เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 111 : ตอนที่ ๑๐๒ การทดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 504 ครั้ง
    1 ม.ค. 64

หลังจากลั่นคำว่าพร้อมออกไปข้าก็ถูกพามายังบันไดทางขึ้นสำนักยุทธ์จันทร์หลบ ข้าหันกลับไปมองพี่สาวคนใหม่อย่างฉงนใจ เอ่อ นี่ พามาผิดที่หรือไม่? ทำการทดสอบไยต้องมาที่แห่งนี้ด้วยเล่า? มิได้ไปที่ค่ายกลที่มีด่านทดสอบอะไรเช่นนั้นหรอกหรือ?

ข้ามองบันไดหลายร้อยขั้นที่ทอดตัวจากยอดเขาสู่เชิงเขา แต่ก่อนที่จะเอ่ยอันใดออกไปเยว่ซิงที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยิ้มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“เอาละ จงวิ่งขึ้นลงบันไดนี้สิบรอบ ขึ้นลงนับเป็นหนึ่งรอบ วิ่งโดยไม่ใช้พลังวิเศษ หากเจ้าเผลอใช้พลังวิเศษจะถือว่าการวิ่งครั้งนั้นเป็นโมฆะ และจะต้องวิ่งใหม่ตั้งแต่ต้น”

ข้ากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามออกไป คาดไม่ถึงว่าการทดสอบนั้นจะเป็นอะไรที่เรียบง่ายเช่นนี้

“วิ่งขึ้นลงบันไดนี่หรือ?”

“ใช่แล้ว ข้าจะคอยจับเวลา ทำเวลาให้ดี ๆ เล่า” 

เยว่ซิงพยักหน้าตอบแล้วไม่พูดอะไรต่ออีก นางหันตัวเดินไปหน้าประตูทางเข้า ก่อนจะควักเอาข้าวของออกมาจากกระเป๋าผ้าใบน้อยๆ ที่เหน็บตรงเอว ปูเสื่อนั่งอยู่ใต้ร่มเงา ก่อนจะล้วงเอาชุดน้ำชาและขนมขบเคี้ยวตามออกมาราวกับมาพักผ่อนหย่อนใจ

ข้ายืนนิ่งอยู่กับที่ มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าโง่งม

“อ้าว ไยยังยืนอยู่ที่เดิมเล่า? เริ่มวิ่งได้แล้ว ยิ่งใกล้เที่ยงแดดจะยิ่งแรงกว่านี้นะ” เยว่ซิงเอ่ยกระตุ้นหลังจากเพลิดเพลินกับน้ำชาอยู่ครู่หนึ่ง

ข้าเม้มริมฝีปาก หันกลับไปมองบันไดทางขึ้นสำนักแล้วหันกลับมามองเยว่ซิงที่นั่งส่งยิ้มหวานพลางจิบน้ำชา ก่อนจะเห็นมือขาวผ่องของนางหยิบสมุดขึ้นมาแล้วเริ่มนับเวลาโดยไม่ทันให้สัญญาณใดๆ 

ข้าตาเหลือก รีบออกตัววิ่งลงบันได สับเท้ารวดเร็วแทบพันกัน แรกๆ นั้นเร็วมาก ขาลงไม่รู้สึกเหนื่อยอะไรเลย แต่พอเป็นขาขึ้นชักเริ่มเหนื่อยเล็กน้อย บันไดขึ้นเขามิใช่ง่ายๆ เลย พอขึ้นมาถึงสุดทางบันไดข้าก็เหลือบไปมองเยว่ซิงที่ยังคงดื่มด่ำไปกับน้ำชา เพิ่มเติมคือการนอนอ่านนิยายพลางหัวเราะคิกคัก 

ข้าสูดลมหายใจ กัดฟันวิ่งลงบันไดไปอีกรอบ ระหว่างที่ทำการวิ่งขึ้นวิ่งลงนั้นมีศิษย์สำนักสามสี่คนมองมาที่ข้าพลางยิ้มออกมาราวกับเข้าใจ บางคนก็เอ่ยปากถามไถ่และพูดให้กำลังใจด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง

“โอ้ นี่เจ้าเป็นเด็กใหม่ใช่ไหม พยายามเข้าล่ะ!”

