มีอันใดรึ?”

“เฮ้อ ท่านแม่ทัพมีอาการนอนไม่หลับ แม้จะทานยาชนิดใดก็มิอาจช่วยได้ ข้าเกรงว่าหากปล่อยไปเช่นนี้สุขภาพของเขาจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ไม่แน่อาจจะต้องพลาดท่าให้แก่ศัตรูเข้าสักวัน หรือข้าจะผสมยาใหม่ให้มันมีฤทธิ์แรงกว่านี้ดีนะ แต่หากทำเช่นนี้ก็ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน” คุณชายหมิงเงยหน้ามามองข้าแวบหนึ่งแล้วเอ่ยพึมพำกับตนเองมากกว่าจะเป็นการตอบคำถามของข้า ข้าได้ยินที่เขาพูดก็ไม่สบายใจขึ้นมา เจ้าแมวนอนไม่หลับจริงๆ งั้นรึ? หรือว่าที่ได้รับบาดเจ็บวันนี้ก็เพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนเลย? ข้าครุ่นคิดกับตัวเองไปเงียบๆ ไม่ได้ฟังที่หัวหน้าซ่งเอ่ยหรือคุณชายหมิงบ่นเลยแม้แต่น้อย

พอทุกคนเข้านอนข้าก็ค่อยๆ แอบย่องไปยังกระโจมของท่านแม่ทัพ ข้ามองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังก่อนจะค่อยๆ เปิดกระโจมเข้าไปอย่างแผ่วเบา ในกระโจมมีแสงเทียนเล่มหนึ่งสว่างสลัวๆ พอให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ข้าเดินไปที่เตียงยืนมองเจ้าแมวที่นอนหลับบนเตียง นี่เขากินยาของคุณชายหมิงไปกี่เม็ดกัน? ข้ามองหาขวดยาขวดนั้นแต่ก็ไม่เห็นจึงตัดใจหันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง เอาเถิด เขานอนหลับก็ดีแล้ว ข้าปลดอาณาเขตค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนเตียงแล้วถอดหน้ากากออก เอียงตัวนอนข้างๆ เขาอย่างทุกที

บาดแผลหายดีเป็นปกติแล้วคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีก

ข้าถอนหายใจออกมาแผ่วเบากำลังจะเคลิ้มนอนแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออยู่ๆ อีกคนที่นอนหลับอยู่ยื่นมือมาคว้าต้นแขนของเขาไว้หมับ ข้าสะดุ้งตกใจรีบลืมตาขึ้น ตรงหน้ามีเงามืดทาบลงมาวูบ รู้ตัวอีกทีข้าก็ถูกเจ้าแมวจูบ นี่เขานอนละเมออีกแล้วงั้นรึ!? ตอนแรกข้าก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่นานเข้าก็หลับตาจูบเจ้าแมวตามอารมณ์ที่เริ่มปะทุ เจ้าแมวยังจูบข้าไม่ยอมปล่อย พอข้าเริ่มหายใจไม่ออกเขาก็ผละริมฝีปากเว้นช่วงให้ข้าหายใจอย่างรู้ใจ ข้ารีบหายใจมองคนตรงหน้าที่พลิกตัวมาทับด้วยความงุนงง ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไปเจ้าแมวก็ขยับมาจูบอีกครั้ง ครั้งนี้จูบไม่นานก็ถอดริมฝีปากจากไป

ข้ากะพริบตาปริบๆ ตรงหน้ามีดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องอย่างประชั้นชิด ข้าใจหายแวบ เบิกตาค้างโพลง ตัวแข็งทื่อขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ นัยน์ตาคู่งามที่จ้องกดดันมานั้นคมกริบเสียจนน่าหวาดหวั่น เนิ่นนานชั่วอึดใจข้าได้สติกลับคืนมา รีบผวาตัวผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วสุดชีวิต แต่เจ้าแมวทำเสียงขู่คำรามกางกรงเล็บตะครุบข้าที่กำลังกระโดดหนีไว้กับเตียง ใช้ความได้เปรียบจากร่างสูงใหญ่ตรึงตัวข้าใต้ร่างของเขา ข้าแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

น่ากลัวเกินไปแล้ว!

“จะหนีงั้นรึ?” ฉินอ๋องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ามันกลับน่ากลัวอย่างที่สุด ข้ารีบส่ายหน้ามองใบหน้าคมคายงดงามของเขาที่ไม่มีวี่แววสะลืมสะลือ ดวงตาประกายสดใสวิบวับเหมือนคนมีสติครบถ้วน ข้ากลืนน้ำลายเอ่ยถามเบี่ยงประเด็น

“ท่านไม่ได้ทานยานอนหลับงั้นรึ?”

