เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 20 : ตอนที่ ๒๐ ผู้เดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,067 ครั้ง
    12 ก.ค. 59

ตอนที่ ๒๐ ผู้เดียว

ท่านแม่เงียบหายไปตั้งแต่เช้าแล้ว นางอาจจะนอนพักผ่อนอยู่ก็เป็นไปได้ ข้าอดรู้สึกเป็นห่วงนางมิได้ ท่านแม่พักฟื้นพลังนานเกินไปแล้วหรือไม่? ข้าพยายามเรียกนางในใจแต่นางก็มิได้ตอบอันใดกลับมา คงจะนอนพักอยู่กระมัง ข้าหลุบตามองตำราตรงหน้าแล้วค่อยๆ ขมวดคิ้วเข้าหากัน หว่า แม้มันจะไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ ปรัชญาอะไรหยุบหยับเต็มไปหมด ต้องอาศัยการตีความที่ใช้ความคิด เฮ้อ หากเป็นบันทึกเรื่องราวเหมือนเล่มก่อนหน้านั้นก็ว่าไปอย่าง ข้าอ่านมันได้เพลิดเพลินเชียวละ สักพักข้าก็เงยหน้าขึ้นถอนหายใจ รู้สึกล้ายิ่งนัก

ข้าหันไปมองฉินอ๋องที่ยังทำงานของเขาอยู่เช่นเดิม อ่า เจ้าแมวทำได้อย่างไรกันนะ นั่งอ่านรายงานเหล่านั้นเป็นชั่วยามแล้ว ในขณะที่ข้านั่งอ่านบ้างมิอ่านบ้าง ลุกขึ้นไปทำนั่นนี่ให้แก่เขา หาเรื่องลุกไปรินน้ำบ้าง เดินไปเอาของว่างมาบ้าง พอมาอยู่หน้าตำราไม่กี่เค่อข้าก็เงยหน้าขึ้นมาแล้ว แต่เขายังนั่งปักหลักอ่านรายงานทั้งเขียนแก้ไข มีบางที่ลุกไปหยิบตำราหาข้อมูลแล้วกลับมานั่งเช่นเดิม แถมเขายังต้องแบ่งสมาธิมาอธิบายเนื้อเรื่องที่ข้าไม่เข้าใจทั้งที่ยังอ่านรายงานอยู่ เจ้าแมวนี่ฉลาดจนน่าอิจฉายิ่งนัก ข้ามองดูนาฬิกาธูปหอมที่ลดความยาวลดไปใกล้ขีดยามอู่(๑๑-๑๓น.)แล้ว

นี่ได้เวลาที่ข้าควรไปเตรียมอาหารให้แก่ฉินอ๋องแล้วกระมัง เมื่อข้าลุกขึ้น เจ้าแมวก็หันขวับมามอง ในดวงตาของเขาคล้ายกับกำลังถามว่าข้าจะไปไหน

“ข้าจะไปเตรียมสำรับข้าวมื้อเที่ยงก่อนนะขอรับ”

“อืม” ฉินอ๋องพยักหน้ารับ จากนั้นก็มีเสียงเอ่ยแทรกขึ้นมาจากทางด้านกระโจม ตามด้วยร่างบางระหงปราดเปรียวตวัดผ้าทางเข้ากระโจมเดินฉับๆ เข้ามา

“เตรียมให้ข้าด้วย!

รองแม่ทัพสวินลี่เข้ามายืนเท้าสะเอวกลางกระโจมที่ทำงานของท่านแม่ทัพ ใบหน้าหวานคมขำระบายยิ้มนิดๆ อย่างมั่นใจก่อนจะปรายตาไปมองท่านแม่ทัพด้วยสายตาคล้ายหาเรื่องเล็กน้อย ระหว่างนั้นรองแม่ทัพสวินหยางก็เปิดประโจมตามเข้ามาอีกคน เขาเดินมายืนข้างๆ น้องสาวอย่างเงียบๆ รองแม่ทัพสวินลี่พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วเอ่ยต่อว่าแม่ทัพอย่างมิได้จริงจัง

“เมื่อเช้าข้ารึอุตส่าห์รีบไปโรงอาหาร แต่ที่ไหนได้ดันเป็นสำรับข้าวของท่านแม่ทัพผู้เดียว นี่คงจะเป็นสิทธิพิเศษของแม่ทัพกระมัง? เสวี่ยท่านจะไม่แบ่งปันของดีเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่พี่น้องบ้างหรือ? อย่างไรเสียเราก็เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันมา” รองแม่ทัพสวินลี่ทำหน้าราวกับถูกฉินอ๋องทรยศหักหลัง นางเอ่ยโน้มน้าวให้แม่ทัพเห็นแก่มิตรภาพช่วยแบ่งสำรับข้าวให้แก่พวกนาง ไม่แค่นั้นนางหยิบยกพี่ชายผู้มีร่างกายซูบผอมขึ้นมาเรียกความเห็นใจอีกด้วย

“เสวี่ย ท่านดูสิ รองแม่ทัพของท่านผู้นี้ผอมแห้งเพียงใด มิคิดจะบำรุงร่างกายของเขาเสียหน่อยหรือ? ช่วยบอกพ่อครัวตัวน้อยผู้นี้ให้ทำเผื่อพวกข้าด้วยสิ” รองแม่ทัพสวินลี่เอ่ยเสร็จก็เบิกตาโพลงจ้องกดดันท่านแม่ทัพที่ทำหน้าราบเรียบนั่งอ่านรายงานนิ่ง ข้ากะพริบตามองทั้งสองฝ่ายแล้วรู้สึกขำเล็กน้อย นี่รองแม่ทัพสวินลี่ลากพี่ชายมาเพื่อสำรับข้าวโดยเฉพาะเลยรึ? ลงทุนยิ่งนัก!

