เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 110 : ตอนที่ ๑๐๑ สัตว์อสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,921
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 768 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

“ท่านเยว่เฟยเป็นบุตรชายของท่านเยว่เซิงขอรับ ในรุ่นเยาว์นี้เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์อันดับต้น ๆ ของสี่ตระกูลเลย อายุเพียงยี่สิบสองก็บรรลุขั้นเก้าสูงสุดแล้ว ไม่นานคงสำเร็จขั้นสิบอย่างแน่นอน”

“โอ้ ขั้นเก้าสูงสุดแล้วอย่างนั้นหรือ? ยอดเยี่ยมจริง ๆ!” ข้าอุทานออกมาด้วยความทึ่ง ข้าค่อนข้างสนใจเรื่องของญาติผู้พี่คนนี้ และไม่ต้องกล้ำกลืนความอยากรู้อยากเห็นนาน เสี่ยวจีก็ร่ายชีวประวัติของ‘เยว่เฟย’ กรอกหูข้าแทบจะทันทีที่เท้าของพวกเราแตะลงบนพื้น

อายุน้อยแค่นี้แต่กลับบรรลุเกือบขั้นสิบแล้ว เรียกได้ว่าเป็นกึ่งขั้นสิบ อีกเพียงครึ่งก้าวก็กลายเป็นเซียน สุดยอดจริง ๆ สมแล้วที่อยู่ในตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเยว่ อีกทั้งข้ายังประทับใจลักษณะท่าทางของเยว่เฟยผู้นี้ ดูไม่ธรรมดาเลย เป็นคนน่าสนใจผู้หนึ่ง

“ใช่แล้วขอรับ พลังวิเศษของท่านเยว่เฟยก็สุดยอดมาก” เสี่ยวจีตาเป็นประกายวิบวับเมื่อเอ่ยถึงพลังวิเศษนั้น ข้ายกคิ้วสนใจ เดาไม่ออกเลยว่าเป็นพลังอันใด

“เขามีพลังอะไรอย่างนั้นหรือ?” ข้าอดที่จะเอ่ยปากถามออกไปไม่ได้ เสี่ยวจีตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“พลังมิติขอรับ!”

“พลังมิติ?” ข้าพูดทวนพลางเอียงหน้าสงสัย พลังมิติที่ว่านั้นเป็นพลังวิเศษเช่นไรกัน ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่แน่ ๆ มันต้องทรงพลังและหายาก

เสี่ยวจีส่ายหน้าก่อนจะพยายามอธิบาย สีหน้าของเขาดูยุ่งยาก

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันคืออันใดกันแน่ แต่เท่าที่เคยเห็นมานั้นพลังมิติสามารถหายตัวจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเพียงพริบตา และยังดูดทุกอย่างให้อันตรธานหายไปในหลุมดำได้ด้วย น่ากลัวสุด ๆ ไปเลยขอรับ”

เสี่ยวจีอยู่ ๆ ก็ตัวสั่น หน้าซีดราวกับระลึกถึงเรื่องน่ากลัว ข้าลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด

“พลังวิเศษของเขาไม่ได้เกี่ยวกับนกกระสายักษ์ตัวนั้นหรอกหรือ?”

“ไม่เกี่ยวกันขอรับ นกกระสาตัวนั้นเป็นสัตว์อสูรของท่านเยว่เฟย”

“สัตว์อสูร?” ข้าขมวดคิ้วมุ่นทันที

สัตว์อสูรรึ? มันคืออันใดกัน?

เสี่ยวจีมองข้าอย่างประหลาดใจ

“นายน้อยไม่รู้จักสัตว์อสูรหรือขอรับ?”

“เอ่อ...ใช่แล้ว มันคืออันใดอย่างนั้นรึ?” ข้าหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย พูดตะกุกตะกักเล็กน้อย โชคดีที่เสี่ยวจีมิได้ล้อเลียนใด ๆ เขาเพียงอธิบายให้ฟังอย่างจริงจังเช่นเดิม

ในใจข้าแทบร้องไห้ขอบคุณไก่ตัวน้อยผู้แสนดีคนนี้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นไม่รู้ว่าจะถูกดูถูกเหยียดหยามไปกี่สิบรอบแล้ว โชคดีที่ได้เสี่ยวจีมาคอยดูแล ข้าอบอุ่นใจขึ้นมาทันที

