เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 27 : ตอนที่ ๒๗ คนรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,838 ครั้ง
    20 ก.ค. 59

ตอนที่ ๒๗ คนรัก

ข้ายังยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับแม้สักก้าว ไม่นะ นี่มันผิดคาดจริงๆ ข้าจ้องมองใบหน้าคมคายที่เรียบนิ่งไม่มีสิ่งใดเจือปนอยู่อย่างไม่อย่างเชื่อสายตา รู้สึกไม่ไว้วางใจเลยสักนิด ไม่น่าจะเป็นไปได้ ตอนนั้นเขาโกรธจนหน้าเปลี่ยนสีแต่ตอนนี้กลับทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงข้าจะคิดเอาไว้แล้วว่าสักพักเขาจะอารมณ์ดีขึ้นก็เถิด แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาที่นี้ด้วยสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรใดๆ สถานการณ์เช่นนี้มันน่ากลัวกว่าตอนที่เขาโมโหเสียอีก ข้าตัวเย็นเหงื่อไหลพรากๆ ขาแข็งก้าวไม่ออกสักนิด

ฉินอ๋องยังคงยืนมองข้าที่ยืนกระสับกระส่ายกังวลจนหน้าซีดหน้าเผือด สักพักเขาก็ถอนหายใจแล้วหันไปปลดสายบังเหียนม้า เตรียมม้ารอข้าด้วยท่าทีไม่กดดันใดๆ ยิ่งมองข้าก็ยิ่งสับสนในใจ เจ้าแมวมาอย่างเป็นมิตรจริงๆ งั้นรึ? มิใช่ว่าจะหลอกให้ตายใจแล้วค่อยเฉือนนิ่มๆ หรอกนะ เมื่อเตรียมม้าเรียบร้อยฉินอ๋องก็หันมามองข้าพลางมองมาด้วยสายตานิ่งๆ รอคอยให้ข้าข้ามฝั่งไปหา ข้ากลืนน้ำลายหันมองซ้ายมองขวา เห็นชาวบ้านเริ่มหันมามองข้าด้วยความสงสัย แค่พวกเขาเห็นท่านแม่ทัพมายืนอยู่ที่นี้ก็ได้รับความตื่นตระหนกอย่างมากอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่แค่มายืนเฉยๆ แต่กลับมายืนรอคนอีกต่างหาก!

สายตาของพวกเขาจ้องมองมาที่ข้าด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้ใคร่เห็นอย่างเข้มข้น บางคนเกรงรัศมีของท่านแม่ทัพถึงได้จดๆ จ้องๆ เป็นบางช่วง ข้าถูกจ้องมองจนหน้าบาง ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากกว่านี้จึงรีบเดินไปหาท่านแม่ทัพที่จ้องเขม็งรอคอยแบบไม่พูดไม่จาอันใดสักคำ พอเดินมาถึงข้ายื่นมือไปหาเขาเพื่อให้อีกฝ่ายอุ้ม พยายามส่งสายตาเร่งรีบให้เจ้าแมวพาออกไปจากแหล่งชุมนุมชาวเมืองที่ซักจะมากขึ้นทุกที ฉินอ๋องมองข้าแล้วเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย อย่าเพิ่งมางงอะไรยามนี้ได้หรือไม่? พาข้าขึ้นม้าก่อนเร็วเข้า! เจ้าแมวเป็นอะไรของเขากัน ยืนทำหน้าแปลกๆ เหมือนพยายามกลั้นยิ้ม

อะไรรร!? เร็วๆ ซี!

เจ้าแมวขยับตัวมาอุ้มข้าขึ้นม้า ข้ามองไปที่เขาแล้วขมวดคิ้ว ขำอะไรของเขา? ฉินอ๋องขึ้นมานั่งบนหลังม้าแล้วกระทุ้งเท้าข้างลำตัวม้า คุมม้าวิ่งเหยาะๆ ออกไป ข้าใช้แขนเสื้อปิดหน้าปิดตาป้องกันตนเองเอาไว้ก่อน ถึงจะรู้สึกว่ามันช้าไปหน่อยก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนั่นแหละ ไม่แน่พรุ่งนี้ข้าอาจจะตกเป็นข่าวทั่วเมืองลั่วก็เป็นไปได้ พอออกมาจากประตูเมืองข้าก็หดหู่ใจกับข่าวลือที่จะเกิดขึ้น ให้ตายเถิด คิดแล้วก็ปวดหัว ช่วงนี้ข้าจะเก็บเนื้อเก็บตัวสักหน่อยดีกว่า ไว้ค่อยเรื่องซาๆ แล้วค่อยออกมาอีกที

ใช้เวลาไม่นานพวกเราก็มาถึงค่ายทหารเป่าอี้ ฉินอ๋องขี่ม้าไปหยุดที่หน้ากระโจมของเขา พอลงจากม้าข้าก็รีบเดินเข้าไปในกระโจมเพื่อไปตั้งหลัก บางทีที่เมืองอาจจะมีชาวบ้านอยู่มากเกินไปเจ้าแมวจึงไม่เปลี่ยนเป็นพยัคฆ์ไล่ตะครุบข้า แต่ที่นี้เป็นค่ายทหารพื้นที่ปกครองของเขา ประเดี๋ยวก่อน ที่นี้มันในกระโจมนี่หว่า พื้นที่ส่วนตัวของเจ้าแมว ข้าเข้ามาในนี้มิกลายเป็นหลุมฝังศพตนเองหรอกหรือ? ออกไปจากกระโจมตอนนี้ยังทันอยู่หรือไม่? ข้ากระยึกกระยักตัดสินใจมิถูกว่าจะอยู่ตั้งหลักที่นี้หรือเผ่นหนีออกไปที่อื่นดี? ระหว่างที่กำลังลังเลใจข้าก็ได้ยินเสียงของรองหัวหน้าองครักษ์เฉินกล่าวรายงานอะไรบางอย่างให้เจ้านายของเขาฟังอยู่หน้ากระโจม มิน่าเล่าเจ้าแมวถึงยังไม่เข้ามาในกระโจม ข้าถอนหายใจโล่งที่ได้ยืดเวลาเผชิญหน้าออกไปอีกหน่อย ระหว่างนี้ข้าควรใช้เวลาอันมีค่าหาทางหนีทีไล่รับมือเสือร้ายที่กำลังจะเข้ามาในถ้ำดีกว่า

