เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ ๑๐ เข้าวังกับท่านอ๋อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,418 ครั้ง
    1 ก.ค. 59

ตอนที่ ๑๐ เข้าวังกับท่านอ๋อง

หลังจากทานข้าวมื้อเช้าเสร็จข้าก็มาฝนหมึกให้กับเจ้านายในห้องหนังสือ ฉินอ๋องนั่งอ่านรายงานแล้วก้มหน้าเขียนแก้รายงานนั้นไปด้วย ข้าเหลือบมองดูเขาเล็กน้อยแล้วกลับมาตั้งใจฝนแท่งหมึกต่อ ผ่านไปหนึ่งชั่วยามข้าก็ไปเตรียมน้ำอาบไว้รอ ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงอากาศค่อยๆ เริ่มหนาว อีกไม่นานฤดูหนาวก็จะมาเยือน น้ำอาบจะต้องร้อนพอดีอาบ ข้าระมัดระวังจัดเตรียมทุกอย่างด้วยความตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะอีกไม่นานฉินอ๋องก็จะกลับชายแดนเมื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงของพระมารดาหรือหวงกุ้ยเฟยแล้ว ข้าเองก็ต้องกลับไปทำหน้าที่เดิมและเฝ้ารอที่จะได้มีโอกาสพบเขาในช่วงวันปีใหม่ ฉินอ๋องก็จะกลับมาที่เมืองหลวงเพื่อร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ซึ่งถือว่าเป็นงานเลี้ยงรวมญาติพี่น้อง ไม่มาไม่ได้เพราะเป็นงานที่สำคัญมาก

ข้ายืนรอฉินอ๋องที่ข้างฉากกั้นลายสระบัว รอไม่นานร่างสูงใหญ่สมเป็นทหารของเขาก็เดินเข้ามาในห้อง ในมือของเขาถือรายงานติดมาด้วยหนึ่งเล่ม ข้าเห็นดังนั้นก็ต้องแอบถอนหายใจ ฉินอ๋องจะบ้างานไปไหนกันนะ นี่คงไม่คิดจะเอามาอ่านตอนอาบน้ำหรอกใช่ไหม ฉินอ๋องวางหนังสือในมือเดินเข้ามาในฉากกั้นเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ข้ากำลังจะเดินตามเขาเข้าไปเพื่อช่วยถอดแต่เสียงราบเรียบเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของฉินอ๋องก็สั่งขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่ต้อง เราทำเองได้ เจ้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเตรียมพร้อมเข้าวังพร้อมเราเถิด”

“ขอรับ” ข้าหยุดฝีเท้าแล้วก้มศีรษะนอบน้อมรับคำสั่ง ข้าหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง พอพ้นออกมาข้าก็ถอนหายใจเฮือกยาวเหยียด บอกไม่ถูกว่ารู้สึกโล่งใจหรือเสียดาย ข้าเดินไปยังส่วนต้มน้ำอาบเพื่อเตรียมในส่วนของตนเอง ระหว่างนั้นก็ฉุกใจคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ข้าทำหน้าเข้าอกเข้าใจขึ้นมาทันที

โธ่ นี่ฉินอ๋องกลัวข้าลวนลามเขารึถึงได้ไล่ข้าทุกครั้งที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้า อ่า จะว่าไปแล้วสมัยก่อนข้าก็ไม่เห็นมีชายรับใช้ปรนนิบัติเช่นอ๋ององค์อื่นเลยนี่นะ เห อย่าบอกนะว่าเจ้าแมวเป็นคนหวงตัวยิ่ง? หากเป็นอ๋ององค์อื่นตอนอาบน้ำคงรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ ผู้งดงามอ่อนหวาน อยู่เฉยๆ ให้พวกเขาเหล่านั้นเอาอกเอาใจซอเราะอย่างสำราญฤทัยไปแล้ว แต่ฉินอ๋องนั้นไม่เหมือนกัน ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหนเขาก็จะอาบน้ำผู้เดียวทำอะไรเอง... ยกเว้นแต่ตอนที่เจ้าแมวนึกครึมอกครึมใจก็จะลากข้าไปอาบน้ำด้วย จำได้ว่ามันเสียเวลาและเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ฉินอ๋องมักอาบน้ำผู้เดียวก็เป็นไปได้

เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดที่พ่อบ้านหม่านำมาให้เสร็จข้าก็ออกมารอเจ้านายที่ห้องโถงใหญ่ ฉินอ๋องนั้นคงจะใช้เวลานานกว่าจะแต่งตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่ง ผ่านไปสักพักข้าก็เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดชินอ๋องเดินเข้ามา บนศีรษะมีมงกุฎไข่มุกเจ็ดเม็ดที่บ่งบอกว่าถึงตำแหน่งอ๋องขั้นหนึ่ง ด้วยความดีความชอบในการทำศึกสงครามปกป้องแคว้น เพียงอายุสิบหกเขาก็ได้ตำแหน่งชินอ๋อง เป็นอ๋องคนที่สองในราชวงศ์นี้ที่ได้ขึ้นเป็นชินอ๋อง คนแรกนั้นย่อมเป็นองค์รัชทายาทที่แม้จะไม่ได้ทำอะไรยิ่งใหญ่ก็ได้ยศบรรดาศักดิ์เพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งรัชทายาท...