“สัตว์อสูรน่ะแตกต่างจากสัตว์ธรรมดาทั่วไป พวกเขามีสติปัญญาและมีจิตวิญญาณเป็นของตนเอง อีกทั้งยังพัฒนายกระดับพลังของตนเองได้ด้วย นกกระสาตัวนั้นของท่านเยว่เฟยมีระดับพลังขั้นแปดสูงสุด ต่อให้คนขั้นเก้าราชันจ้าวยุทธ์ก็โดนมันตบตายในครั้งเดียว ถ้าเป็นไปได้อย่าเข้าใกล้จะดีกว่านะขอรับ”

“เอ่อ...นกกระสาตัวนั้นร้ายกาจปานนั้นเชียวรึ?” ข้าอ้าปากค้างเหวอ ก่อนจะค่อย ๆ หุบลงแล้วกลืนน้ำลายดังเอื๊อก นกกระสาที่ดูสวยงามตัวนั้นโหดเพียงนั้นเลยหรือ!? ความคิดที่จะตีสนิทกับมันพลันต้องพับเอาไว้ก่อน

“แน่นอนสิขอรับ สัตว์อสูรนั้นยกระดับพลังได้ยากกว่ามนุษย์อย่างพวกเรา พลังแต่ละขั้นของสัตว์อสูรนั้นจึงทรงพลังกว่ามนุษย์ เพราะแบบนี้ผู้คนถึงได้ปรารถนาครอบครองสัตว์อสูรสักตัว แต่ว่าการได้สัตว์อสูรมานั้นยากเย็นยิ่งกว่ากลายเป็นขั้นแปดราชันยอดยุทธ์เสียอีก”

ข้าพยักหน้าพลางขบคิดตาม หากมันครอบครองกันง่าย ๆ ข้าคงเห็นพวกมันเกลื่อนไปทั่วแล้ว แต่นี่เพิ่งมาเจอเจ้านกกระสาตัวนี้ตัวแรกเลย คงเป็นจริงดังกล่าวมานั้นการครอบครองสัตว์อสูรนั้นคงจะยากเย็นจริง ๆ

“เพราะเหตุใดเล่า?”

“เหล่าสัตว์อสูรนั้นอาศัยอยู่ในป่าอาถรรพ์น่ะสิขอรับ การที่จะได้พบเจอพวกเขาก็ยากพอ ๆ กับได้เป็นเจ้าของ”

“ป่าอาถรรพ์อย่างนั้นรึ? มันคือที่ใด?”

ตั้งแต่มาที่นี่ข้าอดที่จะรู้สึกว่าตนเองนั้นเป็นกบในบ่อมิได้ แทบจะไม่รู้อะไรเลย มีแต่เรื่องราวใหม่ ๆ ที่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ หากคิดว่าตนนั้นรอบรู้ไปทุกสิ่งแล้วนั้นคงเป็นความคิดที่ผิดถนัด ใต้หล้ากว้างใหญ่ไพศาลยังมีเรื่องราวต่าง ๆ นานาที่เรายังไม่รู้ ข้าตั้งใจฟังเสี่ยวจีพูด

“ป่าอาถรรพ์อยู่ระหว่างชายแดนแคว้นต้าหยางกับแคว้นหยวนขอรับ เป็นป่าที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่พอ ๆ กับแคว้นจื่อนี้เลยทีเดียว ที่ได้ชื่อว่าป่าอาถรรพ์เป็นเพราะหากผู้ใดเข้าไปหรือหลงเข้าไปละก็แทบไม่มีผู้ใดได้กลับออกมาอีกเลย หรือหากออกมาได้ก็ออกมาแบบไร้ชีวิต มีน้อยคนนักที่จะรอดกลับมา ป่าแห่งนั้นมันน่ากลัวเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องยากที่จะพบเจอสัตว์อสูร ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องที่จะทำให้พวกมันยอมจำนน”

“ถ้าเช่นนั้นเยว่เฟยเล่า เขาได้นกกระสาตัวนั้นมาได้อย่างไร?”

“ได้ยินมาว่าท่านเยว่เฟยพบกับนกตัวนั้นตอนที่มันยังเล็ก”

“อ้าว เขาเข้าป่าอาถรรพ์ได้หรือ?”