รองแม่ทัพสวินลี่เอ่ยเรียกชื่อของฉินอ๋องออกมา แต่ข้าก็มิได้แปลกใจใดๆ เพราะรู้ว่าพวกเขาทั้งสามคนเป็นเพื่อนมาตั้งแต่สมัยยังเยาว์ หนำซ้ำรองแม่ทัพสวินลี่ยังเคยเป็นคู่หมายของฉินอ๋อง แต่ทว่ารองแม่ทัพสวินลี่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด และบอกว่านางมีปัญญาหาสามีได้ด้วยตนเอง ไม่ขอพึ่งให้ผู้อื่นเลือกสามีให้ ช่างเด็ดขาดยิ่งนัก ข้ายิ่งชื่นชมนางขึ้นไปอีก!

ผ่านไปสักพักฉินอ๋องก็วางรายงานในมือหันมามองรองแม่ทัพขุนพลศึกคู่ใจของเขาทั้งสองคนแล้วเอ่ยห้วนๆ ตอบกลับ สีหน้าของเขานิ่งสุดๆ

“ไม่”

“ไร้น้ำใจยิ่งนัก! เป็นแม่ทัพอย่างไร นี่ข้ารับใช้คนพรรค์นี้ได้อย่างไรกัน?” รองแม่ทัพสวินลี่ปรี๊ดแตกเอ่ยโวยวายท่าทางโมโห ข้าพอเข้าใจความรู้สึกของนางนะ ลองคิดดูสิว่าอุตส่าห์เอ่ยออกมายาวยืดเพื่อเกลี่ยกล่อมแต่อีกฝ่ายดันปฏิเสธกลับมาด้วยคำเดียวจบทุกสิ่ง ฉินอ๋องมิได้สนใจคำพูดของขุนพลคู่ใจหันมามองข้าแล้วเอ่ยพลางโบกมือให้ไป

“เจ้าไปได้แล้ว มิต้องทำส่วนผู้อื่นให้เหนื่อย ทำเพียงส่วนพวกเราก็พอ”

ข้าพยักหน้ารับแอบเหลือบมองสีหน้าเหมือนจะพ่นไฟได้ของรองแม่ทัพสวินลี่แล้วอดจะขำมิได้ ข้าเดินออกมาจากกระโจมทำงานของท่านแม่ทัพไปสะดุดตาเข้ากับรองหัวหน้าองครักษ์เฉินที่ยืนอยู่หน้ากระโจมเจ้านาย เขาทำหน้าครุ่นคิดเคร่งเครียดพึมพำกับตนเองอย่างสับสนลังเลใจ

“ข้าควรจะไปฝึกทำอาหารดีหรือไม่นะ?”

ข้าอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าอย่าเลย ทำอาหารน่ะ มันไม่เข้ากับท่านหรอก! รองหัวหน้าองครักษ์เฉินยังคงอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเองมิได้เห็นข้าเดินผ่านแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าเขาเป็นองครักษ์ได้อย่างไร หากมีศัตรูลอบเข้ามาสังหารเจ้านายเขาจะไหวตัวทันมือสังหารงั้นหรือ? โชคดียิ่งที่ฉินอ๋องยังมีหัวหน้าองครักษ์จางคอยคุ้มครองภัยร้าย หากพึ่งพาแค่องครักษ์วันๆ เอาแต่ยิ้มตาหยีเช่นคนแซ่เฉิน ข้าว่ามีสิบชีวิตก็ไม่เหลืออย่างแน่นอน

เมื่อข้าเข้ามาในห้องครัวก็เห็นเหล่าคนครัวทำงานกันวุ่นวายอีกครั้ง เฮ้อ ข้าเข้าใจความเหน็ดเหนื่อยของพวกเขาดี เพราะข้าเองก็เป็นคนครัวเช่นกัน งานของห้องครัวนั้นหนักหนายิ่งนัก พวกเราจะต้องเตรียมอาหารวันละสามมื้อ และปริมาณที่ต้องทำนั้นก็มากมาย เพราะต้องทำมากเข้าไว้เพื่อให้เพียงพอแก่สมาชิกทุกคน มากเข้าไว้ดีกว่าขาดนั่นเอง ข้าเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารให้แก่ท่านแม่ทัพ ทุกคนอำนวยความสะดวกให้แก่ข้าเป็นอย่างมาก บางทีข้ายังรู้สึกเกรงใจพวกเขาที่มาเบี่ยงพื้นที่ในยามที่พวกเขาเร่งมือทำงานกัน ใช้เวลาสักพักข้าก็เตรียมอาหารให้แก่ฉินอ๋องเรียบร้อย

