เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 31 : ตอนที่ ๓๑ โมโห

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,718 ครั้ง
    24 ก.ค. 59

ตอนที่ ๓๑ โมโห

ถิงเอ๋อร์ เจ้าจะตามมันไปเช่นนี้เลยรึ? เดี๋ยวมันก็เห็นเจ้าหรอก!ท่านแม่ร้องเตือนข้าอย่างเป็นห่วง ข้าก็นึกขึ้นมาได้ นั่นสิ ลืมไปเสียสนิทว่าต้องอำพรางตัวก่อน ข้ารีบเดินหลบเข้าไปในซอยลับตาผู้คน สร้างอาณาเขตขนาดใหญ่ครอบคลุมตัวเองแล้วสั่งให้มัน กักซึ่งต่างจาก ขังอาณาเขตจะยังทะลุเข้าออกได้และสามารถเคลื่อนไหวไปตามเป้าหมาย ซึ่งในที่นี้ก็คือตัวข้าเอง ส่วน ขังนั้นอาณาเขตจะไม่สามารถทะลุและเคลื่อนย้ายได้ ข้าสั่งให้ในอาณาเขตมีสภาพ ล่องหนและไร้เสียงพอแน่ใจแล้วว่าตอนนี้ไม่มีคนเห็นก็เดินออกไปเพื่อตามลู่ชุนไปอย่างลับๆ

ลู่ชุนเหลียวมองไปรอบๆ ตัวก่อนจะเดินเข้าไปยังร้านขายข้าวชำ เยี่ยม มันมองไม่เห็นข้าเลยสักนิด กล่องอาณาเขตของข้าช่างสารพัดประโยชน์จริงๆ สมกับเป็นพลังที่ท่านแม่ยกย่องว่าครบเครื่องที่สุด โจมตี ป้องกัน รักษา สอดแนมก็ยังได้!

ลู่ชุนเดินผ่านเจ้าของร้านที่ผงกศีรษะขึ้นมามองเพียงเล็กน้อยแล้วก้มหน้ามองบัญชีในมือไม่สนใจอีก ข้ามองเจ้าของร้านอย่างแปลกใจ เหตุใดเขาถึงไม่สนใจพูดคุยกับลูกค้ากลับปล่อยให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปข้างในเช่นนี้กันนะ ข้าไม่อยู่ดูนานรีบตามลู่ชุนเข้าไปด้านหลังร้าน เดินวนเวียนอยู่หลายรอบจนกระทั่งลู่ชุนเปิดประตูที่เชื่อมไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ข้าเดินตามหลังเขาไปติดๆ เห็นข้างในหลังประตูก็เบิกตากว้าง

บ่อนพนันนี่น่า!

เสียงผู้คนเจรจาต่อรองกันโฉงเฉงพร้อมกับเสียงเขย่าของลูกเต๋ากุกกักดังไปทั่ว ข้ามองไปโดยรอบอย่างกังวลใจ ลู่ชุนมาเล่นพนันอย่างนั้นรึ? ข้าหันไปมองลู่ชุนที่ตอนนี้กำลังเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองที่เป็นห้องพัก ข้ารีบเดินตามมันไปติดๆ ลู่ชุนเคาะประตูห้องท้ายสุดอยู่สองสามที ไม่นานประตูบานนั้นก็เปิดออกพร้อมกับบุรุษร่างสูงใหญ่ผิวพรรณหยาบกระด้างปรากฏตัวออกมา ทั้งสองกระโดดเข้าหากันพร้อมกับแลกลิ้นอย่างเร่าร้อน ข้าอ้าปากค้างอย่างตกใจ มันมาลอบพบชู้รักนี่เอง!?

พวกมันทั้งสองนัวเนียกันมิหยุดค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในห้อง ข้าลังเลที่จะตามเข้าไปแต่สุดท้ายก็รีบแอบสอดตัวเข้าไปในห้องนั้นจนได้ ทั้งลู่ชุนทั้งบุรุษหยาบกระด้างต่างลูบไล้กันอย่างกระหายอยาก ลู่ชุนร้องครางอย่างสมสุขก่อนที่พวกมันจะเริ่มถอดเสื้อผ้า ข้ารีบสะบัดหน้าหนีจากพวกมัน บ้าเอ๊ย มันก็แค่มาหาชู้รักนี่เอง สงสัยข้าจะระแวงมากเกินไป ข้าได้ยินเสียงลู่ชุนเอ่ยอย่างขัดเขินบอกให้อีกฝ่ายปิดประตูเสียก่อน บุรุษหยาบกร้านผู้นั้นก็ผละจากมันไปปิดประตู ข้ายืนคอตกอย่างหมดอาลัย บ้าจริง! นี่ข้าต้องมาดูพวกมันเล่นรักกันอย่างนั้นหรือ? โธ่เอ๊ย คิดผิดจริงๆ ที่ตามมันมา!

“เป็นอย่างไรบ้าง?” บุรุษหยาบกร้านผู้นั้นเอ่ยถามขณะที่กอดรัดพร้อมกับซอกไซ้ร่างในอ้อมกอดของมัน ลู่ชุนดันบุรุษผู้นั้นออกอย่างมีเหนียมอาย ก้มหน้าเปรยสายตาด้วยท่าทางชวนเคลิ้ม ก่อนที่มันจะเอ่ยตอบคำถาม

“ข้าถามพวกมันมาให้เจ้าแล้ว ตอนนี้ทางค่ายมีทหารเหลืออยู่ไม่มาก...”

