Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 80 : Login 77: รอดพ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    13 ก.พ. 60

Login 77: รอดพ้น

 

            ช่วงเวลาหลังจากที่ อารย-สนธยา ถอยกลับไปไม่นานนัก...

            ทั่วทั้งโลกได้เกิดเหตุการณ์ระบบของเกมหยุดชะงักขึ้นพร้อมกันสาเหตุมาจากอมฤตไม่ถูกแพร่กระจายออกไปด้วยฝีมือของอารย-สนธยา

            จากนั้นก็มีประกาศจากอารย-สนธยาโดยปรากฏขึ้นเป็นหน้าจอระบบแสดงต่อหน้าทุกคนบนโลกอย่างไม่ทราบวิธีการว่าพวกนั้นทำได้อย่างไรแต่เนื้อความมีดังต่อไปนี้

            คิดว่าทุกคนคงจะได้เห็นปรากฏการณ์หายไปของเกมโลกาวินาศกันแล้ว พวกเราคืออารย-สนธยาเป็นผู้สร้างสถานการณ์ในปัจจุบันขึ้นมา

            บนหน้าจอมีเงาของชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นผู้นำของกลุ่มองค์กรอารย-สนธยากำลังพูดประกาศถึงทุกคนบนโลกที่ล่มสลาย

            “โลกแห่งเกมโลกาวินาศที่ทุกคนได้ประสบกับมันคือโลกซึ่งแปดเปื้อนไปด้วยอมฤตคำสาปของพระเจ้าที่ต้องการจะกำจัดมนุษยชาติแต่ตอนนี้พวกเราอารย-สนธยาได้ควบคุมมันไว้แล้วจากนี้ไปมีเรื่องที่ทุกคนควรจะได้ทราบกันเรื่องที่ถูกปกปิดจากพวกต่างดาวความจริงที่ว่าพวกมันไม่ได้ทำให้โลกกลายเป็นเกมและความจริงที่ว่าโลกใบนี้กำลังเผชิญหน้ากับการล่มสลายที่แท้จริง

            ภาพบนจอถูกตัดไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเป็นภาพของเมืองหลวงที่ไหนซักแห่งบนโลกที่ถูกถ่ายมาจากที่ไกลๆ และเมืองแห่งนั้นกำลังถูกความมืดสีดำกลืนกิน....ให้ถูกคือทุกอย่างต่างหากที่กำลังถูกกลืนหายไปในความมืดมิด ทั้งท้องฟ้า ทั้งพื้นดิน ทั้งแม่น้ำ ทุกอย่างกำลังทยอยหายไปจนกระทั่งภาพบนจอเองก็ถูกความมืดกลืนกินจากนั้นสัญญาณภาพก็ถูกตัดไป

            ภาพตัดกลับมาที่เงาของชายคนแรกอีกครั้ง...

            นั่นคือความว่างเปล่า การทำลายล้างที่พระเจ้าได้สรรสร้างขึ้นมาเพื่อกวาดล้างพวกเรามนุษยชาติที่ยังเหลือรอดจากอมฤต น่าเสียดายที่จะต้องบอกว่าตอนนี้ประชากรบนโลกเหลือเพียงแค่ทวีปเอเชียอาคเนย์ไปจนถึงจีน นอกเหนือไปจากนั้นเหล่าประเทศมหาอำนาจต่างๆ ไปจนถึงประเทศที่ถูกลืมซึ่งพวกเรารู้จักกันอย่างอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น อินเดีย และอื่นๆ นั้นได้ถูกลบหายไปหมดแล้ว จากการคาดคะเนน่าจะเหลือเวลาอีกเพียงหกเดือนก่อนที่โลกจะถูกลบหายไปแต่ตอนนี้เพราะการหยุดยั้งอมฤตของพวกเราทำให้มันถูกเร่งให้เร็วขึ้นเวลาจึงเหลืออีกเพียงเจ็ดวันเท่านั้น

