Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 54 : Login 52: ช่วงเวลาแห่ง Eden Fall

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 814
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    23 พ.ย. 59

Login 52: ช่วงเวลาแห่ง Eden Fall

 

            มิ่งขวัญถูกซ้อมจนหมดสภาพใบหน้าข้างซ้ายปูดบวมเล็กน้อย มีคราบเลือดกลบที่ริมฝีปาก จากนั้นก็ถูกลิเธียมจับทิ้งลงบนพื้น

            สถานที่คือห้องวิจัยของรูบิเดียม

            “มิ่งขวัญ

            รูบิเดียมเรียก

            มิ่งขวัญพยายามแหงนหน้าที่ฟุบกับพื้นมองขึ้นไปและพบว่าราชครูสาวผู้มีผมสีทองยาวสลวยกับสวมแว่นกันแดดกรอบหนาสีดำยืนอยู่ตรงนั้น

            “หยุดอาละวาดซักทีสินะ

            หล่อนก้มตัวลงสวมปลอกคอติดระเบิดอันใหม่ให้ที่คอ มันจะทำงานทันทีที่คิดหนี เท่านี้เขาก็กลับมาเป็นสัตว์เลี้ยงของเธออีกครั้ง

            มิ่งขวัญเบิกตาที่ถูกซัดจนปูดบวมเพื่อให้มองหน้าของรูบิเดียมได้ชัดๆ จากนั้นก็นึกขึ้นได้

            นึกถึงอิงศรที่ถูกฆ่าตายต่อหน้าแล้วความโกรธก็พุ่งพล่านรู้สึกเหมือนร่างกายจะลุกเป็นไฟได้ เด็กหนุ่มขบกรามเสียงดังกรอด

            รูบิเดียมที่เห็นใบหน้าเคียดแค้นเข้าก็ปรายยิ้มออก จากนั้นหล่อนก็ลุกขึ้น

            “โกรธอยู่เหรอ

            แล้วพูดอย่างนั้น

            “ช่าย~ โกรธจังเลยล่ะพี่ชายผมถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาเลยนะแงๆๆ

            น้ำเสียงสนุกสนานดังมาจากทางด้านหลังของมิ่งขวัญแต่ถึงไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ได้ว่านั่นคือ ราชครูลำดับที่สี่โพแทสเซียมอย่างไม่ต้องสงสัย

            “พูดด้วยนะว่าผมไม่มีเหตุผลจะต้องอยู่อีกต่อไปแล้วขอตายซะดีกว่า

            โพแทสเซียมยังคงพูดต่อไปอย่างนึกสนุกซึ่งมันก็เป็นไปตามที่ว่ามาจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ยืดยาวขนาดนั้น

            ”ห้ามแทบแย่แน่ะถึงกับต้องให้ซุงลี่ลงไม้ลงมือเลยเพราะงั้นก็ควรจะเล่าให้พวกเราฟังได้แล้วนะว่าตกลงแล้วเบื้องบนน่ะเขาคิดจะทำอะไรกันแน่

            รูบิเดียมหรี่ตามองโพแทสเซียมซึ่งทำท่ากระตือรือร้นขึ้นมา

            “แกน่ะเป็นคนยุให้เจ้าโซเดียมมันทำลายห้องเครื่องจนไฟดับเพราะแบบนั้นมิ่งขวัญถึงหนีไปไม่ใช่รึไง

            “เย้ย~~ รู้ได้งายอ่ะ

            โพแทสเซียมร้องพร้อมกับก้าวถอยหลังไปสองก้าว

            “ไปค้นมาหมดแล้วล่ะย่ะรวมถึงเรื่องที่ยัยนั่นเคยฆ่าอิงศรตายไปครั้งหนึ่งตอนที่ไปจัดการกับเศษซากเมอร์คาบาห์ที่สถานวิจัยของอารย-สนธยาด้วย

            “กึ๋ย แต่ว่านะผมแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง ถ้าไฟดับล่ะก็คงแย่เลยเนอะ ถ้าซุงมิ่งหนีไปได้ล่ะก็จะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่เลยเนอะ อะไรแบบเนี้ยแค่พูดไปเรื่อยเท่านั้นเอ...

