Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 78 : Login 75: อารย-สนธยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 ก.พ. 60

Login 75: อารย-สนธยา

 

            “พระเป็นเจ้าของพวกเจ้ามันก็แค่เรื่องแต่ง ปีศาจที่หลุดออกมาจากอาคาชิกเรคคอร์ดในเฮเว่นฟอลที่พวกเจ้าเรียกว่าพระเป็นเจ้าไม่ได้มีตัวตนอยู่อีกต่อไปแล้ว

            แววตาของโดโกบาร์ตอนที่พูดออกมานั้นดูแปลกจากไปทุกที นัยน์ตาของเด็กชายแข็งกร้าวและดุดันเหมือนไปโกรธใครมา แต่อิงศรก็นึกขอบคุณโดโกบาร์ที่ทำให้ไม่ต้องโดนฆ่า

            แต่... ตอนนี้สถานการณ์กลับยิ่งทวีความวุ่นวายหนักข้อกว่าเดิม

            โดโกบาร์ยังคงพูดโดยไม่ยี่หระต่อสถานการณ์

            “อย่าได้เชื่อคารมอันเท็จลวงของเทวทูตปลอมเหล่านี้ล่ะมนุษย์ผู้ถูกฟันเฟืองเลือก เทวทูตที่อ้างพระเป็นเจ้าเหล่านี้คือผู้นำพาไปสู่ความตายการให้อภัยของพวกมันเป็นเพียงลมปากหวานหูแท้จริงแล้วก็เป็นเพียงการเลือกสรรมนุษย์ด้วยความพึงพอใจของพวกมันเองแล้วกำจัดส่วนที่ไม่ถูกเลือกไปพวกมันกำลังหมายตาเจ้าเพราะเจ้าคือผู้ถูกฟันเฟืองเลือก

            แล้วแทบจะในทันทีเทวทูตที่ก็แย้งกลับมาเทวทูตถือคันธนูที่น่าจะชื่อว่ากาบรีเอลนั่น

            “สามหาว! เจ้าเป็นใครกันผู้แปดเปื้อนกล้าดูหมิ่น...

            คงตั้งใจจะพูดว่า กล้าดูหมิ่นพระเจ้าได้ยังไงแต่โดโกบาร์ก็พูดขัดซะก่อน

            “เราคือโดโกบาร์ผู้พิสูจน์แห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

            เพียงแค่โดโกบาร์ประกาศชื่อกับสถานะของตนออกไปความพยายามที่อิงศรเคยทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่าในทันที

            หมอนี่จะรู้ตัวบ้างไหมนะว่าที่ผ่านมาเขากับพวกพ้องจะพยายามไปเพื่ออะไร ในเมื่อมาทำความแตกต่อหน้าธุวดารกะผู้สูงส่งทั้งหมดแบบนี้ก็ไม่ต่างกับป่าวประกาศความลับให้รู้กันทั้งเมตไตรยเลย

            ขณะเดียวกันก็เริ่มมีเสียงจากพวกธุวดารกะดังมากันแล้ว เสียงตกใจที่ดูเหมือนจะรู้กันเป็นอย่างดีว่าโดโกบาร์คือใครทั้งที่เขากับพวกพ้องแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยถ้าเจ้าตัวไม่บอก

            “โดโกบาร์เหรอ! นั่นมันชื่อของเครื่องทำสวนที่ถูกเรียกในแพทซ์ไม่ใช่รึ!

            “เครื่องทำสวนที่จะลงทัณฑ์มนุษย์นั่นน่ะเหรอ!

            “ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ!

            ในบรรดาพวกนั้นมีแต่ฝาแฝดมีนากับเมษาที่ทำหน้างุนงงบางทีสองคนนั่นอาจจะเป็นเด็กนอกคอกอย่างที่บอกจริงๆ พวกนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลยมีแต่พวกธุวดารกะที่เก็บงำเรื่องสำคัญๆ ไว้กับตัวเองเป็นพวกน่ารังเกียจที่คอยแต่จะกวาดผลประโยชน์เข้าตัวกันอย่างนั้นสินะ

            เทวทูตซึ่งถือไม้เท้าและอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของกาบรีเอล...ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อว่าราฟาเอลได้พูดมาว่า

            “เครื่องมือของซาตานอย่างนั้นรึทำไมกัน...

            โดโกบาร์หรี่ตาลงแคบแล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “เหลวไหล ซาตานที่เจ้าว่าก็คือส่วนหนึ่งของ ยฮวฮ ผู้เป็นนายของพวกเจ้าไม่ใช่รึไง

            อิงศรที่มองดูการโต้เถียงทางศาสนาเหล่านั้นแล้วก็เป็นงงไปกับมัน ยฮวฮ นั่นน่าจะเป็นชื่อของพระเจ้าในความเชื่อของศาสนาแล้วก็ ซาตาน คำที่ใช้เรียกปฏิปักษ์ของศาสนานั่นแต่ทำไมเนื้อหามันถึงได้ชวนมึนขนาดนี้นะ คงไม่แปลกหรอกเขาไม่ได้นับถือศาสนานั่นแล้วก็ไม่ได้สนใจวิชาศาสนาด้วยที่รู้ก็เพราะมันมีอยู่ในชั่วโมงเรียนของการฝึกทหารในเมตไตรยบางทีคงให้เรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการใช้แอพพลิเคชั่นปีศาจ

            ในตอนนั้นเองหน้าจอสื่อสารก็เปิดขึ้นฉายใบหน้าของซีลอร์ดเอาไว้แล้วเจ้าตัวก็เริ่มพูด

