เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 19 : ตอนที่ ๑๙ ทำอาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,084 ครั้ง
    11 ก.ค. 59

ตอนที่ ๑๙ ทำอาหาร

หลังจากเดินออกไปฉินอ๋องพาข้ามายังกระโจมของเขา ระหว่างทางนั้นมีคนเห็นฉินอ๋องจูงมือข้าเป็นทิวแถว เฮ้อ เอาเถอะ ข้าทำใจได้แล้วละ เจ้าแมวก็ไม่ได้สนใจอะไรคนอื่นเลย สมกับเป็นเจ้าแมวจริงๆ พอเข้ามาในกระโจมข้าก็ต้องรีบเริ่มภารกิจของคนรับใช้ส่วนตัว เอ๋ จะว่าไปแล้วน้ำอาบก็มีทหารยกมาให้แล้ว ส่วนฉินอ๋องเองก็อาบน้ำด้วยตัวเอง งั้นข้าไปเตรียมมื้อเช้าให้เขาดีกว่า ข้ากำลังจะเอ่ยขอตัวไปดูโรงครัว ฉินอ๋องก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ในยามเช้าเราจะตื่นตั้งแต่ยามอิ๋น(ตี๓-ตี๕)เพื่อออกไปลาดตระเวนพื้นที่ จะกลับมาก่อนถึงช่วงยามเหม่า(ตี๕-๗น.)เพื่อทำการฝึกซ้อมทหารที่ลานฝึก ยามเฉิน(๗-๙น.)จะกลับมาอาบน้ำและรับประทานมื้อเช้า ยามฉื่อเราจะอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ จากนั้นก็พักทานมื้อกลางวัน ในช่วงบ่ายจนกระทั่งถึงยามเว่ย(๑๓-๑๕น.)เราจะอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ ยามเซิน(๑๕-๑๗น.)เราจะออกไปลาดตระเวนตอนเย็น เมื่อถึงยามโหย่วจะกลับมารับประทานมื้อเย็น หลังจากนั้นจะว่างเราจะสอนเจ้าขี่ม้าในช่วงเวลานี้ ส่วนวรยุทธ์การต่อสู้นั้นช่วงนี้ให้ฝึกร่างกายเพื่อเตรียมพื้นฐานเสียก่อน ไม่ยากนักแต่ต้องอาศัยความอดทน”

ข้าพยักหน้ารับและพยายามจดจำตารางกิจวัตรของเขา เพื่อจะสามารถรับใช้เขาได้ถูกต้องและเหมาะสม หากเขาตื่นตั้งแต่ยามอิ๋นข้าควรตื่นก่อนเพื่อช่วยเขาใส่เสื้อผ้าเตรียมตัวออกลาดตระเวน อ้าว แต่เขาใส่เสื้อผ้าเองนี่น่า ถ้าเช่นนั้นข้าตื่นสักยามเหม่าก็ได้กระมัง อ่า! มีคนรับใช้ที่ไหนตื่นหลังเจ้านายกันบ้าง!? ข้าทำหน้ายุ่งยากใจ เงยหน้าไปมองฉินอ๋อง ข้าสะดุ้งเฮือก แก้มแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีที่เห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉินอ๋อง

บ้าจริง เหตุใดเขาถึงถอดเสื้อผ้าทั้งที่ข้าก็ยังยืนอยู่ทนโท่แท้ๆ มิใช่ว่าหวงตัวจนต้องไล่ข้าทุกครั้งที่จะเปลื้องเสื้อผ้าหรอกรึ? ข้าอ้อยอิ่งสายตามองแผ่นหลังกว้างที่มีกล้ามเนื้อแน่นตึงของฉินอ๋อง สมกับเป็นนักรบ ลาดไหล่กว้างหนา แผ่นหลังดูแข็งแกร่งน่าเกรงขามยิ่ง ข้ากลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปด้านอื่นเพราะคนถูกมองหันมาชายตามองพร้อมเลิกคิ้วขึ้น ข้าร้อนตัวประดุจถูกจับได้มาแอบลวนลามเจ้านายด้วยสายตา แกว่งแขนขาไปมาแล้วรีบเอ่ยขอตัวไปทันที

“เอ่อ...ข้าจะไปดูสำรับข้าวเช้าก่อนนะขอรับ!” ข้าพูดเร็วรัวจนฟังไม่รู้เรื่องแต่ตอนนี้ข้าไม่สนใจหรอก รีบหันตัวพุ่งออกไปจากกระโจมอย่างรวดเร็ว วิ่งออกมาไกลพอสมควรข้าก็ชะลอฝีเท้าหยุดถอนหายใจ ยกมือลูบอกที่เต้นเดือดพล่าน โธ่เอ๊ย ข้าพลาดจนได้! ดันไปเห็นภาพแผ่นหลังเปลือยของเจ้าแมว แม้กระทั่งตอนนี้ภาพนั้นยังติดตาตรึงใจของข้าอย่างฝังแน่น สะบัดอย่างไรก็มิหลุดเสียที โธ่ ป่านนี้มิใช่ว่าเจ้าแมวกำลังคิดว่าข้าเป็นเด็กลามกอยู่หรอกรึ? นี่ข้าทำอันใดไปกัน? ข้าเดินอย่างห่อเหี่ยวไปยังโรงอาหารเพื่อขอสำรับข้าวของฉินอ๋อง

