เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ ๒๒ สารเลว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,893 ครั้ง
    14 ก.ค. 59

ตอนที่ ๒๒ สารเลว

ทุกคนต่างแยกย้ายแตกฮือกันไปราวมุสิก ข้าหันไปมองซ้ายเห็นหัวหน้าองครักษ์จางกับเสี่ยวหยุนเดินจากไปไกลแล้ว ข้าหันมองไปขวารองแม่ทัพทั้งสองก็เดินออกไปพลางเอ่ยคุยกันไปอย่างสนุกสนาน ข้าหันกลับไปมองจิ้นเกอที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ที่เดิม อ่า! ยังมีคนซื่อบื้อที่ไม่รับรู้บรรยากาศหนาวฉับพลัน ข้ามองจิ้นเกอด้วยความรู้สึกขอบคุณที่อยู่กับเพื่อนกัน ไม่ทอดทิ้งข้าให้ต้องเดี่ยวดายอยู่ในพายุลมหนาวผู้เดียว แต่แล้วเพื่อนร่วมชะตากรรมก็เอ่ยตอกย้ำให้สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น

“เจ้าอยากจะรู้เรื่องเยว่ตี้ไปทำไมรึ?”

“เพียงแค่สนใจเล็กน้อย ไม่มีอันใดสำคัญหรอกจิ้นเกอ”

“ว่าแต่เจ้าไปได้ยินคำนี้มาจากที่ใดรึ?”

จิ้นเกอออ! เหตุใดวันนี้ถึงได้ซอกแซกถามเช่นนี้ ปกติมิเคยถามอันใดสักคำ แล้วคนด้านหลังจะจ้องอีกนานหรือไม่!? ตัวของข้ามันพรุนไปหมดแล้วนะ ข้าไม่ตอบอะไรจิ้นเกอ เพียรส่งสายตาไปขอร้องเขาให้หยุดเอ่ยย้ำเสียที แต่ทว่าจิ้นเกอคนซื่อกลับไม่รับรู้ความนัยในดวงตาของเขาเลยสักนิด จนกระทั่งมีเสียงกระแอมดังมาจากเจ้าแมวที่ยืนจ้องอยู่ด้านหลัง จิ้นเกอสะดุ้งเฮือกหันขวับมองเจ้านายแล้วหน้าซีดเผือด เขาพึมพำเอ่ยขอตัวไปทำหน้าที่ของตนเอง พึมพำจบก็วิ่งป่าราบไปราวกับหนีตาย ข้ามองตามจิ้นเกอด้วยสายตาว่างเปล่า รู้สึกโมโหคนซื่อยิ่งนัก ทีแบบนี้กลับรู้ตัวเร็วเหลือเกินนะ! หึ คนซื่อก็มีสัญชาตญาณเอาตัวรอดของคนซื่อสินะ

สุดท้ายในบริเวณนั้นก็เหลือเพียงข้ากับฉินอ๋อง ข้าสูดลมหายใจหันไปหาอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันได้เห็นอะไรเจ้าแมวก็เดินเฉียดออกไปเสียก่อน อะไรของเขา? ข้าหันตัวมองตามเขาแต่เท้ายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างๆ ของเขาอย่างไม่เข้าใจ และไม่คิดจะเดินตามไปแม้แต่น้อย อ่า ข้าเกรงรังสีเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่เขาแผ่ออกมาจากตัวน่ะสิ รู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งหากเดินตามไป คล้ายที่เคยบอกไป คนโง่ก็มีสัญชาตญาณเอาตัวรอดของคนโง่!

เจ้าแมวเดินไปได้เล็กน้อยก็เอี้ยวตัวกลับมาส่งสายตาเย็นให้ข้า ข้ากะพริบตาปริบๆ มองเจ้าแมวที่เดินออกไปฉับๆ อีกครั้ง ข้ายังยืนทำหน้ามึนงงอยู่ที่เดิม ฉินอ๋องหันขวับมามองอีกครั้งพร้อมจิกสายตามาด้วย อ้อ ให้เดินตามไปกระมัง? ในที่สุดข้าก็เข้าใจสายตาที่เจ้าแมวส่งมาให้ โธ่ เหตุใดมิเอ่ยออกมาเล่าขอรับท่านอ๋อง ส่งสายตามาให้เช่นนี้ข้าจะเข้าใจได้อย่างไร? ข้าถอนหายใจรีบสอยเท้าเดินตามเจ้าแมวที่ยังจ้องกดดันอยู่ พอข้าเดินตามมาฉินอ๋องก็หันตัวเดินนำไป พาข้ามายังกระโจมของเขา

“ประชุมกันเสร็จแล้วหรือขอรับ?” ข้าเป็นคนเปิดบทสนทนาทำลายความเงียบในกระโจม คิดได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเขาเข้าประชุมพร้อมพวกหัวหน้ากองหัวหน้าหน่วยมิใช่หรือ เหตุใดถึงได้มายืนฟังเรื่องเล่าของหัวหน้าจางได้กันเล่า? มิได้ประชุมอยู่หรอกหรือ? ฉินอ๋องหันมามองแล้วตอบเสียงเรียบ

“เราเพียงมอบหมายหน้าที่ให้แก่ทุกคนตามปกติ มิได้มีเรื่องอันใดให้ต้องเสียเวลาพูดคุย”

ตอบเสร็จก็เดินไปเปิดหีบเสื้อผ้า หยิบชุดเครื่องแบบทหารเรียบๆ ออกมาตัวหนึ่ง ข้าพยักหน้าหงึกหงักแอบถอนหายใจโล่งอกที่เขาไม่มีท่าทางจะถามหรือสงสัยใดๆ ข้าเห็นเขากำลังจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก็หันหลังจะเดินออกไป แต่ฉินอ๋องเอ่ยเรียกเอาไว้ก่อน ข้าหันกลับไปพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นสูง

