Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 63 : Login 60: สายฟ้าแห่งราชันย์เทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    28 ธ.ค. 59

Login 60: สายฟ้าแห่งราชันย์เทพ

 

            บนชายหาดซึ่งขาวสะอาดกว่าปกติไม่มีขยะซักชิ้นรวมไปถึงไม่มีสิ่งมีชีวิตด้วยแทนที่จะเรียกว่าชายหาดน่าจะเรียกมันว่าทะเลทรายเลยด้วยซ้ำเพราะมันไม่มีอะไรเลย เนื่องมาจากชายหาดอยู่ในอาณาเขตของฮาบิแททพอยท์ที่กางออกมาจากค่ายทำให้ไม่มีสัตว์เทวะโผล่ออกมาในบริเวณนี้ ดังนั้นสิ่งที่ยังคงความเป็นชายหาดให้กับผืนทรายติดทะเลก็เลยเหลือแค่แนวต้นมะพร้าวที่ขึ้นเรียงกันไปตลอดทั้งฝั่ง

            อิงศรกับพวกพ้องที่เปลี่ยนชุดปฏิบัติการเป็นชุดว่ายน้ำกำลังวอร์มร่างกายก่อนจะต้องลงว่ายน้ำข้ามไปยังเกาะที่เป็นสถานที่ทำภารกิจซึ่งอยู่ห่างออกไปจากชายหาดหนึ่งกิโลเมตร เนื่องจากเกาะตั้งอยู่นอกอาณาเขตของฮาบิแททพอยท์ทำให้ใช้เรือไม่ได้เพราะจะตกเป็นเป้านิ่งจากพวกสัตว์เทวะที่อยู่ด้านนอก จะรอให้ถึงวันที่น้ำลงก็ไม่ได้เพราะพวกเขาไม่มีเวลาเหลือขนาดนั้น

            จึงมีแต่ต้องว่ายข้ามไปสถานเดียวและเพื่อรับมือกับการต่อสู้ในพื้นที่ใต้น้ำชุดปฏิบัติการจึงต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากันไปด้วย แม้จะมีหน้าตาไม่ต่างอะไรกับชุดว่ายน้ำธรรมดาๆ เลยก็ตามทีแต่ค่าพลังป้องกันของชุดก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเครื่องแบบที่ใส่กันนัก

            หลังจากวอร์มร่างกายเสร็จอิงศรก็ถามทุกคนว่า

            "พร้อมกันแล้วนะ"

            ทุกคนพยักหน้าให้

            อิงศรที่รับทราบคำตอบของทุกคนก็หันไปยืนยันภารกิจกับวิเชียรมาศที่มีซากิริยืนกดหน้าจอโฮโลแกรมอยู่ข้างๆ

            วิเชียรมาศเริ่มพูด

            "เวลาในการทำภารกิจจนกว่าจะถึงหนึ่งทุ่มมีเวลาทั้งหมดเจ็ดชั่วโมงหากไม่กลับมาหรือติดต่อมาจะถือว่าภารกิจล้มเหลว"

            จากนั้นทั้งเธอ ทั้งอิงศรและพรรคพวกก็เรียกหน้าจอระบบขึ้นมาตั้งเวลานับถอยหลังให้ตรงกัน

            จู่ๆ ซากิริก็พูดขึ้นมา

            "เกือบลืมไปเลย เอ้า !"

            แล้วดึงแว่นตาดำน้ำที่มัดกันเป็นพวงขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์

            "เอาไปใส่กันสิมันถูกติดตั้งแอพวิเคราะห์สัตว์เทวะแล้วก็กล้องสำหรับส่งภาพมาให้ทางนี้คอยติดตามสถานการณ์ได้ด้วยน่ะ"

            พูดจบซากิริก็ทยอยแจกแว่นให้ทีละคน อิงศรต้องถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนถึงค่อยสวมแว่นตา

            แล้วเมื่อการเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้น

            "ยืนยันเวลาปฏิบัติภารกิจเรียบร้อย ไปกันได้แล้ว"

            อิงศรกล่าวแล้ววิ่งนำทุกคนย่ำลงไปในทะเลแล้วพากันดำหายไปหมดเหลือเพียงแค่วิเชียรมาศกับซากิริที่คอยอยู่บนหาด

 

            ...

