เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 101 : ตอนที่ ๙๒ งานมงคล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,048 ครั้ง
    25 ก.ค. 60

ตอนที่ ๙๒ งานมงคล

พอเห็นข้าทำหน้างอใส่ ฉินอ๋องก็ไม่พูดอะไรอีก เขาหมุนตัวนั่งลงข้างเตียง ตบมือลงบนหน้าขา เป็นสัญญาณให้ข้าเดินเข้าไปหา ข้ายืนนิ่งอยู่ที่เดิมอีกฝ่ายก็ยกคิ้วขึ้นถาม สีหน้าเยือกเย็น ไม่มีเค้าของแมวที่เพิ่งร้องหง่าวๆ เมื่อครู่ เขายื่นมือมาดึงข้าที่ไม่ยอมเดินเข้าไปหานั่งลงบนต้นขาข้างขวา ยกแขนตวัดโอบรอบเอวข้าไว้หลวมๆ มืออีกข้างก็เขี่ยปลายจมูกของข้าอย่างหยอกล้อ

กิริยาง้องอนของเขาทำให้ข้าใจอ่อนยวบยาบ บ้าจริงเชียว สมแล้วที่อยู่มานานกว่า เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเชียว ข้าสบตาคู่งามตรงหน้าตรงๆ ก็พลันแก้มร้อนซู่ อะไรกัน สายตาแบบนั้นมัน... ข้าทนมิไหว เป็นคนหลบสายตาออกมาเสียก่อน โธ่เอ๊ย หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ แววตาที่ราวกับจะจับกลืนกินทำให้ข้าต้านทานไม่ไหว พยายามต่อสู้กับอาการประหม่าที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นแล้วเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง

“เหตุใดท่านถึงไม่บอกเรื่องย้อนกลับมายังอดีตเล่า?”

มือของเขาที่กำลังเกี่ยวป้อยผมทัดหูให้ข้าชะงักหยุดไปอึดใจก่อนจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง ไม่มีท่าทีร้อนตัวหรือตกใจใดๆ ไปมากกว่านั้น ข้าแอบผิดหวังอยู่เล็กๆ เจ้าแมวเส้นลึกเกินไปแล้ว จะเปลี่ยนสีหน้าก็ไม่มีแม้สักเศษเสี้ยว ฉินอ๋องกดมุมปากคล้ายจะยิ้มแล้วถามกลับมาแทนที่จะตอบคำถาม

“แล้วเจ้าเล่า เหตุใดถึงไม่เคยบอกเรื่องนี้แก่ข้า”

“ระ...เรื่องอันใด?”

ฉินอ๋องเก็บมือกลับแล้วจ้องข้าด้วยแววตานิ่งสงบ ข้าเหงื่อแตกพลั่ก ในใจร้องโอดโอย ให้ตายเถิด นอกจากเขาจะกลับย้อนเวลามาแล้ว นี่ยังรู้ว่าข้าเองก็กลับมาเช่นเดียวกันอีกงั้นหรือ!? ในขณะที่เขารู้ไปหมดทุกอย่างแต่ข้ากลับไม่รู้อะไรสักอย่าง ไร้ความยุติธรรมจริงๆ! ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขมวดคิ้วจ้องกลับไปอย่างขุ่นเคืองเล็กๆ

“ท่านรู้ตั้งแต่เมื่อใด?”

“เจ้าคิดว่าตนเองปิดบังเก่งเพียงใดรึจิ้งถิง?”

ข้าทุบไหล่ของคนหยอกไม่ดูเวลา เหอะ จะกล่าวหาข้าว่าปกปิดไม่ดีเองอย่างนั้นสินะ ฉินอ๋องไม่เพียงจะไม่เจ็บแล้วเขายังโน้มตัวเข้ามาใช้ปลายจมูกหอมแก้มข้าไปฟอดใหญ่ บ้าจริงเชียว! เผลอไม่ได้ เขาเบี่ยงหน้ากระซิบข้างหูของข้า

“รู้ตั้งแต่วันแรกที่กลับมาจากชายแดนแล้ว”

“นานขนาดนั้นเชียว!?” ข้าตกใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายรับรู้มาตั้งแต่แรกเช่นนั้น คิดว่าอย่างเร็วก็น่าจะสักเป็นเดือนหรืออะไรมากกว่านั้นเสียอีก เปรียบเทียบกันแล้วยิ่งทำให้ข้าดูโง่เขลาเกินเยียวยา บ้าที่สุด แล้วผู้ใดมันจะไปรู้ว่าจะมีคนย้อนเวลามาเหมือนกันเล่า เพียงแค่ตัวเองย้อนกลับมาได้ก็น่าเหลือเชื่อมากพอแล้ว

“แล้วท่านกลับมาพร้อมกันกับข้างั้นหรือ?”

“เปล่า ข้ากลับมาก่อนเจ้าสักสี่ปีได้ กลับมาตอนอายุสิบห้าปีในวันคล้ายวันเกิดของอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้ง...”

วันที่พวกเราเจอกันครั้งแรกนั่นเอง!

