Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 61 : Patch : Armageddon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    1 ม.ค. 60

            มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อนานมากแล้ว

            เนิ่นนานเกินไปเสียจนแทบจะลืมเลือนไปแล้ว

            แต่ว่าถ้อยคำของเขาคนนั้นก็ยังคงก้องอยู่ที่ไหนซักแห่งในหัวใจของผม

            ถ้าหากว่าดาบของเหล่าแอดมินิสเทรเตอร์จะสามารถมีหัวใจได้ล่ะก็มันคงจะเป็นอย่างนั้น

 

            ที่นี่คือสถานที่ซึ่งไม่มีอยู่จริง มันเต็มไปด้วยความเขียวชอุ่มของพืชพันธุ์ เป็นสวนอันสมบูรณ์แบบที่มนุษย์ในสวนแห่งที่สองอาจจะเรียกว่าสวนแห่งสวรรค์

            ผมยืนอยู่บนเนินทุ่งหญ้าอันเงียบสงบใต้เงาของต้นไม้ต้องห้ามเคียงข้างชายหนุ่มคนหนึ่ง

            ชายหนุ่มมีแววตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังและความปรารถนาซึ่งถือเป็นสิ่งต้องห้ามในสวนแห่งนี้

            ฉันอยากจะปกป้องพวกเขาทั้งหมดไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

            ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างนั้นแล้วหันมา

            เมื่อเวลานั้นมาถึงฝากนายด้วยล่ะ

            พวกเขาที่ชายหนุ่มอยากจะปกป้องก็คือลูกหลานในอนาคตที่หลังจากนี้จะต้องดำรงชีวิตอยู่ในสวนแห่งที่สองมันเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความคึกคะนองที่ได้จะได้รับผู้ศรัทธาในโชคชะตา

            มันไม่ใช่ความผิดพลาดต้องขอบคุณนายต่างหากที่ทำให้ฉันได้มองเห็นทุกอย่าง มองเห็นความเป็นจริง...มนุษย์จะถูกกอบกู้โดยมนุษย์เท่านั้น

            “…”

            งั้นไปก่อนนะ

            ชายหนุ่มกล่าวอำลาแล้วเดินออกจากร่มเงาของต้นไม้ต้องห้ามเขามุ่งหน้าไปยังที่ๆ พวกพ้องรออยู่ พวกนั้นเองก็เป็นผู้ศรัทธาแห่งโชคชะตาของผมซึ่งต้องถูกเนรเทศเพราะความผิดที่ก่อขึ้นด้วยตัวผมเอง

            ดังนั้นตัวผมจึงได้แต่กล่าวคำอำลา

            ลาก่อนอดัม

 

 Apocalypse Online Armageddon Patch



==== Armageddon Patch 4.000666====

ฉันอยากปกป้องพวกเขาทั้งหมดไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม....

Update Convenience Content

@ Demon Application System ระบบสนับสนุนด้วยพลังปีศาจ (Human Only) [ดูรายละเอียด]

@ เพิ่มอาชีพพื้นฐาน Summoner ผู้เชี่ยวชาญด้านปีศาจมีพลังในการอัญเชิญอสูรหรือทำให้สัตว์เทวะกลายเป็นDemon App ได้ (Human Only) [ดูรายละเอียด]

@ เพิ่มTechnical Job สำหรับอาชีพ Summoner (Human Only)

@ ปลดล็อกระดับเลเวลสูงสุดเป็น 99 (Human Only)

@ สามารถเปลี่ยนอาชีพพื้นฐานได้โดยซื้อไอเทม Genesis Potion มีขายใน World Shop[ดูรายละเอียด]

@ Awakening Power System

@ Megiddo Ark กำลังทำงาน

 

 

            สวนแห่งที่สองหรือที่เรียกว่า โลกได้ล่มสลายลงเพราะไวรัสที่มีชื่อว่า อมฤตมีเพียงมนุษย์ส่วนเดียวที่สามารถรองรับพลังของมันได้และวิวัฒนาการเป็นมนุษย์ในยุคสมัยแห่งการล่มสลาย

            จากนั้นเพราะโชคชะตาหรืออะไรซักอย่างที่ชักนำมนุษย์ในนั้นให้ถูกเลือกจาก ฟันเฟืองมันคือพลังที่มีไว้เพื่อตัดสินหนทางที่โลกใบนี้จะดำเนินไป