อีกครึ่งชั่วยามเป็นยามอู่(๑๑-๑๓โมง)ฉินอ๋องได้ฤกษ์ออกเดินทาง ข้าเดินติดตามฉินอ๋องไปอย่างสงบเสงี่ยม รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เข้าวัง ในชีวิตที่แล้วข้าไม่เคยได้เข้าวังเลยสักครั้ง แหงละ ข้าไม่เคยเป็นผู้ติดตามของท่านอ๋องนี่น่า แต่ในชีวิตนี้โชคดีนักข้าได้มีโอกาสติดตามท่านอ๋องเข้าวังหลวง พวกเราเดินมาถึงหน้าวังที่มีรถม้าจอดรอท่าอยู่แล้ว อ่า นี่คงจะเป็นเพราะข้าติดตามไปด้วยกระมังถึงได้เตรียมรถม้า เพราะจากที่ข้าเคยเห็นฉินอ๋องมักจะขี่ม้าซึ่งคล่องแคล่วกว่าไปยังวังหลวงเสมอ ฉินอ๋องหยุดเดินแล้วหันไปมองพ่อบ้านหม่าที่รีบนำเสื้อคลุมสีขาวดูอบอุ่นส่งให้แก่เจ้านาย

“อากาศเริ่มจะเย็นมากแล้ว ใส่ไว้เพื่อกันลมเถิด” ฉินอ๋องหันมาเอ่ยกับข้าด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

“อา ขอบพระคุณขอรับ” ข้าก้มหน้าเอ่ยรับแล้วกำลังยื่นมือไปรับเสื้อคลุมมาใส่ แต่ฉินอ๋องกลับจับเสื้อคลุมสะบัดคลุมบนตัวของข้าพร้อมกับผูกเชือกเสื้อคลุมให้แก่ข้า ข้าจ้องมองนิ้วมือเรียวยาวที่กำลังขยับหยุกหยิกตรงช่วงคออย่างโง่งม บอกเลยว่าข้าตกใจจนไม่รู้จะทำอย่างไร มิใช่ยินยอมให้เขาใส่เสื้อคลุมให้แต่โดยดีหรอกนะ ข้ารีบมองไปรอบๆ ตัวด้วยความกังวล แต่ทว่าองครักษ์ที่ยืนในบริเวณรอบข้างกลับหันไปพูดคุยกันเอง ส่วนพ่อบ้านหม่าและคนรับใช้อื่นๆ ก็ก้มหน้ามองพื้นราวกับกำลังหาเศษเหรียญ ดังนั้นทุกคนจึงมองไม่เห็นการกระทำอันมิควรของท่านอ๋อง อะไรมันจะประจวบเหมาะปานนั้น!?

“ไปกันเถิด เราต้องไปทานมื้อเที่ยงร่วมกับเสด็จแม่” ฉินอ๋องกล่าวบอกแล้วเดินนำหน้าข้าไปยังรถม้า ข้ายืนนิ่งพยายามระงับอาการตกตื่นใจที่ได้รับแล้วค่อยเงยหน้าเดินตามร่างสูงใหญ่ไป ข้าเห็นฉินอ๋องยืนอยู่ข้างรถม้าแล้วหันมามองข้าราวกับรอคอยข้าอยู่เงียบๆ ข้ารีบเร่งเดินเข้าไปหาเขาเพื่อจะช่วยเหลือเขาขึ้นรถม้าอย่างที่ผู้ติดตามสมควรทำ แต่พอข้ามาถึงฉินอ๋องก็คว้ามือข้าดันให้ตัวข้าขึ้นรถม้าไปก่อน ข้าที่ถูกยกขึ้นก็กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง ประเดี๋ยวสิ! นี่มันสลับกันแล้วมิใช่รึ? ข้าควรจะประคองท่านขึ้นสิฉินอ๋อง!

“เข้าไป” ฉินอ๋องเห็นข้ายังไม่ขยับก็เอ่ยเตือนขึ้นด้วยน้ำเสียงน่ากลัวหน่อยๆ ข้ารีบเข้าไปในรถม้าแล้วนั่งเรียบร้อยอย่างหวั่นเกรง ไม่นานเมื่อข้ากวาดสายตามองไปในรถม้าก็หายตื่นกลัว  

ภายในรถม้ากว้างขวางและตกแต่งได้อย่างงดงามยิ่ง สมแล้วที่เป็นฉินอ๋องผู้คู่ควรกับของชั้นดีเท่านั้น รถม้าเช่นนี้จะต้องราคาสูงจนข้าคาดไม่ถึงแน่ๆ ซ้ำรถม้าเช่นนี้มิได้มีเพียงคันเดียว ฉินอ๋องมีไว้ครอบครองหลายคันรถเชียว บ่งบอกได้ถึงความโปรดปรานขององค์เหนือหัวที่มีต่อพระโอรสองค์นี้เป็นอย่างดี และไม่เพียงเท่านั้นมันบ่งบอกถึงความร่ำรวยของฉินอ๋องด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากิจการในการครอบครองของฉินอ๋องนั้นรุ่งเรืองเพียงใด ยิ่งได้พ่อบ้านหม่าที่เก่งกาจค้าขายมาดูแลให้ก็ยิ่งทวีคูณความมั่งคั่ง เฮ้อ ไม่แปลกจริงๆ ที่เขาจะเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของเหล่าท่านหญิงและเหล่าหนุ่มน้อยวัยช่างฝัน

