Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 37 : Login 35: The Trump Card

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59

Login 35: The Trump Card

 

            ร่างน้ำแข็งแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นส่วนลอยกระเด็นไปคนละทิศละทางจนเหล่าคนที่ล้อมอยู่รอบแอ่งต้องหลบกันจ้าละหวั่น

            มังกรถูกโค่นลงอย่างสมบูรณ์ด้วยการโจมตีประสานของทีมอิงศร

            มีนาเป็นคนเริ่มชูกำปั้นไชโยก่อนใคร

            “อิงศรฟอร์เมชั่นสำเร็จด้วยดีค่า!

            จากนั้นทุกคนก็ทำตามพลางโห่ร้องอย่างยินดีกับชัยชนะครั้งแรกในศึกนี้

            แต่แล้วนรินทร์ก็เบรกจังหวะยินดีเอาไว้ซะก่อน

            "คุณมีนาช่วยผนึกสัตว์เทวะเป็นเดม่อนแอพให้ทีครับหน่วยเราเสียซัมมอนเนอร์ไปกับการต่อสู้เมื่อกี้ตอนนี้เหลือแต่คุณคนเดียวแล้วล่ะ"

            มีนาหน้าตาตื่นตอบกลับไปทันที

            "ค่ะ! ได้ค่ะ"

            แล้วหล่อนก็กำยันต์อาคมออกมาจากกระเป๋าเครื่องแบบเต็มสองมือพลางเขยิบเข้าไปใกล้ซากมังกรแช่แข็ง

            สำหรับอิงศรนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นที่มาที่ไปของแอพพลิเคชั่นปีศาจแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ครั้งแรกของเขาคนเดียว เพราะยังมีอีกหลายคนที่จับจ้องดูการเคลื่อนไหวของมีนาอย่างสนอกสนใจ

            จากนั้นนรินทร์ก็หันมาทางเขาแล้วพูดว่า

            "อิงศรเองก็เปิดช่องการสื่อสารด้วยนะเมื่อกี้ท่านพลเอกฝากบอกมาน่ะ"

            เมล์ของสิงห์...

            ใช่เกือบจะลืมไปแล้วว่าหมอนั่นส่งเมล์มารวมถึงเมล์ฉบับถัดจากนั้น...

            เมล์ตัวจับเวลาตาย หมายความว่ากำลังจะมีคนใกล้ตัวถึงคราวเคราะห์ ถ้าอย่างนั้นเมล์ของสิงห์ก็เอาไว้ทีหลังตอนนี้ต้องเช็คเมล์นั่นก่อน

            ระหว่างนั้นมีนาก็ไขว้แขนขึ้นเหนือช่วงอกแล้วร่ายสกิล

            "ผนึกซากเทวะ!"

            จากนั้นก็ตั้งท่าจะขว้างยันต์ออกไป แต่ทว่า...

            "นั่นมันอะไรน่ะ!"

            "ซากตรงหัวมันกำลังเรืองแสงอยู่ล่ะ"

            ก็มีเสียงดังมาแบบนั้น อิงศรหันไปตามเสียงโดยที่ยังเปิดเมล์ค้างเอาไว้ แล้วก็เห็นเข้าพอดี

            เห็นตรงส่วนที่เคยเป็นดวงตาของมังกรกำลังเรืองแสงอยู่ข้างในก้อนน้ำแข็ง กว่าที่พวกเขาจะรู้ตัวว่ามันคืออะไร ของที่เรืองแสงก็ทะลวงก้อนน้ำแข็งออกมาแล้ว

            สิ่งนั้นพุ่งจู่โจมคนที่อยู่ใกล้มัน ซึ่งใครคนนั้นคือมีนา

            "อ๊า!!"

            เสียงกรีดร้องดังขึ้น

            สิ่งนั้นแทรกตัวฝังเข้าไปในร่างแล้วเธอก็ล้มลง

            "มีนา!"

            พักเรื่องเมล์ไว้ก่อน แล้วก็ขอให้ไม่ใช่ยัยนี่ทีเถอะ...

            อิงศรละทิ้งทุกสิ่งที่ทำค้างไว้แล้วตามไปดูอาการ

            ตอนที่ไปถึงก็เริ่มมีทหารมามุงกันแล้ว นรินทร์เป็นคนแรกที่ตรงรี่เข้าหาเธอก่อนใครเพราะเขามีหน้าที่เยียวยาคนบาดเจ็บตามอาชีพที่สังกัดก็เลยไหวตัวได้เร็วกระมัง จากนั้นเมษาก็ตามมาสมทบ

            ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมแดงฉายแววตาเป็นกังวลอย่างชัดเจน ก็พี่สาวร่วมสายเลือด พี่สาวฝาแฝดของตนกำลังตกอยู่ในภาวะเป็นตายคงจะร้อนรนอยู่ไม่น้อย

            “มีนา เฮ้มีนาเป็นไงบ้าง

            เมษาเรียกชื่อเสียงดังแต่มีนาก็ไม่ตอบ

            นรินทร์สวมแว่นตาปีศาจอยู่กำลังตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น

            เด็กสาวตัวสั่นเทิ้มตรงหน้าอกบริเวณที่สิ่งนั้นแทรกตัวเข้าไปมีผลึกสีแดงผุดขึ้นมา ผลึกสีแดงถูกห่อหุ้มด้วยกลีบสีเขียวเหมือนกับดอกตูมแถมรากยังชอนไชออกมาจากผลึกลามไปที่แขน

