เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 103 : ตอนที่ ๙๔ รับสะใภ้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,063 ครั้ง
    13 ต.ค. 60

ตอนที่ ๙๔ รับสะใภ้

ผ่านพ้นพายุเมื่อคืนพวกเราคุยกันต่อจนกระทั่งข้าเผลอหลับไป หลับสนิทชนิดไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด พอตื่นลืมตาอีกทีก็เช้าเสียแล้ว ตอนที่งัวเงียตื่นขึ้นมานั้นวูบแรกที่รู้สึกขบเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รับรู้ถึงความผิดแปลกต่างจากวันวาน รู้เลยว่ามันมิใช่ความฝันแต่มันเกิดขึ้นจริงๆ ข้าพ่นลมหายใจหันมองไปคนข้างๆ ที่นอนหลับอย่างสุขสบายเหลือเกิน ใช่สิ เมื่อคืนสบายตัวเลยนี่ คงมีแต่ข้าเหมือนถูกม้าเหยียบทับเช่นนี้ ครั้งแรกผ่านมาก็หลายปีแล้วข้าแทบจะหลงลืมอาการปวดบั้นเอวหลังจากเล่นพลิกผ้าห่ม

ข้าขยับตัวเล็กน้อยมองไปที่หน้าต่าง ไม่รู้ว่ายามใดแล้ว ทันทีที่ขยับตัวเจ้าแมวที่หลังอยู่ก็ขยับพร้อมกับเปิดเปลือกตาตื่นขึ้นมา

“เป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือไม่?” ฉินอ๋องที่ยังตื่นไม่เต็มตาเอื้อมมือมาลูบไหล่เปลือยเปล่าที่พ้นจากผ้าห่มของข้า เสียงทุ้มต่ำงัวเงียไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง แก้มของข้าร้อนผ่าวก่อนจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

ไม่ต้องถามเจาะจงก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ช่องทางด้านหลังเจ็บเสียดๆ บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก เมื่อคืนนับว่าเขาออมแรงให้มากทีเดียว เปรียบเทียบกับเมื่อก่อนแล้วนับว่าเบามือแล้วจริงๆ แถมเขายังยั้งใจไม่ยอมต่อแม้ยามนั้นข้ายังไหวอยู่ก็ตาม และตอนนี้ข้าอยากขอบคุณเหลือเกินที่เขาไม่ทำต่อ ไม่เช่นนี้สภาพของข้าคงดูไม่ได้ แม้ชีวิตก่อนจะเคยๆ มาบ้างทว่าร่างกายนี้ของข้านับว่าเป็นครั้งแรก หากทำหักโหมเกินไปร่างกายจะรับไม่ไหวแล้วล้มป่วยเป็นแน่ คงมิได้ตื่นขึ้นมาเพียงขบเมื่อยเล็กน้อยเช่นนี้

พวกเราลุกขึ้นจากเตียงเรียกบ่าวรับใช้ที่เตรียมพร้อมปรนนิบัติเข้ามาในห้อง ใช้เวลาอยู่นานข้ากับฉินอ๋องก็พร้อมรับประทานมื้อเช้ามื้อแรกของการเริ่มต้นชีวิตคู่ แหะๆ ชีวิตคู่งั้นหรือ? มันเขินไม่น้อยเลยนะ ระหว่างกินข้าวตามลำพังไม่มีผู้ใดยุ่งเกี่ยวฉินอ๋องก็เอ่ยขึ้นมาเรียบๆ ว่าเขาจะพาข้าไปยกน้ำชาคำนับญาติผู้ใหญ่ ทำเอาความเร็วของตะเกียบในมือของข้าลดลงฉับพลัน รู้อยู่แล้วว่าต้องไปทำความเคารพญาติผู้ใหญ่ฝั่งสามี แต่ก็อดหวาดหวั่นมิได้

ตั้งแต่แรกข้าก็หวาดกลัวหวงกุ้ยเฟยมารดาของฉินอ๋องอยู่ก่อนแล้ว แม้นางจะมีรูปโฉมเป็นมิตรดูอ่อนโยนก็เถิด แต่ข้าเป็นคนที่ทำให้โอรสของนางต้องเสียสิทธิ์ในราชบัลลังก์ คิดดูเอาเถิด มารดาคนใดจะไม่ชังน้ำหน้าสะใภ้แบบนี้บ้าง ยามนี้ยิ่งไม่กล้าสู้หน้าเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าหวงกุ้ยเฟยเป็นหนึ่งตัวการที่ทำให้ข้าตายในชีวิตก่อน อยากจะโกรธอยากจะบันดาลโทสะปานใดก็ทำมิได้แล้ว เพราะอีกฝ่ายได้กลายเป็นแม่สามีแล้วอย่างไรเล่า!

เฮ้อ เรื่องอดีตนี่ไม่ควรรู้เลยจริงๆ รู้แล้วก็กังวลเสียเปล่าๆ ข้าลอบถอนหายใจปลงตก

“เจ้าไม่ต้องกังวล เรื่องของเราเสด็จแม่เข้าใจแล้ว ข้าบอกเจ้าเพราะอยากให้ระวังตัว มิใช่ให้หวาดกลัวดังนกเห็นเกาทัณฑ์เช่นนี้” ฉินอ๋องจ้องข้าอยู่นานก่อนจะปลอบใจเสียงราบเรียบ

เข้าใจดีแล้ว? ตอนชีวิตที่แล้วมิใช่ว่านางก็เข้าใจเรื่องของพวกเราดีแล้วหรอกหรือ? ถึงได้วางแผนสังหารข้าน่ะ!? หากไม่รู้เรื่องอย่างดีไหนเลยข้าจะกลายเป็นเป้าหมายของนางไปได้ หากไม่รู้ดีชีวิตที่แล้วคงมีแต่คุณชายหมิงนั่นแหละที่โดนหมายหัว มิใช่ลอบวางยาคุณชายหมิงแล้วใส่ความข้า กะจะให้ทั้งข้าและคุณชายหมิงตายไปด้วยกัน แต่เพราะคุณชายหมิงรู้วิชาแพทย์อยู่บ้างจึงรอดอย่างหวุดหวิด เหลือเพียงข้าที่ตายอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้เพียงคนเดียว โชคร้ายเกินไปแล้ว!