“นายน้อยลืมไปแล้วหรือขอรับ? ท่านเยว่เฟยมีพลังมิติอย่างไรเล่า พลังวิเศษโกงเสียขนาดนั้น จะเข้าหรือออกคงไม่ยากเย็นอันใดนักหรอก เป็นผู้เดียวเลยกระมังที่รอดออกมาจากป่าอาถรรพ์แบบไร้รอยขีดข่วนใด ๆ เฮ้อ! ช่างน่าอิจฉาเหลือเกิน”

เสี่ยวจีเม้มปาก ดวงตาของเขาสุมไปด้วยไฟอิจฉา พอได้ยินแบบนั้นข้าก็เข้าใจในทันที และแอบขำเจ้าไก่น้อยที่ซ่อนความอิจฉาไว้ไม่มิด พลังมิติอย่างนั้นหรือ? หากเทียบกับพลังเยว่ตี้เล่า พลังใดจะทรงอานุภาพกว่ากัน? ข้านึกคึกใจเอ่ยถามเจ้าไก่น้อยออกไป อีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาแล้วตอบอย่างรวดเร็ว

“กับพลังเยว่ตี้? ย่อมเป็นพลังมิติของท่านเยว่เฟยอยู่แล้ว แม้กระทั่งท่านประมุขยังไม่อาจไล่จับตัวท่านเยว่เฟยได้เลยสักครั้ง!”

“อันใดกัน พลังเยว่ตี้มิใช่พลังวิเศษอันดับหนึ่งอย่างนั้นรึ!?”

คำตอบที่ได้รับกลับมานั้นทำให้ข้าผงะตกใจจริง ๆ พลังมิติร้ายกาจขนาดนั้นเลยอย่างนั้นรึ!? แม้กระทั่งท่านทวดยังทำไม่ได้แม้กระทั่งจะจับตัวของเยว่เฟย นี่เป็นเรื่องที่ข้าไม่คาดคิดมาก่อน ทั้งที่เชื่อมาตลอดว่าพลังเยว่ตี้นั้นยอดเยี่ยมกว่าพลังวิเศษใด ๆ ข้าแทบเป็นใบ้ เสี่ยวจีมองมาด้วยแววตาอ่อนใจ ราวกับข้าเป็นเด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใด

“นายน้อยกล่าวอันใดเช่นนั้น ไม่มีพลังวิเศษใดเป็นอันดับหนึ่งหรอกขอรับ แต่ละพลังวิเศษนั้นมีจุดอ่อนจุดแข็งที่แตกต่างกันไป พลังวิเศษที่หนึ่งอาจจะสู้ที่สองมิได้ แต่เมื่อไปสู้กับที่สามก็อาจจะชนะ”

ข้าทำหน้างุนงงไม่เข้าใจ เสี่ยวจีก็หัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยปลอบอย่างเสียมิได้

“นายน้อยยังมิได้เข้าเรียนจึงคิดเช่นนั้น หากได้เข้าเรียนที่สำนักยุทธ์จันทร์หลบก็จะเข้าใจในเรื่องนี้เองขอรับ”

ข้าถอนหายใจออกมายาวเหยียด สงสัยว่าคราวนี้คงจะต้องยกเครื่องความรู้ความเข้าใจใหม่ทั้งหมดเสียกระมัง ยิ่งคุยยิ่งทำให้รู้ถึงความอ่อนด้อยของตนเองจนอดที่จะหดหู่มิได้

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น แล้วนี่เจ้าจะพาข้าไปที่ใดหรือ?”

ระหว่างที่ข้ากับเสี่ยวจีพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน พวกเราก็เดินขึ้นบันไดมายังหน้าประตูทางเข้าสำนักยุทธ์จันทร์หลบแล้ว ที่สำนักยุทธ์แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ศิษย์บินหรือเหาะขึ้นไปเด็ดขาด เหล่าศิษย์ที่ขี่กระบี่บินหรือเหาะเหินมานั้นก็จำต้องหยุดที่เชิงเขาแล้วปีนบันไดกันทุกคน แต่เท่าที่สังเกตแล้วไม่มีผู้ใดมีปัญหาในการขึ้นยอดเขา แต่ละคนนั้นกระโดดบ้าง วิ่งบ้าง รวดเร็วชั่วพริบตา ต่างจากข้ากับเสี่ยวจีที่เดินขึ้นทีละขั้น ชมนกชมไม้ตามรายทางอย่างไม่รีบร้อนใด ๆ

“ก่อนอื่นไปพบกับอาจารย์ไป๋ก่อนขอรับ”

“อืม”

ข้าตามเสี่ยวจีเข้ามาในสำนักยุทธ์จันทร์หลบ ภายในสำนักแห่งนี้กว้างขวางเป็นอย่างมาก อาคารหลัก ๆ ของสำนักยุทธ์จะเป็นหอคอยหลายชั้น แตกต่างจากคฤหาสน์บนยอดเขาจันทร์กระจ่าง ที่แห่งนั้นให้ความรู้สึกสงบสง่างาม แต่สำนักยุทธ์จันทร์หลบแห่งนี้กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นแข็งแกร่ง อาจจะเป็นเพราะโทนสีกระมัง ที่ยอดเขาจันทร์กระจ่างนั้นขาวสะอาด แต่ที่แห่งนี้เน้นไปทางสีดำสีเข้มเป็นส่วนใหญ่