“นี่ยังนับว่าเบา ด่านต่อไปหนักกว่านี้อีก”

“เจ้าบ้า! อย่าไปขู่เด็กใหม่สิ”

บัดซบ! สรุปว่านี่เป็นการทดสอบจริง ๆ สินะ ข้ายังนึกเคืองคิดว่าเยว่ซิงกำลังกลั่นแกล้งอยู่เสียอีก ที่ไม่เห็นคนอื่น ๆ แปลกใจเช่นนี้ แสดงว่าทุกคนต้องผ่านการวิ่งขึ้นลงนี่มาก่อนแน่ๆ

ข้าตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อไป เมื่อเข้าสู่รอบที่ห้าข้าเริ่มหอบและหายใจแรงมากขึ้น 

อีกครึ่งหนึ่ง! 

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ หน้าของข้าเต็มไปด้วยเหงื่อ ชุดแทบเปียกแนบไปกับตัว รอบนี้เป็นรอบที่เก้าแล้ว ข้าเหนื่อยจนแทบก้าวเท้าไม่ออก แข้งขามันสั่นไปหมด ตอนนี้ข้ารู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ

เยว่ซิงที่กำลังกินสายไหมมองมาที่ข้าแล้วกล่าวออกมา

“รอบสุดท้ายแล้วสู้ ๆ” 

ข้าแทบอยากระเบิดอารมณ์

ไปเอาสายไหมมาจากที่ใดน่ะ!?

แต่ละรอบที่ข้าวิ่งอยู่นั้นนางล้วนแล้วแต่มีของกินไม่ซ้ำกันเลย กระเป๋าผ้าเล็กๆ ใบนั้นมันยัดข้าวของได้มากมายเพียงนี้เลยรึ!? ข้าสงสัยมาก! 

และแล้วรอบสุดท้ายก็ผ่านพ้นไปข้าถ่อสังขารไปหาเยว่ซิง ก่อนจะทิ้งตัวนอนราบไปกับพื้นหมดสภาพ สักพักก็มีเงาดำทาบทับลงบนตัว บดบังแสงแดดที่แผดเผา ข้าไม่มีแรงแม้จะเหลือบตามอง แต่ไม่ต้องมองก็รู้ว่าคือใคร แน่นอน ย่อมเป็นเยว่ซิงอยู่แล้ว จะเป็นผู้ใดได้ล่ะ

“นี่มันแย่มากๆ ใช้เวลานานเกินไป ร่างกายของเจ้าไม่แข็งแกร่งเลย ไม่เคยฝึกร่างกายสินะ แต่ยังมีความซื่อสัตย์ดี วิ่งครบสิบรอบโดยไม่ใช้พลังวิเศษเลย” 

“……” อย่าถามเลยว่าเหตุใดข้าถึงเอาแต่เงียบอยู่เช่นนี้ อย่าว่าแต่เงียบเลย แค่นอนราบหายใจหอบแล้วข้าไม่มีแรงเหลือให้ทำอย่างอื่นได้เลย ไม่นึกเลยว่าการวิ่งขึ้นลงบันไดจะเหนื่อยเช่นนี้ 

เยว่ซิงขยับมือเขียนยุกยิกบนสมุดบันทึกของนางพลางเอ่ยไปด้วย “แต่ว่า...” ก่อนที่ข้าจะได้ทันโล่งใจที่นึกว่าผ่านแล้วแน่ ๆ เยว่ซิงก็เอ่ยบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน

“ข้าบอกไม่ให้ใช้พลังวิเศษ แต่ไม่ได้ห้ามใช้พลังปราณเสียหน่อย หรือว่าเจ้า...ใช้ปราณเสริมไม่เป็น?” 

สีหน้าของนางนั้นเหมือนจะงุนงง ข้านี่สิงงยิ่งกว่า ปราณเสริมคืออะไรกัน? 

“ปราณเสริมคืออะไรหรือ?” ข้าพยายามตะกายลุกขึ้นมานั่งแล้วเอ่ยถามออกไปทันที เยว่ซิงผงะตกใจ ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นางก้มจดบันทึกลงสมุดแล้วเอ่ยพึมพำไปด้วย

“เพิ่มการฝึกใช้ปราณเสริม”

“เอ่อ...”