 

            ทันทีที่ลงมาในน้ำสัญชาตญาณก็สั่งให้กลั้นลมหายใจเองโดยอัตโนมัติก่อนจะผ่อนออกมาเองเมื่อร่างกายเริ่มจมลงในน้ำ

            สามารถหายใจในน้ำได้...

            นั่นคือความสามารถอย่างหนึ่งของมนุษย์หลังจากโลกกลายเป็นเกมและถึงเป็นน้ำทะเลก็ไม่รู้สึกแสบจมูกแต่ถ้ากลืนน้ำเข้าปากก็ยังรู้สึกเค็มเหมือนกินน้ำทะเลตามปกติ แรงหน่วงการเคลื่อนไหวใต้น้ำก็ยังคงมีเหมือนเดิมและเสื้อผ้าก็ยังเปียกได้เหมือนเดิมที่เปลี่ยนไปมีแค่เรื่องของการหายใจในน้ำเท่านั้น

            พอคิดถึงตรงนี้อิงศรก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาว่าทำไมจะต้องให้ลำบากเปลี่ยนชุดปฏิบัติการด้วย หากยังใส่ชุดเครื่องแบบลงมาคงได้จมน้ำกันหมดแน่ เป็นเรื่องขำไม่ออกจริงๆ ที่ตัวเขาเองลืมเรื่องพื้นฐานขนาดนี้ไปได้ นอกจากนี้ดูเหมือนกางเกงว่ายน้ำธรรมดาๆ นี่จะมีคุณสมบัติพิเศษอย่างอื่นอยู่ด้วยเพราะเข็มขัดติดฝักดาบของเขาไม่ลอยขึ้นไปตามหลักมวลความหนาแน่นและดูเหมือนกวินทร์ที่แบกดาบไว้บนหลังก็จะเป็นเหมือนกัน

            ตอนนั้นเองก็มีเสียงของซากิริดังขึ้นมา

            'เป็นไงบ้างล่ะชุดว่ายน้ำที่พวกเธอใส่ไม่ได้มีแค่ระบบปรับตัวกากๆ หรอกนะมันสามารถทนแรงดันได้ถึงความลึกสองกิโลเมตรแถมยังมีโหมดพูดใต้น้ำได้ด้วยเพราะเป็นของที่สร้างด้วยเกล็ดของสาวกแห่งพิเซสที่เป็นสัตว์เทวะใต้ทะเลชั้นสูงเชียวนะ'

            เสียงของหล่อนดังมาจากแว่นตาดำน้ำบางทีคงสร้างขึ้นมาให้มีวิทยุติดต่อด้วยและเมื่อฟังจากที่พูดมาดูเหมือนว่ากางเกงว่ายน้ำตัวนี้จะมีความพิเศากว่าที่คิด

            กวินทร์เป็นคนแรกที่พูด

            "ฮาโหล เทส เทส ว้าวพูดในน้ำได้จริงๆ ด้วย"

            แล้วหันมาถามเขาที่อยู่ข้างๆ

            "พี่ศรได้ยินผมไหม"

            อิงศรลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะลองพูดใต้น้ำเป็นครั้งแรก

            "เสียงนายหนวกหูชะมัด"

            พูดใต้น้ำได้จริงๆ ด้วย...