            ‘ดูเหมือนจะเลี่ยงไม่เล่าให้เธอฟังคงไม่ได้แล้วสินะ

            อีกฝ่ายพูดเหมือนกับรู้ใจ

            ‘ประมาณสองพันปีได้แล้วล่ะมั้งที่เกิดเหตุเฮเว่นฟอลขึ้นมาในตอนนั้นเกิดข้อพิพาทกันระหว่างเหล่าแอดมินิสเทรเตอร์ทำให้มีปีศาจทรงอำนาจตนหนึ่งหลุดออกจากอาคาชิกเรคคอร์ดแล้วลงไปที่สวนแห่งที่สองกว่าจะคลี่คลายข้อพิพาทกันได้แล้วเริ่มตามจัดการปีศาจที่หนีไปมันก็เกิดความเสียหายอันใหญ่หลวงแก่สวนแห่งที่สองไปมากแล้วปีศาจที่อ้างชื่อว่า ยฮวฮ ได้สร้างความปั่นป่วนที่ไม่อาจซ่อมแซมได้ สิ่งมีชีวิตที่ปกครองสวน ณ เวลานั้นได้ตกเป็นทาสของความเชื่อและการทำลายล้างเพื่อมัน ดังนั้นโดโกบาร์จึงได้รับคำสั่งให้จัดการกับปีศาจตนนั้นแต่ถึงจะจัดการได้ความเสียหายก็ยังคงหลงเหลืออยู่

            อิงศรฟังที่ซีลอร์ดเล่ามาไม่ค่อยรู้เรื่องนักแต่พอจับใจความได้ว่า พระเป็นเจ้าคือปีศาจเหมือนกับแอพพลิเคชั่นปีศาจที่พวกเขาใช้และเคยสร้างความวุ่นวายให้แก่โลกแล้วเวลาสองพันปีก็ตรงกับจำนวนปีโดยประมาณของการเกิดศาสนานั่นด้วย

            ซีลอร์ดยังคงพูดต่อไปว่า

            ’และเพื่อที่จะแก้ไขความเสียหายเหล่านั้นโดโกบาร์ได้ไว้ชีวิตเหล่าเทวทูตสมุนของ ยฮวฮ เพื่อให้พวกมันเป็นสื่อกลางที่จะแก้ไขความเสียหายโดยใช้ให้ติดต่อกับมนุษย์เพศหญิงคนหนึ่งและคอยชี้นำเธอแต่ว่ามนุษย์ในเวลานั้นก็แปดเปื้อนเสียจนไม่อาจชักนำกลับมาได้แล้วดังนั้นมนุษย์ที่ถูกโดโกบาร์เลือกจึงถูกมนุษย์ด้วยกันฆ่าตายด้วยไฟแล้วสมุนเหล่านั้นก็หนีหายไป

            ฆ่าตายด้วยไฟ... คำๆ นี้คือคีย์เวิร์ดที่บอกถึงการเผารึเปล่า ถ้าพูดถึงการฆ่าด้วยการเผากับเรื่องของศาสนาก็มีแต่ การล่าแม่มดที่เกิดช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ซึ่งนั่นก็หลังจากสงครามครูเสดไปแล้วบางทีเฮเว่นฟอลที่ว่านั่นอาจจะหมายถึงตัวการที่ทำให้เกิดสงครามศาสนาครั้งใหญ่นั่นและถ้าเรียบเรียงไปตามนี้การล่าแม่มดที่เลื่องชื่อลือชาที่สุดในยุคถัดมาก็คือ 'ยอร์นแห่งอาร์ค'

            “เดี๋ยวก่อนนะหรือว่าชื่อของคนที่โดโกบาร์เลือกก็คือ ฌาน ดาร์ก น่ะ

            ซีลอร์ดเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินอิงศรพูดชื่อนั้นออกมา เขาพยักหน้าแล้วตอบกลับ

            ‘ใช่ น่าตกใจนะที่เธอรู้อยู่แล้ว และที่โดโกบาร์กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่นี่เธอก็คงเข้าใจแล้วสินะผมแนะนำว่าให้รีบหยุดเขาก่อนจะดีกว่า

            อิงศรละสายตาจากหน้าจอสื่อสารไปก็ตอนที่รู้สึกถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงที่แผ่ออกมาจากที่ไหนซักแห่ง เขาเงยหน้าขึ้นแล้วก็เห็นว่าร่างของโดโกบาร์เริ่มเปล่งแสงอ่อนๆ ส่วนพวกเทวทูตก็ทำท่าจะต่อสู้เต็มที่

            “นี่จะทำสงครามครูเสดกันที่นี่รึไงเนี่ย

            อิงศรสบถพลางคิดหาวิธีที่จะหยุดโดโกบาร์เพราะหากปล่อยไว้ที่นี่คงไม่เหลือแม้กระทั่งซากดีไม่ดีโลกอาจจะพังทลายไปถึงขั้นสุดท้ายเลยก็ได้

            ตอนนั้นเองเทวทูตที่มีใบหน้าอยู่บนโล่...รู้สึกจะชื่อว่าอูริเอลก็พูดอะไรบางอย่างกับกุมภา

            “ผู้รับใช้ของพระเจ้าเอ๋ยจงจัดการเสีย

            “ค่ะ

            กุมภาโค้งตัวน้อมรับคำสั่งนั้นแล้วหันไปสั่งทหารที่เฝ้าประตูที่ด้านหนึ่งของห้อง

            “เอาตัวพวกนั้นมา!