“ในการใช้พลังวิเศษนั้นเราต้องมีปราณเป็นตัวขับเคลื่อนใช่หรือไม่?”

ข้าพยักหน้า ยิ่งผลีผลามใช้พลังวิเศษออกโดยไม่นึกถึงปริมาณปราณที่มีอยู่ อาจจะทำให้พลาดท่าแก่คู่ต่อสู้ได้ แม้จะมีพลังวิเศษที่ทรงพลังแค่ไหนก็ไร้ค่าหากไม่มีปราณ

“การใช้พลังวิเศษนั้นจะเผาผลาญปราณเป็นปริมาณมาก ส่วนการใช้ปราณเสริมนั้นจะใช้ปราณปริมาณน้อยกว่า แต่สามารถเพิ่มพูนศักยภาพในการต่อสู้ได้ดี ยกตัวอย่างเช่น การใช้ปราณเสริมร่างกายโดยตรง เจ้าสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายได้ด้วยการเหนี่ยวนำปราณไปยังส่วนต่างๆ ที่ต้องการ หรือจะเสริมทั้งตักลายเป็นเกราะเลยก็ได้ ร่างกายของเจ้าจะแข็งแกร่งรับการโจมตีได้ดียิ่งขึ้น และยังสามารถใช้ปราณเสริมความสามารถอื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความคม บางคนที่เชี่ยวชาญการใช้ปราณก็สามารถเอาชนะโดยไม่ใช้พลังวิเศษด้วยซ้ำ”

ข้าอ้าปากตกตะลึง ปราณใช้ได้ขนาดนี้เชียวหรือ? 

“ข้าไม่เคยรู้เลยว่าปราณใช้เช่นนี้ได้ด้วย”

“...อืม สถานการณ์ย่ำแย่กว่าที่คิด” เยว่ซิงขมวดคิ้วแล้วพึมพำ นางมิได้มองข้าแต่จ้องมองสมุดบันทึกในมือพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด ชั่วอึดใจหนึ่งนั้นนางก็ปิดสมุดบันทึกแล้วหันมามองข้า

“เอาละ ไปทดสอบด่านต่อไปกันเถิด”

“ขอเวลาสักครู่ได้หรือไม่?”

ตอนนี้ข้าเหนื่อยขนาดที่ไม่อยากจะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการก้าวขาเดิน ข้าไม่พูดอะไรต่อ ทิ้งตัวนอนลงกับพื้นอีกครั้ง เยว่ซิงก้มลงมองแล้วเปิดสมุดบันทึกเอ่ยพลางจรดถ่านขีดเขียนลงไป

“ชักช้า ลงโทษด้วยการเพิ่มรายการสร้างร่างกายเป็นสองเท่า”

“เดี๋ยวๆ! ช้าก่อนพี่สาว!” ข้าสะดุ้งลุกขึ้นมาแล้วร้องห้ามอย่างร้อนรน ลงโทษอย่างนั้นหรือ!? เยว่ซิงเหลือบหางตามองมาด้วยความเย็นชาแล้วพูดเสียงจริงจัง

“ตามมา”

ข้ากลืนน้ำลายแล้วไม่กล้าพูดอะไรอีก ก่อนจะรีบลุกแล้วเดินตามหลังของหญิงสาวไป ขาทั้งสองข้างของข้าสั่นสะท้านไปทุกก้าวย่าง ท่าทางการเดินในตอนนี้เหมือนคนวัยใกล้นอนโลงมาก แต่ไม่นานข้าก็มีความคิดอันเฉลียวฉลาดแวบเข้ามาในหัว ข้ามีพลังเยว่ตี้อยู่ ทำไมไม่ใช้มันทำประโยชน์กับตัวเองกันเล่า แต่ก่อนที่ข้าจะทันได้ทำอะไร คนที่เดินนำด้านหน้าก็หันมาเตือนเสียงเข้ม

“อย่าแม้จะคิดใช้พลังเยว่ตี้”

ข้าสะดุ้งโหยง ขนลุกวาบไปทั้งตัว น่ากลัวมาก! นี่ไม่ใช่เทพธิดาแล้วแต่เป็นแม่เสือต่างหาก ดุขนาดนี้ ถูกรูปลักษณ์ภายนอกของนางหลอกเข้าแล้ว ข้ากลืนน้ำลายแล้วรีบเดินตามอีกฝ่ายไป กลัวว่าจะช้าจนถูกอีกฝ่ายหันมาดุอีก 

ด่านทดสอบต่อไป

ข้ามองเข็มเล่มเล็กกับเส้นด้ายในมือด้วยสายตาว่างเปล่า…

บ้าเอ๊ย การทดสอบวิ่งยังพอมองว่าเป็นการทดสอบทางร่างกายได้อยู่ แต่สอดด้ายใส่เข็มแบบนี้ไม่น่าจะใช่การทดสอบยุทธ์แล้วกระมัง! 