ข้าพยักหน้าฝืนยิ้มรับไปเพื่อไม่ให้เขาคิดมาก อย่างไรมันก็ทำใจลำบากอยู่ดี

เมื่อคืนฉินอ๋องตัดสินใจเล่าเรื่องอดีตให้ข้าฟัง เขาบอกว่าจะได้ฉลาดรู้ทันคนอื่นบ้าง ไม่รู้เพราะเหตุใดข้ารู้สึกเหมือนถูกเจ้าแมวด่ากลายๆ ว่าไม่ค่อยฉลาด? ไม่หรอก เขาแค่เป็นห่วงกระมัง เป็นข้าคงจะคิดมากไปเอง เจ้าแมวหวังดีต่างหาก! น่าจะใช่...

เรื่องที่ข้าตายนั้นเป็นการร่วมแรงร่วมใจระหว่างเหลียงอ๋องและหวงกุ้ยเฟย มารดาของฉินอ๋อง ต้นเหตุมาจากฉินอ๋องที่คิดจะวางมือจากการแย่งชิงบัลลังก์ หมายมาดจะปลีกไปอาศัยชายแดนอย่างเงียบสงบ แต่หวงกุ้ยเฟยที่ปรารถนาให้โอรสขึ้นครองบัลลังก์มีหรือจะยอมรับเรื่องนี้ นางพยายามคิดหาหนทางทำให้โอรสกลับมามีใจฝักใฝ่ในราชบัลลังก์อีกครั้ง แน่นอนว่าจะต้องเริ่มจากหาสาเหตุที่ทำให้ฉินอ๋องอยากปลีกตัวออกจากวังวนการแย่งชิง

แล้วข้าที่กลายเป็นคนรับใช้อยู่ห่างจากฉินอ๋องนานนับแรมปีนั้นไปเกี่ยวได้อย่างไรน่ะหรือ? หึๆ จุดพลิกนี้แหละที่ข้าจะแล่นไปท้าสู้กับเหลียงอ๋องนัก ปัดโธ่ ถ้าไม่มีเจ้าหมอนี่แล้วละก็ ข้ากับเจ้าแมวได้ครองคู่สุขสำราญที่ชายแดนแล้ว! แย่ แย่ยิ่งนัก เหลียงอ๋อง เจ้าคนต่ำช้า! ขอด่าทีเถิด

ในตอนนั้นเป้าหมายของหวงกุ้ยเฟยควรเป็นคุณชายหมิงที่เป็นคนรักออกหน้าออกตาของฉินอ๋อง แต่เพราะเหลียงอ๋องซึ่งยามนั้นถูกคิดว่าเป็นพี่ชายแสนอ่อนโยนล่วงรู้แผนการทุกอย่างของฉินอ๋อง ก็เจ้าแมวตัวดีนี่ละที่ไปโม้ให้พี่ชายจอมปลอมฟัง อีกฝ่ายถึงได้ไปกระซิบฟ้องถึงข้างหูหวงกุ้ยเฟย ข้าถึงได้พบกับจุดจบแสนบัดซบเช่นนั้นอย่างไรเล่า! ไม่รู้ควรโทษเจ้าแมวที่ปกติไม่ค่อยพูดมากแต่ดันมาพูดมากเรื่องนี้ หรือโทษหวงกุ้ยเฟยที่คิดวางแผนดึงโอรสกลับสู่วังวนอำนาจดี แต่ที่แน่ๆ ข้าเกลียดเหลียงอ๋องเข้ากระดูกดำ หน็อย มารความสุขชัดๆ

แผนการเริ่มจากส่งฉินอ๋องออกไปจากเมืองหลวงไปทำภารกิจที่อ้างว่าลับสุดยอด กำจัดเหล่าหูตาของฉินอ๋องในวังไปทีละคนอย่างแนบเนียน สุดท้ายก็ปลุกปั่นเหล่านายบำเรอที่มีใจริษยาอิจฉาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วให้ลงมือวางยาพิษคุณชายหมิง พูดไปแล้วก็สงสารคุณชายหมิงมิใช่น้อย ดันถูกเจ้าแมวเลือดเย็นใช้เป็นเหยื่อล่อศัตรูแทนข้า ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกันก็เถิด เอาเถิด ต่อไปข้าทำดีต่อคุณชายหมิงสักหน่อยก็แล้วกัน กลับมาเรื่องแผนกันต่อ พอวางยาพิษคุณชายหมิงสำเร็จก็ซัดทอดความผิดใส่หัวข้า ไม่ฟังฟ้าฟังดินใดๆ ก็ลงมือลงโทษอย่างหนักหน่วงทันที

แผนการทั้งหมดทั้งมวลนั้นมีคนคอยบ่งการตามคำสั่งของหวงกุ้ยเฟยนั่นก็คือ แม่นมชิวจูนั่นเอง!

ข้าไม่แปลกใจเลยสักนิด แม่นมชิวจูแม้ว่าจะเป็นแม่นมเลี้ยงดูฉินอ๋องมาตั้งแต่ยังเล็กๆ แต่นางเป็นคนของหวงกุ้ยเฟย หนำซ้ำยังเกลียดชังเหล่านายบำเรอเข้าไส้ เกลียดขนาดแค่เดินเสื้อเฉียดยังนิดเดียวก็รีบถอดไปเผาทันที ได้กำจัดเหล่านายบำเรอของฉินอ๋องไปให้พ้นหน้ามิใช่ยอดปรารถนาของนางงั้นรึ? นางรับปากทำแทบไม่ทันล่ะสิไม่ว่า

แผนการสังหารตัวต้นเหตุที่ทำให้ฉินอ๋องอยากหนีไปชายแดนจึงดำเนินการไปอย่างราบรื่นยิ่งกว่าราบรื่น เป้าหมายเช่นข้าไม่รู้อีโหน่อีเหน่ใดๆ จนตายก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตายเพราะเหตุใด แผนการที่ว่าสำเร็จไปด้วยดีเจ้าแมวโง่ดันถูกเป่าหูว่ารัชทายาทอยู่เบื้องหลังเรื่องราวครั้งนี้ ทำเอาเขาเกรี้ยวกราดถือกระบี่ทะยานไปท้าสู้พี่ชายต่างมารดาที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกคน และคนที่เป่าหูจะเป็นผู้ใดไปได้ นอกเสียจากเหลียงอ๋องเจ้าเก่าเจ้าเดิม! เป่าไปหลายฟู่ฉินอ๋องก็ตาแดงก่ำลงศึกแย่งราชบัลลังก์เต็มตัว คิดดูเถิดยามนั้นเจ้าเหลียงอ๋องผีบ้านั้นจะยิ้มแป้นสักเพียงใด แค่นึกภาพข้าก็อยากเบะปากแล้ว