            แล้วภาพก็ถูกตัดไปอีกครั้งคราวนี้เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะเป็นวิหารของวัดตั้งอยู่บนพื้นที่มหาศาล วัดที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มีอยู่เพียงแห่งเดียวนั่นคือ มหาวิหารแห่งอารย-สนธยา

            เสียงของชายผู้ประกาศยังคงดังออกมา

            จงอย่าได้หวาดกลัวไป...เพราะนี่คือการรอดพ้นที่มนุษย์แสวงหามานาน วิญญาณของพวกเราจะไม่หายไปและจะแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าคิดผิดที่ลองดีกับพวกเราหากสนใจที่จะคงอยู่ตลอดไปหลังจากความว่างเปล่ามาถึงสามารถเข้าร่วมกับพวกเราอารย-สนธยาได้ตามที่อยู่ในรูปภาพหวังหว่าพวกท่านคงจะรู้จักมันเป็นอย่างดีกันอยู่แล้ว

            ประกาศมีถึงแค่ตรงนี้แล้วหน้าจอที่แสดงทั่วทุกมุมโลกก็ดับหายไป...

 

            หลังกระโดดลงจากชั้นเจ็ดของตึกธุรการที่ใช้จัดการประชุมตระกูลธุวดารกะ

            อิงศรและกวินทร์ก็หนีมาถึงในป่าบนภูเขาที่ตั้งอยู่นอกตัวเมือง ที่จริงแล้ว...อิงศรไม่ได้คิดจะหนีตั้งแต่แรกเขาตั้งใจจะกลับขึ้นไปช่วยมีนากับเมษาที่อยู่ถ่วงเวลาให้พวกเขาแต่ก็ถูกหญิงสาวปริศนาลากถูลู่ถูกังจนมาถึงที่นี่ทำให้จะกลับไปช่วยก็ทำไมได้ซะแล้ว

            ภายในป่าเงียบสงบทั้งที่โดยปกติจะมีสัตว์เทวะอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเพราะที่นี่อยู่นอกเขตฮาบิแททพอยท์สาเหตุคงเป็นเพราะอมฤตหายไปทำให้พวกสัตว์เทวะพลอยหายไปด้วยเหมือนกันที่นี่จึงเงียบเชียบราวกับป่าช้า

            พวกเขาเองก็ได้ดูประกาศของอารย-สนธยาจบไปเมื่อเก้าชั่วโมงที่แล้ว

            ตอนนี้จึงเป็นช่วงบ่ายที่แสงแดดแรงกำลังดี

            ตลอดเก้าชั่วโมงที่ผ่านไปนั้นไม่มีวี่แววว่าจะมีคนไล่ตามมา

            อิงศรยืนอยู่บนกิ่งไม้ซุ่มดูต้นทางจากตรงนี้ซึ่งห่างจุดที่พวกพักกันมาพอสมควร

            เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมาจริงๆ อิงศรก็กระโดลงจากต้นไม้แล้วเดินกลับที่พัก

           

            อิงศรมาถึงที่พัก กวินทร์ที่นั่งรออยู่บนโขดหินมองเห็นเขาจึงลุกขึ้นยืมโบกมือแล้วส่งเสียงมา

            พี่ศร

            ด้วยเสียงที่เบาแค่พอประมาณเพราะไม่รู้ว่านอกจากเส้นทางปกติแล้วพวกเมตไตรยจะไล่ตามมาจากเส้นทางอื่นหรือไม่ดังนั้นพวกเขาจึงซุ่มรออยู่ที่นี่

            ยังไม่มีใครไล่ตามมาเลยแล้วที่นี่ล่ะ

            ก็ไม่มีอะไรเหมือนกันครับ

            กวินทร์ตอบ

            ดูเหมือนพวกเขาจะถูกตัดสินไปว่าไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเมตไตรยในตอนนี้บางทีคงเป็นเพราะประกาศของอารย-สนธยาที่บอกว่าเหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดวันโลกจะถูกลบหายไป

            พวกอารย-สนธยารู้เรื่องบททดสอบของพระเจ้าจริงๆ แล้วก็รู้ลึกอย่างไม่ธรรมดาเลยทั้งที่เรื่องแบบนั้นน่าจะมีแค่ซีลอร์ดที่รู้ ประมาณสองชั่วโมงที่แล้วซีลอร์ดก็ติดต่อเข้ามาคุยเรื่องนี้เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้คำตอบที่กระจ่างชัดซักเท่าไหร่ว่าทำไมอารย-สนธยาจึงรู้เรื่องไปทั้งหมด

            ซีลอร์ดบอกแค่ว่าเวลาที่พวกนั้นประกาศเอาไว้เป็นความจริงเมื่อไร้ซึ่งอมฤตแล้วความว่างเปล่าก็เพิ่มความเร็วในการกัดกินโลกยิ่งขึ้นไปอีกแถมเหล่าเครื่องทำสวนในเวลานี้ก็พากันสิ้นฤทธิ์ เท่ากับว่าตอนนี้อารย-สนธยาคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด

            ถ้าเรื่องนี้ไม่แดงไปถึงเหล่าแอดมินิสเทรเตอร์ก็คงดี

            นั่นเป็นคำพูดทิ้งท้ายของซีลอร์ดก่อนจะวางสายไป แอดมินิสเทรเตอร์ที่เป็นพระเจ้าผู้ควบคุมจัดการความเป็นไปของทุกสรรพสิ่งถ้ารู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้แล้วจะยังทำอะไรได้อยู่รึเปล่านะหรือว่าอารย-สนธยาเองก็เตรียมการล่วงหน้าไว้ถึงขนาดนั้นด้วย

            อิงศรคิดว่าเรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังก็ได้...

            แล้วเลื่อนสายตาจากรุ่นน้องไปยังหญิงลึกลับที่นั่งอยู่บนโขดหินซึ่งหล่อนเองก็กำลังมองมาทางนี้เช่นกัน

            หญิงสาวมีใบหน้าเปล่งประกายผิวสีขาวอมชมพูมีน้ำนวลแบบสาวแรกรุ่นอายุราว 20 ต้นๆ

            เรือนผมสีดำมัดรวบไปข้างหลังทำเป็นทรงหางม้า

            ชุดที่ใส่เป็นชุดออกแนวจีนโบราณราวกับหลุดออกมาจากหนังกำลังภายในอย่างไรอย่างนั้นบางที...

            เฮ้ย! หล่อนน่ะเป็นปีศาจใช่ไหม

            อิงศรถามออกไปหลังจากที่คิดทบทวนแล้วว่าความเป็นไปได้เดียวที่หญิงลึกลับผู้นี้จะเป็นปีศาจน่าจะถูกต้องที่สุด

            หญิงสาวหัวเราะ

            ฮะฮะฮะ อะไรกันเดาได้ถูกเผงไปเลยนี่

            เป็นพวกอารย-สนธยางั้นเรอะ

            ถ้าใช่ป่านนี้พวกคิงสองคนได้โดนฆ่าตายไปแล้วล่ะ

            หล่อนพูดพร้อมกับชูไม้เท้าที่น่าจะเป็นของนรินทร์ทำตกไว้ก่อนถูกลักพาตัวไป

            เห็นไม้เท้านี่ก็น่าจะรู้แล้วน่อฮาน่ะเป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ในไม้เท้าของเปิ้นเพื่อนคิงไง

            ไม่รู้ว่าปีศาจสาวจงใจหรือว่ามันเป็นภาษาของปีศาจกันแน่แต่เขาฟังมันไม่ค่อยจะรู้เรื่องนักทั้งภาษาประหลาดและสำเนียงที่ฟังดูเหน่อแปลกๆ

            คิงๆ ฮาๆ เปิ้นๆ อะไรตั้งกะเมื่อกี้แล้ววะเนี่ยพูดให้มันเข้าใจหน่อยได้ไหม

            อิงศรตะคอก

            อุบ๊ะ! แล้วจะฮายะอะหยังล่ะก่อก็คนมันพูดแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วน่อ