“เอาละ เจ้าต้องสอดด้ายผ่านรูเข็มยี่สิบเล่มถึงจะผ่านด่านนี้ ข้าจะจับเวลาในการทดสอบ เริ่มได้!”

ช้าก่อน! จะไม่อธิบายอะไรให้ฟังบ้างหรือ? ข้าเกือบจะถลึงตาใส่เยว่ซิงที่นั่งบนเก้าอี้โยก มือทั้งสองถือหนังสือเล่มไม่หนาไม่บาง พอประกาศเริ่มนางก็ไม่สนใจข้า สายตาจดจ่อที่หนังสือแทบจะทันที ข้ามองค้อนให้ทีหนึ่งแล้วหันกลับมาเพ่งรูเข็มแล้วเริ่มแหย่ปลายด้าย

จะทดสอบไปเพื่ออะไรนั้นก็สุดจะคิดออกได้ คงมีแค่ตั้งใจทำเต็มที่แล้วผ่านด่านทดสอบไปเท่านั้นแหละ คนอื่นๆ ก็ผ่านมาเหมือนกัน ข้าเองก็ต้องผ่านไปให้ได้!

มือของข้าสั่นไม่หยุด ไม่จริงน่า ข้าผู้นี้ที่เย็บปักอย่างเชี่ยวชาญ แค่สอดด้ายกลับเป็นงานยากเย็นถึงเพียงนี้ได้อย่างไร หรือว่า...นี่มันต้องเป็นผลจากการวิ่งเมื่อครู่แน่ ข้าพยายามตั้งสมาธิเพ่งจิต แม้กระทั่งหายใจยังไม่กล้าหายใจแรง เพ่งจนปวดตาไปหมด ผ่านไปเนิ่นนานในความรู้สึก ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ สภาพเหงื่อชุ่มโชกไปทั้งตัว 

อันแรกน่ะเนี่ย!? เหลืออีกตั้งสิบเก้าเล่ม! 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรแล้วข้าเหมือนจะพังทลายลงมาเป็นชิ้นๆ เกร็งตัวจนปวดหลังปวดเอวไปหมด ไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงอะไรมากแต่เหตุใดถึงเหนื่อยยิ่งกว่าวิ่งขึ้นลงบันไดอีก โดยเฉพาะตากับศีรษะปวดเหมือนมันจะระเบิด ข้านวดขมับแล้วหลับตาพัก แต่ยังไม่ทันได้ปิดเปลือกตาลงเสียงของหญิงสาวก็เรียกให้กลับมาสู่ความจริงที่โหดร้าย

“ไปด่านต่อไปกันได้แล้ว”

ขอพักสักหน่อยมิได้หรือ!?

จะร้องขออันใดออกไปได้เมื่อคนจะรับฟังไม่อยู่ให้พูด นางเดินนำไปไกลลิบ ข้ามองตามอย่างท้อแท้ พยายามถ่อสังขารตามอีกฝ่ายไป กัดฟันข่มใจที่เริ่มหงุดหงิด สมาธิหรือสติของข้าในตอนนี้มันเลือนรางมาก รู้ตัวเลยว่าหากมีอันใดมากระทบเพียงเล็กน้อยสติของข้าจะต้องขาดผึงทันทีทันใดอย่างแน่นอน

“ด่านสุดท้ายคือยิงธนู”

“……” 

“ยิงธนูให้เข้าตรงกลางเป้าภายในครึ่งถ้วยชา (๑ถ้วยชา = ๑๕นาที) ยิงได้เพียงหนึ่งดอกเท่านั้น เจ้าจะยิงตอนไหนก็ตามสะดวก จำเอาไว้ ยิงได้เพียงหนึ่งดอก หากยิงไม่เข้าตรงกลางเป้าถือว่าไม่ผ่าน เจ้าจะไม่ได้เข้ามาศึกษาที่นี่ ทำให้ดีที่สุด นี่เป็นด่านตัดสินแล้ว”