            พออิงศรเริ่มพูดคนอื่นก็ลองทำตามกันบ้างแล้วก็กลายเป็นวงสนธนาจ้อไม่หยุดใต้ทะเลไปโดยปริยาย

            นรินทร์ มีนา เมษา ผลัดกันพูดไม่หยุด

            "ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนเลย"

            "ยังกะเป็นเจ้าหญิงเงือกเลยนะคะเนี่ย"

            "มาแข่งกันตะโกนใต้น้ำกันมะ"

            "เอแต่ผมว่าเหมือนนาคมากกว่านะคุณมีนา"

            "คุณนรินทร์ชอบพวกตำนานของอินเดียเหรอคะ"

            แล้วเมษาก็ตะโกนสุดเสียงแบบไร้ความหมาย

            "เฮ้~~~~"

            แต่ไม่มีเสียงสะท้อนกลับมา... หมอนั่นคิดว่าที่นี่เป็นหุบเขาหรือยังไงกัน

            อิงศรพูดว่า

            "เฮ้ยพวกนายจะเล่นกันอีกนานไหมเรายังมีภารกิจอยู่นะ"

            "แหมคุณอิงศรล่ะก็หัดมีความฝันกับเขาบ้างสิคะ"

            มีนาแย้งมาแบบนั้น

            "ถ้าจะฝันก็ไว้ตอนนอนเถอะ"

            อิงศรพูดแล้วออกว่ายนำไปก่อน ได้ยินเสียงบ่นของมีนาไล่หลังมา

            "โธ่~~"

            รู้สึกได้ว่าทุกคนว่ายตามมาแล้ว...

            พวกเขายังคงว่ายอยู่ในเขตของฮาบิแททพอยท์ตลอดทางจึงค่อนข้างเงียบสงบและปลอดภัย จนเมื่อว่ายเข้าสู่เขตน้ำลึกความปลอดภัยก็มลายสิ้นไปในทันที

            มีสัตว์เทวะบุกเข้ามาโจมตีเป็นสัตว์เทวะรูปร่างเหมือนปลาไหลร่างกายใสเหมือนวุ้นจนมองเห็นอวัยวะภายในได้

 

Crystal Shock Lv. 64

[/////4000:4000/////]

 

            ปลาไหลวุ้นที่บุกเข้ามาเป็นฝูงหนึ่งที่มีจำนวนสามตัว ส่วนพวกเขามีหกคนแต่ก็ไม่รู้ว่าโดโกบาร์จะนับเป็นกำลังคนที่หกได้รึเปล่า หนำซ้ำความต่างของจำนวนที่ฝ่ายเรามีเหนือกว่าเกือบเท่าตัวก็ดูจะไม่ช่วยอะไรนักเมื่อเทียบกับขนาดตัวของพวกมันที่ยาวกว่าสามเมตรและมีเลเวลสูงกว่าพวกเขาทุกคนที่อยู่ที่นี่

            อิงศรประเมินสถานการณ์เขาเริ่มนึกถึงข้อมูลระดับพลังของทุกคนในทีม

           

อิงศร Lv. 61

[/////3700:3700/////]

 

กวินทร์ Lv. 61

[/////6600:6600/////]

 

มีนา Lv. 60

[/////4300:4300/////]

 

เมษา Lv. 61

[/////7400:7400/////]

 

นรินท์ Lv. 61

[/////4200:4200/////]

 

โดโรธี Lv.60

[/////10000:10000/////]

 

            ตัวเขา กวินทร์ เมษา และนรินทร์เพิ่งจะเปลี่ยนเทคนิคัลจ็อบกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วทำให้เลเวลเพิ่งจะปลดขีดจำกัดจาก 60 มาหมาดๆ ส่วนมีนาที่ยังไม่ได้ทำเทคนิคัลจ็อบเลเวลจึงไม่เพิ่มขึ้น เมื่อลองประเมินดูแล้วการต่อสู้นี้ค่อนข้างลำบากพอสมควรเพราะตัวอิงศรเองที่อาวุธประเภทโปรเจคไทล์อย่างธนูไม่สามารถใช้ในน้ำได้ กำลังรบหลักจึงต้องฝากไว้กับเมษาและกวินทร์

            ตอนนั้นเองปลาไหลก็แยกกันเป็นสองทางตัวหนึ่งว่ายเข้าหาอิงศร มันอ้าปากอวดเขี้ยวคมกริบที่เรียงรายเต็มปากหากว่าโดนกัดเข้าไปซักครั้งจะต้องเป็นแผลเหวอะหวะอย่างแน่นอน