ข้าเดินวนอยู่ในกระโจมอย่างร้อนรนราวกับกำลังจะถูกพิพากษาลงโทษ มองหาทำเลที่น่าจะอันตรายน้อยที่สุดเพื่อทำการปักหลักต่อสู้ ข้าตัดสินใจนั่งอยู่ที่เบาะนั่งพื้นตรงกลางเสากระโจม น่าจะปลอดภัยมากที่สุดแล้ว จากนั้นข้าก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ มิใช่เรื่องอันใดแต่เป็นเรื่องของลู่ชุนในชีวิตก่อน และเรื่องที่จะอธิบายอย่างไรให้เขาเข้าใจว่าข้าไม่ต้องการเป็นนายบำเรอของเขา ที่สำคัญคือต้องมิให้เขาเข้าใจผิดด้วยว่าข้ามักใหญ่ใฝ่สูงต้องการตำแหน่งสูงกว่านายบำเรอ ข้าเพียงอยากจะอยู่ข้างเขาให้นานที่สุดก่อนที่เจ้าแมวจะเจอคนดีๆ ที่เขารักและคู่ควร หรืออาจจะตบแต่งพระชายาของเขา ระหว่างนั้นข้าอยากจะใช้เวลาอยู่กับเขาและคอยตบปลาย่างเน่าๆ ออกไปให้พ้น หากวังหย่งเฮ่ามีแต่ปลาย่างเน่าๆ ก็ไม่สุขสงบกันพอดีน่ะสิ ดังนั้นเมื่อข้าทราบว่าปลาตัวไหนดีตัวไหนเน่าก็ควรขจัดภัยให้เขาไว้แต่เนิ่นๆ เจ้าแมวจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับกลิ่นเหม็นโฉ่ของพวกมัน

ข้าคิดกับตนเองอยู่เงียบๆ สักพักใหญ่ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในกระโจม ในใจนั้นเริ่มหวาดหวั่นเล็กน้อย ข้าเงยหน้าขึ้นไปมองฉินอ๋องที่เดินไปยังสำรับข้าวที่ยังไม่มีส่วนใดพร่องลงแม้แต่น้อย ข้ากะพริบตามองอย่างแปลกใจ มัวแต่วุ่นวายคิดนั่นคิดนี่จนไม่ทันได้สังเกตว่ามีสำรับข้าววางไว้ตรงนั้น ข้าเพ่งมองแล้วขมวดคิ้ว นี่มันสำรับข้าวมื้อเที่ยงที่ข้าเอามาวางไว้นี่ เหตุใดถึงยังวางอยู่ที่นี้แล้วยังไม่ถูกแตะต้องเลยแม้แต่น้อย ข้ามองเจ้าแมวที่นั่งลงเริ่มทานข้าวเงียบๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลายอธิบายมิถูก ข้าพูดอะไรไม่ออก ได้แต่งุนงงสงสัยกับตนเอง นี่เขารอข้าจนไม่ได้ทานงั้นหรือ!?

เขารอเจ้าจนมิได้ทานข้าว ช่างน่าสงสารยิ่งนัก นี่คงมิได้วิ่งตามหาเจ้าไปทั่วค่ายหรอกกระมัง เพราะว่าเจ้าไปโดยไม่บอกเขาก่อนนี่น่าท่านแม่เอ่ยขึ้นมาในหัวของข้าพลางถอนหายใจยาวเหยียด ข้าที่รู้สึกผิดอยู่แล้วยิ่งรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้นไปอีก ไยนางต้องตอกย้ำให้ข้ารู้สึกผิดจนอึดอัดใจเช่นนี้ด้วย แล้วเจ้าแมวก็เช่นกัน เหตุใดถึงไม่ทานข้าวทานปลาให้เรียบร้อยเล่า? กระเพาะก็มิได้แขวนไว้ในท้องของข้าเสียหน่อย ถึงจะทานได้เมื่อมีข้าอยู่ด้วย ทรมานตนเองเพื่ออันใดกัน? ข้าพยายามปัดความรู้สึกผิดออกไปจากใจแล้วนั่งรอคอยเขาเพื่อสะสางเรื่องให้ชัดเจน

ข้าเบือนหน้าหนีจากเขาแล้วหันไปมองทางอื่นเพื่อสงบหัวใจที่เริ่มหวั่นไหว ไม่ ข้าจะต้องใจแข็งไว้ ชีวิตนี้จะไม่กลายเป็นนายบำเรอให้ผู้ใดมารังควานเด็ดขาด ข้าต้องการมีชีวิตอยู่ยืนยาว ถึงแม้จะไม่ได้อยู่กับเขาก็ตามแต่ทว่าหากยังมีชีวิตอยู่ก็ยังมีโอกาสได้เฝ้ามองเขาอย่างที่ต้องการได้ แค่เพียงได้อยู่กับเขาสักช่วงระยะหนึ่งก็ดีมากพอแล้ว ข้าไม่ฝันหรือคาดหวังให้เขามีข้าเพียงคนเดียว ข้าทราบดีว่าการมีรักให้อ๋องนั้นมิอาจครอบครองไว้เพียงผู้เดียวได้ ตำแหน่งอ๋องมีศักดิ์เป็นพระโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีคุณสมบัติที่จะสืบทอดบัลลังก์ ถึงแม้จะรักใคร่เสน่หาเพียงใดก็ต้องตบแต่งชายาเพื่อสืบทอดสายเลือด ข้ารู้ดีแก่ใจว่าสักวันเขาจะต้องตบแต่งกับสตรีงดงามเพียบพร้อมเพื่อกำเนิดบุตรสืบสกุล ดังนั้นข้าจึงไม่มีความคิดที่จะครอบครองเขาไว้เพียงผู้เดียว

หากเขามีข้าเพียงคนเดียวมันคงจะเป็นความเพ้อฝันที่มีความสุขยิ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องโง่เง่าเหลือเกิน ฉินอ๋องมิใช่คนโง่งมเช่นนั้น ข้าเองก็มิได้ต้องการให้เขาทำเรื่องโง่ๆ อย่างนั้นเช่นกัน การมีคนรักเป็นบุรุษมิใช่เรื่องแปลกอันใด และถ้ายกย่องบุรุษเป็นคนรักเพียงผู้เดียว สำหรับคนทั่วไปคงเป็นเรื่องน่านับถือ แต่ทว่าสำหรับตำแหน่งอ๋องแล้วหากทำเช่นนั้นย่อมกลายเป็นตัวตลกระดับแคว้น ทุกคนจะหัวเราะเยาะและดูถูกเหยียดหยามเขา ข้าไม่ต้องการให้เขาเป็นตัวตลกของผู้ใด หากเป็นเช่นนั้นจริงข้าคงไม่มีความสุข ข้าอยากให้เขาเป็นฉินอ๋องที่งามสง่าน่าเกรงขามไร้จุดด่างพร้อยใดๆ เช่นนี้ตลอดไป

ข้าลูบน้ำตาที่ไหลออกไปรวดเร็วแล้วตัดสินใจอย่างแน่วแน่นกับตนเอง ความรักของข้าเป็นเช่นนี้ หากจะดูโง่เขลาแต่มันก็สมกับเป็นตัวข้าแล้ว ทะเยอทะยานอย่างพอดีถึงมิทำให้ตนเองเดือดร้อนหรือทุกข์ใจมากนัก อย่างไรเสียชีวิตก็มิได้มีเพียงเรื่องรักอย่างเดียว ใต้หล้านี้ยังมีเรื่องสนุกอื่นๆ รอข้าอยู่ก็เป็นไปได้ แต่อาจจะเศร้าใจในบางครั้งที่คิดถึงเขาก็เท่านั้นกระมัง?