ก่อนที่ข้าจะเดินออกไปพร้อมสำรับอาหารของฉินอ๋องก็ได้บอกให้ทหารในห้องครัวช่วยงานบางอย่าง พวกเขาพยักหน้าแล้วยกสำรับข้าวอีกสองชุดเดินตามข้ามา ข้ายกสำรับอาหารเดินออกไปจากห้องครัวตรงไปที่กระโจมที่พักของแม่ทัพ หวังว่าเขาจะมารอแล้วนะ ส่วนทหารในครัวที่เดินตามข้ามาพวกเขาเดินถือสำรับข้าวเข้าไปยังกระโจมรองแม่ทัพ อันที่จริงแล้วข้าแอบทำเผื่อรองแม่ทัพทั้งสองคนด้วย ทำเพิ่มให้ไม่กี่คนมันไม่ลำบากอะไรเลย ข้ากำลังยกสำรับข้าวเข้าไปในกระโจมก็ต้องหยุดชะงักเมื่อรองแม่ทัพสวินลี่ชะโงกหน้าออกมาจากกระโจมของนางแล้วตะโกนขอบคุณพลางยกนิ้วมาให้ข้าด้วยท่าทางเบิกบาน

“ขอบใจมากเด็กน้อย ข้าสนับสนุนเจ้านะ!

ข้ายิ้มรับนิดๆ แล้วก้มเอวรับคำขอบคุณจากรองแม่ทัพคนงาม ว่าแต่สนับสนุนอะไรข้ากัน? แม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่นางเอ่ยตอนท้ายแต่นั่นก็มิใช่ประเด็นสำคัญ ข้ามองกระโจมที่ไหวนิดๆ เมื่อรองแม่ทัพสวินลี่ผลุบเข้าไปในกระโจมแล้ว ดูท่านางจะเป็นผู้ชื่นชอบทานอาหารมากกระมัง? พูดถึงเรื่องกินรองแม่ทัพสวินลี่จะตาเป็นประกายมีชีวิตชีวาขึ้นในพริบตา ข้าอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะขนลุกเย็นวาบเพราะสายตาไม่พอใจของคนแซ่เฉินยิงตรงมาที่ข้า ข้าจ้องมองเขาที่ทำหน้าบูดบึ้งนิ่งๆ ก่อนจะยกยิ้มหวานหยดอย่างตั้งใจไปให้แก่เขา หึ! คนแซ่เฉินเอ๊ย ส่งรอยยิ้มเยาะจนพอใจข้าก็เดินเข้าไปในกระโจม ไม่แยแสต่อคนแซ่เฉินที่โกรธจนขนหัวตั้งเต้นแร้งเต้นกาอยู่นอกกระโจม

“นาน”

พอเข้าไปฉินอ๋องก็เอ่ยขึ้นตำหนิ ข้าก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อขออภัยแต่มิได้เอ่ยแก้ตัวใดๆ ก่อนจะเงยหน้ามองฉินอ๋องที่เอนตัวนอนพักผ่อนด้วยท่าทางผ่อนคลาย ข้าตั้งสำรับข้าวไว้แล้วนั่งลงตรงข้ามเขาโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายเอ่ยบอก พวกเราเริ่มทานมื้อเที่ยงกันเงียบๆ อีกครั้ง ครั้งนี้ข้าเพิ่มปริมาณอาหารขึ้นมาอีกนิดหน่อย ข้าอิ่มก่อนเพราะเป็นคนทานน้อยอยู่แล้ว ฉินอ๋องทานต่อจนกระทั่งทานหมดเกลี้ยง ข้ากะพริบตามองสำรับข้าวที่หมดเกลี้ยงด้วยความแปลกใจ

ฉินอ๋องช่างเป็นคนเจริญอาหารจริงๆ

ฉินอ๋องลุกขึ้นไปกลั้วปากด้วยน้ำขิงมะนาวอุ่นๆ ก่อนจะหยิบใบสะระแหน่มาเคี้ยวๆ สักพักแล้วคายออก ข้าเองก็เก็บทำความสะอาดสำรับข้าวเพื่อจะนำไปส่งให้ทางห้องครัว ก่อนที่ข้าจะทันยกสำรับข้าวฉินอ๋องก็เอ่ยบอกเสียงเรียบ    

“เจ้าไม่ต้องนำกลับไปโรงอาหาร ประเดี๋ยวให้ทหารข้างนอกนำไปส่ง”

ข้าพยักหน้าแล้วเดินไปเรียกทหารรับใช้มานำสำรับข้าวไปส่งทางห้องครัว จากนั้นก็เดินกลับมาเข้าในกระโจมมองร่างสูงตระหง่านของเขาเดินไปนั่งเอนตัวบนผ้าน่วมนุ่มพิงตัวนอน หลับตาคล้ายจะงีบยามกลางวัน ข้ายืนมองเขาเงียบๆ ไม่เคลื่อนไหวรบกวนเวลาพักของเขา แต่แล้วฉินอ๋องก็ยกมือกวักเรียกข้าเข้าไปหาทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ข้าเดินเข้าไปหาเขาเพื่อถามเขาว่าต้องการสิ่งใด แต่เจ้าแมวกลับจับข้อมือข้าแล้วออกแรงดึงเบาๆ ข้าเซเล็กน้อยแต่ก็พยายามยั้งตัวไม่ให้ล้มไปหาเขา ฉินอ๋องลืมตาขึ้นแล้วดึงตัวข้าไปหาเขา

“มานี่”

“แต่ว่า...”