เรื่องราวของข้ายังไม่จบเพียงเท่านั้น

นอกจวนฉินอ๋องนั้นยังมีคนของท่านพ่อคอยเป็นหูเป็นตา พอเกิดเรื่องขึ้นพวกเขาก็รีบมาช่วยแต่ก็สายเกินไปอยู่ดี ข้าสิ้นใจก่อนที่พวกเขาจะมาถึง เกิดการปะทะระหว่างคนของท่านพ่อกับทหารรับใช้ การต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายมิได้จบลงง่ายๆ มันลุกลามใหญ่โตเมื่อฉินอ๋องกลับมาถึงแล้วเผชิญหน้ากับท่านพ่อที่ต้องการร่างของข้ากลับไปทำพิธี ทั้งสองปะทะกันรุนแรงมาก เจ้าแมวบอกว่าจำรายละเอียดไม่ค่อยได้เพราะเขาไม่ค่อยมีสติเท่าไร พอข้าถามว่าทำไมกลับถูกจ้องตาเขียวปั๊ดกลับมาแทน อันใดเล่า ถามแค่นี้มิได้งั้นรึ!? เอาเป็นว่าศึกแย่งชิงร่างของข้ากลายเป็นสงครามกลางเมืองเดือดร้อนผู้อื่นไปทั่ว ร้อนไปถึงฮ่องเต้ที่ต้องเสด็จมายับยั้งด้วยพระองค์เองเรื่องราวถึงได้ถูกบังคับจบลง

ตอนนั้นนั่นเองที่ทุกคนได้รู้ว่าข้าเป็นบุตรชายของอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้งต่างพากันตะลึงงันไปครึ่งค่อนวันเชียวละ แม้กระทั่งฉินอ๋องยังตกใจ สารภาพด้วยสีหน้าเจือๆ ว่าหลงเข้าใจผิดว่าข้ากับท่านพ่อมีสัมพันธ์เชิงชู้สาว หึงหวงมานานหลายปีทีเดียว ข้านิ่วหน้าเกือบถีบเขาตกเตียงด้วยความโมโห

แมวโง่เอ๊ย ช่างคิดไปได้นะ!

โชคดีที่ข้าอ่อนเพลียเกินจะขยับตัวไหว ไม่รู้เอาอันใดคิด ข้ากับท่านพ่อน่ะหรือเป็นชู้รักกัน หึงหวงจนโง่เกินเยียวยาจริงๆ! พอเห็นข้าโมโหเจ้าแมวโง่นั้นก็ทำหน้าหงอยๆ ออดอ้อนหน้าไม่อายทันที เหอะ! คิดหรือว่าทำเช่นนี้ข้าจะใจอ่อนให้? เออ คิดถูกแล้ว บ้าจริงเชียว! แพ้ทางจริงๆ ทำใจแข็งนานไม่ได้เลย เฮ้อ...

สุดท้ายเรื่องวุ่นๆ นี้ก็จบลงที่ฉินอ๋องยืนยันหัวชนฝาจะเก็บร่างของข้าเอาไว้ เขานำร่างของข้าใส่ไว้ในโลงน้ำแข็ง รักษาร่างของข้าไว้ไม่ให้เน่าเปื่อย และมันก็กลายเป็นจุดชนวนที่มาฉายา ฮ่องเต้วิปลาสนอกจากเจ้าแมวจะค้นหาวิธีฟื้นคืนชีพอย่างบ้าคลั่งแล้ว ไอ้แมวบ้าตัวนี้ยัง... โอ๊ยยยยย ข้าหมดคำจะพูดจริงๆ เขาถึงกับอยู่กินกับคนตาย! หากไม่ได้ฉายาฮ่องเต้วิปลาสก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ข้าไม่กล้าถามเลยว่าได้ทำอะไรพิเรนทร์ๆ กับร่างของข้าหรือไม่ กลัวคำตอบมันจะทำให้ข้ากลั้นใจตายไปเสียก่อน ให้ตายเถิด!

เหลียงอ๋องทำยังไงถึงทำให้แมวโง่ๆ ตัวนี้ขึ้นครองราชย์ได้กันนะ คงเหนื่อยน่าดูเป็นแน่

หลังจากมื้อเช้าผ่านพ้นไปข้ากับฉินอ๋องกลับเข้าห้องหอเพื่อแต่งตัวเข้าพบผู้ใหญ่ เครื่องแต่งกายถูกนำเข้ามาข้ามองแล้วกะพริบตาประหลาดใจ พอถูกจับสวมใส่ก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ข้าชำเลืองมองเจ้าแมวที่ยืนนิ่งให้จื่อลู่แต่งกายให้ นี่มัน...

ไม่นานเราสองคนก็แต่งตัวเรียบร้อย สองหนุ่มหยกขอตัวเดินออกไปจากห้องด้วยใบหน้าอมยิ้ม พอทั้งสองออกไปก็เหลือเพียงข้ากับฉินอ๋องที่ยืนอยู่ใกล้กันตามลำพัง ข้าอดที่จะมองเขาแล้วก้มมองตนเองอยู่หลายครั้งมิได้ เจ้าแมวก้มหน้าถามเสียงเรียบๆ

“เจ้าชอบ?”