อ้อ มิน่าเล่า ถึงได้พูดว่าชอบข้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ ที่แท้ก็ความว่าอย่างนี้นี่เอง ในเมื่อรู้ว่าข้าเป็นใครแล้วยังจะเอาตัวมาอีกนะ

“เอามาไว้ใกล้หูใกล้ตา ป้องกันไม่ให้ใครมาขโมยตัดหน้าไปเสียก่อน”

“ผู้ใดจะมาขโมยกัน?” ข้าหัวเราะขันในความหึงหวงเกินพอดีของเจ้าแมวหวงก้าง

ในตอนนั้นข้าเป็นแค่เด็กตัวสกปรกมอมแมม ผู้ใดมันจะตาต่ำมาขโมยไปกันเล่า คนเอาแต่ใจเป็นใหญ่ไม่สนใจคำพูดของข้ายืนยันว่าตนเองทำถูกต้องที่สุดแล้ว ข้าคร้านจะเถียง ยอมถอยแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน ข้าถามเขาเรื่องวิธีคืนชีพให้แก่ท่านแม่ ฉินอ๋องถอนหายใจออกมาคำรบหนึ่ง

“ไม่เชิงว่ารู้วิธี แต่ข้ารู้ว่าวิธีคืนชีพนี้อยู่ที่ใคร”

“ใครงั้นหรือ?”

“ผู้คนเรียกเขาว่าหมอเทวดาเฟิง”

“หมอเทวดาเฟิง?”

“หมอเทวดาบ้า”

ข้าเลิกคิ้วขึ้นสูงจนหน้าผากย่นไปหลายชั้น มิใช่ตัวอักษรเฟิงที่แปลว่าลมงั้นหรือ? แต่เป็นเฟิงที่แปลว่าบ้า หมอเทวดาบ้า ให้ตายเถิด ดูท่าจะมิใช่คนที่รับมือได้โดยง่ายเสียแล้ว

“จะแปลว่าลมก็ได้ ผู้คนเรียกเขาทั้งสองอย่าง บ้าเพราะนิสัยแปลกประหลาดของเขา สายลมเพราะอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ตามหาตัวได้ยาก เมื่อชีวิตก่อนข้ายังตามหาตัวเขาไม่ได้เลย”

“ถ้าหาไม่พบท่านแม่ก็...”

“เจ้าไม่ต้องกังวล อย่างไรก็ต้องหาให้พบ ข้าเองก็อยากตอบแทนบุญคุณของมารดาเจ้า สายข่าวของข้ารายงานมาว่ามีคนเห็นหมอเทวดาเฟิงอยู่แถบชายแดนแคว้นจื่อ ข้าสั่งให้ลูกน้องตามหาเขาอยู่”

แคว้นจื่อ? ตระกูลเยว่ก็อยู่ในแคว้นนี้นี่น่า ถ้าหากข้าให้คนในตระกูลเยว่ช่วยตามหาอีกแรงน่าจะพบตัวหมอเทวดาผู้นั้นได้เร็วมากขึ้น ข้าถอนหายใจเมื่อพอมีความหวังอยู่บ้าง จากนั้นเราก็คุยกันเล็กน้อยก่อนที่ฉินอ๋องจะดันตัวข้าให้ลุกขึ้นยืน ข้าสะดุ้งตัวโหยงรีบลุกขึ้นแล้วมองขาของเขาด้วยความเป็นห่วง

“ขออภัย ข้าลืมไปว่านั่งบนขาของท่าน เหน็บไม่กินใช่หรือไม่?”

“ไม่เป็นไร ข้าชอบให้เจ้านั่งบนตัวข้า”

เหตุใดข้าถึงได้รู้สึกว่าวาจานี้ล่อแหลมพิลึกกันนะ ข้าชำเลืองมองใบหน้านิ่งเรียบเย็นชาหน่อยๆ ของฉินอ๋อง สงสัยจะคิดลึกไปเองนั่นแหละ ฉินอ๋องจะพูดสองแง่สองง่ามได้อย่างไร

“นี่ก็ดึกมากแล้วเจ้ากลับไปก่อนเถิด”

หา! ข้าฟังผิดไปหรือไร ฉินอ๋องบอกให้กลับไปอย่างนั้นหรือ? ข้ายืนนิ่งทำหน้างุนงง เจ้าแมวสะบัดผ้าห่มเอนตัวนอน หนำซ้ำยังยกมือไล่อีก ข้าทำอะไรไม่ถูก นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน เพิ่งเคยถูกไล่กลับเป็นครั้งแรก ข้าอุตส่าห์มาทั้งทีแต่กลับถูกไล่!

เจ้าแมวพลิกตัวกลับมาเห็นข้ายังยืนอยู่ที่เดิมก็ยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับกวักมือเรียก แน่ะ ล้อเล่นอยู่จริงๆ ด้วย เขาหรือจะไล่ข้ากลับไปจริงๆ ทุกครั้งแทบจะอ้อนให้อยู่ต่อนานๆ เสียมากกว่า ข้าขยับตัวเข้าไปหาทันที ฉินอ๋องเอื้อมมือมาคว้าไหล่ของข้าโน้มตัวลงไปหาเขาแล้วยกตัวขึ้นมาจูบ ข้าหลับตาจูบตอบอย่างกระตือรือร้น ยกมือเกาะเกี่ยวไหล่กว้างแล้วเอียงหน้าเคล้าริมฝีปากบดเบียดเข้าหากัน ลมหายใจกระชั้นขึ้นตามลำดับอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า ข้าเคลิบเคลิ้มเอนตัวพิงเขา ก่อนจะเตลิบไปมากกว่านั้นฉินอ๋องก็ผละตัวออกอย่างรวดเร็ว