“มานี่” เจ้าแมวกวักมือไหวๆ เรียกให้เข้าไปหา

เขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้ามิใช่หรือ? เหตุใดยังกวักมือเรียกไปหาอีกเล่า? หรือเขาอยากให้ข้าช่วยงานก่อนออกไป? อืม มิน่าถึงได้เรียกข้ามาด้วย ตอนแรกข้านึกว่าเขาจะระแคะระคายความลับของข้าแล้วเสียอีก แต่เขาก็มีท่าทีปกติ มิได้เอ่ยถามสิ่งใดเลยสักคำ สรุปว่าข้าหวาดระแวงไปเองสินะ ข้าเดินไปหาเขาอย่างปลอดโปร่งใจ ไม่ต้องรอให้เขาเรียกซ้ำสอง ข้าหยุดอยู่ตรงหน้าเขาและเงยหน้ารอคอยคำสั่ง ฉินอ๋องปลดผ้ารัดเอวตนเองแล้วเอ่ยสั่งด้วยใบหน้านิ่งสุดๆ

“ช่วยถอดสิ”

“หะ?” ข้าผงะตัวพร้อมกับส่งเสียงแปลกๆ ออกมาเมื่อได้ยินคำสั่ง ฉินอ๋องเหลือบสายตามามองอย่างเย็นเฉียบ ข้าจึงรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินเข้าไปช่วยเจ้านายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างงุนงง

อ่า~ นี่มันอันใดกัน มิใช่ว่าฉินอ๋องคุ้นเคยกับการใส่เสื้อผ้าผู้เดียวหรอกหรือ? ไยถึงได้เรียกข้ามาช่วยกันเล่า ฉินอ๋องหวงตัวอย่างยิ่งมิใช่รึ? ข้ายังคงงุนงงไม่เข้าใจ มือเล็กๆ ของข้าพยายามถอดเสื้อผ้าให้กับเจ้าแมวอย่างยากลำบาก จะมิให้ลำบากได้อย่างไร ข้าในตอนนี้สูงเพียงอกเขา มิใช่ตอนที่อายุสิบเจ็ดสิบแปดเสียหน่อยที่จะสูงเพียงพอ ลำบากเช่นนี้มิยุ่งยากกว่าเปลี่ยนผู้เดียวหรอกหรือ? แม้ข้าจะมิได้เงอะงะดั่งเช่นในอดีตแต่ความสูงของข้าก็มิได้อำนวยให้มันสะดวกรวดเร็วแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมันเป็นการช่วยถอดเสื้อผ้าที่ลำบากยิ่งนัก

“หยิบชุดมา” ฉินอ๋องสั่งหลังจากที่ข้าช่วยถอดชุดชั้นนอกออกไปเหลือเพียงชุดขาวข้างใน ข้าเดินไปหยิบชุดใหม่มาคลี่กางออกรอเจ้านายมาสวมใส่ ฉินอ๋องลำบากลำบนย่อตัวลงต่ำเพื่อสวมใส่เนื่องจากความเตี้ยของข้า ยิ่งทำข้าก็ยิ่งสงสัย หากต้องลำบากเช่นนี้มิสู้ใส่ผู้เดียวไม่ดีกว่าหรือ? ข้าหยิบผ้ารัดเอวส่งให้เขาแต่ทว่าฉินอ๋องโบกมือปฏิเสธ ยืนนิ่งรอให้ข้าเป็นผู้ไปผูกให้ ข้าถือผ้ารัดเอวในมือไว้นิ่ง

“มีอันใด?” ฉินอ๋องเห็นข้าทำหน้าแปลกๆ ใส่ก็เอ่ยถาม ข้าเงยหน้าสังเกตสีหน้าของเขาที่มิได้มีความขัดเคืองใดๆ ดวงตาที่ก้มลงมามองข้าใสกระจ่างไร้แววขุ่นเคือง แม้จะมีบางส่วนที่คล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ก็ตาม แต่เท่านี้ก็ทำให้ข้าเบาใจไปเปราะหนึ่ง และกล้าจะพูดออกไป

“ข้าเพียงแปลกใจที่ท่านให้ช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ปกติแล้วท่านทำเองมิใช่หรือ?”

“เราเพียงอยากให้เจ้าฝึกให้เคยชิน เพราะต่อไปเจ้าจะต้องสวมเสื้อผ้าให้แก่เรา มีอันใดน่าแปลกใจ?”

“อ่า มิใช่ว่าท่านอ๋องเป็นคนหวงตัวมากหรอกหรือ?” แม้จะได้ยินคำตอบแต่ทว่าข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ข้าเอียงหน้าแล้วเอ่ยถามเขากลับไปอย่างสงสัย พอข้าถามออกไปเช่นนั้นฉินอ๋องก็เงียบ สีหน้าของเขางุนงงไม่เข้าใจ ข้าก็อธิบายเพิ่มไป “เมื่อก่อนเวลาท่านอ๋องจะอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าจะให้ข้าออกไปมิใช่หรือ ข้าจึงคิดว่าท่านอ๋องคงเป็นคนหวงเนื้อหวงตัวมาก เอ๋? มิใช่หรือ?” ข้าเห็นฉินอ๋องแสดงสีหน้าเหนื่อยใจออกมาวูบหนึ่งก่อนที่มันจะหายไปชั่วพริบตา ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบนิ่งเดายากอีกครั้ง และข้าคล้ายได้ยินเสียงกลั้นหัวเราะออกมาจากศิลาซับจันทรา นี่ท่านแม่มิได้นอนหลับอยู่หรอกหรือ!? ฉินอ๋องมองข้าแล้วถอนหายใจยาวเหยียด เขาเอื้อมมือมาจับมือของข้าไว้ ข้าก้มมองมือที่ถูกเจ้าแมวรวบจับ

“...จิ้งถิง หากเจ้าอยากอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรา เหตุใดไม่เอ่ยบอกออกมาเล่า?” ฉินอ๋องกล่าวกับข้าด้วยท่าทางนิ่งสงบแต่ข้ากลับรู้สึกว่ามันอันตรายแปลกๆ ตัวของข้าสั่นขนลุกเกรียวไปทั้งตัว เจ้าแมวไม่สนใจอาการขยาดของข้า เขาดึงมือของข้าไปวางไว้บนตัวเขาแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสุดๆ อีกครั้ง “หากเป็นเจ้า เรามิหวงอันใด อยากจะจับหรือแตะส่วนใดก็ได้ทั้งสิ้น เราไม่ขัดข้อง”

