Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 71 : Login 68: ผู้รุกรานไร้ขีดจำกัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    6 ก.พ. 60

Login 68: ผู้รุกรานไร้ขีดจำกัด

 

            มีนากับเมษากำลังมุ่งหน้าไปที่กำแพงไอจิส

            ดูเบ

            ดูเบ

            มีแต่ดูเบเต็มไปหมดพวกมันลอยละล่องอยู่ทุกหนทุกแห่ง

            ราวกับพวกเขากำลังวิ่งอยู่ในทะเลที่รายล้อมไปด้วยฝูงแมงกะพรุนโชคดีที่พวกมันไม่มีพิษเหมือนหน้าตา กระนั้นก็ยังไม่อาจวางใจได้หากพวกมันเพียงแค่ตัวเดียวเล็ดลอดเข้าไปถึงในเมืองแล้วล่ะก็ความวินาศสันตะโรที่จะเกิดขึ้นนั้นร้ายแรงยิ่งกว่าพิษของแมงกะพรุนเป็นร้อยเป็นพันเท่า

            เนื่องจากเมืองและศูนย์บัญชาการตั้งอยู่บนพื้นที่หากินของสัตว์เทวะระดับสูงมากมายย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่เริ่มก่อตั้งเพื่อแลกกับเนื้อที่มหาศาลรวมถึงระบบอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างและทรัพยากรอันเหลือล้นจนกลายมาเป็นรากฐานให้กับเมืองในปัจจุบันทำให้ต้องแบกรับความเสี่ยงหากสูญเสียที่มั่นหลักไปแล้วเมืองทั้งเมืองจะถูกปกคลุมด้วยสัตว์เทวะตัวฉกาจที่จะพากันผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดผู้คนคงจะพากันล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

 

            หลังจากวิ่งสวนกับทหารหลายนายที่ออกไปเป็นกำลังเสริมให้กับพลเอกสิงห์ที่กำลังต่อสู้กับเพคด้าและเมเกรซ มีนากับเมษาก็มาถึงหน้ากำแพงไออัสและวิ่งผ่านไปจนถึงกลางช่องว่างก่อนจะถึงแนวกำแพงไอจิส มองเห็นม่านแสงสีทองอร่ามซึ่งเป็นกำแพงชีพจรมังกรตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังคอยสกัดพวกดูเบที่เล็ดลอดไม่ให้ผ่านเข้าไป

            ทว่า... เมื่อต้องเจอกับจ่าฝูงสองตัว อาริออทที่มีรูปร่างเหมือนปลาหมึกยักษ์ที่ปล่อยหยดหมึกพิษซึ่งระเหยเป็นไอกับมิซาร์สัตว์เทวะรูปแบบปะการังทะเลที่เคลื่อนที่ด้วยการแตกหน่อแบ่งจำนวนเพิ่มได้อย่างไร้ขีดจำกัดแค่หน่ออ่อนของมันเพียงเล็กน้อยก็สามารถกลายเป็นมิซาร์อีกตัวได้ในช่วงไม่กี่อึดใจ กำแพงมากมายเหล่านี้ก็หมดความหมายไปในทันที

 

Heraldic Beast Deity: Alioth Lv.70

[/////267000:267000/////]

 

Heraldic Beast Deity: Mizar Lv.70

[/////5000:5000/////]

 

            มิซาร์ที่ข้ามกำแพงไออัสมาด้วยการแบ่งตัวเริ่มถมช่องว่างระหว่างกำแพงไออัสและไอจิสด้วยชั้นปะการังหนาหลายเมตรซึ่งจะกลายเป็นบันไดให้อาริออทไต่ข้ามมา ขนาดตัวของพวกมันทำให้กำแพงอันแสนภาคภูมิใจของพวกเขาดูเป็นของเล่นไปเลย

            ตอนนี้เองบนกำแพงไอจิสก็เริ่มโจมตีใส่ปะการังมิซาร์ด้วยไฟซึ่งเป็นจุดอ่อนของมัน มีทั้งธนูไฟ มหิงสาเพลิง หอกไฟ ไปจนถึงลำพระเพลิงและธารลาวาที่ไหลบ่าลงบนชั้นปะการังจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง

มิซาร์ตัวที่หนึ่งตาย

 

Heraldic Beast Deity: Mizar Lv.70

[.....0:5000.....]

 

มิซาร์ตัวที่สองตาย

Heraldic Beast Deity: Mizar Lv.70

[.....0:5000.....]