ข้าไม่ได้พูดหรือขยับตัว ด้วยความเหนื่อยล้าทางกายและความคิดของข้าเชื่องช้าเอามากๆ ทำเพียงยืนฟังเงียบๆ เยว่ซิงผายมือไปทางคันธนูและลูกธนู ข้ามองพวกมันแล้วเงยหน้าไปมองเป้ายิงที่ตั้งออกไปห่างไป ๔๐ จั้ง (๑๐๐เมตร) ตามที่เยว่ซิงบอกกล่าว 

“ข้าจะเริ่มจับเวลาแล้ว ใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่า อย่าลืมว่าหากหมดเวลาแล้วแต่เจ้ายังไม่ยิงธนูก็ถือว่าไม่ผ่านการทดสอบเช่นกัน” เยว่ซิงบอกส่งท้ายก่อนจะแยกตัวออกไปเฝ้ามองการทดสอบอยู่ห่างๆ 

ข้าค่อยๆ ขยับตัวไปจับคันธนูขึ้นมา ที่ผ่านมาข้าเคยผ่านการซ้อมยิงธนูมาบ้างแต่ไม่ได้จริงจังนัก สารภาพตามตรงไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด ข้าลองตั้งท่ารั้งสายธนูก่อนค่อยๆ ผ่อนแรง ไม่นานก็ลองดึงใหม่อีกครั้ง ลองอยู่หลายครั้งก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างท้อแท้

นี่มันอะไรกัน ข้าพยายามสุดแรงแล้วแต่รั้งสายธนูไม่ได้เลย! ต้องใช้แรงสุดกำลังดึงสายธนูและการรั้งสายธนูก็ต้องใช้กำลังแขนอย่างมาก แค่ดึงสายธนูก็เต็มกลืนแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงการรั้งสายธนูเพื่อตั้งท่ายิง แถมการขึ้นลูกธนูเล็งยิงยังต้องใช้เวลา ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือยิงได้เพียงครั้งเดียว แค่ยิงธรรมดาๆ ยังไม่แน่ว่าจะถูกเป้าด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงการยิงเข้ากลางเป้า 

ข้ามองไปที่เยว่ซิงที่จับเวลาอยู่ข้างๆ แล้วยิ่งเหงื่อแตกพลั่ก 

ผ่านไปเท่าไรแล้ว ข้าเริ่มลนลานเมื่อคิดถึงเวลาที่จำกัด หากยังคงทำไม่ได้แม้แต่จะรั้งสายธนูเช่นนี้คงไม่มีทางจะเข้าสำนักศึกษาแห่งนี้เป็นแน่ เช่นนั้นมิต้องอับอายขายหน้าหรือ? ข้าเป็นถึงนายน้อยตระกูลแต่กลับไม่ผ่านการทดสอบ 

ข้าเม้มปาก ลากคันธนูพร้อมกับลูกธนูไปยืนในจุดกำหนด ข้าขึ้นลูกธนูตั้งท่ารั้งสายธนู เล็งเป้าหมายไม่ได้เลย มือและแขนสั่นมากเกินไป อย่าว่าแต่ยิงให้ถูกเป้า แค่จะยิงให้ถึงเป้ายังไม่รู้เลยว่าจะทำได้หรือไม่? สภาพรั้งสายธนูไม่เต็มที่แบบนี้ลูกธนูคงหมดแรงกลางทางเสียมากกว่า

ยิงไม่ตรงกลางเป้าคือไม่ผ่าน

ด่านนี้ยากกว่าสองด่านที่ผ่านมาเสียอีก ข้าหายใจแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มึนหัวคิดอันใดมิออก เวลาค่อยๆ หมดไปทุกขณะแต่ข้าทำได้เพียงยืนเหงื่อซึมอย่างน่าสมเพช นี่มันเกินความสามารถของข้า! รู้ตัวดีว่าต่อให้ทำเต็มที่ก็ไม่มีทางยิงเข้าตรงกลางเป้าพอดี นี่มันเป็นทางตันชัดๆ มองไม่เห็นแสงของความหวังเลย