“ตอนนี้เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่งั้นรึ?”

ข้าสะดุ้งตัวเฮือกแล้วรวบรวมสติหันมองไปทางต้นเสียงที่เอ่ยถามเมื่อครู่ อาจเพราะเมื่อครู่ข้าใช้ความคิดอยู่ถึงไม่รู้สึกตัวที่อีกฝ่ายทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ฉินอ๋องกำลังยืนอยู่ตรงหน้าข้า ข้าเงยหน้ามองเขานิ่งไม่ตอบคำถามเมื่อครู่ ข้าระบายยิ้มนิดๆ กำลังจะเอ่ยขอโทษเรื่องที่ออกไปข้างนอกโดยพลการ และเรื่องในกระโจมเมื่อช่วงสายที่เผลอปากไวไปโดยไม่ทันได้คิด แต่ยังไม่ทันที่จะได้ขยับปากเปล่งเสียงออกไป ฉินอ๋องก็เอ่ยตัดบทข้าเสียก่อน

“เมื่อครู่รู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้ายิ้มเช่นไร? มันช่างเป็นยิ้มที่แปลกยิ่งนัก”

ข้ากะพริบตาพลางขมวดคิ้วหน่อยๆ เมื่อครู่ข้ายิ้มอย่างนั้นรึ? ไยข้าถึงไม่รู้สึกตัวเลย ฉินอ๋องจ้องมองข้าแล้วเอ่ยต่อพลางใช้มือไขว้หลังก้าวเดินออกไปจากข้าเล็กน้อย เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม

“เป็นยิ้มที่คล้ายกับคนที่คิดตกแล้ว คิดตกอย่างกล้ำกลืนฝืนทน เราจึงถามว่าเจ้าคิดอันใดอยู่”   

กล้ำกลืนงั้นรึ?

ข้ารับฟังอย่างแปลกใจ อ่า ก็คงจะกล้ำกลืนอย่างที่เขาบอกกระมัง ถึงแม้ข้าจะบอกว่าสามารถตัดใจได้อย่างสงบ แต่ทว่าลึกๆ แล้วมนุษย์ทุกคนคงจะมีความดื้อรั้นคาดหวังชนิดหนึ่งอยู่ ข้าเองก็คงจะมีสิ่งนั้นเช่นกันถึงได้เผลอแสดงออกไปโดยไม่รู้ตัว ข้ายังคงเงียบอยู่เช่นเดิม ฉินอ๋องเองก็มิได้เซ้าซี้ถามแต่เขากลับถอนหายใจออกมา หันกลับมามองข้าด้วยสีหน้านิ่ง ดวงตาของเขากลับวาวโรจน์แสดงอารมณ์ออกมาแทบทะลัก มันทั้งเศร้า จนใจ หงุดหงิดและโมโห ซึ่งอย่างสุดท้ายมีมากจนข้าผงะตื่นตกใจ ฉินอ๋องไม่สนใจ เขาระเบิดคำพูดออกมาพร้อมกับโทสะที่เก็บกดเอาไว้

“ข้าพยายามที่จะพูดหรืออธิบายทุกสิ่งที่พอจะคิดแทนเจ้าได้ แต่ในบางครั้งข้าก็อาจจะนึกไม่ถึง ข้าไม่เคยต้องมาอธิบายอันใดยุ่งยากมากมายเช่นนี้กับผู้ใด แต่เพราะเป็นเจ้า ข้าถึงพยายามพูดพยายามแสดงออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่ตัวตนทื่อๆ ของข้าจะทำได้ ข้าเป็นคนเช่นนี้มาเนิ่นนานแล้ว ข้าเป็นแม่ทัพข้าเป็นอ๋อง ไม่จำเป็นต้องเอ่ยมากความกับผู้ใด ข้าไม่เคยสนใจว่าพวกมันจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจในคำพูดหรือการกระทำของข้า แต่เจ้ามิใช่เช่นนั้น ข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าใจผิดและทำให้พวกเราทะเลาะกัน ข้าไม่ใช่เทพเซียนที่ล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างโดยเฉพาะความคิดในใจของเจ้า หากเจ้าไม่ถามหรือพูดออกมาข้าไม่รู้ว่าควรจะพูดหรืออธิบายอะไรบ้าง เจ้าต้องถามข้า เจ้าต้องกล้าที่จะถามข้า! มิใช่เอาแต่คิดเองหรือตัดสินใจข้าโดยที่ยังไม่ให้โอกาสข้าพูดหรืออธิบายอันใดก่อน เข้าใจหรือไม่!?

ฉินอ๋องกล่าวออกมายาวเหยียดรวดเดียวด้วยอารมณ์เดือดพล่าน เขากำมือแน่นจนสั่น ข้าที่ถูกน้ำเสียงดุดันของข้าตวาดก็ตะลึงอ้าปากค้าง รู้สึกกลัวหัวหดรีบพยักหน้าหงึกหงักตอบรับคำถามสุดท้ายของเขา เจ้าแมวจ้องข้าด้วยแววตาเคร่งขรึมที่น่ากลัว เมื่อเห็นข้าพยักหน้ากลัวจนแทบจะม้วนหางไปกับตัวก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ คลายความตึงเครียดของอารมณ์ เขาสูดลมหายใจกลับมาเป็นฉินอ๋องผู้นิ่งสงบดุจน้ำเย็นเช่นเดิม ทิ้งภาพฉินอ๋องผู้เดือดปุดแสนสะพรึงไว้ในใจของข้า ข้าไม่กล้าเอ่ยอันใดออกไปสักคำ เพราะกลัวว่าจะไปสะกิดต่อมระเบิดของฉินอ๋องเข้า

“หากเจ้าถามข้าก็จะตอบ หากเจ้าต้องการจะพูดข้าก็จะฟัง เจ้ามีคำถามอันใดหรือไม่?”