 

            แต่ยังมีมิซาร์ตัวที่ สาม สี่ ห้า หก ที่พร้อมสร้างตัวที่ เจ็ด แปด เก้า สิบ ออกมาอีกพวกมันแต่ละตัวเชื่อมติดกันเป็นร่างเดียวแต่แพปะการังแต่ละก้อนถือว่าเป็นคนละตัวกัน เคยมีการคำนวณโดยหน่วยวิจัยสัตว์เทวะว่ามิซาร์สามารถแบ่งตัวจนปกคลุมโลกได้ภายในเวลาเจ็ดวันแต่มนุษย์จะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่วันที่สี่เพราะออกซิเจนบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลที่มิซาร์ปล่อยออกมาจะฟอกอากาศจนมนุษย์ไม่สามารถหายใจเข้าไปได้และออกซิเจนที่ว่าก็เริ่มส่งผลบ้างแล้ว

            มีนารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย เมษาเริ่มหอบหายใจทั้งที่เพิ่งวิ่งมาได้ไม่เท่าไหร่ แต่วิกฤตเพิ่งจะเริ่มต้น...

            อาริออทที่ไต่แนวปะการังข้ามกำแพงไออัสมานั้นยืดหนวดออกแล้วปล่อยหยดหมึกพิษลงบนแนวปะการัง บนพื้นทราย และบนกำแพงเมื่อหมึกตกลงบนสิ่งต่างๆ มันก็เริ่มระเหยเป็นไอสร้างหมอกพิษขึ้นมา พวกทหารที่อยู่บนกำแพงพอสูดไอพิษเข้าไปก็เกิดสถานะพิษปรากฏข้างชื่อและไม่นานพวกมีนาก็พลอยติดพิษไปด้วย

 

มีนา Lv. 60 (พิษ)

[/////4200:4300////.]

 

เมษา Lv. 61 (พิษ)

[/////7300:7400////.]

 

            "แค่ก อย่าสูดเข้าไปนะเมษาชุดของพวกเรากันพิษพวกนี้ไม่ได้"

            มีนาพูดขณะที่สำลักไอพิษไปด้วย

            "รู้แล้วน่า"

            เมษาตอบแต่น้ำเสียงของเขาแหบแห้งกว่าทุกทีคงเป็นเพราะสูดเอาไอพิษเข้าไป

            พิษของอาริออทเป็นแบบพิเศษที่ทำความเสียหายทันทีเมื่อเข้าสู่ร่างกายดังนั้นถ้ากลั้นหายใจไว้ก็จะช่วยป้องกันได้แต่ตอนที่หายใจเข้าครั้งใหม่ก็จะต้องถูกพิษอีกอยู่ดี

            พวกเขาวิ่งไปพลางกลั้นหายใจไปพลางกว่าจะไปถึงจุดนัดพบด้านหลังกำแพงไอจิสที่นัดกับพวกกวินทร์ไว้พลังชีวิตก็เหลือไม่ถึงครึ่ง

 

มีนา Lv. 60 (พิษ)

[////.1100:4300.....]

 

เมษา Lv. 61 (พิษ)

[////.3250:7400…..]

 

            ตอนนี้ด้านหลังกำแพงยังไม่มีไอพิษลอยเข้ามาพวกเขาจึงพักหายใจรอจนกระทั่งพิษที่ติดตัวสลายไปก่อน

            เมษาถามขึ้นว่า

            แล้วพวกกวินทร์ล่ะ

            เขามองหาทั่วแล้วแต่ไม่พบกวินทร์หรือใครรออยู่แถวนี้จึงถามเช่นนั้น

            มีนาตอบว่า

            ไม่รู้สิคงติดพันอยู่ข้างบนล่ะมั้งเอาเป็นว่า...

            แล้วชักเคียวออกจากหน้าจอคลังเก็บของพร้อมกับหันไปทางขวามือ

            สะสางงานทำความสะอาดกำแพงครั้งใหญ่นี่กันแค่พวกเราสองคนเถอะ

            เมษาหันตามที่มีนาหัน บนกำแพงไอจิสเริ่มมีแพปะการังของมิซาร์ปกคลุมล้นจนย้อยลงมาถึงด้านหลัง แม้ว่าถัดไปจะมีม่านพลังชีพจรมังกรขวางอยู่อีกชั้นแต่มันก็เคยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถข้ามม่านพลังไปได้และถัดไปจานั้นก็คือที่พักทหารแล้วก็ตัวเมืองดังนั้นต้องหยุดมันลงที่นี่เท่านั้น

            เมษากำหมัดแน่นหลังจากประเมินสถานการณ์เป็นที่เรียบร้อยก็เริ่มโจมตีโดยมีกันแค่สองคน

           ลืมเรื่องกำลังเสริมไปได้เลยไม่มีใครในสนามรบแห่งนี้มือว่าง ไม่รู้ว่าทำไมสมาชิกในทีมของอิงศรถึงได้ถูกเลือกให้มาป้องกันแนวสุดท้าย

            เพราะได้รับความไว้วางใจจากผลงานที่ค่ายกรุงเทพ ?’