หลังจากที่ข้าสำรวจภายในรถม้าเสร็จฉินอ๋องก็เข้ามาในรถม้า พอเขาเข้ามาภายในรถม้าเหมือนคับแคบลงไปถนัดตา นี่เพราะฉินอ๋องตัวสูงใหญ่เกินไปกระมัง ฉินอ๋องเข้ามานั่งฝั่งตรงกันข้ามกับข้าทำให้ดวงตาคมกริบแสนเยือกเย็นนั้นจ้องตรงมาที่ข้า ข้าเริ่มเหงื่อผุดหวั่นเกรงขึ้นมาหน่อยๆ เหตุใดท่านถึงไม่ไปนั่งด้านหลังที่เป็นที่สมควรแก่การนั่งของเจ้านายขอรับท่านอ๋อง!? เล่นมานั่งตรงกันข้ามข้าแล้วจ้องเอาๆ เช่นนี้ ไม่กลัวข้าหัวใจวายระหว่างทางเลยหรือไร? เขาจะรู้ตัวหรือไม่ว่าสายตาของเขามันน่ากลัวมากเพียงใด ข้านั่งตัวแข็งราวกับรูปปั้นดินเหนียวไปจนกระทั่งถึงวังหลวง

“เจ้าเดินตามหลังเรามา ห้ามเงยหน้าโดยที่เรามิได้อนุญาตเด็ดขาด”

“ขอรับ”

เราเข้ามาข้างในวังอย่างราบรื่น เป็นเพราะอภิสิทธิ์อย่างหนึ่งของพระโอรสที่เป็นที่โปรดปราน จะสามารถนั่งรถม้ามาถึงหน้าประตูวังชั้นในได้ ไม่แค่นั้นปกติแล้วฉินอ๋องได้รับอภิสิทธิ์ให้ขี่ม้าในวังหลวงได้อีกด้วย นี่ยังไม่บ่งบอกอีกหรือว่าองค์ฮ่องเต้นั้นโปรดปรานพระโอรสผู้นี้มากเพียงใด ไม่แปลกที่จะทำให้องค์รัชทายาทและพี่น้องคนอื่นๆ หวาดระแวงเขา ข้าเข้าใจดี เมื่อครั้งที่ข้าเคยเป็นบุตรชายที่บิดารักใคร่มากที่สุด บรรดาพี่น้องก็จะอิจฉาริษยาคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งอยู่เสมอ บางทีในตอนเยาว์วัยฉินอ๋องอาจจะเคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกับที่ข้าเจอมาก็เป็นไปได้

ข้าก้มหน้าเดินตามฉินอ๋องไปอย่างเงียบๆ จุดหมายของเราคือวังหลังตำหนักฉิงเซียงที่พำนักของหวงกุ้ยเฟยพระมารดาของฉินอ๋อง อันที่จริงแล้วงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของหวงกุ้ยเฟยนั้นจัดในช่วงเย็น แต่ฉินอ๋องตั้งใจจะมาร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกับพระมารดาเนื่องในวันพิเศษ พอนึกถึงหวงกุ้ยเฟยก็ทำให้ข้ารู้สึกตื่นเต้นอย่างระงับไม่อยู่ ชีวิตที่แล้วของข้ามิได้มีโอกาสได้ยลโฉมพระสนมเอกผู้เป็นที่รักขององค์ฮ่องเต้ ได้ยินเพียงเสียงเล่าลือต่อๆ กันมาเท่านั้น หากพิจารณาจากรูปโฉมพระโอรสแล้วหวงกุ้ยเฟยจะต้องงดงามมากแน่ๆ ข้าเริ่มคาดหวังว่าจะได้ยลโฉมพระนางสักแวบก็ยังดี

ขณะเดินตามหลังฉินอ๋องนั้นข้าก็หันมองซ้ายขวาด้วยความตื่นตาตื่นใจ วังหลวงนี้กว้างขวางยิ่งใหญ่เสียจริงๆ วังหยงเฮ่าที่ว่ากว้างใหญ่และงดงามแล้วก็ยังเทียบกับวังหลวงมิติด ระหว่างทางมีบ้างบางครั้งที่ฉินอ๋องหยุดเดินรับคำทักทายจากขุนนางที่บังเอิญพบกัน คุยสองสามประโยคฉินอ๋องก็เอ่ยขอตัว เหล่าขุนนางเหล่านั้นก็ล่ำลาอย่างเคารพนบน้อม ข้าลอบมองพวกเขาเหล่านั้นที่แสดงสีหน้าเกรงกลัวและเคารพฉินอ๋องอย่างประจบประแจง ระหว่างทางมิใช่มีเพียงขุนนางเท่านั้น ยังมีเหล่าขันทีที่ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เหล่าท่านหญิงที่ถูกนำมาเลี้ยงดู และนางกำนัลหลวง

