เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 112 : ตอนที่ ๑๐๓ มื้อเย็นของสมาชิกตระกูลเยว่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    17 ก.พ. 64

“นายน้อยยยยยยย”

เสี่ยวจีตะโกนเสียงดังพร้อมกับห้อตะบึงวิ่งเข้ามา ใบหน้าแต้มรอยยิ้มสดใส หยุดยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะยืดอกขึ้นเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ

“ข้าเชื่ออยู่แล้วว่านายน้อยจะต้องผ่านการทดสอบแน่!”

ข้าพยักหน้ารับพลางหัวเราะแผ่วเบา เอ็นดูเจ้าไก่ตัวน้อยที่เชิดหน้ายืดอกพยายามอวดโอ่ผู้อื่นอยู่ 

หลังจากที่เยว่ซิงประกาศผลการทดสอบที่ทำให้ข้างุนงงจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นางก็พาข้ากลับไปยังห้องทำงานของรองหัวหน้าสำนักยุทธ์จันทร์หลบ อาจารย์ไป๋ผู้นั้นกำลังนั่งหลับ ในมือถือพู่กันอยู่ พวกเราพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่ข้าจะถูกปล่อยตัวออกมาอย่างรวดเร็ว 

เยว่ซิงเป็นคนมาส่งถึงข้างล่างหอคอย

“แล้วเจอกันมื้อเย็น” นางบอกลาเช่นนั้นแล้วเดินออกไป ชั่วพริบตาก็หายลับไปจากสายตา แล้วข้าก็ได้พบกับเสี่ยวจี

พวกเราทั้งสองค่อยๆ เดินเท้าลงบันไดหลายร้อยขั้น ไม่เร่งไม่รีบ พอนึกถึงยามทดสอบที่ต้องเร่งฝีเท้าสุดชีวิตแล้วนั้นพานให้ขาล้าขึ้นมาในทันที ถึงจะใช้พลังเยว่ตี้ฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ แต่ภายในจิตใจก็คงจดจำอาการเหนื่อยเจียนอ้วกนั้นได้เป็นอย่างดี ข้ายกมือลูบอกลดหวังลบอาการพะอืดพะอม ระหว่างนั้นก็ฟังสิ่งที่เจ้าเด็กน้อยเล่า  

“ตอนที่ข้าทำการทดสอบแทบจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอย่างไร จำได้เพียงแค่ร้องไห้ไม่หยุดอยู่ครึ่งชั่วยามแน่ะขอรับ” 

ข้าอดที่จะพยักหน้าเข้าใจมิได้ ข้าอาจจะมิได้เสียน้ำตา แต่กล่าวได้อย่างมั่นใจเลยว่าจะไม่มีทางลืมการทดสอบที่เหนื่อยแทบอาเจียนเช่นนี้เป็นแน่

“นายน้อยทำการทดสอบได้ไวมาก ส่วนใหญ่คนเข้าทำการทดสอบใช้เวลาเป็นวันเชียวนะขอรับ”

“ขนาดนั้นเลยหรือ?” ข้าทวงอย่างสงสัย เสี่ยวจีพยักหน้ายืนยัน สีหน้าจริงจัง ไม่มีล้อเล่น 

“จริงแท้ขอรับ ตัวข้าเองก็ใช้เวลาเกือบค่อนวัน แค่วิ่งขึ้นลงบันไดหน้าสำนักก็กินเวลาไปหลายชั่วยามแล้ว สุดท้ายผู้คุมสอบกลับบอกว่าใช้พลังปราณได้ ทำเอาข้าปวดใจนัก ผู้คุมสอบลืมหรือตั้งใจไม่บอกก็ไม่รู้”

“อ่า ข้าก็มิได้ใช้พลังปราณ”

เรื่องนี้เหมือนจะโดนกันถ้วนหน้าสินะ โดยเฉพาะคนซื่อๆ ข้าได้แต่ถอนหายใจปลงตก เอาเถอะ ถึงบอกว่าให้ใช้พลังปราณได้แต่ข้าก็ใช้ไม่เป็นอยู่ดี เสี่ยวจีหัวเราะออกมาเมื่อเอ่ยถึงเรื่องผู้เข้าทดสอบส่วนใหญ่ที่โดนกลอุบายนี้ มีส่วนน้อยที่รู้ทันอุบายนี้แล้วใช้พลังปราณช่วย

“แต่การใช้พลังปราณก็นับว่าเป็นอุบายซ้อนอีกชั้นหนึ่งนะขอรับ”

“หือ?” ข้าเริ่มสนใจมากขึ้น เสี่ยวจีก็ขยายยิ้มกว้าง

“ก็ถ้าไม่ชำนาญพลังปราณจริงๆ แทนที่จะประหยัดจะกลายเป็นว่าเผาผลาญมากกว่าเดิม ในภาวะการทดสอบที่กดดันการตั้งสติระมัดระวังเป็นเรื่องยาก บางคนเผลอใช้พลังปราณมากเกินไปอาจส่งผลให้เหนื่อยล้ากว่าไม่ได้ใช้”

“อืม เป็นเช่นนี้นี่เอง”