            อิงศรพยายามว่ายหลบคมเขี้ยวนั้นแต่การเคลื่อนไหวในน้ำที่ไม่คุ้นชินก็ทำให้ฝีเท้าที่เคยรวดเร็วเชื่องช้าลงเมื่อต้องเปลี่ยนเป็นการตีน้ำเพื่อเพิ่มความเร็วจนหวิดจะถูกกัดเท้าขาดไปแล้วแต่เขาก็หลบพ้นแล้วแว่นตาดำน้ำที่ติดตั้งระบบวิเคราะห์สัตว์เทวะเหมือนกับในคอนแทคเลนส์ก็เริ่มทำงาน

            ข้อมูลที่น่าตกใจปรากฏขึ้นเมื่อแสดงให้เห็นว่าพวกมันมีสกิลสร้างคลื่นไฟฟ้าออกมาช็อตเหยื่อที่เข้าใกล้ให้เป็นอัมพาตได้

            และแล้วก็เริ่มเป็นอย่างที่สังหรณ์เอาไว้อวัยวะภายในตัวของปลาไหลเริ่มเปล่งแสง และอิงศรที่อยู่ระหว่างเอี้ยวตัวหลบคมเขี้ยวก็อยู่ในรัศมีของการช็อตพอดี

            อิงศรรู้สึกร้อนลุ่มไปทั้งตัวน้ำรอบตัวมีอุณหภูมิภูมิสูงขึ้นและในพริบตานั้นกระแสไฟแรงสูงก็ไหลทะลักเข้ามาจนร่างกายเกิดชักกระตุก

            "อ๊ากก!"

           

อิงศร Lv. 61

[/////3695:3700////.]

 

            อนิจจาความเสียหายกลับมีน้อยนิด ทั้งที่รู้สึกเจ็บปวดจากการถูกช็อตถึงขนาดนั้น

            อิงศรที่ร่างลอยออกห่างจากปลาไหลแล้วก็พลิกตัวให้กลับมาโดยไม่มีปัญหาเรื่องอาการอัมพาตที่น่าจะเกิดจากไฟฟ้าช็อตเขาไม่รู้สึกชาเลยด้วยซ้ำไป

            ตอนนั้นเองเสียงของซากิริก็ดังขึ้นมาอีก

            ‘มีการคาดการณ์กันไว้แล้วว่าสัตว์เทวะสายพันธุ์สัตว์น้ำส่วนใหญ่มีการโจมตีเป็นพิษกับไฟฟ้าก็เลยมีการปรับคุณสมบัติของชุดปฏิบัติการให้กันพิษกับอัมพาตและต้านทานไฟฟ้าเป็นพิเศษเพราะงั้นเลิกทำหน้าตกใจดีก่อนที่ฉันจะหัวเราะท้องแข็งตายซะก่อนดีกว่านะ

            น้ำเสียงของหล่อนเหมือนกำลังหัวเราะอยู่ หล่อนพูดแบบนั้นได้เพราะเห็นจากวิดีโอที่ถ่ายด้วยแว่นตาดำน้ำของกวินทร์ที่กำลังมองมาทางนี้สินะ

            “พี่ศร!

            กวินทร์ชักดาบที่พาดหลังไว้แล้วเปลี่ยนจากโหมดพกพาเป็นโหมดใช้งาน ดาบสีดำที่ได้รับจากบอสในดันเจี้ยนกระจกเงา 'Black Eradicator' แล้วว่ายเข้ามาขวางเขาไว้จากปลาไหล

            เพราะทุกคนรู้ว่าในน้ำแบบนี้อิงศรไม่สามารถใช้อาวุธที่ถนัดได้ ถึงได้พยายามปกป้อง

            สำหรับอิงศรที่มักคอยปกป้องคนอื่นแบบไม่ได้ตั้งใจแล้วเป็นความรู้สึกที่ชวนให้หงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าหงุดหงิดที่เป็นฝ่ายถูกปกป้องแต่หงุดหงิดที่ตัวเองอ่อนแอจนทำอะไรไม่ได้ในสถานการณ์แบบนี้ต่างหาก