ฉินอ๋องหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นข้ากำลังจะปฏิเสธ เขาไม่ฟังคำของข้า กระชากตัวข้าเข้าไปกอดเอาไว้ทั้งตัว จากนั้นเขาก็หลับตาลงพึมพำข้างหูของข้าอย่างเผด็จการ

“เราจะงีบสักครู่ เจ้าอย่าได้รบกวน”

ถ้าเช่นนั้นก็ปล่อยข้าไปก่อนสิขอรับ!

พูดจบเขาก็หลับตาทำการงีบทันที ข้าดิ้นขลุกขลักเบาๆ แล้วหยุดเพราะกลัวจะรบกวนเวลาพักของเขา ข้าขยับศีรษะขึ้นไปมองฉินอ๋องที่หลับตาพริ้มแล้วทิ้งศีรษะลงซบแผ่นอกกว้าง ข้ากะพริบตา ไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใดดี นี่ข้ามิใช่เตาอุ่นใส่กอดนอนเสียหน่อย ข้าค่อนแคะอีกฝ่ายในใจแล้วถอนหายใจปลงตก ข้าแนบหูฟังเสียงข้างในอกของเจ้าแมวที่เต้นดังเป็นจังหวะตุบตับอย่างมั่นคง กลิ่นหอมเย็นๆ จากตัวของเขาโอบล้อมข้าไว้อย่างช้าๆ ฟังจังหวะเสียงหัวใจของเขาเพลิน ข้าเคลิ้มหลับตาลง อ่า ชักจะง่วงซะแล้วสิ ไม่ช้าความมืดก็เข้ามาครอบคลุมสติของข้า

ข้าตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกได้ว่ามีมือของใครสักคนลูบใบหน้าของข้าแผ่วเบา มือของเขาค่อนข้างจะหยาบเล็กน้อย มือข้างนั้นลูบไล้อยู่เงียบๆ ข้ายังไม่ลืมตาขึ้น ยังคงแสร้งหลับต่อไป แม้ว่าจะไม่เห็นเจ้าของมือแต่ข้าคาดเดาว่าจะต้องเป็นเจ้าแมวแน่ๆ นี่เขากำลังทำอะไรอยู่กัน มาลูบหน้าลูบตาผู้อื่นขณะนอนเช่นนี้ สักพักหัวใจของข้าก็เต้นระรัว นั่นมิใช่มือนี่น่า! ข้ารู้สึกถึงไออุ่นของลมหายใจเข้ามาใกล้ บางสิ่งที่นุ่มหยุ่นสัมผัสที่แก้มของข้าแล้วค่อยๆ ขยับไล้ไปตามพวงแก้มที่เริ่มเห่อร้อน คงมิใช่ริมฝีปากหรอกนะ? นี่เจ้าแมวกำลังทำอะไรกันแน่!? ริมฝีปากนุ่มพร้อมลมหายใจอุ่นๆ จูบไล้ไปตามใบหน้าของข้า มันค่อยๆ เลื่อนลงทีละนิด ระเรื่อยลงไปตามซอกคอ จูบเม้มแล้วขบคอจนข้าเผลอสะดุ้งเฮือก

เดี๋ยวๆ! ข้าไม่ไหวแล้ว! เจ้าแมวคิดจะทำบ้าอะไรกันแน่!? ข้าขยับพลิกตัวหนีแสร้งทำเป็นละเมอขยับตัวหยุกหยิก ทุกอย่างเงียบลงไม่มีเสียงใดๆ เคลื่อนไหว ข้ารู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก จู่ๆ เจ้าแมวเป็นบ้าอะไรกันถึงได้จู่โจมเด็กที่กำลังนอน นี่ถ้าข้าไม่ตื่นขึ้นมาก่อนล่ะก็... ไม่อยากคิดเลยว่าเจ้าแมวผู้มีรสนิยมเด็กน้อยจะทำอันใดต่อไป ข้านอนครุ่นคิดว่าจะแสร้งตื่นอย่างไรดีถึงจะดูแนบเนียน ว่าแต่พวกเรางีบหลับกลางวันไปนานเท่าไรกันนะ เวลานี้ยามใดแล้ว?