“ยานี่น่ะรึ? ไม่จำเป็นเลยสักนิด” เขาล้วงเอาขวดยาออกมาเอ่ยถามข้าแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ เจ้าแมวก้มหน้าซบข้าแล้วพึมพำเบาๆ “ข้ามีเจ้าแล้ว”

นี่เห็นข้าเป็นยานอนหลับหรืออย่างไรกัน? แม้จะคิดอย่างขัดเคืองแต่ข้าก็ไม่ได้เอ่ยออกมา ข้าพยายามสังเกตอารมณ์ของเจ้าแมว ก่อนจะถอนหายใจโล่งอกเมื่อท่าทางของฉินอ๋องไม่มีวี่แววจะโมโหหรือโกรธ ข้ากำลังจะยิ้มโล่งใจแต่ถูกเจ้าแมวเอ่ยดักอย่างรู้ทัน ทำเอาข้ายิ้มมิออก

“อย่าคิดว่าข้าไม่โกรธเจ้า! แต่เพราะรู้ว่าเจ้าเป็นห่วงข้าถึงไม่พูดอันใด หึ”

“โอ๊ย! ท่านกัดข้า!?”

ฉินอ๋องกัดไหล่ของข้าแล้วทำเสียงขึ้นจมูก เหตุใดเจ้าแมวตัวนี้ถึงดุร้ายเช่นนี้กันนะ เอะอะก็กัดๆ ข้าลูบไหล่ที่ถูกกัดอย่างไม่พอใจ ฉินอ๋องยกตัวขึ้นจากข้าปล่อยข้าเป็นอิสระ เขามองข้าด้วยสายตาเป็นกังวลแล้วถอนหายใจออกมา ข้ารีบลุกขึ้นนั่งมองตรงไปที่เขาพยายามพูดให้เขาวางใจไม่คิดมาก

“ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะอยู่แต่ในค่าย ไม่มีอันตรายหรอก”

“อืม ข้าส่งเจ้ากลับเพราะเป็นห่วงเจ้า เจ้ามาที่นี้ก็เพราะเป็นห่วงข้า คงจะว่าอันใดเจ้ามิได้” ฉินอ๋องพยักหน้าก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงนุ่มนวล เขามองข้าเล็กน้อยแล้วกระแอมไอ พูดต่อเสียงแผ่วเบาคล้ายกับกำลังเขิน

“อันที่จริงแล้วพอส่งเจ้ากลับไปข้าก็เอาแต่คิดถึงเจ้า ข้าเร่งให้สงครามจบโดยเร็วเพราะต้องการกลับไปหาเจ้า...”

ข้ารู้สึกอายไม่แพ้กัน มาอีกแล้ว วาจาไร้ยางอายของเจ้าแมว!

“ท่านไม่ต้องรีบ ตัวท่านสำคัญกว่า โปรดรักษาตัวด้วย...ท่านเป็นของข้าไม่ใช่รึ?” ข้าก้มหน้าก้มตาตอบออกมาเสียงเบาเป็นแมงหวี่ พอพูดจบข้าก็หน้าร้อนผ่าว ไอควันแทบจะพวยพุ่งจากศีรษะ ข้าแอบเงยหน้ามองฉินอ๋องที่จ้องมาด้วยแววตารักใคร่เอ็นดู มันยิ่งทำให้ข้าหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวมันช่างชวนให้อึดอัดยิ่งนัก สายตาหวานเชื่อมจากเจ้าแมวทำให้ใจของข้าคันยิกๆ ฉินอ๋องหยุดชะงักก่อนจะทำหน้าเครียดเอ่ยถามข้าน้ำเสียงจริงจัง

“เมื่อคืนเจ้านอนที่ใด? นอนข้างผู้ใด!?

“หะ ข้านอนอยู่ที่พักหมออาสา...” ข้าสะดุ้งก่อนจะเอ่ยตอบออกไปแบบมึนงง อารมณ์ของเจ้าแมวเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทัน เหตุใดต้องทำหน้าจริงจังเช่นนั้นด้วย? เจ้าแมวทำท่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันสั่งข้าเสียงเข้ม

“จากนี้ไปให้นอนกับข้า ไม่อนุญาตให้นอนที่อื่น”

“อืม” ข้าพยักหน้ารับทันที แหงละ ดูหน้าเจ้าแมวสิ ราวกับว่ามีใครไปเหยียบหางเช่นนั้นแหละ ฉินอ๋องผ่อนลมหายใจแล้วตวัดสายตามามองข้าอย่างสงสัย

“เมื่อคืนนี้เหตุใดไม่มานอนที่นี้เล่า?”