ข้าส่ายหน้าระรัว ไม่ใช่ว่าข้ากลัว แต่ข้าไม่มีสิ่งใดให้ถามจริงๆ เรื่องแม่นางจีข้ารู้และเข้าใจ ส่วนเรื่องของลู่ชุนคงจะถามมิได้ เพราะมันเป็นเรื่องในชีวิตที่แล้ว ถามเขาตอนนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ แต่...เอ๊ะ? ตอนนี้เขารู้จักเจ้าหนุ่มนั่นหรือเปล่านะ? ข้าเหลือบมองเจ้าแมวขณะที่กอดตัวเองแน่นจนกลมดิก ฉินอ๋องเห็นข้าจดๆ จ้องๆ เขาก็พยักหน้าด้วยสีหน้าบอกให้มีอะไรก็รีบพูดออกมา ข้าอ้าปากลังเลใจแต่พอเห็นเจ้าแมวเริ่มหรี่ตาด้วยท่าทางอันตรายก็รีบเอ่ยออกอย่างกลัวตาย

“ท่าน...ท่านรู้จักลู่ชุนหรือไม่?”

“มันคือผู้ใด?” ฉินอ๋องย้อนถามข้ากลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แววตามีความงุนงงเล็กๆ ข้ากะพริบตามองใบหน้าคมคายที่เริ่มมีน้ำแข็งมาเกาะบางๆ เดี๋ยวๆ! ไยถึงทำเสียงหาเรื่องกันเช่นนั้นเล่า!? มันมิใช่ของข้าเสียหน่อย มันเป็นปลาย่างของท่านต่างหาก!

“เขาชมชอบท่าน อยากจะเข้ามาอยู่ที่ค่ายและเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของท่าน”

“เจ้าหึง?” เจ้าแมวพยักหน้ารับก่อนจะเปรยหางตามามองข้าด้วยแววตาหยอกล้อ คิ้วเข้มยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยกลับมาด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก ข้าแทบอยากจะลุกขึ้นไปตะกุยใบหน้าของเขา ไอ้ยิ้มที่คล้ายเบะปากอย่างพออกพอใจเกินไปนั่นมันคืออะไรกัน!?

“ข้าไม่ได้หึงนะ!

“กลิ่นน้ำส้มคลุ้งไปทั่ว” เจ้าแมวงึมงำกับตนเองเสียงเบาอย่างไม่เชื่อถือกับคำปฏิเสธของข้า ข้าเริ่มโมโห บอกว่าไม่ได้หึงก็ไม่ได้หึงอย่างไรเล่า! ข้าเพียงเป็นห่วงที่จะให้คนเช่นนั้นเข้ามาใกล้เขาเฉยๆ เหตุใดถึงได้กลายเป็นหึงไปได้เล่า!

ก็หึงอยู่ชัดๆ

ข้าก้มหน้ากัดฟันกรอดอย่างหัวเสีย แค่เจ้าแมวก็ทำให้ข้าโมโหมากพออยู่แล้ว แต่นี่กลับมีอีกคนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันย้ำ อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ แม้กระทั่งมารดาก็ยังไม่เข้าข้างข้าเลย!

“จิ้งถิง”

ข้าเงยหน้าขึ้นมองฉินอ๋องที่นั่งลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมคายงดงามของเขาเรียบนิ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทนั้นฉายแววจริงจัง ต่างจากเมื่อครู่ที่ยังมีแก่ใจล้อเลียนข้าอยู่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มันดูจริงจังเสียจนข้าอึดอัดทำอะไรไม่ถูก ข้ามองเขานิ่งๆ เฝ้าดูว่าเขาจะทำสิ่งใด ฉินอ๋องจ้องมองข้าอยู่สักพักแล้วก็ค่อยๆ เอ่ยอย่างไม่รีบร้อนราวกับต้องการให้ข้าฟังให้ชัดแจ้ง น้ำเสียงของเขาบอกเล่าอย่างจริงใจ นัยน์ตาใสกระจ่างอย่างยิ่ง

“ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหนข้าก็มีเพียงแค่เจ้า ตั้งแต่ที่ข้าเจอเจ้าในสายตาก็ไม่เคยมีผู้ใดอีก”

ข้าทำหน้าไม่เชื่อ จะเชื่อได้อย่างไร เขาจะมาชอบอะไรเด็กอายุสิบขวบจริงจังได้ขนาดนั้นเลยรึ? ต่อให้ตอนนี้ข้าอายุยี่สิบก็ยังไม่อยากเชื่อเลย ข้าไม่มีอะไรดีสักอย่าง โง่ก็โง่ ซื่อบื้ออีกต่างหาก ถึงหน้าตาจะพอดูได้แต่ก็ใช่ว่าจะมันตราตรึงขนาดปักใจเพียงนั้น แถมชีวิตที่แล้วเขาก็ยังมีนายบำเรอมากมาย เสือร้ายก็ย่อมเป็นเสือร้ายอยู่วันยังค่ำ ขนาดสหายของข้าเขายังจับไปเป็นนายบำเรอ แม้ว่าท่านแม่จะแก้ต่างให้เขาแต่ข้าก็ยังไม่เชื่อ หากเป็นเช่นนั้นจริงเหตุใดต้องย้ายไปอยู่เรือน ไยมิไล่มันออกไปจากวังแทนเล่า? หึ! ตั้งใจจะเก็บไว้กินน่ะสิ หากไม่นับลู่ชุนเขาก็ยังมีคนโปรดปรานอยู่อีกตั้งหลายคน คณิกาชายเจียวเพ่ยเจวียน นักร้องรำฉิวเฟยอิน  โหลวอิ่งเฟิ่งผู้ชาญฉลาด เหอชิงจิ่นผู้บอบบางนุ่มนวล มันเยอะแยะเสียจนข้าทำใจเชื่อไม่ลง!

“หากมิเชื่อเจ้าลองมองเข้ามาให้ดวงตาของข้าดูสิ” ฉินอ๋องเห็นข้าไม่เชื่อคำของเขาก็เอ่ยพลางชี้ชวนให้มองดวงตาของเขา ข้าไม่กล้ามองตาของเขาตรงๆ แต่ก็แอบเหลือบๆ มองไปที่เขา ในดวงตาของเขามีเงาภาพของข้าสะท้อนอยู่ในนั้น บ้าจริง มันก็ต้องมีอยู่แล้วสิ เพราะตอนนี้เขากำลังมองข้าอยู่นี่น่า! ถึงข้าจะโง่แต่ก็มิได้หมายความว่าจะโง่จนพูดอะไรก็เชื่อไปหมดหรอกนะ แล้วเหตุใดข้าต้องหน้าแดงด้วยเล่า!? เจ้าแมวยกยิ้มเพียงวูบแล้วพูดออกมาเมื่อเห็นข้าหลบตาไป

“เห็นไหมเล่า ในนั้นมันมีเจ้า”

ไม่เห็นเกี่ยว!