ฉินอ๋องยังคงนิ่งเงียบ ข้าจึงวางใจแล้วว่าเขาคงจะได้สติหรือไม่เมื่อครู่ก็นอนละเมอ? เจ้าแมวช่างติดนอนละเมอยิ่งนัก ข้าขยับตัวแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้าเป็นธรรมชาติ ยังมิทันได้ทำอันใดร่างสูงใหญ่ก็ขยับเข้ามาดึงตัวข้าเอาไว้กอดไว้แน่น อุหว่า! ตกใจชะมัด ข้าเบิกตาเล็กๆ พลิกตัวหันไปมองคนด้านหลังที่ยังคงหลับตานอนอยู่ นี่ละเมอจริงๆ งั้นรึ!? ข้าพยายามแงะตนเองออกจากอ้อมแขนแกร่งประดุจกรงเหล็ก ลมหายใจที่รดอยู่ด้านหลังคอทำให้ข้ารู้สึกจั๊กจี้ ริมฝีปากของเขาก็แนบอยู่ด้านหลัง ข้ารู้สึกขนลุกยังไงชอบกล พยายามจะปลดตนเองออกมา มือของฉินอ๋องที่กอดรัดเอวของข้าค่อยๆ ขยับ ข้าก้มลงไปมองอย่างหวาดระแวงแล้วเบิกตาแทบถลน โอ๊ย! ไยถึงไปปลดสายรัดเอวของข้ากันเล่า!? ข้าเริ่มดิ้นแรงขึ้น พยายามหยุดมือแมวๆ ที่พยายามปลดสายรัดเอวของข้า เหตุใดฉินอ๋องถึงละเมอลามกเช่นนี้ นี่เขากำลังฝันอะไรอยู่กันแน่!? ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก

“ท่านอ๋อง!” ข้าเรียกเขาน้ำเสียงตื่นตระหนกแล้วเขาก็หยุดชะงักแล้วนิ่งไป ข้าที่ใจเสียไปกว่าครึ่ง รีบฉวยโอกาสนี้ดิ้นหลุดออกแขนของฉินอ๋องกลิ้งตัวไปจนตกผ้าน่วม ข้าหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นตึกๆ รัวแรง พยายามผ่อนคลายความตื่นตกใจให้กลับมาเป็นปกติ ข้าลุกขึ้นนั่งมองไปยังคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง บ้าเอ๊ย! เจ้าแมวลามก! ฝันอะไรของเจ้ากัน!? ข้าถลึงตาใส่ฉินอ๋องแล้วรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะวิ่งออกไปจากกระโจมของแม่ทัพ ไม่เหลียวมองกลับไปอีก

บ้า บ้า บ้าที่สุด!

พอวิ่งออกมาไกลแล้วข้าก็หันกลับไปมองด้านหลัง แยกเขี้ยวใส่อย่างโมโห ข้าคิดว่าเจ้าแมวจะต้องฝันลามกอยู่แน่ๆ หนอย! เห็นหน้านิ่งๆ เช่นนี้กลับหมกมุ่นจนเก็บเอาไปฝันละเมอ หึ! ไม่แปลกใจหรอกว่าเหตุใดถึงได้มีนายบำเรอมากมาย อืม ไม่สิ บางทีมันจะเป็นเพราะวัยของเขาหรือเปล่า? จะว่าไปแล้วตอนนี้ฉินอ๋องก็อายุจะยี่สิบกำลังอยู่ในวัยคึกคะนอง? นั่นสิ หลังจากกลับจากสนามรบเขาก็มุ่งหน้าสะสมคนงามเอาไว้ในวัง หรือว่าเป็นเพราะอารมณ์และกำลังของวัยหนุ่มงั้นเหรอ!?

ไม่ได้การละ! หากยังเป็นเช่นนี้ข้าจะต้องตกเป็นเหยื่อสังเวยรายแรกให้แก่อารมณ์หนุ่มที่พุ่งพล่านของเจ้าแมวแน่ๆ! แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ แต่อย่างไรก็มิใช่ความผิดของเขา อารมณ์คึกคะนองของวัยหนุ่มใครๆ ก็เป็น เช่นนั้นข้าควรทำอะไรบางอย่าง คิดอยู่ชั่วครู่ข้าก็มีความคิดดีๆ ข้าวิ่งกลับมายังกระโจมแม่ทัพ เข้าไปในกระโจมเห็นฉินอ๋องกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ อ่า เขาตื่นแล้วสินะ! ข้าเดินเข้าไปหาเขาแล้วเอ่ยความคิดของตนเองออกไป

“ท่านอ๋อง หากท่านอัดอั้นไปหอโคมเขียวดีหรือไม่ขอรับ!?

“.....”

ข้าเบิกตากว้างรอหลังจากเอ่ยถ้อยคำที่อยากพูดไปแล้ว ฉินอ๋องนั่งนิ่ง ใบหน้าราบเรียบติดจะแข็งทื่อนิดๆ มุมปากของเขามีน้ำชาไหลออกมาเล็กน้อย ฉินอ๋องยกชายแขนเสื้อซับน้ำชาที่มุมปากอย่างสง่างาม ก่อนจะหันมามองข้าด้วยดวงตาอันคมกริบแฝงด้วยความอันตราย ข้าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาหลายเม็ด เอ๋? เหตุใดเขาถึงมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นเล่า? ข้าพูดอันใดผิด!? หรือว่าเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มิควรพูดออกไป? ไม่น่าจะใช่ ยังไงซะข้าก็เป็นบุรุษผู้หนึ่ง บุรุษด้วยกันไยต้องเขินอาย

