เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 105 : ตอนที่ ๙๖ บ้านใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,498 ครั้ง
    9 ม.ค. 61

เชยชมเจ้าแมวจนพอใจข้าถึงเดินไปปลดเสื้อคลุมบนบ่าพาดไว้บนฉากกั้นลม พยายามย่างเท้าเบาเกรงจะรบกวนคนนอน ข้าอยากให้เขาพักผ่อนจากการทำงานบ้าง

 

อย่างว่าละ ท่านแม่ทัพผู้นี้บ้างานเสียเหลือเกิน อีกทั้งท่าทางการนอนที่ไร้ความระมัดระวังเช่นนั้นก็ทำให้ตัดใจปลุกได้ยาก นานทีปีหนที่เจ้าแมวจะพักผ่อนโดยไม่หวาดระแวง ปกติแล้วแม่ทัพเช่นเขาไหนเลยจะไม่รู้สึกตัวทั้งที่มีคนเข้ามาใกล้จนประชิดตัว ที่เห็นยังนอนปล่อยตัวเช่นนี้ได้คงเพราะไว้วางใจมากนั่นแหละน้า   

 

เสียงเนื้อผ้าเสียดสีดังแผ่ว ข้าหันตัวกลับไปมองแล้วถอนหายใจ พูดไม่ทันขาดคำอีกฝ่ายก็ตื่นซะแล้ว เฮ้อ

ข้าเดินเข้าไปหาเจ้าแมวที่ขยับตัวเกียจคร้าน เปลือกตาสีไข่ค่อยๆ เปิดขึ้น ดวงตาสีดำสนิทกะพริบตาถี่ก่อนจะปรือตามองมาทางข้า นัยน์ตาคมกริบที่ยามนี้กำลังงัวเงียทอดมองมาดูงดงามเย้ายวนเชิญชวนอย่างประหลาด ข้าสูดลมหายใจรีบเฉสายตาไปมองด้านข้าง ไม่กล้าสบตาตรงๆ เพราะตอนนี้ก้อนเนื้อที่อยู่ในอกซ้ายกำลังโลดทะยานขึ้นลง

 

“อืม...” คนบนเตียงครางในลำคอเบาๆ เหยียดกายพลิกตัวตะแคงข้างหันมา เจ้าแมวพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าสบายอกสบายใจ นัยน์ตาคู่งามช้อนมองมาราวกับกำลังยั่วเย้าผู้คน ข้าเผลอมองจนตาลอยก่อนจะสะดุ้งรู้สึกตัวแล้วยกกำปั้นบังปาก กระแอมไอแก้เก้อ

 

“ท่านยังง่วงอยู่หรือ?”

 

“อืม มานอนด้วยกัน”

 

ไม่ว่าเปล่าบุรุษรูปงามบนเตียงก็ตบมือลงบนที่ว่างข้างๆ ริมฝีปากแดงระเรื่อที่แย้มยิ้มน้อยๆ จนคนมองเช่นข้าดวงตามืดบอดจะเป็นลมเสียให้ได้

 

ฮือ! สถานการณ์ตรงหน้านี้ใช่ด่านทดสอบการเป็นเซียนหรือไม่? ผ่านด่านนี้ไปได้จะได้ขึ้นสวรรค์เป็นเซียนอมตะ ไยมันช่างล่อลวงจิตใจผู้คนให้เคลิบเคลิ้มมากมายเช่นนี้! หากเป็นเช่นนั้นข้าคงไม่มีวันได้สำเร็จเป็นเซียนแน่ เพราะตกลงสู่บ่วงเสน่ห์ของมารตนนี้อย่างไรเล่า  

 

อ่า แต่ตัวข้ามิใช่ผู้บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน และคนตรงหน้าก็มิใช่มาร

 

สีหน้างัวเงียง่วงนอนราวกับแมวขี้เซาทำให้ข้ายิ้มออกมา นัยน์ตาคู่สวยปรือต่ำเห็นขนตาเป็นแพหนา น่ารักเสียจนปฏิเสธไม่ออก! ข้าครางในลำคออย่างไร้หนทางต่อต้าน ยื่นมือไปลูบใบหน้างดงามอย่างบุรุษ เจ้าแมวที่ยังง่วงงุนเอียงหน้าเข้าหามือของเขาแล้วหลับตาพริ้ง มันน่าเกาใต้คางให้จริงๆ ออดอ้อนเกินไปแล้ว!

 

เจ้าแมวรูปงามคลอเคลียมือของข้าอยู่ไม่นานก็ชะงักก่อนจะค่อยๆ เลิกเปลือกตาขึ้นช้อนดวงตามองข้านิ่งๆ นัยน์ตาคู่งามบอกกล่าวคำพูดไร้สำเนียง ฉับพลันราวกับถูกขโมยสติสัมปัญชัญญะไปหมด คนบนเตียงดึงตัวลงไปนอนง่ายดาย รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกเจ้าแมวขี้เซากอดรัดเป็นหมอนข้างไปเสียแล้ว  

 

ฉินอ๋องกดปลายจมูกลงกลางศีรษะของข้า ขยับลงไล้ปลายจมูกโด่งตามโครงหน้า ริมฝีปากนุ่มจูบพรมเบาบาง ซุกใบหน้าไซ้ตามซอกคอ ทั้งดมทั้งหอมพัลวัน จากนั้นก็ครางอย่างพอใจในลำคอ ร่างหนาดังกำแพงรัดตรึงตัวข้าไว้แน่นหนาประหนึ่งงูยักษ์ ข้าทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายกินเต้าหู้จนพอใจ

 

หายไปนาน”

 