ในที่สุดข้าและฉินอ๋องก็มาถึงตำหนักฉิงเซียงของหวงกุ้ยเฟย ฉินอ๋องพยักหน้าให้กับทหารเฝ้ายามหน้าตำหนักแล้วเดินพาข้าไปยังห้องโถงนั่งเล่นซึ่งนางกำนัลประจำตัวของหวงกุ้ยเฟยบอกเล่าว่าพระนางรอฉินอ๋องอยู่ก่อนแล้ว ข้าเดินตามหลังฉินอ๋องเข้าไปในห้องโถงพอถึงข้างในห้องข้าก็ค่อยๆ คุกเข่าทำความเคารพหวงกุ้ยเฟยเงียบๆ พระนางมิได้เปรยสายตามามองข้าด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่พระโอรสหนึ่งเดียวเดินเข้ามาพระนางก็มุ่งความสนใจไปยังฉินอ๋องแต่เพียงผู้เดียวแล้ว

“เสวี่ยเอ๋อร์ ลูกแม่”

“ถวายพระพรเสด็จแม่”

“มิต้องมีพิธีรีตองนักหรอกเจ้า หิวหรือไม่? แม่ให้พวกนางกำนัลเตรียมสำรับอยู่อีกประเดี๋ยวก็น่าจะเสร็จแล้ว หากเจ้าหิวทานผิงกั่ว(แอปเปิล)กับลูกผูเถา(องุ่น)รองท้องก่อนเถิด”

เสียงของหวงกุ้ยเฟยอ่อนโยนและสดใสมาก ไม่เหมือนอย่างที่ข้าจินตนาการไว้เลย ข้านึกว่าน้ำเสียงของหวงกุ้ยเฟยจะต้องสงบเยือกเย็นเฉกเช่นพระโอรสเสียอีก แต่เสียงของพระนางกลับคล้ายหญิงสาวผู้ร่าเริงเจือไปด้วยเสียงหัวเราะสดใส ฉินอ๋องพยุงหวงกุ้ยเฟยไปนั่งแล้วเริ่มพูดคุยกัน ข้ายังคงนั่งก้มหน้าไม่กล้าลุกขึ้นโดยพลการ ผ่านไปสักพักหวงกุ้ยเฟยที่หัวเราะเสียงใสเช่นกระดิ่งลมก็อุทานแปลกใจเมื่อหันมาเห็นข้า

“เด็กคนนั้น...”

“เด็กรับใช้ของลูกเองพ่ะย่ะค่ะ”

“อ้อ ลุกขึ้นเถิด”

เมื่อหวงกุ้ยเฟยเอ่ยอนุญาตข้าก็ลุกขึ้นเดินหลบไปยืนอยู่ด้านข้างพลางก้มหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวเป็นอย่างดี ชั่วแวบหนึ่งข้าทำใจกล้าแอบมองไปยังหวงกุ้ยเฟยแล้วต้องกลั้นหายใจตื่นตะลึง รีบก้มหน้าหลุบตาลงพื้นเมื่อคิดได้ว่าไม่ควรมองใบหน้าของพระสนมเอกอย่างไร้มารยาทเช่นนี้ โชคดีที่ไม่มีใครสังเกตเห็นข้าจึงทำให้ข้ารอดพ้นจากโทษทัณฑ์ หัวใจของข้าตื่นแรงด้วยความสับสน ความรู้สึกของข้ามันปนเปกันไปหมด ตกใจ ตื่นตะลึง และโศกเศร้า

ตั้งแต่ได้ยินเสียงของหวงกุ้ยเฟยข้าก็นึกถึงคนผู้หนึ่ง และยิ่งได้เห็นรูปโฉมงดงามของหวงกุ้ยเฟยก็ทำให้ข้ารู้สึกถูกต้อนให้จนมุมอย่างไร้ทางสู้ ใบหน้างดงามอ่อนหวานสดใสแต้มรอยยิ้มกล้าหาญซุกซน หากบุรุษใดได้มาเห็นจะต้องรักใคร่เอ็นดูเป็นอย่างมากแน่นอน ได้มาเห็นโฉมหน้าของพระมารดาของฉินอ๋องเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ข้ามั่นใจขึ้นไปกว่าเดิม

คุณหมิงผู้นั้นเป็นที่รักของฉินอ๋องจริงๆ!

