เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 102 : ตอนที่ ๙๓ เข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,100 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

ตอนที่ ๙๓ เข้าหอ

ข้านั่งอยู่บนเตียงในห้องหอที่ถูกเตรียมไว้เป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าจัดเตรียมกันตั้งแต่เมื่อใด ภายในเต็มไปด้วยของมงคลตกแต่งสีสันแดงสดทั่วตำหนัก คล้ายมิใช่พิธีที่จัดอย่างฉุกละหุก แต่เป็นการเตรียมการมาอย่างดีแล้วต่างหาก ในห้องหอมีสองหนุ่มหยก ชิงลู่และจื่อลู่คอยอยู่เป็นเพื่อน ข้ามองไม่เห็นอะไรมากนักเพราะถูกผ้าคลุมหน้าหน้าสาวสีแดงสดคลุมศีรษะเอาไว้ เวลาผ่านไปนานขนาดท่านแม่ที่คอยพร่ำสั่งสอนในฐานะผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนพูดจนเมื่อยปาก นางขอตัวออกไปร่วมสังสรรค์ข้างนอกพร้อมทั้งสังเกตการณ์เจ้าบ่าวว่าถูกมอมเหล้าจนสลบไปแล้วหรือไม่

พอพูดถึงก็ทำให้ข้าอดจะเป็นห่วงเจ้าแมวมิได้ ท่าทางท่านตาคงไม่ยอมปล่อยฉินอ๋องง่ายๆ เป็นแน่ ข้าถอนหายใจทำได้เพียงแต่นั่งรอเจ้าบ่าวที่ไม่รู้ว่าจะมาในสภาพใด  

ผ่านไปเป็นชั่วยามเสียงเอะอะหน้าห้องหอก็ดังขึ้น ข้าที่นั่งรอจนเบื่อสะดุ้งยืดตัวนั่งตรงอย่างเรียบร้อยตามที่แม่สื่อสอนไว้ ไม่นานนักประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกพร้อมกับคณะผู้คนที่ส่งเสียงโห่หยอกล้อกันอย่างคึกคัก หนึ่งในนั้นมีเสียงของส่านอ๋องเจ้าประจำ และขาดไม่ได้เลย...เฉินฮุ่ยเคอ คนแซ่เฉินหัวเราะชอบใจที่เห็นสภาพดูไม่ได้ของเจ้านาย

“ไม่ไหวเลยจริงๆ เจ้าบ่าวเมาเละเช่นนี้จะมีสติเอาอกเอาใจเจ้าสาวได้อย่างไร!

“เหตุใดถึงปล่อยให้ท่านอ๋องเมาขนาดนี้ล่ะขอรับ!” หนึ่งในหนุ่มหยกร้องประท้วงอย่างตกใจ ข้าชักอยากเห็นเสียแล้วสิว่าฉินอ๋องมีสภาพอนาถเพียงใดถึงทำให้คนแซ่เฉินหัวเราะสนุกสนามปานนั้น มิหนำซ้ำชิงลู่ยังเค้นถามอย่างเอาเรื่องกับเหล่าคนที่มาส่งเจ้าบ่าวเข้าหอ เหล่าหนุ่มๆ ที่โดนหางเลขรีบแก้ตัวหนีคดีที่ถูกกล่าวหา

“มิใช่พวกข้า แต่เป็นท่านตาของเจ้าสาวต่างหากที่กรอกสุราจนเจ้าบ่าวเมาเช่นนี้”

“แบบนั้นไม่เรียกว่ากรอกแล้วกระมัง อาบสุราให้ต่างหาก ดูเอาเถิด กลิ่นสุราฉุนแรงเช่นนี้” เสียงของชิงลู่เอ่ยเชิงประชดประชัน เขาคงจะเดินไปรับฉินอ๋องที่ถูกลากเข้ามากระมังถึงได้รู้ว่าฉินอ๋องมีสภาพย่ำแย่เพียงใด ไม่นานข้าก็รู้ว่าทำไมชิงลู่ถึงได้ขุ่นเคืองมากขนาดนั้น สองหนุ่มหยกก็ช่วยกันหอบหิ้วร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นสุราของฉินอ๋องมายังเตียงที่ข้านั่ง อือหือ กลิ่นสุราเตะจมูกจี๊ดขึ้นศีรษะทันที นี่มันมิใช่ดื่มฉลองแล้วกระมัง อาบสุรามาต่างหาก! เป็นอย่างที่ชิงลู่กล่าวไว้จริงๆ

ชิงลู่กับจื่อลู่ช่วยกันไล่แขกส่วนเกินที่ทำเสียงเจี๊ยวจ๊าวหยอกล้อทั้งข้าและฉินอ๋องออกไปจากห้อง เมื่อคนเหล่านั้นออกไปในห้องก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง สองหนุ่มหันมาถามข้าว่าจะทำอย่างไรต่อไป ข้าไม่รอให้เจ้าบ่าวที่เมามายสุราจนนอนคอพับคออ่อนเปิดผ้าคลุมหน้าให้ จัดการเลิกขึ้นมองเจ้าบ่าวของตนเองแล้วขมวดคิ้วหนักใจ ยิ่งกว่าที่คิดไว้เสียอีก ท่านตาลงมือโหดเหี้ยมไม่ประนีประนอมแม้แต่น้อย ชุดเจ้าบ่าวเปียกโชกไปด้วยสุรา มองตาเปล่ายังรู้เลยว่าถูกกลั่นแกล้งหนักหนาเพียงใด ข้าถอนหายใจแล้วหันไปบอกกับคนสนิททั้งสอง

“พวกเจ้าไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง”

“ให้พวกเราช่วยดีหรือไม่ขอรับ ท่าทางท่านอ๋องจะไม่ไหวจริงๆ”

“ไม่เป็นไร พวกเจ้าไปเถิด”

ชิงลู่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกจื่อลู่คว้าไหล่เอาไว้แล้วส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะหันมาพูดกับข้าด้วยแววตาเข้าอกเข้าใจจนข้าหน้าร้อนผ่าวไปหมด เข้าใจอะไรกัน!

“เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะขอรับ” บอกลาแล้วทั้งสองก็ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วไม่รีรอใดๆ ข้านั่งเงี่ยหูฟังเสียงโดยรอบ มั่นใจว่าไม่มีผู้ใดแล้วก็จัดการเปิดหน้าคลุมหน้าเจ้าสาว แต่ก่อนจะได้เปิดก็ถูกมือใหญ่เย็นนิดๆ ฉวยจับเอาไว้เสียก่อน คนเมาที่นอนหมดสภาพลุกขึ้นนั่งแล้วเอ่ยห้ามเสียงเย็นเยือกเช่นปกติ ไม่มีเค้าของคนเมาแม้แต่น้อย

“อย่าเปิด สิ่งนี้เป็นข้าต้องเป็นคนเปิดให้มิใช่หรือ?”

“ทะ...ท่านมิได้เมาหรอกหรือ?” ข้าตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เจ้าแมวขี้เมาก็ลุกขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มิหนำซ้ำยังมีท่าทางราวกับคนปกติสติครบถ้วนสมบูรณ์เสียอีก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบเยือกเย็นแฝงไปด้วยความผยองหน่อยๆ

“ข้าไม่ได้ดื่มแล้วจะเมาได้อย่างไร”

“แต่ว่าเนื้อตัวท่านเต็มไปด้วยสุรา”

“อ้อ ใช่แล้ว หากไม่ทำเช่นนี้แล้วท่านตาของเจ้าจะยอมปล่อยข้ามาแต่โดยดีรึ?” เจ้าแมวพยักหน้าก่อนจะยกคิ้วข้างหนึ่งพลางเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์จนข้าอดจะยิ้มขำมิได้ เจ้าเล่ห์จริงๆ! ดูจากสภาพแล้วเขาคงจะแกล้งทำเป็นดื่มสุราแต่แท้จริงแล้วกลับเทสุราอาบตัว จากนั้นก็แกล้งทำเป็นเมาหัวทิ่มเพื่อเอาตัวรอดจากท่านตาเยว่เมิ่ง ข้าพ่นลมหายใจแล้วส่ายหน้าไปมา ไม่น่าห่วงเลยจริงๆ คนเช่นแมวเจ้าเล่ห์มีหรือจะถูกผู้อื่นรังแกโดยง่าย เฮ้อ ไม่รู้จะกล่าวชมหรือต่อว่าดี แต่สมแล้วที่เป็นเจ้าแมว!

ฉินอ๋องพลิกตัวลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ข้านั่งนิ่งอยู่ที่เดิมรอให้เจ้าบ่าวใช้ไม้คันชั่งเลิกเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ผ้าคลุมสีแดงสดถูกเลิกขึ้นอย่างช้าๆ ข้าเงยหน้าช้อนดวงตาขึ้นมองคนตรงหน้าพร้อมทั้งกลั้นหายใจ ฉินอ๋องในชุดเจ้าบ่าวสีแดงก้มหน้าสบสายตา ริมฝีปากได้รูปของเขาค่อยๆ ผลิรอยยิ้มน้อยๆ ที่แสนงดงามและอ่อนโยน ข้าถูกภาพตรงหน้าทำให้ดวงตาพร่าพรายไปหมด อ่า นี่มันความฝันหรือไรนะ มันช่างสมบูรณ์แบบอะไรเช่นนี้ หากเป็นความฝันข้าก็ไม่อยากตื่นจากภาพฝันนี้ตลอดกาล

“อ้ายเฟย(ชายาที่รัก) จากนี้ไปจงอยู่เคียงข้างข้า” ฉินอ๋องก้มหน้าแนบหน้าผากลงมาก่อนจะกระซิบบอกกึ่งสั่งการอย่างเผด็จการตามความเคยชินของท่านแม่ทัพ ริมฝีปากนุ่มหยุ่นและร้อนผ่าวขยับชิดริมฝีปากของข้าราวกับกำลังยั่วเย้า ข้าเม้มริมฝีปากแล้วขยับเอียงใบหน้ากดเรียวปากเข้ากับแก้มสากๆ ของบุรุษตรงหน้าก่อนจะกระซิบตอบรับ

“แน่นอนขอรับท่านอ๋องของข้า”

ฉินอ๋องหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอก่อนจะขยับใบหน้าประทับริมฝีปากเร็วๆ ครั้งหนึ่งแล้วคว้าตัวข้าเข้าไปกอดเอาไว้ ไม่พูดอันใดอีก ข้ายกมือโอบกอดเขาเอาไว้เช่นกัน บรรยากาศยามนี้มันช่างอ่อนหวานและเต็มไปด้วยความสุขเสียจนหยุดยั้งมิให้ยิ้มมิได้เลย ริมฝีปากของข้ายิ้มกว้างราวกับถูกตรึงเอาไว้ ในตอนที่เราสองคนโอบกอดกันและกันข้าพลันจามออกมาเสียงดังทำลายบรรยากาศหวานชื่นลงชั่วพริบตา บ้าเอ๊ย ทุกอย่างดีไปหมดยกเว้นเสียแต่กลิ่นสุราที่ฉุนจมูกนี่แหละ ข้าผละตัวออกจากเขาแล้วขมวดคิ้วกึ่งบึ้งกึ่งอ่อนใจ จากนั้นก็ย่นจมูกพร้อมกับส่ายหน้าไปมา

“กลิ่นสุราจากตัวท่านแรงจนข้าชักรู้สึกเมาเสียแล้ว”

“อืม” ฉินอ๋องก้มลงดมตัวเองแล้วย่นจมูกเห็นไม่ต่างกัน ข้าหัวเราะแล้วเอ่ยแนะนำด้วยความหวังดี

“เช่นนั้นก็รีบดื่มสุรามงคลแล้วท่านค่อยไปอาบน้ำก่อนดีหรือไม่? ได้ยินว่าเตรียมถังอาบน้ำไว้พร้อมแล้ว”

ใช่แล้วละ ก่อนจะออกไปผู้หวังดีทั้งหลายคาดเดาว่าบ่าวสาวอาจอยากชำระร่างกายก่อนนอน จึงได้เตรียมน้ำพร้อมอุปกรณ์ไว้คอยท่าแล้ว ฉินอ๋องปล่อยมือจากชุดของเขาแล้วเคลื่อนสายตามาจับจ้องข้าแทน

“แล้วเจ้าจะอาบด้วยกันหรือไม่?”