เสียงทุ้มต่ำเย็นๆ พึมพำต่อว่าทั้งที่ยังนัวเนียข้าไม่หยุด เจ้าแมวยกตัวขึ้นมาจูบฟัดแก้มของข้าแถมยังขบลงเบาๆ ราวกับมันเขี้ยว ข้ายกมือดันปลายคางอีกฝ่ายแล้วเอ่ยเล่าว่าไปทำอันใดบ้าง เจ้าแมวทำเสียงรับในลำคอยังไม่ยอมผละตัวออกไปเสียที มุ่งมั่นแทะโลมและคลอเคลียไม่ห่าง

 

ข้าเม้มริมฝีปากแน่น ช่องท้องวูบไหว ในอกเต้นระรัว นี่คนนะ มิใช่พระอิฐพระปูน ลูบขนาดนี้แล้วจะไม่รู้สึกรู้สาอันใด แถมคนที่นัวเนียด้วยตอนนี้ก็เป็นเขาอีกด้วย ข้าเกร็งตัวเมื่อมือหนาค่อยๆ นวดคลึงสะโพกของข้าอย่างใจเย็น เจ้าแมวเอาแต่หยอกเอินร่างกายของข้า ค่อยๆ นวดเร้าเชื่องช้าราวกับจงใจทรมานกัน ข้าหลับตาสะกดกลั้นความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ เจ้าแมววายร้ายหยุดมือซุกซนของเขาแล้วกระซิบถามกลั้วหัวเราะ

 

“เป็นอันใดรึ?”

 

รู้ทั้งรู้ยังจะถาม!?

 

ข้าพ่นลมหายใจแล้วค่อนแคะในใจ คนรู้ตัวอยู่ก่อนแล้วหัวเราะเสียงทุ้มข้างหูเขา ก่อนจะก้มตัวประทับริมฝีปากมอบจุมพิตแสนหวานแล้วผละตัวออกไปวุ่นวายกับเชือกรัดเอวของผู้อื่น ชั่วอึดใจมือแข็งแรงของเจ้าแมวก็กระชากผ้าผูกเอวของข้าทิ้งไปอย่างไม่สนใจไยดี ตามด้วยกระตุกปมเสื้อชั้นในแล้วแหวกเสื้อเปิดอ้าออกจากกัน ฝ่ามือหยาบกร้านสอดเข้ามาลูบไล้ผิวกายภายใต้อาภรณ์ที่ปิดอย่างหมิ่นเหม่ 

 

“เสวี่ย ท่าน...อยากงั้นรึ?” ข้ากระซิบถามเบาๆ เสียงดังเท่าแมลงหวี่

 

“อืม”

 

ตอบตรงๆ สมกับเป็นเจ้าแมวจริงๆ

 

ข้าถอนหายใจก่อนจะพึมพำแสร้งถามไป

 

“เมื่อครู่ผู้ใดบอกว่าง่วงกัน?”

 

“ข้า ตื่น ตั้งแต่เจ้าเดินเข้ามาแล้ว” เจ้าแมวกระซิบเสียงพร่า เขาจับมือข้าล่วงไปจับบางอย่างที่พองตัวเป็นรูปเป็นร่างแทบจะดันเนื้อผ้าออกมา

 

ข้าเบิกตาตกใจ แก้มร้อนผ่าวไปหมด สัมผัสเต็มไม้เต็มมือเช่นนี้ไม่ต้องพูดมากความก็รู้ว่าอันใดที่ตื่น ที่ถามไปน่ะหมายถึงตื่นนอนต่างหากเล่า ตื่นนอน! มิใช่ตื่นตัว บ้าจริง! พอตั้งสติได้ข้าก็ขึงตาใส่เจ้าแมวลามกที่หน้าไม่อายอย่างยิ่ง มา ตื่นอะไรยามกลางวันแสกๆ เช่นนี้!? โอ๊ยยยย อยากจะขย้ำน้องชายสุดรักให้แมวบางตัวชักดิ้นเสียจริง โทษฐานลามกนัก!

 

“สามีตื่นแล้ว ชายาเห็นใจด้วย”

 

ยะ..อย่ามาอ้อนเสียให้ยาก ข้า..ข้า..ฮึ่ม!

 

“จิ้งถิง...”

 

“...มิใช่ต้องรีบเดินทางหรือ?” ข้าเบือนหน้าหนีสายตาเว้าวอนที่ไม่เคยต้านทานได้แล้วเอ่ยท้วงเสียงแข็ง

 

“ไม่รีบ” เจ้าแมวสั่นหัวตอบ

 

ไม่รีบ?

 

อ่า เช่นนั้นก็ช่างมันเถิด ไม่รีบก็ไม่รีบ!

 

.

.

.

.

 

“ข้าวใหม่ปลามันคู่นั้นจะให้พวกเรารอไปถึงเมื่อไร มันใช่เวลามาจู๋จี๋กันหรือ? รอมาตั้งนานแล้ว นานเสียจนน้ำชาจากร้อนลวกปากเป็นเย็นชืดไร้รสชาติแล้วก็ยังไม่เสร็จเสียที เก็บแต้มสะสมไปชิงโชคร้านชางเปากันรึอย่างไร”

 

ยามที่ข้ากับฉินอ๋องก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนหลังจากแต่งตัวหวีเผ้าหวีผมกันเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงบ่นพร่ำของคนแซ่เฉินลอยเข้ามากระทบหู ทั้งบ่นทั้งจิกกัด น้ำเสียงก็ไม่ธรรมดาราวกับแอบแฝงไปด้วยความไม่พอใจ และที่มากกว่านั้นคืออิจฉา

 