            อิงศรหันตามไปพาลก็รู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดีนัก

            ประตูทางนั้นเปิดออกแล้วก็มีคนคุ้นหน้าคุ้นตาถูกพวกทหารที่เหมือนจะเป็นหน่วยพิเศษที่ขึ้นตรงกับกุมภาผลักให้เดินกะเผลกๆ เข้ามาข้างในห้องอย่างทุลักทุเล เพราะว่าสองคนนั้นถูกมัดมือไพร่หลังเอาไว้เนื้อตัวก็สะบักสะบอมและมีแต่รอยฟกช้ำกับบาดแผลเหมือนถูกซ้อม... ไม่สิคงถูกทรมานด้วยเหตุผลบางอย่างแน่ๆ อย่างเช่นให้สารภาพเกี่ยวกับเรื่องที่สิงห์ทรยศอะไรเทือกนั้น

            ใบหน้าของกวินทร์และนรินทร์เต็มไปด้วยคราบเลือดที่แห้งสนิท พลังชีวิตก็เต็มปรี่บางทีคงได้พักฟื้นฟูหลังจากโดนทรมานและการที่พาตัวแบบนี้ก็ไม่ต้องเดาให้ยากเลยนั่นก็เพื่อทำให้อิงศรยอมจำนนต่อทั้งหมด

            “คิดว่าแค่นั้นจะหยุดข้าได้งั้นรึ

            โดโกบาร์เหลือบไปมองตัวประกันสองคนที่ถูกพาเข้ามาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

            “แกน่ะอาจจะไม่แต่อีกคนน่ะไม่แน่

            กุมภาคลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วหันไปทางอิงศร ที่นั่นเด็กหนุ่มกำลังแสดงสีหน้าอย่างชัดเจน สีหน้าแห่งความเกลียดชัง

            “สกปรกที่สุดนี่น่ะเหรอการกระทำของเทวทูตน่ะ ต่ำช้าสิ้นดี!

            อิงศรหันไปตะหวาดใส่กุมภาและเทวทูตแต่พวกมันคงไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นอยู่แล้ว

            “เราไม่คิดจะใส่ใจต่อการประเมินของเธอหรอกนะ

            กุมภาตอบกลับมาด้วยท่าทีสงบจากนั้นก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นออกคำสั่ง

            “เอาล่ะคงรู้หน้าที่แล้วใช่ไหมรีบหยุดเครื่องทำสวนซะเพราะเธอคอยดูแลอยู่ตลอดน่าจะทำได้สินะ

            “ได้ที่ไหนกันเล่า!

            “อย่ามาโกหกหน่อยเลย

            หล่อนเมินคำพูดของเขาแล้วชักดาบจากเอวตวัดไปจ่อที่คอของกวินทร์

            “อึก

            กวินทร์กลัวจนหน้าซีดพลางกัดฟันทนความหวาดเสียวที่มีคมดาบจ่ออยู่ตรงปลายลำคอ หล่อนเอาจริงแน่ถ้างั้นก็มีแต่ต้องหยุดโดโกบาร์ให้ได้เท่านั้น

            “โธ่เว้ย!

            อิงศรสบถแล้วหันไปบอกกับโดโกบาร์ เฮ้ย! หยุดก่อนเถอะไหว้ล่ะ

            ตอนนั้นเองก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา

            “อะฮะฮะฮะฮะ ทีนี้นายเริ่มเข้าใจขึ้นมาแล้วใช่ม้า~ ศร

            เจ้าของเสียงคือข้าวหลามที่อยู่ๆ ก็หัวเราะออกมาเหมือนจะเสียสติ แล้วเมื่อหยุดหัวเราะเขาก็ชันใบหน้าเข้ากับมือข้างหนึ่งรวบผมหน้าม้าสีทองให้ลู่ไปข้างหลังพลางเงยหน้า ยืดตัว แล้วเดินออกมาอยู่ข้างหน้า

            กุมภาพูด

            “คิดจะทำอะไรน่ะฉันยังไม่ได้สั่ง...

            แต่ข้าวหลามเมินเธอสนิทแล้วเริ่มพูดกับอิงศรต่อ

            “นี่แหละธุวดารกะไม่สิต้องบอกว่านี่แหละคือมนุษย์ล่ะทั้งก่อนจะล่มสลายแล้วก็หลังล่มสลายนายเองก็คงคิดว่ามันน่ารังเกียจสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะแล้วตอนที่ยังไม่ล่มสลายเจ้าพวกแบบนี้ก็เล่นเกมชักใยคนธรรมดาๆ เหมือนเป็นตัวหมากอยู่ทุกวันโดยที่ตัวหมากอย่างพวกเราไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลย

            กุมภายังคงย้ำคำเดิมด้วยเสียงที่ดังขึ้นไปอีก

            “นี่ฉันบอกว่าให้หยุดไง!

            แต่ข้าวหลามกลับ

            “นี่รู้รึเปล่าว่าโค้ดเนมเมดูซ่าเนี่ยมันสะดวกดีนะเพราะใครต่อใครก็จะทึกทักว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงกันไปเองทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ

            พูดสิ่งที่น่าตกใจออกมาอย่างนั้นแล้วก็ยิ้มระรื่น

            ‘เมดูซ่าถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้มีนาเคยเล่าให้ฟังว่าภายในองค์กรได้มีสปายของ อารย-สนธยา ที่ใช้โค้ดเนมนั้นลอบเข้ามาถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า..

            “นี่นายเป็นพวกอารย-สนธยางั้นเรอะ!

            ขณะเดียวกันเสียงของซีลอร์ดก็ดังแทรกขึ้นมา

            ‘อิงศรมีปีศาจตัวหนึ่งกำลังบุกไปที่นั่นสัญญาณของมันใหญ่มาก

            น้ำเสียงนั้นดูจะแสดงความตื่นตระหนกออกมามากกว่าซีลอร์ดตามปกติแสดงว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แต่ยังไม่ทันที่จะสอบถามถึงเรื่องนั้นเพดานห้องก็เกิดถล่มลงมาซะก่อน

            เพดานถล่มลงมาจุดหนึ่ง

            สองจุด

            สามจุด

            เพดานกำลังถล่มลงมาพร้อมกันจากทุกทิศทางราวกับถูกฝูงของอะไรบางอย่างทะลวงเข้ามา

            เศษซากเพดานตกลงมาบนพื้นสร้างฝุ่นควันขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยจนย่ำแย่ เงาของสิ่งที่ทะลวงเพดานลงมานั้นโยกย้ายส่ายหัวไปมาราวกับมองหาอะไรบางอย่างท่ามกลางกลุ่มควันอันหนาแน่น

            จากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก

            มีเงาหนึ่งในนั้นได้เคลื่อนที่ตัดหน้าอิงศรไป

            ตัดหน้าพวกเทวทูต

            ข้ามหัวกุมภา

            และไปสิ้นสุดที่บัลลังก์ซึ่งมกร ธุวดารกะประทับอยู่

            ตูม!!