เสี่ยวจีพาข้าเดินไปยังคอหอยที่สูงที่สุด พวกเราเดินขึ้นบันไดวนขั้นแล้วขั้นเล่า

“อาจารย์ไป๋น่าจะทำงานอยู่ในห้องนี้แหละขอรับ”

เสี่ยวจีหันมาบอกเมื่อพวกเราหยุดยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง ข้าพยักหน้ารับรู้ ไม่รอช้าให้เสียเวลาเสี่ยวจีจัดการเคาะประตู ก่อนจะรายงานตัวพร้อมทั้งกล่าวธุระเสร็จสรรพ จากนั้นพวกเราก็ยืนรออยู่ชั่วครู่ก่อนจะมีเสียงตอบรับดังมาจากภายในห้อง

“เข้ามาได้!”

สิ้นเสียงนั้นประตูห้องก็ค่อย ๆ เปิดกว้าง บุรุษรูปร่างสูงโปร่งผู้มีสีหน้าเคร่งขรึมโค้งตัวคำนับแก่ข้าแล้วหันไปเอ่ยกับเสี่ยวจี

“เจ้าไปเข้าเรียนได้แล้ว”

“ขอรับ” เสี่ยวจีรับคำก่อนจะหันมามองข้า ข้าส่งยิ้มพร้อมพยักหน้าให้แก่เขา เพื่อไม่ให้เด็กน้อยต้องพะวงหน้าพะวงหลัง เสี่ยวจียิ้มอย่างวางใจแล้วหันตัวเดินออกไป

สายตาของข้าก็มองกลับมาที่ชายหนุ่มหน้าใหม่ที่เผยมือเชิญข้าเข้าไปข้างในห้อง ข้าก้าวตามเขาเข้าไปในห้อง กวาดสายตาพิจารณาทั่วห้องอย่างรวดเร็ว ห้องแห่งนี้เหมือนห้องทำงานของท่านพ่อ เครื่องเรือนมีอยู่ไม่กี่ชิ้น หนักไปทางชั้นเก็บตำราเสียมากกว่า ในห้องมีโต๊ะไม้ดำสนิทที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก ด้านหลังโต๊ะมีบุรุษในชุดสีขาวลวดลายดำนั่งอยู่

ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์หลับตาขมวดคิ้วครุ่นคิด ใบหน้าของเขาดูอ่อนล้ามาก ไม่นานก็ลืมตา คิ้วยกขึ้นสูงจ้องมองมาที่ข้า ใบหน้าสูบผอมที่หากพิศดี ๆ จะเห็นเค้าความหล่อเหลาอยู่ หากเพราะสภาพทรุดโทรมคอยฉุดรั้งเอาไว้จึงยากจะเห็น ดวงตาคล้ำราวกับมิได้นอนมาหลายราตรีหรี่ตาพิจารณา ข้าพลันยืนตัวเกร็ง

ใช้เวลาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะขยับตัวเปล่งเสียงที่ติดจะแหบเล็กน้อย

“นายน้อย ข้า‘ไป๋จื๋อ’ เป็นผู้ดูแลสำนักยุทธ์จันทร์หลบแห่งนี้ ยินดีที่ได้พบ”

“ยินดีเช่นกันอาจารย์ไป๋ ข้าเซี่ยจิ้งถิง” ข้ายิ้มก่อนจะค้อมศีรษะเล็กน้อย ไป๋จื๋อยิ้มตอบกลับมาอย่างเป็นมิตร

“ได้ยินมาว่าท่านอาจารย์กับนายน้อยเพิ่งกลับมาถึงเมื่อวานเย็น เหตุใดจึงรีบร้อนมาที่นี่กันเล่า น่าจะพักอีกสักสองสามวันก่อน”

“เป็นท่านทวดที่บอกให้ข้ามาที่นี่ในวันนี้”

“อ้อ ท่านอาจารย์ยังคงเข้มงวดไม่เปลี่ยน ไม่ยืดหยุ่นเอาเสียเลย นายน้อยเพิ่งจากครอบครัวมาแท้ ๆ ไยต้องรีบร้อนฝึกเช่นนี้” ไป๋จื๋อส่ายหน้าไปมาอย่างจนใจ

ข้ามองบุรุษตรงหน้าพร้อมกับจับสังเกตบางอย่าง ระหว่างที่พูดคุยกันนั้นศีรษะของเขาเริ่มคล้อยต่ำลง เกือบจะจุ่มหนังสือที่ถือไว้ในมือ ดวงตาก็แทบจะปิดอยู่รอมร่อ ดูจากหน้าตาและสภาพเผ้าผม เดาว่าเขาคงอดหลับอดนอนมาหลายวันแล้ว น่าจะเป็นการโหมทำงานอย่างหนัก เดาจากปริมาณงานบนโต๊ะก็เยอะเป็นตั้ง ๆ