“ข้าฟังจากพวกผู้ใหญ่พูดกัน ด่านนี้ทุกคนจะทดสอบเหมือนกันหมด เพื่อดูนิสัยพื้นฐานของแต่ละคนพร้อมๆ กับทดสอบพลังกายพลังปราณน่ะขอรับ”

ข้าพยักหน้าเห็นด้วย ลองมาพิจารณาจากที่เสี่ยวจีเล่าแล้ว ด่านนี้แบ่งออกได้สองประเภทใหญ่ๆ คนที่วิ่งโดยไม่ใช้พลังปราณนับว่าเป็นคนใจร้อน เถรตรง ยึดติดระเบียบ ตรงกันข้ามกับอีกพวกที่ใช้พลังปราณช่วย กลุ่มนี้น่าจะจัดอยู่ในประเภทใจเย็น มองเห็นภาพกว้างและคิดนอกกรอบ ซึ่งข้ากับเสี่ยวจีนิสัยก็เข้ากับพวกกลุ่มแรกนั่นจริงๆ

“นายน้อยเข้ามากลางคันเช่นนี้ย่อมมีครูฝึกพิเศษแน่ๆ ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดหรือ?”

“หึๆ เจ้าลองเดาดูสิ”

“อ่า ไม่ใช่ท่านเยว่เฟิงแน่นอน รายนั้นไม่น่าสอนผู้ใดได้พอๆ กับท่านเยว่เมิ่ง เอ๊ย! ข้ามิได้หมายถึงพวกเขาไม่มีความสามารถ ท่านทั้งสองเก่งกาจจริงๆ เพียงแต่มีนิสัย...เอ่อ นะ-นิสัยพิเศษกว่าผู้อื่นเล็กน้อย” เสี่ยวจีที่พยายามคาดเดาสะดุ้งโหยงเมื่อเผลอเผยความในใจออกมา เด็กน้อยรีบโบกแก้ต่างด้วยท่าทางตลกๆ ข้าหัวเราะออกมาอย่างอดมิได้

“มันเป็นเรื่องจริง เจ้าไม่ต้องกังวลขนาดนั้น”

ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านตาเยว่เมิ่งนั้นนิสัยไม่น่าจะเป็นครูบาอาจารย์ผู้ใดได้ หากมีลูกศิษย์จริงคนผู้นั้นก็น่าสงสารแย่

“จะว่าไปท่านอาจารย์ไป๋ก็เป็นศิษย์ของท่านเยว่เมิ่งนี่นะขอรับ”

“.....”

น่าสงสารจริงด้วย!

“ท่านอาจารย์ไป๋ก็มิน่าจะใช่ งานเยอะจนมิได้หลับมิได้นอนเช่นนั้นคงไม่มีเวลาฝึกฝนให้ผู้ใด เอ ศิษย์พี่คนอื่นๆ ก็ออกไปทำภารกิจกัน ถ้าเช่นนั้นก็คงจะเหลือแค่...ท่านเยว่ซิงกระมัง”

“โอ้ เจ้าคาดเดาได้แม่นมาก” 

ระหว่างที่เยว่ซิงเดินลงมาส่งก็ได้บอกว่าตัวนางได้รับมอบหมายให้เป็นครูฝึกของข้า ข้าแปลกใจไม่น้อยทีเดียว สตรีเช่นนางถึงกับเป็นครูฝึกได้เชียวหรือ? ฝีมือย่อมยอดเยี่ยมมากแน่ 

พอเฉลยออกไป ปฏิกิริยาของเสี่ยวจีกลับรุนแรงยิ่ง ทำให้ข้างุนงงและเริ่มมีสังหรณ์ในใจ 

“ครูฝึกของนายน้อยคือท่านหญิงเยว่ซิงจริงๆ หรือขอรับ!?” เสี่ยวจีผงะตกใจก่อนจะใบหน้าเด็กน้อยจะซีดเผือด ร่างกายเล็กๆ แม้ต้านลมก็ไม่สั่นไหวแต่ตอนนี้กลับสั่นพั่บๆ อย่างไม่รู้ตัว ข้าพยักหน้ารับช้าๆ พลางขมวดคิ้วสงสัย 

“ใช่ นางกล่าวเช่นนั้น”

“อ่า” เสี่ยวจีมองมาที่ข้าราวกับไว้อาลัยให้แก่สหายผู้ล่วงลับ ทำเอาข้าใจไม่ดี

“เยว่ซิงไม่ดีหรือ?”

“เปล่านะขอรับ! เป็นเรื่องน่ายินดี ท่านหญิงเยว่ซิงมีฝีมือ ผู้ใดถูกนางฝึกฝีมือจะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วยิ่ง”

...แต่ท่าทางของเจ้าดูไม่น่ายินดีสักเท่าไรนะ?

เสี่ยวจีพูดไป สีหน้าพรั่นพรึงหวาดกลัว ท่าทางเกินเหตุนั้นทำให้ข้าระแวงบ้างแล้ว ข้าหรี่ตามองอีกฝ่าย ไม่ไว้ใจ

“จริงๆ ขอรับนายน้อย! ข้ากล้าสาบานเลยว่าท่านหญิงมีฝีมือมาก เป็นสหายร่วมรบที่ดี ถ้าได้อยู่ในกลุ่มภารกิจเดียวกันก็อุ่นใจมากๆ แต่ว่าหากเป็นครูฝึกแล้วละก็…” เสี่ยวจีค่อยๆ พูดเสียงเบาจนหยุดเว้นวรรคไปอยู่นาน ก่อนจะหันมามองหน้าข้าพลางยกยิ้มที่เกร็งไปทั้งร่างกาย

“หากเป็นครูฝึกละก็เรียกว่าเป็นฝันร้ายเลยขอรับ!”