            นี่คือสิ่งที่กระจ่างชัดในตอนนี้ล่ะ เหล่ามนุษย์ผู้ถูกบทละครแห่งโชคชะตาดึงดูดมา

            ผู้ถูกลืมเลือนพูด เขานั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมในห้องพุพังที่มีชื่อว่า รูนรูม

            เขาพูดคนเดียวเพียงลำพังในห้องที่ไม่มีใครคนอื่นอยู่ดังนั้นแขกของรูนรูมในวันนี้จึงน่าจะเป็นพวกท่าน

            และอีกเรื่องที่เป็นที่กระจ่าง...ผมคือซีลอร์ด ผู้ถูกลืมเลือนที่คอยเฝ้าจับตาดูมนุษย์เหล่าอดีตผู้ศรัทธาในอาคานาร์ของผมและใจของผมก็เอนเอียงเข้าหามนุษย์แต่อย่าได้เข้าใจผิดไปผมยังคงตั้งตัวเป็นกลางไม่ได้เข้าข้างพวกเธออย่างเต็มที่หรอกนะก็จนกว่าความตั้งใจที่แท้จริงจะแสดงออกมาอย่างชัดเจนจนกว่าจะถึงตอนนั้นอิงศรจะเลือกทางไหนกันนะใจผมมันเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ว่าโลกอาจจะดำเนินไปในทางที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ได้

            เด็กหนุ่มรำพึงกับตัวเองอย่างปลื้มปลิ่มแต่กลับตีหน้าเศร้าแหงนมองท้องฟ้าอันมืดมิดของรูนรูม

            เหงาจัง...ไปหากาแฟกินดีกว่า

            เขาพูดเสียงเปลี้ยก่อนจะหายตัวไปจากรูนรูม...

 

            ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนขึ้นไปยังจุดสูงที่สุดของวัน

            ในเขตหนึ่งของเมืองหลวงแห่งสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงแห่งเดียวภายใต้การปกครองขององค์กรเมตไตรยเป็นอำเภอเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลซึ่งถูกล้อมกำแพงขนาดใหญ่กั้นเอาไว้กำแพงนี้โอบล้อมตัวเมืองหลวงไปจนถึงภูเขาด้านหลังทั้งหมดถือเป็นปราการสุดท้ายของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

            และภายใต้การป้องกันอันหนาแน่นเหล่านั้นก็ถูกมองข้ามจากตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์แต่กลับมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์เป็นอย่างมากไปโดยง่าย

            ร้านกาแฟ Eclipse สาขาใหม่

            เสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้น แล้วซีลอร์ดก็เดิน... หรือให้ถูกคือลอยตัวเหนือพื้นไม่กี่เซนติเมตรเข้ามาในร้านที่ไม่ค่อยจะมีลูกค้าในช่วงเวลานี้นัก

            เด็กหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเคาเตอร์ที่ด้านหลังนั้นมีชายหนุ่มผิวดำผมหยิกยาวผู้เป็นเจ้าของร้านเดินออกจากห้องครัวมาต้อนรับลูกค้าผู้แปลกประหลาด

            โอ๊ะ คุณลูกค้าที่เคยเจอตอนอยู่ที่กรุงเทพนี่คราวนี้ก็จะรับเหมือนเดิมหรือครับ

            เจ้าของร้านพูดเหมือนจำหน้าเขาได้ซึ่งเหตุผลก็มาจากครั้งหนึ่งซีลอร์ดเคยซื้อกาแฟจากร้านนี้มาหนหนึ่งแล้วนั่นเอง

            ซีลอร์ดพูด

            ไม่ดีกว่าคราวก่อนมันขมไปน่ะ

            ถ้างั้นเอาเมนูแนะนำของช่วงนี้ไหมครับ

            เมนูแนะนำเหรอ

            แววตาของซีลอร์ดเป็นประกายยามที่ได้ยินว่าเมนูแนะนำ มันต้องเป็นอะไรที่พิเศษมากแน่ๆ เขาคิดอย่างนั้นแล้วตัดสินใจสั่งในทันที

            ถ้างั้นขอเมนูนั้นให้ผมด้วย

            รับทราบครับ

            เจ้าของร้ายยิ้มให้อย่างเป็นมิตรแล้วหันกลับเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมเมนู

            ครู่ต่อมาเขากลับมาพร้อมกับแก้วกาแฟใส่เครื่องดื่มสีขาวที่น่าจะเป็นนมสดและเสิร์ฟลงตรงหน้าซีลอร์ดก่อนจะเริ่มสาธยายคุณสมบัติของเมนูแนะนำอันนี้