หือ? สีหน้าและแววตาเช่นนี้มัน...

ข้านิ่งครุ่นคิดนานไปสักหน่อยจนคนชักชวนจ้องเขม็งแทบจะเป็นถลึงตาใส่ เจ้าแมวหรี่ตาจับจ้องด้วยท่าทางของสัตว์นักล่าที่กำลังสังเกตเหยื่อที่มันจะล่า ประเดี๋ยวก่อน ข้ามิใช่เหยื่อที่ท่านจะล่าหรอกนะ! ก่อนที่ข้าจะทันตั้งตัวร่างสูงสง่าตรงหน้าก็อุ้มยกตัวข้าขึ้นจากเตียง ข้าตกใจรีบคว้าลำคอแข็งแกร่งของเขาเอาไว้ พอได้สติกลับคืนมาก็ลงมือทุบลงบนไหล่กว้างไม่หนักไม่เบา

“หรือเจ้าจะปฏิเสธ?”

ข้าหยุดมือไม่ตอบอันใด เลือกที่จะทิ้งศีรษะซบบนลาดไหล่แข็งแรงแทนคำตอบ ฉินอ๋องหัวเราะเสียงทุ้มอยู่ในลำคอฟังเบิกบานใจอย่างยิ่ง ข้าเม้มปากแน่นเขินจนหน้าร้อนไปหมด บ้าจริง ดูมีความสุขมากเกินไปกระมัง แต่จะว่าเขาผู้เดียวก็มิได้เพราะตัวข้าเองก็แก้มแทบปริแล้วเหมือนกัน ความสุขจนหยุดยิ้มไม่ได้มันเป็นเช่นนี้นี่เอง

หลังจากนั้นพวกเราสองคนช่วยกันจัดการกินอาหารมงคลตามพิธี คล้องแขนดื่มสุรามงคลร่วมกัน เสร็จสิ้นทุกอย่างฉินอ๋องก็อุ้มข้าเดินไปยังหลังฉากบังลมเปลื้องเสื้อผ้าบนตัวออกไปหมดอย่างรวดเร็ว พริบตาต่อมาพวกเราก็มานั่งแช่น้ำอุ่นกำลังดีด้วยกันอย่างไม่ขัดเขิน จะอายอันใดกันเล่า ล้วนแล้วแต่ทำมาด้วยกันหมดแล้ว ไร้ความเหนียมอายต่อกันไม่คล้ายคู่แต่งงานใหม่แม้แต่น้อย ทำอย่างไรได้เล่านับดูแล้วพวกเรานับว่ารู้จักกันมานานตั้งสองชีวิตเชียว จะเหมือนคู่แต่งงานใหม่ได้อย่างไร

ข้าผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดค่อยๆ เอนกายพิงอ่างไม้ ซึมซับความอุ่นของอุณหภูมิน้ำ รู้สึกคลายความเหนื่อยล้าได้ชะงักจริงๆ สบายขึ้นจม ลองทบทวนแล้วเมื่อคืนข้าหลับไม่สนิทแล้วยังถูกลากเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาตกอกตกใจไปหมด ตึงเครียดเสียจนร่างกายเหนื่อยตามไปด้วย ข้าชำเลืองไปมองอีกคนที่นั่งอยู่อีกฟากของอ่างน้ำ พื้นที่อ่างเพียงพอให้พวกเราขยับเขยื้อนตัวได้ ฉินอ๋องก้มหน้าล้างตัวชำระกลิ่นฉุนของสุรา 

ให้ตายเถิด ฉินอ๋องเป็นบุรุษที่รูปงามจริงๆ!

ข้าแทบจะต่อต้านภาพชายหนุ่มร่างกายสมบูรณ์แบบที่กำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำมิได้เลย แอบยกมือปาดน้ำลายที่มุมปากทิ้งด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลาที่งดงามไร้ที่ติมีหยดน้ำเกาะพราว แม้กระทั่งช่วงคอช่วงไหล่ก็ทำให้หัวใจของผู้คนเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว  

...นี่คือคู่ชีวิตของข้าอย่างนั้นรึ? เหมือนเป็นความฝันอย่างไรอย่างนั้น! ข้าแต่งงานกับฉินอ๋องแล้วจริงๆ งั้นรึ? นี่คงมิใช่ความฝันหรอกกระมัง หรือจริงๆ แล้วข้ายังนอนไม่ตื่น? ระหว่างที่ข้ากำลังถามไถ่สวรรค์ บุรุษรูปงามตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี ดวงตาของฉินอ๋องงดงามมาก ปกติจะส่งไอเย็นเยียบน่ากลัวจนผู้คนไม่กล้ามอง แต่ตอนนี้กลับทอประกายความนุ่มละมุนอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ ข้าเกือบลืมหายใจเมื่อเห็นรอยยิ้มพิฆาตของเจ้าแมวประชิดเพียงนี้ ระหว่างที่เคลิบเคลิ้มอยู่นั้นคล้ายคนตรงหน้าจะถามอันใดสักอย่าง

“มีความสุขมากเลยหรือ?”