            หล่อนตะคอกกลับเช่นกัน

            ตอนนั้นเองกวินทร์ก็พูดแทรกเข้ามา

            เอ่อ พี่ศรครับดูเหมือนอาเจ๊แกจะเว่าเหนือน่ะครับถ้ายังไงก็ช่วยทำใจร่มๆ ก่อนเถอะ

            หมายความว่านายฟังออกเหรอที่เจ้าปีศาจนี่มันพูดน่ะ

            กวินทร์พยักหน้าตอบ

            ก็พอฟังได้นิดหน่อยน่ะครับพอดีว่าผมเคยมีญาติที่อยู่เชียงใหม่

            งั้นนายก็จัดการถามมาให้ทีละกันว่ายัยนี่เป็นตัวอะไรมาจากไหนมีจุดประสงค์อะไรกันแน่

            ดังนั้นจึงโบ้ยหน้าที่ล่ามแปลภาษาให้กวินทร์รับไป แต่ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจกับบ่นตัดพ้อของปีศาจ

            เฮ้อ~ เด็กสมัยนี้น้อ~ ทำไมถึงได้บ่มิไก๊กันแบบนี้น่อฮารึอุตส่าห์เอิ้นภาษาเดียวกันให้ก็แล้วแค่ติดสำเนียงเดิมมานิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นรังเกียจเดียด...

            คำพูดของปีศาจหยุดลงแค่ตรงนั้นเพราะลูกธนูได้พุ่งตัดหน้าหล่อนไปปักเข้ากับไม้เท้าแล้วดึงหลุดจากมือจนไปติดกับต้นไม้ที่อยู่ข้างหลัง

            ลูกศรเพลิงของอิงศรกับไมเท้าของนรินทร์กระแทกเข้ากับเปลือกไม้แล้วร่วงหล่นลงพื้น

            ถึงสำเนียงหล่อนจะเหน่อกับภาษาไม่ให้แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะฟังไม่ออกนะ

            เด็กหนุ่มพูดพลางส่งสายตาเย็นชา

            แต่ปีศาจกลับไม่แสดงอาการตระหนกให้เห็น

            อารมณ์ร้ายจริงน่อคิง ยะแบบนี้กับผู้สาวได้ไงน่อสาวเค้าจะกั๋วกันหมดนา

            ...

            แน่นอนว่าอิงศรฟังที่หล่อนพูดไม่ค่อยเข้าใจแต่กวินทร์ก็ช่วยแปลให้ในทันที

            เอ่อ เขาบอกว่าพี่ศรทำให้เขากลัวน่ะครับ...ประมาณว่ามันไม่งามกับผู้หญิง...

            รุ่นน้องค่อนข้างจะพูดตะกุกตะกักไปบ้างคงจะพยายามแปลเนื้อหาไม่ให้กระทบกระทั่งโดนอารมณ์ของเขา เพียงแต่กวินทร์ยังไม่รู้หรอกว่าเหตุที่เขาจู่โจมใส่ปีศาจนางนี้ไม่ได้มีแค่เหตุผลเรื่องวิธีพูดที่น่ารำคาญนั่นอย่างเดียว

            อิงศรลดคันธนูลงแล้วเดินไปเก้บไม้เท้าก่อนจะหันมาพูดกับปีศาจว่า

            แกไม่ใช่คนนี่นะงั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความเป็นสุภาพบุรุษหรอกแล้วอีกอย่างแกน่ะใช่ลาพาสของนรินทร์จริงๆ เหรอ

            ก็ใช่นี่ฮานี่แหละลาพาส..