ข้าแอบเหลือบสายตาไปมองเยว่ซิงอีกครั้ง นางยืนกอดอกมองตรงมาแทบไม่กะพริบตา อ่า นี่มันกดดันเป็นบ้า! สีหน้าของนางเรียบเฉยแต่ดวงตาคมนั้นแผ่รังสีอันหนักแน่นไปทั่วบริเวณ ใจของข้าหนักอึ้งเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป นั่นยิ่งทำให้มือของข้าสั่นยิ่งกว่าเดิม หนึ่งครั้งไม่มีการแก้ตัวใดๆ อีก!

ข้ากัดฟันกรอด ยกคันธนูพร้อมกับพาดลูกธนูขึ้นรั้งสายธนูด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่เฮือกสุดท้าย ตามองตรงไปยังเป้าไม้ที่ตั้งอยู่ไกลออกไปอย่างแน่วแน่ ธนูในมือของข้านั้นสั่นไม่มั่นคงเลย สิ้นหวัง! ไม่มีหวังเลยแม้แต่น้อย! แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นข้าก็กลั้นใจปล่อยลูกธนูออกไป เฝ้ามองผลลัพธ์ที่ยังไงก็ออกมาไม่สวยงาม

ลูกธนูพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ไปไกล ข้าแทบหยุดหายใจ ก่อนที่มันจะค่อยๆ หมดแรงตกลงปักพื้นดินเบื้องหน้าเป้ายิงไกล ๔ จั้ง (๑๐เมตร) ข้าที่ลุ้นจนอ้าปากก็หุบปิดทันที ข้ากำคันธนูในมือ เม้มปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียมิได้ ไม่ผิดจากที่คาดไว้

ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้น

“ไม่เฉียดเป้าเลยสินะ” เยว่ซิงเดินเข้ามาใกล้ นางมองไปยังลูกธนูที่ปักบนพื้นดิน ก่อนจะถอนหายใจแล้วพึมพำออกมา ข้าหน้าร้อนผ่าวทันที ก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเองด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย อับอาย? ผิดหวัง? เสียใจ?

“...นึกว่าจะไม่ยิงแล้วเสียอีก จวนจะหมดเวลา”

จริงๆ ก็เกือบจะไม่ยิงแล้วแหละ แต่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าอย่างน้อยได้ลงมือทำก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่อย่างน้อยก็ได้ลงมือทำเต็มกำลังแล้ว ข้ามองไปยังไหล่ที่เยว่ซิงยกมือมาตบปลอบ ข้าถอนหายใจก่อนจะปั้นยิ้มออกไป ยังไงก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้ ถึงจะไม่ได้เข้าสำนักยุทธ์ก็ต้องหาหนทางใหม่ก้าวเดินต่อไป นี่เพิ่งเริ่มต้นจะมัวแต่โอดครวญมิได้

“เจ้าผ่าน”

“ขอบคุณนะที่เจ้าเสียเวลา...เอ๋? อันใดนะ!?” 

ข้าผงะถอยหลังตกใจพร้อมกับอุทานเสียงสูง เมื่อครู่ฟังผิดไปใช่หรือไม่!? ฟังตกไปคำหนึ่งใช่หรือไม่!? ข้างุนงงพลางจ้องมองใบหน้าของสาวงามตรงหน้าเขม็ง เยว่ซิงคลี่ยิ้มพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะขำขัน นางเอ่ยย้ำอีกครั้งอย่างช้าและชัดเจน

“เจ้า-ผ่าน!”

“ผ่าน!? ผ่านได้ยังไง!? เป็นไปได้หรือ!?”

ข้าก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี เยว่ซิงอำเล่นอยู่ใช่หรือไม่? นี่มันไม่ตลกเลยนะ!

เยว่ซิงยิ้มอย่างเข้าใจก่อนจะทำการอธิบาย

“ด่านแรกให้วิ่งขึ้นลงบันไดเพื่อทำให้หมดแรง ด่านสองสอดด้ายเพื่อทำให้สมองและสายตาล้า ด่านสุดท้ายยิงธนูเพื่อดูการตัดสินใจภายใต้ความกดดันยามที่ใจและกายเหนื่อยล้าสุดขีด แค่กล้าที่จะยิงธนูออกไป ไม่ว่าจะยิงตรงกลางเป้าหรือไม่ก็มิใช่ประเด็นสำคัญ ขอแค่เพียงมีความกล้าที่จะยิงลูกศรออกไปก็นับว่าผ่านการทดสอบนี้แล้ว!”