อ๊ะ ข้าหลุดออกจากภวังค์เพ้อฝันกลับมาสู่ความจริงตรงหน้า เมื่อครู่คล้ายได้ยินฉินอ๋องเอ่ยอันใดสักอย่าง ข้ากะพริบตาแล้วพยักหน้ามั่วๆ ไปก่อน เพียงแค่นั้นก็ได้รับรอยยิ้มเล็กๆ จากคนหน้าตายด้านเย็นชา รู้สึกคุ้มค่าแล้ว รอยยิ้มเพียงแวบเดียวของเจ้าแมวเหมือนจะขบขำปนซุกซนหน่อยๆ

“แล้วอยากมีความสุขมากกว่านี้หรือไม่อ้ายเฟย(ชายาที่รัก)ของข้า”

...ข้ามุดลงใต้น้ำได้หรือไม่?

ให้ตายเถิด ขนอ่อนทั่วตัวลุกซู่พร้อมกัน เสียงทุ้มต่ำที่เอื้อนเอ่ยนุ่มนวล คำเรียกขานที่ทอดน้ำเสียงอย่างอ่อนหวาน คิดว่าตอนนี้หัวใจของข้าทำงานหนักเกินไปแล้ว มันเต้นระรัวราวกับกำลังนับถอยหลังแล้วระเบิดตัวตูม บ้าชะมัด! เจ้าแมวไปร่ำเรียนวิชาทำเสียงอ่อนเสียงหวานเช่นนี้มาจากที่ใดกัน น่ากลัวเกินไปแล้วกระมัง! ข้าจวนจะรับมือมิไหวแล้ว

ฉินอ๋องมองข้าด้วยแววตานิ่งๆ ของเขา เพียงแต่แววตาบางอย่างในนัยน์ตาคู่นั้นทำให้ข้าหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นระรัวราวกับจะกระโดดออกมานอกอก

“ตัวเจ้าต้มสุกแล้วกระมัง แดงเชียว”

“เพราะน้ำร้อนต่างหากเล่า!” ข้าแย้งกลับไปพร้อมกับเม้มปากรวบรวมพลังใจที่เหลืออยู่น้อยนิดต่อกรกับเจ้าแมวที่กำลังทำตัวหยอกล้อเกี้ยวสาว

“น้ำร้อนสินะ”

ยิ่งอีกฝ่ายพูดข้าก็ยิ่งอับอาย น้ำร้อนเสียที่ไหน กำลังเย็นแล้วต่างหาก ข้าเม้มปาก จนคำพูดจะแก้ตัวใดๆ ฉินอ๋องเองก็มิได้ซักไซ้ให้อึดอัดใจ เขาเงียบไปเหมือนเดิม เอนกายพิงอ่างไม้แล้ววักน้ำลูบไล้ไปตามเรือนร่างกำยำของเขา สายตาไม่รักดีของข้ามองตามอย่างห้ามใจมิได้ กล้ามเนื้อแน่นๆ ผิวขาวที่กร้านแดดอย่างทหารควรจะมีมันวาวเหมือนถูกน้ำจับ จังหวะการเต้นของหัวใจข้าที่เริ่มสงบพลันเรรวนอีกครั้ง ข้าลอบกลืนน้ำลายพลางจับจ้องบุรุษรูปงามตรงหน้าไม่วางตา พริบตานั้นคล้ายเห็นฉินอ๋องยิ้มแต่พอมองดีๆ กลับไม่มี ข้านี่ชักจะลามกขึ้นทุกที ข้ากลั้นใจเบือนสายตาออกจากภาพเจริญหูเจริญตาเบื้องหน้าพร้อมกับกัดฟันชวนอีกฝ่ายสนทนาเพื่อดึงความสนใจไปทางอื่น

“ไม่คิดเลยว่าฮ่องเต้จะยอมให้ท่านแต่งกับข้าง่ายดายเช่นนี้ ทั้งที่ตลอดมาพระองค์พยายามขัดขวางมาตลอดแท้ๆ”

“ไม่เห็นจะแปลกที่ใด ผู้ใดจะปฏิเสธการเกี่ยวดองกับตระกูลเยว่ได้เล่า พูดได้เลยว่าคนทั่วทั้งแผ่นดินอยากจะเกี่ยวดองกับตระกูลเยว่ทั้งนั้น เสด็จพ่อเองก็มิใช่ข้อยกเว้น” เจ้าแมวเอ่ยตอบเสียงราบเรียบไม่มีท่าทีจะรู้ตัวว่าข้าผู้นี้ลอบกลืนน้ำลายไปหลายอึกแล้ว

เยี่ยม ข้าเบี่ยงเบนความสนใจสำเร็จแล้ว เมื่อได้ยินคำตอบข้าก็พยักหน้าเข้าใจ เห็นได้ชัดเชียวละ ฮ่องเต้ดูจะดีพระทัยออกหน้าออกตาเช่นนั้น แสดงว่าฉินอ๋องเปิดเผยฐานะของข้าให้ฮ่องเต้รู้แล้วสินะ แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นกลับเป็นท่านทวดต่างหาก รายนี้มานั่งเข้าร่วมพิธีได้อย่างไรกัน!?

“แล้วที่ท่านทวดเยว่ไฉหลางปรากฏตัวก็เป็นฝีมือของท่านงั้นรึ?”

“เจ้ายังจำเงื่อนไขที่ท่านทวดของเจ้าตกลงไว้กับข้าได้หรือไม่?”

เงื่อนไข....?

“ที่ให้ข้ากลับตระกูลเยว่น่ะรึ?”

“อืม แลกกับยกเจ้าให้ข้าอย่างไรเล่า หึๆ” ฉินอ๋องปรือตาพร้อมยิ้มใจเย็น ช่างเป็นรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ ยิ้มกระหยิ่มราวกับแมวที่เพิ่งขโมยปลาย่างออกมาได้สำเร็จ คางของข้าค่อยๆ เลื่อนลงต่ำเป็นอ้าปากเหวอ นี่มัน...

เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!

ตอนที่ได้ยินเงื่อนไขนี้ท่านทวดทำหน้าเช่นไรกันนะ!? เหตุใดข้าถึงได้นึกเห็นใจท่านทวดเยว่ไฉหลางที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าอ่านตำราขึ้นมาตงิดๆ ท่านทวดคิดผิดแล้วที่มาตกลงเงื่อนไขกับเจ้าแมวเอาแต่ได้ผู้นี้ ดูเอาเถิด ในหัวคิดคำนวณไว้หมดแล้ว อย่างไรเสียข้าก็ต้องไปตระกูลเยว่แต่ก่อนจะยอมก็หัวใสผูกมัดเอาไว้ก่อน มิหนำซ้ำยังเอ่ยปากกับผู้เป็นประมุขตระกูลเยว่ที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด ฮ่องเต้กับทางตระกูลเยว่เปิดทางให้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใดอีก ยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว!

ข้าพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ หมดคำพูดจะกล่าว ได้แต่เงียบจะยิ้มไม่ใช่จะหัวเราะก็ไม่เชิง ความเงียบปกคลุมพื้นที่อยู่นาน จ้องตากันไปมาแล้วคนที่ไม่น่าจะเปิดปากก่อนก็เป็นคนทำลายความเงียบลง ฉินอ๋องถามเสียงราบเรียบ

“เจ้าไม่มีอันใดจะถามอีกรึ? อย่างที่เคยกล่าวไว้หากเจ้าถามข้าจะตอบทุกอย่าง”

ได้ยินข้าก็พลันชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองฉินอ๋องที่นิ่งเงียบ ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบมีความระมัดระวังแปลกๆ ราวกับแมวที่โก่งตัวจ้องเตรียมกระโจนสู้ ข้าหรี่ตามองผิวน้ำที่กระเพื่อมไหว แอบยกมุมปากยิ้มขัน เป็นฝ่ายเอ่ยปากเองแท้ๆ แต่กลับเกร็งตัวระแวงแบบนี้ มันหมายความว่าอย่างไรกัน ตกลงอยากให้ถามหรือไม่อยากให้ถาม ข้ายังคงไม่พูดอะไรจนคนที่เยือกเย็นอยู่เสมอเริ่มไม่เย็นอย่างที่เคยเป็น ดวงตาสีดำสนิทของเขาลอบมองมาเป็นระยะๆ เป็นท่าทางที่น่ารักน่าสงสารจริงๆ ข้าอดจะใจอ่อนยวบยาบมิได้ กะจะแกล้งนานกว่านี้แต่ก็ทำใจแข็งต่อไม่ได้จริงๆ ข้าถอนหายใจแล้วเอ่ยถามน้ำเสียงปกติ

“รวมถึงเรื่องราวในชีวิตที่แล้วน่ะหรือ?”

“ใช่ ทุกเรื่อง” ฉินอ๋องพยักหน้าอย่างจริงจัง แสดงความจริงใจว่าจะตอบทุกคำถามที่ถูกถามจริงๆ ข้าจ้องเขาไม่แสดงท่าทีใดๆ หรือพูดอันใดต่อ ในหัวครุ่นคิดลำบากใจ หากบอกว่าไม่อยากรู้ก็นับว่าโกหกคำโตแล้ว ใจหนึ่งก็อยาก อีกเสี้ยวหนึ่งก็ไม่อยากพูดถึงอดีตเหล่านั้นเลย ข้านิ่งเงียบเนิ่นนานก่อนจะเงยหน้ามองฉินอ๋องที่แทบจะกลั้นใจรอคอยคำตอบ อ๊ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะยื้อเวลาแกล้งเขาหรอกนะ

“ท่านอยากให้ข้าถามหรือไม่?”

“แล้วเจ้าอยากจะรู้หรือไม่เล่า?”

แน่ะ มีย้อนอีกนะ

ข้าอดจะส่งค้อนกลับไปไม่ได้ เจ้าแมวยิ้มรับแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กลับมาปั้นหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิม ข้าขบคิดอีกรอบ ตัดสินใจยากจริงๆ แต่ข้าเคยคิดเรื่องนี้เอาไว้แล้วเหมือนกัน ดังนั้นจึงใช้เวลาตัดสินใจไม่นานนัก ข้าตั้งท่าจะพูดพร้อมกับมองเจ้าแมวที่ตื่นเต้นปนตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด เห็นท่าทางเช่นนั้นทำให้ข้ารู้สึกเป็นต่ออย่างไรชอบกล ข้าถ่วงเวลายกคิ้วใส่อีกฝ่ายอย่างใจเย็น เจ้าแมวแทบหัวใจวาย ทำขรึมขึงตาดุใส่ ข้าหัวเราะคลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างเราลง

“เรื่องพวกนั้นข้าไม่สนใจ แต่ถ้าท่านอยากเล่าก็ไม่ขัดข้อง ข้าให้โอกาสท่านย่อมไม่ใส่ใจเรื่องราวที่ผ่านมาอีก มีเพียงสิ่งเดียวที่ข้าอยากจะรู้...” ข้าหยุดเว้นหายใจครู่หนึ่งก่อนจะสบตากับอีกฝ่ายที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยฟัง ข้าแอบกลอกตาไปมา จะพูดออกไปก็อดจะเขินมิได้ แก้มของข้าร้อนขึ้นมาแทบจะทันที เอาเข้าจริง มันยากจะพูดออกไปจริงๆ นั่นแหละ เจ้าแมวยกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นข้ากระบิดกระบวนไม่ยอมพูดออกไปเสียที

“เจ้าอยากรู้อันใดงั้นรึ?” เขาถามขึ้นเมื่อเห็นข้าเงียบอยู่นาน ข้าที่เริ่มไม่รู้จะวางมือที่ใด ยกลูบแก้มที่ร้อนฉ่า จากนั้นก็ใช้ทัดผมไปด้านหลัง เม้มปากแน่น ก่อนจะชำเลืองสายตาไปมองอีกคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม พอสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทดังก้อนถ่านของเจ้าแมวข้าก็เขินจนพูดตะกุกตะกักไม่มั่นใจ

“ทะท่าน...มะไม่เคย...บอกว่า...”