            “แย่แล้วนี่มัน…”

            น้ำเสียงของนรินทร์ไม่ค่อยสู้ดีนัก

            “เจ้ามังกรนั่นตอนที่ตายมันจะกลายเป็นกาฝากเข้าไปเกาะกินคนแล้วพอสูบพลังชีวิตของคนๆ นั้นจนหมดมันก็จะฟื้นคืนชีพกลับมา

            สีหน้าของทุกคนตอนที่ได้ยินเรื่องนั้นต่างก็เป็นสีหน้าตกตะลึงแบบเดียวกัน

            หน้าจอเมล์ที่เปิดค้างไว้ อิงศรก้มมองมันด้วยความลำบากใจ

            ขอทีเถอะน่า... แล้วภาวนาในใจไม่ให้เป็นมีนาที่จะปรากฏชื่ออยู่บนเมล์ตัวจับเวลาตาย

            เขาเปิดเมล์ฉบับนั้น

 

======================

Subject: @Clipius Death Timing Delivery

From: GM

Detail:

ตัวจับเวลาตายของเพื่อนคุณมาถึงแล้ว!

เวลาชีวิตที่เหลือของ มีนา ธุวดารกะ คือ

[00:10:00]

======================

 

            “โธ่เว้ย!

            อิงศรสบถใส่เมล์นั่นพลางทุบมือลงไปบนหน้าจอซึ่งต่อมามันก็ปิดตัวเองลงเพราะการตีหรือปัดหน้าจอลงถือเป็นการสั่งปิดอยู่แล้ว

            มีคนมองมา แต่ก็คงจะคิดว่าเขาแค่หัวเสียที่เกิดเรื่องกับลูกน้องเท่านั้น ไม่มีใครทันมองเห็นเมล์ฉบับนั้น

            ‘เกิดอะไรขึ้น รายงานมา

            เสียงของสิงห์ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอติดต่อของนรินทร์เด้งตัวเปิดเองโดยอัตโนมัติ บนหน้าจอมีแค่ไอคอนรูปลำโพงเดี่ยวๆ ปรากฏอยู่มันเป็นหน้าจอสำหรับกระจายการสื่อสารต่อเนื่องเพราะนรินทร์ตั้งค่าเปิดเสียงให้ทุกคนได้ยินด้วย

            นรินทร์รายงานไปตามความจริง

            “คุณมีนาถูกมังกรเกาะกินร่างกายอยู่ครับถ้าปล่อยไว้เธอจะตายแล้วมันก็จะคืนชีพขึ้นมาอีก

            ‘งั้นเหรอทางนี้เห็นจากกล้องแล้ว ที่นั่นยังมีซัมมอนเนอร์คนอื่นอยู่อีกไหม

            “ไม่มีครับคุณมีนาเป็นคนเดียวในตอนนี้

            สิงห์หยุดพูดไปครู่หนึ่งคงกำลังใช้ความคิดตัดสินใจอยู่ก่อนจะตอบกลับมา

            ‘ช่วยไม่ได้ถึงจะน่าเสียดายไปหน่อยแต่เราคงต้องตัดใจจากแอพปีศาจของมังกรการป้องกันค่ายนี้ต้องมาก่อน

            พอได้ยินคำพูดแบบนั้นอิงศรก็รู้สึกถึงเค้าลางที่ไม่ดีขึ้นมา

            “แล้วจะให้ทำยังไงครับ

            นรินทร์ถาม

            ‘ฆ่าทิ้งซะทำลายมังกรไปพร้อมกันอย่าให้มันคืนชีพอีก

            น้ำเสียงของสิงห์ไม่มีความลังเลเจือปนอยู่เลยเขาออกคำสั่งให้ฆ่าน้องสาวร่วมสายเลือดของตนได้โดยไม่รู้สึกอะไร สิงห์เป็นคนอย่างนั้น เป็นคนที่เด็ดขาดในเรื่องที่สำคัญเสมอ

            เมษาตะคอกกลับไปที่หน้าจอนั่น ตะคอกใส่สิงห์ผู้เป็นพี่ชาย

            “จะบ้าเหรอนั่นมีนานะจะให้ฆ่า...

            แต่สิงห์ก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

            ‘ที่บ้าน่ะแกต่างหากคิดจะปล่อยให้มีคนตายก่อนถึงค่อยลงมือรึไงเราเสียคนไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ

            “แต่ว่า...

            ‘ถ้ายังสำเหนียกว่าตัวเองเป็นทหารอยู่ก็รีบทำตามคำสั่งซะไม่งั้นก็ไสหัวไป

            น้ำเสียงของสิงห์เย็นชาลงอย่างกะทันหันและด้วยคำพูดนั่นเองเมษาก็ไม่อาจตอบโต้อะไรกลับไปได้อีก

            อิงศรเห็นดังนั้นก็พูดไปว่า

            “เฮ้ แบบนั้นมันแรงไปแล้วนะยังไงเธอก็เป็นน้องสาวนาย...