ข้าขึงตาใส่พื้นติ๊งต่างว่าเป็นเจ้าแมว พูดไปเรื่อย! ผู้ใดสั่งผู้ใดสอนให้เอ่ยวาจาไร้ยางอายเช่นนี้กัน? รองหัวหน้าองครักษ์เฉินหรือไร!? ข้าสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นเจ้าแมวค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เดี๋ยวก่อนสิ! จะขยับเข้ามาเพื่ออันใดกัน? ข้าขยับตัวถอยหนีแต่ดันไปติดเสากลางกระโจมที่อยู่ด้านหลัง บ้าเอ๊ย! คิดผิดแล้วที่ใช้ตรงนี้เป็นพื้นที่ปักหลัก ข้าโยกตัวหลบแต่เจ้าแมวกลับใช้มือตะครุบข้าไว้อย่างรวดเร็ว ข้าหันไปมองเขาอย่างลนลาน ท่าทางและแววตาของเขามันดูไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย!

“ท่านอ๋อง! ข้ายังมีเรื่องที่ต้องพูดอีก ท่านเป็นผู้พูดเองว่าหากข้าพูดท่านจะฟัง!

“หือ พูดมาสิ” เจ้าแมวพยักหน้ารับ แต่ทว่ามือไม้กลับไม่หยุดนิ่ง ลูบสะเปะสะปะไปทั่วตัวของข้า แล้วไยต้องพยายามถอดเสื้อผ้าของข้าด้วยเล่า!? จะฟังก็ฟังดีๆ ได้หรือไม่? ข้าพยายามปัดป้องมือแมวๆ ที่กำลังรุ่มร่ามกับเสื้อผ้าของข้า ฉินอ๋องทำเสียงในลำคออย่างรำคาญ เขาไม่สนใจจะถอนเสื้อผ้าของข้าแล้ว แต่ยังไม่ทันที่ข้าจะได้โล่งอก เจ้าแมวก็กระโจนเข้ามาคร่อมตัวข้า จับตรึงข้อมือของข้าเอาไว้กับพื้น ข้าตกใจร้องเสียงหลง พยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากมือที่แข็งแรงของเขา แต่ดิ้นเท่าไรก็ดิ้นไม่หลุดเสียที ข้ามองมือซ้ายขวาที่ถูกจับยึดเอาไว้อย่างหมดหวัง จากนั้นก็หันมาเผชิญหน้าเจ้าแมวที่แสยะยิ้มแลบลิ้นแผล็บๆ เขาก้มหน้าโน้มตัวลงมาต่ำ  

“หยุดนะ! ข้าไม่ใช่คนรักของท่าน! ข้าไม่อยากเป็นนายบำเรอของท่าน!

ฉินอ๋องหยุดชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่ข้าตะโกนออกไป ข้าหายใจหอบ ยินดีที่อีกฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหว เจ้าแมวจ้องมองข้าด้วยแววตาซับซ้อนก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบคาดเดายากเช่นปกติ ฉินอ๋องปล่อยมือจากข้าแล้วลุกขึ้นจากไป ข้าพรั่งพรูลมหายใจออกมาอย่างเบาใจพร้อมกับรีบลุกขึ้น ตะเกียดตะกายหนีห่างจากเขาให้ไกลที่สุด ฉินอ๋องก้มหน้านิ่ง ข้ามองไม่เห็นว่าเขากำลังคิดสิ่งใดหรือรู้สึกอย่างไร เป็นไปได้ว่าฉินอ๋องกำลังโมโหที่ข้าปฏิเสธความต้องการของเขา ไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองข้าด้วยดวงตาน่ากลัวจนขนลุก ข้าหน้าซีดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวรีบถอยหลังหนีห่างจากเขา แววตาของฉินอ๋องประกายวาวโรจน์

“แล้วอย่างไร!?” ฉินอ๋องกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ลุกขึ้นพรวดก้าวไม่กี่ก้าวก็ต้อนข้าให้จนมุมเช่นเดิม เขาเหยียบชายเสื้อของข้าเอาไว้ไม่ให้เดินหนี ข้าพยายามดึงเสื้อตนเองออกแต่ก็ต้องหยุดมือตัวแข็งทื่อเมื่อถูกเรียกด้วยน้ำเสียงคุกคามทรงอำนาจของเขา

“จิ้งถิง!

ข้าเงยหน้ามองอีกฝ่าย หัวใจสั่นไหวด้วยความกลัว ฉินอ๋องก้มลงมามองข้าที่ตัวสั่นกลัวเขาจนหน้าซีดขาว เจ้าแมวจ้องกดดันด้วยแววตาสะพรึงกลัว ข้าไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดทุกคนถึงได้กลัวเขา! เพียงแค่จ้องมองก็ทำให้ตัวเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งเช่นนี้ ต่อให้คนประสาทแข็งเพียงใดก็ต้องเกิดความหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ข้าไม่เคยถูกฉินอ๋องคุกคามเช่นนี้มาก่อน มันแทบทำให้ข้าหายใจไม่ออก แต่ว่าข้าจะไม่ยอมเด็ดขาด เขาจะมาข่มขู่ข้าให้ยอมพลีกายให้เขาเช่นนี้มิได้! ข้าจ้องเขากลับแม้จะหวาดกลัวจนจะร้องไห้ออกมาแล้วก็ตาม อย่าได้มาใช้อำนาจกับข้า! ข้าไม่มีทางยอม!

ฉินอ๋องเลิกคิ้วแปลกใจที่ข้าแม้จะกลัวแต่ก็ไม่ยอมจำนน ข้ามุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ต่อความขลาดกลัวในตัว ถ้าหากข้ายอมตกเป็นนายบำเรอชีวิตก็เดินสู่ความตายเช่นเดิมน่ะสิ สู้ขัดขืนตอนนี้เสี่ยงไปเลยว่าเขาจะลงโทษข้าเพราะขัดคำสั่ง หรือยอมถอยกลับปล่อยข้าไปแต่โดยดี ไม่นานฉินอ๋องก็ยกเท้าออกจากชายเสื้อของข้าที่เขาเหยียบไว้ ข้าหายใจคล่องขึ้นมาหน่อย เหงื่อแตกพลั่กท่วมกาย ฉินอ๋องยืนนิ่งก่อนจะคลี่ยิ้มออกมามองข้าอย่างยินดีแกมหงุดหงิด ข้ามองเขาอย่างงุนงง อันใดกัน? เหตุใดเจ้าแมวถึงยิ้มเล่า? ฉินอ๋องย่อตัวลงนั่งตรงหน้าข้าแล้วเอ่ยเสียงราบเรียบ ฟังเหมือนยินดีฟังอีกทีก็คล้ายหงุดหงิดโมโห