ข้าเบิกตารีบหันขวับไปมองพวกมันอย่างตกใจ เดี๋ยวนะ เหตุใดลู่ชุนถึงพูดเรื่องเวรยามและการเดินตรวจตราลาดตระเวนของทางกองทัพฉินอ๋องเล่า? แถมมันยังพูดอย่างละเอียดยิกเสียจนข้าอดขนลุกมิได้ เหตุใดมันถึงรู้มากเพียงนี้! ข้าอยู่ในค่ายแท้ๆ กลับมิได้รู้มากเท่ามัน แล้วเหตุใดมันถึงมาพูดเรื่องนี้กับบุรุษผู้นี้กัน? ข้ามองพวกมันแล้วสังหรณ์ใจประหลาด พอเอ่ยบอกไปหมดแล้วลู่ชุนก็ทำหน้ารักใคร่บุรุษผู้นั้น มันเอนตัวซบอกอีกฝ่ายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“เจ้าบอกให้ไปสืบมาข้าก็ทำให้แล้วนะ หากภารกิจของเจ้าสำเร็จอย่าได้ลืมเลือนข้าเชียวล่ะ ข้าเชื่อใจเจ้า”

“อืม ไม่มีปัญหา ข้ารักเจ้าเพียงนี้ หากข้าทำภารกิจนี้สำเร็จแล้วได้ดิบได้ดีย่อมไม่ลืมเจ้าอย่างแน่นอน” บุรุษผู้นั้นเอ่ยอย่างจริงใจมองลู่ชุนแล้วยิ้มกว้าง นัยน์ตามันมีแต่ความหลงใหลรักใคร่ มันขยับตัวเข้าไปโอบกอดอีกฝ่ายอย่างกระหายใคร่อยาก ลู่ชุนแย้มยิ้มแล้วเอ่ยถามต่อไป

“แล้วจากนี้เจ้าจะทำอย่างไรต่อหรือ? จะใช้โอกาสนี้บุกยึดค่ายเป่าอี้เลยหรือไม่?”

“ยังก่อน เจ้านายของข้านั้นยังกังวลต่อไอ้ฉินอ๋องผู้นั้นอยู่ ข้าจะต้องกำจัดมันเสียก่อนค่อยกลับไปรายงานเจ้านายแล้วนำกองกำลังบุกข้ามมายึดที่นี้”

“กำจัดอย่างไรหรือ? ฉินอ๋องผู้นั้นเก่งกาจยิ่งนัก เจ้าอย่าเสี่ยงเลย” ลู่ชุนทำหน้าตกใจก่อนจะหันไปร้องบอกบุรุษผู้นั้นด้วยสีหน้าแววตาร้อนใจ ราวกับว่ามันเป็นห่วงบุรุษผู้นั้นจริงๆ บุรุษผู้นั้นยิ้มอย่างอบอุ่นใจกอดกระชับลู่ชุนไว้ในวงแขนแล้วเอ่ยเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของคนรัก

“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะไม่เป็นอันใด แผนของข้านั้นรัดกุมนัก”

“จริงหรือ? เจ้าจะทำอย่างไร?” ลู่ชุนก้มหน้าแล้วเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา บุรุษผู้นั้นก็มิได้เคลือบแคลงใจใดๆ มันเอ่ยเล่าแผนการที่วางไว้ออกมาหมดเปลือก ลู่ชุนตั้งใจฟังพลางทำสีหน้าชื่นชมนับถือจอมปลอมออกมา

ข้าได้ยินก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า บัดซบ! นี่ลู่ชุนมันร่วมมือกับสายลับของศัตรูวางแผนชักศึกเข้าบ้านอย่างนั้นรึ!? เหตุใดมันถึงชั่วช้าเช่นนี้! ข้ากัดฟันกรอด อยากจะเข้าไปตบศีรษะของพวกมันเรียงตัวยิ่งนัก หลังจากฟังแผนการต่างๆ ของอีกฝ่ายเสร็จลู่ชุนก็ออดอ้อนด้วยมารยาสาไถของมัน ก่อนที่พวกมันจะเริงรักกันก็มีเสียงเคาะประตูพร้อมกับเอ่ยรหัสลับอะไรบางอย่าง บุรุษผู้นั้นทำหน้าตึงเครียดรีบผละจากลู่ชุนสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องมันหันมาเตือนลู่ชุนด้วยแววตารักใคร่ห่วงใย

“ช่วงนี้เจ้าต้องดูแลตัวให้ดีๆ ก่อนวันลงมือข้าจะมาหาเจ้าอีก” บอกเสร็จมันก็หันหน้าเดินออกไปจากห้อง ข้าตวัดมือสร้างกล่องอาณาเขตเล็กๆ โยนไปใส่บุรุษผู้นั้นแล้วสั่งให้มัน ติดตามเขาไป พอบุรุษผู้นั้นจากไปใบหน้าเศร้าสร้อยอาลัยรักของลู่ชุนก็แปรเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยดูแคลน มันพ่นลมหายใจแล้วค่อยๆ จัดเสื้อผ้าเอ่ยพลางทำเสียงขึ้นจมูกอย่างรังเกียจ

“เหอะ เจ้าคนต้อยต่ำ คิดหรือว่าข้าจะสนใจเจ้าจริงๆ เจ้าโง่เอ๊ย เจ้าก็เป็นเพียงคานดีดให้แก่ข้าผู้นี้เท่านั้น หึๆ สายลับกระจอกเช่นเจ้าจะสู้ตำแหน่งอ๋องได้อย่างไร!

