เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 15 : ตอนที่ ๑๕ โอกาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,397 ครั้ง
    6 ก.ค. 59

ตอนที่ ๑๕ โอกาส

อุ๊ยตายยย~ เมื่อครู่นางมารตนใดสิงข้ากันนะ ไยถึงได้กล่าววาจาหยาบคายกับถิงเอ๋อร์ลูกรักของข้าเช่นนั้น โอ้! ถิงเอ๋อร์ เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก มิเสียแรงที่เป็นลูกแม่

สตรีชุดแดงค่อยๆ ปรับสีหน้าเกี้ยวกราดมาเป็นอมยิ้มนิดๆ แล้วเอ่ยปลอบโยนข้าด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพริดพริ้ม ท่านแม่ขอรับ คิดว่าจะทันหรือขอรับ ภาพนางมารชุดแดงเมื่อครู่ประทับตราตรึงลงไปในหัวข้าเรียบร้อยแล้ว! จะมาเปลี่ยนเป็นเทพธิดาดอกเหมยตอนนี้ก็มิทันแล้วขอรับ! ข้าถอนหายใจให้มารดาที่มองมาด้วยสายตาอ่อนหวานเหนียมอาย

ลูกรัก มันเนิ่นนานเหลือเกินที่มิได้พบเจ้า เฮ้อ ไยถึงทำหน้าเช่นนั้นเล่า มิดีใจเลยรึที่ได้พบมารดาผู้งดงามอ่อนหวานดุจดั่งดอกเหมยบานสะพรั่ง...

“ท่านแม่ เหตุใดวิญญาณของท่านถึงมาอยู่ในจี้หินนี่ได้เล่าขอรับ?” ก่อนที่มารดาของข้าจะพร่ำรำพึงถึงความงดงามอันหยดย้อยจากฟ้ามาดินของตนข้าก็เอ่ยตัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ท่านแม่เหล่ของข้าด้วยสายตามิชอบใจ แต่นางก็ยอมหยุดนอกเรื่องเอ่ยตอบข้าแต่โดยดี

จะกล่าวว่าเป็นวิญญาณก็มิคล้ายสักเท่าใด นี่มันเป็นจิตวิญญาณแรงปรารถนาของข้าเท่านั้น ข้าใส่มันเอาไว้ในจี้หินก่อนจะสิ้นลมหายใจ ข้ามีความปรารถนาสุดท้ายก่อนตายและอยากให้บุตรชายของข้านั้นทำให้มันเป็นจริง นี่เป็นคำขอร้องของข้าต่อเจ้าผู้เป็นบุตรชายอย่างไรเล่า ถิงเอ๋อร์ แม่เชื่อว่าหากเป็นเจ้าย่อมทำมันสำเร็จแน่

ข้าเลิกคิ้วรับฟังคำพูดของมารดาเงียบๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ ไม่เสียเวลาคิดทบทวนใดๆ ข้าผู้เป็นบุตรชายของนางย่อมต้องการทำความปรารถนาครั้งสุดท้ายของมารดาให้สำเร็จอยู่แล้ว ข้าเอ่ยถามนางถึงความปรารถนาสุดท้ายนั้นคือสิ่งใด ไม่ว่าจะลำบากเพียงใดข้าก็จะต้องทำให้ได้ เพื่อตอบแทนพระคุณของมารดาและขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือในการมีชีวิตใหม่ครั้งนี้ ท่านแม่แย้มยิ้มอ่อนโยนอย่างแท้จริงเหมือนกับความทรงจำในวัยเยาว์ของข้า นางมองข้าด้วยสายตาลึกซึ้งของผู้เป็นมารดา ข้าเริ่มรู้สึกตื้นๆ ขึ้นมาในอก

ถิงเอ๋อร์ ความปรารถนาสุดท้ายของแม่ก็คือ... อยากได้ลูกเขยหล่อเหลาสักคน! แม่เชื่อว่าหน้าตางดงามของเจ้าที่ได้รับสืบทอดมาจากแม่นั้นย่อมตกเหยื่อได้มากมายเป็นกอบเป็นกำเป็นแน่!

“ท่านแม่...” ข้าผงะตกใจ สีหน้าจริงจังสุดๆ ของนางเกือบทำให้ข้าหลงเชื่อไปแล้วว่ามันคือความปรารถนาสุดท้ายจริงๆ แต่พอข้าตั้งตัวคิดอย่างมีเหตุมีผลก็คิดได้ว่าความปรารถนาสุดท้ายของมารดาคงไม่บ้าบอเช่นนี้แน่! ข้าเอ่ยปรามมารดาอีกครั้ง นางยังปั้นหน้าจริงจังหลอกลวงข้าต่อ นี่คิดว่าข้าจะหลงกลมุกตลกบ้าๆ นี่หรือ? ฝันไปเถิด!

ท่านแม่ก็ยังจ้องมองข้าด้วยสายตาแน่แน่ว เอ๊ะ ข้าชักจะเริ่มหวั่นๆ ซะแล้วสิ หรือว่ามันจะเป็นเรื่องจริง!? ข้าตกใจหน้าซีดเหงื่อไหลด้วยความกังวล พอเห็นข้าทำสีหน้ายุ่งยากใจนางก็ถอนหายเศร้าๆ มองข้าด้วยแววตาผิดหวัง ข้าปวดจี๊ดเข้าไปในทรวงอก ไม่จริงน่า นี่คือความปรารถนาก่อนตายของท่านจริงๆ รึ!? นี่ข้าจะต้องไปหาลูกเขยหล่อเหลามาสักคนงั้นรึถึงจะทำให้มารดาไปสู่สุขคติได้ ไม่นะ!

เฮ้อ~ เสียดายที่มิใช่นางถอนหายใจแล้วมองข้าอย่างเสียดายอีกครั้ง หะ? มิใช่งั้นรึ? มิใช่สินะ! โธ่เอ๊ย ไยมิพูดให้มันเร็วๆ กว่านี้เล่า ข้าใจหายไปกว่าครึ่งแล้วนะ ข้ามองมารดาที่ยังแสร้งทำหน้าโศกเศร้าล่องลอยไปมาบนอากาศอย่างหงุดหงิด ท่านแม่หยุดแล้วหันมามองข้า

 เอาเถิด ตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่จะมาพูดความปรารถนาสุดท้ายของข้า เวลานี้สิ่งที่ควรจะเร่งทำคือการปลุกพลังในตัวเจ้าเสียก่อน เฮ้อ! อันที่จริงควรจะปลุกพลังให้ตื่นตั้งแต่ตอนอายุสิบขวบแล้ว แต่เพราะเจ้ามัวแต่เก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ในกล่อง ข้าถึงไม่มีโอกาสออกมาเสียที หึ!

นางโบกมือแล้วเอ่ยพึมพำครุ่นคิดกับตนเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถลึงตาดุดันใส่ข้าด้วยท่าทางโมโหอีกรอบ ข้าตกใจกับสีหน้าเหี้ยมเกรียมของมารดา ก่อนจะพึมพำแก้ตัวในใจ หากข้าไม่เก็บสร้อยนี้เอาไว้ไกลจากตาพวกคนไม่ดีพวกนั้นมีหรือว่ามันจะอยู่กับข้ามาจนถึงทุกวันนี้ ที่จวนบิดาก็มีพวกพี่น้องขี้อิจฉา ที่วังหย่งเฮ่าก็มีพวกเด็กรับใช้จอมริษยา หากมิได้ออกมาจากสถานที่เหล่านั้นข้าหรือจะกล้านำมาสวมใส่ เฮ้อ! ท่านแม่มิได้รับรู้ถึงความลำบากลำบนของข้าเลยสักนิด ว่าแต่ท่านแม่บอกว่าจะปลุกพลังในตัวของข้าอย่างนั้นหรือ? หือ? พลังงั้นรึ?