ไม่ว่าจะเป็นโฉมหน้า น้ำเสียง หรือท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ อ่อนโยน สดใสเหล่านั้นก็คล้ายกันยิ่งนัก ข้าคล้ายได้ยินมาว่าบุตรชายมักจะหาคู่ครองที่คล้ายกับมารดาตนเอง ประโยคนี้กล่าวไว้มิผิดเลย ฉินอ๋องเองก็คงเห็นความคล้ายคลึงกันนี้จึงได้เปิดใจรับคุณชายหมิงผู้งดงามร่าเริงเข้าไปไว้ในใจ ช่างต่างกับข้ายิ่งนัก กล้าหาญรึ? สดใสรึ? ข้าล้วนไม่มีสิ่งเหล่านั้นในตัว ข้าคือจิ้งถิง(สงบและสง่า) ก็แค่จิ้งกับถิงคงมิอาจสู้ความสดใส(หมิง)ได้

ข้าถอนหายใจอย่างหดหู่ ความตื่นเต้นที่ได้เข้ามาในวังของข้านั้นมลายหายไปในทันทีที่ถูกตบให้ตื่นจากฝันหวานชั่วคราว ว่าแล้วไม่ควรคิดหวังอันใด ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวด ข้านี่มันไม่รู้จักเข็ดเสียจริงๆ

“จิ้งถิง เสด็จแม่เรียกเจ้า”

ข้าสะดุ้งตกใจครั้งได้ยินเสียงของฉินอ๋องแทรกเข้ามาในความคิด ข้าหันไปมองอย่างขัดเขิน ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาหวงกุ้ยเฟยที่ส่งยิ้มมาให้ ข้านั่งลงก้มหน้าห่างจากเจ้านายทั้งสอง หวงกุ้ยเฟยเอ่ยให้ข้าขยับเข้าไปใกล้อีก ข้าก็ขยับเข้าไปแต่มันก็ยังไม่พอ หวงกุ้ยเฟยกวักมือเรียกข้ามาใกล้พระนางพร้อมหัวเราะขบขัน ข้าขยับเข้าไปจนใกล้เพียงยกมือก็แตะภูษาอันงดงามของหวงกุ้ยเฟยได้แล้ว ปลายนิ้วที่ตัดแต่งอย่างดีแตะปลายคางของข้าแล้วค่อยๆ ยกขึ้น ข้ากลั้นหายใจจ้องมองไปยังสตรีที่งดงามราวตะวันตรงหน้า หวงกุ้ยเฟยจ้องมองข้าอยู่สักพักทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก

“เสด็จแม่มีอะไรรึพ่ะย่ะค่ะ?” ฉินอ๋องเอ่ยถามเมื่อเห็นมารดาของตนมีท่าทีแปลกๆ

“อืม ใบหน้านี้คล้ายว่าข้าเคยเห็นที่ใดมาก่อน แต่นึกอย่างไรก็นึกมิออก” หวงกุ้ยเฟยปล่อยมือจากหน้าของข้าแล้วเอ่ยพึมพำพลางพยายามขบคิด ฉินอ๋องเหลือบมามองข้าด้วยสายตาคมๆ ของเขา ข้าหวาดหวั่นจนต้องก้มหน้างุดมองพื้นอย่างใจเสีย

“ช่างเถิด บางทีข้าอาจจะคิดไปเอง ดูสิ เพราะข้าทำหน้าตาน่ากลัวจนเด็กน้อยน่ารักๆ หวาดกลัวแล้ว แบมือขึ้นมาสิ” หวงกุ้ยเฟยส่ายหน้าไปมาแล้วถอนหายใจเลิกราเมื่อคิดเช่นไรก็คิดมิออก นางหัวเราะนิดๆ มองข้าที่ก้มหน้าต่ำก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา ข้ารีบทำตามที่พระนางบอก หวงกุ้ยเฟยยกพวงผูเถาให้ข้าแล้วเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน

“เอาไปทานสิเด็กน้อย”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม เจ้าไปเล่นข้างนอกก่อนเถิด ส่วนฉินอ๋องข้าจะดูแลแทนเจ้าเอง” หวงกุ้ยเฟยเอ่ยหยอกล้อแล้วปิดปากหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเด็กๆ เช่นข้า ข้าเอ่ยลาแล้วถอยหลังลุกขึ้นเดินออกไปพร้อมกับพวงผูเถาอวบอิ่ม ตอนที่ข้าเดินออกมาฉินอ๋องก็ประคองพามารดาไปยังโต๊ะสำรับข้าวเพื่อเริ่มรับประทานมื้อเที่ยงร่วมกัน

หลังจากที่ข้าเดินออกมาจากห้องโถงนางกำนัลของหวงกุ้ยเฟยก็มาชวนข้าไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน ข้าตามพวกนางไปด้วยความเบิกบาน หวงกุ้ยเฟยและคนในตำหนักเป็นคนดีจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ฉินอ๋องจะเป็นคนดี ข้าทานข้าวเสร็จก็มานั่งเล่นแบ่งผลผูเถาให้ขันทีน้อยคนอื่นๆ ได้ทานกันถ้วนหน้า หากนำกลับไปแบ่งพวกเสี่ยวชีด้วยได้ก็คงจะดี ข้ามองนางกำนัลอุ้มลูกสุนัขขนปุยวิ่งเข้ามาอย่างร่าเริง แบ่งปันเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดให้คนอื่นๆ ดู ผลัดกันอุ้มอย่างตื่นเต้น ข้ารู้สึกอยากลองอุ้มดูบ้างจึงเข้าไปล้อมวงด้วย แต่ยังไม่ทันได้อุ้มลูกสุนัขตัวนั้นก็ดิ้นหลุดจากนางกำนัลตัวเล็กที่สุดวิ่งหนีหายไป พวกข้ายืนอึ้งอยู่นาน นางกำนัลที่นำมันมาหน้าซีดแล้วกรีดร้องอย่างเสียขวัญ

“ทำอย่างไรดี นั่นสุนัขที่องค์ฮ่องเต้ประทานแก่นายหญิง!