“เอาละ ฝันดี”

จากนั้นเขาก็เอ่ยลาสั้นๆ พร้อมกับล้มตัวนอนไม่สนใจข้าที่ยืนหอบหายใจกระเส่า ผ่านไปอึดใจข้ากลับมาได้สติก็ขมวดคิ้วมองเจ้าของห้องที่นอนหันหลังให้ โมโหและอารมณ์ที่ถูกปลุกค้างเติ่งไม่ทันได้ระบาย ข้าเม้มปากพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วกระทืบเท้าปึงปังเดินเข้าอาณาเขตเยว่ตี้เพื่อกลับไปยังห้องนอน

หึ คอยดูนะ ข้าจะไม่มาหาอีก!

ข้ากลับมายังห้องนอนของตนเอง อาบน้ำอาบท่าแล้วเข้านอนแต่ก็นอนไม่หลับเลย ร่างกายและอารมณ์ยังคงรุ่มร้อนปั่นป่วน ได้แต่พลิกตัวกลับไปกลับมาอย่างหงุดหงิดงุ่มง่าม กว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบรุ่งสาง ตอนที่งัวเงียตื่นก็เลยยามซื่อ(๙-๑๑น.)มานิดหน่อยแล้ว เป็นครั้งแรกที่นอนตื่นสายโด่งขนาดนี้ ให้ตายเถิด เป็นเพราะเจ้าแมวคนเดียวเลย!  

หลังจากที่ข้าตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงสองหนุ่มหยกก็เข้ามาปรนนิบัติตามปกติ ข้าค่อนข้างแปลกใจเมื่อมื้อกลางวันกลับมีทั้งท่านพ่อและท่านแม่ร่วมรับประทานด้วย ข้ามัวแต่ดีใจที่วันนี้ท่านพ่ออยู่บ้านร่วมกินข้าวด้วยกันได้จนมิได้สังเกตอาหารบนโต๊ะ แน่ละ ทุกวันท่านพ่อต้องเข้าวังไปตั้งแต่เช้ามืด เป็นขุนนางนี่ลำบากลำบนยิ่ง ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้พร้อมกับเข้าร่วมว่าราชการ ยิ่งท่านพ่อที่เป็นถึงที่ปรึกษาคนสนิทรับผิดชอบงานของฮ่องเต้มากกว่าครึ่ง

พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกกินข้าวด้วยกันอย่างมีความสุขยิ่ง ท่านพ่อคีบอาหารให้พร้อมกับพูดชื่ออาหารไปด้วย ท่านแม่ก็เอาแต่ยิ้ม แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่ข้าก็มิได้พูดอันใดออกไป

พอตกบ่ายสองหนุ่มหยกชิงลู่กับจื่อลู่ก็เข้ามาปรนนิบัติข้าอีกรอบ คราวนี้ต้องขัดสีฉวีวรรณครั้งใหญ่พร้อมกับแต่งองค์ทรงเครื่องให้เหมาะสมกับระดับงานเลี้ยงใหญ่ที่จัด ณ วังหลวง ข้าขมวดคิ้วมุ่น เจ็บหนังหัวที่ถูกทั้งสองหนุ่มรุมทึ้งจัดทรงผมอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ ข้าได้แต่บ่นในใจอย่างไม่เข้าใจ ใช่ว่ามิเคยเข้าวังหลวงเสียหน่อย แต่ครั้งนี้สองหนุ่มกลับพิถีพิถันเป็นพิเศษ ตอนอาบน้ำยังโรยกลีบบุปผาหอมเต็มถัง นวดน้ำมันระเหยจนตัวข้าหอมฟุ้งไปหมด ใบหน้าก็ผัดแป้งจนข้าแทบสำลัก แต่งบางเบาให้ดูเป็นธรรมชาติ แล้วยังทรงผมที่แก้แล้วแก้อีกนี่ก็เหมือนกัน ประเดี๋ยวก็ปักปิ่นทองประเดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นปิ่นหยก ใช้เวลาอยู่สองชั่วยามเต็มสองหนุ่มก็หมุนตัวข้าซ้ายขวาพลางพยักหน้าพึงพอใจในผลงานของตนเอง

“งานวันนี้นายน้อยต้องงดงามโดดเด่นกว่าผู้ใด!