“ฝันร้ายหรือ!?”

“สามเดือนราวกับตกนรกทั้งเป็น” พูดเสร็จเสี่ยวจีที่เดินๆ อยู่ก็มีอาการหายใจติดขัด ทุกข์ทรมานขึ้นมาฉับพลัน สีหน้าขาวไร้สีเลือด ข้าตกใจทำอะไรไม่ถูก ไม่นานเสี่ยวจีก็กลับมาหายใจปกติก่อนจะหันมาเอ่ยเสียงเบาด้วยใบหน้าชุ่มเหงื่อไร้สีสันของชีวิต

“พอคิดถึงอดีตที่เคยผ่านการฝึกนั้นมาก็...อะแฮ่ม ประทับใจ ไม่รู้ลืมเลย”

“....”

“นายน้อยขอให้รอดปลอดภัยนะขอรับ”

“!!!?”

“นายน้อยพักผ่อนได้ตามสบายนะขอรับ ข้าจะมาหานายน้อยก่อนมื้อเย็นประมาณหนึ่งเค่อ”

เสี่ยวจีพากลับมายังห้องส่วนตัว เอ่ยทิ้งท้ายประโยคหนึ่งแล้วผละจากไปร่ำเรียนต่อ ปล่อยให้ข้ายืนเคว้งคว้างกับคำอวยพรที่เหมือนจะเป็นคำขู่เสียมากกว่า เยว่ซิงคนนั้นเป็นครูฝึกที่โหดขนาดไหนถึงทำให้คนคนหนึ่งพอนึกถึงก็ออกอาการหวาดกลัวได้ขนาดนั้น

ข้าจะไม่คิดมากเลยหากมิใช่เสี่ยวจีเป็นคนพูด และมีอยู่อึดใจหนึ่งในตอนทดสอบที่ข้าสัมผัสได้ถึงความโหดร้ายในตัวเยว่ซิงคนนั้นได้ ไม่หรอก นี่อาจจะเป็นการรับน้องใหม่อย่างแน่นอน ขู่ให้กลัวไปอย่างนั้น จริงๆ แล้วไม่มีอันใด! 

ฮ่าฮ่าฮ่า ต้องเป็นเช่นนั้นแน่

ข้าหัวเราะ ส่ายหน้าไม่ใส่ใจ เพียงครู่หนึ่งก่อนจะยกมือนวดขมับที่เหมือนจะเริ่มปวดจี๊ดๆ ขึ้นมา เฮ้อ เนิ่นนานข้าถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง เมื่อเช้าถูกท่านทวดพาตัวไปตั้งแต่เช้ามืด งีบสักหน่อยหัวคงจะโล่งขึ้น ข้าจัดการถอดเสื้อผ้าให้เหลือเพียงตัวในสุดแล้วกระโจนขึ้นเตียงนอนทันที

 

*

 

ข้างีบไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ไม่เร่งรีบจะลุกจากเตียง กลิ้งเกลือกอยู่หลายรอบ ประตูก็มีเสียงคนเคาะดังขึ้น เป็นเสี่ยวจีที่มาตามตัวไปร่วมรับประทานมื้อเย็นนั่นเอง ข้าลุกขึ้นจากเตียงแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปฏิเสธมิได้ว่ากำลังกังวลใจกับการพบหน้าเหล่าญาติพี่น้องทางฝั่งมารดา จินตนาการไม่ออกเลยว่าแต่ละคนจะเก่งกาจน่ากลัวกันเพียงใด

ใช้เวลาไม่นานข้าก็เดินตามเสี่ยวจีไปยังห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ตระกูลเยว่ ข้ากำมือทั้งสองข้างที่มีเหงื่อผุด มือทั้งสองเหนียวเหนอะไปหมด ข้าแอบเช็ดมือกับเสื้อ ก่อนจะพยายามสงบใจที่เต้นโครมครามแทบจะกระโดดออกมานอกอก 

ไม่เป็นไรๆ ข้าต้องทำได้!

“นายน้อย เชิญขอรับ” เสี่ยวจีเปิดประตูแล้วเผยมือเข้าไปข้างใน ข้ากลืนน้ำลาย เม้มปาก ลูบหน้าอกเบาๆ แล้วตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในห้อง เสี่ยวจีขยับตัวเดินจากไป ปล่อยให้ข้ายืนอยู่หน้าห้องโถงนั้นผู้เดียว ชั่วอึดใจนั้นข้าเผลอกลั้นลมหายใจอย่างไม่รู้ตัว

ในห้องนั้นมีโต๊ะไม้กลมขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้องโถง รูปแบบการตกแต่งนั้นยังคงเน้นไปที่เรียบง่ายและงดงาม ที่ทำให้ข้าหยุดฝีเท้ามิใช่ความโอ่อ่าของห้องโถงแห่งนี้ แต่เป็นเด็กหนุ่มชุดแดงที่นั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะอาหารต่างหาก ใบหน้าของเขางดงามมาก ดวงตาโตๆ คู่นั้นราวกับจะมีแสงเปล่งประกายออกมา เป็นดวงตาที่สวยและโดดเด่น 

“เจ้า! เยว่จิ้งถิง?” 