            นี่คือ อีคริปส์เบรนด์อีลิกซ์เซอร์มัคคิอาโต้ (Eclipse Blend Elixir Macchiatos) โดยจะใส่นมไว้ข้างบนกาแฟครึ่งแก้วให้ดื่มโดยที่ไม่ต้องคนรสชาติของกาแฟกับนมจะค่อยๆ ผสมกันตอนที่ไหลเข้าสู่ปากเองทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ดื่มเหมาะสำหรับคนที่ไม่ทานกาแฟที่มีรสขมเกินไปเพราะมันจะค่อยๆ ขมจนไม่รู้สึกว่าขมนั่นเองครับแถมดื่มแล้วยังสดชื่นเหมือนได้ดื่มน้ำอมฤตเลยทีเดียว

            ซีลอร์ดฟังการอธิบายที่ยืดยาวนั่นโดยไม่เข้าไปแย้งกลับกันยังพลอยตามน้ำไปกับคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างว่าง่าย

            เห~ มนุษย์สามรถทำน้ำอมฤตได้ด้วยหรือเนี่ยหรือว่ากาแฟก็คือน้ำอมฤตของมนุษย์กันแน่นะ

            แต่เจ้าของร้านก็หัวเราะแล้วดับความหวังอันไร้สาระของเขาด้วยคำพูด

            ไม่มีทางแหงอยู่แล้วครับ แค่เปรียบเปรยน่ะแค่เปรียบเปรย ถึงจะรู้สึกสดชื่นยังไงก็ไม่มีทางวิเศษได้เท่าน้ำอมฤตของจริงอยู่แล้วครับนี่เป็นแค่ไอเดียที่จะให้นมเป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์และกาแฟเป็นตัวแทนพระจันทร์ตอนที่รสชาติของทั้งสองมารวมกันก็จะกำเนิดเป็นคลาสราหูเหมือนชื่อร้านน่ะครับ

            หลังจากพูดฟุ่มเฟือยไปได้พักหนึ่งเจ้าของร้านก็เอื้อมมือไปหยิบเอาซองที่ทำจากกระดาษฟลอยสีเงินส่งให้ซีลอร์ด

            แล้วก็นี่สำหรับท่านที่สั่งเมนูแนะนำเราแถมการ์ดทำนายดวงให้เอาไปดูเล่นด้วยครับถ้ายังไงผมขอตัวก่อนเชิญคุณลูกค้าดื่มดำกับรสกาแฟก่อนที่มันจะเย็นดีกว่าครับ

            เขาพูดพร้อมกับวางซองสีเงินลงบนเคาเตอร์แล้วเดินหายกลับเข้าไปในห้องครัวข้างหลังร้าน

            ซีลอร์ดไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคำพูดพวกนั้นนักเขาเองก็พอเข้าใจเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อตามหลักสามัญสำนึกของมนุษย์เมืองในยุคปัจจุบันเป็นอย่างดี เขาจับหูแก้วแล้วยกมันขึ้นดื่ม

            รสชาติของนมกับกาแฟค่อยๆ ไหลมารวมกันตามที่ว่าแต่กลับไม่รู้สึกว่ามันจะเป็นรสชาติที่อร่อยได้เลยจนกระทั่งกาแฟถูกดื่มหมดก็ยังไม่รู้สึกวิเศษวิโสอะไรอย่างที่คุยไว้ซักนิด

            ซีลอร์ดทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยก่อนจะหยิบซองที่ใส่การ์ดทำนายดวงขึ้นมาดู เขาพลิกมันกลับไปมาอยู่สองถึงสามครั้งก่อนจะเข้าใจได้ว่าต้องฉีกซองออก แล้วเขาก็ฉีกซองออกหยิบการ์ดที่อยู่ข้างในออกมา

            มันเป็นอาคานาร์การ์ด...