ข้ายืนเบิกตากว้าง มือสั่นไหว สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อร้อนระอุใต้เสื้อชั้นในบางๆ ข้าหน้าแดงเห่อร้อนขึ้นมาทันที หัวใจก็เต้นรัวกระหน่ำ พยายามกรีดร้องบอกมือของตนเองไม่ให้ขยับเด็ดขาด ข้าต่อสู้กับจิตใจอย่างยากลำบาก เหตุใดเจ้าแมวถึงได้เอ่ยเชิญชวนหน้าตายเช่นนี้!? นี่เขามิได้หวงตัวแล้วหรือไร!? ไม่อายบ้างหรือ!? ข้าพยายามดึงมือออกจากตัวของเขาแต่กลับถูกอีกฝ่ายยึดเอาไว้แน่น

“หรือเย็นนี้พวกเรามาอาบน้ำพร้อมกันดีหรือไม่? เรามิขัดข้องอันใดหากเจ้าต้องการ” เจ้าแมวจับมือของข้าไว้แล้วขยับโน้มตัวลงมากระซิบถามเบาๆ น้ำเสียงมันช่างฟังเย้ายวนเชิญชวนจนใจของข้าคันหยุกหยิกๆ

“ท่านอ๋อง!” ข้าชะงักตัวกลับมาได้สติก็ผลักเขาออกไป ใบหน้าของข้าแดงก่ำเตรียมตัวจะระเบิดอีกรอบด้วยความเขินอาย บ้าจริง! เหตุใดเสียงของฉินอ๋องถึงได้ฟังแล้วชวนคิดไปไกลเช่นนั้น ข้ารู้สึกอันตราย นี่เขาคิดจะอาบน้ำหรือทำอันใดกันแน่!? เจ้าแมวลามก! แม้แต่เด็กก็ไม่เว้น

ข้าดึงมืออกมาสำเร็จก็พยายามไม่สนใจเขาอีกต่อไป กลับมาทำหน้าที่คนรับใช้อย่างปกติ มือที่ไม่รู้เหตุใดมางุ่มง่ามเอายามนี้ก็พยายามผูกผ้ารัดเอวให้ฉินอ๋องที่กลับมายืนตัวตรงเช่นเดิม ข้าโอบแขนรอบเอวของเขา รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย เพราะมันคล้ายกับว่าข้ากำลังกอดเขาอยู่น่ะสิ ข้ากลั้นใจผละตัวออกมารวบผ้ารัดเอวมามัดอย่างคล่องแคล่ว จะว่าไปแล้วเมื่อชีวิตก่อนยามที่เขามาค้างที่เรือนของข้า ข้าก็เป็นผู้สวมเสื้อผ้าให้แก่เขา ขณะที่ข้าตั้งใจผูกอยู่นั้นนิ้วมือเรียวยาวขาวสะอาดของฉินอ๋องก็ลูบแก้มของข้าเบาๆ จากที่มันลดอุณหภูมิไปอุ่นๆ ก็กลายเป็นร้อนฉ่าคล้ายถูกถ่านไฟแนบ

“แก้มเจ้าแดงยิ่งนัก” ฉินอ๋องกล่าวทักพลางหัวเราะเบาๆ เจือปน ข้าเม้มปากอดทนปล่อยให้เขาลูบไล้แก้มจนพอใจ

ไม่นานฉินอ๋องก็เก็บมือกลับ ข้าเองก็ห้อยเครื่องประดับหยกพกให้แก่เขาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ข้าก้มเอวถอยออกมา รู้สึกได้ว่าสายตาของเขายังคงจ้องมองอยู่ ข้าเงยหน้ามองเจ้าแมวที่ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะถอนหายใจ เขามองข้าด้วยแววตาสับสนที่ทำให้ข้างุนงง มันมีหลากหลายอารมณ์อยู่ในดวงตาของเขา ทั้งหนักใจ ขมขื่น และดื้อดึง ข้าตั้งใจจะพิจารณามองให้แน่ชัด แต่ทว่าพริบตาเดียวมันก็จางหายไปไม่เหลืออารมณ์ใด นอกเสียจากความนิ่งสงบคาดเดายากเช่นปกติ 

“ในยามที่เราไม่อยู่ เจ้าห้ามออกไปนอกค่าย”

“ขอรับ”

ฉินอ๋องมองข้าอยู่สักพักก็หันตัวเดินออกไปจากกระโจม ข้ามองเขาเดินออกไปแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเดินตามหลังเขาจนกระทั่งออกไปจากกระโจม ไม่รู้เพราะเหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเขากำลังมีเรื่องหนักใจ ข้ามองตามฉินอ๋องที่ขึ้นม้าไปนั่งบนหลังม้าอย่างสง่า เขาหันมามองข้าแวบหนึ่งแล้วควบม้าออกไปสมทบทหารลาดตระเวนที่รออยู่หน้าค่ายแล้ว

ข้ามองตามเขาไปจนสุดสายตาแล้วถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้น จู่ๆ เจ้าแมวก็ไม่ร่าเริงทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังเห็นดีๆ อยู่ ข้ายิ่งโง่ๆ อยู่ด้วย ท่าทางกลุ้มใจของเขาทำให้ข้ารู้สึกกังวลใจไปด้วย ข้าเปิดกระโจมก้มตัวเข้าไปลงบนตั่งนั่งเล่นที่ฉินอ๋องเคยนั่ง

ข้านั่งขัดสมาธิเตรียมตัวดูดซับลมปราณจากหินซับจันทราเพื่อยกระดับลมปราณขึ้นเป็นขั้นสามนักยุทธ์ฝึกหัด ขั้นแรกของเส้นทางยุทธ์ที่แท้จริง ตามจริงแล้วข้าจะถึงขั้นสามตั้งแต่เที่ยงวันแล้ว แต่ทว่าต้องชะลอเอาไว้ก่อนเพราะไม่สะดวกจะทะลวงลมปราณในเวลานั้น แต่ตอนนี้ข้าอยู่คนเดียวในกระโจมแม่ทัพที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามารบกวน มิใช้โอกาสนี้ทำประโยชน์แล้วจะรอเวลาใด

 อย่าคิดมากเลยถิงเอ๋อร์ ฉินอ๋องมีงานมากมายต้องคิด ตอนนี้เจ้าตั้งใจทะลวงลมปราณไปขั้นสามเถิดท่านแม่เอ่ยปลอบข้าอย่างนุ่นนวลเมื่อเห็นข้านั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่เริ่มกระบวนการดูดซับลมปราณเสียที