“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ามานอนที่นี้?” ข้าไม่ได้ตอบแต่ส่งคำถามกลับไป ฉินอ๋องมองข้าอย่างรู้ทันแต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไร เจ้าแมวบอกว่าหลายวันมานี่ข้างๆ เตียงจะอุ่นและมีกลิ่นของข้าติดอยู่ มีเพียงเมื่อคืนวานที่เตียงกลับเย็นทำให้เขาสงสัย ข้านี่มองเขาอย่างตกตะลึง เตียงอุ่นกับกลิ่น!? แถมยังบอกอีกว่าในวันแรกที่ข้ามานั้นได้กลิ่นข้าอย่างชัดเจน ข้าแทบร้องไห้ออกมา นี่เขาจะจมูกแมวเกินไปแล้วกระมัง! ขนาดกลิ่นข้ายังจำได้ อันที่จริงข้าไม่มีกลิ่นเสียหน่อย!

“เหตุใดท่านถึงนอนไม่หลับจนต้องทานยาเล่า?” ข้าเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ หรือเขาจะเครียดกับสงครามจนนอนไม่หลับ เช่นนั้นข้าควรหาวิธีคลายความตึงเครียดให้แก่เขาดีหรือไม่? ฉินอ๋องเหลือบสายตามามองข้านิ่งๆ เงียบไม่ตอบ หมายความว่าอย่างไรสายตาเช่นนั้นน่ะ? ข้าไม่สนใจสายตาแปลกๆ ของเขา เอ่ยสิ่งที่เป็นห่วงออกไป

“หากท่านนอนไม่หลับก็ไม่ต้องทานยาหรอก ข้ามีวิธีดีกว่านั้น”

ใช้พลังเยว่ตี้อย่างไรเล่า!

“หืม? มิน่าตอนที่ข้าขอยาจากคุณชายหมิง ใครบางคนหึงจนตาเขียว น่าขำจริงๆ” ฉินอ๋องได้ยินข้าพูดเขาก็ยกคิ้วด้วยท่าทางกวนโทสะอย่างยิ่ง ก่อนจะถอนหายใจเอ่ยหยอกล้อ ทำสีหน้าเข้าใจเรื่องราวอย่างน่าหมั่นไส้ ข้าอดไม่ไหวยกมือตีอีกฝ่ายอย่างไม่ได้ตั้งใจ ฉินอ๋องชะงักตัวกึก ข้าตกใจจนหน้าซีดลนลานคิดคำแก้ตัวมิออก ฉินอ๋องไม่พูดอะไรแม้สักคำ เขากระโจนผลักข้านอนลงขยับตัวคร่อมตัวข้าเอาไว้ ข้าหวีดร้องอย่างตกใจ เจ้าแมวจุ๊ปากให้เงียบ ข้ารีบปิดปากอย่างเชื่อฟัง เขามองข้าที่เชื่อฟังแต่โดยดีอย่างพออกพอใจ จากนั้นมือหยาบกระด้างก็ค่อยๆ เปลื้องเสื้อผ้าของข้าทีละชิ้นๆ ข้ามองเขาอย่างตกใจรีบเอ่ยปากถามออกไป

“ท่านจะทำอะไรน่ะ?”

“ชู่ว~ ข้าแค่จะผ่อนคลายความตึงเครียดนิดหน่อย” เจ้าแมวเอ่ยอย่างมีลับลมคมใน ข้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจ ผ่อนคลายความเครียดแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการถอดเสื้อผ้าผู้อื่นจนเกือบล่อนจ้อนเช่นนี้ด้วย? ก่อนที่ข้าจะทันคิดตามแมวลามกได้ก็หลวมตัวกลายเป็นของเล่นแมวอีกจนได้ พอปลดปล่อยความตึงเครียดสมใจเจ้าแมวก็ทอดกายนอนเหยียดแข้งขาหลับไปด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ข้าหน้าแดงกับวิธีคลายความตึงเครียดของแมวลามก ตึงเครียดอันใดกัน อัดอั้นเสียมากกว่า! ข้าถอนหายใจซุกตัวเข้าหาเขาที่นอนหลับไปอย่างรวดเร็ว ข้าอดที่จะขึงตาใส่เขามิได้

นอนไม่หลับที่ใดกันเล่า? หลับง่ายอย่างยิ่งน่ะสิ!

 

 

 

 



จริงๆ แล้วชื่อเต็มของตอนนี้คือ...นอนไม่หลับถ้าไม่หลับพร้อมเจ้า (อือหืออออ เน่าไปอีก)

พรุ่งนี้จะออกเดินทางแล้ว คงจะไม่ได้มาอัพต่อจริงๆ นั่นแหละนะ

ถ้าเกิดพอมีเวลาจะพยายามมาอัพให้ก็แล้วกันเนอะ

ปล. เห็นเม้นท์ของท่านผู้อ่านคนหนึ่งบอกว่ามันอินเหมือนดูละครเห็นนางร้ายได้ดีกว่านางเอก