            เพื่อต่อต้านความรู้สึกต่ำต้อยนั่นอิงศรชักดาบจากเอวออกมาแล้วตั้งท่าเตรียมสู้

            คงเพราะตั้งท่าสู้เหมือนคนสิ้นคิดที่รู้อยู่แล้วว่าสู้ไม่ได้แต่ก็ยังจะฝืน กวินทร์เลยพูดมาว่า

            “ไม่ไหวหรอกครับพี่ศรหลบไปก่อนเถอะในน้ำเนี่ยเดี๋ยวผมจัดการเอง

            “ข้างหน้า!

            อิงศรตวัดดาบออกไป ใบดาบแทงใส่ปากของปลาไหลที่ฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาพูดคุยกันเข้ามาโจมตี ดาบแทงทะลุปากบนและหยุดมันไว้ก่อนจะเข้าถึงตัวกวินทร์พอดี

 

Crystal Shock Lv. 64

[/////3800:4000///..]

 

            เลือดของปลาไหลที่ซึมจากบาดแผลย้อมน้ำทะเลรอบๆ เป็นสีแดงก่ำ ยิ่งมันดิ้นเพื่อสลัดให้หลุดจากดาบของอิงศรเลือดก็ยิ่งกระจายตัวออกไป

            กว่าที่กวินทร์จะเรียกสติกลับคืนมาได้แล้วตวัดดาบตัดคอปลิดชีพมันก็ตอนที่เลือดลอยมาเปรอะใบหน้าไปครึ่งหนึ่งแล้ว

            อีกสองตัวนั้นถูกจัดการโดยพวกมีนาไปแล้วเหมือนกันเลือดจากสองตัวที่ถูกฆ่าทำให้น้ำเริ่มกลายเป็นสีแดงขุ่นอย่างน่าสยอง

            “รีบไปกันก่อนที่จะมีตัวอื่นมาเถอะ

            อิงศรตั้งท่าจะเก็บดาบเข้าฝักแต่ทันใดนั้นเอง...

            จากกลุ่มหมอกเลือดที่ลอยคละคลุ้งอย่างหนาแน่นด้านหลังเขาพลันมีคมเขี้ยวพุ่งออกมา

            ไหล่ของอิงศรถูกกัด เขี้ยวฝังลึกลงไปในหัวไหล่ขวาแล้วถูกลากดิ่งลงไปข้างล่างทั้งอย่างนั้น

            ทุกคนพากันส่งเสียงเรียกเขาด้วยความตกใจ

            “พี่ศร!” “ศร!” “อิงศร!” “คุณอิงศร!

            อิงศรพยายามมองว่าตัวอะไรที่จู่โจมเขา มันเป็นปลาไหลเหมือนกับสามตัวที่ฆ่าไปเมื่อครู่

            ทำไมถึงได้มีพวกมันเยอะขนาดนี้? หรือว่าที่นี่จะเป็นรังของพวกมัน

            ความคิดนั้นน่ากลัวว่าจะถูก...

            รอบตัวอิงศรมีปลาไหลอีกหลายสิบตัวกำลังลอยขึ้นมาพวกมันผุดขึ้นมาจากแนวปะการังที่ก้นทะเล

            แต่แนวปะการังไม่น่าจะมาขึ้นอยู่แถวนี้ได้ ทะเลของที่นี่ไม่อุดมสมบูรณ์ขนาดนั้น อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องความสมเหตุสมผลของสภาพแวดล้อมแล้ว

            อิงศรใช้แขนซ้ายกอดตัวปลาไหลเอาไว้แล้วเค้นแรงใส่แขนขวาจับดาบเงื้อขึ้นมาแทงใส่บริเวณคอแต่เพราะไหล่ถูกกัดอย่างรุนแรงจนแทบจะฉีกขาดทำให้ใส่แรงได้ไม่เต็มที่

            พอเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียขึ้นมาเพราะเสียเลือดจากปากแผลที่ไหล่มากเกินไปก็ทำให้อิงศรต้องตรวจแถบพลังชีวิตของตน

 

อิงศร Lv. 61

[/////1850:3700.....]

