Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 42 : Login 40: ไฟฟ้าสถิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    14 ธ.ค. 59

Login 40: ไฟฟ้าสถิต

 

            "ในที่สุดก็ได้ส่งไปซักทีเจ้าเมล์ฉบับยุ่งยากนั่นรู้ไหมว่าการบอกชะตากรรมล่วงหน้าของคนผู้นั้นเองตรงๆ มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายเกินจะกระทำได้... แล้วผมก็เกือบจะทำเรื่องนั้นลงไปเสียแล้วตอนที่มนุษย์ผู้ถูกฟันเฟืองเลือกมาที่ห้องนี้เมื่อครั้งที่ผ่านมา ตอนนี้ได้แต่หวังให้สิงห์ตอบรับเมล์ฉบับนั้นอย่างที่ผมกำลังคิดก็แล้วกัน"

            คำพูดดังก้องท่ามกลางห้องเก่าโทรมที่ไร้วี่แววของผู้คน

            ทิวทัศน์ยามค่ำคืน

            ท้องฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาแต่เส้นขอบฟ้ากลับเป็นสีดำสนิท

            ที่ปลายทางขอบฟ้านั้นคือความว่างเปล่า ความไร้ซึ่งตัวตน เรียกได้ว่าเป็น 'อนัตตา' ที่สมบูรณ์แบบ

            ผู้ถูกลืมเลือนปรากฏตัวขึ้น...บนท้องฟ้า

            เขากำลังลอยอยู่เหนือพื้นโดยที่ไม่ต้องมีเครื่องช่วยหรืออะไรทั้งนั้น

            แววตาคมกริบเหม่อมองความว่างเปล่าที่ถูกเรียกว่า 'อนัตตาอันสมบูรณ์แบบ'

            พื้นที่ของโลกอันทรุดโทรมนี้กำลังค่อยๆ แผ่ขยายออกไปทีละเล็กทีละน้อย

            ราวกับกำลังกลืนกินอะไรบางอย่าง

            "รากของอาคาชิกเรคคอร์ดนับวันมีแต่จะขยายใหญ่การกำจัดข้อมูลที่ไม่ได้ใช้เพื่อทวงคืนพื้นที่เก็บรักษายังคงดำเนินต่อไป...ต่อไป.."

            ผู้ถูกลืมเลือนปิดตาลง

            "โหมโรงก่อนฉากสุดท้ายเพิ่งจะจบลงไปม่านได้เปิดขึ้นแล้วเธอคงจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วสินะมนุษย์ผู้ถูกฟันเฟืองเลือก"

            จากนั้นผู้ถูกลืมเลือนก็เบิกตาแล้วหันเหมันมายังความว่างเปล่า

            "เหล่ามนุษย์ผู้ถูกบทละครแห่งโชคชะตาเลือกมาเอ๋ยโลกกำลังจะจบสิ้นถ้ายังไม่แสดงความตั้งใจที่จะก้าวต่อไปออกมาล่ะก็..."

            ตอนนั้นเองที่หมอกเริ่มตกลงมา

            หมอกปกคลุมทุกสิ่ง

            ทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลนเพราะหมอก

            แล้วผู้ถูกลืมเลือนก็หายไปจากรูนรูม

 

 

 

            ประตูทิศใต้

            ตอนที่พวกอิงศรมาถึงการต่อสู้ก็เกิดขึ้นไปนานแล้ว

            พื้นที่ต่อสู้ของประตูทิศใต้คือถนนสี่แยกที่ห่างจากประตูมหาลัยไปราวหนึ่งร้อยเมตร

            บริเวณตั้งแต่เกาะกลางสี่แยกไปนั้นเป็นจุดที่สัตว์เทวะรูปแบบเสือขาวร่างกายหุ้มด้วยเกราะเหล็กโทนสีเงินแซมด้วยสีทองเป็นบางจุดยืนเผชิญหน้ากับเหล่าทหารของเมตไตรย

            ขนาดตัวของเสือใหญ่กว่าพื้นที่เกาะกลางทำให้มีแค่เท้าหน้าข้างซ้ายที่เหยียบลงไปแล้วเกาะกลางก็บี้แบนป่นปี้ไปหมด

 

Heraldic Beast Deity: Albino Claw Lv. 50

[////.24008:55000.....]