“จิ้งถิง ใจกล้าขึ้นนี่ถึงกับไม่กลัวข้าผู้นี้เหมือนอดีตที่ผ่านมา ดี ดีแล้ว ข้ากังวลมาตลอดว่าเจ้าจะยอมข้าเพียงเพราะหวาดกลัวและรู้สึกเป็นบุญคุณ”

ข้ายังคงมองเขาไม่พูดอันใด พยายามหายใจเข้า ผ่อนคลายหัวใจที่สั่นถี่ด้วยความกลัวเมื่อครู่ ฉินอ๋องยื่นมือมารวบตัวข้าดึงเข้าไปพิงตัวของเขา ข้าที่หมดเรี่ยวแรงไปกับการต่อต้านความกลัวเมื่อครู่ก็เอนซบเจ้าแมวไม่ขัดขืนใดๆ เขาถอนหายใจออกมาแล้วพูดเสียงนุ่มนวลคล้ายจะปลอบประโลมอยู่เหนือศีรษะข้า แขนแข็งแกร่งของเขาโอบกอดข้าไว้แน่น

“ข้าไม่เคยเอ่ยขอให้เจ้าเป็นนายบำเรอของข้าเพราะว่ามันไม่จำเป็น ข้าไม่ต้องการเช่นนั้น ข้าปรารถนาให้เจ้าเป็นคนรักของข้ามิใช่นายบำเรอที่เป็นเจ้านายกับข้ารับใช้ ข้ากับเจ้ามีฐานะเท่าเทียมกัน เจ้าเป็นของข้า ข้าเป็นของเจ้า” ฉินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุน ข้าหลับตาฟังเสียงทุ้มต่ำที่เจืออารมณ์อ่อนหวานของเขานิ่งๆ ในหัวมีเสียงของเขาก้องไปมา เจ้าเป็นของข้า ข้าเป็นของเจ้า อ่า ถ้อยคำนี้ช่างน่าฟังยิ่งนัก! ข้าคล้ายจะรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว โพรงจมูกแสบร้อนขึ้นมานิดๆ ไม่รู้ว่าเพราะความกลัวเมื่อครู่หรือประโยคที่เขากล่าวออกมา ฉินอ๋องขยับตัวเมื่อข้านิ่งเงียบไม่พูดอะไร เขาดันข้าออกจากอ้อมแขน ข้าลืมตาขึ้นมามองไปยังเจ้าแมวที่นั่งคุกเข่าตรงหน้า เขาเอื้อมมือมากุมมือข้า ดวงตาสีดำเข้มดูงดงามและดุดันจ้องตรงมาที่ข้านิ่งๆ แล้วเอ่ยปากขอร้องข้า

“จิ้งถิง เจ้าจะเป็นคนรักของข้าได้หรือไม่?”

ข้าจ้องมองเจ้าแมวนิ่ง พอเห็นข้าไม่พูดอะไร เจ้าแมวก็เริ่มทำตาละห้อย ส่งสีหน้าแววตามาอ้อนวอน ดวงตาดำสนิทค่อยๆ หรี่ลงอย่างเศร้าสร้อยก่อนจะลืมขึ้นมาเต็มไปด้วยความคาดหวังอันล้นปรี่ ข้าถูกดึงดูดเข้าไปในดวงตาคู่นั้น นี่มันอันตรายอีกแล้ว! สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวังของเจ้าแมว! ข้าทำใจร้ายทำลายความหวังอันเรืองรองในดวงตาคู่นั้นไม่ได้ บ้าจริง! มันมาอีกแล้ว!

“เจ้าไม่ต้องการเป็นงั้นรึจิ้งถิง? จิ้งถิง? จิ้งถิง...”

อ๊ากกกกก! ข้าโดนสีหน้าและน้ำเสียงของเขาโจมตีแทบกระอักเลือด ใจอ่อนยวบยาบอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่เขยิบเข้ามาจ้องด้วยดวงตาคู่นั้นราวกับต้องการไม่ให้ข้าตั้งสติใดๆ ได้ ไม่ว่าจะสีหน้าแววตาหรือน้ำเสียงที่เรียกข้าอย่างโหยหาออดอ้อน หัวใจของข้ามันคันหยุกหยิกไปหมดแล้ว จิ้งถิงๆ อย่างนั้นแหละ!

“จิ้งถิง...”

เหมือนเขาจะรู้ว่าข้ากำลังอ่อนกำลังก็ส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงนั้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันแหบพร่านิดๆ เพิ่มความปรารถนาร้อนแรงเข้าไปด้วย ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไป หน้าแดงแปร๊ดระเบิดตัวดังตูมภายใต้ดวงตาคมกริบที่จับจ้องมาอย่างละห้อยเว้าวอน ข้าพยักหน้ารัวพลางยกมือห้ามปรามอีกฝ่าย พอแล้ว! ห้ามเรียกข้าด้วยน้ำเสียงนั้นอีกนะ! เจ้าแมวเห็นข้าพยักหน้าก็กลับมาทำหน้านิ่งอย่างรวดเร็ว ดวงตาประกายวิบวับอย่างสมใจ มุมปากยกยิ้มบางๆ ข้าเห็นอาการเปลี่ยนสีหน้าปุบปับของเขาแล้วอดจะหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ เจ้าแมวบ้านี่รู้จุดอ่อนของข้าจริงๆ ด้วย!

“พวกเราเป็นคนรักกันแล้ว ข้าก็ทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อได้แล้วสินะ” เจ้าแมวขยับตัวเข้ามาใกล้ข้าพลางถูมือไปมาอย่างกระตือรือร้น ข้าเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก

เดี๋ยวๆ! ท่านทำสิ่งใดค้างไว้งั้นรึ!?

อ่า! หนุ่มสาวช่างร้อนแรงกันยิ่งนักข้าได้ยินเสียงของมารดาดังในหัว นางถอนหายใจอย่างเข้าอกเข้าใจ ตบท้ายด้วยการหัวเราะคิกคักด้วยน้ำเสียงชวนหงุดหงิด ไม่แค่นั้นนางยังแสร้งเอ่ยหยอกล้อออกมาอย่างเขินอาย ข้าอยากจะถลึงตาใส่มารดาตนเองจริงๆ ไม่ช่วยแล้วยังคอยตอกย้ำข้าให้อับอายมากกว่าเดิมอีก! ท่านแม่นะท่านแม่!

อุ๊ย เขินจัง ฮิๆ

 

 

 




พรีสจิ้งถิง พรีสสสสส!