            ‘เสียงนั่นอิงศรงั้นรึชั้นบอกให้เปิดช่องสื่อสารแล้วทำไมถึงยังไม่เปิดอีก

            อิงศรจึงเรียกหน้าจอขึ้นมาเปิดให้การสื่อสารแบบเดียวกับนรินทร์ทำงาน

            เสียงของสิงห์ดังออกมาจากหน้าจอทั้งคู่

            ‘นึกไม่ถึงเลยนะว่านายจะกล้าพูดอะไรอย่างนั้นออกมา แต่ว่ามันก็ไม่มีข้อยกเว้นอยู่ดีถึงจะเป็นธุวดารกะ..ไม่สิเพราะเป็นธุวะดารกะนั่นแหละถึงต้องเตรียมใจไว้ทุกเมื่อมีนาเองก็เหมือนกัน

            ครั้งหนึ่ง มีนาก็เคยพูดเอาไว้ถึงการเตรียมใจของหล่อน

             “และก็อาชีพ ซัมมอนเนอร์ นั้นถือว่าเป็นอันตรายกับชีวิตอยู่ไม่น้อยเพราะไม่สามารถสู้ด้วยตัวเองเพียงลำพังเหมือนกับอาชีพอื่นต้องอาศัยปีศาจในการต่อสู้มากกว่าปกติ แถมสเตตัสก็น้อยแล้วยังตกเป็นเป้าของสัตว์เทวะก่อนใครเพื่อนอีกดังนั้นถ้าไม่เตรียมใจยอมรับความเสี่ยงไว้ก่อนก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนอาชีพค่ะ

            นั่นคือคำพูดตอนเจอกันที่ร้านกาแฟและได้รู้จักอาชีพซัมมอนเนอร์จากเธอ

            แล้วก็พาลนึกไปถึงมิ่งขวัญ น้องชายคนเดียวที่ปกป้องเอาไว้ไม่ได้

            แล้วตอนนี้ ที่นี่ การตายของพี่น้องก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งต่อหน้าต่อตาโดยที่จะทำอะไรไม่ได้อีกเหมือนอย่างตอนนั้น... ไม่สิ

            ไม่ใช่อยู่แล้วตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกัน

            ตอนนี้เด็กหนุ่มมีพลัง เขาขวนขวายพลังมาก็เพื่อสิ่งนี้ถ้าอย่างนั้น...

            “แต่ว่านะสิงห์...

            ทว่า ยังไม่ทันที่คำพูดจะจบลง มีนาก็กรีดร้องเสียงดัง

            “อ๊า!!!!!!!

            ร่างกายของเด็กสาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว รากชอนไชออกมามากกว่าเดิมกลีบที่คลุมรอบผลึกก็เหมือนจะบานออกทีละน้อยด้วย ตอนนั้นเองดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง

            เกิดสายลมกรรโชกรุนแรงพัดทุกคนกระเด็นออกไป

            อิงศรทรงตัวท่ามกลางพายุสายลมอันรุนแรงนั่นแล้วมองไปที่มีนา

            ร่างของเด็กสาวกำลังลอยขึ้นไปข้างบน ดวงตาเบิกกว้างนั้นเปล่งแสงสีแดงออกมาอย่างเฉิดฉายเหมือนกับมังกรไม่มีผิด

            จากนั้นหล่อนก็พูด

            “มนุษย์หนอมนุษย์อย่าคิดเชียวว่าแค่นั้นจะกำราบเทพลงได้

            พูดด้วยโทนเสียงที่แหบต่ำและวาจาดูแคลนมนุษย์

            แล้วกวินทร์ก็พูดว่า

            “อะไรอีกล่ะเนี่ยไหงจู่ๆ ก็พูดเหมือนเจ้ามังกรเมื่อกี้เลยล่ะ

            นรินทร์พูดตอบคำถามนั้น

            “ตอนที่กาฝากเกาะกินร่างมันก็จะยึดร่างกายของเหยื่อไปด้วยตอนนี้เธอก็เหมือนกับดักแด้ที่รอวันลอกคราบอยู่น่ะดูสิแถบพลังชีวิตเริ่มลดลงแล้วด้วย

            แล้วชี้ไปที่แถบพลังชีวิตของมีนาซึ่งกำลังลดลงเรื่อยๆ

 

มีนา Lv. 60

[/////3990:4300///..]

 

            “ถ้าพลังชีวิตหมดลงตอนนั้นเธอก็จะตายจริงๆ แล้วมังกรก็จะคืนชีพ

            อิงศรหันไปถาม

            “แล้วไม่มีวิธีช่วยเลยเหรอ

            นรินทร์เงียบไปพักหนึ่ง ขณะที่จับแว่นตาปีศาจไว้ไม่ให้หล่นตอนที่แหงนหน้ามองมีนาซึ่งลอยอยู่ข้างบน

            “ผลึกสีแดงตรงหน้าอกนั่นคือร่างจริงของมังกรมันติดอยู่กับอุปกรณ์สวมใส่ของคุณมีนาถ้าทำลายหรือเอามันออกมาก็จะช่วยชีวิตเธอได้

            แล้วเมษาก็แทรกขึ้นมาทันที

            “แค่ถอดออกไปก็พอใช่ไหมถ้าแค่นั้นสกิลปลดยุทธภัณฑ์ของชั้นก็...