ได้ยินข่าววงในกระซิบบอกมาว่าคนแซ่เฉินถูกสาวงามนามสวินลี่ปฏิเสธคำขอแต่งงานครั้งสิบสาม ไม่แปลกที่จะหงุดหงิดพาลไปทั่วเช่นนี้ ข้าเป็นคนใจกว้างไม่ถือสาคนอกหักรักร้าวจึงไม่เอ่ยอันใด ฉินอ๋องก็มิได้กล่าวกระไรเช่นกัน เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ แช่แข็งถ้วยน้ำชาในมือของเฉินฮุ่ยเคอที่เจ้าตัวบ่นว่าเย็นชืดไร้รสชาติเท่านั้น

 

รองหัวหน้าองครักษ์เฉินผู้เอาตัวรอดเก่งนั่งนิ่งมองถ้วยน้ำชาในมือที่ถูกแช่เย็นเป็นน้ำแข็ง อึดใจต่อมาก็หัวเราะออกมาแล้วกล่าวด้วยสีหน้าแช่มชื่นเบิกบานที่เหมือนคนจะร้องไห้เสียมากกว่า

 

“สมกับเป็นท่านอ๋อง ข้าอยากดื่มชาเย็นอยู่พอดี!

 

เย็นจนกลายเป็นน้ำแข็งเชียวละ!

 

พวกเราล่ำลาพวกท่านพ่อแล้วออกเดินทางไปยังจวนฉินอ๋องเงียบๆ ระหว่างนั้นข้าขอแยกตัวไปกล่าวลาสหาย เห็นเสี่ยวชีมีความสุขสมหวังกับจิ้นเกอข้าก็วางใจไปเปลาะหนึ่ง ชีวิตที่เลวร้ายในชีวิตที่แล้วคงได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ ชายที่เป็นต้นเหตุที่จะทำให้เสี่ยวชีเศร้าเสียใจคงคลาดจากกันไปแล้ว ไม่น่าจะมีโอกาสมาพบเจอกันอีก 

 

ส่วนหมิงอิงข้าก็ไม่ห่วงอันใดมาก เขามีครอบครัวที่ดี บิดาที่คอยรักและทะนุถนอม พี่ชายที่คอยเอาใจใส่และตามใจ อีกทั้งยังมีว่าที่มือปราบคนดังอย่างหลวนคุนคอยตามปกป้องดูแล ข้ายังสงสัยเลยว่าชีวิตที่แล้วเหตุใดหมิงอิงถึงตามืดตาบอดไม่เห็นความดีของเพื่อนวัยเยาว์ผู้นั้นกลับมาหลงเจ้าแมวเสียนี่ สำหรับหมิงอิงเรื่องที่ข้าเป็นห่วงมีเพียงเรื่องที่เขาถูกองค์รัชทายาทตามตอแย แต่มันคงเป็นไปมิได้แล้ว เจ้าแมวเล่าให้ฟังว่าองค์รัชทายาทเดินทางไปทบทวนตนที่อารามอันห่างไกลตามคำสั่งของฮ่องเต้เป็นเวลาสามปีด้วยกัน ไม่น่าจะมารังควานหมิงอิงเหมือนชีวิตที่แล้วได้

 

และคนสุดท้ายที่ข้าแวะไปบอกลาคือฉิวเฟยอิน อดีตนายโลมคนงามที่ตอนนี้ชีวิตสุขสบายไม่ต้องแสร้งเอาอกเอาใจผู้ใดเช่นที่ผ่านมา ก็เป็นเหมือนเดิมอีกฝ่ายไม่ค่อยสนใจข้าสักเท่าไร เมื่อข้าบอกว่าจะไปศึกษาต่างแคว้นเขาเพียงพยักหน้าแล้วโบกมือไล่อย่างรำคาญ อุตส่าห์มาล่ำลาเสียดิบดี ช่างไร้ไมตรียิ่ง แต่ช่างเถิด เห็นเขาอยู่ดีกินดีข้าก็พอใจแล้ว ต่างจากชีวิตที่แล้วนัก ข้ากับเขาต่างเป็นนายบำเรอของฉินอ๋องที่ต้องแย่งชิงความโปรดปราน เป็นปรปักษ์ต่อกัน แทบไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ ชีวิตนี้เป็นอย่างนี้นับว่าดีมากแล้ว

 

ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ข้าทำตัวต่างจากชีวิตก่อน จะทำให้คนอื่นๆ พลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นนี้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการกระทำของคนคนหนึ่งจะส่งผลเชื่อมโยงถึงคนอื่นๆ ด้วยเช่นนี้ อย่างที่ข้าเคยได้ยินใครบางคนกล่าวเอาไว้ ทุกชีวิตมีเส้นด้ายความสัมพันธ์ที่ผูกกันยุ่งเหยิงเกินจะคาดเดา

 

ข้ากลับมายังจวนฉินอ๋องเพื่อสมทบกับคนอื่นๆ ที่เตรียมตัวพร้อมเดินทางกันแล้ว ก่อนจะออกเดินทางนั้นข้าแอบลอบเข้าห้องนอนของเจ้าแมวเพื่อไปตรวจสอบความเรียบร้อยของอาณาเขตเยว่ตี้ที่สร้างไว้เป็นจุดเคลื่อนย้ายว่ายังอยู่ดีสมบูรณ์หรือไม่ สำรวจจนแน่ใจก็รีบไปขึ้นรถม้าที่จอดเทียบท่ารออยู่ก่อนแล้ว หึๆ เพียงเท่านี้ข้าก็ไม่ต้องกังวลใจแล้ว หากคิดถึงเจ้าแมวยามใดก็สามารถมาหาได้ทุกเมื่อ พลังเยว่ตี้ช่างแสนสะดวกสบายอะไรเช่นนี้!