ข้าคลี่ยิ้มกว้างตอบกลับไป แน่นอนว่าต้องชอบอยู่แล้ว! อย่าบอกนะว่านี่ก็เป็นสิ่งที่เขาเตรียมเอาไว้ให้ข้าอีก ให้ตายเถิด แค่นี้ข้าก็มีความสุขจนแทบกระอักอยู่แล้ว มือของข้าลูบลงบนเครื่องแบบเต็มยศตำแหน่งชินอ๋อง ดวงตาเหม่อมองร่างสูงตระหง่านตรงหน้าด้วยความรู้สึกกึ่งฝัน ฉินอ๋องเอื้อมมือมาจัดปกเสื้อของข้าก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เจ้าชอบก็ดีแล้ว เจ้าแต่งให้ข้าย่อมต้องมีบรรดาศักดิ์เท่าเทียมกับข้าผู้เป็นสามี”

“ข้าไม่ได้ทำความดีความชอบใดกลับอวยยศชินอ๋องแล้ว” ข้ายิ้มจนตาหยีก่อนจะพูดล้อตนเองออกไป ฉินอ๋องหลุบดวงตาลงมามอง นัยน์ตาสีดำสนิทอ่อนละมุน ยกมือขึ้นมาใช้หลังมือไล้แก้มของข้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเล่นไปกับข้า

“ผู้ใดบอกกัน? ความดีความชอบของเจ้าก็คือเสียสละตัวเองให้ฉินชินอ๋องเช่นข้าเคี่ยวกรำอย่างไรเล่า”

ข้ารีบผงะตัวออกจากเขา หันหน้าหนีปลายนิ้วแข็งกร้านที่กำลังเขี่ยอยู่ข้างแก้มที่ร้อนผะผ่าวของข้า

“มันเป็นความดีความชอบที่ไหนกันเล่า!

“เปิ่นหวางว่าเป็นก็คือเป็น หวางเฟยเช่นเจ้ามีหน้าที่เออออตาม”

“เมื่อครู่ผู้ใดบอกว่าฐานะเท่ากัน?”

“สามีคือฟ้า”

“แล้วท่านอยากเป็นฟ้าที่มีน้ำไหลตกลงหรือไม่เล่า?”

“อืม หากหวางเฟยอยากให้เปิ่นหวางหลั่งน้ำก็ไม่ยาก เพียงแค่...”

“น้ำอันใด! ข้าหมายถึงน้ำตาต่างหากเล่า”

“ก็หมายถึงน้ำตา”

เหอะ ผู้ใดจะเชื่อกัน หน้าตากรุ้มกริ่มเกินจะพูดถึงน้ำตา! ข้าส่ายหน้าไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเจ้าแมวลามกที่สองสามคำก็ลากลงต่ำกว่าสะดือ ผู้ใดพูดไว้ว่าคนผู้นี้เป็นพยัคฆ์ดุร้ายกัน ข้าเห็นเพียงแต่แมวลามกเท่านั้นแหละ ฉินอ๋องดึงแขนข้าที่ฮึดฮัดสะบัดหน้ารั้งตัวไปสวมกอดหลวมๆ ใบหน้าคมคายก้มลงมาหอมแก้มข้าฟอดใหญ่ ปลายจมูกกดเน้นลงพวงแก้มเสียแรง ข้าพยายามขัดขืนก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ฟังแล้วดูมีความสุขดังอยู่เหนือศีรษะ จากที่กำลังดิ้นก็หยุดแล้วหลุดยิ้มออกมาแทน บ้าจริง เป็นเช่นนี้อยู่เรื่อย ชีวิตหลังแต่งของข้าไม่แคล้วถูกเจ้าแมวเอารัดเอาเปรียบเป็นแน่ แค่เขาหัวเราะข้าก็ลืมโกรธไปทันที

พวกเรามายังตำหนักฉิงเซียงเพื่อเข้าพบหวงกุ้ยเฟยด้วยกัน ข้าและฉินอ๋องที่ใส่ชุดประจำตำแหน่งชินอ๋องเหมือนกันทุกระเบียบนิ้วต่างเพียงขนาดหยุดยืนอยู่หน้าตำหนักที่พำนักของหวงกุ้ยเฟยสตรีที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เหวินจิ่งไม่เสื่อมคลาย ตรงหน้าพวกเรามีมามา(นางกำนัลสูงวัย)และนางกำนัลหน้าตางดงามยืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่พวกเราเดินมาถึงพวกนางก็ย่อตัวทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย

“เชิญฉินอ๋องและฉินหวางเฟย พระนางกำลังรอพบพวกท่านอยู่เจ้าค่ะ”

ข้าพลันเกร็งตัว กังวลขึ้นมาทันที ตอนนั้นเองมือของข้าก็ถูกมือขนาดใหญ่กว่าคว้าไปกุมไว้ ข้าเงยหน้ามองคนข้างกายที่มิได้หันมองมา เขามองตรงไปข้างหน้าแต่มือเอื้อมมือกุมมือของข้าเอาไว้ ข้ากระชับบีบมือของเขาแล้วเดินตามบุรุษข้างกายไปเงียบๆ นางกำนัลประจำตัวหวงกุ้ยเฟยนำทางพวกเรามาถึงห้องโถงส่วนตัว ข้ามองเข้าไปข้างในหลังม่านลูกปัดแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก มามาคนสนิทของหวงกุ้ยเฟยเอ่ยรายงานแก่เจ้านายของนาง หลังจากนั้นเราสองคนก็เดินเข้าไปข้างในห้องซึ่งมีคนคุ้นหน้าคุ้นตานั่งจิบน้ำชากันอยู่

ด้านบนตั่งที่นั่งประธานมีองค์ฮ่องเต้เหวินจิ่งประทับเคียงข้างหวงกุ้ยเฟยผู้เลอโฉม ด้านข้างมีส่านอ๋องนั่งจิบชายิ้มกว้างจนตาหยี บรรยากาศที่หนักอึ้งก็ถูกบรรยากาศเฉพาะตัวชนิดหนึ่งของส่านอ๋องมลายหายไปชั่วพริบตา ข้าแอบโล่งอกไม่น้อยที่มีส่านอ๋องช่วยสร้างบรรยากาศไม่ให้มันเคร่งเครียดจนเกินไป เสียงหัวเราะดังมาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในแคว้นฉิง ฮ่องเต้เหวินจิ่งทอดพระเนตรมองพวกเราสองคนอย่างเบิกบานพระทัยยิ่ง พระองค์กวักพระหัตถ์รับสั่งให้เข้าไปหาโดยไว

มีเพียงสามคนเท่านั้น เพราะการแต่งครั้งนี้เป็นความลับที่รู้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