ข้าขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของมัน หมายความว่าอย่างไรกัน? ตำแหน่งอ๋อง? หมายถึงฉินอ๋องน่ะรึ? นี่เจ้าคนไร้ยางอายผู้นี้คิดวางแผนจะทำอันใดอีก? ข้ารู้สึกร้อนใจขึ้นมา อยากจะเข้าไปกระชากลู่ชุนเค้นคอให้มันสารภาพแผนการสกปรกของมันออกมาให้หมด ข้ายืนมองลู่ชุนด้วยความโมโห ที่แท้แล้วคนที่ชักศึกเข้าบ้านก็คือคนผู้นี้นี่เอง! แถมมันยังวางแผนกับชู้รักลอบสังหารฉินอ๋องอีกด้วย ไม่ได้การ ข้าควรจะเตือนเจ้าแมวถึงภัยร้ายนี้ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าลู่ชุนมันจะเลวร้ายกล้าทรยศบ้านเมืองของตนเองได้ ข้ากำลังก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องแต่ก็ต้องชะงัก ลู่ชุนที่จัดเสื้อผ้าและผมเรียบร้อยแล้วลุกขึ้นไปส่องกระจก มันเมียงมองตนเองในกระจกทองแดงแล้วถอนหายใจออกมา

“หลังจากช่วยเหลือฉินอ๋องจากการลอบสังหารของศัตรูแล้วบอกแผนการลับของพวกแคว้นเหลียว ข้าจะได้รับการตอบแทนมากมายเท่าใดนะ? แล้วฉินอ๋องจะซาบซึ้งใจข้าเพียงใด? แค่คิดก็ตื่นเต้นจนตัวสั่นแล้ว อ่า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรับข้าไว้เป็นคนของเขาก็เป็นได้ รูปโฉมของข้าก็ดูมิเลวนี่นะ หึๆ หากเป็นเช่นนั้นข้าก็จะได้ไปอยู่ที่วังอ๋องเสพสุขไปชั่วชีวิต” ลู่ชุนวาดฝันไปไกลพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

ข้าหันกลับไปมองมันด้วยสายตาเย็นชา มันว่าอันใดนะ? ข้าเม้มปากแน่น จากนั้นก็กัดฟันกรอด ดีดนิ้วส่งอาณาเขตไปยังกระจกที่คนน่ารังเกียจผู้หนึ่งกำลังส่องมองหน้าเน่าๆ ของมัน ข้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือกำหมัดแน่นก่อนจะคลายออก ชูมือขึ้นกำหมัดสั่งให้อาณาเขตอัดบีบตัวทำกระจกบานนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ ลู่ชุนผงะหวีดร้องออกมาอย่างตกใจ มันรีบถอยออกมาจากกระจกที่แตกแล้วหันมองไปรอบห้องด้วยใบหน้าซีดเผือด พอไม่เห็นใครมันก็ยิ่งหวาดกลัวรีบวิ่งออกไปจากห้อง ชนนั่นชนนี่ไปตลอดทาง ข้ามองตามมันไปจนสุดสายตาพร้อมกับบดกรามแน่น

สารเลวยิ่งนัก!

ร่วมมือกับศัตรูก็ชั่วพออยู่แล้ว แต่นี่มันกลับหักหลังอีกฝ่ายแล้วฉวยโอกาสสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตนเองเชียวหรือ? หึ! สารเลว! ข้ายืนข่มอารมณ์เดือดดาลอยู่นานสองนานกว่ามันจะสงบลงได้ ชีวิตที่แล้วนั้นมิใช่เพียงข้าเท่านั้นที่ถูกมารยาสาไถยของมันตบตา แม้กระทั่งฉินอ๋องก็ยังถูกมันหลอกลวงงั้นรึ? ในใจของข้าคุกรุ่นไปด้วยโทสะอันเย็นเยียบ ลู่ชุนวางแผนซ้อนแผนลอบสังหารของพวกทางเหนือ ทำให้ฉินอ๋องจากที่จะถูกสังหารสิ้นชีพก็กลายเป็นได้รับบาดเจ็บสาหัสแทนสินะ แถมยังเป็นผู้บอกข่าวโจมตีของพวกแคว้นเหลียวอีก หากมันทำสำเร็จลู่ชุนก็ได้ความดีความชอบและยังเป็นผู้มีพระคุณของฉินอ๋อง ช่างฉลาดยิ่งนักที่คิดวางแผนนี้ขึ้นมาได้ ฮึ!

ประเดี๋ยวก่อน หรือว่าชีวิตที่แล้วนั้นลู่ชุนก็วางแผนเหมือนตอนนี้? ถ้าเช่นนั้นมันก็เป็นผู้มีพระคุณของฉินอ๋องน่ะสิ! ถ้าอย่างนั้นที่ลู่ชุนไม่ถูกไล่ออกจากวังตอนที่วางแผนน่าเกลียดนั่นก็อาจจะเป็นเพราะมันเคยช่วยฉินอ๋องไว้งั้นหรือ? มีความเป็นไปได้ เช่นนั้นทั้งหมดก็เป็นแผนการแพศยาของคนสารเลวผู้นี้อย่างนั้นน่ะรึ!?