 

            ในตอนที่กองกำลังของประตูทิศตะวันออกที่อิงศรกับพรรคพวกติดตามมาด้วยเคลื่อนย้ายมาถึงประตูทิศนี้แถบพลังชีวิตของเสือก็ลดลงไปเกินครึ่งแล้ว

            พอกวาดตามองดูกลุ่มของทหารที่ป้องกันประตูทิศนี้จึงได้เข้าใจว่าทำไมเสือถึงได้มีสภาพเหมือนถูกไล่ต้อนทั้งที่ตอนพวกเขาสู้กับมังกรยังลำบากกันขนาดนั้น

            นั่นเพราะว่าระดับเลเวลของทหารที่กำลังต่อสู้คุ้มกันประตูทิศใต้นั้นมีเกินห้าสิบขึ้นไปทุกคน แถมยังเป็นคนที่อยู่มานานแทบไม่มีเด็กใหม่จากชั้นเรียนทหารปะปนอยู่เลย

            ถึงจะมีกันแค่สี่สิบห้าคนตามที่รู้มาจากรายงานแผนต่อสู้ แต่ทุกคนที่นี่คงเป็นนักสู้ที่มากด้วยประสบการณ์และความเก๋าเกมกว่ากองร้อยจู่โจมประตูทิศเหนือที่เต็มไปด้วยเด็กหน้าใหม่จากห้องคิงและพวกเด็กมีแววทั้งหลายซึ่งยังขาดประสบการณ์แถมยังมีเลเวลคละกันไปตั้งแต่สี่สิบถึงหกสิบ

            อย่างไรก็ตามถึงสภาพจะดูเหมือนกำลังเป็นต่ออยู่แต่ทุกคนกลับมีท่าทีเหน็ดเหนื่อยและยังเต็มไปด้วยคนบาดเจ็บเล็กน้อยอีกมากมายที่ยังคงจับอาวุธต่อสู้โดยไม่ถอยหนีไหนยังจำนวนของคนก็ไม่ตรงตามที่รู้มา เท่าที่มองเห็นน่าจะมีกันประมาณสิบห้าถึงสิบหกคนเท่านั้นทำให้กลุ่มดูบางตาไปเลยเมื่อเทียบกับกองร้อยจู่โจมที่กำลังจะตามไปสมทบ

            "ท่าทางเจอมาหนักอยู่เหมือนกันนะเนี่ย"

            อิงศรพึมพำขณะที่วิ่งอยู่ท่ามกลางทหารกองร้อยจู่โจมโดยมีพวกพ้องห้อมล้อม

            แล้วนรินทร์ที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าก็ลดฝีเท้าลงเพื่อให้มาวิ่งเคียงกัน

            "อีกสองร้อยเมตรจะถึงเป้าหมายแล้วเอาไงต่อ"

            "เราจะตั้งกระบวนโจมตีมันตั้งแต่ตอนนี้เลยฝากเรื่องวิเคราะห์ศัตรูกับนายที"

            อิงศรตอบ

            ใบหน้าสวยๆ ของเด็กหนุ่มพยักตอบรับคำสั่ง

            "เข้าใจแล้ว"

            จากนั้นฝีเท้าของนรินทร์ก็หยุดลงส่วนอิงศรยังคงวิ่งต่อไป

            "จงมอบนัยตาปีศาจแด่ข้าเนตรแห่งลาพาส"

            ได้ยินเสียงสั่งใช้งานแอพพลิเคชั่นปีศาจดังคล้อยตามมาทีหลัง

            อิงศรเริ่มออกคำสั่งเพื่อจัดรูปขบวน

            "ทุกคนฟังนะเราจะใช้รูปแบบจู่โจมเหมือนตอนที่สู้กับมังกร"

            เสียงของเขาดังออกไป

            "..."

            แต่ไม่มีคนตอบรับ ไม่มีแม้แต่จะขานรับคำสั่งด้วยซ้ำไป

            จนเด็กหนุ่มเป็นงงกับปฏิกิริยาตอบโต้ที่ได้รับและ...