            แต่อิงศรก็พูดขัดคำพูดนั้น

            เลิกโกหกได้แล้วน่า

            พลางเรียกหน้าจอแสดงปีศาจที่ติดตั้งเอาไว้ในไม้เท้าขึ้นมา

            ดูเหมือนว่ามีแค่เขาคนเดียวที่ยังเรียกใช้ระบบของเกมกับสิ่งของบางอย่างได้หรือไม่ก็อาจจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีแต่ละอย่างมากกว่า คอนแทกเลนส์ของกองทัพเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในเกมแต่เป็นการประยุกต์ใช้ส่วนอาวุธกับแอพฯปีศาจเป้นของที่มีอยู่มาตั้งแต่แรกดังนั้นพอมาอยู่ในมือเขาก็เลยทำงานได้ตามปกติบางวทีมันคงเป็นแบบนั้น

            บนหน้าจอแสดงรายการปีศาจที่ติดตั้งกับไม้เท้ามีชื่อของ นัยน์ตาแห่งลาพาส เขียนเอาไว้นั่นน่าจะหมายถึงลาพาสยังอยู่ข้างในไม้เท้าไม่ได้ออกมาข้างนอกเหมือนเวลาที่เขาใช้พลังของอาคานาร์เรียกเอลิกอร์ออกมา

            แกเป็นใครกันแน่แล้วสังกัดอยู่กับฝั่งไหนไอ้ปีศาจ

            อิงศรทิ้งไม้เท้าที่ตรวจสอบแล้วลงพื้นพร้อมกับขึ้นลูกศรอย่างว่องไว

            ความแตกแล้วก่อ ยุ่งยากซะจริงนะ

            ปีศาจกล่าวเช่นนั้นด้วยใบหน้ารำคาญแล้วจึงกระโดดลงจากโขดหิน

            เห็นตัวจริงของคิงแล้วก็อย่าเพิ่งกั๋วกันไปซะล่ะหนูๆ

            สิ้นคำร่างของหล่อนก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่างเหมือนตอนที่ซากิริเผยตัวเองว่าเป็นเทวทูตแต่แทนที่หญิงตรงนั้นจะปรากฏกายออกมาเป็นปีศาจที่มีความงดงามหรือน่าเกรงขามแบบเหล่าเทวทูตของธุวดารกะทุกอย่างกลับตรงกันข้าม

            ที่ตรงนั้น...สิ่งซึ่งมายืนอยู่แทนที่หญิงสาวผู้งดงามคือผีโครงกระดูกหุ้มด้วยเนื้อหนังที่เน่าเฟะเต็มไปด้วยหนอนชอนไช

            เพียงแค่แรกสบตาอิงศรก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาเล็กน้อยขณะเดียวกันกวินทร์...

            เหวอ...อุบ

            ก็เกือบจะแหกปากร้องด้วยความตกใจแต่ก็หน้าเปลี่ยนสีไปซะก่อนแล้วจึงวิ่งกลับไปอ้วกที่พงไม้ข้างหลัง

            แหวะ...โอ้ก

            ได้ยินเสียงสำรอกดังข้ามมาถึงทางนี้

            ปีศาจเปล่งเสียงพูดออกมาจากร่างซากศพเน่าของมัน

            เราคือเทพมารดรผู้ให้กำเนิดเทพทั้งปวงนามแห่งเราคืออิซานามิ

            น้ำเสียงแหบแห้งและวิธีพูดจาก็ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

            แต่ทว่า... หล่อนก็กล่าวเพียงแค่นั้นแล้วคืนร่างกลับเป็นมนุษย์

            โธ่ก็เพราะอย่างนี้แหละฮาถึงไม่ชอบให้ใครเห็นร่างจริงสามีฮาพอเห็นร่างนี้เข้าเปิ้นก็หนีเตลิดไปเลย