 

“ยิ้มอันใด?” เจ้าแมวเอ่ยถามเมื่อเห็นข้านั่งยิ้มครึ้มอกครึ้มใจอยู่คนเดียว ข้ายกยิ้มก่อนจะส่ายหน้าไม่บอก หันไปมองเจ้าแมวที่นั่งอยู่ภายในรถม้าที่โอ่อ่าด้วยกันกับข้า ร่างสูงสง่าในชุดอาภรณ์ประณีตเอนกายพิงผ้าน่วมหนานุ่มด้วยท่าทางเกียจคร้านแต่ทว่าก็น่ามองยิ่ง คิ้วเข้มยกขึ้นฉงนเล็กน้อยก่อนจะถามไถ่ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

“ไม่เพลียบ้างรึ?”

 

“ข้าสบายดี”

 

เพิ่งออกเดินทางเอง เหตุใดต้องเพลียด้วยเล่า?

 

เจ้าแมวไม่พูดอะไรอีก ทำเสียงครางรับในลำคอ นัยน์ตาสีดำหมึกวาววับขึ้นมาวูบหนึ่ง เสี้ยวอึดใจนั้นข้าขนลุกซู่ ลางสังหรณ์มันร่ำร้องว่าคนตรงหน้ากำลังคิดนอกลู่นอกทางอยู่ ขบคิดครู่หนึ่งข้าก็สะดุ้งตัวโหยง เพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดถึงถูกถามเช่นนั้น แก้มทั้งสองพลันร้อนฉ่าดังถูกแนบด้วยถ่านไฟ

 

“ชายาของเปิ่นหวางแข็งแรงยิ่ง”

 

ข้าทำได้เพียงทำปากงึมงำรับคำสัพยอกจากเขา ต่อว่าทางสายตา ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลางดงามที่ผู้ใดได้ยลก็ต้องหลงใหลเคลิบเคลิ้มทุกรายหาได้ใส่ใจไม่ ยังคงเอ่ยอย่างไร้ยางอายต่อไป

 

“หรือว่าเปิ่นหวางมีทักษะยอดเยี่ยมกันนะ?”

 

คนยอตนเองว่ามีทักษะดีทำกระตุกปากกระหยิ่มมั่นใจ แววตาผยองในตนเองอย่างน่าหมั่นไส้ ข้าทนไม่ไหว สะบัดหน้าส่งค้อนขวับทันที โธ่เอ๊ย เจ้าแมวแก่ แน่นอนละ อยู่มานานแล้วนี่ ประสบการณ์คงมากตามอายุนั่นแหละ ฮึ!

 

“เสียดายที่ตอนนี้อยู่บนรถม้า” ฉินอ๋องถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงคล้ายกับเสียดายในขณะที่จ้องมองข้าไม่วางตา ในหัวของเจ้าแมวมีแต่เรื่องเช่นนี้อยู่หรืออย่างไร!? ข้าพ่นลมหายใจออกมาแล้วเชิดหน้าทำเมิน ไม่แยแสกับเสียงบ่นเป็นตาแก่ของอีกฝ่าย โชคดีจริงๆ ที่เดินทางด้วยรถม้า ไม่เช่นนั้นข้าต้องถูกเจ้าแมวมักมากตะครุบกินอีกแน่

 

“หึ ทำเป็นเมินกันหรือ?”

 

ข้าหลับตาลงไม่พูดอะไรตอบ

 

“เอาเถิด ถึงจุดหมายเมื่อไรสามีผู้นี้จะไม่เกรงใจ”

 

“ท่านเกรงใจเป็นด้วยหรือ?”

 

“เป็น แต่มิใช่กับเรื่องนี้”

 

หน้าหนาได้อีก! ข้าส่ายหน้าเอือมระอากับเจ้าแมวที่ยอมรับหน้าตาเฉยก่อนจะพ่นลมหายใจแล้วหัวเราะขำ ให้ตายเถิด เจ้าแมวลามกหน้าตายนี่!

 

“ชายาที่รัก” ชายไร้ยางอายกวักมือเรียกข้าให้เข้าไปหา

 

สามีๆ ชายาๆ อยู่ได้

 

พูดบ่อย พูดย้ำนัก เจ้าไม่อายแต่ข้าอาย! ไยถึงได้เอ่ยออกมาได้หน้าตาเฉยเป็นธรรมชาติได้ขนาดนั้นกันนะ ตัวข้าแค่ได้ยินยังหน้าร้อนอายม้วนไปหมด อย่าให้พูดออกมาเองเลย เขินเสียจนอ้าปากพูดคำเหล่านี้มิได้ ข้ายังคงนั่งนิ่งไม่ขยับไหวติงใดๆ จ้องมองใบหน้าที่นิ่งขึงประหนึ่งกำแพงอย่างไม่ไว้วางใจ

 

ถึงเขาจะพูดว่าไม่ทำบนรถม้าก็เถิด แต่ผู้ใดจะไปคาดเดาใจเจ้าแมวลามกได้ หาก ตื่นขึ้นมาอะไรจะหยุดยั้งเขาได้เล่า? ข้ารึ? เหอะ เคยทำได้เสียที่ไหน! ฉะนั้นป้องกันไว้จะดีกว่า

 

“เจ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้าจนถึงที่หมาย”

 

ข้าเหล่ตามองอย่างชั่งใจ เชื่อได้หรือ? ครั้งที่แล้วก่อนจะมาก็บอกรอบเดียวๆ เอาเข้าจริงก็ทำไม่หยุด ข้าโวยวายก็ตื๊อบ้าง ใช้ท่าไม้ตายออดอ้อนซ้ายขวาจนเผลอใจอ่อน แล้วอย่างไรเล่า ฮึ ก็ถูกคนแซ่เฉินบ่นยาวเหยียดเช่นนั้นอย่างไรล่ะ รอบเดียวอะไรกัน วนทรมานข้าอย่างกับตายอดตายอยาก