            จะเป็นเพราะสาเหตุนั้นหรือเปล่าเมษาก็ไม่อาจเข้าใจความคิดของพลเอกสิงห์ได้ เขาเป็นพี่ชายที่เพียบพร้อมด้วยพลังและปัญญาไหวพริบอย่างเหลือล้นบางทีการที่แยกตัวกวินทร์กับนรินทร์มาอยู่ที่แนวสุดท้ายก็อาจจะเป็นแผนที่วางไว้แต่แรก

            คนที่น่าจะอ่านสถานการณ์นี้ออกเท่าที่เขารู้จักคงมีแค่อิงศรกับอีกคนซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในวงศ์วานตระกูลธุวดารกะ

            ระหว่างนี้เองมีนาก็เรียกมังกรกระดูกหลังหนาม สเตโกซอมบี้ กับ มังกรกระดูกขนาดเล็กอีกสองตัวคือ เวโรซอมบี้แรพเตอร์หล่อนเรียกออกมาพร้อมกันเพื่อจะใช้พวกมันเป็นเครื่องสังเวย

            เนโครดราก้อนทีแรนโนซอมบี้

            มีนาฟันเคียวลงไปบนพื้นแล้วมังกรกระดูกทั้งหมดก็สลายกลับลงดินไปก่อนจะมีตัวใหม่ผุดขึ้นมาแทน มังกรกระดูกยักษ์ยืนด้วยสองขาความสูงไล่ๆ กับอาริออท เธอสั่งให้มันโจมตีใส่ปะการังมิซาร์ที่ล้นลงมาจากกำแพง

            ทีร่าจังยิงดราโกนิกเอ็กซ์ทินชั่นเลยจ้ะแต่อย่าให้โดนกำแพงเข้าล่ะ

            มังกรกระดูกอ้าปากกว้างไอควันร้อนสีขาวพวยพุ่งออกมาจากข้อต่อกระดูก กระดูกทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเมื่อรวบรวมพลังงานได้เต็มที่ก็พ่นลำแสงเพลิงยิงกราดใส่ปะการังที่อยู่ในระยะจนมอดไหม้หมดในพริบตา แต่ก็ได้เท่านั้น....

            มิซาร์ที่ยังหลงเหลืออยู่บนกำแพงซึ่งเป็นจุดที่ยิงไปไม่ได้เพราะจะโดนพวกเดียวกันก็เริ่มแตกหน่ออีกจนมีเท่ากับจำนวนที่ทำลายไปมิหนำซ้ำยังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ทันไรมิซาร์ก็รุกล้ำมาถึงแนวป้องกันชีพจรมังกร

            เมษาชนสนับมือเข้ากับฝ่ามืออีกข้างแล้วร่ายสกิล

            โพรมิทีอุสบังเกอร์!! (Prometheus Bunker)”

            พลันมือข้างที่สวมสนับอยู่ก็ถูกห้อมล้อมด้วยเปลวไฟ เด็กหนุ่มวิ่งตะลุยไปข้างหน้าแล้วกระแทกฝ่ามือเพลิงใส่แพปะการังก่อนที่มันจะแตกหน่อไปถึงม่านพลัง

            การโจมตีได้ผลดีเพียงแค่กระแทกสองครั้งก็พอจะฆ่ามิซาร์ได้ตัวหนึ่ง เมษาจึงเดินหน้าเจาะทะลวงแนวปะการังอย่างฮึกเหิม

            แต่แล้ว...

            อะ...เฮ้ย

            พอหยุดมือแล้วมองรอบตัวเองก็พบว่าถูกล้อมโดยมิซาร์ที่แตกหน่อแยกเป็นสองทางอ้อมมาล้อมเอาไว้ เมษาจึงทะลวงพวกมันด้วยฝ่ามือเพลิงอีกแต่กลับตามความเร็วในการเพิ่มจำนวนไม่ทันจนกระทั่งผลของสกิลหมดลงหน่อของมิซาร์ก็เริ่มเบียดเข้ามาพวกมันจะหลอมรวมร่างของเขาเข้าไปในแพปะการังเพื่อให้ขาดอากาศตาย ในตอนนั้นเอง

            เมษาร้องเหมียวๆ ทุกเช้าใช่ไหม!”