            เสียงระเบิดโดดๆ ดังขึ้นมาแล้วเงานั่นก็บดขยี้มกรไปพร้อมกับบัลลังก์จนติดผนัง

            มีเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบเหมือนกับพลาสติกถูกขยี้ตามด้วยเสียง แผละสั้นๆ บางที มกรอาจจะร่างกายแหลกเหลวไปแล้วก็ได้

            อิงศรทอดสายตามองสิ่งที่จู่โจมเข้ามามันมีเกล็ดสีดำนิล แผ่แม่เบี้ยได้ ลำตัวยาวออกไปถึงข้างนอกผ่านทางรูที่เจาะลงมาจากเพดาน

            มันคืองู...งูเห่ายักษ์ที่มีขนาดศีรษะใหญ่พอจะกลืนรถบรรทุกทั้งคัน พวกมันมีกันหลายตัว... ไม่สิพวกมันมีแค่ตัวเดียวแต่มีหลายหัวมากกว่า แต่ละหัวก็เหมือนจะมีนอ หรือ หงอนงอกขึ้นมาถ้าให้นิยามแล้วล่ะก็บางทีอาจจะเรียกว่า พญานาค

 

            เทวทูตที่มีแต่ใบหน้ากับปีกสามคู่ที่อดีตคือซากิริได้คืนร่างตัวเองกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้งแล้วเริ่มทำการเก็บข้อมูลเหมือนอย่างที่เห็นบ่อยๆ ไม่นานหล่อนก็พึมพำเหมือนตั้งใจอยากจะให้ได้ยินกันทุกคน

            “เหลือเชื่อเลยงูพวกนี้คือปีศาจแถมไม่ได้ควบคุมด้วยแอพพลิเคชั่นซะด้วยรู้สึกจะชื่อ...

            “เศษนาคาแห่งการดับสูญและการเกิดใหม่ อนันตาเจ้านี่คืออาวุธใหม่ของพวกเราอารย-สนธยา

            ข้าวหลามพูดขัดคำพูดของซากิริเป็นการประกาศจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนว่าเป็นศัตรูขณะเดียวกันเจ้าตัวก็เดินไปหาทหารที่จับตัวกวินทร์กับนรินทร์ไว้

            “โทษทีนะแต่ช่วยปล่อยหน่อยสิ

            พูดแบบนั้นแล้วซัดทหารที่จับตัวนรินทร์จนหมอบในหมัดเดียวแล้วพร้อมกันนั้นเอง...

            “ท่านพ่อ!

            เสียงของกุมภาก็ดังมาจากอีกด้านซักพักก็มีเสียงของพวกธุวดารกะคนอื่นๆ ตามมา

            “ท่านพ่อเป็นอะไรไหม!

            “เฮ้! รีบไปช่วยท่านพ่อเร็ว!

            “ท่านพ่อ!

            “ท่านพ่อ!

            “ท่านพ่อ!

 

            แล้วคนพวกนั้นก็เฮโลกันไปยังที่ๆ หัวของพญานาคอัดร่างของมกรจมผนัง แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรพญานาคก็ถอนปากออกแล้วถอยจากกำแพงไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่นั้นคือผนังที่ละลายเป็นรูโหว่กับเศษซากบัลลังก์ที่จมอยู่ในกองพิษสีดำและกำลังละลายลงอย่างรวดเร็ว ทั้งชิ้นส่วนที่เป็นไม้ ชิ้นส่วนที่เป็นเหล็ก ทุกอย่างละลายราวกับเป็นน้ำก้อนน้ำแข็ง

            ถ้าอย่างนั้นร่างของมกรเองก็น่าจะละลายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกไปแล้วหรือไม่ก็ถูกพญานาคกลืนเข้าไป

            “ไม่นะ ท่านพ่อตายแล้ว! 

            “ท่านพ่อ!

            “ท่านพ่อตายแล้ว!

            ในช่วงที่พวกธุวดารกะกำลังสารวนอยู่กับความตายของผู้นำอยู่นั่นเอง ข้าวหลามก็...

            “เอ้า! กัดฟันให้ดีๆ ล่ะ

            ไล่ต้อนนรินทร์ที่เพิ่งเป็นอิสระจากทหารที่โดนอัดสลบไป

            นรินทร์ถูกมัดมือไว้จึงป้องกันตัวไม่ได้

            “ค...คิดจะทำอะไรน่ะพันโท...อุก

            แต่ก็พูดได้แค่นั้นเพราะกำปั้นของข้าวหลามกระแทกเข้าไปที่ท้องอย่างจัง

            รวดเร็วจนหลบไม่ได้

            รุนแรงจนเด็กหนุ่มลำตัวคู้งอเป็นกุ้งแล้วล้มลง

            แต่ข้าวหลามรับตัวนรินทร์ที่หมดสติเอาไว้แล้วพาแบกพาดไหล่ไปอย่างสบายๆ

            “พี่นรินทร์!

            กวินทร์ยังคงถูกจับตัวอยู่ ส่วนทหารที่จับตัวกวินท์ก็...

            “นี่แกคิดจะทำอะไร คิดจะทรยศงั้นเรอะ!

            ถามคำถามแล้วยกปืนชี้ใส่ข้าวหลามหวังจะข่มขู่

            “เฮ้ๆ ขืนทำแบบนั้นแล้วผู้กอบกู้ของพวกฉันโดนไปด้วยก็ซวยกันพอดีน่ะสิ

            ข้าวหลามพูดแล้วทำเพียงแค่สบตากับทหารคนนั้น

            แค่เพียงเท่านั้น...

            “อ๊ากกก!!