            ไม่ทันขาดคำลูกเตะของรูบิเดียมก็หวดเข้ามาสะบั้นคำแก้ตัวของโพแทสเซียมจนต้องเอนหลังแทบหงายท้องเพื่อหลบแต่ก็ยังเฉี่ยวถูกปลายผมจนขาดร่วงไปเล็กน้อย เป็นลูกเตะที่คมถึงขนาดนั้น

            “อย่ามาเล่นลิ้นนะจะฆ่าคนอย่างแกให้ตายน่ะไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับฉันเลยด้วยซ้ำ

            คำขู่ของรูบิเดียมเป็นความจริงหล่อนมีพลังในระดับที่ถึงจะห่างกันแค่ขั้นเดียวระหว่างราชครูลำดับที่ 3 กับ 4 แต่ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ระยะของความแตกต่างที่ว่าก็จะมีมากตามไปด้วย ดังนั้นโพแทสเซียมที่ยังยิ้มหน้าแป้นได้กระทั่งตอนนี้ก็จะถูกเธอขยี้ทิ้งอย่างง่ายดาย

            “แต่ก็ไม่ทำใช่ไหมล่ะ ไม่สิทำไม่ได้ต่างหากเพราะถ้าขืนฆ่าพวกผมซะที่นี่ตอนนี้มีหวังความแตกรู้ไปถึงเบื้องบนแหงแซะ

            โพแทสเซียมกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ

            แววตาใต้กรอบแว่นของรูบิเดียมฉายแววแห่งความลังเลอยู่ จากนั้นหล่อนก็มองลงไปที่มิ่งขวัญ ก่อนจะถอนหายใจ

            “ถือซะว่าให้นายรับรู้ไว้คงจะดีกว่าล่ะมั้งมิ่งขวัญจะได้เข้าใจด้วยว่าอย่าหนีไปจากฉันอีก

            รูบิเดียมกล่าวแล้วเรียกหน้าจอคลัง หยิบขวดบรรจุสารรักษาออกมาขวดหนึ่งก่อนจะก้มลงป้อมให้มิ่งขวัญกับปาก อึดใจต่อมาพลังชีวิตก็ฟื้นฟูจนเต็ม บาดแผลก็ถูกเยียวยาจนหายเป็นปลิดทิ้ง

 

มิ่งขวัญ Lv. 90

[/////16000:16000/////]

 

            “เอ้า ลุกสิมิ่งขวัญ

            รูบิเดียมพูด

            ชั่งใจอยู่พักหนึ่งมิ่งขวัญก็ตัดสินใจลุกตามที่สั่งและในทันทีที่ลุกขึ้นยืน...

            สวบ!

            มือของรูบิเดียมก็แทงทะลุอกซ้ายเข้ามาก่อนจะกระฉากออก รู้สึกเหมือนถูกดึงอะไรบางอย่างข้างในร่างกายออกไปด้วย พอมองดูดีๆ แล้วก้อนเนื้อสีแดงที่อาบชุ่มไปด้วยเลือดซึ่งอยู่ในมือเธอก็คือหัวใจของเขานั่นเอง

 

มิ่งขวัญ Lv. 90

[.....0:16000.....]

 

            พลังชีวิตลดเป็นศูนย์ในพริบตา มิ่งขวัญล้มหงายลงไปทั้งท่ายืน

            หายใจไม่ออก

            รู้สึกทรมาน

            รับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังจะตาย

            แต่ทว่า...

            “เอ้าลุกขึ้นมาสิมิ่งขวัญอย่าทำสำออยเลยความเจ็บปวดแค่นั้นถ้าเป็นลูกผู้ชายคงยืนไหวอยู่แล้วใช่ไหม

            รูบิเดียมกลับพูดแบบนั้นทั้งที่ควักหัวใจไป ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่อาจทำให้ตายได้ จะว่าหล่อนไม่รู้เรื่องสำคัญนี้ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ดังนั้น...

            มิ่งขวัญจึงพยายามลุก

            พยายามเป็นอย่างมากจนกระทั่งอาเจียนเป็นเลือด ทรมานอย่างแสนสาหัสราวกับกำลังปีนยอดเขาที่สูงจนอากาศเบาบางจนหายใจไม่ออก แต่เด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นมาได้ทั้งที่พลังชีวิตเป็นศูนย์

            เขาไม่ตาย...

            รูบิเดียมยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า

            ”ทั้งนายทั้งอิงศรจะไม่มีวันจะได้ตายอย่างคนธรรมดาๆ อยู่แล้วเพราะฟันเฟืองอันน่ารังเกียจนั่นจะพยายามยื้อชีวิตของพวกนายเอาไว้อย่างเต็มที่

            “นี่..นี่มัน...อุ่ก...

            มิ่งขวัญสำรอก มีเลือดปนออกมากับอาเจียนจากนั้นก็เริ่มรู้สึกคันที่บริเวณหลัง

            รู้สึกคันเป็นอย่างมาก แล้วจากความคันก็กลายเป็นความเจ็บปวด

            “อุ่ก...อ๊ากก!!