“เจ้าว่ากระไรนะ?” น้ำเสียงของฉินอ๋องเป็นดั่งลมอันหนาวเหน็บเย็นเยียบในฤดูหนาวต้าหัน พัดปะทะเข้าตัวข้าจนถูกแช่แข็งขยับตัวไม่ได้ ดวงตาคมกริบของเขาวาววับด้วยไฟโทสะลุกโชน ข้าอ้าปากพะงาบๆ ตัวเริ่มหดเล็กลงไปหลายฉื่อ(๑ฉื่อ๓๐ซม.) ทำหน้าน่ากลัวเช่นนั้นผู้ใดจะไปกล้าตอบคำถามของท่านกัน? ข้ายืนลนลานอยู่หน้าฉินอ๋องที่กลายเป็นอสูรกายเย็นแข็ง ข้าเหลือบมองใบหน้าแข็งทื่อของฉินอ๋องแล้วครุ่นคิดเหตุผล หรือว่าฉินอ๋องรู้สึกอับอายกับอารมณ์หนุ่มของเขา? ไปพูดว่าเขาอัดอั้นก็คงเหมือนถูกสบประมาทกระมัง

“เอ่อ...ข้าหมายถึง...เอ่อ...ข้าอยากจะไปหอโคมเขียวเพื่อเปิดหูเปิดตานะขอรับ”

ข้าเปลี่ยนคำพูดหวังให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้น ความคิดนี้น่าจะดี เอาตนเองเป็นข้ออ้าง จากนั้นฉินอ๋องก็ทำเนียนไปด้วยแล้วก็หาคนงามๆ สักคนมาปลดปล่อย เท่านี้ข้าก็ยังปลอดภัยและฉินอ๋องได้ปลดปล่อยอย่างถูกที่ถูกทาง อ่า! ช่างเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าเงยหน้าไปมองฉินอ๋องแล้วต้องตัวสั่นด้วยความกลัว เหตุใดถึงน่ากลัวกว่าเดิมเล่า!? อุณหภูมิลดลงจนข้าตัวสั่นหนาวกึกๆ ข้าก้าวเท้าถอยออกมาจากฉินอ๋องที่แผ่ไอหนาวเหน็บไปทั่ว

“จิ้งถิง เจ้าอยากไปเปิดหูเปิดตาเรื่องใดงั้นรึ?” ฉินอ๋องจ้องมองข้าแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลปานปุยเมฆ สีหน้านิ่งๆ ของเขาคล้ายมีรอยยิ้มนิดๆ เป็นสีหน้าของบุรุษเปี่ยมเมตตาโดยแท้ แต่ทว่าข้ากลับยิ่งผวาหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม ข้าถอยหลังเร็วกว่าเดิมพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ฉินอ๋องที่มีสีหน้าเป็นพระโพธิสัตว์ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ทำไมข้ารู้สึกว่ามันช่างน่ากลัวเหลือเกิน! ข้าไม่สนใจแผนการปลดปล่อยความอัดอั้นให้ผู้ใดอีกแล้ว ด้วยความกลัวตายข้าหันหลังจะโกยออกจากกระโจม แต่เจ้าแมวเร็วกว่ามากเขาก้าวพรวดเดียวก็จับตัวข้าได้แล้ว ข้าเกลียดพวกมีวรยุทธ์ยิ่งนัก!

“ไปหอโคมเขียวเพื่อเปิดหูเปิดตางั้นรึ? หึ มิต้องไปไกลเช่นนั้น ข้านี่แหละจะเปิดหูเปิดตาให้เจ้าเอง!” ฉินอ๋องกระซิบข้างหูข้าด้วยน้ำเสียงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ข้าตัวสั่นระริก หน้าซีด หัวใจเต้นตูมตาม เขาจับข้าลากตรงไปที่เตียง ข้าเบิกตากว้างอย่างตกใจแล้วเริ่มดิ้นรนเอาตัวรอด

“ท่านอ๋อง! ข้าผิดไปแล้ว!

“อย่าดิ้น หากยังดิ้นข้าจะทำจริงๆ ไม่สนว่าเจ้ายังเด็กอยู่”

ข้าหยุดแทบจะทันทีที่เขาพูดจบ ฉินอ๋องพ่นลมหายใจแล้วอุ้มร่างแข็งทื่อของข้าขึ้นเปลี่ยนเส้นทางเดินไปยังตั่งนั่งเล่นตัวเดิม เขาจับข้าให้นั่งด้วย โอบเอวรัดไว้ไม่ยอมให้ขยับออกห่างจากเขา ข้าหันไปมองเจ้าแมวที่เอนตัวนอนจ้องมองข้าด้วยใบหน้านิ่งแต่ทว่าแววตานั้นประกายขบขำอย่างเห็นได้ชัด ฉินอ๋องเอ่ยถามข้าที่ทำหน้าบึ้งตึง

“เหตุใดเจ้าถึงอยากให้เราไปหอโคมเขียวเล่า?”