“ถวายบังคมเสด็จพ่อ ถวายบังคมเสด็จแม่”

ข้าคุกเข่าคำนับทั้งสองผู้ซึ่งเป็นบุพการีของฉินอ๋องตามอีกคนด้านข้าง เป็นการคำนับที่ค่อนข้างไม่เป็นทางการอันใดนัก บรรยากาศราวกับจวนเล็กๆ แห่งหนึ่งกำลังต้อนรับลูกสะใภ้กันอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง มิใช่ราชวงศ์ต้อนรับสะใภ้หลวงเข้าร่วมวงศ์ตระกูล สำหรับข้าถูกใจบรรยากาศเช่นนี้มากกว่า ไม่พูดพร่ำทำพิธีอันใดฉินอ๋องหันหน้าส่งสายตาเป็นคำสั่งให้แก่สองหนุ่มหยกที่ไม่รู้ผันตัวไปเป็นบ่าวรับใช้เจ้าแมวตั้งแต่เมื่อไร ชิงลู่กับจื่อลู่นำถ้วยชามาให้แก่ข้าผู้เป็นลูกสะใภ้ที่ต้องคลานเข่าไปมอบน้ำชาให้แก่บิดามารดาของสามี

ฮ่องเต้เหวินจิ่งรับไว้แล้วเปิดสูดกลิ่นอายของน้ำชาที่ถูกเตรียมไว้โดยเฉพาะ ข้ามิใช่คนเตรียมแต่เป็นสองหนุ่มหยกกับเจ้านายคนใหม่ต่างหาก มิน่าเล่าถึงได้เห็นพวกเขาจับกลุ่มคุยกันอยู่บ่อยๆ ที่แท้ก็รวมหัวกันวางแผนโดยกีดกั้นข้าไว้ด้านนอกไม่ให้รู้เรื่องใดๆ ด้วย มันน่าโมโหจริงๆ ฮ่องเต้เหวินจิ่งพยักพระพักตร์อย่างพึงพอใจ ข้าถึงยกน้ำชามอบแก่หวงกุ้ยเฟยต่อ ใจของข้าสั่นริกๆ เมื่อสาวงามเปรยสายตามองนิ่งๆ ไม่มีท่าทีรับน้ำชาไปแต่อย่างใด ข้าเริ่มเหงื่อตกแต่พยายามประคองถ้วยน้ำชาอยู่ในท่าเดิม

ทุกสายตาค่อยๆ เบือนมาจดจ่อที่ถ้วยชาในมือของข้า ผ่านไปนานราวครึ่งค่อนวันมือเล็กๆ ขาวผุดผ่องก็ยื่นมารับถ้วยน้ำชาไป ชั่ววูบนั้นข้าตัวแข็งทื่อเกร็งตัวรอ วิตกไปเองว่าหวงกุ้ยเฟยจะเปิดถ้วยชาแล้วสาดน้ำชาใส่ แต่จนแล้วจนรอดหวงกุ้ยเฟยเพียงเปิดฝาถ้วยชาแล้วจิบพอเป็นพิธีก่อนจะวางไว้โต๊ะด้านข้าง ข้าลอบพ่นลมหายใจโล่งอก บรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่หายวับไปในพริบตาในตอนที่ฮ่องเต้เหวินจิ่งแย้มพระโอษฐ์ปนเสียงสรวลทุ้มต่ำ

“เฝิงกงกง นำของขวัญต้อนรับศรีสะใภ้เจิ้นมาสิ”

เฝิงกงกง ขันทีประจำพระองค์นำหีบสลักเสลาลวดลายวิจิตรเข้ามามอบ ฮ่องเต้เหวินจิ่งแย้มยิ้มมอบของขวัญที่เตรียมเอาไว้แล้วพยักพระพักตร์เรียกให้ข้าเข้าไปรับ ข้าขยับตัวรับของสิ่งนั้นมาจากนั้นข้ากับฉินอ๋องก็กล่าวขอบพระทัยเป็นการยกใหญ่ พระองค์ทรงพระสรวลอารมณ์ดีพร้อมกับโบกพระหัตถ์ หีบที่หนักไม่น้อยถูกส่งไปด้านหลังให้กับชิงลู่ที่รอรับอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นทุกคนก็เบนสายตาไปมองหวงกุ้ยเฟยอีกครั้ง

ตามธรรมเนียมแล้วแม่สามีต้องมอบกำไลต้อนรับลูกสะใภ้ มาตรว่าแม่สามีจะปลื้มลูกสะใภ้แค่ไหนต้องมาดูกันที่กำไลที่มอบให้นี่ละ ข้าถึงกับแอบกลืนน้ำลายรอคอย หากหวงกุ้ยเฟยมอบเชือกป่านมาให้ข้าจะบ่อน้ำตาแตกตรงนี้หรือไม่? แต่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นหรอก ต่อหน้าฮ่องเต้และโอรสเช่นนี้นางย่อมไม่ทำลายน้ำใจกันซึ่งๆ หน้าแน่ เลวร้ายที่สุดก็เป็นกำไลหยกทั่วๆ ไป อุณหภูมิในห้องร้อนแรงขึ้นด้วยสายตาลุ้นระทึก ข้าแทบได้ยินเสียงใครบางคนสูดลมหายใจตื่นเต้นออกหน้า... อ้าว ข้านี่เองที่สูดลมหายใจ ให้ตายเถิด! ตื่นเต้นจนลืมตัว ข้าแอบเหลือบขึ้นไปมองหวงกุ้ยเฟยอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ข้าไหนเลยจะมีของล้ำค่าควรคู่ทายาทตระกูลยิ่งใหญ่ มีเพียงแต่กำไลด้อยค่าไร้ค่าหวังว่าลูกสะใภ้จะใจกว้างไม่ถือสา” เสียงหวานนุ่มที่ยามนี้เอ่ยสั้นห้วนไร้น้ำประชดประชันแสบสันกระแทกข้าดังอัก หรือนางจะเข้าใจว่าข้าใช้สายเลือดตระกูลเยว่บังคับให้ฉินอ๋องแต่งงานด้วย? แต่ว่าไม่ใช่นะ ข้าไหนเลยจะบังคับผู้ใดให้แต่งด้วย แต่จะแก้ตัวอย่างไรก็ดูเหมือนว่าน้ำท่วมปาก โดยเฉพาะเมื่อวานที่ทั้งประมุขตระกูเยว่และบุตรชายมานั่งครบองค์คล้ายข่มขู่อยู่ในที