            แต่เมษาหยุดคำพูดของตัวเองลงเหมือนเพิ่งจะรู้ตัว

            “แย่ล่ะสิเจ้านั่นมันพามีนาลอยขึ้นไปอยู่สูงซะขนาดนั้นแล้วจะไปปลดมันออกได้ยังไงกัน

            อิงศรถาม

            “แล้วถ้าใช้เดม่อนแอพของนายล่ะ

            “ไม่ได้มันยังสูงเกินไปเงาก็ไปไม่ถึงเหมือนกัน

            จากนั้นมีนาที่ถูกสิงก็พูดว่า

            "ร่างของพวกเลือดเนื้อธุวดารกะ... ถึงจะไม่ค่อยโปรดซักเท่าไหร่แต่ก็เหมาะกับการพักฟื้นล่ะนะ"

            เสียงของสิงห์ดังตามมาจากหน้าจอของอิงศรกับนรินทร์

            'นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้มาพบกันในลักษณะนี้สินะมังกรผู้พิทักษ์บูรพาทิศ'

            แล้วเมื่อมังกรในร่างมีนาได้ยิน เธอก็เชิดหน้าขึ้นแล้วมองลงมายังพวกเขาด้วยสายตาไม่พอใจพลางพูดว่า

            "เจ้าเองก็เป็นเลือดเนื้อธุวดารกะงั้นรึคงเป็นผู้นำของเหล่ามนุษย์พวกนี้ล่ะสิ กล้ามากนะที่เอาเทพมาใช้สนองความโลภ มันกี่ร้อยกี่พันปีกันแล้วล่ะที่บาปของพวกเจ้าไม่ได้ระงับลงเลยแม้แต่ชั่วอายุคนเดียว"

            "หุบปากซะมังกร โลกหลังจากนี้ไปมนุษย์จะไม่ต้องการเทพหรือปีศาจอีกพวกแกมันก็แค่โปรแกรมที่ชำรุดไปแล้ว ได้แต่รอวันที่จะอันอินสตอลออกก็เท่านั้น'

            "โอหังนักนะคิดรึว่ามนุษย์จะผ่านพ้นจากวันโลกาวินาศได้"

            ทั้งสองพูดตอบโต้ราวกับรู้จักกันมาก่อน แต่ว่า...

            รู้จักกับสัตว์เทวะเนี่ยนะ

            เป็นสิงห์คนเดียวหรือว่าเป็นเรื่องของพวกธุวดารกะทุกคน

            จะเป็นอย่างไหนถึงรู้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้แก้สถานการณ์นี้ได้

            นี่ก็เป็นอีกทางแยกที่ถูกบีบบังคับให้เลือก

            ถ้าจะช่วยมีนาก็คงต้องเสียเวลาไม่ใช่น้อยแถมโอกาสสำเร็จก็ต่ำมากยิ่งมีเมล์ตัวจับเวลาบอกมาอย่างกระชั้นชิดขนาดนี้โอกาสรอดของเธอแทบจะเป็นศูนย์ แถมถ้าลงแรงแล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าพอจะเสี่ยงให้ประตูทิศอื่นต้านรับไว้จนมีผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นยังไงสิงห์ก็คงไม่ให้ทางเลือกนี้กับเขาแน่

            ถ้าอย่างนั้นก็มีแต่ต้องปลิดชีวิตของมีนาไปพร้อมกับมังกร มันเหลือแค่ทางนั้นแต่ว่า...

            แต่ว่าหากทำแบบนั้นแล้วที่ผ่านมาเขาขวนขวายพลังมาไว้จะมีความหมายอะไรอีก ตอนนั้นเองมีนาก็...

            "อ๊า!"

            กรีดร้องออกมา แล้วกดมือลงบนหน้าอกตัวเอง เด็กสาวมีสีหน้าทรมานและหอบหายใจหนักก่อนจะรวบรวมแรงพูดออกมาอย่างยากลำบาก

            "ฆ..ฆ่าฉันเถอะค่ะ...ฉันเตรียมใจไว้แล้ว"

            โทนเสียงของเธอกลับมาเป็นดั่งเดิมแต่น้ำเสียงเหมือนกำลังร้องไห้

            "มีนา ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคอยก่อนนะพวกเราจะต้องช่วยเธอให้ได้"

            เมษาพูด แต่เด็กสาวกลับส่ายหน้าแล้วพูดปฏิเสธอย่างสิ้นหวัง

            "มันไม่ทันแล้วล่ะ...จิตใจของฉันใกล้จะหายไปเต็มทีแล้ว...เพราะงั้นอย่างน้อยตอนที่ฉันยังมีสติ...ยังควบคุมร่างนี้ไว้ช่วยฆ่า..."

            วินาทีที่ได้ยินคำพูดของมีนา

            วินาทีที่เห็นใบหน้าของพวกพ้องต้องเศร้าหมอง ทั้งตัวมีนาเอง ทั้งเมษาที่อดกลั้นความขมขื่นไว้ไม่ไหว

            ทั้งหมดนั่นล้วนซ้อนทับเข้ากับภาพในวันนั้น

            วันที่เขามองแผ่นหลังของมิ่งขวัญจากด้านหลังของกระจกรถไฟ

            "อย่ามาพูดบ้าๆ นะ!"

            อิงศรตะโกน

            "ชั้นบอกแล้วไงว่าจะไม่ยอมให้ใครต้องตายอีกน่ะ"

            มีนาจ้องมาที่เขาด้วยสายตาเศร้าสร้อยคู่นั้นราวกับอยากจะบอกอะไรบางอย่าง

            เด็กสาวเริ่มพูด

            "คุณอิงศรฉัน..."

            แต่คำพูดของเธอก็หยุดลง

            ใบหน้าที่เศร้าหมองนั้นเปลี่ยนกลับเป็นใบหน้าที่อวดดีอีกครั้ง รอยยิ้มอันทะเยอทะยานคลี่คลายราวกับจะเย้ยหยันความรู้สึกของทุกฝ่าย

            มีนาเริ่มพูดด้วยโทนเสียงของมังกร

            "มนุษย์หนอมนุษย์หาญกล้ามาท้าทายเทพเจ้าแล้วยังจะละโมบโลภมากคิดที่จะรอดกลับไปกันหมดได้อีกรึ ไร้ซึ่งการเตรียมใจเหลือเกินเจ้าพวกมนุษย์อัปลักษณ์"

            อิงศรตะโกนขึ้นไปว่า

            "คืนเธอมาซะเอามีนาคืนมา!"