“เพราะว่าข้ากลัวท่านอัดอั้น มาระบายกับเด็กมิใช่เรื่องดี ดังนั้นข้าจึง...”

“หึ เด็กโง่ เราเพียงล้อเล่นเจ้า คิดหรือว่าหากเราทำจริงเจ้าจะหนีไปเช่นนั้นได้”

“ท่านมิได้หลับหรือ?”

“เจ้ายังแกล้งหลับแล้วเราแกล้งหลับไม่ได้เลยรึ?”

แกล้งหลับงั้นรึ? เจ้าแมวบ้า!

ข้าทำตาโตใส่เขาที่ยังคงหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สา จากนั้นฉินอ๋องก็เอ่ยขึ้น

“เรารอเจ้ามานานหลายปีแล้ว รออีกสักหน่อยจะเป็นไรไป เจ้าชอบงั้นหรือหากเราไปมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น เจ้าจะไม่เสียใจ? เจ้าอยากให้เราไปมีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับผู้อื่นจริงๆ งั้นรึ?”

“ข้า...” ข้ากำลังจะตอบไปว่าหากเขาต้องการเหตุใดข้าจะไม่ยอมเล่า อีกอย่างข้ากับเขามิได้เป็นอันใดกันเสียหน่อย ข้าชอบหรือไม่ชอบก็ไม่เห็นจะเกี่ยว เสียใจงั้นรึ? ข้าตอบไม่ได้หรอกเพราะชีวิตที่แล้วข้ามิเคยคิดเรื่องนี้เลย...

ข้าก้มหน้ามองมือที่บิดเสื้อของตนเองจนยับ จริงๆ แล้วข้าคิดเพียงแค่หลอกตัวเองว่ามิเคยคิดเท่านั้น เฮ้อ มันต้องเสียใจอยู่แล้ว ข้าชอบเขา ข้ารักเขาขนาดนี้ย่อมต้องเสียใจอยู่แล้วที่เขามีผู้อื่นนอกจากข้า! ใครจะอยากให้คนที่ตนเองรักไปมีผู้อื่น! แต่จะให้ทำอย่างไรเล่า ข้าไม่มีสิทธิ์ไปห้าม ทำได้เพียงมองดูเขาไปกับผู้อื่นอย่างจำใจยอมเท่านั้น

“เจ้าอยากให้เรามีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับผู้อื่นจริงๆ งั้นรึ?”

ข้ากำเสื้อในมือแน่น หันไปมองฉินอ๋องที่จ้องมองมาด้วยสายตาแน่แน่วไม่ยอมถอยหากมิได้คำตอบ ข้าหลบสายตาของเขาก้มหน้ามองตักตนเองนิ่ง ข้าจะพูดได้อย่างไร ข้าไม่กล้า ไม่กล้า! ฉินอ๋องยังคงจ้องเขม็งมาที่ข้า แรงกดดันจากเขาทำให้ข้าแทบหายใจไม่ออก ข้าเม้มปากแน่น ข้าไม่มีความกล้าที่จะพูดความในใจออกไปอย่างแน่นอน ข้าเหลือบไปมองฉินอ๋องที่ยังคงรอคอยคำตอบ ข้ามองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำที่ถูกกดดันจนปวดหัว ข้าหันหน้ากลับมาแล้วส่ายหน้า

“เจ้าจะบอกว่าไม่อยากใช่หรือไม่?”

“....” ข้าก้มหน้าพลางพยักหน้า ข้าได้ยินเสียงฉินอ๋องหัวเราะอย่างพึงพอใจ เขาขยับมารั้งข้าเข้ากอดเอาไว้ มือของเขาลูบศีรษะของข้าอย่างปลอบประโลม แล้วเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่ามันละมุนอ่อนหวานยิ่ง

“เด็กโง่เอ๊ย เรามีเพียงเจ้าผู้เดียวอยู่แล้ว ผู้อื่นไหนเลยจะอยู่ในสายตา”

 

 

 





 เห็นคนเรียกร้องให้แต่งมุมมองของท่านอ๋องบ้าง บอกอีกครั้งนะคะ

ว่าจะแต่งอยู่แต่ไม่ใช่ตอนนี้ อันที่จริงไม่อยากแต่งเลย เพราะมุมมองฉินอ๋องแต่งยาก

ท่านเป็นคนฉลาดที่คิดอะไรซับซ้อน คิดหลายอย่างในคราวเดียว

ผู้แต่งมิฉลาดเช่นนั้นกลัวทำลายภาพพจน์ท่าน

 