“ใช่แล้ว งานนี้นายน้อยของพวกเราย่อมงดงามเป็นที่หนึ่งแน่นอน”

ข้าเหลือบมองทั้งสองหนุ่มด้วยสายตาเอ็นดูกับความมุ่งมั่นที่ร้อนแรงของพวกเขา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาไม่ใส่ใจนัก จะงดงามหรือไม่ข้าก็ไม่เก็บมาใส่ใจให้ปวดหัวหรอก เห็นข้าไม่สนใจสองหนุ่มก็บ่นแกมแนะนำด้วยความหวังดีอย่างที่สุด

“นายน้อย ไม่ใส่ใจเรื่องนี้มิได้นะขอรับ รูปโฉมความงามเป็นสิ่งหนึ่งที่มัดใจคนรักได้”

“ใช่แล้วขอรับ แม้ว่าท่านอ๋องจะผูกสมัครรักใคร่นายน้อยอย่างจริงใจแล้วก็ตาม แต่จะมั่นใจจนทะนงหลงลืมตัวมิได้ ต้องมั่นใส่ใจเสน่ห์เพื่อตรึงใจคนรักมิให้จืดจาง อย่างเช่นที่นายน้อยบริหารทำตัวอ่อนนั้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง การแต่งกายสวยงามก็เป็นอีกวิธีหนึ่งเช่นกัน”

ข้าถลึงตาใส่ทั้งสองหนุ่ม อดจะอับอายมิได้ ปัดโธ่! ผู้ใดจะคิดเล่าว่าหมดจากเสี่ยวชีแล้วยังมีสองคนนี้ที่คอยจู้จี้เรื่องนี้กับข้าอีก ไม่รู้ว่าเป็นเสี่ยวชีหรือไม่ที่เป็นคนต้นคิดแพร่การบริหารตัวอ่อนอะไรนั่น ทุกเช้าข้าถูกสองหนุ่มหยกบังคับให้ทำ หนำซ้ำอาจารย์ผู้สอนวรยุทธ์อย่างอู้หย่ายังเห็นดีเห็นงามกับการบริหารร่างกายนี่อีก ข้าจำใจต้องฝึกทั้งน้ำตาเชียวละ

เมื่อเข้ายามโหย่ว (๑๗-๑๙น.) ท่านพ่อก็มารับข้าเข้าวังพร้อมกัน ระหว่างนั่งรถม้ามุ่งหน้าสู่วังหลวงข้ามองท่านแม่อย่างสงสัย นางยิ้มกว้างอากัปกิริยาดูปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่นั้นยังเอ่ยปากชมเชยข้าไม่หยุดปาก กระทั่งท่านพ่อยังมองมาด้วยสายตาเอือมระอา ตั้งแต่กินข้าวกลางวันแล้วนางคล้ายจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ มีเรื่องใดให้น่ายินดีเช่นนี้กันนะ ข้าสงสัยอย่างยิ่ง

ใช้เวลาประมาณหนึ่งพวกเราทั้งสามก็เดินเข้าสู่งานเลี้ยง ทุกคนในงานหันมามองพวกเราอย่างสนอกสนใจ ไม่แปลก งานเลี้ยงในครั้งนี้ข้าเป็นหนึ่งในตัวชูโรงนี่นะ ระหว่างที่ท่านพ่อปราศรัยกับเหล่าขุนนางที่เข้ามาแสดงความยินดีด้วยข้าลอบสอดส่ายสายตามองหาตัวชูโรงอีกคน แต่หายังไงก็ไม่เจอเสียที เจ้าแมวยังไม่มาอย่างนั้นหรือ? เมื่อคืนไล่ข้ากลับไม่พอทั้งวันยังไม่แวะมาหาเหมือนก่อนอีก ข้าแอบโมโหหน่อยๆ

“จิ้งถิง ยินดีด้วยๆ อย่างไรก็ฝากพี่สี่ไว้กับเจ้าด้วย ดูแลพี่ชายของข้าดีๆ เล่า ขอให้รักใคร่สมัคสมานจนแก่เฒ่า” ส่านอ๋องเดินเข้ามาหาข้าพร้อมกับแสดงความยินดีพร้อมกับอวยพร ข้าเลิกคิ้วแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ใส่ใจนัก

“ฉินอ๋องยังไม่มางั้นรึ?”

“แหมมมมมม~ ไม่เห็นกันเพียงไม่ถึงวันก็ร้อนรนขนาดนี้เชียวนะ ไม่ทักทายข้าสักคำ หนำซ้ำเห็นหน้าข้าก็ถามหาพี่สี่ก่อนอีก เจ้านี่มัน...” ส่านอ๋องชะงักยิ้มบนหน้าเมื่อถูกข้าโยนคำถามใส่กะทันหัน เขาถลึงตากลับก่อนจะบ่นอย่างไม่พอใจ ข้าพยายามใจเย็นทักทายอีกฝ่ายไปแกนๆ จนอ๋องห้าดูด้วยสายตาเย็นชา ไม่รู้เพราะเห็นใจหรือรำคาญส่านอ๋องโบกมือยอมบอกอย่างจำยอม

“พี่สี่มาถึงแล้ว คุยอยู่กับเสด็จพ่ออยู่กระมัง เจ้าเองก็อดทนเสียหน่อยเถิด ไม่เห็นหน้ากันแค่ไม่กี่ชั่วยามคงไม่สิ้นใจหรอก มาๆ ยืนหลบอยู่ตรงนี้คนเขามาแสดงความยินดีด้วยจะเห็นได้อย่างไร”

ส่านอ๋องตอบอย่างขอไปที จากนั้นก็ลากข้าเข้าไปหากลุ่มคนที่ราวกับเสือที่รอเหยื่อมาใกล้ต่างกระโจนเข้าใส่ข้ากันอย่างรวดเร็ว ข้าที่ถูกลากเข้ามาทั้งอึดอัดและตกใจ ถูกพวกเขาประจบประแจงพร้อมทั้งแสดงความยินดีด้วยถ้อยคำมากมาย ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังพยายามให้ข้ายกสุราผูกมิตรกันอีก ข้าถูกคำยินดีนับร้อยโจมตีไม่หยุดแทบหมดเรี่ยวแรง ส่วนตัวต้นเหตุกลับปลีกตัวไปพูดคุยหยอกล้อกับเหล่าคุณหนูหน้าชื่นตาบาน ส่านอ๋อง เจ้าคนบ้าไผ่เอ๊ย!  