พลัง!!?

“ข้าเองก็มีพลังวิเศษเหมือนกันงั้นรึ!?

ข้าหันไปเบิกตามองมารดาด้วยสีหน้าตื่นเต้นปนคาดหวังอย่างรุนแรง ท่านแม่มองข้าด้วยสายตาไม่ชอบใจแล้วเอ่ยด้วยความทระนงยิ่ง

เจ้าลูกโง่! เหตุใดจะไม่มีเล่า? มารดาของเจ้ามิใช่ว่ามีพลังวิเศษที่งดงามและอันตรายหรอกรึ!? เพ้ย ไยเจ้าที่เป็นลูกของข้าที่เป็นถึงผู้มีชื่อเสียงติดทำเนียบสิบอันดับของผู้มีฝีมือร้ายกาจที่สุดในแผ่นดินจะไม่มีพลังวิเศษใดๆ!

ข้าอ้าปากกระโดดเหยงๆ ด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ฟังคำพูดโม้ๆ ของมารดาแบบผ่านๆ ไปสนใจตรงที่ข้าเองก็มีพลังวิเศษเช่นกัน จิตใจของข้าเบิกบานด้วยความปิติยินดีแทบจะร่ำไห้ออกมาดังๆ เกิดมาชีวิตนี้ช่างดีเหลือเกิน! ข้าอยากจะกระโดดกอดขอบพระคุณมารดาผู้เลอโฉมที่ส่งข้ามาเกิดใหม่ในครั้งนี้ แต่ทว่ากอดมิได้จึงมองนางด้วยสายตาซาบซึ้งใจน้ำตาคลอเบ้า มารดาหรี่ตามองข้าด้วยสีหน้าเอือมระอาก่อนจะถอนหายใจเอ่ยบ่นความไม่เอาไหนของข้า

 ให้ตายเถิด บุตรผู้สง่างามในอดีตของข้ากลายเป็นคนซื่อบื้อเช่นนี้ได้อย่างไร นี่ดีว่าได้ความงดงามจากข้าไป มิเช่นนั้นคงถูกจับไปถ่วงน้ำแล้วกระมัง เฮ้อ

แหม ท่านแม่ก็กล่าวเกินไป จิ้นเกอยังอยู่ได้เลย มิเห็นผู้ใดนำเขาไปถ่วงน้ำฐานที่ซื่อบื้อเกินไป ข้าคิดว่าข้าฉลาดกว่าจิ้นเกอหลายเท่าเชียวนะ!

อย่าชักช้าอยู่เลย เรารีบทำการปลุกพลังของเจ้ากันเถิด นั่งทำสมาธิลงบนตอไม้นี่แหละ เพราะแสงจันทร์ส่องลงมาตรงนี้พอดี หินซับจันทราจะได้ดูดแสงจันทร์ได้อย่างเต็มที่ เร็วเข้า!

ไม่ต้องรอให้ท่านแม่พูดซ้ำสองข้ารีบสวมสร้อยแล้วไปนั่งทำสมาธิบนตอไม้อย่างรวดเร็ว หัวใจของข้าเต้นดังตึกตักอยู่ตลอดเวลา นี่มันถือได้ว่าเป็นความฝันอย่างหนึ่งของข้าเลย พลังวิเศษ! ข้าเริ่มหลับตาตามที่ท่านแม่ได้บอก จากนั้นก็นั่งทำสมาธิรวบรวมจิตไปไว้ที่ส่วนอกซึ่งตรงกับหินซับจันทราที่ห้อยไว้ตรงอก

หูคือแซ่ของมารดาข้า แต่แท้ที่จริงแล้วข้ามิได้แซ่หู ข้าคือเยว่เหม่ยฮวา ลูกหลานสกุลเยว่ ฉายาในยุทธภพคือเหมยสีชาด จากนี้ไปเจ้าก็คือเยว่จิ้งถิงลูกหลานสกุลเยว่ จงพร้อมแบกรับชื่อเสียงและเกียรติยศอันเกรียงไกรของสกุล!!!เสียงของท่านแม่ดังก้องในหัวของข้า เสียงนั้นไม่คล้ายในยามปกติ มันหนักแน่นและทรงพลังอำนาจกว่ามาก ข้าขนลุกซู่ไปทั่วตัว รู้สึกถึงความร้อนจากจุดที่หินซับจันทราห้อยอยู่

มันค่อยๆ แผ่ขยายความร้อนไปทั่วร่างของข้าระลอกแล้วระลอกเล่า เหงื่อไหลพรากไปทั่วร่างกายมิหยุด ข้าหายใจถี่แรง ร่างกายปวดแสบปวดร้อนราวกับมีเข็มนับพันนับหมื่นทิ่มแทง ข้ากัดฟันอดกลั้นบดกรามแน่นไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความเจ็บปวดที่ทรมาน เสียงของท่านแม่กระซิบเบาๆ บอกให้ข้าอดทน หากทนได้ย่อมสามารถไขว้คว้าพลังยิ่งใหญ่มาไว้ในมือ ใช่ ข้าแค่ต้องอดทนอีกนิด ข้าก็จะได้พลังที่ใฝ่ฝันมาเนิ่นนาน พลังวิเศษเช่นผู้อื่น!

ความร้อนขุมหนึ่งวิ่งวนไปตามชีพจรร่างกายราวกับหนอนชอนไช มันชนเข้ากับจุดต่างๆ ในร่างกายข้า ระเบิดความร้อนแตกซ่านเป็นวงใหญ่ ข้าอดกลั้นต่อความร้อนที่ราวกับถูกแผดเผาอยู่กลางกองไฟ ความร้อนระอุเป็นไฟพุ่งตรงจากจุดศูนย์ตันเถียนแล่นทะลุขึ้นศีรษะ ฉับพลันสิ่งปฏิกูลภายในร่างกายข้าก็หลั่งออกมาทางผิวพรวด ข้าสะดุ้งเฮือก เบิกตาขึ้น รู้สึกเย็นวาบกระจายไปทั่วร่าง ข้าผ่อนลมหายใจค่อยๆ ซึมซับเอาความเย็นเบาสบายที่มิเคยรู้สึกมาก่อนเอาไว้อย่างช้าๆ

รวบรวมสมาธิ! ขั้นสร้างร่างกายและพลังลมปราณของตัวเจ้านั้นสำเร็จลุล่วงแล้ว ต่อไปจะเป็นการปลุกพลังวิเศษในตัวเจ้าให้ตื่นขึ้น จดจำภาพนิมิตพลังวิเศษของเจ้าไว้ให้แม่น

ข้าพยักหน้าแล้วผ่อนลมหายใจเข้าออกรวบรวมสมาธินั่งตั้งจิตให้มั่นอีกครั้ง ข้าได้ยินมาว่าก่อนที่พลังของทุกคนจะตื่นขึ้นในวัยสี่ขวบจะมีภาพนิมิตวูบเข้ามาในหัว เพื่อเป็นการบอกกล่าวพลังวิเศษของแต่ละคน ทว่าในช่วงอายุเพียงแค่นั้นทำให้เด็กบางคนอาจจะจดจำมิได้หรือจำได้น้อยมาก หากใครจำได้มากย่อมสามารถใช้พลังวิเศษได้อย่างคล่องแคล่วตั้งแต่เด็กและพัฒนาได้รวดเร็ว ตรงกันข้ามกับคนที่จำได้น้อยพวกเขาจะพัฒนาไม่ได้เร็วนัก การจดจำนิมิตก่อนที่พลังจะตื่นเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง ข้าจดจ่อสมาธิรอคอยภาพนิมิตนั้นอย่างสงบเยือกเย็น ข้าจะต้องจดจำให้ได้มากที่สุด!