            จนกระทั่งเมื่อมีนาพูดขึ้นมา

            "ทุกคนคะเตรียมบุกด้วยอิงศรฟอเมชั่นค่า!"

            เพียงเท่านั้นทุกคนก็ขานรับ

            "โอ้ส!"

            "รับทราบ!"

            "โอเค!"

            แล้วแถวของกองร้อยก็เริ่มการแปรขบวน เป็นไปอย่างที่ตั้งใจเว้นเสียแต่

            "อะไรกันฟะเนี่ย..."

            อิงศรพูดพลางแสดงสายตาไม่สบอารมณ์ออกมา

            ตอนนั้นเองเมษาก็เร่งฝีเท้าจนวิ่งขึ้นมาคู่กับเขา

            "สั่งแบบนั้นแต่แรกซะก็สิ้นเรื่อง"

            แล้วพูดมาแบบนั้น

            "หมายความว่าไงฟะนั่น"

            "ก็มันจำง่ายกว่าไอ้คำว่าฟอร์เมชั่นเหมือนตอนที่สู้กับมังกรนี่หว่า"

            สรุปก็คืออย่างนั้นสินะ...

            รูปแบบจู่โจมที่คิดค้นขึ้นมาหลังจากเห็นการพลิกแพลงของกวินทร์ที่ใช้แอพพลิเคชั่นปีศาจสร้างโดมน้ำแข็งระหว่างที่ต่อสู้กับบอสประจำดันเจี้ยนกระจกตอนนั้น

            โดยอาศัยการสร้างน้ำจากสกิลเพื่อเพิ่มอานุภาพของแอพพลิเคชั่นทำให้นำมาใช้ต่อสู้ได้จริงตอนนี้ถูกจดทะเบียนด้วยชื่อของเขาเอง 'อิงศรฟอร์เมชั่น'

            "อย่าเที่ยวเอาชื่อคนอื่นมาตั้งให้ฟอร์เมชั่นตามอำเภอใจสิเว้ย!!"

            อิงศรพูดตะหวาด

            แต่ถึงประชดประชันไปก็เท่านั้นยังไงผลลัพธ์ที่ออกมาก็เห็นๆ กันอยู่ ตอนนี้เองรูปขบวนก็ตั้งเสร็จเป็นที่เรียบร้อย

            เมษากับกวินทร์ย้ายขึ้นไปรวมกับคนที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าเหลือแค่เขากับมีนาและพวกพ้องทหารกลุ่มที่เคยร่วมมือกันโจมตีมังกรด้วยสกิลสายน้ำวิ่งอยู่แถวหลัง

            พอเข้าระยะที่หนึ่งร้อยเมตรก่อนไปถึงตัวเสืออิงศรกับแถวหลังก็หยุดวิ่งส่วนพวกแถวหน้ายังคงวิ่งต่อ

            แถวหน้าไปรวมกับกลุ่มที่คุ้มกันประตูทิศใต้

            ได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากแนวหน้าที่เข้าปะทะอยู่ ซึ่งพอจะจับใจความได้ว่ากำลังบอกรูปแบบการจู่โจมที่ทางนี้เตรียมไว้ให้กับกลุ่มที่อยู่มาก่อน

            การเจรจาเหมือนจะเป็นไปด้วยดีกลุ่มที่อยู่มาก่อนเริ่มประสานการเคลื่อนไหวเข้ากับกลุ่มแถวหน้าแล้วจากนั้นก็เหลือแค่รอจังหวะที่ฝั่งแถวหลังจะโจมตีออกไปเพื่อให้กวินทร์ที่ปะปนอยู่กับพวกแนวหน้าจัดการจำกัดความเคลื่อนไหวของศัตรู จากนั้นที่เหลือก็แค่ยิงนัดเผด็จศึกด้วยมือของตัวเอง

            ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นพอหาจังหวะได้อิงศรก็ออกคำสั่ง

            “เตรียมตัวไว้พอให้สัญญาณแล้วจะยิงเลย

            ทุกคนทำตามที่สั่งแล้วคันธนูซึ่งเตรียมลูกธนูน้ำสำหรับสกิลชาร์คชู้ตก็ถูกเตรียม

            เมื่อสัตว์เทวะถูกแนวหน้าไล่ต้อนจนการเคลื่อนไหวหยุดนิ่งลงเวลาแห่งการตัดสินก็มาถึง

            “ยิงเลย!