เรื่องนี้ไม่ได้กำหนดตอนเอาไว้ว่ากี่ตอน จะแต่งไปเรื่อยๆ ตามพล็อตเรื่องที่วางเอาไว้

ได้กี่ตอนก็ตามนั้นเลย อย่าไปสนใจค่ะ อ่านเอามันส์ไป 555555

ตอนที่แล้วบอกว่าจะไปเที่ยวใช่ม้า ไปเที่ยวใกล้ๆ นี่เอง ไม่ได้ไปไกล

ไปเช้าเย็นกลับ โธ่ ตอนที่เที่ยวกัมพูชาผู้แต่งยังอัพได้เลย

แต่ว่าเมื่อคืนนี้จะแต่งต่อแล้วนะ แต่พี่เอกดันไลฟ์นี่สิ ต้องนั่งดูจนถึงตีหนึ่งเบย

วันนี้ก็เลยมาช้านิดหน่อย หวังว่าทุกคนจะยังรออยู่เน้อ~~~~~

นี่เอาลงแล้วจะไปเตรียมตัวไปเวียนเทียนที่วัดเลยนะเนี่ย!

เจอกันตอนหน้าจ้า

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และการแชร์น้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.838K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25434 Listen2me (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:04
    ท่านอ๋องง
    #25,434
    0
  2. #25411 NEPTUNEL (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:18
    นี่เข้าใจน้องนะ อะไรบางอย่างที่มันฝังใจแล้วมันก็ฝังไปจนวันตายเลย ทำได้แค่ขอให้น้องก้าวข้ามมันไปให้ได้
    #25,411
    0
  3. #25358 Maylyunho (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:25
    ท่านอ๋องรู้มางร้องนะ
    #25,358
    0
  4. #25080 Nuinooy1199 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 19:14
    อ๋องบอกถ้าเป็นคนอื่นไม่คิดอธิบาย แต่เพราะเป็นเจ้าข้าพร้อมอธิบาย เหรอออ แล้วชาติก่อนหละไม่เหนจะแคร์อธิบาย ก็ปากหนักยุ่ดี หาผัวใหม่เหอะ จิงๆนะ อ่านแล้วแซดด รายชื่อนายบำเรอมีเป็นหางว่าวเรย
    #25,080
    0
  5. #25079 Nuinooy1199 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 19:12
    ทำไมยิ่งอ่าน ยิ่งไม่อินที่น้องยังจะกลับมาเป็นคนรักอ๋องอะ ในความเปนจิงยังไงก็เปนได้แค่หนึ่งในชายบำเรอยุ่ดี อยากให้แสดงจุดยืน อุส่ามีพลังขนาดนี้แสดงศักศรีออกมาเหอะ ฆ่าแมร่งล้างเผ่าพันธุ์ไปเรย แล้วออกท่องยุทธภพเด่วก็ได้ผัวใหม่เท่ๆหล่อๆเองอะไม่ต้องพ่วงตำแหน่งที่จำต้องมีชายาสืบทอดอะไรนั่นด่วย เฮ่อออ
    #25,079
    1
    • #25079-1 Immortal1A(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2564 / 22:41
      เป็นความคิดส่วนตัวหรือเปล่า เราที่อ่านมาแล้วหลายรอบ มีแค่พวกเขาไม่คิดเปิดอกคุยกัน อีกอย่าง ตำแหน่งเขาใช่จะอยากมีคนเดียวก็มีได้ เพราะพลาดถึงได้กลับมาแก้ไข ไม่งั้นก็แค้นไปเลย แต่เนื้อเรื่องที่ปูมาก็คือเขาคู่กันแต่เลือกใช้วิธีผิดในการครองคู่เท่านั้นเอง
      #25079-1
  6. #25016 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 22:14
    อ่านตอนนี้แล้วข้าเส้าและหงุดหงิดยิ่งนัก ชาติที่แล้วพี่เขามีนายบำเรอเต็มไปหมด ใจน้องเจบไปตั้งเท่าไร
    น้ามตาข้าไหลตอนพี่บอกว่าสงสัยอะไรให้ถาม ข้าก็โมโหตามไปด้วยตะโกนว่า เออจริง!! คู่นี้คือมีปมแค่ตรงที่คนน้องก็คิดไปเองเก่งไม่กล้าถาม คนพี่ก็ทึมทื่อ จนเข้าใจผิดเจบปวดใจพังกันไปทั้งสองฝ่าย เห้อออออ
    #25,016
    0
  7. #24745 molyarat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 19:13
    ฮั่นแน่
    #24,745
    0
  8. #24730 hunnay (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 18:10
    เจ้าแมวช่างร้ายกาจ
    #24,730
    0
  9. #24625 R.quartz (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 22:46
    โอ๋ ละหน่อ เจ้าแมวฉลาดนี่มันร้าย
    #24,625
    0
  10. #24388 Fueled me (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:50
    ท่านอ๋องแบบทุ่มสุดตัว เทหมดหน้าตักแล้วจริงๆ น้องเลิกคิดแทนเขาแล้วถามได้ยัง แบบจะร้อง555555555555
    #24,388
    0
  11. #23965 munkrishear (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 16:28
    เข้าใจแหละว่าจิ้งถิงกลัวเหมือนอดีต แต่ตอนนี้อะไรๆมันก้เปลี่ยนไปหลายอย่างแล้ววว ยอมเปิดใจถามเปิดใจพูดกับท่านอ๋องหน่อยน้าาา
    #23,965
    0
  12. #23917 Min92629262 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 04:30
    หงุดหงิดนายเอกขั้นสุดอะตอนนี้ นางน่ารักนะตอนอ่านแรก พอมาตอนนี้ แม้งโคตรงี่เงา เหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า อะไรๆก็โทษแต่ตัวเอง สมองเหมือนเป็นเส้นตรงอะ ต้องมีคนเคาะๆถึงคิดได้ เป็นอ๋องนี่รักคนอื่นละนะ เหนื่อยใจวะ อ่านไปเรื่อยๆจะเจอใช่มั้ยว่าอ๋องมาตกหลุดรักนายเอกยังถึงได้อดทนขนาดนี้ 2ชาติละ (เหตุการณ์ที่ไล่ไปเป็นคนรับใช้ ต้องอารมณ์นางวันทองแน่ๆ อันอ๋องคงถามว่าจริงมั้ย แล้วนางก็อึกๆอักๆ) ถ้าบทมาแบบ แรกพบดาวตารอยยิ้มบลาๆ เลยตกหลุดรักนี่จบเลยนะ
    #23,917
    0
  13. #23806 ฟองฟู่ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 00:54
    อะโห ตอนนี้เราน้ำตาไหลเป็นเขื่อนแตกเพราะประโยคของท่านอ๋องเลยอะ ที่ท่านอ๋องพูดว่าถ้าน้องสงสัยอยากรู้หรือไม่เข้าใจอะไรก็ให้ถาม ให้น้องเปิดโอกาสให้ท่านอ๋องได้อธิบายบ้าง อันนี้คือจริง คิดว่าน้องเป็นแบบนี้ตั้งแต่ชาติก่อนแล้วที่น้องเอาแต่คิดไปเองคนเดียว คงเพราะในชาติก่อนน้องได้เจอสภาพครอบครัวที่เป็นแบบนั้นมาด้วยแหละเลยทำให้น้องมองโลกตามความเป็นจริงที่มันมีทั้งดีและไม่ดี ชีวิตไม่ได้มีความสุขตลอดเวลา อะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอด น้องจึงปิดกั้นและตั้งกำแพงเพื่อป้องกันตัวเองหรืออย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของน้องลงได้บ้าง เพราะน้องคงไม่อยากเอาความเชื่อใจอย่างสนิทใจของตัวเองต่อผู้อื่นมาทำให้ตัวเองเจ็บปวดอย่างในชาติก่อนอีกแล้ว แง แต่น้องรู้มั้ยว่าในชาติก่อนจนถึงชาตินี้ไม่ได้มีแค่น้องคนเดียวที่เจ็บปวดนะ ไม่ได้มีแค่น้องที่พังทลายคนเดียวนะ พอกลับมาอ่านอีกครั้งมันทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของท่านอ๋องมากว่าเขาเองก็เจ็บปวดและอดทนรอน้องมานานมากจริงๆ เขาดีขนาดนี้แล้ว น้องก็อย่าปิดกั้นกับท่านอ๋องมากนักเลยนะ แค่นี้ชั้นก็ปวดใจแทนท่านอ๋องจะแย่อยู่แล้ว ฮืออ
    #23,806
    2
    • #23806-1 soundlessnote(จากตอนที่ 27)
      9 เมษายน 2563 / 18:51
      แสดงว่ากลับมากันทั้งคู่เลยเหรอ? ถ้างั้นทำไมท่านแม่ทัพเราไม่รู้จักลู่ชุน...?
      #23806-1
  14. #23442 Bee_khom🐝 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 13:39
    ที่น้องยังไม่เปิดใจจริงๆเพราะเห็นชีวิตที่แล้วฉินอ๋องดูรักคุณชายหมิงรึเปล่า น้องเลยลังเลบวกกับอดีตฝังใจ เปรียบเทียบตัวเองกับคุณชายหมิง