อีกอย่างไป๋จื๋อผู้นี้เรียกท่านทวดว่าอาจารย์ ให้ตายเถิด ไม่คิดเลยว่าคนเช่นนั้น แค่ก! บุรุษรักอิสระผู้เป็นตัวของตัวเองอย่างมากแบบท่านทวดจะมีลูกศิษย์เหมือนผู้อื่นด้วย ทั้งยังสั่งสอนศิษย์ออกมาเป็นคนเอาการเอางานเช่นนี้ด้วย บุคลิกต่างจากตนเองลิบลับ!

ได้ยินจากเสี่ยวจี ไป๋จื๋อผู้นี้เป็นคนมีอำนาจมากพอสมควร เขามีตำแหน่งหัวหน้าผู้คุ้มกัน เป็นกลุ่มที่รวบรวมยอดฝีมือเอาไว้มากมาย มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตระกูล หากมีภัยอันตรายใด ๆ เข้ามากล้ำกรายตระกูลละก็ กลุ่มผู้คุ้มกันจะเป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปรับมือ

การที่จะเป็นผู้นำกลุ่มคนมีฝีมือเช่นนั้นได้เขาย่อมต้องมีฝีมือร้ายกาจเป็นแน่ ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วเดายากว่าเขาเก่งขนาดไหน

หนำซ้ำยังดำรงตำแหน่งรักษาการณ์หัวหน้าสำนักยุทธ์จันทร์หลบอีกด้วย ส่วนหัวหน้าสำนักตัวจริงน่ะรึ? ฮึ อย่าถามถึงหัวหน้าตัวจริงเลย ป่านนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด อีกอย่างหากเอ่ยชื่อต้องห้ามออกมา เกรงว่าจะทำให้บุรุษผู้ใกล้เข้าห้วงฝันตรงหน้านี้ต้องสร่างตื่นเต็มตาด้วยเพลิงพิโรธอย่างแน่นอน เสี่ยวจีได้เตือนข้าเอาไว้แล้ว

เฮ้อ ท่านตาช่างเป็นบุรุษเหนือความคาดหมายจริง ๆ มีศัตรูไปทั่วแผ่นดิน ใช่แล้ว ผู้ที่เป็นหัวหน้าสำนักยุทธ์ตัวจริงเสียงจริงก็คือ ท่านตาเยว่เมิ่งคนนั้นนั่นแหละ!

แทบไม่เคยได้ทำหน้าที่หัวหน้าสำนักเลย มิรู้ว่าผู้ใดเป็นคนต้นคิดมอบตำแหน่งนี้ให้แก่เขา ดูจากนิสัยของท่านตาแล้วเกรงว่าจะมิได้สั่งสอนลูกศิษย์ แต่จะมาป่วนเหล่าศิษย์ผู้น่าสงสารเสียมากกว่า คิดแล้วก็ปวดหัวแทนคนตรงหน้า

อาจารย์ไป๋วางตำราในมือลงแล้วเริ่มอธิบายสิ่งที่ข้าจะต้องทำก่อนเข้าเรียนในสำนักยุทธ์จันทร์หลบ

“ก่อนที่นายน้อยจะเข้าเรียนร่วมกับผู้อื่นในสำนักต้องผ่านการประเมินเสียก่อน อย่าได้เป็นกังวล การประเมินนี้เป็นการประเมินพื้นฐานที่มีอยู่เท่านั้น ไม่มีการให้คะแนนใด ๆ เป็นเพียงการตรวจสอบเพื่อวางแผนการเรียนให้เหมาะสมแก่ผู้เรียน นอกจากนั้นยังเป็นการชี้วัดว่าท่านจะต้องเริ่มเรียนที่ระดับใดและต้องเสริมสิ่งใดให้เป็นพิเศษด้วย”

พอเห็นข้าแสดงสีหน้าเครียดออกมา อาจารย์ไป๋ก็รีบอธิบายเพื่อคลายอาการดังกล่าวลง ข้าถอนหายใจโล่งอกก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ หากมันเป็นการสอบเข้าละก็ข้าคงมีโอกาสน้อยมาก ความรู้ที่ร่ำเรียนมามีจำกัดคงไม่เพียงพอให้ผ่านเกณฑ์เป็นแน่

“ข้าจะมอบหมายให้ศิษย์พี่ของท่านเป็นผู้นำทางไปทดสอบ ไปเรียกเสี่ยวซิงมา” อาจารย์ไป๋หันไปบอกกล่าวกับผู้ช่วยที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ด้านข้าง ก่อนจะหันกลับมาพูดกับข้าอีกครั้ง

“การทดสอบนี้จะทดสอบพื้นฐานคร่าว ๆ วิชายุทธ์ พลังปราณ ในส่วนพลังวิเศษนั้นจะมีการสอนแยกออกไปเป็นพิเศษ ในกรณีของท่านคงไปร่ำเรียนกับท่านอาจารย์...”