            มิ่งขวัญกรีดร้อง อะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวขยุกขยิกอยู่ใต้ผิวหนังตรงบริเวณกระดูกสันหลัง จากนั้นเนื้อในบริเวณที่ว่าก็เริ่มปูดตัวไม่หยุดจนกระทั่งแหวกเนื้อและฉีกเสื้อผ้าออกมา

            “อ๊ากกกก!!!!

            นอกจากเสียงกรีดร้องก็มีเสียง เอี้ยดอ้าดเหมือนฟันเฟืองกำลังหมุนดังปนกันมาด้วย

            มิ่งขวัญพยายามหุบปากตัวเอง ทนกัดฟันสู้กับความเจ็บปวดทรมานเพื่อหันกลับไปมองข้างหลังและพบว่ามีฟันเฟืองสีขาวซีดเหมือนกระดูกงอกออกมา

            ฟันเฟืองกำลังหมุนไปอย่างเชื่องช้า

            สายตาของราชครูทั้งสามจับจ้องอยู่ที่เฟืองบนหลังของมิ่งขวัญ

            แล้วลิเธียมก็โพล่งออกมาเบาๆ

            “เฟืองนั่น...เหมือนกับตอนนั้นเลย

            เขายังคงจำเหตุการณ์ก่อนที่สัตว์ประหลาดยักษ์ซึ่งออกมาจากอุกกาบาตจะอาละวาดได้เป็นอย่างดีและตอนนั้นบนหลังของอิงศรก็ปรากฏฟันเฟืองขึ้นมาแบบนี้ด้วย

            “เอิ่ม จะช่วยอธิบายให้ได้ไหมเนี่ยซุงลี่

            โพแทสเซียมยิ้มพลางหรี่ตาที่หยีกันอยู่แล้วให้แคบลงไปอีก พลางจ้องมองเฟืองบนหลังของมิ่งขวัญไม่วางตา

            แล้วก็ทุบมือตัวเองเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

            “จริงด้วยสิตอนที่ไปรับตัวซุงมิ่งเมื่อสามปีก่อนก็มีโผล่ออกมาด้วยนี่นะเจ้าเฟืองสีขาวนี่น่ะจำไม่ผิดเป็นตอนที่ซุงรูรู่เปิดเผยตัวต่อหน้าซุงมิ่งเขาสินะ แต่เจ้าเฟืองนี่ดูเหมือนจะใหญ่กว่าตอนนั้นเยอะเลยน้า~”

            มิ่งขวัญหันกลับมาจ้องหน้ารูบิเดียมพลางส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

            ฟันเฟืองนี่คืออะไร

            ทำไมพลังชีวิตหมดแล้วถึงยังไม่ตายอีก

            ทำไมเขาถึงเป็นแบบเดียวกับอิงศรผู้เป็นพี่ชายด้วย

            แล้วรูบิเดียมก็เริ่มตอบคำถามทั้งหมดนั่นโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากถาม

            “ยังจำรายละเอียดการอัพเดทของเกมครั้งล่าสุดได้รึเปล่า เครื่องทำสวนทั้งสิบสองรอเวลาที่จะถอนรากวัชพืชอยู่แต่ก็ถูกซาตานขโมยฟันเฟืองอันแสนสำคัญไป นายกับอิงศรน่ะถูกเลือกโดยฟันเฟืองที่ใช้ควบคุมเครื่องมือสำหรับจัดการสวนศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาแต่ถึงจะบอกว่าถูกเลือกความจริงแล้วพวกนายสองคนก็แค่ไปอยู่ในสถานที่ที่เฟืองตกลงไปเท่านั้นแหละนะจะเรียกว่าบังเอิญก็ได้ ส่วนเวลาก็ตอนที่เกิด อีเด็นฟอล’ ”

            จากนั้นรูบิเดียมก็เดินไปที่คอมพิวเตอร์แล้วเปิดคลิปวิดีโอให้ดู ภาพในวิดีโอคือวันนั้น

            วันแรกที่โลกล่มสลาย สัตว์เทวะขนาดยักษ์ที่บุกโจมตีเมืองหลังจากอุกกาบาตตกลงมา สัตว์เทวะรูปร่างคล้ายมังกรมีเจ็ดหัวกับสิบเขา ในเวลานั้นเขากับอิงศรน่าจะยืนอยู่ในชั้นสองของห้างสรรพสินค้าแถวนั้น

            รูบิเดียมเริ่มพูด

            “ ’อีเด็นฟอลก็คือการร่วงหล่นของสวนศักดิ์สิทธิ์ ดาวแม่ที่พวกเราจากมาคือสวนแห่งแรกซึ่งถูกเรียกว่า อีเด็นและสวนแห่งที่สองก็คือดาวโลกที่พวกนายอาศัยอยู่ พระเจ้าได้ตัดสินใจทอดทิ้งพวกเราแล้วส่งเครื่องทำสวนทั้งสิบสองลงมาเก็บกวาดสวนแห่งแรกแต่พวกเราก็หนีออกมาก่อนจะเป็นแบบนั้นแล้วมุ่งหน้ามาที่โลกนี้