            ลูกศรฉลามน้ำและสายธารพุ่งออกไปพร้อมๆ กัน จู่โจมสัตว์เทวะอย่างแม่นยำ

            น้ำจำนวนมากไหลบ่าทับร่างของเสือ

            ขณะเดียวกันกลุ่มแนวหน้าที่ประจัญบาญกันจนถึงเมื่อครู่ก็ทยอยถอยออกมาแต่หนึ่งนั้นกลับวิ่งเข้าหาเสือ กวินทร์นั่นเอง

            รุ่นน้องวิ่งตรงเข้าไปพร้อมกับดาบคู่ใจ

            “เดม่อนแอพแจ็คฟรอส!

            เสียงเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นปีศาจดังขึ้น น้ำแข็งตัวเป็นน้ำแข็งในพริบตา สัตว์เทวะถูกแช่แข็งเรียบร้อย

            ที่เหลือก็แค่ยิงไม้ตาย 'ดราโคเม็ท' ออกไป แต่ทว่า...

            "..."

            กวินทร์ที่ปักดาบลงบนพื้นเพื่อแช่แข็งสัตว์เทวะกลับไม่ยอมถอยออกมา ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน

            "เฮ้รีบออกมาสิ!"

            อิงศรตะโกน

            ถ้ากวินทร์ยังอยู่ใกล้กับสัตว์เทวะถึงให้เมษาใช้สกิลดูดรวมการโจมตีของดราโคเม็ทไว้ก็ยังมีลูกหลงไปถึงอยู่ดี

            "..."

            แต่กวินทร์ไม่ตอบรับ ยังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม

            เมษาที่ควรจะวิ่งขึ้นไปข้างหน้าเพื่อเหนี่ยวนำการโจมตีตามแผนการกลับถอยลงมาพร้อมกับพวกแนวหน้าที่เพิ่งมาถึง

            "มันชักจะแปลกๆ แล้วนะ"

            แล้วถามมาอย่างนั้น

            แต่อิงศรก็ตอบคำถามนั้นให้ไม่ได้เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            จู่ๆ หน้าจอสื่อสารก็เด้งตัวเปิดขึ้นมา

            'ตอนนี้สัตว์เทวะกำลังใช้สกิลอยู่'

            เป็นเสียงของนรินทร์ที่ไปคอยสังเกตการ์ณอยู่ด้านหลังไกลๆ

            อิงศรมองไปที่ร่างของเสือซึ่งถูกแช่ไว้ในน้ำแข็ง มองเห็นว่าปากของมันกำลังอ้ากว้างแถมยังกระพริบตาได้ แล้วพอมองไปที่กวินทร์อีกครั้งก็เห็นว่าบนแถบพลังชีวิตของหมอนั่น...

 

กวินทร์ Lv. 60 (อัมพาต)

[/////6000:6000/////]

 

            แสดงสภาวะ 'อัมพาต' เท่ากับว่าตอนนี้กวินทร์ขยับตัวไม่ได้เลย

            'เดี๋ยวผมจะขึ้นไปช่วยนะ'

            เสียงของนรินทร์กล่าวมาอย่างนั้น เด็กหนุ่มที่ปลายสายคงกำลังวิ่งขึ้นมารยมแถวกับพวกเขา

            ตอนนั้นเอง...

            น้ำแข็งที่เกาะร่างของสัตว์เทวะก็กระเทาะตัวแตก ส่วนหัวจนถึงช่วงคอของเสือโผล่พ้นออกมา

            โฮก!!