            ทหารคนนั้นก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มตึงลงไปชักดิ้นชักงออยู่สองสามวินาทีก่อนจะตัวแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อนอีก แถบพลังชีวิตก็ถูกทำให้ว่างเปล่าในทันที

            กวินทร์เป็นอิสระแต่พอคิดจะตามไปช่วยนรินทร์ทั้งที่ตัวเองก็โดนมัดมืออยู่ ก็ถูกอิงศรแทรกตัวเข้ามาขวางไว้ไม่ให้ไป

            อิงศรพูดกับข้าวหลาม

            “นี่นายคิดจะทำอะไรกันแน่แล้วจะพานรินทร์ไปไหน

            แล้วตั้งคันธนูที่ขึ้นลูกศรไว้เรียบร้อย

            “เออ นั่นสินะจะว่าไปพวกนายเลือกข้างที่จะอยู่กันแล้วรึยังล่ะ

            ข้าวหลามถามกลับมา

            “หา?”

            แต่ยังไม่ทันจะได้สอบถาม...

            ท่ามกลางความวุ่นวายซึ่งทหารของธุวดารกะเริ่มต่อสู้กับหัวของพญานาคกันไปแล้วนั่นเอง

            โดโกบาร์ก็ได้คิดที่จะสยบความวุ่นวายเหล่านี้

            “เห็นทีจะต้องทำให้อยู่ในความสงบกันซักหน่อยสินะ

            เด็กชายพูดแล้วตั้งมือขึ้นหมายจะกำจัดพญานาคออกไป

            “ไม่ยอมให้ทำแบบนั้นหรอกน่า

            มีเสียงดังขึ้นมาแบบนั้นเป็นน้ำเสียงนุ่มนวลของผู้หญิง

            หญิงสาวลูกครึ่งผมสีทองแต่งตัวเซ็กซี่คนหนึ่งไปอยู่ข้างหลังโดโกบาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่อิงศรจำได้ว่าเธอคนนั้นคือแฟนของข้าวหลามที่เคยบอกว่าชื่อยูลี่ เธอคนนี้ก็เป็นสปายเหมือนกันอย่างนั้นหรือ?

            ทันใดนั้นเองห้องก็เริ่มสั่นไหว

            แผ่นดินกำลังสั่นสะเทือนอย่างไร้สาเหตุ

            หลายคนเสียการทรงตัวท่ามกลางห้องที่โคลงเคลงไปมาราวกับอยู่บนเรือ

            แม้กระทั่งพวกเทวทูตที่ตัวลอยอยู่เหนือพื้นก็ยังสั่นโคลงเคลงไปด้วย

            ที่จริงสิ่งที่กำลังสะเทือนอยู่ไม่ใช่แค่พื้นแต่บรรยากาศเองก็กำลังสั่นไหว

            ตลอดการสั่นสะเทือนที่ดำเนินไปอย่างยาวนานกินเวลาหลายสิบวินาทีและไม่มีใครขยับหรือทำอะไรในช่วงเวลานั้นจนกระทั่งเมื่อทุกอย่างหยุดสั่น

            โดโกบาร์ก็ล้มลง.... ล้มทรุดลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรงราวกับตุ๊กตาที่สายป่านขาด

            “อึก...พลังมัน...หายไป

            แล้วพึมพำด้วยสีหน้าทรมาน

            แต่เรื่องแปลกประหลาดยังไม่ได้หมดเพียงเท่านี้มันแค่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

            เมื่อเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมา...

            “ฮ...เฮ้! ตัวแสดงพลังชีวิตหายไปแล้ว!

            “ของนายก็ด้วยหายไปแล้วเหมือนกัน

            “ฉันเปิดคลังไม่ได้ ไม่สิระบบอะไรของเกมก็ใช้ไม่ได้เลย

            "สกิลก็ใช้ไม่ได้ด้วย!"

            “พวกเราถูกทำให้กลายเป็น NPC เหรอ?!”

            เสียงโวยวายจากบรรดาทหารเหล่านั้นที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นคนธรรมดาแล้วคนธรรมดาก็ต่อกรกับปีศาจไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นานซักเท่าไหร่ทหารที่คอยคุ้มครองธุวดารกะก็ถูกพญานาคกินเข้าไปทีละคนๆ ถูกเขมือบกลืนเข้าไปโดยไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ ส่วนสาเหตุนั้นจะเป็นเพราะการสนับสนุนของเกมหายไปเลยทำให้สมรรถภาพของร่างกายถดถอยอย่างรวดเร็วจนตั้งรับการโจมตีไม่ทันหรือเพราะสาเหตุอื่นก็ไม่อาจทราบได้

            และถึงจะมีคนตายไปต่อหน้า...

            ตายไปอย่างไร้ค่า...

            พวกที่ยังเหลือรอดก็ไม่ได้วิ่งหนีกันเลยพวกนั้นยอมตายเพื่อธุวดารกะเป็นสมุนที่ฝึกมาให้จงรักภักดีจนตัวตายหรือแค่มีความศรัทธามากจนไม่เสียดายชีวิตกันแน่

            น่ากลัวว่าจะเป็นอย่างหลัง นี่คือเนื้อแท้ของเมตไตรย คือวิธีการที่ธุวดารกะใช้

            เมื่อลองทบทวนถึงการประชุมที่ผ่านมาเมื่อเทวทูตปรากฏตัวทุกคนก็โอนเอนตามพวกมันไปหมด

            ตอนนี้ในห้องจึงแยกเป็นสามฝ่าย

            พวกธุวดารกะ

            อารย-สนธย

             แล้วก็พวกของอิงศร...