“บอกว่า?” ฉินอ๋องทวนด้วยท่าทางใจเย็นอย่างยิ่ง

เหตุใดถึงได้กลับตาลปัตรเร็วเช่นนี้เล่า เมื่อครู่ข้ายังเป็นฝ่ายข่มเขาอยู่เลย ไฉนยามนี้ถึงกลายเป็นเจ้าแมวที่ทำตัวเหนือกว่าไปเสียได้ ข้าทำหน้าบึ้งเล็กน้อย คิดๆ ไปแล้วก็อดข้องใจมิได้ เขาเคยบอกว่าชอบข้าอยู่หลายครั้งหลายคราแต่ไม่เคยเอ่ยคำนั้นเลยสักครั้งเดียว การกระทำและท่าทางของเขาข้าไม่ติดใจเลยว่าเขารักข้าจริงๆ แต่เจ้าแมวไม่เคยพูดออกมาเลยสักครั้ง ข้าไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรทั้งที่เขาเอ่ยว่าชอบอยู่บ่อยครั้งแท้ๆ ข้าเริ่มใจแป้วเมื่อคิดว่าฉินอ๋องเป็นคนที่จะเลือกไม่พูดมากกว่าจะโกหก

ข้าสูดลมหายใจแล้วช้อนดวงตามองขึ้นไปเอ่ยถามออกไปเสียงแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบ

“ท่านไม่เคยบอกรักข้าเลย เสวี่ย ท่านรักข้าหรือไม่?”

ฉินอ๋องพลันชะงักตัวกึกทันทีที่ได้ยิน ข้าชักใจไม่ดี เหตุใดต้องนิ่งงันไปเช่นนั้นด้วยเล่า เขาจ้องข้าใบหน้านิ่ง ไม่ขยับเคลื่อนไหวหรือพูดสิ่งใด ข้ารอนานจนร้อนรนไปหมด ขอบตาร้อนผ่าวน้ำตาคลอเบ้าไปแล้ว เจ้าแมวที่นิ่งไปนานเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว พอเห็นข้าใกล้จะร้องไห้เต็มที่ก็โผเข้ามาโอบกอดข้าไว้

“มันยังไม่ชัดอีกรึ?”

ข้ามุดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าแมวแล้วส่ายหน้าไปมา มันจะชัดเจนได้อย่างไร แม้ว่าการกระทำจะชัดเจนอย่างไรแต่หากไม่พูดหรือบอกออกมา สุดท้ายก็อาจจะแค่คิดไปเองก็เป็นไปได้ ถ้าจะชัดเจนจริงๆ มันต้องทั้งการกระทำและคำพูดเลยจะดีกว่า ข้าได้ยินเสียงเขาถอนหายใจพร้อมกันนั้นเสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยข้างหู

“เจ้าถามว่าเพราะเหตุใดข้าถึงไม่เคยบอกรักเจ้าสินะ นั่นก็เพราะมันยังไม่ถึงเวลาอย่างไรเล่า และเวลาที่ว่านั้น...ย่อมเป็นตอนที่เราทั้งสองคนเป็นของกันและกัน เวลานี้อย่างไรล่ะ”

ข้าใจเต้นรัว รอคอยเสียงเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์กล่าวต่อไป

“จิ้งถิง...” เสียงทุ้มต่ำที่ฟังกระเส่าชอบกลกระซิบเรียกชื่อของข้า ทำเอาข้าตื่นเต้นหัวใจเต้นแรงจนเจ็บอก

หลังจากที่เรียกข้าแล้วฉินอ๋องก็เงียบหายไปจนข้าที่คอยอยู่เงยหน้าขึ้นไปมองเขา ยังไม่ทันได้เห็นอันใดก็มีเงาดำโฉบลงมาบดบังสายตา ริมฝีปากได้รูปที่ร้อนผ่าวประกบจูบลงมาแบบไม่ให้ได้ตั้งตัว ข้านิ่งไปอึดใจไม่ได้ตอบสนองกลับไป แต่อีกฝ่ายกลับบดเคล้าเรียวปากเรียกร้องให้ข้าตอบสนองกลับคืน พอถูกกระตุ้นเร้ามากเข้าข้าก็ต่อต้านไม่ไหว หลับตาลงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของร่างกายและความปรารถนาภายในขับเคลื่อนร่างกาย

“ข้ารักเจ้า”

เจ้าแมวกระซิบบอกเสียงแหบพร่าในขณะที่ไม่หยุดจูบขบริมฝีปากข้า เขากระซิบซ้ำๆ อยู่หลายครั้งหลายคราราวกับกลัวว่าข้าจะยังไม่ได้ยิน ข้าได้ยินชัดเจนเต็มสองหู ใจเต้นถี่ด้วยความยินดีและเบิกบาน ข้าขยับตัวเบียดชิดกายแข็งแกร่งของเขาแล้วจูบกลับอย่างเท่าเทียมส่งเป็นคำตอบรับกลับไป ลมหายใจของเราสองคนกระชั้นหอบขึ้นเรื่อยๆ น้ำอุ่นกลายเป็นน้ำเย็นก็ไม่สนใจยังคงมุ่งมั่นแลกสัมผัสทางริมฝีปาก ลมหายใจเฮือกสุดท้ายพวกเราถึงผละตัวจากกันเพียงเล็กน้อย

“ข้าก็รักท่าน” ข้ากระซิบบอกเขาเสียงเบาเพราะยังเขินไม่หาย

“อืม ข้ารู้” เจ้าแมวทำเสียงรับในลำคอแล้วรั้งตัวข้ากอดแนบกายเข้าหากัน ข้าซบตัวลงบนร่างกำยำก่อนจะกะพริบตาปริบๆ เมื่อสัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างที่ร้อนผะผ่าวที่ผงาดอยู่เบื้องล่างชิดสะโพกของข้า นี่มัน...