ตั้งสมาธิได้มั่นภาพต่างๆ ก็พุ่งเข้ามาในหัวของข้าอย่างรวดเร็ว ภาพของนิมิตเกี่ยวกับพลังของข้าราวกับกระบี่เป็นหมื่นๆ เล่มพุ่งพรวดเข้ามา ข้ากวาดสายตามองนิมิตเหล่านั้น ยิ่งมองก็ยิ่งงุนงงสับสน นี่มันพลังอะไรกัน!? ข้าจดจ่อสมาธิอยู่นานจนจะถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่นานข้าก็ลืมตาขึ้น หายใจหอบ เหงื่อเกาะเต็มใบหน้าที่ขาวซีด

 เจ้าได้พลังอะไรรึถิงเอ๋อร์? รีบแสดงให้แม่ดูเร็วเข้า!

ทันทีที่ข้าลืมตาขึ้น ท่านแม่ก็โผเข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยเร่งให้ข้าแสดงพลังวิเศษให้ดู ไม่ได้สนใจว่าข้ากำลังเหนื่อยอ่อนแค่ไหน ข้าสูดลมหายใจพร้อมทั้งขมวดคิ้วไปด้วย ท่านแม่ของข้าหรี่ตามองแล้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจที่ไม่เห็นข้ารู้สึกดีใจที่ได้พลังมา นางเลิกคิ้วขึ้นสูงแล้วลอยวนรอบตัวข้า

ทำไมรึ? พลังของเจ้าเป็นอะไร? เจ้าเห็นอะไรในภาพนิมิต?

“ไม่รู้ขอรับท่านแม่ ภาพมันค่อนข้างประหลาดๆ ผสมปนเปกันไปหมดจนข้าสับสนเรียบเรียงภาพได้ไม่ถนัดนัก” ข้าเอ่ยอธิบายด้วยความหดหู่ แม้จะได้พลังมาแล้วแต่ทว่าข้าก็ไม่สามารถจะเข้าใจพลังที่มีอยู่ นี่ข้าอายุตั้งยี่สิบแต่ก็ยังไม่ทำความเข้าใจมิได้ อุตส่าห์เป็นต่อผู้อื่นด้านอายุ ถึงจะจำได้หมดแต่มันก็สูญเปล่า! ท่านแม่มองข้าแล้วถอนหายใจพลางเอ่ย

เจ้าไม่ต้องวิตกไป ภาพนิมิตของคนในสกุลเยว่จะซับซ้อนเช่นนั้นแหละ มันดีแล้วที่ภาพนิมิตของเจ้าซับซ้อนสับสน เพราะนั่นแปลว่าเจ้ามีพลังสองอย่างเช่นเดียวกับคนในสกุลเยว่ทุกคน

“เอ๋!? พลังสองอย่างงั้นรึขอรับ!? แต่ว่าข้าได้ยินมาว่าแต่ละคนจะมีพลังเพียงอย่างเดียวมิใช่หรือขอรับ?” ข้าหันไปมองท่านแม่ที่หัวเราะอย่างมีเลศนัย ก่อนจะตอบอย่างเย่อหยิ่ง

 นั่นก็เพราะว่าสกุลเยว่ของพวกเราพิเศษน่ะสิ! ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นสกุลอันดับหนึ่งของแผ่นดินได้อย่างไร พวกกระจอกทั้งหลายหากเอ่ยถึงสกุลเยว่ของเราก็ต้องหวาดกลัวจนหัวหด แม้แต่ฮ่องเต้ทั้งหลายก็ยังต้องเกรงใจสกลุของเรา!

ข้ามิได้ฟังคำโอ้อวดเกินจริงแล้วท่านแม่แต่ครุ่นคิดภาพนิมิตของตนเองอยู่ พอเงยหน้าก็เห็นท่านแม่ทำหน้าบูดบึ้งที่ข้ามิได้ฟังนางพูด ข้ารีบแย้มยิ้มเอาใจนางแล้วเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยเพื่อเปลี่ยนเรื่องโดยไว

“หากท่านกล่าวว่ามีสองพลังแล้วไยข้าถึงมิเคยเห็นอีกพลังของท่านเล่า? ข้าเห็นเพียงแต่ท่านใช้พลังแสงสีชาด มิเคยเห็นอีกพลังหนึ่งของท่านเลย”

เชอะ! เจ้าลูกบื้อ! หากใช้พร่ำเพรื่อก็เปลืองลมปราณแย่น่ะสิ อีกอย่างพลังอีกอย่างหนึ่งของมารดาผู้งดงามของเจ้าก็กำลังใช้อยู่มิใช่รึ?

“เอ๊ะ? ใช้อยู่งั้นรึขอรับ?” ข้ารีบมองไปรอบๆ ตัวเพื่อมองหาพลังอีกอย่างของท่านแม่ แต่ก็ไม่เห็นอันใดนอกเสียจากต้นไม้และต้นไม้ ท่านแม่ถอนหายใจแล้วกระดิกนิ้ว

เจ้าลูกบื้อ ไม่คิดเลยรึว่าตลอดเวลาไม่มีผู้ใดเข้ามาวุ่นวายในบริเวณนี้เลยนั่นเป็นเรื่องแปลก? ดูนั่นสิ

ข้าหันมองตามนิ้วท่านแม่แล้วเลิกคิ้วขึ้น องครักษ์ผู้หนึ่งยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ข้านั่งอยู่ เขาคล้ายกำลังเดินมาทางนี้ เอ๊ะ หยุดงั้นรึ!? ข้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจหันมองรอบตัวในทันที ทุกสิ่งทุกอย่างมันเงียบและหยุดนิ่งไปโดยสิ้นเชิง ข้าหันมามองท่านแม่ด้วยแววตาอึ้งและทึ่ง ท่านแม่เชิดหน้ารับแล้วยิ้มกว้างอย่างพอใจที่ข้ามองนางอย่างชื่นชม

ใช่แล้วถิงเอ๋อร์ พลังอีกอย่างของมารดาผู้งดงามของเจ้าคือเวลาอย่างไรเล่า! เอาละๆ รีบแสดงพลังของเจ้าเท่าที่จำได้ออกมาเร็วๆ การหยุดเวลาเช่นนี้ต้องใช้ลมปราณมหาศาล ตอนนี้ลมปราณของข้าใกล้จะหมดแล้ว

“ขอรับ” ข้าพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนหลับตาครุ่นคิดภาพนิมิตที่พอจะเข้าใจอยู่บ้าง ข้าลืมตาขึ้น ประกบมือแนวราบแล้วหมุนตั้งพนมมือก่อนจะค่อยๆ ดึงออกกว้างประมาณสองฝ่ามือ เหงื่อของข้าเริ่มผุดตามไรผม ข้าเหนื่อยที่จะดึงมือให้กว้างกว่าเดิมจึงผลักมันออกไป

ข้าถอนหายใจแล้วยกมือปาดเหงื่อ ตรงหน้าของข้ามีกล่องสี่เหลี่ยมสีทองโปร่งใสขนาดสองฝ่ามือลอยอยู่ ข้าถอนหายใจใช้นิ้วจิ้มทะลุไปมา นี่มันอะไรกันน่ะ? ท่านแม่จ้องเขม็งไปที่กล่องนั้นทันที นางค่อยๆ ลอยเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้าชักจะเริ่มห่อเหี่ยว พลังสร้างกล่องงั้นรึ? ข้าจะเอาไปทำอันใดกัน!? ท่านแม่เบิกตากว้างแล้วร้องบอกให้ข้าทำบางอย่างที่ข้าไม่เข้าใจ แต่นางทำสายตาจริงจังมากข้าจึงรีบทำตามที่นางบอก ข้าหลับตาอีกครั้งตั้งสมาธิแล้วลืมตาขึ้นวาดมือตามเดิม ข้าผลักมันออกไปจากมือแล้วเอ่ยสั่ง

ขัง!