ระหว่างที่อาจารย์ไป๋พูดและข้าก็ตั้งใจฟังเป็นพิเศษนั้น อยู่ ๆ เขาก็ก้มหน้านิ่งไปอย่างกะทันหัน ข้าจ้องมองอย่างงุนงง เกิดอะไรขึ้นน่ะ!? ข้ามองซ้ายมองขวาด้วยความตกใจ ผู้ช่วยคนนั้นก็ออกไปแล้ว ในห้องนี้มีแค่ข้ากับอาจารย์ไป๋ หรือว่าเขาจะมีโรคประจำตัว!?

ข้าลองเรียกเขาอยู่หลายรอบแต่อีกฝ่ายก็ไม่มีปฏิกิริยาใดกลับมา ในใจชักหวั่น ๆ ข้าขยันตัวเข้าไปใกล้ แต่ยังมิได้ลงมือทำอะไรก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพิจารณาอีกฝ่ายดี ๆ ก็จะได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ และยิ่งแน่ใจกว่าเดิมยามที่บุรุษตรงหน้าสัปหงกหงึก ๆ

หลับอย่างนั้นรึ!?

พูดอยู่ดี ๆ ไฉนกลายเป็นหลับไปหน้าตาเฉยเช่นนี้เล่า ข้าทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์ตรงหน้า ได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่ ข้าควรปลุกเขาดีหรือไม่? แต่ท่าทางของอีกฝ่ายดูเหนื่อยล้าอย่างหนัก ขนาดหลับไประหว่างกำลังพูดนี่อาการหนักแล้ว จะไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยหรือหากเข้าไปปลุกตอนนี้

ข้าสองจิตสองใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าไปปลุกอีกฝ่าย ถึงจะดูใจร้ายที่ปลุกคนกำลังนอนฝันดีอยู่แบบนี้ก็เถิด แต่ข้าเองก็ต้องรู้เรื่องรู้ราวก่อนไปทดสอบเช่นกัน ข้าทำใจแข็งยื่นมือหมายจะปลุก

ทันใดนั้นเองไป๋จื๋อก็ลุกขึ้นมานั่งตัวตรงแล้วเอ่ยต่อด้วยใบหน้าราบเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“...การเรียนการสอนที่นี่นั้นมิได้เคร่งเครียดอันใด เน้นที่การเรียนรู้และนำไปใช้ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญของการศึกษานี่ก็...นายน้อยอยากจะถามอะไรอย่างนั้นรึ?” ไป๋จื๋อชะงักมองข้าที่กำลังยื่นมือไปหาเขาอย่างงุนงง ก่อนจะเลิกคิ้วแล้วเอ่ยถามอย่างเอาใส่ใจ ข้ากระตุกปากฝืนยิ้ม

“เมื่อครู่นี้ท่าน...”

“เมื่อครู่? ข้าทำไมหรือ?” ไป๋จื๋อตอบสนองกลับมาด้วยคำถามราวกับไม่เข้าใจว่าข้าจะสื่อถึงเรื่องใด ข้าเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะโบกมือ

“ไม่มีอะไร ๆ ท่านกล่าวถึงไหนแล้วอย่างนั้นรึ?”

“หากสงสัยเรื่องใดนายน้อยโปรดถามมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ เมื่อครู่นี้ข้ากำลังพูดถึง...” ไป๋จื๋อก็เริ่มเล่าถึงการเรียนของที่นี่อย่างคร่าว ๆ ให้ฟังต่อ ข้ากะพริบตาปั้นหน้าตั้งใจฟังเต็มที่ แต่ภายในใจนั้นกำลังงุนงงและสับสน

ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าได้เผลอวูบหลับไป!