ข้ามาถึงโรงอาหารก็ตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อขอสำรับข้าวจากหัวหน้าเถา ข้าเยี่ยมหน้าเข้าไปดูในห้องครัวที่กำลังวุ่นวายจัดเตรียมมื้อเช้าให้แก่คนในค่าย หัวหน้าเถากำลังวุ่นวายอยู่กับกระทะขนาดใหญ่ ก้มหน้าก้มตาทำอย่างตั้งใจ ข้าค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวังไม่ให้ไปรบกวนเหล่าคนในครัว ทหารบางคนที่เป็นผู้ช่วยพ่อครัวเงยหน้ามามองข้าแล้วยิ้มให้ก่อนจะสะดุ้งก้มหน้าลงไปอย่างรวดเร็ว ข้ากำลังยิ้มตอบกลับต้องยิ้มค้างแล้วเลิกคิ้วมองเขาด้วยความแปลกใจ มิใช่เพียงแค่คนเดียว ข้าเห็นทหารหลายคนเป็นเช่นนี้เมื่อเห็นหน้าข้า ตอนแรกข้าก็แปลกใจยิ่งนักแต่เมื่อลองคิดดูแล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความปลงตก อาจจะเป็นเพราะเรื่องข้ากับฉินอ๋องก็เป็นไปได้ หลังจากทำใจในเรื่องนี้แล้วข้าก็เดินไปหาหัวหน้าเถาเพื่อถามไถ่สำรับข้าวของฉินอ๋อง แต่ยังไม่ได้พูดอะไรไปก็มีเสียงเรียกข้าดังมาจากอีกมุม

“จิ้งถิง ทางนี้”

ข้าหันไปเห็นเสี่ยวชีกวักมือเรียกอยู่ไหวๆ ข้ามองหัวหน้าเถาที่ยังพยายามใช้เรี่ยวแรงผัดกับข้าวอยู่ก็เดินเปลี่ยนเส้นทางไปหาเสี่ยวชีแทน เอาละ สำรับข้าวของฉินอ๋องมิใช่เรื่องเร่งด่วนอันใด ปล่อยให้หัวหน้าเถาทำงานของเขาให้เสร็จเสียก่อนดีกว่า ข้าเดินไปหาเสี่ยวชีที่กำลังนั่งเช็ดถาดข้าวอยู่ ข้านั่งข้างๆ เขาแล้วเอ่ยบอกด้วยความรู้สึกผิดนิดๆ เมื่อเช้านี้เสี่ยวชีตื่นมาไม่เห็นข้าก็คงจะเป็นห่วงน่าดูกระมัง พอฟังคำพูดของข้าจบเสี่ยวชีก็กะพริบตาปริบๆ แล้วหัวเราะออกมาจนน้ำตาเล็ด ข้ามองเขาด้วยความงุนงง มันตลกมากนักหรือ? เสี่ยวชีเช็ดน้ำตาแล้วพยายามทำหน้าจริงจังเอ่ยบอกข้าด้วยใบหน้าแดงนิดๆ

“เจ้าโง่จิ้งถิงเอ๊ย เมื่อคืนนี้ข้ารู้ตั้งแต่เจ้ากับท่านอ๋องเดินออกไปจากกระโจมแล้ว พวกข้าต้องแสร้งหลับกันอย่างยากลำบาก พอเจ้าออกไปจากกระโจมข้าต้องถอนหายใจยาวเหยียดเชียวละ ที่น่าตลกกว่านั้นเจ้ารู้อะไรหรือไม่? ทหารพวกนั้นนอนร้องไห้กระซิกๆ ทั้งคืน ไม่รู้ว่าพวกมันเสียดายเจ้าหรือกลัวท่านอ๋องลงโทษกันแน่ เอ๊ะ หรือว่าทั้งสองอย่าง?” พูดจบเสี่ยวชีก็หัวเราะอีกครั้ง ข้าไม่มีอารมณ์ขำแม้แต่น้อย แปลว่าเมื่อคืนนี้ทุกคนไม่ได้นอนงั้นรึ? แล้วที่ข้ากับฉินอ๋องพูดกันก็ได้ยินหมดแล้วน่ะสิ โอ๊ยยยย นี่มัน! ข้ายกมือปิดหน้าอันบางเท่ากระดาษของตนเองด้วยความอับอาย เสี่ยวชีเหมือนจะเข้าใจ เขาตบไหล่ข้าเบาๆ อย่างปลอบใจ

“เอาน่า อย่างน้อยก็มีเสี่ยวหยุนที่มิรู้เรื่องอันใดเพราะหลับสนิทยิ่งกว่าตายเสียอีก”

คำปลอบใจของเสี่ยวชีมิได้ทำให้ข้ารู้สึกสบายใจขึ้นเลยสักนิด!