            อิงศรมองสำรวจตัวเอง มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่แถบพลังชีวิตกับชื่อยังแสดงอยู่และหน้าจอสื่อสารกับซีลอร์ดก็ยังคงเปิดค้างเอาไว้บางทีสาเหตุที่มีแต่เขาเท่านั้นอาจจะเป็นเพราะฟันเฟือง มันอาจจะมีอำนาจอะไรบางอย่างที่ทำให้เขายังรักษาสภาพของเกมเอาไว้ได้

            แต่คนอื่นไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วทั้งพลังชีวิตทั้งชื่อพวกนั้นกลายเป็นเหมือน NPC ที่พวกมนุษย์ต่างดาวทำกับมนุษย์ที่จับไปเป็นเชลย

            กวินทร์พูดมาจากข้างหลังด้วยท่าทางตื่นๆ

            “ทุกคนกลายเป็น NPC กันหมดเลยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            แต่ว่าอิงศรกลับ...

            “แปลก...นี่คอนแทกเลนส์มันเสียรึไงเนี่ย

            กวินทร์ที่ได้ยินเสียงพึมพำของอิงศรก็ถามมาว่า

            “เป็นอะไรไปหรือครับพี่ศร

            “คอนแทกเลนส์น่ะสิอยู่ๆ มันก็ดับไปไม่วิเคราะห์ข้อมูลหรืออะไรออกมาเลยทั้งที่ก่อนแผ่นดินไหวยังใช้ได้อยู่แท้ๆ

            ถ้าแค่ทุกคนถูกทำให้กลายเป็นNPC ด้วยอะไรบางอย่างแล้วล่ะก็อย่างน้อยๆ อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นจากเกมก็น่าจะยังทำงานได้ตามปกติแต่นี่กลับไม่เป็นอย่างนั้นหรืออย่างน้อยที่สุดตัวเขาที่ยังรักษาสภาพของเกมเอาไว้ได้ก็น่าจะยังใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้สิ

            ถ้าอย่างนั้นคำตอบของเรื่องนี้ก็มีแค่อย่างเดียว สมมติฐานอันน่าตกตะลึงแวบเข้ามาในสมอง

             ถ้าหากว่าปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวบุคคลแล้วล่ะก็บางทีปัญหาอาจจะมาจากการแทรกแซงระบบของเกมโดยตรง

            แล้วตอนนั้นเอง...

            "อาคมจอกศักดิ์สิทธิ์ทำงานราบรื่นอมฤตถูกผนึกแล้วเท่านี้เหล่าเครื่องทำสวนก็สิ้นฤทธิ์ล่ะ"

            ยูลี่ แฟนสาวของข้าวหลามพูดมาอย่างนั้นแล้วร่างของหล่อนก็กลายเป็นควัน รูปโฉมภายนอกกำลังทยอยกลายเป็นควันและหลงเหลือไว้เพียงร่างแท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกของผู้หญิงมาโดยตลอด

            ที่นั่นคือปีศาจที่มีรูปลักษณ์ของสตรีเพศผู้งดงามราวกับเทวรูป

            ใบหน้าสงบนิ่ง เรือนผมสีดำผูกแกละสองข้าง

            มีแสงเรืองรองเหมือนรัศมีลอยอยู่ด้านหลังศีรษะ รัศมีแสงนั้นแสดงให้เห็นเหมือนเป็นวงเวทย์มันดาระชนิดหนึ่ง สวมชุดชาววังค่อนไปทางวัฒนธรรมจีน เป็นผ้าเนื้อดีสีหยกขาว ในมือถือก้านดอกบัว

            ลักษณะเช่นนั้น บางที...

            “ปีศาจ...ไม่สินี่พวกนายเป็นเดโมนอยด์งั้นเรอะ

            อิงศรแค่เดาสุ่มไปมั่วๆ แต่ข้าวหลามกลับทำหน้าตกใจ

            “...นี่รู้กระทั่งเรื่องนั้นด้วยเรอะแต่ผิดไปหน่อยนะพวกฉันไม่ใช่ของล้มเหลวแบบนั้นหรอก

            แล้วพูดมาอย่างนั้น ขณะเดียวกันยูลี่ที่กลายเป็นปีศาจก็หิ้วคอของโดโกบาร์ที่สิ้นฤทธิ์เหมือนหิ้วลูกสุนัขแล้วเดินมาสมทบกับข้าวหลามพลางกล่าวว่า

            “พวกเราคือผู้สดับฟังเสียงแห่งโลกมิใช่อมนุษย์หรือครึ่งปีศาจอย่างที่เจ้ากล่าวหา

            น้ำเสียงของหล่อนดูสุขุมขึ้นเปลี่ยนไปจากตอนแรกอย่างชัดเจนราวกับเป็นคนละคน

            ข้าวหลามพูดต่อ

            “ก็ไม่อยากทำพูดจาอวดดีแบบสัตว์เทวะหรอกนะแต่พวกเราคือดิวินิแดด ครึ่งมนุษย์ครึ่งพระเจ้า

            ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นี่เองกุมภาก็พุ่งเข้ามาตวัดดาบใส่ข้าวหลาม

            เกิดเสียงปะทะแหลมสูงของโลหะดังแกร๊ง แล้วดาบของกุมภาก็เข้าไปขัดกับเขี้ยวของหัวอสรพิษที่งอกมาจากแขนของข้าวหลาม... มือของเขากลายเป็นงูเพื่อรับดาบไว้จากนั้นผิวหนังสีขาวผุดผ่องของคนหนุ่มก็เริ่มแตกลายปรากฏเป็นเกล็ดสีแดงเพลิงปกคลุมทั่วทั้งร่าง

            กุมภาพูด

            “คิดจะทำอะไร!