กล่องโปร่งใส่นั้นหยุดกลางอากาศนิ่ง ข้ามองมันอย่างสงสัย ค่อยๆ เดินเข้าไปหาใช้นิ้วเคาะเบาๆ แต่ทว่าในรอบนี้แม้มันจะโปร่งใสแต่ทว่าไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ ข้าเบิกตาแล้วหันไปมองท่านแม่อย่างตื่นเต้น

“หรือว่ามันจะคล้ายกับกรงขัง?” ท่านแม่ไม่ตอบ แต่ข้าก็มิได้สนใจนัก เพราะกำลังตื่นเต้นกับพลังของตนเอง ข้าพยายามครุ่นคิดภาพนิมิตที่เห็นอย่างรวดเร็วนั้น ดูเหมือนว่าเจ้ากล่องนี้จะสามารถขยายใหญ่กว่านี้ได้ สงสัยเพราะว่าพลังของข้าเพิ่งตื่นและลมปราณมีจำกัดจึงสร้างมันได้เล็กเช่นนี้ หากข้าพัฒนาลมปราณให้เพิ่มพูนมากขึ้นก็จะสามารถขยายกล่องนี้ได้งั้นสินะ ภาพนิมิตนั้นยังมีภาพที่ขังบางสิ่งไว้ข้างในและไล่ออกไปจากกล่องได้ ข้าพยายามเชื่อมโยงภาพต่างๆ อย่างกระตือรือร้น แต่บางรูปมันก็ไม่เชื่อมต่อกันสักนิด แถมยังชวนให้งุนงง รูปผู้หญิง? ไม่เข้าพวกสุดๆ

“จิ้งถิง!

“ขอรับ!?” ข้าหันไปมองท่านแม่ที่ยังคงจ้องกล่องที่ลอยอยู่กลางอากาศแล้วเรียกข้าด้วยชื่อเต็ม น้ำเสียงของนางก็จริงจังจนข้าไม่กล้าละเลย มารดาของข้าละสายตามามองใบหน้าข้าแล้วถอนหายใจเฮือก อะไรจะผิดหวังกับพลังของข้าขนาดนั้นขอรับท่านแม่!? ถึงมันจะไม่งดงามจะอันตรายอย่างพลังแสงสีชาดของท่าน แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยละน่า อย่างน้อยถ้าขยายมันใหญ่กว่านี้ก็น่าจะเข้าไว้ขังตนเองป้องกันศัตรูได้ นี่ข้าฉลาดจริงๆ!

จิ้งถิง จิ้งถิง! สมกับเป็นลูกแม่จริงๆ เจ้ามีพลังอาณาเขตจักรพรรดิเยว่ตี้!

ท่านแม่เบิกตากว้างกว่าข้าแล้วตะโกนใส่หน้าข้าอย่างตื่นเต้น นางทำมือราวกับจะเขย่าข้าให้หัวสั่นหัวคลอน โชคดีที่นางไม่มีร่างให้แตะต้องตัวข้าได้ มิเช่นนั้นข้าอาจจะวิงเวียนตายคามือนาง แล้วนั่นอะไรนะ? พลังอาณาเขตอะไรนะ? ท่านแม่ตื่นเต้นดีใจกว่าข้าที่เป็นเจ้าของพลัง นางล่องลอยไปมาพร้อมกับส่งเสียงวี้ดว้าย ประเดี๋ยวสิท่านแม่ ไอ้กล่องเนี่ยนะเหรอ อาณาเขตที่ว่า? แหม ข้าครุ่นคิดอีกครั้ง อาจจะใช่ก็ได้กระมัง หากข้ามีลมปราณมากขึ้นก็จะสามารถขยายขนาดของมันได้ แต่ก็ทำได้แค่ขังไว้ในกล่องนี่น่า ท่านแม่ที่กำลังตื่นเต้นลอยเข้ามามองข้าด้วยดวงตาระยิบระยับ อือหือ นางตื่นเต้นสุดๆ เลย ข้าถูกความตื่นเต้นของมารดาลดความตื่นเต้นของตัวเองไปกว่าครึ่ง อืม ข้ามีพลังกล่องขัง!

เจ้าอาจจะกังวลแต่มิเป็นไร พลังนี้ทุกคนในสกุลเยว่เรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นแม่ของเจ้าจะเป็นผู้สอนเจ้าใช้พลังนี้เอง ไม่ต้องห่วง ไม่กี่ปีเจ้าจะต้องใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วแน่นอน

พลังนี้เรียนรู้ทุกคนเลยงั้นรึ? แสดงว่าส่วนใหญ่คนสกุลเยว่มีพลังนี้งั้นสินะ? อ่า พลังนี้มีอยู่กลาดเกลื่อนเลยรึ? ไม่สิ! ข้าจะเสียใจมิได้ ดีกว่าตอนที่ไม่มีพลังตั้งเยอะ ในที่สุดข้าก็มีพลังวิเศษเหมือนผู้อื่นแล้ว ถึงแม้มันจะเป็นพลังที่มีคนเยอะแยะมีกันก็เถิด

ไม่เห็นเจ้าดีใจ?

“เฮ้อ ข้าดีใจสิ ข้าดีใจ” ข้าตอบกลับด้วยสีหน้ากระตือรือร้นนิดหน่อย อืม หวังว่านะ ท่านแม่ขึงตาใส่ข้าอย่างดุร้าย นางโบกมือตบศีรษะข้าอย่างฉุนเฉียว โชคดีที่มันทะลุผ่านร่างของข้าไป รู้สึกเย็นวูบๆ เท่านั้น มิได้เจ็บมิได้คันอันใดทั้งสิ้น พอเห็นว่าประทุษร้ายข้าไม่ได้ นางก็ขบเขี้ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เด็กโง่! เจ้าได้พลังที่ดีที่สุดแล้วยังไม่พอใจอันใดอีก พลังนี้ทำให้สกุลเยว่ขึ้นเป็นสกุลแข็งแกร่งอันดับหนึ่งของแผ่นดิน มันสามารถฆ่าทหารทั้งกองทัพได้เพียงแค่เอ่ยคำเดียว ทุกคนต่างปรารถนาอยากได้พลังนี้ไว้ครอบครอง แม้แต่บิดาสารเลวของเจ้ายังต้องการมัน!