“เอ่อ...ท่าน...” ข้าเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าคมคายที่โหนกแก้มมีสีระเรื่อ เจ้าแมวทำหน้าอดกลั้นก่อนจะตอบเสียงเคร่งเครียด สะบัดเสียงตอบเล็กน้อยคล้ายหงุดหงิด

“ก็เพราะเจ้าทำตัวน่ารักเช่นนั้น ข้าหรือจะอดใจไหว!

ข้าหลุดหัวเราะออกมาเมื่อย้อนคิดก่อนหน้านั้นที่เขาชะงักตัวไปวูบหนึ่ง ที่แท้แล้วก็... ข้ายกตัวขึ้นไปจูบลงมุมปากเหยียดตรงของเขาแล้วลูบไล้กรอบหน้าคมคายเจตนายั่วยวนอีกฝ่าย

“ท่านยังทนไหวอยู่หรือไม่?”

“ทนไหวก็บ้าแล้ว” เจ้าแมวตอบเสียงอ่อย ก่อนจะรวบตัวข้าอุ้มขึ้นมาจากอ่างน้ำแล้วพุ่งข้ามห้องไปยังเตียงกว้าง ไม่สนใจว่าจะตัวเปียกชื้นเพียงใด ข้ามองสีหน้ามุ่งมั่นไม่สนใจสิ่งใดของเจ้าแมวแล้วแอบถอนหายใจ อะไรจะใจร้อนขนาดนี้ เช็ดตัวให้แห้งก่อนก็ได้กระมัง ข้าลองพูดออกไปแต่กลับถูกเขายิ้มมีเลศนัยตอบกลับมา

“อย่าห่วงไปเลย ข้าจะช่วยเช็ดให้แห้งทั้งตัวแน่”

คำพูดธรรมดาแต่เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่ามันฟังลามกชอบกล

แผ่นหลังเปลือยเปล่าของข้าแตะลงบนผ้าปูเตียงสีแดงสดที่ทั้งนุ่มและลื่น ไม่เพียงแค่ผ้าปูเตียงเท่านั้นที่เป็นสีแดง แม้กระทั่งผ้าม่าน หมอน หรือผ้าห่มก็ล้วนแต่เป็นสีแดงลวดลายนกยวนยางครองคู่ นั่นทำให้ข้านึกขึ้นมาได้ว่าพวกเราสองคนผ่านพิธีกราบไหว้ฟ้าดินด้วยกันแล้ว และคราวนี้คงมิได้เป็นเพียงแค่การสัมผัสช่วยกันและกันอย่างที่เคยทำมา แต่เป็นการหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างแนบชิดสนิทสนม ดูจากสีหน้าของเจ้าแมวแล้วดูท่าจะไม่ยอมหยุดกลางคันเป็นแน่

“เอาละ ข้าจะเช็ดตัวให้เจ้าละนะ” ฉินอ๋องยังมีอารมณ์พูดหยอกล้ออีก ทั้งที่ท่อนล่างบวมเป้งเช่นนั้นแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะอดทนอดกลั้นมานานจนเคยชินหรืออย่างไร ข้ายกขาถูไถเข้ากับกลางลำตัวของเขา ร่างสูงใหญ่สะดุ้งเฮือกพร้อมกับเสียงหายใจที่ดังชัดยิ่งขึ้น ข้าเม้มปากกลั้นหัวเราะ ดวงตาสีดำสนิทจ้องกลับมานิ่งๆ แต่อะไรบางอย่างในแววตาเข้มนั้นทำให้ข้าต้องกลืนน้ำลาย เสียงทุ้มลึกที่แหบพร่าเอ่ยเตือน

“อย่ารังแกมันมาก เดี๋ยวถูกมันเอาคืนจะร้องไม่ออก”

ข้ารีบหดขากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เป็นคำขู่ที่น่ากลัวมากจริงๆ เจ้าแมวน้อยจะรังแกข้าคืนอย่างนั้นหรือ? รังแกอย่างไรล่ะ? แค่จินตนาการข้าก็อดจะตัวร้อนวูบวาบมิได้ ให้ตายเถิด ข้าคิดลามกอีกแล้ว! แก้มทั้งสองข้างร้อนราวกับมีไฟลวก โดยเฉพาะสายตาดุดันจ้องเขม็งราวกับจะกลืนกินเสียให้ได้ หัวใจของข้ามันเต้นระรัวสั่นไหวดังโครมครามหนวกหูอย่างที่สุด เจ้าแมวยิ้มพลางจับจ้องตรงมาที่ข้าด้วยแววตาที่ทำให้ข้าร้อนรุ่มไปทั้งตัว เสียงทุ้มต่ำเอ่ยหยอกล้อ

“ได้เวลาเข้าหอแล้วอ้ายเฟย”

 

 

 



สามคำ... เสร็จข้าแน่’! //แลบลิ้นแผล็บ


ท่านอ๋องไม่นก และลบล้างอ๋องแมวร้อยตอนลงได้แล้ว ปรบมือ!

ไม่ได้แต่ง Nc นานรู้สึกติดขัดไปหมด พยายามเอาฟอร์มเดิมกลับคืนมา

ท็อปฟอร์มต้องเรื่องเจ้าสาวจ้าวสมุทร ร้อนแรงจริงอะไรจริง อ่านเองยังเขิน (นี่กูแต่งหรือเนี่ย 5555)

ช่วงนี้เรื่องไหนๆ ก็ถึงช่วงร้อนแรงไปหมด เอาเถอะ แต่งเคาะฝุ่นที่ห่างมือไปนาน

เฮ้อ ไม่น่าแต่งใสๆ เล๊ยยยยย ตอนเอาจริงละไม่ถึงใจเท่าไร (หือ???) ครั้งหน้าต้องดุเดือดกว่านี้!