 

            พลังชีวิตลดลงไปกว่าครึ่งและถึงพลังชีวิตหมดเขาก็คงไม่ตายอยู่ดีเพราะฟันเฟืองจะยื้อชีวิตของเขาเอาไว้แต่จะเกิดเหตุการณ์แบบตอนที่เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์อาละวาดขึ้นมาอีก

            ฝูงปลาไหลที่ลอยขึ้นไปเริ่มหนาแน่นขึ้นจนมองไม่เห็นพวกมีนาที่กำลังตามลงมาช่วย สถานการณ์ตอนนี้หากไม่หาทางช่วยตัวเองก่อนคงยากที่จะเลี่ยงเหตุการณ์เลวร้ายไปได้

            อิงศรเรียกคันธนูออกมาถือด้วยมือซ้าย คันธนูที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นปีศาจของโอดินที่ได้มาเมื่อคืน

            “โอ...ดิน

            หลังจากเรียกปีศาจที่สถิตอยู่ในคันธนูสายฟ้าจำนวนมากก็ถูกปลดปล่อยจากร่างของเด็กหนุ่ม

            สายฟ้าจำนวนนับร้อยที่มองเห็นเป็นแค่แสงสว่างแวบวาบพุ่งทะยานขึ้นไปเป็นสายฉีกกระชากและเผาพลาญฝูงปลาไหลทั้งหมดให้อันตรธานหายไปในพริบตาเดียว

            เป็นพลังทำลายล้างที่มากมายเกินคณานับ น่าเสียดายที่เขาไม่หลงเหลือสติพอจะรับรู้ความยิ่งใหญ่ของมันได้เต็มที่

            อิงศรกำลังจมลงไปยังก้นทะเลเขาเงยหน้ามองแสงสว่างข้างบนทยอยไกลออกไป

            “ศร!

            มีเสียงดังมาจากนั้นแสงก็ถูกบังมีมือยื่นเข้ามาคว้าตัวเขาเอาไว้แล้วดึงกลับขึ้นไป

            คนที่มาช่วยไว้คือเมษาเขารู้เพียงแค่นั้นจนกระทั่งมีนาส่งเสียงโวยวายลงมา

            “เร็วเข้า! พวกมันไล่หลังมากันแล้วนะ

            เมษาตอบคำพูดนั้นกลับไป

            “นี่ก็เต็มสตรีมแล้วเนี่ย!

            อิงศรเหลือบตามองลงไปข้างล่าง มีปลาไหลฝูงใหม่กำลังว่ายตามขึ้นมา

            พวกเขามารบกวนรังของพวกมันหรือว่าแค่มาตอนเวลาอาหารกลางวันของพวกมันกันแน่ จะเพราะอย่างไหนก็ดูจะเป็นการพยายามที่มากเกินไป... ตามตื้อไม่เลิกเกินไปจนผิดวิสัยของสัตว์เทวะ

            นรินทร์ออกความคิดเห็นให้หนีโดยชี้ไปยังทิศที่เกาะซึ่งพวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไป

            “หนีไปที่เกาะกันก่อนเถอะไม่งั้นไม่จบไม่สิ้นแน่

            สำหรับตอนนี้การหนีถือว่าเลือกได้ดี การต่อสู้ใต้น้ำแบบนี้พวกเขาเสียเปรียบเกินไปทั้งอาวุธที่ถูกจำกัดและการต่อสู้ในระนาบสามมิติที่มีการโจมตีมาจากทุกทิศทางรวมทั้งข้างบนและข้างล่าง ที่นี่ไม่ใช่สนามรบของพวกเขาดังนั้นตัวเลือกหนีจึงเหมาะสมที่สุด

            อิงศรยังคงถูกเมษาประคองตัวอยู่ระหว่างนี้เองเขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมาจากที่ไหนซักแห่ง เป็นสัมผัสอันคุ้นเคยคล้ายกับเวลาที่อยู่ใกล้ก้อนอุกกาบาตที่ตกลงมาในวันสิ้นโลก ก้อนอุกกาบาตซึ่งเก็บเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์เอาไว้

            อิงศรก้มหน้าลงมองไปข้างล่างที่รู้สึกถึงสายตาแล้วก็พบจนได้...