พอเห็นข้า เด็กหนุ่มคนนั้นก็กระโดดลุกขึ้นทันที เขาส่งเสียงออกมาอย่างกระตือรือร้นพร้อมกับส่งยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรมาให้ รอยยิ้มสดใสราวกับฤดูร้อนยิ่งทำให้เด็กหนุ่มงดงามเจิดจ้า ทำให้ข้านึกถึงหมิงอิงขึ้นมา ถึงอย่างนั้นก็เถิดแต่ทั้งสองก็ต่างกัน คนคนนี้เป็นคนที่เจิดจ้าสดใสร้อนแรง แต่หมิงอิงนั้นสว่างไสวอบอุ่นนุ่มนวล

“อ่า ใช่ ข้าคือจิ้งถิง แล้วเจ้าเล่า?”

“ข้าเยว่จิ่ว! นับตามศักดิ์ก็เป็นท่านอาของเจ้า แต่อย่าเรียกท่านอาเลย ข้าอายุมากกว่าเจ้าเพียงปีเดียวเอง เรียกว่าจิ่วเกอก็ได้ ส่วนเจ้าข้าจะเรียกว่าจิ้งถิงก็แล้วกัน ได้หรือไม่?”

“อืม ตามสบาย”

ข้าตกใจกับญาติคนใหม่ที่ได้รู้จัก เขามีท่าทางสนิทสนมกับข้าราวกับรู้จักกันมาตั้งแต่เกิด เยว่จิ่วกวักมือเรียกให้ข้ามานั่งข้างๆ ข้าเกรงใจไม่น้อยแต่สุดท้ายก็นั่งลงจนได้ เยว่จิ่วกล่าวว่าที่นั่งไม่มีผู้ใดจอง อยากนั่งตรงไหนก็นั่งได้เลย ข้าถึงสบายใจขึ้นมาหน่อยที่มิได้แย่งที่ผู้ใดนั่ง เยว่จิ่วชวนข้าคุยไม่หยุด เป็นเขาที่เป็นฝ่ายพูด ส่วนข้าทำได้เพียงพยักหน้ารับและส่งเสียงอืออารับ เด็กหนุ่มคนนี้เป็นมิตรกับคนอื่นได้ง่ายมาก มนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ข้าชอบมากินร่วมมื้อเย็นนะ มันสนุกมากเลย!”

สนุก? กินข้าวเย็นน่ะหรือสนุก? 

ข้าได้แต่สงสัย เยว่จิ่วยิ่งหัวเราะร่วน ไม่นานจากนั้นเยว่ซิงก็มาพร้อมกับสตรีเต็มวัยผู้นั้น หน้าของทั้งสองคล้ายกันมาก ข้าคาดเดาว่าพวกนางน่าจะเป็นมารดากับบุตรสาว เยว่ซิงนั่งลงแล้วยกยิ้มมองมาที่ข้า ข้ายิ้มตอบก่อนจะลุกขึ้นโค้งตัวคำนับทักทายผู้หลักผู้ใหญ่ก่อน สตรีนางนั้นเปรยหางตามามองเพียงแวบเดียว ก่อนจะหลับตาลงไม่สนใจ ข้าหายใจแวบ นั่งลงไม่เอ่ยอะไรอีก

“นี่ท่านแม่ของข้า เยว่ซิน นับตามศักดิ์แล้วก็เป็นท่านยายคนหนึ่งของเจ้า” เยว่ซิงบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ มิได้แปลกใจหรือข้องใจใดๆ กับท่าทีเย็นชาของมารดา ข้าพยักหน้ารับรู้แต่ก็มิได้เอ่ยอันใดออกไป 

“ท่านแม่ให้ข้าช่วยนวดต้นคอให้หรือไม่?”

อยู่ๆ เยว่จิ่วก็โพล่งขึ้นมาแทรกบรรยากาศอึดอัด ข้ากะพริบตาปริบๆ มองเยว่จิ่วที่ฉีกยิ้มจนตาปิดสลับกับมองเยว่ซิงไปที่มองมาด้วยใบหน้าคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ อะไรน่ะ ท่านยายเยว่ซินเป็นมารดาของเยว่จิ่ว ถ้าเช่นนั้นเยว่จิ่วก็ต้องเป็นน้องชายของเยว่ซิงน่ะสิ! ลูกสาวเหมือนมารดาแต่ลูกชายกลับไม่เหมือนเลย 

“อะไร?” ท่านยายเยว่ซินลืมตาขึ้นมาด้วยสีหน้าแบบช่วยมิได้ เหลือบสายตามามองบุตรชายที่ยิ้มแป้น นางเอ่ยถามกลับอย่างไม่เข้าใจ นั่นสิ อยู่ๆ ก็พูดจะนวดต้นคอให้ เป็นผู้ใดก็ต้องงง

“อ้าว ข้าเห็นคอของท่านแม่ขยับไม่ได้ ก็นึกว่าคอเคล็ดเลยเอาแต่กลอกลูกตาไปมาเช่นนั้น”

“เยว่จิ่ว!” ท่านยายเยว่ซินถลึงตา หันขวับมาตวาดใส่บุตรชาย สีหน้าขุ่นเคือง

“ฮ่าฮ่าฮ่า! คอท่านกลับมาหันได้ปกติแล้วท่านแม่ ดียิ่ง!”

