Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 76 : Login 73: เชื้อสายพันปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

Login 73: เชื้อสายพันปี

 

            "ขอโทษที่มาสายครับ!" "ขอโทษที่มาสายค่ะ!"

            เมษากับมีนาตะโกนขึ้นพร้อมกันหลังจากวิ่งเข้ามาในห้องโถงผนังหินที่เหมือนกับถ้ำ มีแสงจากหลอดไฟดวงเล็กๆ บนเพดานเหมือนกับเป็นแสงแดดที่ส่องลอดลงมาท่ามกลางความมืดมิด

            สถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยนายทหารยศสูงหรือไม่ก็พวกผู้บริหารระดับสูงซึ่งทุกคนล้วนเป็นพี่น้องร่วมตระกูลกันทั้งสิ้น

            นี่คืองานประชุมที่จัดขึ้นเพื่อคนสำคัญขององค์กรเมตไตรยซึ่งนัดมาอย่างเร่งด่วนเมื่อตอนเช้ามืดตั้งแต่ที่พวกคนอื่นๆ ในทีมอิงศรยังไม่ตื่นกันแล้วทั้งคู่ก็ตาลีตาเหลือกพากันมาสาย

            แต่กลับไม่มีใครว่าอะไร ทุกคนเอาแต่พูดคุยกันเองโดยไม่ได้สนใจสองฝาแฝด นั่นเพราะพวกเขาเป็นพวกปลายแถวที่สุดของกลุ่มจึงเหมือนไม่มีตัวตนอยู่แต่แรก

            เมษาพูดประชดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์

            "เฮอะ! ยังโดนเมินเหมือนเคย"

            มีนาพูด

            "ก็เป็นเรื่องปกตินี่เนอะน่าจะชินกันแล้วนะ"

            เด็กสาวกวาดตามองผู้คนในงานควานหาตัวคนๆ หนึ่งที่ควรจะอยู่ที่นี่แต่กลับไม่พบ

            "ไม่เห็นพี่สิงห์เลยนะ"

            "ว่าไปก็ไม่อยู่จริงๆ นั่นแหละอย่างพี่สิงห์ไม่น่าจะสายนะ"

            เมษาตอบแล้วเริ่มมองหาอย่างจริงจังบ้าง

            ระหว่างที่มองหาสิงห์อยู่นั้นสายตาของมีนาก็ไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง

            หญิงสาวผมสีทองยาวและดวงตาสีน้ำข้าวดูแล้วน่าจะมีเชื้อสายของคนต่างชาติ มีนารู้จักหล่อนเป็นอย่างดี

            พี่สาวผู้ดำรงตำแหน่งว่าที่ผู้สืบทอดองค์กรเมตไตรย กุมภา ธุวดารกะ และเป็นเพียงคนเดียวที่น่าจะเรียกได้ว่าสูสีกับสิงห์ ทั้งที่สิงห์น่าจะเหมาะกว่าในการเป็นผู้นำเพราะเป็นเพศชายมีความเข้มแข็งกว่าเรื่องความสามารถก็เหมือนจะเหนือกว่าอยู่เล็กน้อยแต่คนที่ถูกเลือกกลับเป็นหญิงสาวร่างบอบบางคนนี้มันมีสาเหตุอยู่....

            มันเริ่มมาจากรากเหง้าของตระกูลธุวดารกะเมื่อราว 1500 ปีที่แล้ว

            มีเรื่องเล่าว่าเหล่าทูตสวรรค์ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเด็กส่วนหนึ่งคัดเลือกพวกเขานำมาเลี้ยงแล้วให้สร้างดินแดนแห่งพันธะสัญญาที่มีชื่อว่า อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์พันปี

            เพราะมีทูตสวรรค์คอยสนับสนุน อาณาจักรจึงเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมาไม่ว่าจะต้องรบพุ่งกับกี่ชนชาติก็สามารถเอาชนะได้แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีบันทึกหรือหลักฐานอันใดหลงเหลือมาจากยุคนั้น

            ไม่มีใครรู้ว่าสภาพการณ์ในตอนนั้นเป็นเช่นไร มนุษย์มีอารยธรรมแล้วหรือยัง? มีการจดบันทึกหรือยัง? มีการประดิษฐ์หรือยัง?

            ไม่มีใครรู้อะไรเกี่ยวกับอาณาจักรปริศนานั่นเลย มันเพียงแค่หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์

            ที่พอจะรู้ก็มีแค่สาเหตุที่ล่มสลาย...