            ถึงตรงนี้เองวิดีโอก็ฉายไปที่ชื่อของสัตว์เทวะตัวนั้น

 

Satan Lv. 666

[/////???:???/////]

 

            เมื่อมาถึงตรงนี้มิ่งขวัญก็เริ่มจะเข้าใจแล้วเพราะข้อความที่เขียนเหมือนกับเป็นคำทำนายซึ่งอยู่ในแพทซ์อัพเดทของเกมก็แทบจะตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            รูบิเดียมพูด...

            “อย่างที่เห็นนั่นคือซาตานที่ขโมยเฟืองไปพวกเราก็เลยไปเอามา แต่เฟืองกลับตกไปที่พวกนายพี่น้องแทนเพราะงั้นฉันถึงต้องไปพาพวกนายมายังไงล่ะ

            มิ่งขวัญที่ได้ยินเรื่องนั้นก็นึกออกทันที

            นึกออกถึงตอนที่ซาตานถูกโค่น ตอนนั้นกระจกหน้าต่างบานที่พวกเขาพี่น้องยืนดูกันอยู่ได้แตกออกแล้วก็รู้สึกเหมือนจะถูกเศษกระจกบาดใส่หลังแต่กลับไม่มีร่องรอย บางทีคงเป็นตอนนั้นที่ฟันเฟืองแทรกตัวเข้าไปในร่างกายของพวกเขา

            “เพราะงั้นก็เลยฆ่าฟู ฆ่ามิกซ์ ฆ่าพลอย แล้วก็ฆ่าทุกๆ คนเพื่อจะพาตัวพวกเราที่มีไอ้เฟืองบ้านี่มาอย่างนั้นน่ะเหรอ

            มิ่งขวัญตะหวาด ความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นอีก เพราะเหตุผลที่เห็นแก่ได้ของพวกมนุษย์ต่างดาวพวกพ้องที่เป็นเหมือนครอบครัวถึงกับต้องถูกฆ่า

            แต่รูบิเดียมก็แย้งคำกล่าวหานั้น

            “ครึ่งหนึ่งแหละนะ แต่อีกครึ่งที่เหลือก็เป็นเหตุผลที่จะต้องเก็บกวาด เพราะว่าเด็กพวกนั้นเป็นเศษซากของเมอร์คาบาห์น่ะ

            มิ่งขวัญเลิกคิ้วขึ้น

            “เมอร์คาบาห์? อะไรกันน่ะนั่น

            “ก็สาเหตุที่ทำให้เกิดการร่วงหล่นของสวนศักดิ์สิทธิ์น่ะสิ เพราะชาวโลกไปแตะต้องเรื่องที่ไม่ควรยุ่งเข้าทำให้แม้แต่สวนแห่งนี้เองก็พลอยต้องพินาศ ถึงต้องสร้าง เธียเตอร์ขึ้นมาควบคุมความประพฤติชาวโลกให้แสดงละครต่อว่าพวกเขายังไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจที่จะก้าวเดินต่อไปเพราะถ้าเป็นแบบนั้นเมื่อไหร่ดาวดวงนี้ก็จะพบกับจุดจบทันที

            “แล้วไอ้ความตั้งใจนี่มันเรื่องอะไรกัน

            “ก็เพราะชาวโลกคิดจะหยุดก้าวเดินถึงได้สร้างเมอร์คาบาห์ขึ้นมาไงเล่า

            “…”

            มิ่งขวัญเงียบไปพักหนึ่งเพราะต้องทำความเข้าใจสิ่งที่รับฟังมา แต่เนื้อหามันเหลือจะกล่าวเต็มที เรื่องที่พูดกันอยู่นี่เหมือนเป็นนิทานปรัมปรามากกว่าจะเป็นความจริง

            ในตอนนั้นเองโพแทสเซียมก็...

            “เอ้อ เรื่องดาวแม่เราแตกจนต้องย้ายมาที่นี่เนี่ยมันของรู้กันอยู่แล้วอ่ะนะแต่ที่อยากฟังมากกว่าก็คือทำไมถึงได้รวบรวมพวกซุงมิ่งที่มีฟันเฟืองมาต่างหาก

            พูดแทรกเข้ามาตัดบทสนทนา

            รูบิเดียมตอบคำถามนั้นอย่างง่ายดาย

            “ก็เพื่อกอบกู้ดาวโลกแห่งนี้ยังไงล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น