            แต่มังกรแสยะยิ้มเหยียดใส่คำพูดของเขา

            "ทำไม่ได้หรอก จิตของนางผู้นี้คืนกลับสู่ความว่างเปล่าแล้ว อีกไม่นานกายหยาบนี้ก็จะเสื่อมสลายถึงตอนนั้นเทพเจ้าก็จะจุติอีกครา ท่ามกลางความสิ้นหวังเช่นนั้นมนุษย์อ่อนแออย่างพวกเจ้าจะทำอะไรได้"

            พลางพูดมาอย่างนั้นแล้วสะบัดมือ

            ทันใดนั้นรากไม้แช่แข็งที่เคยเป็นร่างของมันมาก่อนก็เริ่มเคลื่อนไหว รากไม้กระเทาะหลุดออกจากน้ำแข็งแล้วคืบคลานเข้าเล่นงานกองร้อย

            การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

            แต่รากไม้ที่ควบคุมผ่านมีนากลับรวดเร็วและคล่องแคล่วกว่าตอนที่มันคงรูปร่างเป็นมังกรเสียอีก เพราะรากแต่ละเส้นต่างเป็นอิสระจากกัน และถึงตัดมันทิ้งหรือเผาทำลายได้ไม่กี่อึดใจต่อมามันก็จะแตกแขนงรากออกมามากกว่าเดิม

            เสียงพูดของสิงห์ดังมาจากหน้าจอ

            'มัวทำอะไรอยู่อีกชั้นสั่งแล้วไม่ใช่รึไง"

            อิงศรตะคอกใส่คำพูดนั่น

            "หนวกหู!"

            แล้วตัดสายทิ้งพร้อมกับวิ่งออกไป

            เสียงของสิงห์ยังคงดังออกมาจากหน้าจอของนรินทร์

            'เจ้านั่นคือมังกรไม่ใช่มีนาอีกต่อไปแล้วทำไมถึงไม่ยอมเข้าใจซักที'

            แต่อิงศรไม่ตอบ

            "..."

            'นายกล้าขัดคำสั่งชั้นงั้นเรอะ...'

            แต่นรินทร์กลับพูดขัด

            “อิงศรเขากำลังพยายามอยู่นะครับเขาเชื่อว่าจะเอาตัวคุณมีนากลับมาได้แล้วทำไมท่านพลเอกที่เป็นพี่น้องกับคุณมีนาถึงได้ไม่เชื่ออย่างนั้นล่ะครับ

            ‘พูดอะไรอ่อนหัดแบบนั้นที่นี่มันสนามรบนะ

            “…”

            นรินทร์ไม่ได้ตอบกลับไปอีกเพราะว่ามีรากไม้จำนวนหนึ่งหันมาโจมตี จนต้องละความสนใจจากบทสนทนา

            ตอนนั้นเองอิงศรที่วิ่งออกไปก็เปิดฉากโจมตีมังกร โจมตีใส่มีนา...

            เขาโจมตีออกไปจริงๆ โดยที่ไม่มีความลังเลเผยออกมาเลย

            แต่มังกรก็ใช้มือปัดลูกธนูเพลิงที่ยิงไปได้อย่างง่ายๆ

            “พลังกับวิถีแบบนี้กะเอาแค่ให้ทำลายเฉพาะเมล็ดตรงส่วนหน้าอกนี่เท่านั้นเหรอ เจ้าคงเป็นนักรบฝีมือดีในหมู่มนุษย์สินะ

            แล้วพูดชมพลังฝีมือของเด็กหนุ่มด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน

            อิงศรยังยิงธนูออกไปอีกระหว่างที่วิ่งไปด้วยเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าโจมตีสวนกลับรวมถึงหนีรากไม้ที่ไล่ตามมาไปในตัว

            แต่มังกรก็ยังปัดมันทิ้งได้อย่างง่ายดาย คงเพราะวิถีที่ดูออกได้ง่ายเนื่องจากจุดให้โจมตีมีแค่จุดเดียวอีกทั้งยังต้องกะพลังไม่ให้มีนาได้รับบาดเจ็บดังนั้นพลังทำลายจึงมีไม่พอ

            มังกรพูดว่า

            “ทำไมกันล่ะ ทำไมถึงต้องพยายามขนาดนั้นนางผู้นี้เป็นอะไรของเจ้างั้นรึ

            อิงศรพูดตอบในทันที

            “พวกพ้องไงเล่า!

            แล้วมังกรก็แค่นเสียงหัวเราะ

            “เฮอะ มิตรภาพงั้นรึเพื่อความผูกพันอันเบาบางนั่นถึงกับยอมเอาตัวเข้าแลกเชียวเจ้านี่มันโลภมากเหลือเกินมนุษย์เอ๋ย

            จากนั้นก็ยกแขนทั้งสองข้างทำท่ากวาดจากทางซ้ายลงมา รากไม้หลายเส้นที่กระจายกันไปต่อสู้กับคนอื่นเริ่มแบ่งมาตามล่าอิงศร

            หากไม่เพิ่มความเร็วให้มากกว่านี้ก็จะหนีไม่พ้นรากไม้พวกนั้น

            แค่ตอนนี้ก็วิ่งอย่างเต็มกลืนแล้วไหนยังจะต้องช่วยมีนาอีก

            พลัง...พลังมีไม่พอ ตอนนั้นเอง...