“แต่ว่านะท่านอ๋องเนี่ยท่าทางจะหลงเจ้าน่าดู ถึงกับตามมาที่กระโจมที่พักเชียวนะ อ่า~” เสี่ยวชีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่เริ่มเคลิบเคลิ้มเพ้อฝัน ข้ามองเขาแล้วถอนหายใจ เจ้าแมวน่ะถ้าพอใจจะทำสิ่งใดก็จะทำโดยไม่ได้สนใจผู้อื่นนักหรอก ข้าไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกจึงเปลี่ยนประเด็นพูด

“แล้วไยเจ้ามาทำงานที่นี้ได้เล่า?”

“ก็ข้ามิรู้ว่าจะต้องทำสิ่งใดนี่ เสี่ยวหยุนก็ไปฝึกซ้อมกับท่านหัวหน้าองครักษ์จาง ไช่ชิงก็รีบไปคอกม้าตั้งแต่เช้ามืด เจ้าเองก็อยู่กับท่านอ๋อง ฮึ ทิ้งข้าไว้เพียงผู้เดียว ข้าตื่นแล้วไม่รู้จะทำสิ่งใดจึงมาช่วยงานครัวนี่แหละ”

“แปลกยิ่งนักที่เจ้าตื่นเช้าด้วยตนเองเช่นนี้”

“เจ้าบ้า จะไม่ให้ตื่นได้อย่างไร ตอนพวกทหารเหล่านั้นตื่นออกไปฝึกซ้อมตั้งแต่ยามเหม่าก็ทำเสียงดังวุ่นวาย ข้าถึงได้จำใจตื่นขึ้นมานี่ไงเล่า เชอะ ใครจะไปนอนหลับสบายอบอุ่นในกระโจมท่านอ๋องเช่นเจ้า”

“ก็ดีเช่นกัน ข้าเองก็อยากจะมาช่วยงานครัว” ข้าทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เสี่ยวชีเอ่ยแล้วเบี่ยงประเด็นไปให้ไกลจากเรื่องเจ้าแมว

“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าต้องคอยรับใช้ท่านอ๋องมิใช่รึ?”

“อ่า นั่นสินะ”

“อ้าว เจ้ามาเมื่อใดรึ? เหตุใดข้าถึงไม่เห็นเจ้าเล่า?” หัวหน้าเถาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากทำการผัดผักเสร็จแล้ว เขาเห็นข้ากำลังนั่งคุยกับเสี่ยวชีก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ ข้าลุกขึ้นเดินไปหาเขาแล้วเอ่ยตอบ

“มาได้สักครู่แล้วละขอรับ ข้ามารับสำรับข้าวของท่านแม่ทัพน่ะขอรับ”

ที่นี้คือค่ายทหาร มิใช่วังหย่งเฮ่า ทุกคนจะเรียกฉินอ๋องว่าแม่ทัพ มิได้เรียกท่านอ๋องแต่อย่างใด

“อ้อ ได้ๆ” หัวหน้าเถาพยักหน้าแล้วสั่งให้ลูกน้องที่กำลังช่วยกันยกเทผัดจากกระทะไปใส่หม้อเตรียมนำไปตั้งโรงอาหารเพื่อทำการแจกจ่ายอาหารให้แก่เหล่าทหารที่ฝึกซ้อมกันอย่างหนักในช่วงเช้า ข้ากวาดสายตามองอาหารเหล่านั้นแล้วรู้สึกลำบากใจขึ้นมานิดๆ ประเดี๋ยวก่อน จะให้เจ้าแมวกินอาหารพวกนี้น่ะหรือ? พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เจ้าแมวเกลียดจนต้องเขี่ยทิ้งหรือไม่แม้จะแลเหลียวมันจากจานอาหารเชียวนะ! ข้ารีบเอ่ยกับหัวหน้าเถาพลางยิ้มนิดๆ เพื่อมิให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าข้าไม่พอใจอาหารที่พวกเขาทำ

“หัวหน้าเถา คือว่าจะเป็นอันใดหรือไม่ หากข้าจะทำอาหารให้แก่ท่านแม่ทัพเอง”

พอข้าเอ่ยไปเช่นนั้นหัวหน้าเถาก็หันมามองข้าด้วยสายตาคมกริบราวกับจะเฉือนเนื้อได้ ข้ากลืนน้ำลายด้วยความหวาดผวาแต่ก็พยายามรักษาใบหน้ายิ้มๆ ที่ไม่มีพิษไม่มีภัยมองเขา หัวหน้าเถาจ้องพลางหรี่ตาพิจารณามองข้า ในแววตาของผู้อาวุโสนั้นมีกระแสแปลกๆ อยู่วูบหนึ่งแล้วคลี่ยิ้มออกมานิดๆ ราวกับรู้ทันข้าว่าคิดจะทำสิ่งใด ไม่รู้เพราะเหตุใดมันทำให้ข้ารู้สึกเขินอายเป็นอย่างยิ่ง นี่หัวหน้าเถาคงมิได้จินตนาการถึงเรื่องของข้ากับเจ้าแมวหรอกนะ

“เฮ้อ เอาสิ เจ้าจะทำอาหารให้ท่านแม่ทัพโดยเฉพาะก็ย่อมได้ เสน่ห์ปลายจวักน่ะยอดเยี่ยมเชียวละ พยายามเข้า”