 

“ด้วยเกียรติ” ฉินอ๋องกล่าวแววตาจริงจัง

 

ข้านิ่งไปอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถอนหายใจแล้วขยับตัวเข้าไปมุดผ้าห่มซุกตัวนอนบนอกกว้างของเขา เอาเถิด ก็มิได้เสียหายอันใด ดีเสียอีก นอนกอดเจ้าแมวย่อมดีกว่านั่งตัวแข็งอยู่คนเดียว หนาวก็หนาว สู้มีเตาอุ่นส่วนตัวเช่นนี้มิได้ ทั้งอุ่นทั้งหอม ฉินอ๋องไม่ได้พูดอะไรอีก เขายกแขนโอบกอดข้าเอาไว้เงียบๆ จากนั้นเราสองคนก็หลับตาแอบอิงกันและกันไปตลอดทาง

 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ลืมตาตื่นขึ้นอีกทีก็ตอนที่รู้สึกว่าคนข้างๆ ขยับตัว รถม้าได้หยุดจอดไปแล้ว ไม่รู้ว่าหยุดตั้งแต่เมื่อไร เพิ่งจอดหรือจอดนานแล้วก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ ข้างัวเงียตื่นเต็มตาเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงของหัวหน้าองครักษ์จางฉีหลินเอ่ยรายงานดังมาจากด้านนอกรถม้า

 

“ท่านอ๋อง เตรียมพร้อมแล้วขอรับ”

 

“อืม”

 

ฉินอ๋องพาข้าลงไปลงรถม้า ข้าหันมองไปรอบๆ ตัวแล้วกะพริบตาปริบๆ อันใดกัน ตอนแรกคิดว่าพวกเราจะหยุดพักค้างคืนกันที่โรงเตี๊ยมเสียอีก แต่ดูแล้วไม่น่าใช่การค้างคืน ไม่มีโรงเตี๊ยม หนำซ้ำรอบๆ ล้วนเป็นป่าไร้ที่อยู่อาศัย ข้าแหงนมองสีท้องฟ้าที่เป็นสีแสดเข้าสู่ยามเย็นของวันแล้ว

 

เจ้าแมวจูงมือข้าเดินไปหากลุ่มคนที่สวมเครื่องแบบคล้ายนักพรต พวกเขาเหล่านั้นคำนับฉินอ๋องและข้า ก่อนจะเชิญให้พวกเราเข้าไปอยู่ในเขตวงกลมที่วาดไว้บนพื้น ข้าถูกดึงไปยืนกลางวงกลมวงนั้นอย่างงุนงง ไม่เพียงแต่ข้ากับฉินอ๋อง เหล่าองครักษ์ที่ติดตามมาก็เข้ามายืนในวงกลมนั้น

 

ไม่ทันได้ถามอันใด พริบตานั้นภาพตรงหน้าก็พร่ามัว มึนวูบคล้ายจะหน้ามืดเป็นลม ลมในช่องท้องตีตัวดันสู่ช่องอกจนจุกแน่นหายใจแทบไม่ออก ข้ายกมือกุมอก พะอืดพะอมอยากจะอาเจียนลมออกมา ยืนโซเซเป็นคนเมา ยังดีที่ได้ฉินอ๋องคว้าตัวพยุงเอาไว้ก่อนที่ข้าจะเซล้มไปกองกับพื้น ข้าหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดเฮือกแล้วเฮือกเล่า มือก็เกาะฉินอ๋องยึดเป็นหลักพยุงตัว สะบัดศีรษะไปมาแต่ก็ยังไม่หายมึนเสียที จนกระทั่งเฉินฮุ่ยเคอเดินเข้ามาแตะขมับด้านขวา ปลายนิ้วของเขาสว่างวูบ ข้ารู้สึกถึงกระแสไออุ่นที่ไหลไปทั่วร่าง ค่อยๆ รู้สึกดีขึ้นตามลำดับ เฉินฮุ่ยเคอตรวจดูอาการของข้าแล้วส่ายหน้าบอกเล่าให้คนอื่นๆ วางใจ

 

“อาการเมาหลังเคลื่อนย้ายทางไกลน่ะ ครั้งแรกก็เป็นเช่นนี้กันทุกคนนั่นแหละ เป็นเรื่องธรรมดา~ จำได้ว่าครั้งแรกของข้านั้นสาหัสกว่านี้อีก สำรอกข้าวในกระเพาะออกมาหมดเชียวละ ท่านหัวหน้าองครักษ์จางที่น่าเคารพยิ่งแล้วไปกันใหญ่ อ้วกแตกอ้วกแตนพุ่งปี๊ดๆ ไม่หยุดเป็นชั่วยาม สภาพทุเรศยิ่งกว่าศพขึ้นอืด”

 

“เฉินฮุ่ยเคอ...” คนที่ถูกเปรียบเทียบว่าแย่กว่าศพขึ้นอืดเรียกเพื่อนเสียงเข้ม  

 

เคลื่อนย้ายทางไกล?

 

ข้าถอนหายใจ ยังดีที่ไม่อาเจียนเหมือนที่คนแซ่เฉินเล่า ก่อนจะค่อยๆ ลืมตามองไปรอบๆ แม้จะเป็นป่าเช่นเดียวกัน แต่จำได้ว่ามิใช่ที่เดิมที่หยุดจอดรถม้า ฟังจากที่เฉินฮุ่ยเคอพูดแล้วข้าก็รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอันใดขึ้น เหล่าคนที่สวมชุดคล้ายนักพรตคงจะเป็นผู้มีพลังวิเศษเคลื่อนย้ายทางไกลเป็นแน่

 

อย่าบอกนะว่าตอนนี้...ถึงทางเหนือแล้ว!?