            ‘ต้องการพลังรึมนุษย์

            ก็มีเสียงลอยเข้ามาในหัว เสียงที่บอกว่าจะมอบพลังให้และปลุกความกระหายในการทำลายล้าง แอพพลิเคชั่นปีศาจกำลังร่ำร้องให้เขาใช้มัน

            แต่ถ้าใช้ก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าว่าแต่ช่วยมีนาเลยกลับกันตัวเขาเองนั่นแหละจะทำให้ทุกคนที่นี่ต้องตาย

            รากไม้ไล่เข้ามาใกล้อย่างกระชั้นชิด มีรากแขนงหนึ่งตวัดมา พุ่งตรงเข้าโจมตีด้านหลังของอิงศร

            “บัดซบ! เอลิกอร์!

            พริบตาหนึ่งที่ถูกอย่างถูกย้อมด้วยสีดำสนิท คำสาปสีดำกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ดวงตาของอิงศรถูกย้อมเป็นสีดำ

            ฆ่าๆๆๆ

            ทำลายให้หมด

            ทั้งเทพ ทั้งปีศาจ หรือจะมนุษย์ ฆ่าให้หมด

            สัมผัสอันโสมมของเอลิกอร์ได้แทรกซึมเข้าสู่จิตใจ

            แต่ทว่า...

            “หนวกหูเว้ย!

            แล้วกลับตัวตวัดคันธนูที่มีมีดสั้นติดเอาไว้สี่เล่ม ฟาดมันลงบนรากไม้ทุกเส้นทุกแขนง

            เพียงแค่นั้นรากก็ขาดสะบั้น รวมถึงจิตใจของเขาเองก็ขาดสะบั้นไปด้วย

            ปีศาจแทรกซึมเข้ามาโดยสมบูรณ์

            “อ๊ากกก!!

            อิงศรกรีดร้องด้วยใบหน้าทุกข์ทรมาน

            เขาสีดำผุดงอกขึ้นมากจากขมับศีรษะ ลวดลายสีแดงพาดยาวลงมาจากใต้ขอบตาราวกับมีเขี้ยวงอกออกมาจากดวงตาอย่างไรอย่างนั้น

            เสียงร้องของเขาดึงให้ทุกคนหันเหความสนใจมา

            แล้วนรินทร์ก็พูดขึ้นว่า

            “อ...อะไรน่ะ

            ตอนนั้นเองกวินทร์กับเมษาก็มองหน้ากัน

            “ที่พี่ศรบอก...

            “ที่ว่าควบคุมเดม่อนแอพไม่ได้นั่นน่ะเหรอนึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่นซะอีกน่ะ

            ทั้งสองคนทำหน้าตื่นตะลึงไม่ต่างกัน

            แล้วนรินทร์ที่ได้ยินบทสนทนาเข้าก็หันมา

            “เดี๋ยวก่อนนะที่ว่าควบคุมไม่ได้นี่หมายความว่ายังไงน่ะ

            “ถึงกับยอมให้ปีศาจสิงสู่เลยรึ ความโลภที่มากมายจนกลายเป็นความอัปลักษณ์นั่นมันผุดขึ้นมาจากนรกขุมใดกัน

            มังกรพูดมาอย่างนั้นเมื่อได้เห็นสภาพของอิงศรที่ต้องทนทรมานกับพลังของปีศาจ แล้วพูดต่อไปว่า

            “ดูเหมือนว่าการชำระล้างคนแปดเปื้อนเช่นเจ้าจะเป็นหน้าที่อันดับแรกของข้าสินะ

            จากนั้นก็วาดมือขวาออกไปสุดแขนเป็นการใส่คำสั่งให้รากไม้ที่กำลังต่อสู้กับคนอื่นๆ มุ่งเป้าโจมตีอิงศร

            “แย่แล้ว! ยังไงก็รีบช่วยป้องกันอิงศรก่อน

            นรินทร์กล่าวตัดบทโดยไม่รอฟังคำตอบจากปากของเมษากับกวินทร์อีก

            เด็กหนุ่มวิ่งตามรากไม้ไปคนอื่นๆ ก็ก้าวตามมาด้วย

            แต่อิงศรที่กำลังกุมใบหน้าอย่างทรมานกลับตะโกนมาว่า

            “อย่าเข้ามา!

            ทุกคนหยุดเท้าไปครู่หนึ่งเพราะตกใจกับคำพูดนั้น

            แค่พริบตานั้นเองอิงศรก็หายตัวไปแล้วปรากฏขึ้นยังอีกที่ซึ่งห่างออกไปหลายสิบเมตรแถมโก่งคันศรเล็งโจมตีแล้วด้วย

            อิงศรยิงธนูใส่มีนา

            แต่หล่อนปัดมันทิ้งไปเหมือนทุกครั้ง แล้วสั่งให้รากไม้เพิ่มความเร็วมากขึ้นเพื่อไล่ตามเด็กหนุ่มให้ทัน

            พอรากไม้ล้อมเข้ามาใกล้อิงศรก็หายตัวไปอีกแล้วโผล่ขึ้นในจุดที่ห่างออกไปจนยากจะเชื่อได้ว่าเขาเคลื่อนที่ย้ายไปมาด้วยเวลาแค่ชั่วพริบตา