ระ-ร้ายมาก! 

ข้าแทบจะลุกไปคำนับจิ่วเกอเกอ! วาจาแหลมคมแต่ใบหน้านั้นยิ้มสดใส นับถือๆ! แม้จะโดนตวาดและถูกมองด้วยสายตาพิฆาตจากมารดา แต่เยว่จิ่วก็ยังคงรักษารอยยิ้มพิมพ์ใจไว้ได้เหมือนเดิม ส่วนเยว่ซิงก็นั่งมองราวกับเป็นคนนอก ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับตนเอง ก่อนที่จะมีรายการมารดาสั่งสอนบุตรท่านลุงเยว่เซิงก็เดินเข้ามาในห้องโถง

ใบหน้าน่ามองนั้นประดับรอยยิ้มอ่อนโยนเป็นเอกลักษณ์ ข้างๆ เป็นหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มละมุนเดินเคียงข้างกันมา และด้านหลังของท่านลุงเป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ข้าเพ่งสายตาไปมองเพื่อให้แน่ใจ เยว่เฟิงคนนั้นกำลังหลับตาเดินมาจริงๆ ด้วย ท่าทางมิใช่หลับไว้เฉยๆ แต่มันเป็นการนอนหลับเลยต่างหาก แอบเห็นท่านลุงเยว่เซิงจูงแขนเสื้อบุตรชายให้เดินตามมาด้วย และแล้วทั้งสามก็เข้ามานั่ง ท่านลุงเยว่เซิงแนะนำภรรยาและบุตรชายของเขาให้แก่ข้า พวกเราทักทายกันอย่างเป็นกันเอง เฉพาะข้ากับภรรยาของท่านลุงเยว่เซิงนะ เพราะเยว่เฟิงคนนั้นยังไม่ตื่น! 

เหลือเก้าอี้เพียงสองตัว คงจะเป็นท่านตาเยว่เมิ่งและท่านทวดเยว่ไฉหลาง 

“หลานรัก~ คิดถึงท่านตาผู้นี้หรือไม่!?” ท่านตาเยว่เมิ่งตะโกนเสียงดังมาตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้ามา ข้าเม้มปากท่ามกลางสายตาเอือมระอาของทุกคนที่นั่งอยู่ ท่านตาเยว่เมิ่งพุ่งตรงมาที่ข้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอุ้มข้าขึ้นกอดรัดแน่นแทบจุก พร้อมทั้งพูดพร่ำพรรณนาเรื่องต่างๆ พร้อมกับบ่นนู่นนี่ไม่หยุด ข้าทำได้แต่พยักหน้ารับอย่างอ่อนใจ 

“หนวกหู” ท่านยายเยว่ซินพึมพำต่อว่าออกมา สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจนไม่ปิดบัง แต่ท่านตาเยว่เมิ่งก็ไม่ได้สนใจ

“ท่านพ่อ อีกห้าก้าวท่านปู่จะมาถึงแล้วนะขอรับ” ท่านลุงเยว่เซิงเอ่ยเตือนขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทำให้ท่านตาเยว่เมิ่งที่พยายามขยี้หัวข้าหยุดชะงักแล้วกระโดดพรวดไปนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ข้า ไม่ลืมจะดึงข้านั่งลงไปด้วย 

เพียงชั่วพริบตาก่อนที่ข้าจะเห็นท่านทวดเดินเข้ามา ทุกคนก็นั่งเรียบร้อยพร้อมรับประทานอาหาร ใช่ รวมถึงเยว่เฟิงคนนั้นก็ตื่นมานั่งตาใสแล้วเช่นกัน โอ้โห เป็นสถานการณ์ที่ข้าไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี แต่ละคน... 

ท่านทวดเยว่ไฉหลางเดินเข้ามานั่งลงหลังตรงก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ

“เริ่มได้”

ท่านลุงเยว่เซิงยกมือขึ้นแล้วดีดนิ้วเสียงดัง ประตูห้องโถงค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับแถวของคนรับใช้ที่ยกจานอาหารเข้ามา ข้ามองจานอาหารเหล่านั้นด้วยความทึ่ง มันน่ากินมาก! ท่านลุงเยว่เซิงหันมายิ้มให้ ข้ารีบสงวนท่าทางอย่างรวดเร็ว

“ก่อนจะเริ่มทานข้าวเย็น ตระกูลเยว่ของเรามีธรรมเนียมหนึ่งที่ปฏิบัติกันมายาวนาน สมาชิกทุกคนสามารถพูดอันใดกับผู้ใดก็ได้ ไม่จำกัดความยาว เรื่องอะไรก็ได้เช่นกัน วันนี้ตระกูลเรามีสมาชิกคนใหม่มาเข้าร่วมด้วย ดังนั้นวันนี้ลำดับแรกจะมอบให้สมาชิกคนใหม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ” ท่านลุงเยว่เมิ่งกล่าวออกมาก่อนจะพยักหน้าให้ข้า ข้าอดจะประหม่ามิได้ ไม่รู้เลยว่ามีธรรมเนียมเช่นนี้ด้วย แล้วข้าจะต้องพูดอย่างไร พูดเรื่องอะไรดี!?