            ก้อนอุกกบาตถูกซ่อนอยู่ใต้แนวปะการังที่พวกปลาไหลแห่กันออกมา แนวปะการังคลุมแค่ส่วนบนของก้อนอุกกาบาตเท่านั้นจึงยังพอมองเห็นส่วนที่เหลือ ผิวสะท้อนมันวาวอันเป็นเอกลักษณ์ของอุกกาบาตเหล่านั้น

 

            พวกเขาว่ายผ่านน่านน้ำที่ลึกลงไปเป็นแอ่งกระทะมาจนถึงเขตน้ำตื้นที่ใกล้กับเกาะเป้าหมายแล้วและพวกปลาไหลก็ดูเหมือนจะลามือไปแล้วด้วย คงเพราะเหตุนั้นความเร็วในการเคลื่อนพลถึงตกลง

            จนกระทั่งพวกเขาขึ้นฝั่งสำเร็จ

            ทุกคนเนื้อตัวเปรอะไปด้วยเลือดมีนากับเมษาที่เดิมผมเป็นสีแดงอยู่แล้วยิ่งแดงเข้มขึ้นไปอีก ส่วนใหญ่เป็นเลือดของสัตว์เทวะ แต่อิงศรนั้นมีเลือดตัวเองปนอยู่ด้วย

            บาดแผลที่ไหล่ยังไม่สมานกันดีนักและน้ำทะเลก็ทำให้รู้สึกแสบแผลมากกว่าปกติจนรู้สึกชาไปทั้งแขนข้างนั้น

            ไม่มีใครในกลุ่มไม่หอบหายใจจากความเหนื่อยล้าเว้นแต่โดโกบาร์ที่เดินตามขึ้นมาจากทะเลอย่างสบายๆ ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่แต่รู้สึกว่าสัตว์เทวะไม่ได้เข้าไปโจมตีโดโกบาร์เลยซักครั้งรึเปล่า หรือนั่นก็เป็นเพราะอำนาจของเครื่องทำสวนด้วย?

            "พวกปลาไหล...เมื่อกี้มันโจมตีแต่อิงศรอย่างเดียวเลยนะว่าไหม"

            นรินทร์พูดขึ้นมา จากนั้นมีนาก็พูดตอบ

            "นั่นสิคะพวกที่เราฆ่าได้ตอนแรกก็เพราะมันจะว่ายไปหาคุณอิงศรเหมือนกัน พวกที่แห่กันขึ้นมาก็เหมือนจะพยายามกีดกันไม่ให้เราตามคุณอิงศรไปมันแปลกจริงๆ นั่นแหละค่ะ"

            แล้วสายตาของทุกคนก็จ้องมาที่อิงศร

            "..."

            แต่เด็กหนุ่มเองก็ไม่รู้คำตอบที่ถูกต้องเหมือนกัน

            ตอนนั้นเองเสียงของซากิริก็ดังจากแว่นตาดำน้ำของทุกคน

            ‘กี่ยวกับเรื่องปลาไหลเมื่อกี้ฉันเองก็มีเรื่องจะถามเหมือนกันนะไอ้แสงแวบวาบ ที่เหมือนกับสกิลมหาอัสนีราโอที่ย่างปลาไหลพวกนั้นไม่สงสัยกันบ้างเหรอว่ามันมาจากไหนน่ะจำได้ว่าในข้อมูลกลุ่มของพวกเธอไม่มีคนที่เรียนสกิลนั้นได้นะ

           

            คำพูดนั้นทำให้อิงศรสะดุ้งตัวแทบลอย เขาลืมไปเลยว่ากำลังถูกจับตาดูจากบนฝั่งด้วยแต่ก็เผลอใช้พลังของเดม่อนแอพอันใหม่ไปซะแล้วแถมอีกฝ่ายยังเป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องของเกมโลกาวินาศอีกด้วยการโกหกคงจะทำได้ยาก

            แต่แล้ว...