“ขอรับท่านแม่” ข้าพยักหน้าเชื่อฟังมารดา หลับตาสูดลมหายใจรวบรวมสมาธิเพื่อทำการยกระดับลมปราณ ข้าใช้เวลาไม่นานนักก็ทะลวงไปถึงขั้นสามอย่างง่ายดาย มิได้เหงื่อเลยสักเม็ดเดียว หลังจากอยู่ขั้นสามได้คล้ายกับว่าสัมผัสของข้าก็พัฒนาดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเห็นการมองเห็น การได้ยิน หรือร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น ข้าไม่แปลกใจเลยว่าเหล่าจอมยุทธ์นักสู้ในระดับสูงๆ แม้จะยังมิได้ใช้พลังวิเศษก็ยังร้ายกาจ ตอนนี้ร่างกายของข้าทำการดูดซับลมปราณจากหินซับจันทรามาเติมเต็มไว้ในกายเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

ด้วยความเร็วเช่นนี้อีกสองปีเจ้าต้องทะลวงพลังถึงขั้นแปดอย่างแน่นอน เรื่องลมปราณมิได้มีปัญหาใดๆ งั้นเรามาคุยกันเรื่องพลัง...

“ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงผูกคอตาย?” ข้าโพล่งขึ้นถามนางอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพราะตั้งแต่ฟังเรื่องราวของสกุลเยว่แล้วข้าก็รู้สึกว่ามันมีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล ข้าเข้าใจมาตลอดว่าท่านแม่ไม่มีหนทางเลือก จึงตัดสินใจผูกคอตายหนีความอัปยศและความอยุติธรรม แต่ในเมื่อท่านแม่เป็นถึงราชันยอดยุทธ์และทางสกุลเยว่ที่เป็นตระกูลของท่านแม่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น เหตุใดท่านแม่ถึงได้คิดสั้นผูกคอตาย มิหนีไปขอความช่วยเหลือจากสกุลเยว่เล่า? ข้ารู้สึกว่ามันยองแยงกันแปลกๆ ท่านแม่เงียบไปก่อนจะเอ่ยถามข้าด้วยน้ำเสียงงุนงง

เจ้าพูดอันใด? ใครผูกคอตาย!?

ข้าขมวดคิ้วแล้วเอ่ยบอกด้วยความงุนงงไม่แพ้กัน

“ก็ท่านมิใช่หรือที่ผูกคอตาย?”

ท่านแม่มิได้ตอบอันใด ข้าได้ยินเสียงหอบหายใจเสียงดังคล้ายกำลังอดกลั้นของนาง จากนั้นนางก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไปด้วยความโกรธ ข้าจินตนาการได้เลยว่าตอนนี้นางกำลังโกรธจนไฟลุกท่วมตัวเป็นแน่

ไม่มีทาง! ข้าไม่เคยฆ่าตัวตาย! คนเช่นข้ามิได้อับจนหนทางเช่นนั้น ไอ้...ไอ้สารเลวเอ๊ย! หากชาตินี้ข้าไม่เห็นมันย่อยยับไปทั้งตระกูลบัดสบของมัน อย่าเรียกข้าว่าเยว่เหม่ยฮวา!

ข้ากำมือแน่นเมื่อได้ยินมารดาแผดร้องสาปแช่งใครบางคน ซึ่งไม่ต้องเดาให้ยาก คนผู้นั้นย่อมต้องเป็นบิดาของข้าผู้นั้นอย่างแน่นอน ข้าขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ท่านแม่มิได้ฆ่าตัวตายแล้วเหตุใดข้าถึงเห็นศพของนางถูกแขวนอยู่บนขื่นห้อง ตัวของข้าเย็นเฉียบทันทีเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ในชีวิตที่แล้วหลังจากที่ท่านแม่ผูกคอตายบนขื่นห้องของนาง บิดาก็ปิดข่าวบอกว่านางตายด้วยโรคร้ายแรง และไม่เอ่ยถึงเรื่องการมีชู้ใดๆ ในตอนนั้นข้ายังเด็กคิดว่าเป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว ท่านแม่จะได้ไม่มีมลทินติดตัว ข้าไม่เคยคิดสงสัยเพราะเป็นข้าที่เข้าไปเห็นศพนางเป็นคนแรก หากนางมิได้ฆ่าตัวตายงั้น... ข้าขนลุกเกรียวทั้งตัว ใจหายวาบ เอ่ยถามออกไปน้ำเสียงสั่นไหว

“ท่านแม่ มันหมายความว่าอย่างไร?”

ถิงเอ๋องร์เอ๊ย แม่ขอโทษจริงๆ! เพราะแม่แท้ๆ ถึงทำให้เจ้าต้องมาลำบากเช่นนี้ เพราะหลงเชื่อคนสารเลวชาติชั่วอย่างมัน เป็นมัน! เป็นมันที่ฆ่าข้า!ท่านแม่บอกเล่าด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าคลั่งแค้นปนเคล้าเสียงสะอื้นร้องไห้ ข้ามือเย็นอ่อนแรงฮวบ ไม่จริง คงมิใช่ว่าบิดาลงมือสังหารท่านแม่แล้วจัดฉากนางให้เหมือนผูกคอฆ่าตัวตาย? ถ้าหากข้าเชื่อคำเตือนของท่านพ่อก็จะไม่เป็นเช่นนี้! ท่านพ่อ! ท่านพูดถูกทุกอย่าง มันเป็นปีศาจสารเลวชั่วร้ายจริงๆท่านแม่คร่ำครวญอย่างอ่อนล้า ข้ากัดฟันพอจะเข้าใจเรื่องคร่าวๆ ข้านั่งอดทนฟังมารดาคร่ำครวญร่ำไห้อยู่นานจนใจปวดหนึบตามนาง และหลังจากที่ปล่อยให้ท่านแม่ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาจนหมด ข้ากับท่านแม่ก็แลกเปลี่ยนสิ่งที่รู้ให้กันและกันฟัง ยิ่งฟังข้าก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจและโมโหเป็นที่สุด!