“ท่านแม่ ใจเย็นๆ” ข้าถูกมารดากดดันจนแทบจะจมดิน แต่ก็ยังเคลือบแคลงอยู่ ไอ้กล่องนี้น่ะเหรอ? ที่ทุกคนต้องการ? มิใช่ว่าท่านแม่กำลังโม้เกินจริงอยู่หรอกนะ? ท่านแม่โมโหข้าหน้าดำหน้าแดง

เอาละ หากไม่เชื่อเจ้าลองไปถามผู้อื่นเกี่ยวกับ เยว่ตี้แล้วจงเตรียมตัวเตรียมใจไว้ซะ! ข้าจะทั้งเคี้ยวทั้งเค้นเจ้าให้เจ้าใช้พลังอาณาเขตจักรพรรดิเยว่ตี้นี่ให้จงได้ หึ แล้วอยากไปบอกใครเล่าว่าเจ้ามีพลังนี้ ไม่เช่นนั้นชีวิตเจ้าไม่สงบเป็นแน่ ข้าเหนื่อยกับลูกทึ่มๆ อย่างเจ้ามากพอแล้ว ข้าจะขอพักผ่อนฟื้นคืนลมปราณก่อนพูดเสร็จนางก็สลายตัวกลายเป็นควันสีแดงหายเข้าไปอยู่ในจี้หินซับจันทรา โธ่ ถ้าหากมันเป็นพลังที่ยอดเยี่ยมเพียงนั้นบอกไปก็ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าข้ามีมันหรอก ข้ามองจี้หินที่ท่านแม่เพิ่งหายตัวเข้าไปอยู่ในนั้น

ตอนนี้จี้หินกลายเป็นสีเขียว มันยังคงดูดซับแสงจันทร์เข้าไปมิหยุด เหมือนว่ามันกำลังย้อนสีในตอนแรก หรือว่ามันจะดูดซับจนเต็มตอนที่กลับไปมีสีขาวอีกครั้ง? ข้าทำการสั่งปลดกล่องนั้นมันก็ค่อยๆ จางหายไปแล้วค่อยเดินไปชำระร่างกายที่เคลือบไปด้วยปฏิกูลซึ่งขับออกมาจากภายในร่างกายตอนสร้างร่างสร้างลมปราณ ระหว่างที่ข้าเดินตรงไปยังลำธารท่านแม่ก็เอ่ยขึ้นมาจากในจี้หิน นางร้องอุทานอย่างตื่นเต้นบอกให้ข้าไปเก็บสมุนไพรบางอย่างไปขัดเนื้อขัดตัวตอนอาบน้ำ ข้าถอนหายใจแล้วเดินไปตามที่นางบอก หากไม่ทำหูข้าคงต้องทนฟังเสียงแหลมๆ ของนางกรีดร้องอย่างขัดใจแน่ๆ

ข้าเก็บสมุนไพรมาเต็มกำมือแล้วเดินไปยังลำธาร หาที่ลับตาผู้คนอาบน้ำชำระร่างกาย ข้าถอดเสื้อผ้าเดินไปในลำธารเพื่อทำการชำระล้างร่างกาย พอได้มาอาบน้ำชำระสิ่งสกปรกพวกนี้ไปรู้สึกดีขึ้นมาทันที แถมยังรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงไม่อ่อนเพลียแล้วด้วย ข้าตวัดมือไปมาแล้วกำปั้นแน่น รู้สึกแข็งแรงขึ้นอีกต่างหาก! ซ้ำผิวพรรณยังอ่อนนุ่มขาวเนียนเปล่งปลั่ง นี่ต้องเป็นเพราะการสร้างร่างกายชำระสิ่งปฏิกูลในร่างออกไปแน่ๆ ข้ามองปลาที่แหวกว่ายไม่ไกลจากตัวแล้วกลอกตาไปมา บางทีข้าอาจจะลองใช้พลังที่ได้มาใหม่จับปลาในลำธาร ไม่คิดนานข้าลองทำมันในทันที ว้าว! มันจับได้จริงแล้ว อย่างน้อยข้าก็ไม่อดตายแล้วละ พลังนี้มันใช้จับปลาได้!

อืม~ เอาเถิด หากเป็นเขาข้าจะทำเป็นมองมิเห็น เจ้าลูกโง่! ใช้สมุนไพรที่เก็บมาขัดตัวซะด้วย มันช่วยให้ผิวขาวนุ่มนิ่มเรียบเนียนอย่างยิ่งนะ!

ข้าเมินเสียงของท่านแม่ผู้รักสวยรักงาม พิโธ่! ที่แท้มันก็ช่วยเรื่องความงามนี่เอง ข้าคิดว่ามันจะช่วยเพิ่มพลังอะไรทำนองนี้เสียอีก ข้าเป็นบุรุษจะผิวสวยผิวงามไปเพื่ออันใด ข้าอาบน้ำต่อพลางใช้พลังจับปลาแล้วปล่อยไปอยู่หลายรอบ ฝึกๆ ไว้จะได้คล่องเร็วๆ

หึ มันช่วยเพิ่มลมปราณอีกด้วย

ข้าหยิบสมุนไพรพวกนั้นมาใช้มือขยำเล็กน้อยแล้วขัดถูตัวอย่างรวดเร็ว ข้าได้ยินเสียงหึจากท่านแม่ติดต่อกันแล้วยิ้มอ่อนๆ ออกมา ท่านแม่น่าจะรู้ว่าตอนนี้ข้าต้องการเพิ่มลมปราณมากที่สุด หากเพิ่มลมปราณได้มากข้าจะได้ขยายกล่องให้ใหญ่มากขึ้นอย่างไรเล่า ข้าขัดสีฉวีวรรณอย่างสบายอารมณ์ ก้มศีรษะชำระทำความสะอาดของเส้นผมไปด้วย ข้าแช่ตัวในน้ำอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนตัวแข็งเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยเตือนเรียบๆ

“อย่าแช่นานนัก เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

หัวใจของข้าเต้นรัวเหมือนจะกระโดดออกจากอก เสียงนี้นี่มัน... ข้าไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขาเป็นใคร พอเอี้ยวหน้ากลับไปมองก็เห็นเจ้าแมวนั่งหน้าง่วงอยู่ที่ริมฝั่ง จ้องมองข้าอาบน้ำด้วยใบหน้าเรียบเฉยอย่างยิ่ง ข้าหน้าแดงขึ้นสีอย่างรวดเร็วพร้อมกันนั้นก็รู้สึกโมโหเจ้าแมวที่มานั่งแอบมองผู้อื่นอาบน้ำ เอ๊ะ เขาก็มิได้แอบนี่ นั่งดูโต้งๆ เลยต่างหาก!

“ขึ้นมาได้แล้ว” ฉินอ๋องเอ่ยบอกกึ่งสั่งข้า ในมือของเขามีผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าใหม่ ข้าหมดคำพูดจะกล่าวกับความหน้ามึนของคนผู้นี้ มานั่งดูสบายใจแถมยังสั่งให้ผู้อื่นขึ้นไปเสียอีก นี่ยังเตรียมผ้าและชุดใหม่มาให้พร้อมสรรพ ข้ายืนอึ้งไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรดี สาบานว่าไม่เคยรู้สึกอายมากขนาดนี้มาก่อน! ข้ากลอกตามองฉินอ๋องที่หน้านิ่งไร้อารมณ์ใดๆ ก็โล่งอกนิดๆ ดีนะที่ข้าอายุสิบสี่เท่านั้น ร่างกายยังไม่เติบโตเต็มที่ เฮ้อ ยังไงก็ร่างเด็กละนะ

ข้ากัดฟันข่มความอายเดินขึ้นฝั่ง ฉินอ๋องขยับมาห่มผ้าคลุมร่างของข้าแล้ววางชุดใส่มือข้า เขาเอ่ยบอกให้รีบเปลี่ยนชุดเพราะดึกแล้วอากาศหนาวจะทำให้ร่างกายต้องลมจับไข้ได้ ข้ายืนสะทกสะท้านรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นอย่างบ้าคลั่ง แก้มของข้าร้อนฉ่า ยามนี้ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นไปมองเขา บ้าจริง! จะมากระซิบอะไรข้างหูใกล้เช่นนี้ พูดธรรมดาก็ได้! เมื่อตั้งสติได้ข้าก็รีบเช็ดตัวให้แห้งใส่เสื้อผ้าเร็วจนมือแทบจะพันกัน แล้วนั่นไม่คิดจะหันหลังให้เลยเหรอ เอาแต่จ้องอยู่ได้!