หัวหน้าเถาพยักหน้าอนุญาตให้ข้าทำอาหารได้ แถมยังเอ่ยให้กำลังใจข้าอย่างมิจำเป็นอีกด้วย หัวหน้าเถาเข้าใจข้าผิดไปไกล ให้ตายเถิด มิใช่นะ ข้าเพียงเห็นว่าไม่มีสิ่งที่เจ้าแมวชอบทานเท่านั้น มิได้จะใช้เสน่ห์ปลายจวักอะไรนั่นเสียหน่อย! ข้ามองหัวหน้าเถาที่หันตัวไปทำงานไม่สนใจจะฟังคำแก้ตัวใดๆ จากข้าเลยสักคำ ข้าร่ำไห้ด้วยความคับข้องใจ เหตุใดทุกคนถึงได้เอาแต่คิดกันไปเองเยี่ยงนี้ ข้าถอนหายใจแล้วเริ่มดูข้าวของที่มีอยู่ในครัวเพื่อทำอาหารสักสองสามอย่างให้แก่ฉินอ๋อง

ใช้เวลาไม่นานนักข้าก็ยกสำรับอาหารเดินออกไปจากห้องครัว ตอนนี้โรงอาหารเริ่มมีทหารทยอยกันเข้ามานั่งทานข้าวบ้างแล้ว ข้ารีบนำสำรับไปที่กระโจมแม่ทัพ มิรู้ว่าฉินอ๋องจะอาบน้ำเสร็จนานเท่าไรแล้ว พอคิดถึงเรื่องราวก่อนออกมาจากกระโจมข้าก็หน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย ก่อนจะถอนหายใจพยายามทำใจให้สงบเพื่อไปเผชิญหน้ากับบุรุษรูปงามที่แม้แต่แผ่นหลังก็ยังทำให้ผู้คนเพ้อฝันได้ เฮ้อ ฉินอ๋อง ช่างเป็นบุรุษที่บาปหนายิ่งนัก! ข้ามิผิดเลยสักนิด เป็นผู้อื่นก็ต้องมองเช่นข้าแน่ เผลอๆ อาจจะตบะแตกกระโจนใส่เขาเสียด้วยซ้ำ

“นั่นสำรับข้าวของท่านแม่ทัพงั้นรึ?” เสียงหวานของสตรีแต่ทว่ามันกลับมีความห้าวหาญแฝงไว้ในเสียงนั้นเอ่ยทักข้าขึ้นมาจากด้านหลัง ข้ารีบหันไปตอบรับด้วยสีหน้าเบิกบาน

ท่านรองแม่ทัพสวินลี่!

“ขอรับท่านรองแม่ทัพ”

“อืม ดูน่ากินยิ่งนัก” รองแม่ทำสวินลี่เดินเข้ามาใกล้ข้าแล้วมองดูสำรับข้าวที่ข้าถืออย่างสนอกสนใจ ข้าแอบมองนางแวบหนึ่ง นางสวมชุดรัดกุมที่ดูคล่องแคล่วซึ่งมันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ชุดนี้ทำให้เห็นหุ่นทรงของนางของชัดเจน แม้กระทั่งรูปร่างของนางก็ยังดูแข็งแกร่งกว่าข้าที่เป็นบุรุษ ช่างน่าละอายยิ่งนัก!

“ท่านพี่ ดูมื้อเช้าวันนี้สิต้องอร่อยมากเป็นแน่”

“นั่นสินะ” รองแม่ทัพสวินหยางพยักหน้ารับเรียบๆ บุคลิกของเขาก็ดูนุ่มนวลไม่เหมือนทหารเอาเสียเลย ใบหน้าผ่องใสของรองแม่ทัพสวินหยางเปล่งประกายไปด้วยรัศมีสง่างามดุจเซียนผู้บรรลุ เข้ากับสร้อยข้อมือลูกประคำที่เขาสวมใส่ตลอด เขาไม่คล้ายทหารนักรบจริงๆ

“เอาละ ข้าจะรีบอาบน้ำไปทานมื้อเช้าให้อิ่มแปล้ดีกว่า ท่านพี่ รีบอาบน้ำเข้าละ ท่านน่ะอาบน้ำนานกว่าสตรีเช่นข้าเสียอีก”

“เจ้าไม่ต้องรอข้าหรอกลี่เอ๋อร์ หากหิวก็ไปทานก่อนได้”

“ไม่ได้ๆ ขืนไม่ไปพร้อมกัน ท่านจะอดข้าวถือศีลภาวนาอีกน่ะสิ นี่ทานเพียงผักก็ไม่ได้ให้พลังงานอะไรอยู่แล้ว ท่านเป็นรองแม่ทัพจะต้องใช้เรี่ยวแรง มิใช่เอะอะอดข้าวอดน้ำเช่นนี้...”