“ใจเย็นๆ พวกเราช่วยกันตามหาคงไปไม่ไกลนักหรอก”

ข้าพยักหน้าเห็นด้วยแล้วช่วยกันตามหาลูกสุนัขตัวนั้นกันจ้าละหวั่น เห็นสีหน้าขาวราวกับกระดาษของนางแม้จะรู้สึกสงสารอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับเป็นกังวลนัก ทำสุนัขพระราชทานหายคงมีโทษร้ายแรง แต่ทว่านางโชคดีที่เป็นสตรี เพราะสตรีนั้นมีน้อยกว่าบุรุษมากๆ ทำให้สตรีมีค่าอย่างยิ่ง โทษของนางอาจจะเป็นยืดเวลาแต่งออกไป ได้ทำงานที่วังหลวงยาวนานขึ้นกว่าเดิม หรือไม่ก็ลดระดับการแต่งงานของนางลดลง เช่น หากนางเป็นนางกำนัลขั้นหนึ่งที่เดิมทีจะได้แต่งออกไปให้ตระกูลขุนนางใหญ่ ก็จะลงขั้นลดลงให้แต่งออกไปในตระกูลขุนนางทั่วไปแทน

สตรีนั้นมีค่ามากๆ เพราะสตรีมีจำนวนน้อย หากตระกูลใดมีสตรีเกิดขึ้นจะทำให้ตระกูลนั้นได้รับความสำคัญ หากเป็นลูกชาวบ้านทั่วไปถูกคัดเลือกเข้าวังเป็นนางกำนัลก็จะได้แต่งงานออกไปในตระกูลดีๆ และหากเป็นสตรีที่เกิดในตระกูลขุนนางพวกนางจะถูกวางตัวไว้เป็นนางสนมหรือชายาในองค์ชาย พวกนางถูกฟูมฟักทะนุถนอมเป็นอย่างดี ดังนั้นทุกตระกูลจึงหมายมาดอยากได้บุตรียิ่งนัก ส่วนบุตรชายหากเป็นลูกคนโตอาจมีความสำคัญได้เป็นหัวหน้าตระกูล แต่บุตรชายคนต่อมานั้นไม่ค่อยมีความหมาย หากหน้าตางดงามหน่อยคงไม่พ้นชะตากรรมเป็นเหยื่อสังเวยเพื่อได้ซึ่งแก่อำนาจมาให้ตระกูล ไม่แปลกที่เหล่าบุตรชายรองๆ ทั้งหลายจะหนีออกมาจากตระกูล และเข้าร่วมกองทัพทหารแทน โชคดีที่ข้าออกมาจากตระกูลของบิดาแล้ว

ข้าตามหาลูกสุนัขไปทั่วบริเวณแต่ก็ไม่เจอจึงเดินออกไปยังข้างนอกตำหนัก บางทีมันอาจจะวิ่งออกไปโดยที่ทหารองครักษ์ไม่ทันสังเกต ข้าไม่คิดจะไปหาไกลจากตำหนักเพราะไม่คุ้นเคยเส้นทางอาจจะหลงทางได้ คิดไว้ว่าจะหาใกล้ๆ แถวนี้จนทั่วแล้วค่อยกลับไปยังตำหนัก ข้าก้มมองหาอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงเห่าของลูกสุนัขดังขึ้นจากด้านหน้า เมื่อเงยมองไปก็เห็นศาลาพักร้อนจึงรีบเดินไปกลัวว่ามันจะวิ่งหนีหายไปอีก ข้าตามเสียงเห่าของมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงพุ่มไม้หนาที่กั้นศาลาเอาไว้

เมื่อเห็นเจ้าสุนัขตัวน้อยส่งเสียงเห่าอยู่ไม่ไกลข้าก็ถอนหายใจโล่งอก ข้ากำลังแหวกพุ่มไม้ออกไปหามันแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีบุรุษชุดสีทองกระโดดลงมาจากศาลายืนมองลูกสุนัขตัวนั้นนิ่ง ข้าคิดจะบอกให้เขาจับมันไว้ให้ แต่เพียงเศษอึดใจชายผู้นั้นกางมือเป็นกรงเล็บ มีประจุไฟสีเงินคล้ายสายฟ้าแล่นไปมาในมือของเขา พริบตาเดียวสายฟ้าเหล่านั้นก็ถูกซัดใส่ลูกสุนัขจนร่างน้อยๆ ของมันปลิว เลือดสีแดงฉาดกระเซ็นไปทั่ว ร่างอันแหลกเละของมันหล่นลงพื้นตรงหน้าข้า ข้ายืนเบิกตาค้างมองสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วพริบตานั้นด้วยความตกตะลึง ชายที่เพิ่งสังหารลูกสุนัขทำเสียงขึ้นจมูกสะใจแล้วเงยหน้าขึ้นมามองข้า

“เจ้า...”