 

ปล. ฉบับ Uncut ติดเหรียญจะลงที่

readawrite 

ธัญ

ขอบคุณที่เข้ามาอุดหนุนกันนะ~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.1K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25526 sunflowerrrr (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:05
    เจ้าแมวมันร้ายนะใจชั้นนนนน
    #25,526
    0
  2. #24934 Kamobee (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 04:11

    ในที่สุดดดดดดดดดดด
    งือออออออออ
    #24,934
    0
  3. #24736 ชาเมท (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 00:27
    เบาได้เบานะคะ น้อลตัวกระจิ๊ดนิดเดียวเอง
    #24,736
    0
  4. #24495 Fueled me (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 13:16
    วันนี้ที่ท่านอ๋องรอคอย
    #24,495
    0
  5. #24018 munkrishear (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 21:14
    อ้ากหสกสกสกวหสสแกสยหยฟหยนดนกวฟหวสแไยยะยหห เขินไม่ไหววววววว อ้ากสหสหวหงหบหบห
    #24,018
    0
  6. #23452 ychibi (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:30
    โดนแน่ๆๆๆ
    #23,452
    0
  7. #22226 Xialyu (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:37
    อีกนิดดดดดดดดดดดด
    #22,226
    0
  8. #21628 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 10:12
    อีกนิดเดียวก็ร้อยตอนแล้วอ่าาาาา ดูหน้าแมวสิ จะได้กินปลาแล้วเนี่ย
    #21,628
    0
  9. #21382 Thitima Udchachon (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 14:24
    ยังสงสัยอีกจุดนึงคะ ตอนชาติที่แล้วที่ฉินอ๋องไล่น้องออกจากห้องทำงาน อยากรู้ว่าฉินอ๋องคิดอะไรอยู่ กับเวลาน้องโดนแกล้งท่านอ๋องไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอทั้งที่ถ้ารักน้องขนาดนั้น
    #21,382
    2
    • #21382-1 อันบ้า♥Harry♥งามฉึก!(จากตอนที่ 102)
      6 กรกฎาคม 2562 / 17:50
      ส่วนตัวเราเข้าใจว่า เพราะน้องอยู่ ท่านอ๋องเกร็งจนคิดงานไม่ออกรึเปล่าคะ เพราะเป็นทั้งอดีต และตอนที่น้องมาหาที่ค่าย ตอนที่ท่านตาจะมาเลย ที่น้องอยู่ข้างๆแล้วท่านอ๋องจับพู่กันชะงัก ไปต่อไม่เป็น เป็นการเดาของเราน่ะค่ะ 5555555
      #21382-1
    • #21382-2 อันบ้า♥Harry♥งามฉึก!(จากตอนที่ 102)
      6 กรกฎาคม 2562 / 17:51
      กสดาแาาแ
      #21382-2
  10. #21340 pcy921 (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 19:33
    โดนแมวกินนนน
    #21,340
    0
  11. #20978 Whatever it is (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 20:13
    โอ๊ะ ไรท์แต่งเรื่องนั้นด้วยเหรอ -> เจ้าสาวจ้าวสมุทร อะค่ะ สนุกมากเลย แต่เหมือนยังแต่งไม่จบนี่นา ลงไหดองไว้นิ 5555 หรือตอนนี้จบแล้วอะคะ
    #20,978
    0
  12. #20595 _Daonuea_ (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 19:53
    ฮืออออ อาพิงเขินนนนนนน ฟหกด้วงงมืดกะนวว ิอปป
    #20,595
    0
  13. #20531 นรว🙆 (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 14:10

    กรี๊ดดดเดด สแสอสอสอสอสแสมดมดมอ บ้าจริงงงงงงง ฮือออออ คนหน้าร้อนอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ ฮร่อกกกก

    #20,531
    0
  14. #19633 nasetuan (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 08:20
    วั้ยย อ่านฉากปลาโดนกินแร้วเขินมั้กๆ
    #19,633
    0
  15. #19575 SKYnotSKI (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 00:31
    แวบไปธัญมาแล้ววว เขินนนน เจ้าแมวไม่นกแล้ว
    #19,575
    0
  16. #19490 น้ำผึ้งมะนาวโซดา (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 17:58
    กรี๊ดดดดด...อิเหมียวแกอย่าขู่แบบนี้
    #19,490
    0
  17. #19417 Worada Ray (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 05:42
    ขอบคุณค๊า
    #19,417
    0
  18. #19392 E๐Ben (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 07:12
    โอ๊ยย ตื่นเต้นตาม
    #19,392
    0
  19. #19391 ผู้ไร้ตัวตน (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 00:21
    แหมมมมมมมม มาอ้ายฟงอ้ายเฟย ขออนุญาติหมั่นไส้นะเพคะฉินอ๋อง
    #19,391
    0
  20. #19383 예뻐요 (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 10:39
    .คิดถึงไรทททททท์
    #19,383
    0
  21. #19356 SuSaya (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 10:45
    จริงหรอ
    #19,356
    0
  22. #19350 EchizenRyoma (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 23:18
    กรี๊ดดดด
    #19,350
    0
  23. #19345 crystaljade (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 22:29
    เย้ ไม่นับชาติที่แล้ว และแล้วท่านอ๋องแมวก็ได้กินปลาซักที
    #19,345
    0
  24. #19334 angles of death (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 20:40
    ในที่สุด.....ท่านอ๋องร้อยตอนก้ได้กินปลาแล้วค่าาาา อ่านแล้วฟินมว๊ากกกกกกก
    #19,334
    0
  25. #19330 ผ้าหลากสี (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 03:14
    ไปอุดหนุนมาแล้วนะคะ อ่านไปเขินไป 555
    #19,330
    0