 

“ไม่เป็นไรนะ?” เจ้าแมวถามข้า ใบหน้านิ่ง แต่แววตาแสดงออกว่าห่วงชัดเจน ข้าพยักหน้ารีบบอกว่าสบายดีทันที

 

พักหายใจหายคอหายวิงเวียนพวกเราก็เดินทางกันต่อ ข้าขึ้นม้าตัวเดียวกันกับฉินอ๋อง ส่วนคนอื่นๆ นั้นล้วนมีม้าขี่ใครขี่มัน ระหว่างเหยาะม้าเดินชมนกชมไม้อย่างใจเย็น เฉินฮุ่ยเคอที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ ก็รับหน้าที่อธิบายแทนเจ้านายที่ทำการปิดการใช้งานของเส้นเสียงลง นั่นทำให้ข้าเข้าใจขึ้นมานิดหน่อย

 

เจ้าแมวขออนุญาตยืมตัวผู้มีพลังเคลื่อนย้ายทางไกลจากฮ่องเต้มาเป็นกรณีพิเศษ ที่ต้องนั่งรถม้าออกมาจากเมืองก่อนจะเคลื่อนย้ายเพราะต้องการตบตาให้คนอื่นเข้าใจว่าพวกเรากำลังเดินทางไกลไปเที่ยวตามปกติ จากนั้นก็มาสร้างวงแหวนเคลื่อนย้ายทางไกลที่นอกเมืองเพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดมาพบเห็นนั่นเอง

 

ไม่รู้ว่าเจ้าแมวข่มขู่ฮ่องเต้อีท่าไหนถึงได้ยืมตัวผู้มีพลังเคลื่อนย้ายทางไกลแบบนี้มาได้ คนที่มีพลังวิเศษเคลื่อนย้ายทางไกลมีแต่คนต้องการตัว มากพอๆ กับพลังวิเศษตาทิพย์

 

เมื่อเข้าสู่เมืองลั่ว เมืองชายแดนทางเหนือสุดของแคว้นฉิง พวกองครักษ์ก็แยกตัวไปทางอื่น มีเพียงข้ากับฉินอ๋องเท่านั้นที่ขี่ม้าไปอีกทาง ข้ามองเหล่าองครักษ์ไปสุดสายตาแล้วแหงนหน้ามองคนด้านหลังอย่างแปลกใจ

 

เหตุใดถึงได้แยกกันไปเช่นนี้เล่า

 

“ข้ามีบางอย่างอยากให้เจ้าดู”

 

ฉินอ๋องบอกเพียงแค่นี้แล้วสะบัดเชือกบังเหียนในมือ กระทุ้งเท้ากระตุ้นม้าให้วิ่งเร็วขึ้น วิ่งอยู่นานนับครึ่งชั่วยามฉินอ๋องก็พาข้ามาหยุดที่เนินเขาทางทิศตะวันออกของเมืองลั่ว เจ้าแมวขี่ม้าพาข้าชมทิวทัศน์ธรรมชาติทั่วบริเวณก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นเฟิงใบเริ่มเป็นสีแสดแล้ว

 

เขาลงจากหลังม้าพร้อมกับอุ้มข้าลงตาม จากนั้นฉินอ๋องก็มองไปรอบๆ ผ่านไปสักพักใหญ่เขาก็หันมาถาม

 

“เจ้าชอบพื้นที่แห่งนี้หรือไม่?”

 

ข้ายังคงงงๆ ไม่เข้าใจ มองไปโดยรอบก่อนจะพยักหน้าตอบ

 

“ชอบสิ ดูร่มรื่น”

 

“ดี ตกลงเอาตรงนี้ก็แล้วกัน”

 

ข้ากะพริบตา เอียงหน้ามองถามอย่างถามไถ่ ฉินอ๋องมองข้าด้วยแววตานุ่มละมุน ใบหน้าคมคายอ่อนลงตามสายตา เขาพูดด้วยเสียงราบเรียบ

 

“ยังจำได้หรือไม่ที่ข้าเคยถามเจ้า ถ้าข้าย้ายมาอยู่ชายแดน เจ้าจะเต็มใจมาอยู่ด้วยกันหรือไม่? ตอนนั้นเจ้ายังไม่ได้ให้คำตอบ เพียงแค่หัวเราะไปตามเรื่องตามราว ข้ารู้ว่ายามนั้นเจ้าคิดว่าข้าแค่ถามไปอย่างนั้นมิได้จริงจัง แต่ถ้าหากถามอีกครั้งอย่างจริงจัง เจ้าจะตอบว่าอย่างไรงั้นหรือ?”

 

ดวงตาสีดำสนิทที่นิ่งสงบจ้องตรงมารอคอยเอาคำตอบ

 

มาอยู่ชายแดน อยู่ที่นี่น่ะรึ!?

 

“แน่นอน เต็มใจอยู่แล้ว!