ข้ายืนตัวแข็งทื่อ มองมือที่เพิ่งปล่อยสายฟ้าสังหารเมื่อครู่อย่างหวาดหวั่น ก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าของบุรุษชุดทองคนนั้นด้วยความสะทกสะท้านใจ ร่างกายเริ่มสั่นด้วยความกลัว ในหัวของข้าว่างเปล่า ยิ่งเห็นดวงตาสีเทาที่เจืออารมณ์พึงพอใจอย่างเหี้ยมเกรียมนั้นก็ยิ่งกู้สติกลับมาไม่ถูก ข้าหันหลังวิ่งออกไป ชายคนนั้นวิ่งตามข้ามาพร้อมร้องสั่ง

“หยุดนะ! เราสั่งให้เจ้าหยุด!

ข้าหลับตาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ไม่จริง! ทำไมต้องมาเจอคนผู้นี้ด้วย! เหตุการณ์เขย่าขวัญเมื่อครู่ทำให้ข้ากลัวจนแข้งขาอ่อนไปหมด วิ่งไปไม่เท่าไรก็สะดุดล้มล้มไปกับพื้น ข้าได้ยินเสียงชายคนนั้นทำเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลน ฝีเท้าของคนผู้นั้นใกล้เข้ามาทุกที ข้ารีบกระเสือกกระสนพยายามหนีด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว สภาพของข้าคลุกฝุ่นคลุกเหงื่อกลิ้งไปหลบในพุ่มไม้ที่ใกล้ที่สุด ข้ารู้ว่ามันโง่มาก หลบทั้งๆ ที่คนผู้นั้นก็ยังมองอยู่ แต่ดีกว่าที่ข้ารออยู่เฉยๆ ละกัน ข้าหายใจหอบ หัวใจเต้นรัว ทั้งเหนื่อยและหวาดกลัว เขาคนนั้นหัวเราะหึๆ ในลำคอมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าข้า ใช้เท้าเตะข้าแล้วเอ่ยเยาะเย้ย

“เจ้าคิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร ออกมา!

ข้ากอดตัวเองไว้แน่น อดทนไม่ส่งเสียงร้องออกไป คนผู้นั้นเตะข้าอยู่หลายครั้งแล้วทำเสียงหึ พอทุกสิ่งเงียบไปข้าก็นึกว่ามันจะจบลงแล้ว ข้าเงยหน้าไปมองเห็นคนๆ นั้นกำลังแหวกพุ่มไม้เข้ามาจับตัวข้า ข้าผงะตกใจมองใบหน้าที่ส่งยิ้มกว้างอย่างสะพรึงกลัว ก่อนที่เขาจะคว้าตัวข้าได้ก็มีเสียงเย็นชาสายหนึ่งเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน ข้าหลับตาลงแทบจะร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงนั้น

ฉินอ๋อง!

“ท่านพี่”

ชายผู้นั้นหันกลับไปมองด้านหลังแล้วเดินจากไป ข้าถอนหายใจโล่งอก น้ำตาไหลออกมาด้วยความโล่งอก ด้วยความหวาดกลัวที่ได้รับเมื่อทำให้ข้าเหนื่อยอ่อน ข้าทิ้งตัวหายใจหอบกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

“องค์รัชทายาท”

“คารวะหวงกุ้ยเฟย กำลังเดินเล่นกับน้องเสวี่ยอยู่รึ? วันนี้อากาศดีสมสำหรับเดินเล่นจริงๆ นั่นแหละ” คนผู้นั้นหัวเราะหึๆ แล้วเอ่ยทักทายหวงกุ้ยเฟย ไม่มีท่าทางจะเคารพแต่อย่างใด จากนั้นข้าก็ได้ยินเสียงของขันทีผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วเอ่ยเสียงดังอย่างสะเทือนใจ

“นายหญิง! มีคนฆ่ามันพ่ะย่ะค่ะ!

“โอ๊ะโย่~ นั่นเป็นสุนัขของท่านรึ? ขออภัยๆ ข้ากำลังงีบหลับกลางวันแต่เจ้าหน้าขนนี่กลับเห่าเสียงดังจนข้าตื่น ข้าโมโหจนระงับอารมณ์ไม่อยู่จึงได้พลั้งมือฆ่ามันโดยมิได้ตั้งใจ หวงกุ้ยเฟยยกโทษให้ข้าด้วยเถิด” องค์รัชทายาทแสร้งทำเป็นตกอกตกใจก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดแล้วเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยที่กลั้นหัวเราะคิกๆ ในน้ำเสียง สุดท้ายก็เอ่ยขอโทษอย่างเสียมิได้ หวงกุ้ยเฟยเงียบไปสักพักแล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“...มิเป็นไรเพคะ”

“หวงกุ้ยเฟยใจกว้างยิ่งนัก งั้นข้าขอตัวก่อน” องค์รัชทายาทหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยชมแต่ทว่าน้ำเสียงที่ใช้นั้นราวกับกำลังเยาะเย้ยอยู่ชัดๆ ข้าได้ยินเขาเอ่ยขอตัว ยังไม่ทันได้โล่งใจ เสียงที่อัดแน่นไปด้วยความคึกคะนองของเขาก็เอ่ยกระซิบลอยๆ ขึ้นมาอย่างน่าชวนขนลุก

“อย่าคิดว่าเจ้าจะรอดจากข้า”

ข้ากอดตัวเองที่สั่นเทาไว้แน่น เหตุใดชาตินี้ถึงมาเจอคนผู้นี้อีก?