“....”

“มีเพียงหนึ่งในสิบของผู้ทดสอบเท่านั้นแหละที่จะยิงได้ตรงเป้า เด็กใหม่ที่ยังไม่ได้เรียนอย่างเป็นทางการร้อยทั้งร้อยก็ทำไม่ได้หรอก พวกที่ทำได้น่ะเป็นปีศาจทั้งนั้น ช่างเรื่องนั้นเถอะ เอาเป็นว่าเจ้าผ่านการทดสอบแล้ว!”

“อ่า” ข้าพยักหน้าอย่างเชื่องช้า พยายามตามอีกฝ่ายให้ทัน สรุปคือข้าผ่านสินะ? ข้าผ่านการทดสอบแล้วจริงๆ! เยว่ซิงยิ้มกว้าง ยื่นมือออกมาจับมือของข้าพร้อมเขย่าขึ้นลงพร้อมกับผายมืออีกข้างแล้วเอ่ยต้อนรับด้วยน้ำเสียงยินดี

“ยินดีต้อนรับสู่สำนักยุทธ์จันทร์หลบอย่างเป็นทางการ!”

 

 

 

 

สวัสดีปีใหม่ 2021 ค่ะทุกคนนนนนนนน!!!!
ในที่สุดดด ตื่นเต้นเหมือนกันที่ได้มาอัปนิยาย 5555555555
หายกันไปครึ่งปี บอกแล้วว่าเจอกันปีหน้า (ขึ้นปีใหม่จริงๆล้วยงะ)
ยังไงก็ขอให้มีความสุขในปีใหม่ปีนี้นะคะ 
แม้จะอยู่ท่ามกลางความห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ก็เถอะ
หวังว่านิยายเรื่องนี้จะพอสร้างความสุขเล็กๆ ให้ทุกท่านได้
เจอกันตอนหน้าค่ะ! 
//เธอๆ เธอว่าจะมีปาฏิหาริย์ที่นางจะมาอัปอีกไหม?

โอเค ตามนั้นนั่นแหละ 55555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 504 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25314 despasito (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 09:47
    น้องโดนแกงงง
    #25,314
    0
  2. #25256 mo44gv (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 22:20
    เรารอเธออยู่นะไรท์
    #25,256
    0
  3. #25254 neovenesia (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 06:36
    เจอกันตอนหน้านี่คือเมื่อไรคะ ไม่เอานิยายรายปีนะคะ อย่างน้อยถ้าได้รายเดือนจะดีมาก ถ้าได้รายสัปดาห์นี่ดีที่สุดค่ะ
    #25,254
    0
  4. #25251 PaengUn (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 16:24
    มาต่อเร็วๆน้าาา เค้ารออยุ่วค่าาาาาา >0<
    #25,251
    0
  5. #25250 HappinessReader (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 15:58

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงค่ะ

    ยินดีที่ไรท์กลับมาค่ะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png

    #25,250
    0
  6. #25240 คูมท้องฟ้าา (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 14:22
    สวัสดีปีใหม่ค่าาา
    ขอให้เป็นการเริ่มต้นที่ดี ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ สุดท้ายก็แวะมาอัพนิยายบ่อยๆนะคะ คิดถึงมากกกด
    #25,240
    0
  7. #25239 //shinon// (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 00:18
    สวัสดีปีใหม่นะคะ!! ตอนเห็นว่าอัปตอนใหม่น้ำตานี่แทบไหลเลยค่ะ รอซัพพอร์ตอยู่เสมอเลยนะคะ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีนะคะไรท์ เลิฟๆนะคะ
    #25,239
    0
  8. #25238 HOKU✫ (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 22:44