ข้ายืนนิ่งอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งได้ยินเสียงมารดาพูดในหัวจึงหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด ปมในใจของข้าคล้ายจะถูกคลายออกไปหนึ่งเปลาะ หากมันเป็นเช่นนั้นจริงล่ะก็ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะฟังขึ้น หรือแม้กระทั่งตอนที่มันบีบน้ำตาเล่าว่าเป็นคนรักของฉินอ๋องให้ข้าฟังนั้นจริงๆ แล้วมันก็โกหกเช่นกัน! ยิ่งนึกข้าก็ยิ่งโมโหทั้งตนเองและรังเกียจลู่ชุนผู้นั้นไปพร้อมกัน เหตุใดข้าถึงได้เชื่อมันเสียสนิทใจอย่างนั้น!? เหตุใดข้าถึงไม่เอ่ยปากถามความจริงกับฉินอ๋อง!? เหตุใดข้าถึงได้โง่เง่าเช่นนี้!? ข้าเซเหมือนจะล้มอย่างสูญเสีย ท่านแม่เอ่ยเรียกข้าอีกครั้ง ข้าตั้งสติสูดลมหายใจลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยตอบนาง

“ข้าไม่เป็นไร เรากลับกันเถิดขอรับ มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ”

ข้าเดินออกมาจากห้องนั้นอย่างระมัดระวัง รีบออกไปจากบ่อนพนันอย่างราบรื่น ไม่มีใครเห็นข้าแม้สักคน ข้าหลบเข้าที่ลับตาคนแล้วปลดอาณาเขตที่ครอบตัวเอาไว้ออก รีบเดินไปหาเจ้าหมอกทมิฬที่ฝากไว้ยังคอกม้าของโรงเตี้ยม ข้าปีนขึ้นหลังมันแล้วบังคับเจ้าหมอกทมิฬวิ่งออกไปในทันที ข้ามายังจุดนัดพบเพื่อบอกพวกเขาว่าข้าจะกลับค่ายก่อน เมื่อบอกเสร็จข้าก็รีบพาเจ้าหมอกทมิฬวิ่งออกจากเมืองลั่วตรงดิ่งไปยังค่ายเป่าอี้ ข้ากระซิบบอกให้เจ้าหมอกทมิฬวิ่งให้เต็มกำลังเพื่อกลับไปค่ายให้เร็วมากที่สุด เพราะอีกเดี๋ยวก็จะถึงเวลาที่ฉินอ๋องจะออกไปลาดตระเวนตอนเย็นแล้ว

ข้าขี่ม้าเข้าไปยังค่ายทหาร ถามหาฉินอ๋องกับทหารที่เฝ้าหน้าประตู ได้ความว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ออกไปลาดตระเวน ข้าถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้เขาน่าจะกำลังเตรียมตัวอยู่ที่กระโจมเป็นแน่ ข้าเอ่ยขอบคุณพวกเขาแล้วควบม้าไปยังกระโจมด้วยความเร็วที่ทำเอาคนเดินผ่านผงะตกใจ ขออภัย! ตอนนี้ข้าต้องไปพบฉินอ๋องให้เร็วที่สุด ข้ามีเรื่องด่วน! ข้าเอ่ยขออภัยพวกเขาในใจแล้วควบม้าไปต่อ หวิดตกม้าอยู่หลายรอบแล้ว

พอมาถึงหน้ากระโจมข้าก็ดึงสายบังเหียนในมือสุดแรง ทำให้เจ้าหมอกทมิฬสะบัดตัวอย่างรุนแรงเพื่อหยุดเท้า มันส่งเสียงร้องดังลั่นออกมา ฝุ่นตรงเท้าฟุ้งตลบไปทั่ว พวกองครักษ์ของฉินอ๋องที่ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ใกล้ๆ ก็หันมามองข้าอย่างตกตื่นใจ บางคนรีบวิ่งมาดูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ฉินอ๋องเองก็เปิดกระโจมเดินออกมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นข้าเขาก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่ฉินอ๋องจะได้ทันพูดอะไรออกมา ข้าก็เอ่ยตัดบทเขาอย่างรีบเร่ง

“ตามข้ามา!

ฉินอ๋องมองข้าอย่างตกใจ คนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาเบิกตากว้างกับถ้อยคำห้วนๆ ของข้า ข้าไม่มีเวลาสนใจแล้ว จากตำแหน่งอาณาเขตที่ใช้ติดตามสายลับแคว้นเหลียวตอนนี้เป้าหมายกำลังจะออกไปจากเมืองลั่วแล้ว ข้าเอ่ยเร่งเขาอีกครั้ง น้ำเสียงจริงจังปนขอร้อง ฉินอ๋องพยักหน้าแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เจ้าแมวหันไปตะโกนออกคำสั่งให้คนไปลาดตระเวนแทน ก่อนจะหันไปมองหัวหน้าองครักษ์จางพยักหน้าให้อีกฝ่ายตามมาด้วย ข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นฉินอ๋องขึ้นหลังม้าแล้ว