            หญิงสาวกอดอกพูดไปด้วยพลางชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ

            อิงศรถาม

            แล้วตกลงเธออยู่ฝั่งไหนกันแน่

            อิซานามิถอนหายใจแล้วทำหน้าเหนื่อยหน่ายขณะที่หันมองมาทางนี้

            ก็อยากจะอยู่ฝั่งคิงเขานั่นแลที่จริงคือตอนนี้ฮาน่ะมีพลังแค่ครึ่งเดียวเพราะเคยเป็นปีศาจของอาคานาร์เดอะเดธมาก่อนแต่ถูกแยกครึ่งหนึ่ง...ไม่สิน่าจะแค่เสี้ยวเดียวเลยล่ะมั้งนั่นแล้วก็โดนเอามาใส่อยู่ในร่างของนรินทร์เปิ้นนั่นแล แล้วก็งี้น้าอยู่ดีๆมันก็รู้สึกว่าน่าจะหลุดออกไปได้แล้วก็เลยออกมาเดินโทงๆ เช่นนี้แล

            ถึงจะฟังไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็พอรู้ว่าอิซานามิคือปีศาจจากอาคานาร์แล้วอาคานาร์นั้นก็เป็นของนรินทร์ นี่มันหมายความว่ายังไง...อิงศรคิด

            ทำไมนรินทร์ถึงได้มีอาคานาร์...มันเหมือนกับที่เขามีรึเปล่า ตอนที่อยากจะถามเรื่องนี้อยู่ๆ ก็รู้สึกจับสัมผัสได้ถึงบางอย่างในบริเวณใกล้ๆ เพราะประสาทสัมผัสที่เฉียบคมในโลกของเกมทำให้ได้ยินเสียเหยียบต้นหญ้าและใบไม้ดังแซ่กๆ เสียงฝีเท้ากำลังมุ่งตรงมาทางนี้ไม่ผิดแน่

            รีบซ่อนก่อนมีใครกำลังมาทางนี้

            อิงศรพูดด้วยเสียงที่เบาพอประมาณแค่ให้ได้ยินกันแต่ทว่า...

            วินาทีถัดมาหลังจากที่เขาพูดออกไปเจ้าของฝีเท้าก็โผล่ออกมาจากพงหญ้าด้านหลัง

            อิงศรหันกลับไปเพื่อจะดูว่าเป็นใคร

            ท่านพี่อิงศร

            มนุษย์ต่างดาวที่แหวกพงหญ้าออกมาเรียกอิงศร

            มนุษย์ต่างดาว....ไม่สิมิ่งขวัญต่างหาก

            ดวงตาของอิงศรเบิกกว้างในวินาทีนั้น

            ขวัญทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #167 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 15:50
    ขวัญไม่เคยเรียกศรว่าท่านพี่ งานเข้าอีกและ เป็นตัวเอกนี้มันลำบากจริงๆ
    #167
    0
  2. #67 raigeki (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:51
    มิ่งขวัญตัวปลอมชัว เพราะคำพูดมันเเปลกๆ
    #67
    1
    • #67-1 R@ji(จากตอนที่ 80)
      15 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:43
      ง่ะ =[]=! เหมือนเพิ่งเห็นคุณ raigeki แอดFav ไว้วันนี้เอง นี่อ่านครบทุกตอนแล้วเหรอครับเนี่ย!!! ไวมวากกกก

      ไรท์โตะจายโหมะเบย หงิงๆ
      #67-1
  3. #66 destiny_Dragon (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:40
    ครับผม
    #66
    0
  4. #65 destiny_Dragon (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:14
    ไรท์ครับคนเหนือไม่ใช้คำว่าย่านนะครับเปิ้นใจ้คำว่ากั๋วอย่าเอาเหนือมาผสมอีสานครับคนไม่รู้เขาจะเข้าใจผิดแล้วใช้กันมั่ว
    #65
    1
    • #65-1 R@ji(จากตอนที่ 80)
      13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:39
      โอ๊ะ! เพิ่งไปเช็คมาอีกทีตอนรีดบอกเหมือนกันถึงเพิ่งรู้ว่าที่จริง ย่านมันเป็นคำอีสานไรท์จำผิดไปจริงๆด้วย =[]=! แง่วไว้เดี๋ยวจะแก้ให้นะครับ ขอบคุณมากเน่อ!!
      #65-1