            หล่อนแสดงใบหน้าเกรี้ยวกราดนั่นเป็นสิ่งยืนยันว่าที่กำลังดำเนินอยู่ในขณธนี้ไม่ใช่การแสดง

            ข้าวหลามเป็นคนของอารย-สนธยาแล้วก็กำลังก่อการร้ายด้วยปีศาจกับพลังที่เรียกว่า ดิวินิแดด พลังที่ทำให้ตนเองกลายเป็นครึ่งปีศาจ ดูเหมือนว่าพลังจากระบบของเกมที่คอยสนับสนุนข้าวหลามเองก็หายไปเหมือนกันแต่ก็ได้พลังในส่วนของที่กลายเป็นปีศาจเข้ามาแทนที่จึงมีความได้เปรียบเหนือกุมภา

            “เป้าหมายน่ะเหรอก็สำเร็จไปเรื่องหนึ่งแล้วนี่นะ เสียใจกับพ่อเธอด้วยก็แล้วกัน

            ข้าวหลามพูดแล้วเลื่อนสายตาไปทางผนังที่เป็นรูโหว่เพราะถูกเขี้ยวพิษของอนันตาบดขยี้ไปพร้อมบัลลังก์ที่มกรนั่งจนมองเห็นท้องฟ้าข้างนอก

            “เพราะเขาเป็นตัวเกะกะแล้วเราก็เล็งหัวของเขามานานแล้วแต่เพราะข้างตัวมีสิงห์อยู่ทำให้เคลื่อนไหวอะไรก็ไม่สะดวกเอาซะเลยหลายปีมานี่ต้องปกปิดแล้วก็ปิดบังกันแทบตายสุดท้ายก็เพราะเธอเลยทำให้มีวันนี้ขึ้นมาขอบใจนะ

            ข้าวหลามพูดพลางส่งยิ้มให้จนเห็นรอยฟันสีขาวตัดผ่านเกล็ดสีแดงเถือกดูแล้วน่าสยดสยองจากนั้นก็สะบัดหัวงูพาให้ร่างของกุมภากระเด็นไปพร้อมกับดาบ พลเอกหญิงร่างลอยอยู่กลางอากาศหลายวินาทีนั่นแสดงให้เห็นว่าเธอลอยไปไกลมากก่อนจะตีลังกากลับหัวลงพื้นได้อย่างปลอดภัย

            ดวงตาที่กลายเป็นตางูของข้าวหลามเบิกกว้างเล็กน้อยเหมือนจะทึ่งกับสิ่งที่กุมภาทำ

            “โห ขนาดไม่มีอมฤตแล้วยังฝีมือไม่ตกเลยนะพวกธุวดากระที่เก่งๆ เนี่ยน่ากลัวเกินมนุษย์มนาจริงๆ แฮะ

            พอได้ยินว่าข้าวหลามพูดถึงอมฤต อิงศรก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าพวกอารย-สนธยา น่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเบื้องหลังที่โลกกลายเป็นเกม ก่อนหน้านี้เขาเองก็ได้รับข้อมูลจากซีลอร์ดมาเหมือนกันว่าเพราะอมฤตตกลงมายังโลกจึงทำให้เกิดสภาวะของเกมขึ้นมาถ้าหากว่าพวกนี้รู้ถึงเรื่องนั้นบางทีคงจะทำการแทรกแซง... ไม่สิทำไปแล้วต่างหากสภาพในตอนนี้ก็คือผลลัพธ์ของการแทรกแซงนั่นเอง

            ดังนั้นอิงศรเลยเสี่ยงถามออกไป

            “นี่พวกนายทำอะไรกับอมฤตกันแน่

            ข้าวหลามตอบสนองต่อคำถามและหันมาทันที

            “หืม นี่นายรู้ถึงขนาดไหนกันเนี่ยชักจะสนใจแล้วสิถ้าไม่รังเกียจมาร่วมมือกับฉันไหมล่ะศรถ้าเป็นนายล่ะก็ฉันยินดีต้อนรับเต็มที่เลยนะเพราะสำหรับฉันนายก็เป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่ง

            “ลิ้นงูแล้วยังจะพูดแบบนั้นอีกใครมันจะไปเชื่อกันฟระ

            “นั่นสินะ งั้นจะลองฟังเป้าหมายของพวกเราก่อนไหมล่ะไว้ถึงตอนนั้นนายก็ลองคิดใหม่ดูอีกทีละกัน

            แต่กุมภาก็พูดแทรกเข้ามา

            “คิดว่าจะยอมให้ทำได้รึไง

            แล้วหล่อนกับพี่น้องธุวดารกะส่วนหนึ่งก็ตั้งท่าจะเข้ามาเล่นงาน แต่ข้าวหลามก็ไม่สะทกสะท้านแล้วพูดต่อไปว่า

            “มันเนิ่นนานเกินไปแล้วที่กลุ่มของผู้กุมอำนาจกลุ่มเล็กๆ ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดแล้วปวงชนที่สมควรจะได้รับผลประโยชน์ก็ถูกลืมเลือนไปนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้อารย-สนธยาเกิดขึ้นมา โลกล่มสลายลงผู้คนพากันล้มตายแต่ผู้มีอำนาจกลับอยู่ดีกินดีเอาตัวรอดอย่างผาสุกไปวันๆ ดังนั้นการตอบรับความคาดหวังของเหล่าผู้ถูกลืมเลือนก็คือหน้าที่ของอารย-สนธยาพวกเราจะโปรดสัตว์แก่มนุษย์ที่หลงติดอยู่ในวังวนวัฏจักรอันบกพร่องที่ผู้สรรสร้างกำหนดขึ้น...

            ยังไม่ทันที่สุนทรพจน์ของข้าวหลามจะจบลงและเหล่าธุวดารกะจะเข้าถึงตัวเขา ห้องก็เริ่มโคลงเครงไปมา

            ทันใดนั้นเองทั้งเพดานและผนังฝั่งด้านหลังพวกข้าวหลามก็เกิดยุบตัวเข้ามาจากนั้นห้องก็หยุดโคลงเครง

            “การโปรดสัตว์แรกได้ตัดแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงระบบของเกมโลกาวินาศไปแล้วมนุษย์จะเป็นได้แค่มนุษย์เท่านั้น

            หมายความว่าพวกอารย-สนธยาไม่เพียงแค่รู้เรื่องของเกมโลกาวินาศแต่ยังแทรกแซงมันได้ด้วยเป็นองค์กรที่มีพลังถึงขนาดนั้นเลยหรือ?