ข้ากระตุกสายบังเหียนในมือกระทุ้งเท้าใส่เจ้าหมอกทมิฬให้มันออกตัววิ่งไปอีกครั้ง ม้าสามตัววิ่งควบตามกันออกไปจากค่ายอย่างรวดเร็ว ข้าพาพวกเขามาดักหน้าเจ้าสายลับของแคว้นเหลียวที่กำลังออกมาจากเมืองลั่ว พอถึงที่หมายข้าลงจากม้าแล้วให้ส่งสัญญาณมือพวกเขาตามลงมา ข้าพาสองหนุ่มผู้เคร่งขรึมแอบซุ่ม พวกเขาก็ทำตามโดยไม่ปริปากถามใดๆ ฉินอ๋องทำหน้านิ่งส่งสายตามาเป็นคำถาม ข้าทำไม้ทำมือเป็นสัญญาณให้เขามองไปยังเจ้าสายลับผู้นั้น พวกเราหันไปมองเจ้าสายลับที่กำลังยืนรอใครบางคน อ่า มันมิได้จะลอบหนีออกจากเมืองอย่างที่ข้าคิด แต่มันลอบมาพบปะกับคนกลุ่มหนึ่งอยู่ต่างหาก

มันมาพบผู้ใดกัน? พรรคพวกของมันรึ?

ฉินอ๋องกับหัวหน้าองครักษ์จางจ้องมองคนพวกนั้นด้วยสายตาเยือกเย็นและสงบนิ่ง ข้ามองพวกเขาแล้วค่อยวางใจขึ้นมาหน่อย เอาละ ที่นี้คงจะช่วยให้ฉินอ๋องรับรู้ภัยที่จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าแล้ว ต่อจากนี้เขาจะต้องรีบวางแผนรับมือ สงครามในหน้าหนาวที่จะอุบัติขึ้นจะลดทอนความเสียหายลงแน่นอน อีกอย่างเจ้าแมวก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ให้ต้องสูญเสียพลังเหมือนเมื่อชีวิตก่อน ข้าก้มหน้าระบายยิ้มอย่างโล่งใจ

“ว่าอย่างไร? เจ้าจะลงมือเมื่อใด?” ผู้นำกลุ่มนั้นเอ่ยถามเจ้าสายลับด้วยน้ำเสียงติดยโสเล็กน้อย เจ้าสายลับดูท่าทางจะเกรงใจพวกนั้นมิใช่น้อย มันเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม

“ข้าจะลงมืออาทิตย์หน้าขอรับ ทำตามแผนการที่ท่านได้แนะนำให้ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนขอรับ”

“ดีมาก หากเจ้าสังหารมันสำเร็จ เจ้านายของข้าจะตกรางวัลให้อย่างงาม”

“ขอบคุณขอรับ ข้าจะต้องสังหารฉินอ๋องสำเร็จแน่นอน”

“อืม พวกข้าจะรอดูผลงานเจ้า จงเตรียมตัวให้พร้อม”

“ขอรับ”

“ฝากบอกเจ้านายของเจ้า เรื่องอาวุธที่ขอมาเจ้านายของข้าจะส่งไปให้หลังจากนี้อีกสามวันพร้อมกับเสบียงอาหาร อ้อ อีกเรื่องหากเจ้าลงมือมิสำเร็จก็ไม่เป็นไร ขอให้มันบาดเจ็บ จากนั้นก็บอกให้เจ้านายเจ้าสังหารมันให้ตายในสงคราม หากทำสำเร็จเจ้านายของข้าจะส่งรางวัลไปให้เจ้านายของเจ้าอย่างงาม” หัวหน้ากลุ่มผู้นั้นเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมชวนขนลุก

ข้าจ้องหัวหน้ากลุ่มคนนั้นที่คลุมผ้าปิดหน้าปิดตาอย่างสงสัย คนผู้นี้เป็นใครกันแน่? มิใช่คนของแคว้นเหลียวเพราะมันพูดราวกับอยู่คนละฝั่ง แถมยังเอ่ยถึงเจ้านายของมันอีกต่างหาก เจ้านายที่มันพูดถึงคือใครกันแน่? เหตุใดเจ้านายมันถึงต้องการให้ฉินอ๋องตาย? หรือว่าเจ้านายของพวกมันจะเป็น...

หัวหน้าองครักษ์จางเบิกตากว้างอย่างตกใจ สีหน้าเคร่งขรึมของเขายิ่งเคร่งขรึมขึ้นไปอย่างน่าเกลียดหลังจากได้ยินคนเหล่านั้นพูดคุยกัน เขาหันไปมองเจ้านายที่นั่งทำหน้าสงบเยือกเย็นอยู่ด้านข้าง ข้าเองก็หันไปมองเจ้าแมวที่จ้องมองไปยังสายลับแคว้นเหลียวด้วยสายตาเย็นชาเป็นน้ำแข็ง แล้วเขาก็เหลือบสายตาไปมองหัวหน้ากลุ่มที่มาติดต่อกับสายลับด้วยสายตาเย็นเยียบน่าขนลุกยิ่งกว่า ก่อนที่จะมีใครเอ่ยอะไรออกมาทั้งสองฝ่ายที่ลอบพบกันก็แยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว

“ท่านอ๋อง...” หัวหน้าองครักษ์จางเอ่ยเรียกเจ้านายเมื่อพวกมันแยกย้ายกันไปแล้ว ฉินอ๋องพยักหน้าแล้วหันมาพูดกับข้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เจ้ารีบกลับค่ายไปก่อน ทางนี้ข้าจะจัดการเอง”

“อืม ระวังตัวด้วยนะ”

“แน่นอน ไม่ต้องห่วงข้า เจ้ากลับไปก่อนเถิด”

ข้ามองฉินอ๋องแล้วพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ ถอนตัวออกจากที่ดักซุ่ม รีบเดินไปหาเจ้าหมอกทมิฬเพื่อขี่มันกลับค่าย การที่ข้าแยกตัวออกมาก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว เพราะจะทำให้พวกเขาไม่มีความพะวงที่จะดำเนินการทำอะไรต่อไป อีกอย่างข้าก็มิอยากเป็นตัวถ่วงของพวกเขา ข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะตามดักจับเจ้าสายลับคนนั้นเป็นแน่ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีฉินอ๋องจะได้รู้เรื่องการบุกโจมตีกะทันหันของพวกแคว้นเหลียวจากปากมัน ข้าถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อฉุกคิดถึงลู่ชุนเจ้าคนน่ารังเกียจผู้นั้น ข้าจะต้องจัดการมันอย่างแน่นอน

ข้ากลับมาถึงค่ายก็นำเจ้าหมอกทมิฬไปที่คอกเพื่อให้มันกินหญ้าและพักเหนื่อย วันนี้เจ้าหมอกทมิฬวิ่งออกแรงหนักทีเดียว ข้าลูบศีรษะของมันเป็นการชมเชย เจ้าม้าสีดำสนิทก็คล้ายจะรับรู้ว่าข้าชมมัน มันใช้หน้าผากดันข้าเบาๆ แล้วหันไปเคี้ยวหญ้าตรงรางอาหาร ข้าตบตัวมันเบาๆ แล้วเดินออกไปให้คนดูแลคอกม้ามาดูแลมันต่อ ข้าเดินเข้าไปในกระโจมแม่ทัพครุ่นคิดวิธีที่จะจัดการหนุ่มน้อยหน้ามนคนซื่อพลางรอฟังข่าวจากฉินอ๋อง

ผ่านไปนานถึงสองชั่วยามฉินอ๋องถึงเดินเข้ามาในกระโจมด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ข้ารีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเขาอย่างตื่นเต้น จับสายลับคนนั้นได้หรือไม่? แล้วมันบอกอะไรบ้าง? ฉินอ๋องพยักหน้าให้กับข้าแล้วเดินไปล้างหน้าซับหน้าซับตา ก่อนจะเดินมานั่งเพื่อทานข้าวซึ่งข้าเตรียมไว้อยู่ก่อนแล้ว ข้าเดินตามหลังเขาก่อนจะนั่งลงตรงกันข้ามเพื่อทานข้าว อันใดของเจ้าแมวข้าเดินตามขนาดนี้ก็ไม่ยอมเอ่ยปากบอกอันใด ข้าเหลือบมองเขาอยู่หลายครั้งระหว่างทานข้าวด้วยกัน แต่ฉินอ๋องก็ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ นี่ข้าชักจะเหลืออดกับปากแข็งๆ ที่มิยอมเอ่ยอันใดของเขาแล้วนะ

พอทานข้าวเสร็จข้าก็จัดการถามเขาทันที เคยบอกไว้มิใช่หรือว่าหากข้าถามเขาก็จะตอบ พอข้าถามออกไปฉินอ๋องที่ยืนกลั้วปากหลังทานข้าวก็ยืนทำหน้านิ่งๆ ซับน้ำจากปากด้วยท่าทางสง่างามน่ามอง เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเขาลีลาท่ามากยิ่งนัก? จะพูดก็รีบพูด ไยต้องรีๆ รอๆ ให้ผู้อื่นหงุดหงิดด้วย ฉินอ๋องเดินไปนั่งตั่งนั่งเล่นก่อนจะกวักมือเรียกให้ข้าไปหา ข้ามองเขาแล้วถอนหายใจออกมาแล้วยอมเดินไปหาเขาแต่โดยดี ฉินอ๋องตบขาของตนเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ข้ากะพริบตาจ้องมองตรงที่เขาอยากให้นั่ง ข้าเงยหน้ามองเขาสลับกับหน้าตักของเขาอยู่หลายครั้ง ลังเลใจไม่ยอมเข้าไปเสียทีจนกระทั่งฉินอ๋องเอ่ยกระตุ้น

“ไม่อยากรู้แล้วรึว่าเกิดอันใดขึ้น? มานั่งนี่”

นี่มันฉวยโอกาสชัดๆ!

ข้าพูดอะไรไม่ออก เจ้าแมวช่างไร้ยางอายยิ่งนัก! เหตุใดต้องใช้วิธีนี้มาล้อเล่นกับข้าด้วย ไม่เล่าก็ไม่เล่าสิ! ถึงจะไม่บอกข้าก็รู้อยู่แล้วว่าเกิดอันใดขึ้น ข้าเม้มปากหันตัวเดินไปอีกมุมทรุดตัวลงนอนกลิ้งอยู่กับกองหมอนนวมนุ่มนิ่ม ไม่สนใจเจ้าแมวที่ส่งสายตามาจ้องเขม็ง ฮึ คิดว่าข้าจะง้องั้นรึ? ไม่พูดก็ไม่พูดซี ใครจะสนเล่า!