เพราะท่านแม่เป็นคนสกุลเยว่ ไอ้ชาติชั่วนั่นถึงได้เข้ามาสานสัมพันธ์กับท่านแม่เพื่อหวังใช้อิทธิพลจากสกุลเยว่ส่งเสริมตัวมันเอง ท่านแม่ที่เป็นเพียงเด็กสาวจากสกุลเร้นกายจากโลกภายนอกมิทันเล่ห์เหลี่ยมของบุรุษหนุ่มผู้เผชิญกับโลกมานานปีกว่า คราแรกมันทำตัวเยี่ยงเทพบุตรคอยช่วยเหลือเอาใจใส่เด็กสาว จนกระทั่งเด็กสาวผู้นั้นตกหลุมรักมันจนหมดหัวใจ แต่พอกลับไปยังสกุลเยว่ เยว่เมิ่งผู้เป็นบิดาของท่านแม่มิเห็นด้วย ทำให้ท่านแม่ต้องหนีตามมันมาโดยไม่ติดต่อกลับไปยังสกุลอีกเลย ท่านแม่นั้นเป็นคนเย่อหยิ่งถือทิฐิแรงกล้า ท่านจะต้องไม่ติดต่อไปหาญาติพี่น้องของตนเองเป็นแน่

ท่านแม่แต่งงานกับมันมีตำแหน่งฮูหยินใหญ่ แม้มันจะมีภรรยาน้อยอีกมาก แต่มันก็ดีกับท่านแม่และข้าที่สุด นั่นเพราะมันยังเห็นว่าท่านแม่และข้ามีประโยชน์ ท่านแม่ที่มีวรยุทธ์เป็นถึงราชันยอดยุทธ์คอยกำจัดศัตรูหรือคนที่ขัดแย้งกับมัน มันหลอกท่านแม่ว่าคนเหล่านั้นเป็นคนไม่ดีที่ต้องการสังหารมัน ท่านแม่จึงไปสังหารพวกเขาให้มันโดยมิรู้ความจริง จนกระทั่งมันมีอำนาจมากขึ้นในราชสำนักกลายเป็นขุนนางใหญ่ และข้าที่มีสายเลือดสกุลเยว่มันต้องการพลังของข้าไว้ส่งเสริมมันอีกแรง เพราะเหตุนี้มันจึงคอยเอาอกเอาใจสองแม่ลูกมิเปลี่ยน จนกระทั่งข้าอายุครบสี่ขวบไม่มีท่าทีว่าจะมีพลังวิเศษใดๆ ตื่นขึ้น ประกอบกับที่มันมีอำนาจและตำแหน่งในราชสำนักของมันมั่นคงมิสั่นคลอนง่ายๆ ไม่ต้องคอยพึ่งพาพลังของท่านแม่อีกต่อไป มันจึงเริ่มเผยธาตุแท้ที่เก็บซ่อนเอาไว้ออกมา

มันเริ่มไม่สนใจใยดีเราสองแม่ลูกกลับไปลุ่มหลงเมียน้อยคนใหม่ ประกอบกับในตอนนั้นท่านแม่เริ่มระแคะระคายเรื่องที่มันให้ไปสังหารคน มันกับท่านแม่ทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขนาดที่ท่านแม่ขู่มันว่าจะแฉทุกอย่างที่รู้ มันจึงยอมถอยให้ จากนั้นไม่นานก็มีข่าวลือว่าท่านแม่มีชู้ ในช่วงนั้นท่านแม่ทุกข์ใจจนผายผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

ในตอนนั้นแม่พยายามใช้พลังย้อนเวลาไปตอนที่เจ้าเพิ่งเกิดใหม่ๆ เพื่อที่จะพาเจ้าหนีกลับสกุลเยว่ แต่ทว่ามันก็ไม่สำเร็จ แม่ลองย้อนเวลาอยู่หลายครั้งด้วยกัน จนกระทั่งสูญเสียพลังไปมากมายมหาศาล และเริ่มอ่อนแอล้มป่วยลง

เมื่อหมดประโยชน์ทั้งแม่และลูกจึงถูกกำจัดทิ้ง ในตอนนั้นทั้งข่าวลือมีชู้และการเจ็บป่วยของท่านแม่ทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น มันเข้ามาทำดีอ่อนหวานเช่นเดิมจนท่านแม่ตายใจยอมใจอ่อน มันฉวยโอกาสวางยาพิษสังหารท่านแม่แล้วจัดฉากว่านางผูกคอฆ่าตัวตายหนีคำครหาว่ามีชู้ ส่วนข้าถูกทิ้งขว้างไม่สนใจไยดีว่าจะเป็นหรือตาย มันคงคิดว่าข้าเป็นเด็กจะไม่รอกแต่มันคงคิดไม่ถึงว่าข้ากลับรอดมาได้ จนกระทั่งฉินอ๋องมาพบและนำข้าออกมาจากที่แห่งนั้น

ตอนที่ข้าโตขึ้นมาแล้วข้าได้ยินว่ามันแสร้งทำตัวเศร้าโศกเสียใจที่ฮูหยินใหญ่และบุตรชายตายจากไปด้วยโรคร้าย ถึงกับใส่ชุดดำไว้ทุกข์ให้แก่ภรรยาและบุตรชายมานานหลายปี ไม่แต่งตั้งสตรีใดขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ทำราวกับรักมั่นนักหนา ชาวบ้านที่ไม่รู้ความจริงต่างสรรเสริญยกย่องมันยิ่งนัก ข้าได้ยินก็โมโหในความหน้าด้านของมัน แต่ก็ทำสิ่งใดมิได้ คิดเพียงว่าท่านแม่เลือกตายมากกว่าอยู่กับไอ้สารเลวผู้นี้เป็นเรื่องที่ดีแล้ว

ท่านแม่ได้ฟังสิ่งที่ข้าเล่า นางโมโหจนหายใจหอบแรง หากข้าเห็นใบหน้านางมันจะต้องแดงคล้ำมีควันออกหูเป็นแน่ จากนั้นข้ากับท่านแม่ก็ร่วมกันสันนิฐานเกี่ยวกับเรื่องสกุลเยว่ที่มิได้ติดต่อใดๆ มาเลย อาจเป็นเพราะพอมีข่าวว่าท่านแม่และข้าตายด้วยโรคร้ายก็ทำให้พวกเขาไม่คิดสงสัยสิ่งใด ท่านแม่บอกข้าว่าก่อนจะตายนางได้ดิ้นรนและใส่พลังวิญญาณของตนเองไปยังสร้อยคอหินซับจันทรานี้ เผื่อสักวันหนึ่งที่ข้าค้นพบความลับของมันและปลดปล่อยวิญญาณนางออกมา

“ถ้าเช่นนั้นความปรารถนาสุดท้ายของท่านก็คือแก้แค้นมันหรือ?”