            เสือคำรามเสียงดังสนั่นเรียกสายตาของทุกคนมารวมกันเป็นที่เดียว

            ขณะนั้นเองนรินทร์ก็วิ่งมาถึงแถวของพวกเขาแล้ววิ่งเลยไปข้างหน้าแต่ไม่ไกลนัก เเด็กหนุ่มถือไม้เท้ามาด้วย

            “คับบาลาห์ เซฟิร่า บินาห์

            ไม้เท้าเปล่งแสง เขาตวัดมันขึ้นไปแล้วแสงก็พุ่งออกจากไม้เท้า

            แสงระเบิดกลางอากาศตรงที่กวินทร์ยืนอยู่ แสงร่วงโรยเป็นละอองที่จะช่วยรักษาสภาวะผิดปกติทุกแบบ

            สถานะ 'อัมพาต' หายไป รุ่นน้องเริ่มขยับตัวเขายกดาบขึ้นตั้งท่าจะวิ่งหนี แต่ทว่า

 

กวินทร์ Lv. 60 (อัมพาต)

[/////6000:6000/////]

 

            สภาวะ 'อัมพาต' ก็กลับมาอีก กวินทร์หยุดค้างลงในท่านั้น

            "อ๊ะ ติดอัมพาตอีกแล้ว"

            มีนาพูด

            "ทำไมล่ะก็รักษาไปแล้วนี่?!"

            เมษาถาม

            แต่นรินทร์ยังไม่ตอบ

            "..."

            เขารอจนกระทั่งแว่นตาปีศาจที่เรียกมาจากแอพพลิเคชั่นวิเคราะห์เสร็จแล้วค่อยตอบด้วยข้อมูลที่แม่นยำที่สุด

            พลาดจนได้สกิลที่มันใช้คือแสแตติกช็อค (Static Shock) เป็นสกิลประเภทยึดครองพื้นที่โดยการสร้างสนามพลังไฟฟ้ารอบตัวทำให้ศัตรูในรัศมีนั้นขยับไม่ได้ด้วยสถานะอัมพาตเมื่อกี้ถึงรักษาไปแล้วก็จริงแต่ถ้าไม่หนีออกมาให้พ้นรัศมีสกิลก็โดนอัมพาตใหม่อยู่ดี

            แผนการที่อุตส่าห์ดำเนินมาอย่างราบรื่นกลับพังทลายลงในพริบตาเพราะกวินทร์ที่เป็นหัวใจหลักของการจู่โจมถูกเล่นงานซึ่งจุดอ่อนนี้ไม่น่าจะถูกมองออกได้ง่ายขนาดนั้นแต่กลับถูกมองออก

            ตอนนั้นเองสายตาของสัตว์เทวะก็จ้องมาที่อิงศร

            แกเองสินะที่ปั่นหัวเซรูลีนอายส์ไว้เห็นบอกว่ามนุษย์คือสัตว์อัปลักษณ์ที่หากทำเพื่อพวกพ้องแล้วล่ะก็ต่อให้ต้องสละอะไรก็ยอมทั้งนั้นสินะงั้นข้าจะขอใช้จุดขายตรงนั้นหน่อยก็แล้วกัน

            แล้วพูดมาราวกับจะรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่สู้กับมังกรได้

            “…”

            อิงศรพูดไม่ออกได้แต่ครุ่นคิดว่าทำไมศัตรูถึงรู้

ถ้าหากว่ามันรู้จริงๆ ล่ะก็เท่ากับว่ารูปแบบการจู่โจมของพวกเขาได้รั่วไหลไปยังสัตว์เทวะ

แต่ว่ามันรั่วไหลไปถึงไหนกันแล้วล่ะ?

            ระหว่างที่ขบคิดอยู่นี้เสือก็คำรามอีกครั้ง

            โฮก! ชาร์จบีม

            มันพูดคำราม

ชิ้นส่วนเกราะบริเวณไหล่ทั้งสองข้างกางขึ้นไปด้านบนจากนั้นลำกล้องปืนที่ซ่อนเอาไว้ภายในก็ยื่นออกมาแล้วเริ่มสะสมพลังงานจนมองเห็นเป็นประจุแสงกำลังไหลหลั่งเข้าอัดแน่นอยู่ภายในกระบอกปืน

            ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะมีไม้เด็ดเป็นการโจมตีที่กินระยะมากสินะถ้ายังมีมนุษย์คนนี้เป็นตัวประกันอยู่คงยิงมาไม่ได้ล่ะซี่ถ้างั้นขอข้าดูหน่อยเถอะว่าพวกเจ้าจะดิ้นรนกันท่ามกลางความสิ้นหวังนี้ยังไง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น