“ท่านอาจารย์”

“เข้ามา”

ระหว่างที่ข้ากำลังกระอักกระอ่วนกับเรื่องแปลก ๆ เมื่อครู่นี้ ผู้ช่วยของอาจารย์ไป๋ก็กลับมาแล้ว ข้าหันหลังไปมองทันที ด้านหลังของเขามีหญิงสาวหน้าตางดงามราวกับเทพธิดาเดินตามมาด้วย นางสวมชุดสีแสดอ่อน ๆ ขับเน้นผิวพรรณให้ดูขาวผ่องเปล่งประกาย ดวงหน้าเล็กรูปไข่มีรอยยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ผมยาวสีดำสนิทดูเงางามนั้นถูกรวบมัดง่าย ๆ ด้วยเชือกสีเดียวกันกับชุด เครื่องประดับน้อยชิ้น นางแต่งกายอย่างเรียบง่ายมาก ๆ แต่ทว่ากลับดูงดงามเป็นธรรมชาติยิ่ง

หญิงสาวผู้นั้นเดินเข้ามาในห้อง ฝีเท้าเบาไร้สุ้มเสียงจนข้าประหลาดใจ นี่มันการเคลื่อนไหวของมือสังหารชัด ๆ แต่กลับมาอยู่กับเทพธิดาเช่นนี้ทำให้ขัดแย้งอย่างไรชอบกล นางเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ข้าแล้วย่อตัวคำนับไป๋จื๋อ เสียงอันกระจ่างใสกล่าวทัก น้ำเสียงของนางช่างฟังแล้วสบายหูนัก

“ท่านอาจารย์ไป๋”

ระหว่างที่ข้ากำลังมองสำรวจนางอย่างสนอกสนใจ หญิงสาวคนนั้นก็หันมาสบตากับข้าก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างออกมา ข้าที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าแอบมองนั้นหน้าม้าน รีบไอกลบเกลื่อนแล้วหันไปมองอาจารย์ไป๋

“เยว่ซิง อย่างที่ได้คุยกันเอาไว้ เจ้าจะเป็นผู้คอยแนะนำนายน้อยในการเรียนที่นี่”

“ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์”

เยว่ซิง!?

ข้าแอบตกใจไม่น้อย ญาติของข้าอีกคนแล้วอย่างนั้นหรือ? วันนี้ไม่ทันได้ตั้งตัวก็เจอกับญาติตั้งสองคนแล้ว! ข้าหันกลับมามองเยว่ซิงพร้อมกับทำตาโต อีกฝ่ายเห็นก็ส่งเสียงหัวเราะอันอ่อนหวานออกมา ข้าฟังแล้วเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ เยว่ซิงผู้นี้จะต้องเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าบุรุษเป็นแน่ แม้กระทั่งข้ายังรู้สึกดีกับนางขนาดนี้

เยว่ซิงพยักหน้าให้แก่ข้าแล้วแนะนำตัว มืออันบอบบางแตะลงอก

“ข้า ‘เยว่ซิง’ เป็นน้าหญิงของเจ้า แต่เรียกว่าพี่สาวจะดีกว่า ข้าอายุสิบแปดไม่น่าจะต่างจากเจ้ามากนัก”

“พี่สาว! ข้าเซี่ยจิ้งถิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะขอรับ!”

ข้าตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น นานมาแล้วข้าอยากจะมีพี่สาวหรือน้องสาวสักคน ในที่สุดก็สมหวังเสียที! แถมยังเป็นพี่สาวแสนงดงามอ่อนหวานขนาดนี้ด้วย ข้าแทบกักเก็บความปิติยินดีมิได้

“ฝากเนื้อฝากตัวเช่นเดียวกันน้องชาย”

เยว่ซิงหัวเราะสดใส นางเอ่ยตอบกลับมาแล้วแย้มยิ้มจนตาหยี ข้าแทบตาบอดเพราะมันช่างเป็นรอยยิ้มที่เจิดจ้า การโจมตีนี่ช่างรุนแรงนัก ข้าพยักหน้ารับก่อนจะเกาศีรษะอย่างเขินอาย

“นายน้อยพร้อมรับการทดสอบหรือยัง?”

 

 

 

 

มาอัพตอนใหม่ฉลองคอมพ์เครื่องใหม่ค่ะ!

ชักจะเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มันยาวมากแฮะ จะทะลุกี่ร้อยตอนกันเนี่ย

โอ้โห พล็อตที่วางไว้คร่าว ๆ นั้นเหลืออีกบานเลยนี่หว่า

เห็นคนอ่านบอกว่าอ่านมาตั้งแต่เข้ามหาลัยตอนนี้จบแล้ว //ยิ้มแห้งนิดหนึ่ง

ถ้าอย่างนั้นก็แต่งไปเรื่อย ๆ ให้ได้อ่านจนมีครอบครัวมีลูกมีหลาน

อยู่ด้วยกันทุกช่วงชีวิตไปเลยเนอะ55555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 768 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25536 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 17:16
    ไรท์อยู่เค้าก็อยุ่!!! อยู่ไปด้วยกันเรื่อยๆเลย!!
    #25,536
    0
  2. #25311 despasito (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 09:19
    ที่ไรท์บอกเราจะอยู่กันไปเรื่อยๆนี่เรื่องจริงใช่ไหม5555
    #25,311
    0
  3. #25204 BA_Laz (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 00:24
    ไม่ว่ากี่ปีก็จะอ่านค่ะจะมีเป็นพันๆตอนก็จะอ่าน
    #25,204
    0
  4. #25187 mo2ksrwi3_thawe2.ng (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 11:36
    นึกว่าตาฟาด😁😁😁😁😁😁
    #25,187
    0
  5. #25141 minchy (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 22:32
    ได้โปรดมามากกว่าปีละตอนได้ไหมคะ

    แบบปีละ4ตอนก็ยังดีจะได้หายคิดถึง
    #25,141
    0
  6. #25103 latchapor9988dad (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 22:38
    ไม่เป็นไรไม่ต้องรีบนะ ตามมาตั้งแต่อัปตอนที่1 ตอนนี้100กว่าละ ลึกๆคือภูมิใจแบบ ต้าวน้อยๆเติบโตแต่นะ แจ้งข่าวสักนิด คิดถึงกันสักน่อยยย อย่าปล่อยให้ฉันคอยยย ถ้าเธอรักชั้นจริงได้โปรดทิ้งชั้นไปปป หวัดดีเบล

    ปล. คิดถึงนะ
    #25,103
    0
  7. #25102 toon4714 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 23:34
    รอ... อยู่นะไรท์ ToT
    #25,102
    0
  8. #25098 trp1021 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 09:03

    ......
    #25,098
    0
  9. #25094 คูมท้องฟ้าา (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 00:02

    ://://
    #25,094
    0
  10. #25093 คูมท้องฟ้าา (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 00:02

    ://://
    #25,093
    1
  11. #25092 คูมท้องฟ้าา (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 00:02

    ://://
    #25,092
    0
  12. #25091 คูมท้องฟ้าา (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 00:02

    ://://
    #25,091
    0
  13. #25090 คูมท้องฟ้าา (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 00:01

    ://://
    #25,090
    0
  14. #25087 luksamon5732 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 19:20
    รอจนน้ำตาไหล มุแง~
    #25,087
    0
  15. #25084 JChaiboonta4621 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 13:07
    ยังรออยู่น๊าาา
    #25,084
    0
  16. #25069 DΔΝGΈR (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 14:53

    สู้ๆนะคะไรท์ เราจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าไปเลยย 5555
    #25,069
    0
  17. #25068 Little.Lair (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 15:50

    รออยู่นะค้าไรท์ สู้ๆนะค้า ติดตามต่อแน่นอน
    #25,068
    0
  18. #25065 510 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 17:32

    ฮัลโหลว! ไรท์! ยังรออยู่นะจ้ะ! 55

    #25,065
    0
  19. #25052 nun272 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 10:06
    มาอัพต่อเร็วๆนะคะ รอยุวค้าาาา
    #ชอบมากเลยค่ะ
    #25,052
    0
  20. #25038 despasito (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 23:52
    ตระกูลเย่วคืออัพสูตรโกงกันมาเต็มที่555
    #25,038
    0
  21. #25029 N2523 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 09:53

    ขอให้เจ้าแมวสมหวังได้ครองคู่กะน้องจิ้งถิงเถอะ

    #25,029
    0
  22. #25002 Rinktp (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 12:40

    อาถิงงงงง....คิดถึงมากกกกก มาพบกันหน่อยยยยย

    #25,002
    0
  23. #24999 jinhaana (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 22:23
    คนดี ๆ แบบน้องนี่ต้องมีสัตว์อสูรเหมือนกันใช่ไหมม
    #24,999
    0
  24. #24985 PinpinatS (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 16:17
    ไรท์คะ เกรงว่าชีวิตนี้จะไม่มีลูกมีหลานแล้วล่ะคะ อย่ารอถึงตอนนั้นเลยเนาะ รีบอัพเร็วๆ เถ้อออ
    #24,985
    0
  25. #24984 Awa2002- (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:53

    ดีต่อใจมากกกก ชอบนิยายวาย ชอบนิยายจีนโบราณ ชอบนิยายที่ตัวเอกเทพๆ พอมารวมกันเเบบนี้ดีต่อใจที่สุด ขอบคุณที่สร้างนิยายดีๆแบบนี้นะคะ ติดตามต่อไปค่ะ

    #24,984
    0