            เสียงของมีนาดังมาอย่างนั้น

            มาพูดบ้าอะไรตอนนี้...

            เมษาตอบกลับไปโดยไม่ทันคิดแล้วในวินาทีนั้นร่างของเขาก็ถูกย้ายออกมาจากวงล้อมของมิซาร์มาโผล่เคียงข้างมีนาที่ปักด้ามเคียวไว้บนวงเวทที่วาดบนพื้นด้วยพลังของแอพพลิเคชั่นปีศาจเวตาล ทำให้เขารอดชีวิตมาได้

            เรื่องขอบคุณเอาไว้ทีหลังเถอะรีบหนีก่อนจะโดนล้อมดีกว่า

            หลังฟังที่มีนาพูด มิซาร์ที่แตกหน่อมาจากอีกทางก็เริ่มตีกรอบล้อมฟากที่ติดกับม่านพลัง

            ทั้งคู่จึงรีบถอยกลับมาที่ทางเข้าแต่มิซาร์ก็อ้อมมาดักล้อมไว้เสียก่อน สกิลธาตุไฟที่ใช้ได้ต่างก็อยู่ในช่วงฟื้นฟูจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำลายด้วยมือกับอาวุธเปล่าๆ แต่มิซาร์ที่ปิดล้อมประตูกลับไม่ได้ลดลงซ้ำยังเพิ่มความหนาขึ้น

            จู่ๆ วงล้อมของมิซาร์ก็แยกออกด้วยไฟ ผู้ที่ปรากฏตัวหลังซากปะการังที่ถูกเผาไหม้ก็คือกวินทร์

            รีบมาทางนี้ก่อนครับ

            เมษากับมีนาตอบรับคำพูดนั้นแล้วหนีออกจากกำแพงไอจิสได้ทันก่อนจะถูกปิดล้อมอีก

            ที่ด้านนอกมีคนที่เคยอยู่บนกำแพงไอจิสหลายคนรออยู่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสละกำแพงหนีลงมาเพราะถูกมิซาร์ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด สถานการณ์บนพื้นดินก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันไอพิษของอาริออท กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง... สถานการณ์วิกฤตเต็มขั้น

            นรินทร์วิ่งมาสมทบพอเห็นพลังชีวิตของเมษากับมีนาเขาก็พูดว่า

            จะฟื้นพลังให้นะ

            แล้วเริ่มทำการฟื้นฟูพลังชีวิตแต่อย่าไรเสียถ้าไม่จัดการกับอาริออทก่อนพลังชีวิตที่ฟื้นฟูจนเต็มจะถูกลดลงไปอยู่ดี

            ทันใดนนั้น....

           เกิดเสียงกระชากตามมาด้วยเสียงฉ่าเหมือนกำลังย่างเนื้อ มิซาร์ที่อยู่หลังกำแพงคงพยายามจะทะลวงม่านพลังชีพจรมังกรเพราะมองเห็นควันไหม้ลอยขึ้นมาจากทิศทางที่ว่า ไม่นานนักก็มองเห็นหน่ออ่อนที่แตกตัวซ้อนกันขึ้นไปด้านบนของมิซาร์ที่คิดจะข้ามม่านพลังไปเหมือนตอนที่มันเข้ามา

            ต้องรีบหยุดมันแล้ว

            นายทหารคนหนึ่งกล่าวจากนั้นคนที่เหลือก็เริ่มโจมตีโดยเล็งไปที่หน่อบนยอดสูงสุดและหยุดมันไว้ที่ตรงนั้น

            ซากิริเดินมายืนข้างนรินทร์โดยที่ตามองดูแต่หน้าจอที่กำลังวิเคราะห์ข้อมูลของสัตว์เทวะ

            ไม่ไหวๆ แบบนี้โดนข้ามไปได้แน่

            คำพูดของหล่อนที่เป็นนักวิจัยสัตว์เทวะยิ่งตอกย้ำว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อหยุดหายนะนี้แต่...จะทำยังไงดีล่ะ

            ไม่ใช่แค่เมษาที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรคนอื่นๆ ก็คงกำลังคิดหัวแทบแตกอยู่เหมือนกัน

            ในระหว่างที่คิดกันอยู่นั่นเอง

            พื้นใต้เท้าของมีนาก็ยุบตัวลง

            ว้าย!!”

            หล่อนจมหายลงไปในทรายท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น