“เอ่อ ข้า เยว่จิ้งถิง นับแต่นี้ไปฝากตัวด้วยนะขอรับ” พูดจบข้าก็รีบนั่งลงทันที แก้มแอบร้อนๆ ท่านตาเยว่เมิ่งปรบมือเสียงดังกลบเสียงอื่นๆ จนมิด ข้ายิ่งรู้สึกอายกว่าเดิม ก้มหน้ามองลายผ้าปูโต๊ะ 

“ต่อไปเป็นข้า!” ท่านตาเยว่เมิ่งลุกขึ้นทันที ไม่รอให้ใครพูดอะไรได้ “ยินดีต้อนรับหลานชายที่น่ารักของข้า หากมีผู้ใดหรือ ‘ยายแก่’ ที่ไหนรังแกให้มาบอกทันที ตาผู้นี้จะจัดการมันเอง!” 

ข้าไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ตอนท่านตาเยว่เมิ่งพูดถึงยายแก่ เขาเน้นเสียงหนักพร้อมกับถลึงตาใส่ท่านยายเยว่ซินที่เชิดหน้าจ้องกลับอย่างท้าทาย ข้ามองภาพนั้นแล้วเริ่มตั้งข้อสงสัย หรือตระกูลเยว่เองก็มีปัญหาคนในตระกูลไม่ลงรอยกัน เฮ้อ ข้านึกว่าตระกูลเยว่จะไม่มีเรื่องอะไรพรรค์นี้เสียอีก จากนั้นก็เป็นภรรยาของท่านลุงเยว่เซิงที่เอ่ยต้อนรับข้าอย่างอารี ข้าซาบซึ้งอบอุ่นอยู่ในอก นางเป็นสตรีที่เหมาะสมกับท่านลุงเยว่เซิงผู้อ่อนโยนจริงๆ

ท่านยายเยว่ซินลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้อ ประกาศเสียงดังก้อง 

“ขอแจ้งอย่างเป็นทางการ เยว่เมิ่งได้หยุดงานไปโดยมิได้แจ้งสาเหตุ นานสามเดือนติดต่อกัน โถงสวัสดิการจะงดมอบเงินเดือนสามเดือน งดเงินตอบแทนพิเศษหนึ่งปี และลดฐานเงินเดือนลดเหลือเก้าในสิบส่วนของของเดิม” 

ท่านตาเยว่เมิ่งผงะเกือบตกเก้าอี้ ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาเยาะเย้ยของอีกฝ่ายก็ลุกขึ้น ยกนิ้วชี้หน้าอีกฝ่าย

“เจ้าใช้อำนาจโดนมิชอบ!”

“โชคดีแค่ไหนที่ไม่โดนไล่ออก ไม่มีประโยชน์เอาแต่กินเงินเดือนเปล่าๆ สำเหนียกตัวเองเสียบ้าง” ท่านยายเยว่ซินเค้นเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะเชิดหน้าใช้หางตามองไปยังท่านตาเยว่เมิ่งแล้วถากถางยาวเหยียด ท่านตาเยว่เมิ่งกัดกรอด เถียงอะไรมิออก ได้แต่จ้องท่านยายเยว่ซินอย่างน่ากลัว บรรยากาศเริ่มร้อนระอุจนข้าแทบหายใจมิออก แอบมองไปรอบๆ โต๊ะก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีใครหยุดยั้งสงครามประสาทของทั้งสอง 

คนข้างๆ ข้า เยว่จิ่วกำลังวุ่นวายกับการแอบหยิบน่องไก่กิน ปากของเขามันแผล็บ

ท่านลุงเยว่เซิงกระแอมไอ ลดอุณหภูมิในห้องลง เขาลุกขึ้นเผยยิ้มดูที่ดูพึ่งพาได้ออกมา จับแยกทั้งสองคนที่แทบจะกระโจนตีกันบนโต๊ะ แล้วดึงสถานการณ์ให้กลับมาที่เดิม คนต่อไปข้าหวังว่าจะยุติบรรยากาศไม่ปลอดภัยนี่ได้นะ 

อ่า คนต่อไปเป็นท่านลุงเยว่เซิงอย่างนั้นรึ? ข้ารู้สึกวางใจ...

“สมน้ำหน้าตาแก่เอ๊ย! ทำตัวเป็นเด็กๆ อายุเท่าไรแล้วมิทราบ ทำตัวบัดซบเช่นนี้ผู้ใดจะเคารพ ทิ้งภาระให้คนอื่นทำแทน แล้วใครมันจะไปทำให้เล่า มิใช่ข้าคนนี้หรือ? เป็นบุตรมิใช่ทาส กี่ครั้งแล้วที่ทำแบบนี้ ไม่ขอทนอีกแล้ว ข้าปลดแอกเป็นไทนับตั้งแต่นี้ไป! และขอเสนอให้ลดฐานเงินเดือนของเยว่เมิ่งให้เหลือเจ็ดในสิบส่วน งดให้เงินพิเศษสามปี!”