“มานี่” ฉินอ๋องนั่งลงแล้วตบมือลงบนพื้นข้างๆ เขา ข้าเดินไปนั่งลงตรงนั้น เขาก็ส่งน้ำอุ่นมาให้ นี่เตรียมมาพร้อมจังนะ! ข้ารับมันมาจิบทีละน้อยๆ ปรับร่างกายที่หนาวเย็นจากการอาบน้ำให้อบอุ่นขึ้น ฉินอ๋องมองข้าจิบน้ำอุ่นเงียบๆ ข้าเองก็ก้มหน้าก้มตาจิบน้ำต่อไป พยายามไม่สนใจสายตาคมกริบที่จ้องมองมา

“ข้าชอบเจ้า”

ปรู๊ดดดดดด!

“แคกๆๆๆ!” ข้าพ่นน้ำที่กำลังดื่มออกมา สำลักจนไอแคกๆ ดวงตาแดงก่ำ น้ำหูน้ำตาไหลพรากๆ น้ำร้อนแสบจี๊ดจนขึ้นจมูก ในระหว่างที่ข้าไอจนหน้าแดง ข้าหน้าแดงเพราะไอจริงๆ มิใช่อย่างอื่นเลย! ฉินอ๋องเข้ามาลูบหลังให้ข้าด้วยสีหน้าราบเรียบปกติ ข้าหันไปมองหน้าเขาพร้อมขมวดคิ้วสงสัย ประเดี๋ยว เมื่อครู่เจ้าแมวนี่พูดว่าอะไรนะ ข้าจะต้องฟังผิดไปอย่างแน่นอน ฉินอ๋องคล้ายเห็นคำถามแปะอยู่บนหน้าของข้า เขาก็เอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงราบเรียบซะเหลือเกิน

“ข้าชอบเจ้าจริงๆ”

“.....” ข้าจ้องเขาแทบจะเบิกตาโพลง ฉินอ๋องจ้องกลับมานิ่งอย่างไม่ยอมแพ้ ข้ากะพริบตาเบี่ยงหน้าหลบไปครุ่นคิด ก่อนจะทำหน้าเข้าใจออกแล้วเอ่ยรับด้วยใบหน้าซื่อๆ

“อ้อ ข้าเองก็ชอบท่านอ๋องเช่นกัน ท่านเป็นเจ้านายที่ดี”

“...อย่าเฉไฉนักเลย ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจความหมายที่ข้าพูด เจ้ามิใช่คนโง่”

ข้าก้มหน้าหลบสายตาที่ราวกับหอกแหลมพุ่งเข้าใส่ แย่แล้ว! นี่มันอะไรกัน!? ฉินอ๋องไม่มีทางมาพูดเช่นนี้แน่ คนเช่นเขาไม่มีวันจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้! เขาจะต้องเหนื่อยจนสมองเลอะเลือนอย่างแรง หรือว่ากินของแสลงเข้าไปจนมิได้สติ? แถมเขายังแทนตนเองว่า 'ข้า' ในชีวิตก่อนนานๆ ทีเขาจะนึกคึกแทนตนเองเช่นนั้นกับข้า ข้าชอบเขาตอนแทนตัวเช่นนั้นมากเพราะมันทำให้ข้ารู้สึกว่าเขายอมลดตัวลงมาเท่าข้า ไม่ถือศักดิ์อ๋องอะไรนั่น

ข้าหันไปมองเขาที่นั่งทำหน้านิ่ง นิ่งเสียจนข้าเริ่มไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่ใช่เขาหรือไม่ที่เป็นคนพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมา มิใช่ว่ามีคนทำเสียงเลียนแบบเขาเพื่อแกล้งข้าหรอกนะ? ข้าหันซ้ายหันขวามองหาผู้คนแต่มันแปลกเหลือเกินที่แถวนี้ไม่มีใครอยู่ นอกจากข้ากับฉินอ๋อง นี่คนอื่นๆ หายไปไหนกันหมด!?

“ท่านอ๋องไปทานอันใดผิดสำแดงมาหรือเปล่าขอรับ?” ข้าถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ฉินอ๋องมองข้าแล้วเอ่ยแย้งกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ข้าทานพร้อมกับเจ้า หากผิดสำแดงจริงก็ต้องเป็นเช่นเดียวกัน”

ข้าพูดอะไรไม่ออก หันไปมองลำธารด้วยความสับสน หากเขามิพูดออกมาข้ายังพอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้ไหว แต่ยามนี้อีกฝ่ายกลับพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติซะเหลือเกิน ธรรมชาติมากกกก! หัวใจของข้าเต้นรัวไปด้วยความสุขและความหวาดกลัว แต่ว่าข้าตัดสินใจไปแล้ว และข้าไม่อยากให้ชีวิตมันซ้ำรอยเดิมที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตที่แล้ว ข้ากัดฟันแล้วเอ่ยแย้งออกไปเพื่อกันไม่ให้ตัวเองเผลอตัวไปตามคำพูดสั้นๆ ของเขา

“ข้าเป็นคนรับใช้”

“แล้วอย่างไร?”

“ข้าเป็นชาย”

“แล้วอย่างไรเล่า ข้าก็ยังชอบเจ้าอยู่ดี”

“...ข้าเพิ่งอายุสิบสี่!

“ข้าชอบเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ตอนเจ้าอายุสิบขวบ” ฉินอ๋องเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง นัยน์ตาของเขาเองก็จริงจังมากเช่นกัน ข้ามองเขาอย่างตกใจสุดๆ อะไรนะ? ตั้งแต่แรกเห็นเลยรึ!? ตอนนั้นข้าตัวผอมแห้งสกปรกมอมแมมยิ่งกว่าลูกสุนัขข้างถนนเสียอีก ฉินอ๋องจะมีรสนิยมแปลกประหลาดเกินไปแล้ว! พอเห็นข้าจ้องเขาอยู่นานก็ไม่พูดอะไร ฉินอ๋องก็หลบสายตาข้าไปทางอื่นแล้วเอ่ยพึมพำเสียงเบา

“บ้าจริง อย่าให้พูดนักได้หรือไม่ ข้าก็เขินเช่นกัน!

ข้าจ้องเขาด้วยดวงตายิ่งกว่าเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนคางจะติดพื้นอยู่แล้ว แล้วนั่นท่าทางอะไรกัน? ไอ้ทำหน้านิ่งๆ ที่พยายามใช้มือไม้ป้องหน้าป้องตาจากข้าเช่นนั้น นี่ข้าตาฝาดใช่หรือไม่ เขาหน้าแดงด้วย! โอ้! นี่ข้าฝันอยู่ใช่หรือไม่ เจ้าแมวเขิน! ฟ้าพลิกคว่ำหรือแผ่นดินจะถล่มถลายกันแน่? ข้าจ้องเขาอย่างพิศวงใจ


(เห็นหน้านิ่งเช่นนี้ข้าก็เขินเป็นเช่นกัน//ปิดหน้า)

“จ้องนานๆ เช่นนี้ มิกลัวข้าควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วกระโจนใส่เจ้าบ้างรึ?”