เลยต้องคอมเม้นท์อย่างดุเดือด อ้อออออออ เข้าใจแล้วค่ะ ตอนแรกคนแต่งตกใจอย่างแรง

เพราะฉะนั้นตามสบายค่ะ เชิญอินและคอมเม้นท์อย่างดุเดือด จะเมามันกันแค่ไหนก็เชิญเลยค่ะ 55555

///เปิดอัลติ.....https://www.facebook.com/poypoy.land/


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.672K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25368 Maylyunho (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:44
    อ๋องแมวรู้อ๋องแมวสัมผัสได้
    #25,368
    0
  2. #25041 despasito (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 07:51
    นอนไม่หลับหรือหาเรื่องอ้อนเมียคะท่านอ๋อง
    #25,041
    0
  3. #24968 jinhaana (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 22:56
    ท่านอ๋องรู้มาตลอดว่าเป็นน้อง โอ้ยย ปลื้มจิต
    #24,968
    0
  4. #24905 Bellobun (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 22:02
    สงสารคุณชายหมิงที่โดนนักอ่านโง่ๆด่า แง เค้าเป็นคนดีขนาดนี้
    #24,905
    0
  5. #24767 molyarat (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 12:06
    น่ารีกกกกกก
    #24,767
    0
  6. #24648 R.quartz (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:25
    เกลียดตอนสำลักน้ำ อะไรจะขนาดนั้นพ่อเขาแค่บอกว่าตนเองอัปลักษณ์เฉยๆเอง สงสัยพ่อจะไม่คาดคิดเห็นเขาสวย โอ๊ย! ใครตบหัวข้า?! 😂🤣
    #24,648
    0
  7. #24481 SakanaTai (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 03:01
    อะโหยยยยย ไม่เบาเลยน้าท่านอ๋องงงงง คริคริ
    #24,481
    0
  8. #24406 Fueled me (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:32
    จะเขินก็เขินไม่สุด ท่านอ๋องน่าตีจริง! แต่ตอนรักษาสวินลี่คือตลกมาก พอน้องบอกตัวเองอัปลักษณ์ปุ๊บอิพี่สำลักปั๊บ อ่ย5555555555555
    #24,406
    0
  9. #23973 munkrishear (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 02:09
    หมั่นไส้ฉินอ๋องได้มั้ย555555555
    #23,973
    0
  10. #23861 chilfull (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 13:49

    เอ็นดูเจ้าแมว ความรู้ทันน้อง55555

    #23,861
    0
  11. #23787 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 22:42
    ความจมูกแมวนี้
    #23,787
    0
  12. #23711 Peach9 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 09:43
    อยากจะแหมมมมมมมมม
    #23,711
    0
  13. #23469 Superpoom (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:16
    เฮ้อออออ...โล่งอก
    #23,469
    0
  14. #23423 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 18:51
    ว่าแล้วเชียว
    #23,423
    0
  15. #23304 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 18:53

    555ที่ไหนได้รู้ตั้งแต่วันแรกเลยยังงี้ก็ปลอมตัวเก้อไปเลยน่ะสิ

    #23,304
    0
  16. #22765 ❀ than. (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 12:13
    ฉันคิดแล้วเชียวว่าท่านอ๋องเหมียวๆ ต้องจำยะยหนูของแม่ได้
    #22,765
    0
  17. #22691 yunjaelife (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 17:00
    ยัยน้อง5555
    #22,691
    0
  18. #22622 DKdabble (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 17:49
    อยากตีฉินอ๋องจริงๆ หมั่นเขี้ยว!
    #22,622
    0
  19. #22416 trp1021 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 16:00
    ฉินอ๋องฉลาดแบบคาดไม่ถึง
    #22,416
    0
  20. #22244 Jinriil (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:30
    ฉันรักความฉลาดของฉินอ๋อง 555555555555
    #22,244
    0
  21. #22168 Xialyu (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:43
    เจ้าเล่ห์จริงๆ
    #22,168
    0
  22. #22067 Miko_Chan2002 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 01:15
    สำหรับเรา ขอแค่ท่านอ๋องไม่เข้าใจผิดและรักน้องคนเดียวตลอดไปก็พอแล้วค่ะ คนอื่นจะรู้ไม่รู้ไม่สำคัญ สำคัญแค่ท่านอ๋องรู้ก็พอ ขำตอนท่านอ๋องสำลักน้ำชา555 ท่านอ๋องคงเถียงในใจแทบขาดใจว่าเมียข้าอัปลักษณ์ตรงไหนกัน!! แน่เลยค่ะ5555
    #22,067
    0
  23. #21943 lills (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 00:36
    แหมมมมมม
    #21,943
    0
  24. #21683 TRENDYJM (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 16:44
    เจ้าแมววววววววววววว
    #21,683
    0
  25. #21557 badlism. (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:17
    อยากจะแหมมมมมมมมมมมมมม
    #21,557
    0