            พวกนรินทร์ไม่อาจเคลื่อนไหวตอบสนองทันการต่อสู้ของทั้งคู่ได้มันกลายเป็นสนามรบของสองคนผู้มีพลังเหนือมนุษย์ไปแล้ว จึงทำได้เพียงแค่ยืนดูเท่านั้น

            แม้แต่แว่นตาปีศาจที่สวมไว้ก็ยังตามไม่ทันสิ่งที่มันบอกแก่นรินทร์ได้มีแต่สภาวะจิตใจของอิงศรที่ไม่เป็นปกติ

            ลูกศรเพลิงถูกยิงออกไปอีกแล้วมีนาก็ปัดมันออกเป็นอย่างนี้ซ้ำๆ กันถึงสามครั้งและในครั้งที่สี่ นรินทร์ก็เริ่มจับทางได้ เขาสังเกตเห็นว่าอิงศรถือแผ่นยันต์อยู่ในมือตอนที่ยิงลูกศรด้วย และลูกศรที่ยิงพลาดนั้นก็ไม่ได้หายไปเฉยๆ แต่ทำให้พื้นตรงจุดที่มันตกลงไปปรากฏเส้นกรอบรูปวงกลมที่มีอักขระอาคมวาดเอาไว้ในภายในกรอบนั้นเหมือนกับวงเวท

            นอกจากนี้ตำแหน่งของวงเวทยังวางล้อมพื้นที่บริเวณหนึ่งโดยที่มีร่างของมีนาเป็นจุดศูนย์กลาง

            นรินทร์หันไปถามพลทหารหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีสายอาชีพเดียวกับอิงศร

            “นี่มิสติกชูตเตอร์น่ะติดตั้งสกิลมหาเขตแดนได้รึเปล่า

            พลทหารพยักหน้าแล้วตอบว่า

            “มีอยู่นะเป็นสกิลที่ติดได้ตอนเลวลห้าสิบแปดขึ้นไปมหาเขตแดนตรวนผนึกหมาป่าไกรพ์นิล

            เป็นไปอย่างที่กำลังคิดอิงศรตั้งใจจะสร้างข่ายอาคมสำหรับดึงตัวมีนาลงมา แต่สกิลนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกมองออกระหว่างที่สร้างเครือข่ายวงเวทจำนวนห้าอันโดยปกติแล้วจะใช้เตรียมเป็นกับดักมากกว่าก็เลยไม่มีใครเอามาใช้กันซึ่งๆ หน้า

            การจะทำแบบนั้นได้ต้องใช้ความรวดเร็วและต้องมีความแนบเนียนเป็นอย่างมาก แล้วก็ดูเหมือนว่าแอพพลิเคชั่นปีศาจที่อิงศรถือครองอยู่จะตอบสนองความต้องการทั้งสองข้อนั้นแถมยังกะจังหวะให้อีกฝ่ายปัดไปตกในจุดที่ต้องการได้อีก อิงศรมีพลังขนาดนั้น

            แล้วทำไมถึงไม่ใช้มันตั้งแต่แรกกันล่ะ...

            คำพูดของเมษากับกวินทร์ที่ได้ยินมาก่อนหน้านี้ช่วยตอบโจทย์ในทันที

            ถ้าหากว่าอิงศรควบคุมแอพพลิเคชั่นปีศาจไม่ได้จริงๆ ล่ะก็เขาก็ไม่มีทางที่จะสร้างข่ายอาคมนี้ขึ้นมาได้แน่ ดังนั้นจึงสรุปได้แค่อย่างเดียว

            “อิงศรกำลังฝืนควบคุมเดม่อนแอพที่ตัวเองใช้ไม่ได้อยู่งั้นเหรอ

            นรินทร์พูดสิ่งที่สรุปออกมา ตอนนั้นเองลูกธนูดอกที่ห้ากำลังจะแผลงออกไป

            ทว่า...ขณะที่กำลังจะปล่อยมือจากสายดีดเพื่อส่งลูกธนู มังกรที่ควรจะอยู่ตรงกลางของวงล้อมข่ายอาคมกลับบินข้ามศีรษะอิงศรไปอยู่ด้านหลังแทน

            “แผนการอันตื้นเขินแค่นั้นคิดรึว่าจะหลอกตาเทพเจ้าได้น่ะอย่าโอหังให้มันมากนักมนุษย์

            แล้วมังกรก็ยืดแขนออกไปในวินาทีนั้น

            วินาทีที่อิงศรตั้งใจจะใช้การเคลื่อนที่ความเร็วสูงย้ายที่หนี

            แต่ขาของเขากลับถูกรากไม้ที่จู่ๆ ก็ทะลวงพื้นถนนขึ้นมามัดเอาไว้

            เพราะการใช้พลังของเอลิกอร์ทำให้สัมผัสระแวดระวังลดลงเนื่องจากพลังสมาธิถูกดึงไปใช้กับการโจมตีและการสะกดเอลิกอร์ไม่ให้อาละวาด

            อิงศรล้มลงเพราะถูกรากไม้ดึงในตอนที่จะก้าวเท้า

            รากไม้อีกหลายเส้นพันตัวเข้าด้วยกันเป็นเกลียวแหลม แล้วพุ่งโจมตีพร้อมกัน

            แต่เขาหลบไม่ได้อีกแล้ว ขาถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา

            “โธ่เว้ย!