 

ไม่เห็นต้องถามเลย คำตอบมันแน่นอนอยู่แล้ว พอข้าตอบออกไปอย่างรวดเร็วเช่นนั้น เจ้าแมวยิ้มออกมาทันทีที่ได้รับคำตอบ ข้าเองก็ยิ้มกว้างไม่แพ้กัน อยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่กับท่านก็พอ ไม่สนว่าจะเป็นเมืองหลวงหรือชายแดน ร่างสูงขยับมาคว้าตัวข้าไปกอดไว้

 

“ถึงจะเป็นชายแดนก็ตาม แต่ข้ารับรองว่าจะทำให้เจ้าสุขสบายไม่แพ้เมืองหลวงแน่นอน” เขาพูดออกมาจริงจังราวกับกำลังลั่นวาจาสาบาน ข้าเงยหน้ามองเขาแล้วยิ้มจนตาหยี พยักหน้าตอบรับพูดนั้น

 

“จะอยู่ที่ใดก็ได้ ขอแค่ได้อยู่กับท่านก็มีความสุขมากแล้ว”

 

“...อ้ายเฟยปากหวานนัก” เจ้าแมวกระแอมไอก่อนจะเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น โหนกแก้มขาวมีสีระเรื่อจางๆ ข้าอดจะยิ้มขำในท่าทางนั้นของเขามิได้

 

ข้าว่าเจ้าแมวกำลังเขินอยู่ละ!

 

นานทีปีหนที่คนหน้าหนาจะเขินอาย ข้าจะทำเป็นไม่เห็นและไม่เอ่ยหยอกล้อเขาก็แล้วกัน

 

“ข้าจะสร้างจวนอ๋องที่นี่ หลังจากที่เสด็จพี่เหวินเหลยขึ้นครองราชย์และราชสำนักเป็นปึกแผ่นแล้ว เราสองคนจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยากอันใดอีก เจ้าว่าดีหรือไม่?” ผ่านไปสักพักฉินอ๋องหันกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบเย็นชา เขาบอกเล่าด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่เปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นและวาดฝัน

 

“ดี” ข้าทำได้แค่กระซิบตอบเสียงเบา

 

เพราะยามนี้ในคอคล้ายมีก้อนอะไรบางอย่างมาอุดตัน พูดอะไรไม่ออกเลย มันสุดแสนจะตื้นตันใจ ไม่คิดว่าเขาจะวางแผนอนาคตไว้เช่นนี้ ละทิ้งความวุ่นวายในเมืองหลวงแล้วมาอาศัยอยู่ที่ชายแดนอย่างสงบ ข้านั้นไม่ได้ขออะไรมากมาย ขอแค่ได้อยู่กับเขา ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายด้วยกันก็เพียงพอแล้ว มันเป็นการวาดฝันที่เคยคิดมาตั้งแต่ชีวิตเก่าก่อน ตั้งแต่หลงรักบุรุษผู้หนึ่งที่เชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาเป็นเพียงองครักษ์เงาผู้หนึ่ง มิใช่ท่านอ๋องที่มีศักดิ์ฐานะสูงส่งเช่นนี้

 

ฉินอ๋องจ้องมองข้าอย่างเงียบงันก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงมา ข้าหลับตาลง ใช้เพียงความรู้สึกนำพาสัมผัสตอบรับการรักใคร่จากเขา ริมฝีปากเผยอขบเม้มบดเบียดสัมผัสนุ่มหยุ่นและลมหายใจที่ร้อนผ่าว ลิ้นสากของเขาค่อยๆ ชำแรกซอกไซ้เข้ามาในโพรงปากของข้า นุ่มนวลและเร่งเร้า ตวัดลิ้นเกี่ยวรัดกันและกัน ลมหายใจหอบกระเส่าเคล้าเสียงครางแผ่วเบาที่ราวกับจะประท้วงและพึงพอใจในคราวเดียว เนิ่นนานวิญญาณแทบจะหลุดลอยเขาถึงผละตัวออกไป

 

ฉินอ๋องยังคงกอดข้าไว้แนบแน่น เขามองหน้าข้าก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเคร่งขรึม

 

“ประเดิมบ้านใหม่ของเราสักยกสองยก เจ้าว่าดีหรือไม่?”

 

“.....”

 

“ที่นี่จะเป็นบ้านของเราประทับร่องรอยรักเอาไว้สักหน่อยน่าจะดี อ้ายเฟยไม่ต้องอายไม่มีใครมาเห็นหรอก”

 

“.....” ยัง...ยังไม่หยุด

 

“หลับตาก็ไม่เห็นใครแล้ว โอ๊ย!

 

“พอเป็นเรื่องลามกนี่ละพูดมากจัง”

 

“หยิกทำไม สามีเจ็บ”

 

“อย่าสำออย! 

 

“ไม่ได้สำออย สามีแค่อยากให้ภรรยาสนใจ”

 

ข้าอ้าปากเหวอมองเจ้าแมวที่พูดเป็นต่อยหอยทั้งที่หน้าตานิ่งยิ่งกว่านิ่ง เจ้าแมวก็เงียบไปแล้วปล่อยตัวข้าที่ยังยืนนิ่งหาสติไม่เจอ ร่างสูงเดินก้มมองพื้นเหมือนหาอะไรบางอย่าง ข้ามองตามเขาอย่างแปลกใจ ทำอะไรของเจ้าแมวน่ะ ร่างหนาในชุดเดินทางทะมัดทะแมงหยุดมองพื้นนิ่งๆ ก่อนที่ใบหน้าคมคายที่ยังคงเย็นชา

 

“จิ้งถิง”

 

ข้าเลิกคิ้วถาม

 

“เจ้าไม่อยากรู้รึว่าหญ้าตรงนี้นุ่มเพียงใด?”

 

ข้าไม่อยากรู้หรอก!

 

“จิ้งถิง”

 

ยังไม่หยุด!