    แต่น้องก็คิดเองเออเองบ่อยจีง ฟังบ้าง พูดบ้างสิน้อง!!
    #23,442
    0
  15. #23353 SRKM2E (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:30
    เข้าใจว่าจิ้งถิงฝังใจ

    แต่ทำไมต้องอยากให้ท่านอ๋องมีคนอื่นตลอดเห็นคนงามก็อยากให้ท่านอ๋องมองบ้างแหละ ไม่ก็จับคู่ให้คนนู้นบ้างแหละ ****จิ้งถิงนายเห็นแก่ตัวบ้างเถอะ

    #จากใจคนกลับมาอ่านเรื่องนี้รอบที่3!!!!

    อ่านรอบแรกไม่เป็นไรอ่านรอบต่อไป... จิ้งถิงงงงงว้อยยยย!!!!!!! เลิกคิดไปเอง!!!!!! -หยุดมโนแล้วมองความจริงตรงหน้า เลิกอคติว่าเขาจะมีคนอื่นได้แล้ว #ไรท์แต่งไม่จบสักทีหลีดกลับมาอ่านบ่อยจนจะทะลุมิติเข้าไปเขย่าตัวจิ้งถิงแล้ว
    #23,353
    1
    • #23353-1 supani_k(จากตอนที่ 27)
      2 พฤษภาคม 2563 / 20:41
      อ่านแล้วอินเกิน จนเป็นงี้ไปแล้วนะ55555
      #23353-1
  16. #22906 Peach9 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 18:12
    ชาติที่แล้วคือปากหนักกันทั้งคู่พอย้อนเวลากลับมาท่านอ๋องแกคงจะฝังใจแหละ ยอมๆพี่เค้าเถอะน้อง5555
    #22,906
    0
  17. #22784 My Angle (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 17:50

    คือชาติที่แล้วน้องปิดตัวปิดใจ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไรให้น้องก็ไม่กล้าคิดเกินเลย ส่วนท่านอ๋องก็คงคิดว่าที่น้องยอมเป็นเพราะบุญคุณ บวกกับเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดชอบอธิบาย พอมีปัญหาอะไรมีเหตุอะไรก็ไม่บอกน้อง อิน้องก็ยิ่งคิดไปไกลคิดอะไรไม่เข้าเรื่อง มีปัญหาก็ไม่คุยไม่พูด สงสัยอะไรก็ไม่ถาม สุดท้ายก็มีแต่ความไม่เข้าใจกัน เฮ้ออออ...

    #22,784
    0
  18. #22740 ❀ than. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 19:30
    มาถึงขั้นนี้แล้วถิงถิงยังมองไม่ออก เพราะความเจ็บปวดในชาติที่แล้ว โถ่ ลูกแม่ ;-; แอบเชียร์ท่านอ๋องเหมียว ๆ แล้วนะ
    #22,740
    0
  19. #22590 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 06:11

    ท่านแม่คะ ท่านมีกล่องแอบฟังแบบถิงถิงรึป่าว? ถ้ามี ช่วยเปิด!!!! 5555

    #22,590
    0
  20. #22515 vivivenus (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 12:48
    รูปแมวแต่ละรูป

    โดนใจ. จากเกลียดแมว. เริ่มเห็นว่าน่ารัก
    #22,515
    0
  21. #22405 trp1021 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 03:40
    ท่านแม่คือเชียร์ลูกเขย
    #22,405
    0
  22. #22356 yoyoso437 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 11:33
    ชอบรูปแมวทุกตอนเลยอ่ะ​ มันต้องฮาแตกตอนท้ายทุกที​
    #22,356
    0
  23. #22350 ณ.ภัทร (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:22
    ท่านแม่คือไรท์ใช้มั้ย สารภาพมา 555
    #22,350
    0
  24. #22345 Nedra_Colwin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 21:03
    ข้านั้นหยุดที่จะยิ้มมิได้เลยยยย
    #22,345
    0
  25. #22326 Sei-chan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 22:57
    ได้ลูกชายสกุลเยว่ทั้งที สินสอดเรียกหนักๆค่ะท่านแม่! ! !
    #22,326
    0