มิใช่ ความปรารถนาสุดท้ายของแม่ คือ การกลับไปสกุลเยว่เพื่อขอขมาบิดามารดา แต่ทว่าพอได้รับรู้ความชั่วเกินจะให้อภัยของมัน ข้าก็เปลี่ยนใจแล้วว่าก่อนที่จะกลับสกุลเยว่ ข้าขอล้างแค้นมันเสียก่อน! มันบังอาจทำให้ลูกของข้าต้องทนทุกข์ทรมาน! โธ่ ถิงเอ๋อร์ แม่คิดว่าหลังจากแม่ตายเจ้าจะหนีพวกมันมาอยู่กับฉินอ๋องเสียอีก นี่กลายเป็นว่าเจ้าต้องทนความลำบากที่นั้นเป็นเวลาเนิ่นนานก่อนที่ฉินอ๋องจะไปพบเจ้า ฮึ! ทำกับข้าก็แล้วไปเถิดแต่มันบังอาจแตะต้องบุตรชายของข้า! ข้าจะไม่ปล่อยมันไว้อย่างแน่นอน ตระกูลบัดสบของมันจะต้องตาย มันถึงจะสาสม!

ข้าฟังที่ท่านแม่เอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่งก่อนจะยิ้มออกมาอย่างงดงามแล้วทอดถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ข้าเอ่ยบอกมารดาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ข้าได้ยินเสียงตนเองที่เอ่ยออกไปอย่างเยือกเย็นและเย็นชา มันฟังดูเหี้ยมเกรียมแม้แต่ตนเองยังขนลุก

“ท่านแม่ ความตายจะสบายเกินไปหรือไม่? สำหรับคนเหล่านั้นให้อยู่อย่างทุกข์ทรมานดีกว่านะขอรับ ข้าไม่อยากให้ท่านต้องมีบาปหรือเปื้อนเลือดของพวกมัน มีวิธีมากมายที่ทำให้พวกมันเจ็บทรมานยิ่งกว่าตาย”

อ่า! ก็จริงของเจ้าลูกแม่! เจ้าต้องกลับไปทวงสิ่งที่เป็นของเจ้ากลับมา

“ข้าไม่อยากได้ของของพวกมันหรอกขอรับ”

งั้นก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้เรายังทำอะไรพวกมันมิได้ แต่ต่อไปไม่แน่ มันขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วถิงเอ๋อร์! พักเรื่องพวกสารเลวนั่นไว้ก่อนเถิด เฮ้อ แม่ไม่อยากพูดเรื่องพวกมันในตอนนี้แต่เพราะเจ้าถามจึงต้องเล่าออกไปเสียมิได้ ในตอนนี้แม่อยากให้เจ้าจดจ่อพัฒนาพลังของเจ้าเสียก่อน เอาละ เรามาทำความเข้าใจพลังของเจ้ากันก่อนเถิด

“อืม จริงสิ ข้าไม่เข้าใจว่าท่านทวดไฉหลางสามารถฆ่าทหารฉู่ตายทั้งหมดได้อย่างไร? ด้วยกล่องนี่น่ะหรือ?” ข้าพยักหน้าไม่พูดถึงพวกมันอีก ยิ่งคิดยิ่งแค้น ข้าจึงเปลี่ยนเรื่องเอ่ยถามเรื่องพลังของตนเองอย่างข้องใจ ข้าโบกมือสร้างกล่องโปร่งใสออกมา ปล่อยมันล่องลอยอยู่กลางอากาศ ดูอย่างไรก็ไม่เห็นจะเข้าใจว่าเจ้ากล่องนี้มันจะสังหารผู้คนได้อย่างไร ข้าสั่งให้กล่องนั้นหยุด มันแข็งค้างอยู่กลางอากาศตรงหน้าของข้า

เจ้าจะไปเทียบกับท่านทวดของเจ้าได้อย่างไร? รู้หรือไม่ท่านทวดของเจ้ายามนั้นอยู่ในขั้นใด ท่านเป็นจักรพรรดิราชันย์จ้าวยุทธ์เชียวนะ!

“อ่า!” ข้าอุทานออกมาอย่างตกใจ ขั้นในตำนานนั้นน่ะหรือ!? ข้าคิดว่าข้าจะไม่ตกใจแล้วแต่มันก็อดมิได้ จักรพรรดิราชันย์จ้าวยุทธ์เชียวนะ! โอ้! มิน่าถึงได้เก่งกาจเพียงนั้น ท่านแม่หัวเราะคิกคักที่เห็นข้าทำตาโตตื่นตะลึงพรึงเพริด

พลังอาณาเขตจักรพรรดิเยว่ตี้นั้นใช้ได้หลากหลายรูปแบบตามที่ผู้ใช้จะสร้างสรรค์ เป็นสุดยอดพลังที่ทำได้ทั้งป้องกันและโจมตี ที่เจ้าเห็นเป็นกล่องอยู่นั้นมันเรียกว่าอาณาเขต ในอาณาเขตนี้เจ้าสามารถสั่งได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้อาณาเขตของเจ้าจะเชื่อฟังคำสั่งของเจ้า มันถึงเรียกว่าอาณาเขตจักรพรรดิเยว่ตี้ยังไงเล่า