ข้าชะงักเมื่อฉินอ๋องปรับสีหน้ามานิ่งเช่นเดิม แม้จะยังมีร่องรอยแดงระเรื่อบนแก้มแต่ท่าทางการหรี่ตาของเขาก็ดูอันตรายอย่างยิ่ง แล้วคำพูดเมื่อครู่อีก!? นี่เจ้าแมวหันมาบริโภคเด็กน้อยตั้งแต่เมื่อไรกัน เหตุใดถึงได้มองผู้อื่นด้วยสายตาชวนเสียวสันหลังเช่นนั้น ข้าขยับตัวออกห่างจากเขาอย่างหวาดระแวง ฉินอ๋องมองข้าที่พยายามขยับหนีก็ทำเสียงขึ้นจมูกแล้วเอ่ยด้วยเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อย

“หากข้าคิดจะทำจริงๆ คิดหรือว่าเจ้าจะได้ขึ้นมาจากน้ำ หึ”

ข้าเงียบไม่พูดอะไรออกไป ก้มหน้าคิดกับตนเองด้วยความกังวลและสับสน แม้ตอนนี้ข้าจะมีความสุขอย่างยิ่งที่เจ้าแมวปากหนักได้เอ่ยบอกชอบตรงๆ เช่นนี้ แน่นอนข้าเชื่อเขาอยู่แล้ว เขาไม่เสียเวลาพูดโกหกอย่างแน่นอน เขาเลือกที่จะไม่พูดอันใดออกมาก็ได้ แต่ถ้าเขาได้พูดออกมานั่นคือความจริงแน่นอน ข้าแก้มแดง ขอบตาร้อนเหมือนจะร้องไห้ แน่นอนว่าชีวิตที่แล้วไม่มีคำสารภาพใดๆ จากปากบุรุษผู้นี้ แต่ชีวิตข้ากลับได้ยินเขาพูดเต็มปากเต็มคำ จะไม่รู้สึกดีใจก็บ้าแล้ว!

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถิด หากแต่ความรู้สึก ชอบนี้มีเพียงประเดี๋ยวประด๋าวเล่า ในวันข้างหน้าฉินอ๋องยังจะได้พบเจอคนมากหน้ามายตา พอถึงวันนั้นข้าผู้นี้ต้องกลายเป็นคนที่เขา เคยชอบอย่างแน่นอน ในชีวิตที่แล้วเขามิได้ชอบข้างั้นรึ? เปล่าเลย ข้ารู้ว่าเขาชอบข้าแม้เขาจะมิได้เอ่ยออกมาก็ตาม ในฐานะอ๋องแล้วเขาจำเป็นต้องบอกชอบคนที่มีสัมพันธ์ด้วยงั้นรึ? หากถ้าเขาไม่ชอบข้าแล้วเขาจะเข้ามาสานสัมพันธ์ด้วยหรือ? แต่มันก็แค่ชอบและชอบเพียงระยะหนึ่งของความแปลกใหม่ ข้าไม่อยากเป็นดังเช่นชีวิตที่แล้ว ข้าไม่อยากตาย

ฉินอ๋องลุกขึ้นยืนแล้วก้มมามองข้าที่ไม่เอ่ยรับใดๆ เขาพูดขึ้นมาอีกครั้ง ข้านิ่งรับฟังอย่างเงียบๆ

“ข้าชอบเจ้ามาเนิ่นนานแล้ว มิคิดจะเปลี่ยนใจ เจ้าไม่จำเป็นต้องเชื่อแต่จงดูและเปิดใจรับข้า จากนี้ไปข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าได้มั่นใจเอง”

ข้ายังเงียบต่อถ้อยคำคล้ายคำสัญญาของเขา น้ำเสียงของเขามันช่างมั่นคงและมุ่งมั่นเหลือเกิน ใจของข้านั้นเจ็บปวดและหวั่นไหวแทบจะถลายลงไปแล้วโผเข้าไปกอดเขาพร้อมตอบรับคำนั้น แต่กระนั้นข้าก็ยังกลัว กลัวอนาคตที่จะเกิดขึ้น หากมันเป็นเช่นเดิมเล่า? ข้าจะรู้ได้อย่างไร ข้าจะแน่ใจได้อย่างไร?

“จิ้งถิง ให้โอกาสข้า ให้โอกาสข้าสักครั้ง จิ้งถิง” ฉินอ๋องเอ่ยคล้ายกำลังอ้อนวอน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น ข้าเม้มปากตัวสั่นสะท้านกับคำขอร้องที่คนอย่างฉินอ๋องไม่มีวันจะเอ่ยกับผู้ใด แต่ทว่าเขากำลังเอ่ยกับข้า! เขากำลังขอร้องข้า! เนิ่นนานข้าถึงเงยหน้ามองไปเขา ฉินอ๋องยื่นมือมาแล้วเอ่ยเรียบๆ ไร้การกดดันใดๆ ต่อข้าที่ยังไม่เอ่ยรับคำพูดของเขา

“ไปเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องเดินทางทั้งวัน”

ข้ามองมือของเขาที่ยื่นมาต่อหน้า มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะเชื่อสิ่งที่เขาพูด ข้าไม่พร้อมที่จะจับมือของเขา...

  โอ๊ยยยยยยยย!!! หนุ่มหล่อเช่นนี้มาสาบานรักหนักแน่นแล้วเจ้าจะลังเลอันใดอีก รับเลย! รับเดี๋ยวนี้! หนุ่มหล่อว่าหายากแล้วแต่ทั้งหล่อทั้งรวยยิ่งอัตคัดขัดสน นี่เป็นถึงอ๋องเชียวนะ ลูกแม่ฉลาดๆ หน่อยได้หรือไม่! ยื่นมือไปซี ยื่นมือออกไปปปปปป! เจ้าลูกโงงงงงง่!

“.....”

ท่านแม่ โปรดระงับอาการด้วย! หูข้าจะแตกอยู่แล้ว!

ข้ายื่นมือไปจับมือหนาและอุ่นของฉินอ๋อง เขาดึงข้าลุกขึ้นแล้วจูงข้าเดินตามไป ข้ารีบฉวยเสื้อผ้าตัวเก่าแล้วเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ ข้าแอบเงยหน้ามองเจ้าแมวที่เดินนำก่อนจะก้มหน้าแอบอมยิ้มขำ นั่นเรียกว่าแมวหน้าบานหรือไม่? อย่าเพิ่งดีใจไปเลยเจ้าแมว ข้ามิได้ใจอ่อนให้แก่เจ้า เพียงแต่ข้าเป็นลูกที่ดีเชื่อฟังคำแนะนำของมารดาเท่านั้น จากนี้ไปข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะทำได้อย่างที่เอ่ยมาหรือไม่ ข้าจะลองคาดหวังกับเจ้าสักเล็กน้อย