            แต่เป็นของปลอม... ถึงจะมีลวดลายคล้ายกับของจริงอยู่บ้างแต่ของที่อยู่ในมือเป็นเพียงกระดาษแข็งธรรมดาๆ รูปบนการ์ดเป็น ชายที่แต่งตัวเหมือนกับนักเดินทางแบกไม้ที่เกี่ยวห่อผ้าไว้และมีสุนัขคอยเดินตามหลังอยู่บนหน้าผา

            ซีลอร์ดจ้องมองอาคานาร์ปลอมที่ได้รับแล้วเริ่มอ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนการ์ดซึ่งเป็นรายละเอียดของการทำนาย

            เดอะฟูล อิสระเป็นของเจ้าจงเลือกเส้นทางที่เจ้าปรารถนา

            ไม่เข้าใจ... คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะเรื่องของอาคานาร์ที่เป็นของจริงเขารู้ซึ้งถึงความหมายทั้งหมดของไพ่แต่ละใบแต่กลับไม่เข้าใจสิ่งที่เขียนอยู่บนการ์ดใบนี้ได้อย่างไร

            มันไม่ใช่ว่าของปลอมเขียนไม่ตรงกับของจริงแต่มันทั้งคู่เขียนได้ใกล้เคียงกันตามแบบที่มนุษย์ส่วนใหญ่ตีความไว้อยู่แล้วแต่ความไม่เข้าใจที่ก่อตัวขึ้นคือความรู้สึกที่ว่าทำไมเขาถึงได้รับอาคานาร์ใบนี้ต่างหาก

            อย่างไรก็ตามซีลอร์ดก็สามารถยับยั้งใจไม่ให้เตลิดไปไกลกว่านี้ได้และเริ่มคิดว่าคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่อาคานาร์ซึ่งมนุษย์เอามาใช้ในเกมทำนายเล่นๆ ดันให้ผลลัพธ์ในทางที่เขากำลังหนักใจเป็นที่สุดมาก็เท่านั้นเองใช่... เขากำลังกังวลที่ไม่ได้เลือกข้างให้ชัดเจนว่าจะอยู่ฝั่งมนุษย์หรือทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

            เขาเลือกไม่ได้ แล้วก็คิดว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกด้วย เรื่องพวกนั้นควรเป็นหน้าที่ของเหล่าแอดมินิสเทรเตอร์แห่งอาคาชิกเรคคอร์ดอย่าง โซลาริส หรือ ลูนาริส แต่ทั้งที่ตัวเขาเองคิดแบบนั้นกลับเข้าหาอิงศรมันเพราะอะไรกันนะ?

            ในตอนนั้นเองก็มีเมล์ส่งมาถึง

            อิงศรเหรอ

            เขาพึมพำโดยยังไม่ทันอ่านชื่อของผู้ส่งก็เปิดเมล์ขึ้นมาเลยเพราะอย่างไรซะคนที่ส่งมาหาเขาได้ก็มีแค่อิงศรคนเดียวที่เขาอนุญาต ข้อความบนเมล์เขียนเอาไว้แบบนี้

 

            TRAITOR, JOIN ME.

 

            เป็นเพียงประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ ที่เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

            นี่มัน...

            ซีลอร์ดเคลื่อนสายตาไปยังชื่อผู้ส่งในทันทีแต่ทว่ามันกลับเขียนไว้แบบนี้ ไม่ระบุผู้ส่ง

            ทำไม... คือคำแรกที่แวบขึ้นมาในสมอง

            ฝีมือใคร... คือคำต่อมาแล้วเด็กหนุ่มก็เริ่มครุ่นคิดว่าใครจะเป็นเจ้าของเมล์ฉบับนี้ จะบอกว่าอิงศรส่งมาแกล้งกันนั่นไม่น่าจะเป็นไปได้จากนิสัยของคนๆ นั้นไม่มีทางจะล้อเล่นกันแบบนี้แน่แล้วอีกอย่างถ้าเป็นอิงศรจริงก็ไม่มีทางปกปิดชื่อของผู้ส่งได้ดังนั้นเมล์ฉบับนี้จะต้องเป็นของใครซักคนที่น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับเขา

            หรือจะเป็นของโดโกบาร์...

            เขานึกถึงเหล่าสิบสองเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ที่ตอนนี้น่าจะอยู่ในสภาพหลับใหลบนสวนแห่งที่สองนี้แต่ก็มีหนึ่งในนั้นตื่นขึ้นมานั่นคือโดโกบาร์ผู้พิสูจน์แห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

            ไม่มีทางซะล่ะ

            ทว่าซีลอร์ดก็ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเนื้อความในเมล์มีความหมายที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นฝีมือของคนที่รักความถูกต้องอย่างโดโกบาร์ที่เขารู้จัก

            ถ้าอย่างนั้นจะบอกว่ายังมีคนอื่นในสิบสองเครื่องทำสวนที่ตื่นขึ้นมาแล้วเหมือนกับโดโกบาร์อยู่อีกด้วยหรือ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น