กว่าข้าจะรอดพ้นจากเหล่าคนอยากเลียแข้งเลียขาได้ก็เกือบหมดเรี่ยวแรง โชคดีที่หมิงอิงและหานลี่จูเข้ามาช่วยข้าไว้ก่อนจะขาดใจเพราะถูกผู้คนรุมเร้ารอบด้าน ข้าขอบคุณทั้งสองที่เข้ามาช่วยไว้ได้ทันกาล หมิงอิงหัวเราะเสียงใสขำข้าที่ทำหน้าซีดเซียวอ่อนแรงแล้วเอ่ยหยอกล้ออย่างสนิทสนม

“เป็นธรรมดาที่เจ้าจะถูกสนใจมากมายเช่นนี้ หากได้เป็นฉินหวางเฟยเมื่อใดย่อมต้องรับศึกหนักยิ่งกว่านี้ หัดไว้จะได้คุ้นชิน”

“เฮ้อ ข้าไม่ขอชินกับเรื่องเช่นนี้”

“เอาเถิด ฉินอ๋องรักเจ้าเพียงนั้นคงไม่ปล่อยให้เจ้าเหนื่อยใจนักหรอก”

“พูดอันใดของเจ้ากัน” ข้าอ้อมแอ้มแย้งไม่เต็มปากนัก

“ฉินอ๋องเป็นบุรุษที่ดี” หานลี่จูเอ่ยสั้นห้วน น้ำเสียงไม่บ่งบอกเจตนารมณ์ว่ากำลังสื่อถึงอะไร แต่ข้าคิดว่านางกำลังให้กำลังใจข้าอยู่ ข้าหันไปมองนางพยักหน้าแล้วยิ้มออกมา ฉินอ๋องเป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่งจริงๆ

“ดูเอาเถิด ยิ้มแก้มปริเชียว พูดถึงฉินอ๋องมิได้เลยจริงๆ น่าหมั่นไส้นัก”

“อย่าหมั่นไส้ข้าเลย หากเจ้ายอมรับหลวนคุนคงได้แต่งก่อนข้าเป็นแน่”

“เกี่ยวอันใด เจ้าก็พูดเป็นเล่นไป” หมิงอิงทำหน้าบึ้งพร้อมทั้งแค่นเสียงขึ้นจมูกเมื่อข้าพาดพิงไปถึงหนุ่มน้อยมือปราบ ได้ยินข่าวมาว่าถึงงานยุ่งเพียงใดก็แบ่งเวลามาทำคะแนนกับคุณชายเจ้าของรอยยิ้มสว่างไสวอย่างสม่ำเสมอ พวกเราคุยกันไม่กี่ประโยคก็แยกย้ายกันไปคนละทาง

หมิงอิงกลับไปหาบิดาของเขา ส่วนหานลี่จูเดินตามประจบเป็นเงาตามตัวของส่านอ๋องจนอีกฝ่ายหวาดระแวงไม่กล้าแม้จะคุยกับคุณหนูคนไหน เห็นแล้วก็ตลกอย่างยิ่ง ส่วนข้านั้นถูกสองหนุ่มหยกลากไปยังห้องในตำหนักใกล้ๆ ข้ามองพวกเขาอย่างงุนงง ชิงลู่กับจื่อลู่ที่มีรอยยิ้มกว้างขวางผลัดเปลี่ยนชุดให้แก่ข้า เอ๋ เหตุใดต้องเปลี่ยนชุดด้วยเล่า เพิ่งใส่ออกมามิใช่หรืออย่างไร? ข้าสงสัยแต่ก็มิได้ถามอันใดออกไป ได้แต่ขมวดคิ้วมองชุดบนตัวด้วยความคับข้องใจ

...ชุดสีแดงโดดเด่น

ข้ากำลังอ้าปากถามชิงลู่ก็ชิงเอ่ยตัดไปเสียก่อน

“ชุดนี้พวกเราตั้งใจทำขึ้นเพื่อนายน้อยโดยเฉพาะเลยนะขอรับ นายน้อยพอใจหรือไม่?”