            คำตอบนั้นซีลอร์ดที่ยังลอยอยู่บนหน้าจอสื่อสารน่าจะตอบได้

            อิงศรถามใส่กับซีลอร์ด

            “นายรู้วิธีแก้ปัญหานี้ไหม

            แต่ซีลอร์ดส่ายหน้าตอบกลับมา

            “น่าเสียดายที่ต้องบอกว่าผมเองก็ไม่รู้เท่าที่ลองเช็คดูแล้วการส่งถ่ายอมฤตก็ยังเป็นปกติแต่มีอะไรบางอย่างไปขวางมันไว้ไม่ให้แพร่กระจายน่ะพวกเขาทำได้ยังไงกันนะ มนุษย์เนี่ยบางทีก็ทำเรื่องน่าเหลือเชื่อขนาดที่ผมยังต้องอึ้งเลยเหมือนกันนะ

            สรุปว่าแม้แต่ผู้เกี่ยวข้องอย่างซีลอร์ดก็ยังไม่รู้

            ขณะเดียวกันกุมภาก็จิกปากพลางตั้งดาบหมายจะใช้พลังของแอพพลิเคชั่นปีศาจ

            “ฮึ่ม ถึงจะไม่มีพลังหรือสกิลแต่ใช้ปีศาจได้ก็จบเกมอยู่ดี กุมภกรรณ!

            แต่ทว่า...

            เรื่องแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นอีกเมื่อดาบของกุมภารวมถึงศาสตราติดตั้งปีศาจของพวกธุวดารกะถูกห้อมล้อมด้วยไอแปลกประหลาดสีดำ

            ไอเหล่านั้นไหลออกจากศาสตราแล้วก่อเป็นรูปร่างอันพิลึกพิลั่น รูปลักษณ์ของปีศาจ...

            เงาคนยักษ์ปรากฏขึ้นต่อหน้ากุมภา

            ยักษ์ที่น่าจะเป็นปีศาจในอาวุธของหล่อนกลับปรากฏขึ้นต่อหน้าแล้วสำแดงพลังใส่ผู้เป็นนาย

            “นี่มันอะไรกัน!

            กุมภาตกใจที่เห็นกุมภกรรณหันคมหอกเข้าใส่ แต่หล่อนหลบได้หอกจึงพลาดเป้าและแทงทะลุพื้นไป

            ข้าวหลามยังคงดำเนินสุนทรพจน์ต่อจนจบ

            ”...แล้วพวกเรา ดิวินิแดด อารย-สนธยา เหล่าเทพเจ้าที่ถูกลืมเลือนก็จะเป็นผู้ช่วยเหลือทุกคนเอง

            ตูม!

            ทิวทัศน์เบื้องหลังพังครืนลงมาทันทีที่เสียงพูดสิ้นสุดลง

            สาเหตุที่ผนังห้องพังทลายก็เป็นเพราะปีกขนาดมหึมาฟาดลงมา

            ปีกของพญาครุฑที่เคยไล่ล่าอิงศร มันเองก็มาที่นี่ด้วยเช่นกันแล้วถัดไปเบื้องหลังก็คือร่างหุ้มเกล็ดดำของพญาอนันตนาคราชที่ทอดยาวจากที่นี่ไปถึงทะเล

            ทิวทัศน์ใหม่ที่แสดงออกมาเบื้องหลังห้องที่พังทลายไปคือท้องฟ้าข้างนอกที่จะมองเห็นได้จากชั้น 7 ของอาคารธุรการที่โถงประชุมแห่งนี้ตั้งอยู่

            แต่นั่นกลับเป็นท้องฟ้าที่ครึ้มไปด้วยควันดำจากไฟไหม้ในเมืองและซุ่มเสียงอันโกลาหลของมนุษย์ที่กำลังถูกปีศาจรุกราน สาเหตุน่าจะเป็นเรื่องเดียวกับที่เดม่อนแอพพลิเคชั่นของพวกกุมภาสูญเสียการควบคุมและน่าจะมีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกันด้วยนั่นก็คือเมื่อไร้ซึ่งอมฤตระบบของเกมก็จะหยุดการทำงานทั้งหมดนั่นรวมถึงโปรแกรมควบคุมปีศาจของเดม่อนแอพพลิเคชั่นด้วยนั่นเอง

            นี่ก็หมายความว่าการตัดอมฤตไม่เพียงแค่ทำในวงที่จำกัดบางทีอาจจะทั้งเมือง ประเทศ หรือไม่ก็ทั้งโลก

            เมื่อได้เห็นพลังของอารย-สนธยา อิงศรก็คำรามเหมือนสบถ

            “ชิ..นี่น่ะเหรอการโปรดสัตว์ของพวกแกน่ะ

            ข้าวหลามเห็นดังนั้นก็ยิ้มแล้วพูดตอบกลับมาว่า

            “ใช่ แต่นี่เป็นแค่ออร์เดิฟแรกของพลังที่พวกเรามีเท่านั้น

            จากนั้นก็มีเสียงคำรามประสานขานรับกันมา เป็นเสียงของขบวนปีศาจนับร้อยๆ ตนที่แห่แหนกันมาจากเมืองและจากที่อยู่ในห้องไปรวมตัวอยู่เบื้องหลังข้าวหลาม

            ”เพราะว่าพวกเราคือเสียงแห่งอิสรภาพยังไงล่ะ

            นั่นถือเป็นเสียงของเหล่าปีศาจที่ถูกกักขังไว้ในแอพพลิเคชั่นซึ่งได้รับอิสรภาพคืนมา เหล่าเทพมารผู้ถูกลืมเลือนนับร้อยตน ขบวนของร้อยอสูร...

            คือความแค้น

            คือความเศร้า

            คือความโกรธ

            คือเสียงกู่ร้องของโลกที่ถูกจองจำ

            ...และนั่นก็คือ อารย-สนธยา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #291 SirChiew (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:51
    รู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน​
    #291
    0