อ๊ะ อีกอย่างหนึ่งตอนเสิร์ชหานิยายไปเจอแฮชแท็กในทวิตเตอร์

#เอาเถิดข้าไม่เสียใจเพราะข้าตายแล้ว อุแหม่ มันยาวเหยียดได้โหดร้ายทารุณยิ่ง

สงสารคนพิมพ์แฮชแท็ก เอาเป็นว่ามาช่วยกันคิดแฮชแท็กเรื่องนี้ดีไหมคะ

ไว้สำหรับคนเล่นทวิตเตอร์จะได้หาคนเมาธ์มอยกันสะดวก

ผู้แต่งขอเสนอ! #อ๋องแมวเหมียว ใครมีความคิดเด็ดๆ โปรดนำเสนอค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.067K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25338 Maylyunho (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 17:04
    ดีมากลูก คิดยังไงบอกออกไปให้หมด อย่ากลัวสว
    #25,338
    0
  2. #25252 nananabanana (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 21:07
    อ่านวนมารอบที่สี่แล้ว สนุกมากๆเลย อ่านจบแล้วก็วนมาใหม่ยังสนุกตื่นเต้นเหมือนเดิมเลยย
    #25,252
    0
  3. #24691 sedsawa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 19:03
    อย่างน้อยชาติที่เเล้วอ๋องเเมวจะทำอะไรก็ช่วยบอกน้องซี่! เป้นห่วงอยุ่ห่างๆน้องเขาไม่รู้หรอก!
    #24,691
    0
  4. #24665 molyarat (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:24
    มีหวงๆๆ
    #24,665
    0
  5. #24611 R.quartz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 19:10
    ฉันรักท่านอ๋องยิ่งนัก เจ้าแมวฉลาด-_- ทำไมน้องมีชื่อเจ้าเด็กโง่ งั้นเราก็เรียกเขาว่าเจ้าแมวฉลาด เพราะเขาฉลาดจริง งุ้ย ชอบคนแบบนี้😅
    #24,611
    0
  6. #24377 Fueled me (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:16
    ท่านอ๋องขี้หวงอะ เอ็นดู555555555
    #24,377
    0
  7. #23960 munkrishear (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 14:48
    คิดภาพท่านอ๋องน้ำชาไหลออกจากปากแล้วขำมาก5555555555555
    #23,960
    0
  8. #23558 paksp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:31
    โง้ยยยยยยไอ่ต้าวบ้าาาเขินตามเลยแงงงงงง
    #23,558
    0
  9. #23520 นกน้อยของบอสแบม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 20:13
    นี่เริ่มเดาได้แล้วว่าที่อ๋องรับอนุเพิ่มเพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากถิงถิงของเรา แบบอยากให้น้องหึงตัวเอง แต่พีคตรงที่น้องเอาแต่นิ่งเงียบอยู่แบบเจียมตัว จากเรียกร้องจึงกลายเป็นประชดประชัน แอบอยากอ่านพาสที่นางรู้ว่าน้องถูกโบยจนตายอ่ะ แงงง
    #23,520
    0
  10. #23412 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 11:45
    ท่านอ๋องช่างซับซอนจริงๆ
    #23,412
    0
  11. #23292 mytty (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 11:11

    หรือว่าท่านอ๋องรู้ว่าถิงถิงตายเเล้วตัวเองทำใจไม่ได้ เลยตามไปด้วยเปล่า เฮ้อ

    #23,292
    0
  12. #23291 mytty (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 11:11

    โห รักน้องขนาดนี้เลยยยยยยยยย

    #23,291
    0
  13. #23260 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 21:23

    ตอนนี้ทำไมท่านอ๋องถึงได้อ่อนโยนกับถิงถิงได้ล่ะ ที่ก่อนนั้นไม่เห็นจะปกป้องมีแต่ย่ำยีจิตใจล่ะ

    #23,260
    0
  14. #22893 Peach9 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 11:34
    หึ.....
    #22,893
    0
  15. #22732 ❀than. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 08:02
    เขาก็รักของเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ;-;
    #22,732
    0
  16. #22662 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 11:42
    แม่!!!!!
    #22,662
    0
  17. #22609 DKdabble (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 22:02
    ตายฉันตาย ประโยคสุดท้ายฉันตายยย
    #22,609
    0
  18. #22588 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:19

    ท่านอ๋องหน้ามึน ท่านจะมาหยอดเด็กน้อยแบบนี้ไม่ได้นะ อิแม่ใจบ่ดี 5555

    #22,588
    0
  19. #22451 Pimfha.haneul (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 17:20
    ใช้แฮชแท็กไหนคะ น้องจะไปสกรีมมมมม
    #22,451
    0
  20. #22398 trp1021 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 01:37

    5555555555 ฮา กลัวเสียภาพพจน์ 555555
    #22,398
    0
  21. #22147 Xialyu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    แมวเจ้าเล่ห์
    #22,147
    0
  22. #22062 N-Numwan29 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 16:32
    ทำไมแมวยืนสองขาได้?
    ทำไมแมวเช็ดปากได้?
    ทำไมแมวเจ้าเล่ห์นัก?
    ทำไมแมวหน้าตาดีจัง?
    ทำไมแมวมีความอดทนเก่งจัง?(ดีแล้วว)
    #22,062
    0
  23. #21922 lills (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 12:15
    เด็กโง่ๆๆ
    #21,922
    0
  24. #21661 UkeOtakuSama (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 09:34
    งุ้ยๆๆ
    #21,661
    0
  25. #21425 -เกม- (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:40
    ไม่เชื่อ แบร่ //วิ่งหนีแมวพิโรธ
    ก็ชาติที่แล้วทำตัวไม่ดีอ่ะ ไม่เชื่อง่ายๆหรอก บู่ว
    #21,425
    0