“อืม งดงามมาก” ข้ามองดูชุดบนตัว ปลายนิ้วลูบไล้ลายปักที่ละเอียดอ่อนดูงดงามราวกับมีชีวิตบนเนื้อผ้าหรู พยักหน้าตอบรับ จื่อลู่แย้มยิ้มกว้าง วันนี้วันอะไรกันแน่นะ ไม่เพียงแค่ท่านแม่เท่านั้น แม้กระทั่งจื่อลู่ที่สุขุมยังยิ้มกว้างถึงเพียงนี้ ข้าอดจะยิ้มตามมิได้

“นายน้อยได้เวลาแล้วขอรับ”

ทั้งสองช่วยกันพยุงข้าให้เดินออกไปอย่างระมัดระวังราวกับข้าเป็นสตรีมีครรภ์ ข้าอดจะขำกับการประคับประคองเกินเหตุของพวกเขามิได้ จำเป็นต้องช่วยพยุงขวาซ้ายเหมือนข้าพิการอย่างนี้หรือ? พวกเราเดินเข้ามาในห้องโถงกว้างขวาง เมื่อมองเข้าไปข้าพลันชะงักเท้า จ้องมองอย่างงุนงง ภายในนั้นมีเหล่าบุคคลที่ข้าฉงนใจรวมตัวกันพร้อมหน้า

ด้านขวาเป็นครอบครัวของข้าตั้งแต่ท่านทวดเยว่ไฉหลาง ท่านตาเยว่เมิ่ง ท่านแม่ทัพใหญ่หู ท่านพ่อและท่านแม่ ส่วนทางด้านซ้ายมือนั้นเป็นฮ่องเต้เหวินจิ่งที่นั่งยิ้มกว้างขวาง ข้างๆ เป็นหวงกุ้ยเฟยพระมารดาของฉินอ๋อง และส่านอ๋อง และคนที่ข้ามองหาตลอดทั้งงานยืนนิ่งแข่งกับแจกันอยู่ไม่ไกลจากทางเข้า และที่ทำให้ข้าตัวแข็งทื่อก้าวมิออกนั้น...

เจ้าแมวอยู่ในชุดสีแดงเช่นข้า!

นี่มัน...อะไรกัน!?

“เอาละ มาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วก็เริ่มพิธีกันเถิด” ฮ่องเต้เหวินจิ่งกล่าวเป็นคนแรกเมื่อไม่มีผู้ใดคิดจะเคลื่อนไหว ฉินอ๋องพยักหน้ารับคำพระบิดาเดินตรงมาที่ข้าซึ่งยังยืนกะพริบตาปริบๆ เขาจับมือข้าจูงเข้าไปด้านในยืนตรงหน้าโต๊ะหมู่ของมงคล...

ฉินอ๋องคุกเข่าลงพื้น ข้ายืนทำอะไรไม่ถูกจนอีกฝ่ายหันมาจ้องถึงรีบทำตามอย่างไว ก่อนจะเริ่มทำอะไรสองหนุ่มหยกก็เอาผ้าคลุมหน้าสีแดงเหมือนสีชุดมาคลุมบนศีรษะของข้า นี่มัน... ข้าก้มมองพื้นอ้าปากพะงาบๆ ต่อให้โง่เขลาเพียงใดแต่ขนาดนี้แล้วย่อมต้องรู้ว่ากำลังเกิดอันใดขึ้น

นี่ข้ากำลังเข้าพิธีแต่งงานงั้นรึ!?

หัวของข้ามึนงงไปหมด ได้ยินเพียงเสียงของแม่สื่อที่ยืนอยู่ไม่ไกลสั่งให้ทำตามลำดับพิธีการจนกระทั่งคำนับฟ้าดิน คำนับบิดามารดา และคำนับกันและกัน เสร็จสิ้นพิธีการก็มีเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจออกหน้าออกตามาจากฮ่องเต้ที่วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“ต้องขออภัยประมุขเยว่ด้วยที่จัดพิธีรวบรัดเช่นนี้ โอรสของเราใจร้อนเกินไปจริงๆ อย่าได้ถือสาคนหนุ่มเถิด เรารับรองว่าจะจัดพิธีอภิเษกอย่างเป็นทางการอีกครั้งแน่นอน เมื่อลูกสะใภ้คนดีกลับมาจากร่ำเรียนเราจะจัดให้ยิ่งใหญ่ไม่ให้ขายหน้าทั้งเราและประมุขเยว่แน่นอน”

ข้าได้ยินฮ่องเต้เหวินจิ่งเอ่ยกับท่านทวดเยว่ไฉหลาง ถอดถอนหายใจก่อนจะกล่าวตำหนิพระโอรส น้ำเสียงไม่ได้คล้ายโมโหเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงเท่านั้นยังยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าพิธีแต่งงานต้องจัดอีกครั้งแน่นอน

ลูกสะใภ้คนดี?

ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวข้าแอบขำเล็กน้อย ไม่รู้ว่าท่านทวดเยว่ไฉหลางทำสีหน้าอันใดตอบกลับ เขาได้ยินเพียงเสียงตอบรับสั้นๆ ไม่บ่งบอกอารมณ์ พอได้ยินเสียงของท่านทวดข้าก็ฉุกคิดขึ้นมา จริงสิ ไยท่านทวดที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่กลับมานั่งทำเป็นเป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าสาวได้

“คนเฒ่าคนแก่เช่นเราๆ อย่าถ่วงเวลาหนุ่มสาวอยู่เลย เสร็จพิธีกราบไหว้ฟ้าดินก็ส่งตัวเข้าหอเลยเถิด” ท่านแม่ทัพใหญ่หูพูดโพล่งขึ้นมากลางปล่องระหว่างที่ฮ่องเต้เหวินจิ่งพยายามผูกมิตรกับท่านทวดและท่านตาของข้า ข้าหันขวับไปมองต้นเสียงอย่างตกใจ

ต้องเข้าหอด้วยงั้นรึ!?