“นี่ ไม่อยากฟังแล้วรึ?”

ผ่านไปสักพักเจ้าแมวก็ส่งเสียงแหง่งๆ เรียกร้องความสนใจ ข้าหันหลังให้เขาหลับตาไม่ตอบกลับไป ชั่วครู่ข้าก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเจ้าแมวที่พยายามย่องเข้ามาใกล้ นี่คิดว่าข้าไม่ได้ยินหรือไง? ต่อให้ฝีเท้าเบายังไงตอนนี้ข้าก็ได้ยิน! ปัดโธ่ ข้าอยู่ในขั้นสี่แล้วประสาทสัมผัสย่อมดีอย่างยิ่ง ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ได้ขยับไปไหน ยังคงหลับตานอนตะแคงข้างอยู่เหมือนเดิม ฉินอ๋องค่อยๆ นั่งลงใกล้ตัวข้าแล้วเหยียดตัวนอนลงข้างๆ ข้ารอแล้วรอเล่าแต่อีกคนก็ไม่มีท่าทีจะทำอะไร นอกจากนอนอยู่นิ่งๆ อะไรของเจ้าแมว? นี่เขาจะนอนไปเฉยๆ ทั้งอย่างนี้งั้นรึ? ข้านอนนิ่งต่อไปรอดูว่าเจ้าแมวจะทำอย่างไร ผ่านไปนานจนข้าแทบเผลอหลับ ท่ามกลางอาการหลับๆ ตื่นๆ ข้าก็รู้สึกว่ามีคนใช้ปลายนิ้วมาสะกิดไหล่ของข้าเบาๆ ข้าลืมตาขึ้นหันไปมองเจ้าของปลายนิ้วที่สะกิดยิกๆ พอเห็นข้าหันไปมองเจ้าแมวก็หยุดมือ เราสองคนจ้องตากันนิ่งๆ

ฉินอ๋องที่มีใบหน้าราบเรียบก็เปิดปากเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งไม่แพ้สีหน้า

“เจ้าไม่ฟังก็ช่างเถิด แต่ว่ามีความดีความชอบก็ต้องให้รางวัล”

ข้าเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ รางวัลอย่างนั้นรึ? รางวัลอันใดกัน? ก่อนที่ข้าจะคิดอันใดต่อไปก็ต้องผงะตกใจเมื่อถูกเจ้าแมวที่ทำหน้านิ่งกระโจนเข้าใส่ทั้งตัว ข้ายกแขนกันเจ้าแมวแบบไม่รู้ตัว มันเป็นไปเองตามธรรมชาติ อย่าบอกนะว่ารางวัลที่ว่านี่จะเป็นตัวเองน่ะเจ้าแมว!? รางวัลแบบนี้ข้าขอปฏิเสธได้หรือไม่? เจ้าแมวไม่สนใจดึงแขนของข้าออกอย่างใจเย็นแล้วก้มลงมากอดข้าไว้แน่น จากนั้นเขาก็ซุกหน้าลงข้างๆ ถูไถใบหน้าของเขากับข้าเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบาแล้วกระซิบข้างหูของข้า

“เจ้าไม่ต้องกังวล ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี”

“อืม” ข้าส่งเสียงรับ มองอีกฝ่ายที่กอดข้าไว้นิ่งๆ ไม่ทำอะไรต่อ ข้าจึงถอนหายใจเอื้อมมือที่ถูกปล่อยกอดเขาตอบ ตอนนี้ข้าไม่ห่วงเรื่องศึกที่จะเกิดขึ้นแล้ว ขอเพียงฉินอ๋องรู้ตัวก่อนก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ข้าเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องจัดการทุกอย่างให้จบลงได้อย่างแน่นอน ส่วนเจ้าคนน่ารังเกียจลู่ชุนผู้นั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะลากมันมารับโทษฐานเป็นไส้ศึกอย่างแน่นอน ข้ากอดเจ้าแมวพลางยิ้มออกมาอย่างสาแก่ใจเมื่อคิดถึงยามที่ลู่ชุนผู้นั้นเดินเข้ามาติดกับดักด้วยใบหน้าซื่อๆ ของมัน

ปลาเน่าไม่สมควรนำมาย่างกิน!

 

 

 





เรื่องที่เผลออ่านไม่ได้ลงที่ไหนนะ ยังเป็นพล็อตอยู่เลยแต่อ่านแล้วมันส์ดี 5555

ตอนที่แล้วทำไมมีแต่คนอวยพรท่านเฉินให้โดนกดกันนะ โถ ไม่สงสารเฉินเลย

อีกประเด็นที่คนสงสัยกัน ท่านกำลังดูภาพวาดอะไรอยู่ นั่นสิ ท่านดูอะไรกันนะ?