ตูม! ระเบิดลูกใหญ่กว่าเดิมถูกโยนลงกลางวง ข้าผงะตกใจมองท่านลุงเยว่เซิงที่ไม่มีรอยยิ้มอ่อนโยนใดๆ หลงเหลือ มีแต่ความเกรี้ยวกราดดุร้าย เยว่จิ่วที่กำลังกินน่องไก่ถูกใจถึงขนาดหัวเราะออกมาดังลั่น เขาปรบมือส่งเสียงโห่ร้องออกมา ก่อนจะกระโดดร่วงวงศึกครั้งนี้ด้วยการยกมือขึ้นสนับสนุน

“ข้าเห็นด้วย!”

“บัดซบ! ไอ้ลูกไม่รักดี!” 

ท่านตาเยว่เมิ่งที่อึ้งอยู่นานก็ตั้งสติกลับมาได้ เขาตบโต๊ะดังปัง โต๊ะไม้สะเทือน จานอาหารที่วางอยู่ลอยขึ้นกลางอากาศ ระหว่างนั้นก็มีคนฉวยโอกาส เยว่เฟิงยื่นมือออกมาหยิบจานที่เขาเล็งเอาไว้แล้วโยนกลับไปด้านหลัง เก็บเข้ามิติของเขาด้วยความเร็วประดุจเทพเซียน พอจานหล่นลงมาบนโต๊ะอาหารก็หายวับไปเกือบครึ่งโต๊ะ ข้าหันไปมองใบหน้าขโมยที่นั่งนิ่งราวกับเข้าฌาน ราวกับว่าเมื่อครู่มิได้เกิดอันใดขึ้นเลย

“ท่านพ่อท่านพูดไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรอีกนะขอรับ” ท่านลุงเยว่เซิงนั่งลงอย่างใจเย็น ไม่สนใจท่าทางโกรธแทบกินหัวของบิดาเลยสักนิด เขาเอ่ยเตือนพร้อมกับหัวเราะแผ่วเบาแล้วแย้มยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน อ่อนโยน? ครานี้ข้าขอทบทวนให้ดีก่อนก็แล้วกัน 

ท่านทวดเยว่ไฉหลางเหลือบสายตามองมา ทำให้ท่านตาเยว่เมิ่งต้องกัดฟันนั่งลงอย่างจำใจยอม เยว่ซิงลุกขึ้น นางถอนหายใจอย่างเอือมระอากับพฤติกรรมน่าอายของพวกผู้ใหญ่ อ่า เยว่ซิง! เจ้าคือความหวังหนึ่งเดียว สู้เขา

“เฮ้อ มัวแต่พูดกัน เปลืองน้ำลายเสียเปล่าๆ มิสู้กันโดยเดิมพันความเป็นความตายไปเลยเล่า!? สู้กันจนตายไปข้างหนึ่งเลย อะไรกัน ไม่กล้าหรอกหรือ? เหอะ นึกว่าจะมีอะไรน่าสนใจกว่านี้ซะอีก” 

พูดจบนางก็ทิ้งตัวลงนั่งท่าทางขัดใจอย่างมากที่ไม่มีการนองเลือด ข้ากุมขมับ ไม่น่าคาดหวังอันใดกับสตรีผู้นี้เลย เฮ้อ! 

“เอาล่ะๆ คนต่อไป”

คนต่อไปที่ยกมือขึ้นขันอาสาก็คือเยว่เฟิง ข้าแอบแปลกใจไม่น้อย เขาดูไม่ใช่คนที่จะกระตือรือร้นกับเรื่องพวกนี้

“หิวแล้ว กินได้หรือยัง?” 

“......”

คนที่เหลือพร้อมใจกันเงียบกริบทันที จากนั้นท่านทวดเยว่ไฉหลางก็ลดมือที่ถือหนังสือลงแล้วเอ่ยเสียงราบเรียบ

“กินได้”

 

 

 

 

***

ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ \\เสียงเร็นโกคุ เคียวจูโร่ 
มาอัพตอนต่อไปแล้วแจ้! 
โอ้โห สงสัยเป็นเพราะเหล่าสมาชิกตระกูลเยว่ผู้ไม่ตรงปกทั้งหลายแน่ๆ 
แต่งแล้วสนุกมากจนเข็นออกมาได้รวดเร็ว เออ นี่มันเร็วแล้ว! จริงๆ!
เข้าสู่ภาคตระกูลเยว่อย่างเป็นทางการ อะไรนะ? ถามหาพระเอก?
เหอะ เรื่องนี้น่ะไม่มีหรอกของพรรค์นั้น พระเอกพระเอิกอะไร ไม่มี!