“นั่นสินะ ตอนนี้เจ้าบ่าวร้อนใจแล้วกระมัง”

“เข้าหออันใด!? เจ้าบ่าวต้องอยู่ดื่มฉลองก่อนถึงจะถูกมิใช่รึ!?” ท่านตาที่ยังมิได้พูดอันใดเป็นคนประท้วงขึ้นมาเสียงดังอย่างไม่ยินยอม คนอื่นๆ ก็หัวเราะรับแห้งๆ ก่อนที่จะมีผู้ใดเอ่ยท่านตาก็ตะโกนเรียกหาสุราลากบังคับฉินอ๋องที่ยืนอยู่ข้างข้าไปดื่ม

“ดื่ม! ดื่มอีก! ดื่มเข้าไป!

ข้าเปิดผ้าคลุมหน้าขึ้นแอบมองเหตุการณ์ด้านหน้าอย่างสนใจ ฉินอ๋องถูกท่านตาจับกรอกสุราทีละจอก แต่เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจมากพอ ท่านตาแทบจะยกไหเทอาบแทน นี่กะจะให้เจ้าแมวเมาตายไปข้างหนึ่งเลยสินะ ข้าปล่อยผ้าคลุมหน้าลงไม่สนใจจะเข้าไปห้ามปราม

หึ เมื่อคืนไล่ข้ากลับใช่ไหม ท่านตาเอาคืนให้หนักเลยนะขอรับ!  

 

 

 




หึๆ ขออภัยที่มาช้าค่ะ เล่นมูราดอยู่ 55555 แพ้กันหัวร้อนนน~

พวกเธอคิดว่าอ๋องแมวจะยอมปล่อยถิงถิงไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ แหมมมม

ตอนหน้า.... อ๋องแมวจะเอาตัวรอดจากท่านตาแล้วเข้าห้องหอไหวไหม?

[ทำไมให้รู้สึกว่าท่านตากับแม่ทัพหู เหมือนมีซัมติงกันนะ] <<< จมูกดีจังนะ ได้กลิ่นด้วย หึๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.048K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #24932 Supa2526 (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 02:22
    เยื้อเรื่องสนุกนะคะไม่เครียด แต่อ่านไปมาหลังๆคือเริ่มเบื่อนายเอก โดนพระเอกกับคนอื่นจูงจมูกง่ายจนน่ารำคาญ เข้าใจว่าเป็นเรื่องมงคล แต่พออ่านแล้วแบบคนอื่นรู้หมดแต่ตัวนายเอกที่เป็นเจ้าสาวไม่รู้เรืองคือได้แต่เดินตามเกมตามแผนพระเอกไปทุกเรื่องตลอด จนเริ่มจะน่าเบื่อ นายเอกเหมือนเก่งแต่ก็เหมือนตามเกมคนอื่น(พระเอก ญาติ) ไม่ทันอยู่ดี นี่คงคิดมากไปมั้ง แค่คิดตอนแรกว่า เออ นายเอกคิดเองมากไป แต่อ่านไปมา คือที่เขาคิดมากเพราะพระเอกไม่เคยบอกไม่ใช่หรอ แล้วโดนกระทำขนาดนั้นใครจะไม่คิด แถมตัวพระเอกเองตอนนั้นก้อทีแต่นายบำเรอรายล้อม เข้าใจกันผิดเพราะไม่พูดเพอย้อนเวลามาได้ พระเอกรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ยังไม่พูดเหมือนเดิม ให้นายเอกเดาเอาแล้วค่อยบอก ส่วนนายเอกก็เออ ออ เก่ง ตามไม่ทัน พออ่านแล้วรู้สึกพระเอกมีแผนนู่นนั่นแต่น่ยเอกไม่รู้ได้แต่เดินตามเกมเลยเซงๆ คอมเม้นเฉยๆค่ะ ไม่ได้จะดิสเครดิต
    #24,932
    0
  2. #24735 ชาเมท (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 00:01
    5555555. แหมมมมมมมมมม
    #24,735
    0
  3. #24494 Fueled me (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 12:49
    พอน้องกลับมาก็จะกลายเป็นงานแต่งของฉินอ๋องกับประมุขเยว่คนใหม่
    #24,494
    0
  4. #24017 munkrishear (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:58
    กรี้ดดดดดดด ใกล้แล้วใช่มั้ยยยย ในที่สุดแมวก้จะได้กินปลาแล้วใช่มั้ยยยย
    #24,017
    0
  5. #23451 ychibi (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:19
    ยินดีด้วยยยยย นะจ้ะ ฮ่องเต้นี่ก็ตอนแรกเป็นแค่ลูกเพื่อนก็คัดค้านงี้งู้ พอรู้ว่าเป็นหลานใครบ้างทำเป็นลูกสะใภ้คนดี ถ้ามารู้ว่ามีพลังขนาดไหนไม่ชูขึ้นเหนือฟ้า จับฉินอ๋องใส่พานมาแต่แรกเลยหรอ ฮึ!!!!
    #23,451
    0
  6. #22296 kisscaramelkiss (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 15:26
    บทจะไวก็ไวมาก ฉินอ๋อง 5555
    #22,296
    0
  7. #22268 Jinriil (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:13
    กรี๊ดดดด รวบรัดมากเด้อ
    #22,268
    0
  8. #22225 Xialyu (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:27
    แหมมมมมมช่างร้ายนัก
    #22,225
    0
  9. #22058 M'PaaX'NR'C (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 08:19
    ฮ่องเต้นี่ น่าจะพอรู้ว่าลูกหลานใคร ทั้งตะกูลหูทั้งตระกูลเซี่ย ทั้งตระกูลเย่ว ทียังไม่รู้ล่ะแหมม
    #22,058
    0
  10. #21627 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 10:02
    ใช่ม๊ะ ท่านตากะแม่ทัพหูมีซัมติ่งจริงๆด้วย เราไม่ได้เพ้อไปเอง !!
    #21,627
    0
  11. #21611 badlism. (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:07
    โอยยยยยยยย แต่งกันเฉย!
    #21,611
    0
  12. #21338 pcy921 (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 18:51
    ท่านอ๋องร้ายยยยยยยยย
    #21,338
    0
  13. #20977 Whatever it is (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 20:01
    รูปน่ารักอะ
    #20,977
    0
  14. #20753 Lukitarin (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 16:27
    ดีจัง ที่ท่านอ๋องแมวก็ย้อนเวลากลับมา เพื่อแก้ไขอดีตเหมือนกัน
    และ ในที่สุด ก็ได้แต่งงานกันสักที รู้สึกเหมือนส่งลูกออกเรือนจริงๆ ปลาบปลื้มใจมากๆ
    ขอให้ครองรักกันยาวนานจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรกันนะหนูถิงถิง กับ ท่านอ๋องแมว แล้วก็มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมืองนะจ๊ะ อิอิ
    #20,753
    0
  15. #20530 นรว🙆 (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 13:56