ข้ามองสองพี่น้องฝาแฝดที่เดินออกไปพร้อมกัน รองแม่ทัพสวินลี่ตบหลังพี่ชายพลางเอ่ยบ่นให้ด้วยความเป็นห่วง ส่วนรองแม่ทัพสวินหยางที่ดูจะตัวผอมกว่าผู้เป็นน้องสาวมิได้พูดอันใด ปล่อยให้ผู้เป็นน้องเอ่ยบ่นนั้นบ่นนี้ให้ไปเรื่อย ข้ายิ้มออกมานิดๆ รู้สึกว่าพี่น้องคู่นี้สลับความสัมพันธ์กันอย่างไรชอบกล น้องสาวคล้ายจะเป็นพี่สาวเสียมากกว่า ส่วนพี่ชายก็คล้ายเป็นน้องชายที่คอยฟังพี่สาวบ่นว่า ทั้งสองเดินเข้ากระโจมที่อยู่ใกล้จากกระโจมแม่ทัพซึ่งมีขนาดใหญ่และกว้างขวาง พอทั้งสองแยกย้ายเข้ากระโจมของพวกเขา ข้าก็เริ่มเดินไปยังกระโจมแม่ทัพที่เหลือระยะทางไม่มาก

ข้าเอ่ยขอบคุณทหารหน้ากระโจมที่เปิดกระโจมให้ข้าถือสำรับข้าวเข้าไปได้สะดวก พอเดินเข้ามาข้าก็ตรงไปหาฉินอ๋องที่กำลังเอนตัวพิงหมอนข้างอ่านตำราในมือที่ตั่งนอน ข้าวางสำรับข้าวแล้วเอ่ยเรียกให้เขามาทานข้าวเช้า

“ท่านอ๋องขอรับ สำรับข้าวพร้อมแล้ว”

“อืม” ฉินอ๋องพยักหน้ารับแต่ทว่าสายตายังไม่ละออกมาจากหน้าตำราในมือ สักพักเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองข้าแล้ววางตำราโดยคั่นหน้าที่อ่านถึงเอาไว้ ฉินอ๋องลุกเดินมานั่งโต๊ะตั้งสำรับข้าว เจ้าแมวทำหน้านิ่งๆ กวาดสายตามองสำรับรอบหนึ่งก่อนที่จะเงยหน้าถามข้า

“แล้วถ้วยข้าวของเจ้าล่ะ?”

“คือข้า...” ข้ายังมิได้ตอบอันใดฉินอ๋องก็หันไปเรียกทหารหน้ากระโจมเข้ามาเอ่ยสั่งให้ไปนำข้าวมาเพิ่มอีกถ้วย ทหารผู้นั้นรับคำสั่งแม่ทัพก็รีบไปนำมาให้อย่างรวดเร็ว ข้าหันมามองเขาอย่างจนใจ เฮ้อ แม้แต่ที่นี้ก็ยังต้องนั่งทานข้าวกับเขางั้นรึ? ข้านั่งลงอีกฝั่งหนึ่งแล้วเงยหน้ามองใบหน้าคมคายที่นิ่งเรียบคาดเดาความคิดมิได้ พอเห็นข้ามองเขา ดวงตาเย็นชาของเจ้าแมวก็คล้ายจะยิ้มละมุนออกมา ข้ารีบหลุบตามองต่ำ หัวใจเต้นแรงดังตุ้บๆ อยู่ในอก

“ระหว่างที่เราทำงานอยู่ศูนย์บัญชาการ ระหว่างนั้นเจ้าก็เข้าไปนั่งศึกษาตำราความรู้ที่เราเตรียมไว้ให้”

“เอ๊ะ ศึกษาตำราหรือขอรับ?” ข้าเงยหน้าไปมองเขาที่พยักหน้านิ่งๆ เอาละสิ ข้ามิได้อ่านตำรามานานสองปีแล้ว ตั้งแต่ถูกไล่กลับไปเป็นคนรับใช้นั่นแหละ หวังว่าจะมิใช่ตำราที่เข้าใจยากนัก ข้าทำหน้าซึมเซาทันทีที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา ฉินอ๋องทำเสียงคล้ายหัวเราะดังฮึก่อนจะกล่าวคล้ายปลอบใจ

“มิยากนักหรอก ในระดับเริ่มต้นจะเริ่มจากง่ายเสียก่อน นานไปค่อยเพิ่มระดับความยากขึ้น เจ้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นมิใช่หรือ? ต่อสู้เก่งเพียงอย่างเดียวนั้นยังใช้มิได้ ต้องมีความรู้ด้วยถึงจะเรียกว่าแข็งแกร่งจริง พวกทหารเองก็มีวันที่ต้องศึกษาความรู้เช่นเดียวกัน มิได้เอาแต่ฝึกซ้อมหรอกนะ”

ข้าพยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา ข้ามิได้เป็นอันใด เพียงแค่กังวลว่ามันจะยากเกินไปจนหัวเชื่องช้ามิได้ฉลาดเช่นข้าจะสู้ไม่ไหว จากนั้นก็เข้าตามอีหรอบเดิม ฉินอ๋องเบื่อหน่ายคนหัวทึบเช่นข้าแล้วก็พานเลิกชอบไปด้วย หากเป็นเช่นนั้นจริงข้าก็เอ่ยโทษใครมิได้ นอกเสียจากตนเองที่โง่เขลาเบาปัญหาเอง