หวงกุ้ยเฟยไม่รอให้ข้าเอ่ยหรือแสดงท่าทีใด นางหันไปมองมามาที่ยืนรับใช้อยู่ด้านหลัง มามาคนนั้นนำกล่องไม่ใหญ่แต่ยาวประมาณฝ่ามือมามอบให้แก่เจ้านาย หวงกุ้ยเฟยที่มีสีหน้าเย็นชาติดบึ้งตึงเปิดกล่องเครื่องประดับแล้วหยิบกำไลหยกสีเขียวมรกตเนื้อข้างในโปร่งใสออกมา นางแบมือข้ารีบส่งแขนไปก่อนจะทันได้คิดด้วยซ้ำ กว่าจะรู้ตัวอีกทีกำไลหยกวงนั้นก็ถูกสวมใส่ข้อมือของข้าเรียบร้อยแล้ว

ฮ่องเต้เหวินจิ่งมองกำไลบนข้อมือของข้าแล้วเลิกพระขนงอย่างประหลาดใจ ส่วนเจ้าแมวก็ปรี่เข้ามาหาข้าที่นั่งเอ๋อให้รีบกล่าวขอบคุณหวงกุ้ยเฟย หลังจากพูดจบนางก็พยักหน้านิ่งๆ ไม่พูดอะไรอีก

“จุ๊ๆ นั่นเป็นกำไลหยกหวงตี้มิใช่หรือ? พี่สะใภ้คนดีของข้าต้องดูแลดีๆ เล่า! กำไลนี้น่ากลัวว่าทั้งแคว้นฉิงมีเพียงคู่เดียวเท่านั้น” ส่านอ๋องจ้องมองอยู่ชั่วหนึ่งก่อนจะทำตาเบิกกว้างแล้วหัวเราะออกมาเสียงสดใส เขาพยักพเยิดหน้าพูดกับข้าด้วยท่าทียิ้มๆ ข้ามองกำไลในข้อมือแต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันล้ำค่าเพียงใดจนกระทั่งฮ่องเต้เหวินจิ่งระบายลมหายใจออกมา

“นั่นสินะ เจิ้นอุตส่าห์ทุ่มเงินเพื่อนำมามอบให้ชายารักหวังได้น้ำใจตอบกลับ แต่ชายารักกลับนำมามอบให้ศรีสะใภ้เสียแล้ว ไม่รู้เจิ้นควรดีใจหรือเสียใจดี?”

“เสด็จพ่อควรดีพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่หวงกุ้ยเฟยย่อมนำของล้ำค่าที่สุดมามอบให้ลูกสะใภ้ นั่นแสดงว่าในสายตาของเสด็จแม่หวงกุ้ยเฟยกำไลอันนี้ที่เสด็จพ่อมอบให้นั้นมีค่าที่สุดแล้ว” ส่านอ๋องตอบเอาใจพระบิดาเสียงใส พูดคล่องปากบวกกับรอยยิ้มพอเหมาะ ฮ่องเต้เหวินจิ่งถูกพระทัยถึงกับตบหน้าทรงสรวลเสียงดัง พยักพระพักตร์เห็นดีเห็นงาม

“ถงเอ๋อร์พูดได้ดีนัก!

พ่อลูกสอดประสานกันอย่างลงตัว! ข้าแอบยิ้มขำ ลูบกำไลหยก โล่งอกตัวเบาหวิว

“ถงเอ๋อร์ แม่ว่าขนมในจานของเจ้ายังเหลืออยู่มาก เหตุใดไม่รีบกินระหว่างมันยังอร่อยอยู่เล่า?” หวงกุ้ยเฟยเอ่ยปรามเสียงเรียบๆ แต่ทว่าทรงอำนาจน่าเกรงขาม สายตามองกดต่ำ พูดเป็นนัยว่าเจ้าน่ะเงียบไปเสีย

“หรืออยากจะห่อกลับอย่างนั้นรึ?” ...เป็นนัยว่าเจ้ารีบๆ กลับไปได้แล้ว

ความเย็นเยือกราวกับจะแช่แข็งผู้คนได้เช่นนี้ ช่างสมกับเป็นมารดาและบุตรชายกันจริงๆ ส่านเอ๋อร์ยิ้มแหยๆ ทำตัวสงบเสงี่ยม ก้มหน้าหยิบขนมเข้าปากไม่พูดอะไรอีก ฮ่องเต้เองก็มิได้ตรัสอันใดเช่นกัน เพียงแค่รักษารอยแย้มพระโอษฐ์เอาไว้ เพราะเมื่อครู่หากคิดให้ดีแล้วก็เหมือนตีวัวกระทบคราด แม้หวงกุ้ยเฟยจะเอ่ยต่อส่านอ๋องก็จริงแต่มันดันไปกระทบผู้เป็นบิดาเช่นกัน สองพ่อลูกที่ทำกะล่อนเมื่อครู่ถึงกับหงอย ข้าก้มหน้าแอบซ่อนรูปปากที่โค้งลงและโชคดีที่เจ้าแมวเข้ามาประคองให้ลุกขึ้นใช้ตัวของเขาบังอย่างแนบเนียน รู้ใจจนอยากมอบตำแหน่งสามีดีเด่นให้

ข้ากับฉินอ๋องเคลื่อนมานั่งอีกด้านที่ว่าง จากนั้นพวกเราก็สนทนากันด้วยเรื่องทั่วๆ ไป หนักไปทางด้านส่านอ๋องที่เอาแต่หยอกล้อข้าผู้เป็นสะใภ้ต้องสงบเสงี่ยมไม่อาจโต้กลับได้ ได้แต่ก้มหน้ายิ้มเขินๆ รับ ส่วนหวงกุ้ยเฟยมิได้มีส่วนร่วมใด นางเพียงนั่งฟังพวกเราพูดคุยกันเสียมากกว่า ส่านอ๋องเองก็อดใจมิได้ เผลอเย้าแหย่ไปจนถูกสายตาเย็นเยียบของมารดาเลี้ยงตวัดมองมา ส่วนองค์ฮ่องเต้ผู้หนีว่าราชการยามเช้าดูไม่ทนไม่ร้อนใดๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้โชคร้ายที่ถูกฮ่องเต้โยนเผือกร้อนใส่ศีรษะผู้นั้นก็หนีไม่พ้นท่านพ่อของข้าเป็นแน่

“แล้วเจ้าวางแผนจะไปพักผ่อนที่ใดบ้างงั้นหรือ?”