*

เพิ่มเติม


เยว่จิ่วต้องเป็นอาสิ! ตอนที่แล้วเยว่ซิงยังเป็นน้าอยู่เลย

ตอนนี้เยว่จิ่วโดดเป็นลุงได้ไงหว่า ขอแก้นะคะ ขออภัยในความสับสน 5555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25547 bumblebeeoo (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 22:49

    ตระกูลเยว่เป็นตระกูลใหญ่ใช้เวลากินข้าวนานไปหน่อย เมื่อไรจะอิ่มคะ ยังรออยู่เธออยู่
    #25,547
    0
  2. #25544 Rinktp (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 14:17

    กลับมาอ่านเป็นรอบที่ 4 ...คาดว่ารอบที่ 5 จะตามมาเร็วๆนี้...อ้อ!ไปเจอประกาศคนหาย...ใครพบเห็นคุณนักเขียนเรื่องนี้โปรดติดต่อเว็บเด็กดีโดยด่วน ผู้อ่านให้อภัยแล้ว โปรดกลับมาแต่งนิยายต่อด้วยยย...คนอ่านคิดถึงถิงถิงมากกกก.....

    #25,544
    0
  3. #25540 PangMueangman (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 16:32
    ยังรออยู่น่าาาา.
    #25,540
    0
  4. #25529 LALA0896322569 (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 11 มีนาคม 2564 / 20:27
    อ่านซ้ำหลายรอบมากๆๆๆอยากได้ภาค1ก่อน

    ,,,,
    #25,529
    0
  5. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:09

    ขอกลับไปนั่งอ่านใหม่อีกรอบแปปนึงนะคะ จำเรื่องไม่ค่อยได้แล้ววว แต่ตำนานก็ตำนานงะ อ่านกี่รอบก้อหนุกกก สู้ๆนะคะ
    #25,509
    0
  6. #25458 thedarksun1986 (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:42
    แต่ละคน5555
    #25,458
    0
  7. #25456 neovenesia (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:19
    ดีใจน้ำตาไหล ตอนใหม่มาแล้ว
    #25,456
    0
  8. #25455 NEPTUNEL (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:17
    ครอบครัวอะไรวะเนี่ย55555555555555555
    #25,455
    0
  9. #25453 Changchilgoo (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:07

    🤣🤣🤣🤣🤣มีใครปกติบ้าง😏😏😏

    #25,453
    0
  10. #25452 Lukiris Tink (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:06
    บ้านท่านแม่นี้ตลกมากอ่ะ 5555
    #25,452
    0
  11. #25429 FiinlanDZ (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:27
    ถ้ารุ่นเดียวกันท่านชุงไม่น่าจะอายุน้อยกว่าแม่นะคะ น่าจะนับเป็นท่านอามากกว่า
    #25,429
    0
  12. #25395 jungyunda (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:18
    แรกๆทำไมสนุก นานๆไปออกทะเลเลย แล้วนี่คือภาคต่อถูกม่ะ
    #25,395
    0
  13. #25375 ริปไทด์ (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:37
    เยว่จิ่วเป็นลุงแต่อายุมากกว่าเยว่ถิงหนึ่งปี? เป็นลุงแสดงว่าต้องเป็นพี่แม่เยว่ถิงด้วย หรือเราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะะะะ แง
    #25,375
    0
  14. #25352 Alun110 (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:58

    รอนะคะ
    #25,352
    0
  15. #25351 Hms.thal_pH (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:02
    ตร่กกก ไม่แปลกใจทำไมท่านแม่ดูร่าเริงพลังล้นเหลือตลอดเวลา55555555555555555 คิดถึงท่านพ่อผู้อ่อนโยนที่กำลังนั่งถักผ้าเช็ดหน้าเลย แอบคิดว่าน้องอาจจะเข้ากันได้ดีกับเยว่เฟิง ก้แอบคล้ายเจ้าแมวอยู่น้าาาา รู้วิธีรับมือ5555555555555
    #25,351
    0
  16. #25350 NungNingKimHee (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:37
    555555 รอค่ะ สนุกๆ สู้ๆนะคะไรท์ มาทีละนิดแต่ก็รอได้ค่ะ ขอแค่อย่าหาย แง๊~
    #25,350
    0
  17. #25348 IAm_eve (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:02
    รอๆๆๆ น่านักกะนทั้งตระกูช ฮามาก55555 ไรท์สู้ๆค่า
    #25,348
    0
  18. #25347 Kittykattt (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:03
    555555555555555 น่ารักก
    #25,347
    0
  19. #25346 TC18 (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 23:59
    ไรท์คะ ชอบมากค่าาา มาต่ออีกนะ สนุกมาก โบ๊ะบ๊ะกันทั้งครอบครัว
    #25,346
    0
  20. #25345 เคี้ยวแหลม (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 21:53

    รอๆๆๆๆ
    #25,345
    0
  21. #25344 mo2ksrwi3_thawe2.ng (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 20:46
    ขยี้ตา
    #25,344
    0
  22. #25340 Ma_sara (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 17:19
    ช่างเป็นครอบครัวที่...... เอ่ออออ มีใครที่ปกติไหม
    #25,340
    0
  23. #25339 ทาสแมวแต่กลัวแมว (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 17:09
    จิ้งถิงยังกินข้าวลงอยู่ใช่ไหม? 5555
    #25,339
    0
  24. #25334 Konrafah (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 16:00
    สงสารอ๋องแมว เปลี่ยนเป็นอ๋องที่ถูกลืม !!
    #25,334
    0
  25. #25333 Amine3339 (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 15:18
    โฮฮฮฮ ไรท์กลับมาแล้ววว ดีใจยิ่งนัก คิดถึงน้องมากอะ
    #25,333
    0