อ่า อาณาเขตของจักรพรรดิคงคล้ายๆ คนในปกครองของจักรพรรดิก็ต้องเชื่อสั่งคำสั่งของจักรพรรดิสินะ? ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อฟัง เชื่อฟังทุกสิ่งทุกอย่าง? ถ้าเช่นนั้นท่านทวดไฉหลางก็สามารถกางอาณาเขตครอบคลุมกองทัพทหารแสนนายเลยน่ะสิ โอ้โฮ นี่มัน... พลังล้นเหลือจริงๆ! ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าสร้างแค่กล่องเล็กๆ เท่านี้ยังรู้สึกเหนื่อยจนรากเลือด นี่เขากลับกางอาณาเขตคลุมกองทัพนับแสนอย่างสบายๆ สมแล้วที่เป็นจักรพรรดิราชันจ้าวยุทธ์! สั่งได้ทุกสิ่งทุกอย่าง? แม้แต่ความตายก็ยังสั่งได้? เป็นพลังที่น่ากลัวมากจริงๆ ข้ามองกล่องอาณาเขตของตนเองแล้วถอนหายใจ เล็กขนาดนี้จะไปขังใครได้? หากวิ่งหลบอาณาเขตไปข้าก็ไม่สามารถสั่งได้แล้ว

“ถ้าหากหลบออกจากอาณาเขตก่อนจะขังข้าก็ทำอันใดมิได้น่ะสิ ข้าจะสู้ได้ต้องรอให้กางอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลแบบท่านทวดงั้นหรือ?”

หากมองไม่เห็นแล้วจะหลบได้อย่างไร! พลังนี้แทบจะไร้จุดบอด มีข้อเสียเล็กๆ เพียงแค่ใช้ลมปราณมากเท่านั้นเอง แต่ไม่ต้องห่วงหรอก แต่เรามีหินซับจันทราปิดจุดบอดนี้อย่างสนิท เท่ากับว่าพลังของเจ้าไร้จุดอ่อน!

“ไม่เห็น? ข้าก็เห็นอยู่มิใช่รึ? ท่านก็เห็น?”

เจ้าเด็กโง่! เจ้าเห็นจะแปลกอันใด เจ้าเป็นเจ้าของพลังนะ ส่วนข้าเป็นวิญญาณเห็นบางสิ่งพิเศษกว่ามนุษย์อยู่แล้ว!

“อ้าว เป็นอย่างนี้นี่เอง ผู้อื่นมองไม่เห็นอาณาเขตของพลังของข้าสินะขอรับ”

ก็ใช่น่ะสิเจ้าลูกบื้อ!

“โอ้! ถ้าเช่นนั้นมันก็ยอดเยี่ยมไปเลยน่ะสิ!” ข้าทำหน้าดีใจปรบมือแปะๆ ด้วยความตื่นเต้น ท่านแม่ตวาดข้ากลับอย่างเหลืออดน้ำเสียงของนางฟังคล้ายจะโมโห

เพิ่งรู้รึเจ้าลูกโง่! ข้าละเหนื่อยกับเจ้าจริงๆ

ข้ายิ้มนิดๆ อย่างรู้สึกผิด จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้พลังจากท่านแม่ ท่านแม่ให้ข้าพยายามสร้างอาณาเขตให้ใหญ่ที่สุด ครั้งนี้มันขยายใหญ่มากขึ้น มีความกว้างขนาดหนึ่งฉื่อ(≈๓๐ซม.) โอ้! จากนั้นท่านแม่ก็บอกให้ข้าแยกอาณาเขตเป็นชิ้นเล็กๆ หลายๆ ชิ้นแล้วสั่งให้มันระเบิด มันสามารถควบคุมได้ถึงเสียง มันเป็นระเบิดไร้เสียงที่มองไม่เหน! นี่คือกระบวนท่าแรกก็ร้ายกาจอย่างยิ่ง ระเบิดไร้เสียงไร้รูป! ข้าฝึกฝนแบ่งอาณาเขตให้ระเบิดจนแม่นยำและรวดเร็วตามเป้าหมายก็รู้สึกยินดียิ่งนัก ข้าไม่อ่อนแอแล้ว!

ข้าเลิกฝึกฝนระเบิดอาณาเขตเมื่อเกือบได้เวลาที่ฉินอ๋องกลับมาจากการลาดตระเวน ข้ารีบรุดไปทำเตรียมสำรับอาหารให้แก่เขา คิดถึงท่าทางไม่สบายใจของเจ้าแมวข้าก็ทำอาหารของโปรดของเขาหลายอย่าง หวังว่าเขาได้ทานแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น พอยามโหย่ว(๑๕-๑๙น.)ข้าก็ยกสำรับมายังกระโจมเพื่อรอเจ้าแมวกลับมา หลังจากนั้นไม่นานฉินอ๋องก็เดินเข้ามาในกระโจม แวบแรกที่เห็นหน้าเขา อารมณ์เบิกบานของข้าก็ลดฮวบลง

เจ้าแมวดูไม่ร่าเริง เกิดอันใดขึ้น?

 

 

 




ข้าก็มีเรื่องที่ต้องคิดบ้าง!


#เจ้าชายฆ่าหมา นั้นไม่เอา ไม่เอาาาาา!

เอาละ! โหวตอย่างเป็นทางการค่ะ 5 แฮชแท็กที่เข้ารอบ!