“ลูกวางแผนจะไปทางเหนือพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ใช้เวลาให้คุ้มค่าเล่า”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“พี่สี่ยื่นจดหมายลาไปเสียหลายวันคงจะวางแผนท่องเที่ยวกับพี่สะใภ้เต็มที่เลยสินะ แหม ช่างน่าอิจฉานัก” ส่านอ๋องที่ปากไม่อยู่สุขยื่นมือเข้ามาแหย่ปากเสืออย่างใจกล้าอีกครั้ง เจ้าแมวหันไปมองน้องชายก่อนจะตอบกลับไปเสียงราบเรียบ

“หากอิจฉาเจ้าก็เร่งงานมงคลเข้ามาเร็วขึ้นสิ ได้ยินว่าคู่หมั้นของเจ้าเป็นสตรีเพียบพร้อมยิ่ง”

“...” ส่านอ๋องถึงกับยิ้มเก้อ ก้มหน้าหยิบขนมกินเงียบๆ ไปอีกครั้ง ข้าแอบยิ้มขำ

คุยกันราวหนึ่งดอกธูปหวงกุ้ยเฟยก็กล่าวเหนื่อยเอ่ยขอตัวไปพักผ่อน โดยมีฮ่องเต้เหวินจิ่งทำหน้าหนาติดสอยไปพักผ่อนด้วย ข้ากับฉินอ๋องก็เดินออกมาจากตำหนัก ด้านหลังมีส่านอ๋องเดินยิ้มๆ ตามมาติดๆ แต่ไม่นานเขาก็ขอตัวแยกออกไปอีกทาง ทิ้งท้ายด้วยการอวยพร ตอนที่ส่านอ๋องมองมาที่เราสองคนนั้นสีหน้าของเขาก็อิ่มเอิบ ดวงตาเปล่งประกายมีความสุขยิ่ง

“เที่ยวกันให้สนุกนะพี่สี่ พี่สะใภ้!

เมื่อส่านอ๋องเดินลับไปฉินอ๋องก็พยักหน้าให้พวกเราเดินต่อ ข้าเดินไปไม่ถึงสองก้าวก็ชะงักเพียงแวบหนึ่งแล้วเดินต่อไป ดวงตาชำเลืองมองฉินอ๋องที่มีสีหน้าราบเรียบแล้วมองไปยังด้านล่าง มือขนาดใหญ่กุมมือของข้าเอาไว้ เขาก้าวเท้าช้ากว่าปกติ ผ่อนความเร็วฝีเท้าให้เท่ากับข้า เดินเคียงข้างกันไปตลอดทาง ข้าก้มหน้าอมยิ้ม ใจฟูฟ่องคับอก แม้จะเดินกันเงียบๆ ไม่มีคำพูดคุยกันสักคำแต่ก็รับรู้ถึงความสุขที่ล่องลอยระหว่างเราสองคน

เดินอยู่ครู่ใหญ่ก็มาหยุดที่สระบัวในอุทยานหลวง ยืนทอดสายตาไปยังใบบัวเขียวและดอกบัวที่ชูช่อเหนือผิวน้ำ ขณะที่มือของเรานั้นยังกุมกันจนเหงื่อชื้นเหนอะหนะ นี่มันความฝันหรือความจริงกันนะ? ข้ากลัวว่าจะเป็นเพียงความฝันจริงๆ ข้าขยับมือกุมมือของเขาไว้แน่น

“ต่อแต่นี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ?” ข้าพึมพำเอ่ยถามเสียงเบาเมื่อคิดถึงสิ่งที่ต้องเผชิญต่อจากนี้ เรื่องยุ่งยากในอนาคตข้างหน้านั้น... พอคิดคิ้วก็พลันขมวดเล็กๆ เอาเถิด ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้นข้าจะไม่มีวันปล่อยมือนี้ไปอย่างแน่นอน ข้าหมายมาดตั้งเป้าหมายอย่างมุ่งมั่นเงียบๆ คนเดียว แอบชำเลืองมองคนด้านข้างที่ยืนนิ่งเงียบ

ใช่แล้ว ก็เขาเป็นของข้านี่น่า!

ฉินอ๋องคล้ายจะรู้ตัวว่าถูกมอง เขาเอียงหน้ามองกลับมาด้วยดวงตาสีดำสนิทที่นิ่งเรียบเหมือนผิวน้ำในสระบัวตรงหน้า สายตาที่มองมานั้นก็ค่อยๆ นุ่มละมุนขึ้น

“ไปกันเถอะ”

ข้ายิ้มพลางพยักหน้า

 

 

 

 




[HAPPY ENDING]

เยยยยยยยยยยยยยยยย้ หมดทุกข์หมดโศก!

บายจ้ะ!

เจอกันใหม่ครั้งหน้า

.

.

.

.

.

.

.