            ว่ากันว่าอยู่มาวันหนึ่งทูตสวรรค์กลับหายไปอย่างไม่มีสาเหตุ เมื่อขาดการสนับสนุนอาณาจักรก็เสื่อมถอยจนกระทั่งล่มสลายและสูญหายไป

            เวลาล่วงเลยจากตอนนั้นจนมาถึงราวสองร้อยปีก่อนช่วงเวลาปัจจุบัน ก็ได้มีการรวบรวมลูกหลานของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลับมาสร้างเป็นองค์กรโดยผู้รับตำแหน่ง มกร ธุวดารกะในสมัยนั้นสามารถนำเหล่าทูตสวรรค์กลับมาได้อีกครั้ง

            เหล่าทูตสวรรค์ได้บอกเรื่องของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์พันปีแก่ลูกหลานผู้สืบเชื้อสายเหล่านั้นต่อมาองค์กรที่ถูกก่อตั้งขึ้นในภายหลังก็กลายเป็นตระกูลธุวดารกะเช่นทุกวันนี้

            ...แล้วกุมภาก็เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากเหล่าทูตสวรรค์ มกรเลยเลือกให้หล่อนเป็นผู้สืบทอดเหตุผลทั้งหมดก็มีเพียงเท่านั้นจริงๆ

            ผ่านไปได้ซักพักหนึ่ง...สมาชิกที่มาเข้าร่วมการประชุมเองก็น่าจะมากันครบทั้งหมดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของสิงห์

            ตอนนั้นเองเมษาก็เสนอมาว่า

            “นี่ลองไปถามพี่หลามที่อยู่ตรงนั้นดูไหม

            มีนามองตามที่มือของเมษาชี้ไป พันโทข้าวหลามอยู่ที่นั่นกำลังตามหลังกุมภาต้อยๆ แล้วมีนาก็ส่ายหน้า

            “อย่าเพิ่งดีกว่า

            “หา? ทำไมล่ะ

            “ไม่รู้สึกว่ามันแปลกๆ เลยเหรอนั่นพันโทเดินอยู่กับพี่กุมภานะ

            เมษาอาจจะไม่ทันคิดแต่นี่ถือเป็นเรื่องแปลกตาและแปลกสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง

            โดยปกติแล้วถ้าเห็นพันโทข้าวหลามก็จะเห็นสิงห์อยู่ด้วยกันหรือกลับกันถ้าหากที่ไหนมีสิงห์ที่นั่นจะต้องมีข้าวหลามคอยตามประกบด้วยอย่างแน่นอนแต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น

            มีนาจ้องไปที่กุมภาซึ่งเป็นผู้สืบทอดสายเลือดของชายผู้นำทูตสวรรค์กลับมาสลับกับหันไปทางฝั่งด้านในสุดของห้องที่ซึ่งมีบัลลังก์ทำจากหินตั้งอยู่และบนนั้น...

            ตำนานมีชีวิตซึ่งดำเนินมาถึงสองร้อยปี มกร ธุวดารกะ บิดาในนามของเธอกับเมษาและธุวดารกะทุกคนประทับอยู่ที่นั่นในฐานะ พระเจ้าของโลกหลังการล่มสลายจะเรียกแบบนั้นก็คงไม่ผิดเพราะธุวดารกะที่ควบคุมเมตไตรยซึ่งน่าจะเป็นองค์กรของมนุษย์ที่ต่อต้านผู้รุกรานที่มีอำนาจมากที่สุดบนโลกในขณะนี้ก็คือมกร

            “พี่น้องทุกท่านในที่สุดก็มารวมตัวกันครบทุกคนแล้วดังนั้นจะขอเปิดการประชุมตระกูลแล้วนะคะ

            จู่ๆ เสียงของกุมภาก็ดังก้องไปทั้งโถงบรรดาผู้เข้าร่วมการประชุมต่างแหวกทางให้เธอไปยืนที่ตรงกลางห้องโดยที่มีข้าวหลามติดตามไปด้วย

            มีเสียงหนึ่งดังมาจากพี่ชายคนที่ห้า พฤกษก ธุวดารกะ เป็นหนึ่งในผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์

            สิงห์ยังไม่มาเลยไม่ใช่เหรอ

            จากนั้นก็มีเสียงพูดมาจากพี่สาวคนรอง กันยา ธุวดารกะ ผู้บริหารฝ่ายออกแบบและผลิตยุทธภัณฑ์