 

“มานอนนับยอดหญ้ากันเถิด”

 

ข้ากลอกตาขึ้นฟ้าก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา ดูทำหน้าเข้า กะพริบตาใส่ปริบๆ อีกต่างหาก ยอมแล้ว ยอมมมม ข้าหัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด คนหน้านิ่งยังจ้องมาไม่ลดละ ข้าเดินไปหาเขาพร้อมกับยิ้มจนปวดแก้มไปหมด

 

จะนับหรือเด็ดยอดหญ้าก็มาเถิด!

 

 

 

 

 

 

 

 


มามะ มานอนนับยอดหญ้ากัน~


จริงๆ จะมีฉากฉึกๆ แต่ขี้เกียจ ตัดมันเลย ไม่สำคัญหรอก(?)

ต่อไปเรื่องวุ่นๆ ในวังจะไม่ค่อยเกี่ยวกับฉินอ๋อง

เพราะชายแมวปลีกตัวมาอยู่เบื้องหลังเป็นป๋าดันแทน

โดยผลักดันชายหมาขึ้นเป็นแทนนั่นเอง

และโศกนาฏกรรมของชายแมวจะไปเกิดกับชายหมาแทนไง โฮะๆๆๆ เอ็งซวยไปปป

โอ๊ยยยยยย พาร์ทต่อไปเป็นเรื่องสี่ตระกูลพยัคฆ์ อยากแต่งแล้ววววววว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.498K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25050 despasito (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 15:14
    นอนนับยอดหญ้า ไม่ไหวแล้วลั่นเกินนนน ท่านอ๋องหาเรื่องตะล่อมน้องทุกทางจริงๆ
    #25,050
    0
  2. #24724 R.quartz (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:32
    มานับยอดหญ้ากัน โอ๊ย ขำไม่ไหวแล้ว ขำจนแม่ยังทักว่า บ้ารึเปล่า หัวเราะไรขนาดนั้น ส่วนฉันน่ะรึ หึ “แม่ไปนับหญ้ากันไหม อยากรู้เหลือเกินว่ามันจะมีเยอะไหม?” แม่ของฉันนิเหว่อเลย “-บ้าป่ะ” นั่นแหละจบบทสนทนา😂🤣
    #24,724
    0
  3. #24499 Fueled me (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:08
    กับเรื่องนี้ไม่มีวันพักเลยรึไง!!!! สถานีต่อไปเคี่ยวกรำรัชทายาททททท
    #24,499
    0
  4. #24020 munkrishear (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 00:11
    ว้อยยยย ชายแมวช่างหื่นนักกกกกก
    #24,020
    0
  5. #23054 61seconds (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 17:41
    นอนนับยอดหญ้าโด้ยยย
    #23,054
    0
  6. #22675 latenight (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 00:32
    เอ็นดูชายแมว
    #22,675
    0
  7. #22297 kisscaramelkiss (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 18:01
    พี่เขาไม่หยุดเลยจ้าา น้องก็ตามใจมากจ้าาาาา
    #22,297
    0
  8. #22272 Jinriil (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:15
    ท่านอ๋องโว้ย พักบ้าง 555555555555
    #22,272
    0
  9. #22233 Xialyu (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:02
    ช่างมึนดีแท้
    #22,233
    0
  10. #21631 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 10:37
    อ้อนขนาดนี้ น้องจิ้งถิงจะทนไหวได้ไงละ
    #21,631
    0
  11. #21612 badlism. (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:36
    แหม ตาอ๋องคนนี้
    #21,612
    0
  12. #21392 chanchan123 (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 16:34
    ฉินอ๋องกลับมาก้อยังหื่นเหทือนเดิม 555+
    #21,392
    0
  13. #21384 pcy921 (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 15:12
    แหมมมมทีนี้ละพูดเก่ง เหมือนตอนเด็กโดนแม่เอากบตบปาก5555
    #21,384
    0
  14. #21232 llnplw (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 09:09
    อยากได้แบบเล่มมากค่ะ
    #21,232
    0
  15. #21069 NViEw_LoVe__Y (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 18:59
    อยากอ่านต่อ
    #21,069
    0
  16. #20992 CieloCielo (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 11:34
    ถิงถิงไปฝึกวิชาได้ 1 ปีแล้ววน๊าา ไรท์ให้น้องกลับมาเถอะๆๆๆ 555
    ///มาต่อไวไวนะคะ รออยู่น๊าา
    #20,992
    0
  17. #20988 Sunshine (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:01
    ไรท์ขา แต่งลงfictionlogมั้ย อยากเปย์มากเลย แต่งต่อเถอะนะ หายไปนานเดี๋ยวลืมชื่อตัวละครหมดดด
    #20,988
    0
  18. #20980 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:39
    ไรท์จ๋า คิดถึงมากนะ ได้โปรด กลับมาต่อด้วยเถิด
    #20,980
    0
  19. #20979 Whatever it is (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 20:54
    อ่านรวดเดียวอย่างเพลิดเพลิน สนุกมากค่ะ
    #20,979
    0
  20. #20961 M.D. MayDay (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 19:21
    รอติดตามนะค้าา อยากอ่านต่อมากเลยค่า
    #20,961
    0
  21. #20958 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 17:18
    เฝ้ารอ
    #20,958
    0
  22. #20947 Gslotte (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 17:45
    จะกลับมาใช่มั้ยย รอนะคะ;-;
    #20,947
    0
  23. #20936 dark sun (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 15:34

    ตอนนี้อ่านแล้วยิ้มแก้มปริมากเลยอ่าา แล้วเราก็นอนรอต่อไป~~~

    _(:3」∠)
    #20,936
    0
  24. #20932 OMMS (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:57

    คิดถึงมากกก ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ยอมรับว่าสนุกในชีวิตเลย

    #20,932
    0
  25. #20929 Lukiris Tink (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 20:37

    คิดถึงนะคะ
    #20,929
    0