อ๊ะ ล้อเล่น~~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.063K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25527 sunflowerrrr (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 02:00
    น้องออกเรือนอย่างเต็มตัวแล้ว
    #25,527
    0
  2. #24995 jinhaana (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 20:03
    ดีใจกับน้องด้วยย มีความสุขสักทีนะลูกนะ ต่อจากนี้ก็ต้องฝึกวิชาให้แข็งแกร่งจนไม่มีใครกล้ามาแหยมไปเล๊ยย
    #24,995
    0
  3. #24496 Fueled me (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 13:33
    หัวอกคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้ดีแหละ แต่อันนี้ก็ใจร้ายไปหน่อย
    #24,496
    0
  4. #24019 munkrishear (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 23:28
    นั่นไงงง ว่าละว่าแม่ท่านอ๋องร้าย แต่ชาตินี้จะร้ายอีกป่าว ถ้าร้ายใส่อีกนี่บ้านเมืองลุกเปนไฟแน่เลย ตระกูลเยว่ไม่ยอมแน่ๆแต่ละคน
    #24,019
    0
  5. #23454 ychibi (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:52
    อุ้ยๆๆๆ ในที่สุดก็ได้กินหัวผักกาดแล้ว คุณแม่นี่จะยอมจริงหรือยอมหลอกๆ กันนะ
    #23,454
    0
  6. #22483 Darlene❤ (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:13
    ในที่สุดอ๋องแมวก็ได้กิน5555
    #22,483
    0
  7. #22227 Xialyu (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:54
    เค้าแต่งกันแล้ววววววววว
    #22,227
    0
  8. #21347 pcy921 (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:00
    ต่อไปก็ไปฮันนีมูล
    #21,347
    0
  9. #20960 NBPR (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 22:50
    เรากำลังคิดว่าจบแบบนี้ก็โอนะ อนาคตค่อยทำ S2. แต่พอเห็น happy ending เท้านั้นแหละ ใจนี่ล่วงเลย เดี๋ยวนะ ล้อเล่นใช้ไหม อ้อออออ ล้อเล่น

    ล้วเล่นได้หวาดเสียวมากค่ะไรท์
    #20,960
    0
  10. #20151 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 01:00
    ตกใจตรงมี่เขียนแฮปปี้เอนมากอ่ะ 5555555555
    #20,151
    0
  11. #19940 Maylyunho (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 23:16
    หายจากเรื่องนี้ไปนานมากแถมอ่านสลับกันกับเล้าและที่นี่ ก่อนจะอ่านตอนใหม่เราต้องย้อนอ่านตอนก่อนหน้าเพื่อปรับข้อมูล 555 เค้าแต่งกันแล้ว เค้าได้กันแล้วจ้าาาาา เคียงข้างกันไปแบบนี้นะตลอดไป บทเรียนมีมาแล้วทั้งชีวิต
    #19,940
    0
  12. #19934 onionringo (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 10:59
    โหบับอ่านรวดตาจะบอด555 สนุกมากเลยง่าสาส
    #19,934
    0
  13. #19667 น้ำ (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 13:28
    สนุกมากค่ะ นอนเที่ยงคืนจนไม่ไหว ต้องตื่นมาอ่านใหม่ รอตอนต่อไปค้า ถ้ารวมแล้วแจ้งเราด้วยนะ tearose5555@gmail.com จ้า
    #19,667
    0
  14. #19654 utsrnee33 (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 01:41
    อ่านรอหลายแล้วมาต่อเร็วน้า
    #19,654
    0
  15. #19651 Tsuna_10 (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 03:20
    รอคอยยยยยยย
    #19,651
    0
  16. #19649 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 20:29
    ขอบคุณค่ะ รออออน้าาาาาา
    #19,649
    0
  17. #19643 Sopimzize (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 18:26
    แง สนุกมากเลยค่ะอ่านสามวันสามคืนไม่ได้พัก กะว่าอ่านถึงล่าสุดจะเม้นให้ยาวเลย ประทับใจมากกกก ตอนแรกไท่กล้าอ่านเพราะเป็นคนที่กลัวดราม่า แล้วถ้าอ่านวายจีนจะชอบแนวบู้บุ๋นต่อสู้กันมันส์ๆ ไม่ก็ประลองยุทธไรงี้ ไม่ค่อยได้อ่านอะไรหวานๆน้ำตาลขึ้นตาเอาเป็นว่าประทับใจมาก ไม่รู้สึกเหนื่อยที่ต้องอ่านหลายๆตอนเลยเพราะมันไม่ได้น่าเบื่อ มันน่าสนใจ

    อันนี้คงยังไม่จบหรอกใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าน่าจะมีต่อเล่าถึงจิ้งถิงตอนกลับตระกูลด้วย

    ไหนจะเรื่องหาทางเปิดโปงเหลียงอ๋องและกู้ราชบัลลังค์ ไหนจะรอองค์ชายหมา เอ้ย องค์รัชทายาทกลับมาขึ้นครองราชอีก คิดว่าไม่น่าจะจบง่ายขนาดนี้และส่วนตัวยังไม่อยากให้จบด้วยค่ะ

    ตอนนี้รู้สึกผูกพันกับตัวละครในเรื่องเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของนิยายไปแล้ว ถ้าเรื่องนี้จบคงจะใจหายไม่น้อย อยากขอบคุณไรท์เตอร์ที่มอบความสุขเล็กๆน้อยๆแบบนี้ให้แก่คนอ่านตาดำๆเช่นเรา ขอบคุณมากค่ะ
    #19,643
    0
  18. #19639 Bewitchz (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 12:22
    แงงงงง รอนะค้าาาาา
    #19,639
    0
  19. #19634 nasetuan (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 08:42
    มาอ่านรวดเดียวเลย สนุกมากค่าาา ฮืออ ปกติสามารถอ่านนิยายยาวๆได้ขนาดนี้ แต่เรื่องนี้แบบหนุกมั้กกก
    #19,634
    0
  20. #19628 NNdo (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 13:18
    สนุกๆ สนุกมากเลยค่า รอติดตามน้า
    #19,628
    0
  21. #19620 Shadow-1 (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:51
    ไรท์อย่าบอกนะว่าจบแล้ว.,..,.เข้าทำใจไม่ได้กลับมานะยังรออยู่
    #19,620
    0
  22. #19590 -bookworm-2 (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 23:12
    รออออออออออออออออออออ
    #19,590
    0
  23. #19582 NO_oPEN (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 20:33
    เย้!!! ในที่สุดก็อ่านทันแล้วววว ไรท์กลับมาต่อเร็วๆน๊าาา
    #19,582
    0
  24. #19576 SKYnotSKI (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 01:05
    ฮ่องเต้เจออำนาจท่านทวดไป แทบจะจับเจ้าแมวใส่พานถวายให้ปลาย่างเลยทีเดียว /เอ๊ะ ทำไมประโยคมันแปลกๆ 5555555
    #19,576
    0
  25. #19567 ลอร์ดโวลเดอมอร์ (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:30
    งืออออ มาต่อเร็วววว คนเขียนจ๋า คนเขียนแสนดี มามะ มาไวๆ
    #19,567
    0