            ปกติไม่เห็นเคยสายนี่ลืมส่งคนไปบอกรึเปล่า

            กุมภาตอบข้อสงสัยของเหล่าพี่น้องว่า

            เรื่องนั้นเดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบเองเพราะมันคือหัวข้อของการประชุมนี้

            สิงห์เป็นหัวข้อประชุม....มีนาเริ่มระวังตัวมากขึ้น สิงห์เป็นไม้เบื่อไม้เมากับกุมภามาโดยตลอด การที่กุมภายกเอาเรื่องของสิงห์ขึ้นมาพูดในเวลาเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่

            ...แล้วเธอกับน้องชายฝาแฝดที่อยู่ในสังกัดของสิงห์ก็อาจจะพลอยโดนดีไปด้วย

            เอาแล้วไงล่ะ

            มีนากระซิบเสียงเบาแค่พอให้เมษาที่อยู่ติดกันได้ยิน

            อะไร? บอกกันมั่งสิ

            ทางที่ดีพวกเราเองก็เตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมดีกว่านะเพราะเรื่องมันชักจะแหม่งๆ แล้วล่ะ

            ตอนนั้นเองกุมภาก็เริ่มประกาศแก่ที่ประชุม...

            แต่ก่อนจะเริ่มกันอยากจะให้พี่น้องทุกท่านได้รับทราบเอาไว้ว่าการประชุมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสอบสวนหนอนบ่อนไส้ในหมู่พวกเรา

            คำพูดนั้นทำให้ทั้งโถงเงียบสนิทไปพักหนึ่ง

            ก่อนจะกึกก้องไปด้วยเสียงพูดคุยจากบรรดาพี่น้องธุวดารกะ

            ว่าไงนะ หนอนบ่อนไส้เหรอ

            ในพวกเราเนี่ยนะ

            จะบอกว่ามีสปายของพวกมนุษย์ต่างดาวอยู่ในนี้รึไง

            เหลวไหลน่า

            สิงห์ไม่อยู่ที่นี่หรือว่าจะ...

            ไม่จริงน่าสิงห์น่ะนะ

            ถ้าเป็นเรื่องจริงมิแย่เลยรึสิงห์กุมอำนาจทหารครึ่งหนึ่งขององค์กรไว้เชียวนะถ้าเจ้านั่นเป็นสายจริงๆ ล่ะก็

            ท่ามกลางเสียงคำถามที่ยิงใส่กันไปมา มีนามองเห็นรอยยิ้มของกุมภาเผยอขึ้นเล็กน้อย บางทีพี่สาวคงจงใจให้เป็นแบบนี้

            จงใจสร้างความสั่นคลอนอันนี้ขึ้นมาเพื่อจะกลั่นกรองคนทรยศที่น่าจะแสดงพิรุธเมื่อคิดว่ากำลังจะถูกล้วงลูก

            ไม่นานนักเสียงทั้งหมดก็เงียบลงเมื่อบานประตูห้องโถงเคลื่อนตัวเปิดออก สายตาทั้งหมดนอกจากมีนาจับจ้องไปยังที่นั่น พร้อมกันนั้นกุมภาก็พูดว่า

            แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะพวกเราได้คลี่คลายสถานการณ์ไปแล้วและจะขอเบิกตัวจำเลยที่สมรู้ร่วมคิดกับคนทรยศมาให้ทุกท่านได้เห็นค่ะ

            คลี่คลายไปแล้ว? คำๆ นี้มีความหมายว่าอย่างไรกันแน่

            ระหว่างที่มีนากำลังครุ่นคิดอยู่นี้เองเมษาก็สะกิดเธอ

            เฮ้ยๆ นั่นมันศรไม่ใช่เหรอ

            แวบหนึ่งที่ดวงตาของมีนาเบิกกว้าง เด็กสาวหันตามไปทางที่ว่า

            ที่ประตูโถงซึ่งเปิดออกแล้วอิงศรกำลังเดินเข้ามาโดยมีทหารพิเศษของตระกูลคอยประกบ         

            ทำไมคุณอิงศรถึงถูกพามาที่นี่ล่ะ

            มีนาพึมพำไปอย่างนั้นขณะที่ประเมินสถานการณ์นี้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤติที่สุดบางที...

            ทีมอิงศรอาจจะต้องจบลงที่นี่



วันนี้สั้นไปหน่อยเนื่องจากไรท์ติดงานจึงต้องขออภัยด้วยครับไว้วันศุกร์จะเขียนให้ยาวขึ้นกว่าปกติเพื่อชดเชยทีหลังนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น