    แง้วววว สวัสดีปีใหม่ ต้อนรับสิ่งใหม่ ๆ ที่ถาโถมเข้ามานะคะ! ดีใจมากเลยที่เห็นนิยายเรื่องนี้อัพ อยากย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่แรก สารภาพตามจริงคือเนื้อเรื่องในหัวเลือนรางมาก ๆ ถ้ามีเวลาเราจะอ่านใหม่ เพื่อรอตอนใหม่นะคะ! จะได้ซึมซับไปกับเนื้อเรื่องงง
    #25,238
    0
  9. #25234 naumi (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 21:00
    สวัสดีปีใหม่ค่า
    #25,234
    0
  10. #25231 SanjiMakiko (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 10:54
    ดีใจมากเห็นไรท์มาอัพ
    #25,231
    0
  11. #25229 กลิ้งหลบ (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 23:50
    สวัสดีปีใหม่ค่าาา รอเล่มมาเก็บนะคะ ขอบคุณที่แต่งนิยายเรื่องนี้ค่า รอเสมอ🧡🧡
    #25,229
    0
  12. #25227 The cutest mango (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 18:59
    หวัดดีปีใหม่คั้บ
    #25,227
    0
  13. #25226 mannamnma (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 18:12
    Oh my... นิตยสารมีรายปักษ์ ส่วนนิยายเรื่องนี้รายปีหรอเนี่ย555 มาอ่านอีกก็ยังชอบอยู่ดี เขียนต่อนะคะไรท์ สามปีจบก็รอได้อยู่
    #25,226
    0
  14. #25224 ฮันบินนะแง้วๆ (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 14:46
    จิ้งจิ้งเราจะโตไปพร้อมกันนะ😂😭
    #25,224
    0
  15. #25223 Lด็nlxม่ (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 10:29
    นิยายปีละตอนจริง ๆ ไม่เอานะไรท์เค้าไม่อยากรอนานจนาดนี้ ฮือออ ติดเหรียญยังดีกว่า
    #25,223
    0
  16. #25221 ALMARADEYA (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 05:57

    เย้ ในที่สุดดดดด
    #25,221
    0
  17. #25220 Amine3339 (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 04:53
    ฮืออออ ในที่สุดก็อัพสักที เอาจริงๆนึกว่าต้องรอนานกว่านี้นะเนี่ยเตรีบมใจไว้แล้ว แต่ก้สนุกมากๆค่ะสู้ๆนะคะไรท์
    #25,220
    0
  18. #25218 real_cyborg (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 23:27
    กรี๊ดไปสามตลบพอเห็นไรท์มาอัพ คิดถึงมากกกกกกกกก
    #25,218
    0
  19. #25216 zaha (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 20:07
    เห็นไรต์มาอัปถึงกับกรี้ดอะ นึกว่าตัวเองตาฝาด

    สวัสดีปีใหม่นะคะไรต์ ขอให้ปีนี้เจอแต่สิ่งดีๆนะคะ
    #25,216
    0
  20. #25214 YYFEWYY (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 17:47

    แงงงๆๆๆมาแล้ววววดีใจมากเลยยย ขอบคุณไรท์มากก HNYค่าาา ปล.รอตอนต่อไปค่าาอย่าหายไปนานน้าาา คถเรื่องนี้มากกก
    #25,214
    0
  21. #25211 paidoi (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 11:40

    นานมากเลยค่าอย่าหายไปนานอีกนะ รอตอนต่อไป

    #25,211
    0
  22. #25209 Mmm (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 10:42

    กรี๊ดดดด นานมากจนเกือบลืมเนื้อเรื่อง ต้องย้อนอ่านใหม่ตั้งแต่แรกถึงจะดีสินะ//ยิ้มอ่อน


    ขอบคุณนะคะ รออยู่เสมอนะคะ

    P.S. อ่านตั้งแต่ลูกอยู่ประถมจนจะเข้าม.ปลายแล้ว ฮาาาาา

    #25,209
    0
  23. #25208 Notty Kero (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 09:49
    นิยายรายปีมาแล้วค่าาาา อุแงงงงงรับปีใหม่สุดๆ ริตอนต่อไปคับ
    #25,208
    0
  24. #25207 Far-Far (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 09:04
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! เป็นของขวัญปีใหม่ที่ปังมากกก 5555 สวัสดีปีใหม่ค่าา
    #25,207
    0
  25. #25206 kanlaya2412 (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 09:02
    ได้อ่านปีละสองครั้งก็ยังดีค่ะ สวัสดีปีใหม่ค่าาา
    #25,206
    0