ส่วนพลังของถิงถิงนั้นมีคนเดาถูกอยู่คนหนึ่งแฮะ โถ อย่ารู้ทันนักสิ เอาไว้ลุ้นหน่อย~  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.718K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25546 Lin and น้องปีเตอร์ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 21:13
    แหมม ม้าก็ชอบเจ้า แมวก็ชอบเจ้า ถิงๆเอ๋ย ถิงๆ มีแต่คนชอบเจ้านะ ฮิๆ แต่ชอบฉากพาฉินอ๋องขี่ม้าไปนะ ไปอย่างเท่ห์ แต่คือถึงแล้วรู้เรื่องราวเสร็จสับ สมกับเป็นตัวประกอบ บอกทุกอย่างจริงๆ ไม่เปลืองเวลา5555
    #25,546
    0
  2. #25413 NEPTUNEL (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:02
    เอาเลย!
    #25,413
    0
  3. #25362 Maylyunho (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:13
    ลู่ชุนไม่รอกแน่ น่ากำจัดนัก
    #25,362
    0
  4. #24808 kimleehyun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:43
    พลังเจ้าหญิงนี่คือพลัง?????
    #24,808
    0
  5. #24765 molyarat (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:38
    เชอะๆๆ
    #24,765
    0
  6. #24716 sedsawa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 17:21
    เดาว่าเป็นพลังเจ้าหญิงดิสนี่ย์! เป็นมิตรกับสัตว์โลก!
    #24,716
    1
    • #24716-1 molyarat(จากตอนที่ 31)
      23 พฤษภาคม 2563 / 10:38
      555555อาจจะๆ
      #24716-1
  7. #24395 Fueled me (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:07
    พลังอีกอย่างของน้องคืออะไรน้อ นึกไม่ออก ส่วนน้องในตอนนี้ก็คือนี่แหละวิถีเมียหลวง5555555555556
    #24,395
    0
  8. #23969 munkrishear (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 00:55
    ลุ่ชุนต้องโดนจัดการสักที ร้ายมากกกก
    #23,969
    0
  9. #22909 Peach9 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 05:30
    คนแบบนี้นะมันต้องโดนสั่งสอนบ้างขนาดพ่อแม่ยังเอาไม่อยู่ดูก็รู้ว่าไม่รักใครนอกจากตัวเอง ส่วนท่านอ๋องกับน้องของเรานั้นคือแบบอยากแหมมมม
    #22,909
    0
  10. #22756 ❀ than. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 07:49
    ขอเดาว่าท่านอ๋องเหมียวๆ เริ่มรู้สึกถึงพลังของถิงถิงแล้ว อ้อนเป็นแมวเลยทีนี้
    #22,756
    0
  11. #22592 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 01:05

    อยากเห็นลุ่ชุนโป๊ะแตกแล้วอ่าาา

    #22,592
    0
  12. #22410 trp1021 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:22
    ลู่ชุนนี่.........ต้องแทงสักที
    #22,410
    0
  13. #22285 danaja12062002 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 16:14
    ไรท์เกลียดลู่ชุนขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แต่เราว่าเหล่าแม่ๆของถิงถิงเกลียดลู่ชุนยิ่งกว่า อยากจะกระชากลู่ชุนให้โดนรุมโทรม!!!//ขอโทษค่ะ อารมณ์ขึ้นอ่าา
    #22,285
    0
  14. #22160 Xialyu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:32
    ลู่ชุนหน้าซื่อใจคดยิ่งนัก
    #22,160
    0
  15. #21937 lills (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 21:41
    น้องเก่งมากก!
    #21,937
    0
  16. #21544 badlism. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:37
    เก่งมากลูกกกกกก
    #21,544
    0
  17. #21510 ppvs_ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 15:56
    กรี๊ดดดดดดดด น้องเก่งมาก!
    #21,510
    0
  18. #21440 -เกม- (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 00:55
    รู้ตัวกันสักที
    #21,440
    0
  19. #21038 pcy921 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 12:03
    อหหหห ลู่ชุนนี่คือร้ายมาก เสแสร้งสุด
    #21,038
    0
  20. #20881 Sspringlove (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 00:43
    พลังอีกอย่างคืออะไร แต่ขอเดาว่าไม่ธรรมดาแน่ๆ อย่างน้อยก็น่าจะต้องทำอะไรได้มากกว่าสื่อสารกับสัตว์
    #20,881
    0
  21. #20819 PaulaPum (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 12:49
    สนุกมากก
    #20,819
    0
  22. #20371 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:08
    ลู่ชุน เสียดายความสามารถจริงๆนะเนี่ย
    #20,371
    0
  23. #20296 Fktay (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 12:46
    พลังอีกอย่างของถิงถิงคืออ่านใจคนป้ะคะ? หรือพูดคุยกับสัตว์ได้ มีเสน่ห์ต่อคนสัตว์ไรงี้? /// ขอให้นังลู่ชุนโดนประหาร
    #20,296
    0
  24. #20084 Whisper_ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:16
    สนุกจริงๆค่ะ ปกติไม่เม้นกับนิยายสักเรื่องเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องเเรกที่เม้น ขอบคุณที่เเต่งจ้า
    #20,084
    0
  25. #19813 PuingSama (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:44
    ถิงถิงเก่งมากลูกกกกกกกกกกก ถูกแล้วปลาเน่าไม่สมควรเอามาย่างกิน!!! จัดการมันเจ้าคนน่ารังเกียจ!!! ท่านแมวขี้อ้อนอะไรขนาดนี้ องค์รัชทายาทหรือเปล่าที่อยู่เบื้องหลัง รู้สึกดีที่ถิงถิงดูมีความเจ้าเล่ห์และเจ้าคิดเจ้าแค้นบ้าง แม่เชียร์หนู!!!!
    #19,813
    0