#โซ้ยเด็กให้ร้องเหมียว

#อ๋องแมวเลี้ยงต้อย

#อ๋องแมวกับถิงถิง

#อ๋องแมวเหมียว

#แมวต้อย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.893K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25541 Lin and น้องปีเตอร์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 10:32
    #อ๋องแมวกับถิงถิง อันนี้น่ารักดีจัง แต่คงได้เลี้ยงต้อยไปแล้ว
    #25,541
    0
  2. #25409 NEPTUNEL (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:33
    ชอบแม่ลูกคู่นี้ ส่วนฝั่งพ่อชั่วนั้น โกรธว่ะฮือ
    #25,409
    0
  3. #25343 Maylyunho (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 18:50
    เหมือนกับคนแื่นๆเลยค่ะ ตอนอ่านตอนแรกก็อค้นอิท่านพ่อ แต่จามอ่านไปเรื่อยๆ อห ต้องฟังความรอบด้าน เก็บไปพิจารณาดีๆ อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆค่ะ
    #25,343
    0
  4. #25342 Maylyunho (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 18:49
    เห็นองค์ชายฆ่าหมากี่ทีก็ยังหัวเราะ
    #25,342
    0
  5. #24446 phityada2203 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:46
    คือแบบตอนแรกก็งงว่า แม่เก่งขนาดนั้น ทำไมถึงต้องฆ่าตัวตาย ยังไงก็น่าจะเก่งกว่าอิพ่อสารชั่วนั้นอยู่แล้ว แบบตอนแรกก็ไม่เห็นสมเหตุสมผลเลย แต่ก็อ่านมาเรื่อยๆเพราะเรื่องอดีตของตัวเอกมันมาแค่นิดเดียวเอง อยากรู้อดีตของตัวเอกมากกว่านี้อะ แล้วแบบก็อ่อพึ่งมาเข้าใจว่า แม่หมดพลังเลยถูกฆ่า จริงๆเลยนะตอนนี้ชอบเหตุผลของการถูกฆ่ามากมากกกกกกก
    #24,446
    0
  6. #24382 Fueled me (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:53
    ถ้าตอนนั้นท่านแม่ทำสำเร็จชีวิตของจิ้งถิงคงเปลี่ยนไปมากแบบคนละขั้วเลยอะ เจ็บใจแทน
    #24,382
    0
  7. #23867 Redtktk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 23:27
    มุมคุณแม่ตอนนี้หลังขงจากที่ย้อนกลับมาอ่านทำให้เรารู้ว่าอย่าฟังความข้างเดียว อย่าพึ่งด่วนสรุปตัดสินใครจากคำพูดคนอื่น
    #23,867
    1
    • #23867-1 Redtktk(จากตอนที่ 22)
      25 มีนาคม 2563 / 23:27
      *หลังจาก
      #23867-1
  8. #23635 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 14:01
    อ่านมาถึงตอนนี้ทำให้ได้แง่คิดดี ๆ เหมือนกันว่าอย่าได้ตัดสินคนจากที่ฟังความข้างเดียวโดยเด็ดขาด
    #23,635
    0
  9. #23295 mytty (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 12:02

    อยากเข้าใจคามรู้สึกท่านอ๋อง

    #23,295
    0
  10. #22898 Peach9 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 19:56
    ขำความคุงแม่กับน้อง55555
    #22,898
    0
  11. #22869 Momo_toho (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 20:15
    พลังของน้องนี่มัน พลังของผู้ผนึกมาร นีนา อิอิ
    #22,869
    0
  12. #22735 ❀ than. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 15:36
    พออ่านมาถึงตอนนี้ก็เริ่มสงสัยแล้วว่าท่านอ๋องเหมียวๆ ไม่ได้กลัวว่าจะมีคนมาชอบถิงถิง แต่เป็นไปได้ว่าท่านอ๋องเหมียวๆ อาจจะรู้ความจริงของถิงถิงมาตลอด รอเจ้าตัวมาชี้แจงนะคะ ณ จุดนี้ คาใจกับความรู้สึกนึกคิดของท่านอ๋องเหมียวๆ มาก
    #22,735
    0
  13. #22400 trp1021 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 02:17
    งื้ออออ
    #22,400
    0
  14. #22150 Xialyu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:45
    แค้นนี้ต้องชำระ อืมมมมมมม
    #22,150
    0
  15. #22045 Miko_Chan2002 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 00:52
    บางทีท่านอ๋องอาจจะรู้ตัวตนของน้องแล้วก็ได้ เราคิดว่าน่าจะรู้ตั้งแต่ชาติที่แล้วด้วย แล้วบางทีอาจจะหาสร้อยเจอแล้ว แต่พอรู้ว่าน้องมาจากตระกูลเยว่ตี้ก็ไม่ให้สร้อยน้องคืน เพราะกลัวว่าน้องจะเป็นอันตราย ถ้าคนอื่นรู้เรื่องว่าน้องเป็นคนจากเยว่ตี้ต้องมีทั้งคนปองร้าย ทั้งคนที่เข้าหาเพราะหวังผลประโยชน์ และอื่นๆอีก

    แล้วที่พยายามตีตัวออกจากน้องคงกลัวเป็นอันตรายมั้ง แต่ท่านอ๋องรู้รึเปล่าว่าทำแบบนั้นมันทำร้ายจิตใจน้องขนาดไหน T^T
    ส่วนพาร์ทของท่านอ๋องเราว่าไรท์คงใส่ป้มไว้แหละ พวกสาเหตุที่มีนายบำเรอเยอะ หรือสาเหตุที่ไล่น้อง รวมทั้งเรื่องของคุณชายหมิง(หมั้นไส้ตั้งแต่ยังไม่มีบท//เบะปากมองบน) จะเอาออกมาตั้งแต่ต้นเรื่องก็กระไรอยู่ รอกันต่อปาย~
    #22,045
    0
  16. #21670 UkeOtakuSama (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 21:49
    เฉลยท่านแม่...จริงรึป่าววว
    #21,670
    0
  17. #21522 badlism. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:40
    พ่อถิงถิงนี่เกินคำว่าสุดๆไปเลยอีกนะเนี่ย
    #21,522
    0
  18. #21428 -เกม- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:22
    ความจะแตกหรือไม่~
    #21,428
    0
  19. #21028 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 23:08
    น้องฉิงแก้แค้นให้ท่านแม่ด้วยนะคะ
    #21,028
    0
  20. #20737 Parkjimin19 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 20:16
    บัดซบ เขียนอย่างนี้นะคะไรท์ ชอบมากเลยค่ะ ภาษาสวยน่าติดตาม
    #20,737
    0
  21. #20685 oohyanisa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 14:16
    หน้าเจ้าอ๋อง เอ้ย เจ้าเหมียวน่าฟัดมาก 5555
    #20,685
    0
  22. #20564 _Daonuea_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 22:45
    พ่อของถิงถิงนี่ค่ตเลวเลยอ่ะ เอาเลยลู้ทำให้พวกมันตายทั้งเป็น
    #20,564
    0
  23. #20511 ฺBedroom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 04:29

    โ้ยเด็กให้ร้องเหมียวค่า มีเอกลักษณ์สุดๆ

    #20,511
    0
  24. #20349 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 01:32
    รู้สึกอยากรู้เรื่องพ่อถิงถิงขึ้นมาเลย อ่านแล้วขึ้นมากๆ สงสารแม่ถิงถิงงงงงงงง
    #20,349
    0
  25. #19623 มายเนมอีส... (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 17:07
    เจ้าชายฆ่าหมา555
    #19,623
    0