            อิงศรสบถใส่รากไม้เหล่านั้น หากถูกระดมแทงด้วยจำนวนขนาดนี้เขาคงจะตายคาที่

            ราวกับว่าเวลาได้ถูกหยุดลงความคิดมากมายก่อตัว

            ความคิดที่อยากจะหนีเอาตัวรอด

            ความอ่อนแอพุ่งพล่านทะลักจนอยากร้องขอให้ใครมาช่วยแล้วที่ก้นบึ้งของความรู้สึกเหล่านั้นนั่นเอง

            เสียงกระซิบของปีศาจก็ดังขึ้น... เอลิกอร์ได้ยื่นข้อเสนอให้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต      

            ‘มนุษย์เอ๋ยเจ้ามันอ่อนแอเกินไปแต่ถ้ายอมถวายร่างนี้ให้แก่ข้าละก็...

            แล้วมันจะเป็นยังไงล่ะ?

            หากตอบรับข้อเสนอนั้นถึงเขารอดตายทุกคนก็จะตายแทนแต่ถ้าเขาตายตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่ามีนาจะรอด

            ‘เอ้ารีบตอบมาสิมนุษย์

            “หุบปาก! ชั้นไม่ฟังแกหรอกปีศาจ

            ‘อยากตายนักรึไงเลิกทำตัวดื้อด้านแล้วรับเอาข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกันซะ

            “แกต่างหากที่ต้องฟัง...

            ‘เจ้ามนุษย์หน้าโง่!

            “จงเชื่อฟังชั้นซะ!

            ทันใดนั้นเอง...

            ‘เจ้าสร้างข้า ข้าคือเจ้า...

            ก็มีอีกเสียงที่ไม่ใช่เสียงของเอลิกอร์ดังมา เป็นเสียงนุ่มลึกของผู้หญิง

            จากนั้นก็รู้สึกถึงแสงที่แยงตาเข้ามา

            อิงศรหลับตาลง รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเปล่งแสงลอยอยู่เหนือหัวของเขาจึงพยายามลืมตาอีกครั้งเพื่อดูว่ามันคืออะไร

            เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น มองบรรยากาศรอบตัวที่หยุดนิ่งไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว แม้แต่รากไม้ที่กำลังหมายปองชีวิตเขาก็ยังหยุดค้างกลางอากาศ แสงสว่างที่แยงตามานั้นคือแสงจากไพ่ที่กำลังโรยตัวลงมา

            อิงศรจำได้ว่ามันเป็นไพ่ที่ผู้ถูกลืมเลือนเอาให้เขาดูเมื่อหลายวันก่อนไพ่ที่เรียกว่า อาคานาร์ดิเอ็มเพอเรอ์

            “อาคานาร์...ฟอร์ซ

            ไม่รู้ว่าทำไม แต่ปากของเขาขยับไปเอง

            ไพ่มีปฏิกิริยากับคำพูดนั้นแล้วยิ่งเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า ย้อมทุกสิ่งจนขาวโพลน

            “…”

            เวลาที่หยุดนิ่งกลับมาเดินอีกครั้ง

            รากไม้กำลังถาโถมเข้ามา

            เสียงร้องเรียกของพวกพ้องดังแว่วมา

            วินาทีเป็นตายกลับมาอีกครั้ง

            แต่ตอนนั้นเอง...

            “เงยหน้าขึ้นมามนุษย์

            เสียงของเอลิกอร์ก็ดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงที่ดังก้องภายในหัวอีกต่อไปแล้วมันเป็นเสียงที่ได้ยินผ่านหูเข้ามาจริงๆ

            รากไม้ที่โถมเข้ามาถูกทำให้สะท้อนออกไปหมด จากนั้นรากไม้ที่มัดขาก็ถูกตัดขาด

            อิงศรลุกขึ้นแล้วเหม่อมองไปข้างหน้า มองคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้

            ชายในชุดเกราะอัศวินสีแดงจัดถือทวนยาวนั่งอยู่บนหลังของม้าปีศาจที่มีร่างกายซูบผอมผิวซีดและมีปีกค้างคาวขนาดใหญ่พับเก็บอยู่ข้างลำตัว แทบไม่ต้องสงสัยว่าเขาคือใคร เอลิกอร์ นั่นเอง

            แต่ว่าทำไมถึงออกมาอยู่ข้างนอกได้หรือว่านี่จะเป็นภาพลวงตา?

            เอลิกอร์พูดต่อไปว่า

            “กล้ามากนะที่สั่งให้เอลิกอร์ผู้นี้ออกมามีตัวตนบนโลก ก็ได้มนุษย์แค่ครั้งนี้ข้าจะมอบพลังทั้งหมดให้กับความละโมบในความปรารถนาของเจ้าเอง

            ถึงจะยังสับสนไปบ้างแต่อิงศรก็เข้าใจคำพูดนั้น

            เข้าใจเป็นอย่างดีว่าตัวเองได้ก้าวข้ามบางอย่างไปและได้พลังมาครอบครอง

            เด็กหนุ่มเงยหน้ามองไปยังสัตว์เทวะที่สิงสู่อยู่ในร่างมีนาแล้วพูดคำราม

            “คืนพวกพ้อง...คืนเธอมาซะ!


===========================

ตอนสุดท้ายของสัปดาห์พิเศษแล้วนะครับอาทิตย์หน้าจะกลับไปอัพตามเดิม วันอัพจะเริ่มที่ วันจันทร์ พุธ ศุกร์ แล้ววนสลับ อังคาร กับ พฤหัสบดี นะครับผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #264 ดินสอยางลบ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 20:38
    เยี่ยม
    #264
    0