            "เมื่อกี้เป็นสกิลของเด็กใหม่น่ะครับ"

            นรินทร์พูดพลางมองไปที่โดโกบาร์

            "เขามีอาชีพสเปลเลอร์บิลด์ไปทางผู้ใช้พลังเต๋าน่ะครับเลยอัพสกิลสายฟ้าที่เป็นของธาตุแสงเอาไว้ด้วย

            หืม? แต่มหาอัสนีราโอต้องเป็นบิลด์ควินเอสเซนท์เท่านั้นนี่

            ที่เห็นน่ะเป็นมหาอัสนีเฉยๆ ต่างหากล่ะครับแต่เพราะใช้ใต้น้ำแสงมันเลยจ้ากว่าปกติจนดูเหมือนใช้มหาอัสนีราโอ

            งั้นเหรอ...อืมก็คงเป็นอย่างที่ว่ามาล่ะมั้ง

            การโกหกของนรินทร์ได้ผลเพราะเจ้าตัวเองก็อยู่สายอาชีพสเปลเลอร์เหมือนกันจึงมีความรู้เรื่องสกิลที่อีกฝ่ายสงสัย

            นรินทร์แอบส่งยิ้มพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้เหมือนจะบอกกันว่า เดี๋ยวจัดการเอง อย่างไรอย่างนั้น

            ไม่รู้จะขอบคุณความจุ้นจ้านของเจ้าพวกนี้ดีรึเปล่าแต่มันก็ทำให้เขาไม่ต้องแพร่งพรายเรื่องพลังของอาคานาร์ออกไป

            ติดหนี้บุญคุณไปจนได้แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ยังไงเสียอิงศรก็คิดว่าตัวเองไม่ใช่ประเภทถือคติมีบุญคุณต้องทดแทนมีหนี้แค้นต้องชำระอยู่แล้ว ดังนั้นนี่ก็เป็นเพียงข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นเพื่อนกับเจ้าพวกชอบจุ้นจ้านพวกนี้

            นรินทร์ยังคงพูดคุยกับซากิริอยู่ อิงศรละความสนใจจากทางนั้นแล้วเริ่มสำรวจตัวเองบาดแผลที่ไหล่เกือบจะสมานกันดีแล้วพลังชีวิตก็ฟื้นฟูกลับมาเกือบเต็มที่เหลือก็แค่เรื่องคาใจเกี่ยวกับอุกกาบาตที่อยู่ใต้น้ำเท่านั้น

            มีนาลุกขึ้นแล้วเริ่มพูดเหมือนกับเป็นหัวหน้าซะเอง

            ถ้างั้นพวกเราก็รีบหน่อยดีกว่าค่ะเทอมินัลสำหรับวาร์ปไปดันเจี้ยนที่มีตัวดรอปไอเทมเปลี่ยนอาชีพให้ฉันก็อยู่ไม่ไกลแล้วด้วย

            เทอมินัล ที่พูดมานั้นคือสถานที่ๆ เหมือนกับแท่นบูชาหรือลานประกอบพิธีกรรมซึ่งจะมีคำสั่งให้เลือกพาไปยังสถานที่ปลายทางเป็นเทอมินัลที่อื่นๆ บนโลกหลักการคล้ายกับเครื่องย้ายมวลสารในหนังวิทยาศาสตร์

            ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของมีนาแล้วพากันลุกขึ้นเดินเรียบตามชายหาดเพื่อหาทางเข้าไปในป่ารกที่ตั้งอยู่บนเกาะที่ใจกลางของป่านั้นมีเทอมินัลตั้งอยู่....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น