เมื่อทหารนำถ้วยข้าวมาส่งให้พวกเราก็เริ่มทานมื้อเช้ากันอย่างเงียบๆ ข้าแอบมองฉินอ๋องที่คีบผัดตับต้นกระเทียมขึ้นไปกินอยู่หลายคำแล้วนิ่งไป ข้าแอบหวั่นใจเหงื่อตกด้วยความกังวล เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ? ข้าจำได้ว่าเขาชอบทานมันนี่น่า หรือว่าข้าทำไม่ถูกปาก? ข้าไม่กล้าพูดอะไรออกไป นั่งจ้องมองฉินอ๋องที่ยังนั่งนิ่งเงียบตัวเกร็งหวาดหวั่นไปด้วย สักพักเขาก็ขยับตัวทานจานอื่นๆ ต่ออย่างปกติ ข้าผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก นึกว่าจะมีปัญหาแล้วซะอีก ข้ากวาดสายตามองจานอาหารตรงหน้าที่ตั้งใจทำมาให้เขา แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นสิ่งที่ฉินอ๋องชอบทาน ข้าจำมันได้ดี ฉินอ๋องมิเคยเอ่ยปากบอกแต่เป็นข้าเองก็คอยสังเกตมองดูตอนที่เขาทานข้าว

พวกเราทานข้าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฉินอ๋องทานอิ่ม เขาทานทุกอย่างหมดจนข้ายังแปลกใจ นี่เจ้าแมวหิวขนาดนั้นเลยรึ!? แม้ว่าจะแปลกใจแต่ข้าก็รู้สึกดีใจนิดๆ อ่า เขาทานหมดเช่นนี้แสดงว่ามันถูกปากอยู่บ้างสินะ ข้ามองเขาที่ดื่มน้ำหยิบผ้าเช็ดปากเรียบร้อยสง่างาม จากนั้นข้าก็ยกสำรับไปเก็บที่โรงอาหาร ส่วนฉินอ๋องก็เริ่มไปทำงานอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ ข้านำสำรับมาวางไว้รอคนมาล้าง คนงานที่มาทำงานนั้นเป็นคนจากเมืองลั่วซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ติดชายแดนมากที่สุด และอยู่ใกล้จากค่ายเป่าอี้ไม่ถึงสิบลี้ด้วยซ้ำ พอข้าวางสำรับไว้ก็มีเสียงของเสี่ยวชีเอ่ยแซวขึ้น

“โอ้! หมดเกลี้ยงเลยนี่ ท่านอ๋องช่างเจริญอาหารยิ่งนัก”

“อืม นั่นแสดงว่าท่านแม่ทัพชอบรสมือของเจ้า เช่นนั้นหน้าที่ทำอาหารให้แก่ท่านแม่ทัพข้ามอบหมายให้เจ้าทำเลยละกัน” หัวหน้าเถาที่ได้ยินเสี่ยวชีเอ่ยก็ชะโงกหน้ามาดูแล้วพยักหน้าหงึกหงักเอ่ยหยอกข้า พร้อมปัดหน้าที่ของเขามาให้ข้าด้วยสีหน้าปลอดโปร่งเบาสบาย ข้าอ้าปากเหวอพยายามปฏิเสธไป

“ไม่ได้นะขอรับ จะให้ข้าทำได้อย่างไร ท่านแม่ทัพยังมิทราบเรื่องนี้”

“เจ้าก็บอกท่านซะสิ” หัวหน้าเถาเอ่ยตอบกลับมาอย่างสบายๆ ทำเอาข้ามิรู้จะปฏิเสธออกไปอย่างไรดี

ข้าอ้ำอึ้งอยู่นาน พยายามคิดหาทางปฏิเสธ เพราะว่าข้าไม่อยากทำอาหารมากนัก ในชีวิตที่แล้วนั้นฉินอ๋องก็ไม่ได้ชอบอาหารที่ข้าทำให้ มันทำให้ข้ารู้สึกไม่อยากทำสักเท่าไร ที่วันนี้เขาทานมากกว่าปกติอาจจะเป็นเพราะเหนื่อยจากการลาดตระเวน หรือเหนื่อยจากการฝึกซ้อมทหารจนหิวมากกว่าปกติ ข้าเดินตามทั้งสองที่เดินออกมาจากห้องครัว สังเกตเห็นหัวหน้าเถาและเสี่ยวชีคล้ายกำลังจะเดินตรงไปยังประตูค่าย

“กำลังจะไปไหนกันรึ?” ข้าเอ่ยถามเสี่ยวชีอย่างสงสัย เจ็ดน้อยหันมายิ้มตอบคำถามอย่างไม่ปกปิด

“หัวหน้าเถาจะเข้าไปเมืองลั่วเพื่อซื้อของสดมาตุนไว้ทำอาหารน่ะ ข้าจึงขอตามไปสำรวจเมืองลั่วเสียหน่อย จะได้คุ้นเคยเส้นทางไปมาหากต้องเข้าเมืองผู้เดียว”

“อ้อ”

“เจ้าจะไปด้วยหรือไม่?” เสี่ยวชีเอ่ยชวนข้าเสียงสดใส แม้ว่าข้าจะสนใจอยากไปเห็นเมืองลั่วว่าจะแตกต่างจากเมืองหลวงอย่างไรแต่ก็ต้องปฏิเสธออกไป เพราะฉินอ๋องบอกให้ข้าไปหาเขาที่ศูนย์บัญชาการ เสี่ยวชีทำหน้าเสียดายแต่ก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยบอกว่าจะมาเล่าเรื่องน่าสนใจให้ฟังหลังจากกลับมา