    ฮือ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเจ้าค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ

    #20,530
    0
  16. #20163 ploybrf2 (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 00:24
    อร้ายเขาแต่งงานกันแล้ว
    #20,163
    0
  17. #20150 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 00:11
    ขอแต่งงานกันงี้เลยเรอะ แล้วท่านฮ่องเต้นี่ ไม่ขัดแล้วหรอ 555555
    #20,150
    0
  18. #19793 Night Demon (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 19:39
    ก็คิดๆอยู่ว่ามันมีซัมติง ไรท์เฉลยแล้วงั้นเรากระโดดขึ้นเรือคู่นี้เลยนะคะ!
    #19,793
    0
  19. #19653 'N-u' (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 20:23
    ไรต์ซื้อมูราดให้เราเล่นมั้งสิ!!//ถถถถถ
    #19,653
    0
  20. #19409 kan_ky (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 02:56
    เดี๋ยวนะท่านตามีภรรยาแล้ว แต่ไปมีอะไรกับผู้ชายอีก??? ขนลุก
    #19,409
    0
  21. #19358 moony+lilac (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 16:47
    ก็ตะหงิดๆ ท่านตากับแม่ทัพใหญ่หูอยู่นะ พอไรต์ทักมานี่เอ่อ จ้า เก็ทพ้อยแล้ว 555555555555
    #19,358
    0
  22. #19348 ♡リンダ (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 13:06
    ภาพปากอบน่ารักจังเลย
    #19,348
    0
  23. #19291 chanchan123 (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 19:06
    อร๊ายแบบนี้นี่เองรีบไล่ถิงถิงกลับเพราะจะเซอร์ไพรส์งานแต่งนี่เอง อือิ
    #19,291
    0
  24. #19258 M.D. MayDay (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 08:28
    แต่งแล้วววว อ๋องแมงนี่มันอ๋องแมวจริงๆ 5555
    #19,258
    0
  25. #19210 กระรอกoneday (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 18:53
    แต่งแล้วววว
    ถึงจะดูรีบๆ ไปหน่อยแต่ก็โอเคคค 555555
    นั้นไง กระโดดขึ้นเรือท่านตาและท่านหู หึๆๆ
    #19,210
    0
  26. #19062 Hudchild (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 20:28
    ไม่มีฉากเคลียร์ใจเลยหรอคะว่าอ๋องแมวมายังไง ย้อนยังไง
    หรือหลังจากที่ถิงถิงตายแล้ว อ๋องรู้แล้วเกรี้ยวกราดขนาดไหน
    ไม่คุยกันถึงอดีตเลยหรอคะ ว่าจริงๆแล้วตอนนั้นฉินอ๋องรู้สึกยังไงกับถิงถิงบ้าง
    ทำอะไรไปบ้าง หรือว่าอธิบายไปแล้วตอนที่อ๋องบอกว่าเจอตำราหว่า แหง่ว
    #19,062
    1
    • #19062-1 Supa2526(จากตอนที่ 101)
      13 มิถุนายน 2563 / 02:26
      เหมือนนายเอกต้องจินตนาการรู้เอง หรือให้คนอื่นบอกตลอก อดีตผิดเพราะไม่พูดกันมาตอนนี้พระเอกก็ไม่พูดอะไรอีกเนอะ ไม่เคลียเลย นายเอกก็ได้แต่เดินตามเกมของพระเอกไปเรื่อยๆ
      #19062-1