 

 




องค์รัชทายาท / เหวินเหล๋ย

 

 

เอาละ หากใครไม่โดนใจฉินอ๋องแมวเหมียว เรามีรูทใหม่ให้ท่านเลือก!

องค์ชายเจ้าของปักษาสายฟ้า(?)ผู้ฆ่าหมา ยิ้มกว้าง หัวเราะง่าย

เข้าเรื่องๆ สติสตังถิงถิงน้อยไปหมดแล้วในตอนนี้ จู่ๆ ก็เจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

ถิงถิงจะออกมาจากพุ่มไม้เองหรือเจ้าแมวจะดมกลิ่นตามหาเจอก่อน

จะเป็นอย่างไร ไว้ลุ้นกันพรุ่งนี้จ้า


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.418K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25498 Pimnok2124 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:18
    อีองค์รัชทายาท
    #25,498
    0
  2. #25471 ❀;than (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:04
    องค์รัชทายาทเคยทำอะไรลูกชั้นไว้ !!!
    #25,471
    0
  3. #25322 Maylyunho (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 10:46
    อิองค์รัชทายาทฆ่าหมานี่เอง ชั้นจำได้
    #25,322
    0
  4. #24742 kimleehyun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:18
    เป็นลูกคนละแม่กันเหรอ
    #24,742
    0
  5. #24649 molyarat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:40
    Omgฆ่าหมาเลย
    #24,649
    0
  6. #24427 Smxnk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:10
    แงงงงงงง
    #24,427
    0
  7. #24364 Fueled me (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 15:15
    แล้วน้องรู้จักรัชทายาทได้ไงก่อน
    #24,364
    0
  8. #24021 As316 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 03:16
    รัชทายาทฆ่าหมา 5555
    #24,021
    0
  9. #23951 munkrishear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:48
    แงงง ร้ายมากก เปิดตัวมาก็ฆ่าหมาเลย!!
    #23,951
    0
  10. #23929 B.TEm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:11
    ดูแล้วถ้าน้องถิงต้องไปได้กับชายผู้นี้ น้องถิงคงไม่ปลอดภัย.. เพราะงั้นอยู่กับเจ้าแมวเดาอารมณ์ไม่ออกดีแล้วค่ะ จริง
    #23,929
    0
  11. #23621 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 18:23
    พระรองมาแล้ว
    #23,621
    0
  12. #23575 kallmelnwz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 00:12
    ขวัญหายหมดแล้วอาถิงลูกแม่ กอดๆนะคะลูก
    #23,575
    0
  13. #23513 นกน้อยของบอสแบม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 14:42
    กร้าวใจมากแม่!!!
    #23,513
    0
  14. #23464 Tery2006 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:04
    รูทนี้จบตั้งแต่ทำร้ายลูกรักของเราแล้ววว//น้องหมาาาาาQ_Q
    #23,464
    0
  15. #23275 mytty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 07:19

    เปนใคร อย่ามาทำลูกชั้นนะ

    #23,275
    0
  16. #23206 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 14:01
    อะไรอะ เกิดไรขึ้นหนอออ
    #23,206
    0
  17. #22879 Peach9 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 23:25
    ทำอะไรน้องไว้
    #22,879
    0
  18. #22748 เซอร์ออน[SiroN] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 23:20
    ฮื่อออ
    #22,748
    0
  19. #22723 ธัญญ์ . (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 06:13
    องค์รัชทายาท ท่านทำอะไรลูกข้าไว้ !
    #22,723
    0
  20. #22582 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 23:07

    เค้าเคยมีเรื่องอะไรกับถิงถิงอ่ะ?

    #22,582
    0
  21. #22555 07082548 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 11:38
    องค์ชายฆ่าหมา!!5555
    #22,555
    0
  22. #22387 trp1021 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:59
    เหวินเหล๋ย...........จะฆ่าน้องหรอ
    #22,387
    0
  23. #22135 benjama1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:33

    ขอสักวันจิ้งถิงเก่งซุกซนยิ้มบ่ยๆ+ไม่ขี้ขลาดงอไปหมดได้มั้ยอ่านุ่มนิ่มปลวกเปียกไปแล้วตอนนี้.แต่สนุกคร้า
    #22,135
    0
  24. #22132 Xialyu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:06
    คนใจร้ายเหรออออออ
    #22,132
    0
  25. #22121 12345Mind (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:35
    ให้เหวินเหล๋ยเป็นพระเอกได้ป่าวอ่า5555
    #นี่จริงจังนะ
    #22,121
    0