ข้ามองส่งพวกเขาเดินไปยังหน้าประตูค่าย พอทั้งสองลับสายตาไปข้าก็คิดขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ปฏิเสธหน้าที่พ่อครัวประจำตัวของแม่ทัพเลยนี่น่า ข้าถอนหายใจแล้วเดินไปยังกระโจมห้องทำงานของท่านแม่ทัพ บางทีหากข้าพูดออกไปฉินอ๋องหากจะไม่อนุญาตก็เป็นไปได้ เขาอาจจะไม่ไว้วางใจเด็กเช่นข้าให้ทำอาหารให้เขาทาน ข้าเดินมาถึงกระโจมทำงานของท่านแม่ทัพ เมื่อข้าเข้าไปในกระโจมก็เห็นฉินอ๋องนั่งอ่านรายงานหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ของเขา ข้าเดินอ้อมโต๊ะมาอีกฝั่งแล้วเริ่มฝนแท่งหมึกเตรียมพู่กันให้แก่เจ้านาย ระหว่างนั้นก็แอบมองเขาอยู่หลายครั้งเพื่อหาโอกาสเอ่ยถาม

“มีอันใด?” ฉินอ๋องเอ่ยถามข้าทั้งที่ตายังจ้องมองแผ่นรายงานในมือนิ่ง ข้ายืดตัวแล้วเอ่ยออกไปเมื่อเขาให้โอกาส

“หัวหน้าเถาที่รับผิดชอบห้องครัวบอกให้ข้าเป็นคนทำอาหารในส่วนท่านอ๋อง ดังนั้นข้าจึงมาขออนุญาตจากท่านขอรับ?”

“หือ? มิใช่ว่าข้าวเช้าเจ้าเป็นคนทำหรอกรึ? ไยต้องมาถามเราอีก”

“เอ่อ...ขอรับ หากท่านอ๋องต้องการทานสิ่งใดก็บอกข้าได้ทุกเมื่อนะขอรับ” ข้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ เหตุใดเขาถึงได้รู้ว่าข้าเป็นผู้ทำอาหารนั้นกันเล่า? ข้าเอ่ยรับแล้วบอกกล่าวไปอย่างนอบน้อม เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ

“อืม เจ้าทำไปเถอะ หากเป็นเจ้าทำย่อมอร่อยทุกอย่างนั่นแหละ” ฉินอ๋องพยักหน้ารับก่อนจะละสายตาจากรายงานมามองข้าแล้วเอ่ยเสียงราบเรียบ จากนั้นเขาก็กลับไปอ่านรายงานต่อ ข้ายืนนิ่งแทบอยากจะลอยตัวด้วยความเบิกบานใจ เมื่อครู่เขาเอ่ยชมข้าใช่หรือไม่!? ครั้งแรกเลย! เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเด็กๆ ถึงได้ชอบฟังคำชมเชยนัก มันรู้สึกดีเช่นนี้นี่เอง ข้าอารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง ในใจคล้ายจะหมุนตัวไปมาอย่างร่าเริง ก้มหน้าฝนหมึกที่น่าเบื่ออย่างเพลิดเพลิน

ฉินอ๋องชมข้า!

 

 

 





อาการไม่ค่อยดี แถมรู้สึกปวดหัวและปวดตา

ท่านแม่พูดด้วยความเป็นห่วงว่า สมน้ำหน้าเอาแต่จ้องคอมทั้งวันก็สมควรแล้ว

เอ่อ... ช่างเป็นห่วงกันจริงๆ หรือว่าไม่พอใจเพราะผู้แต่งชอบปฏิเสธไม่ไปกับท่านแม่บ่อยเกินไปกันนะ?

ผู้แต่งนั่งดูคลิปพี่เอก(เดี๋ยวๆ!?)ปลุกใจทำอารมณ์อยู่พักใหญ่ก็กลับมาแต่งต่อ

แต่ไม่ไหวจริงๆ จนต้องไปนอนพักสักหน่อย

ท่านแม่เองก็แนะนำบอกว่ากินแบรนด์เบอรี่ณเดชไหม บำรุงสายตา

เอ่อ มิใช่เจมส์จิหรอกหรือ? //ผิดประเด็น

ในที่สุดก็เจอสาเหตุของต้นตอ ปัดโธ่ เพราะแบบนี้นี่เอง!