ระหว่างที่เราสองคนเดินกลับไปยังค่ายพักแรมชั่วคราวนั้นข้าก็แอบเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ครั้งนี้สายตาของข้าไปปะทะเข้ากับนัยน์ตาคมเข้มของเขาพอดี ข้ากับฉินอ๋องสบตากันนิ่ง เราหยุดเดินแล้วยืนจ้องมองกันนิ่งๆ ท่ามกลางแสงจันทราสอดส่องใบหน้าของข้าที่ถูกเขาจ้องมองด้วยสายตานุ่มละมุนนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาดั่งต้องไฟ เจ้าแมวหันกลับมาจับมือของข้าแน่น ข้าเริ่มใจสั่นจ้องมองใบหน้าหล่อคมคายของเขาค่อยๆ โน้มลงมาหา ข้ากะพริบตายืนนิ่ง หัวใจยิ่งเต้นระส่ำเมื่อรู้สึกลมหายใจอุ่นๆ รินรด ข้าหลับตา เขาจรดริมฝีปากบนลงแก้ม แม้จะผิดคาดที่เขาเบี่ยงไปประทับริมฝีปากบนแก้มแต่มันก็ทำให้ข้าอายจนตัวแดงเถือกไปหมด เจ้าแมวอ้าปากขบแก้มของข้าเบาๆ ก่อนจะยืดตัวตรง เขาถอนหายใจพลางพึมพำอย่างขุ่นเคืองใจเล็กๆ

“ยังเด็ก!

 

 

 






ว้ายยยยยย! ตอนนี้ยาวจริงๆ ตอนแรกกะจะตัดตั้งแต่อาบน้ำแหละ

แต่ว่าตั้งใจไว้แล้วว่าตอนนี้จะให้ท่านอ๋องแมวเซาแสดงเจตจำนงที่โดนปฏิเสธให้ได้

อะแฮ่ม ผู้แต่งมิได้ถูกยัดสินบนเป็นปลาย่างแต่อย่างใด ไม่มี๊

หึๆ เป็นไงเล่า คิดว่าท่านจะถอยรึ? โนนนนน ท่านไฟต์นะจ้ะ ขอบอก ไฟต์แรงมาก 5555

คิดจะสร้างเส้นกั้นเรางั้นรึ หึ เราจะถลายมันเอง! //ฉินอ๋องมิได้กล่าวไว้ มโนล้วนๆ

ไม่มีใครโผล่มาทำลายซีนของท่านเลย แน่ละ ตั้งแต่ถิงถิงลงอาบน้ำ

เชื่อว่าท่านทำการปิดกั้นผู้คนออกไปแล้วอย่างแน่นอน เหล่าลูกน้องก็รู้เห็นเป็นใจสุดๆ

และให้ท่านได้แค่แก้มไปก่อนค่ะ ถิงถิงยังเด็กอยู่ //ไม่เด็กแล้วนะ!---เสียงของคนอ่านผู้ใจร้อน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.397K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25510 sunflowerrrr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 02:21
    เบาได้เบาทั้งแม่ทั้งลูกเขยเลย55555555555
    #25,510
    0
  2. #25478 ❀;than (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:19
    ท่านแม่ต้องใจเย็นก่อน ว่าที่ลูกเขยยังพูดเลยว่าลูกท่านแม่ยังเด็กนัก
    #25,478
    0
  3. #25405 NEPTUNEL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:27
    ท่านแม้55555555
    #25,405
    0
  4. #25327 Maylyunho (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 12:14
    ฮื่อออ อ่านมากี่รอบแล้วก็ยังเขิน
    #25,327
    0
  5. #25212 TaiyoTsuki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 13:27
    รักเอเนอร์จี้ท่านแม่มากๆ55555
    #25,212
    0
  6. #25199 moontae_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 21:07
    อ่านๆอยู่ ประโยคบอกชอบมา ข้าโยนโทรศัพท์เลยขอรับบบบบ
    #25,199
    0
  7. #25060 ChLoE. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 16:48
    ท่านแม่ก็คือกัปตันเรือเลย5555555
    #25,060
    0
  8. #25055 bluesky10400 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 20:35
    โอ๊ยยย ขอบคุณท่านแม่ ไม่งั้นไม่ได้จับมือแน่
    #25,055
    0
  9. #25013 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 03:12
    ฉากบอกชอบนี่คือคิดไม่ถึงจริง นึกว่าจะแากหนักคีฟคูลเปนคาแรกเตอร์ คาดเดามิได้เลยจริงๆ
    #25,013
    0
  10. #25008 Secr3t-Key (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 01:37
    ตำนวดขาาาาาาาาา มีคนโรคจิตดูเด็กน้อยอาบน้ำ
    #25,008
    0
  11. #24957 jinhaana (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 23:53
    ชอบท่านแม่จริง ๆ นะ ท่านแม่ดูมีพลังบวกเยอะดี55555
    #24,957
    0
  12. #24921 ดอกไม้และสายรุ้ง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 21:03
    ท่านแม่คือยืนหนึ่ง หล่อรวยไม่ได้มีมาบ่อยๆอ่าเนอะ5555
    #24,921
    0
  13. #24915 Nice (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 22:41

    เเขิลวุ้ยยยยย

    #24,915
    0
  14. #24780 kimleehyun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 01:32
    หอมแก้มมัดจำไว้ก่อน
    #24,780
    0
  15. #24739 namjrn_19 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 09:54
    เขินนนน
    #24,739
    0
  16. #24663 molyarat (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:51
    อร้ายยยยเขิน
    #24,663
    0
  17. #24599 R.quartz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 16:51
    ไม่เด็กค่ะ!!! ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุแต่มันขึ้นอยู่กับใจคน!

    จะว่าไปแล้วน้องหมิงล่ะ🧐
    #24,599
    0
  18. #24509 pupe. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:51
    ชาติที่แล้วท่านอ๋องถามอะไรน้อง แล้วน้องไม่ตอบ ท่านแม่คือชาวเราแน่นอน หัวหน้าแม่ทัพเรือ 5555555555 พลังอีกอย่างของยัยน้องนี่คือ น้องท้องได้รึเปล่า
    #24,509
    0
  19. #24423 PirawanBoonnuam (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:02
    😳😳😳😳😳😳
    #24,423
    0
  20. #24370 Fueled me (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:52
    มือหงิกมืองอหมดแร้วอิพี่
    #24,370
    0
  21. #24340 AnuthidaNavapuk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 19:51
    กินเด็เป็นอมตะนะท่านอ๋อง
    #24,340
    0
  22. #24328 Nadia. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 11:21
    55555555
    #24,328
    0
  23. #24277 meelee2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:37

    หูยยยย
    #24,277
    0
  24. #24180 charlie831 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 15:09
    ท่านอ๋อง ท่านจะงานดีเกินไปแล้วนะเจ้าคะ
    #24,180
    0
  25. #23955 munkrishear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 03:05
    ยังเด็กกกกกก ใช่ ท่านอ๋องงงง ยังกินน้องไม่ได้น้าาา
    #23,955
    0
  26. #23465 pearrysis (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:20

    จับมือกับท่านแม่แล้วเดินขึ้นเรือไปด้วยกัน เราจะพายไปด้วยกันนะท่านแม่ คิ้กค้ากก!!5555
    #23,465
    2
    • #23465-1 kallmelnwz(จากตอนที่ 15)
      2 พฤศจิกายน 2562 / 12:31
      ท่านอ๋องข้าจะบอกให้ ถึงตัวอาถิงจะเป็นเด็ก แต่จิตวิญญาณเขานั้นเป็นผู้ใหญ่
      #23465-1
    • #23465-2 supani_k(จากตอนที่ 15)
      2 พฤษภาคม 2563 / 15:21
      ชื่อของเขาคือออ!!!!
      #23465-2