พอแก้ไขก็กลับมาพิมพ์ต่อได้บ้าง

พยายามแต่งให้ได้อัพต่อเนื่องเพราะถ้าขาดช่วงไปมันจะไม่สามารถกลับมาได้

จะอู้ยาวๆ เลยทีเดียว เป็นคนเช่นนั้นแล

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.084K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25337 Maylyunho (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 16:52
    บทเรียนจากชาติก่อนนะท่านอ๋อง ชมน้องเยอะๆแสดงออกเยอะๆ ทำให้น้องมั่นใจ
    #25,337
    0
  2. #24937 kwangg (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 18:39

    น้ำตาไหลทุกทีที่ท่านอ๋องมีปฏิกิริยากับน้อง รู้ถึงอดีตเหมือนกันสินะ ถึงได้พยายามอยู่เหมือนกัน ขอให้สมหวังกันนะ ฮือออออออออออ

    #24,937
    0
  3. #24609 R.quartz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 18:46
    น้องโดนชม งุ้ย เจ้าแมว☺
    #24,609
    0
  4. #24376 Fueled me (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:04
    คำว่าเบื่อนี่ฝังใจจิ้นถิงมากเลยอะ
    #24,376
    0
  5. #23959 munkrishear (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 14:36
    น่ะ ท่านอ๋องรุ้อยุ่ละว่าถิงถิงทำำ
    #23,959
    0
  6. #23842 เราคือมนุษย์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 22:57
    สงสัยท่านผู้เเต่งต้องออกไปกับท่านเเม่บ่อยๆเเล้วกระมัง มิเช่นนั้นท่านเเม่จะพิโรธเอา 555
    #23,842
    0
  7. #23519 นกน้อยของบอสแบม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 19:47
    อ่อยยังไงให้เนียน 55555 เจ้าแมวบ้าาาา
    #23,519
    0
  8. #23290 mytty (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 10:52

    ท่านอ๋องนี่ท-ๆนะ

    #23,290
    0
  9. #22891 Peach9 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 11:20
    พอชั้นอ่านตอนนี้ชั้นน่ะเริ่มแน่ใจว่าทั่นอ๋องก็ย้อนอดีตกลับมาเหมือนกัน!
    #22,891
    0
  10. #22767 Kondee2870 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 22:58
    ทำไมเรารู้สึกว่าท่านอ๋องก็ย้อนอดีตมาเหมือนกัน...
    #22,767
    0
  11. #22731 ❀than. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 07:47
    ท่านอ๋องเหมียวๆ จะรู้สึกยังไงนะ ถ้ารู้ว่าถิงถิงจะต้องตายเพราะรักตัวเองในชาติที่แล้ว ถิงถิงเลยต้องข่มใจในปัจจุบันนี้
    #22,731
    0
  12. #22445 ploy-saui (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:56

    อยากรู้อนาคตอ่ะว่าเป็นยังไงเมื่อแมวรู้ว่าถิงถิงตาย:-:
    #22,445
    0
  13. #22397 trp1021 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 01:24
    ปวดคอก็พักบ้างนะคะ ยืดเส้นยืดสาย
    #22,397
    0
  14. #22145 Xialyu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:33
    ท่านอ๋องก็เหมือนมีสิ่งใดไว้ในใจ
    #22,145
    0
  15. #21573 SeowooPark (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 04:25
    เอ็นดูน้อง
    #21,573
    0
  16. #21519 badlism. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:01
    แน่นอนนนนน กลับมาแน่นอน
    #21,519
    0
  17. #21470 Pollo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 16:37

    เหมือนท่านอ๋องก็กลับมาอดีต

    #21,470
    0
  18. #21462 ppvs_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 09:37
    ชั้นว่าอ๋องรู้อะ น่าจะกลับมาอดีตเหมือนน้องมั้ย
    #21,462
    0
  19. #21424 -เกม- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:32
    ท่านอ๋อง... /หรี่ตามอง
    ทำตัวดีๆนะ อย่าให้น้องเสียใจอีกเข้าใจไหม ฮึ
    #21,424
    0
  20. #21023 pcy921 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 22:06
    ทำไมรู้สึกว่าท่านอ๋องรู้อะคะ แบบคำพูดคำจากำกวมดูมีนัยมาก
    #21,023
    0
  21. #20684 oohyanisa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 03:33
    เด็กน้อยย
    #20,684
    0
  22. #20561 _Daonuea_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 21:36
    น้องน่ารักจังเลยลู้กกก อยากฟัด
    #20,561
    0
  23. #20508 ฺBedroom (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 03:55

    ท่านอ๋องก็ย้อนอดีตมาด้วยหรือเปล่านะ ว่าแต่ถิงถิงไม่ใช่ว่าชาติที่เเล้วโดนทำเหมียวๆใส่จนชินแล้วเหรอ ยังจะเขินอายตอนเห็นหลังท่านอ๋องอยู่อีก

    #20,508
    0
  24. #20346 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 00:38
    ทำไมอ่านแล้วรู้สึกหิวข้าวเนี่ย5555555 แง ไรท์ดูพี่เอกด้วยยยยยยย
    #20,346
    0
  25. #20200 pui_songsri (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 12:34
    มีความรู้สึกว่าชาติที่แล้วถึงจะอยู่ด้วยกันแต่จิตใจของถิงถิงกับอ๋องก็เหมือนห่างไกลกันสุดๆ ท่านอ๋องแกไม่ค่อยเอาใจใส่ถิงๆ เท่าไหร่ ทำอะไรให้ไม่เคยแสดงอาการรับรู้ ถิงถิงโดนละเลยมาตลอด จนสุดท้ายโดนลดฐานะเป็นคนใช้ เหมือนโดนทิ้งถาวรกระทั่งโดนใส่ความจนตาย ก็ตายโดดเดี่ยว
    #20,200
    0