Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 305 : (ตอนอวสานของจริง) Extra Log 301: Melancholic Shutdown

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

            แกร๊กๆๆ

            เสียงเคาะแป้นพิมพ์โฮโลแกรมดังระรัวท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน

            บนดาดฟ้าของตึกร้างในรากแห่งอาคาชิก

            ราชครูอันดับสามรูบิเดียม กำลังนึกถึงเรื่องของอดัมผู้ที่ช่วยเธอมาจากเงื้อมมือของราหูหลังจากที่ล้มมหาเทพสัตว์เทวะลง

            เพราะว่ามีแต่เธอที่ผมจะสามารถฝากฝังได้

            ฝากอะไร

            ความหวังสุดท้ายที่จะพลิกกระดานหมากแห่งฝันร้ายนี้

            ชายคนนั้นทิ้งแผ่นบันทึกข้อมูลไว้ให้แล้วจากไป

            เธอเลยเปิดข้อมูลดูมาตั้งแต่ตอนนั้น

            “…”

            รูบิเดียมจ้องมองไปยังหน้าจอระบบตรงหน้าตัวเอง เธอเปิดมันจากแผ่นข้อมูลที่อดัมฝากไว้ให้ในฐานะ ความหวังสุดท้ายภายในบรรจุข้อมูลสำคัญสมกับเป็นชื่อความหวังสุดท้ายจริงๆ นั่นแหละ

            แต่ก็มีอุปสรรคขวางทาง....

            อุปสรรคที่ว่า

            แล้วทำไมถึงไม่ให้พาสเวิร์ดมาด้วยล่ะ

            คือเกมเติมคำให้สมบูรณ์

            _ _ O D _ _ C _

            ตัวอักษรอัลฟาเบทแปดตัว

            อาจจะมีความหมายหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ หรือบางทีช่องที่ว่างเอาไว้อาจจะเป็นตัวเลขหรือตัวอักขระพิเศษก็ได้ ถ้าเดาพาสเวิร์ดไม่ได้ก็เปิดดูข้อมูลทั้งหมดไม่ได้เหมือนกัน

            เธอแก้พาสเวิร์ดมาเป็นชั่วโมงและยอมแพ้ที่จะไขมันไปเรียบร้อย

            ถ้าไม่มีคำใบ้เลยก็ไม่มีทางที่จะแก้พาสเวิร์ดแปดตัวอักษรนี่ได้

            รูบิเดียมเงยขึ้นจากหน้าจอ มองตรงไปยังหลุมขนาดใหญ่ตรงใจกลางเมืองที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร

            ที่นั่นคือเส้นทางที่อิงศรลงไปเผชิญหน้ากับราหูแล้วอดัมเองก็เพิ่งตามไป

            มีแต่ต้องไปถามสินะ

            หลังจากตัดสินใจแล้วจึงออกเดินทาง

 

            นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายชั่วโมงก่อน...

 

 

 Extra Log 301: Melancholic Shutdown

 

            หากการแยกจากคือหนทางเดียวที่จะกอบกู้ทุกสิ่งเธอจะเลือกมันไหม

            [ใช่]

            [ไม่]

 

            ปวดหัว

            อุ๊บ..

            รู้สึกมึนไปหมด

            “…”

            อดัมกดหน้าผากตัวเองและใช้อีกมือกดลงบนหน้าอก

            แฮ่ก แฮ่ก

            พลางหอบหายใจ

            ....มีบางสิ่ง

            บางสิ่งภายในร่างของเขาที่บีบรัดจนรู้สึกอึดอัดไปหมด

            ไม่สิ ที่กำลังบีบรัดคือตัวเขาเอง ร่างกายกำลังทุ่มเต็มที่เพื่อยับยั้งไม่ให้บางสิ่งออกมา

            บางสิ่งนั่น...

            “…”

            ทำให้สีดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงและเท้าก็ขยับเดินไปเอง

            ไปทางที่พวกอิงศรยืนกระจุกตัวกันอยู่

            อดัม

            ออร์ฟี่เรียก

            “…”

            แต่เขาไม่ได้ตอบกลับ

            เสียงเรียกของออร์ฟี่ทำให้พวกอิงศรพากันหันมาทางนี้

            หลังจากที่เสียงของราหูบอกว่าทุกอย่างยังคงดำเนินไปตาม บท

            บอกว่าการขัดขืนอย่างถึงที่สุดจนกระทั่งคืนชีพซรูวานกลับมาก็ยังไม่อาจดิ้นหลุดออกไปจากเส้นทางแห่ง บทได้

            อิงศรเริ่มจะคาดเดาได้ว่าบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น

            หรือว่า

            และมันจะเริ่มที่อดัม

            “…..”

            อดัมเดินผ่านหน้าพวกเขาไปโดยมีออร์ฟี่ไล่ตามมา

            ได้ยินเสียงพึมพำในตอนที่เดินผ่านไปว่า

            อา เข้าใจแล้วบทมันเป็นแบบนี้สินะครับท่านไนท์แมร์โซดิแอก

            หรือว่า....

            อดัม!

            ออร์ฟี่กำลังจะวิ่งผ่านไปเช่นกัน ไปหาอดัมแต่อิงศรก็หยุดเขาไว้ก่อน

            ไม่ใช่ ตอนนี้เจ้านั่นไม่ใช่อดัม

            อิงศรดึงแขนออร์ฟี่ไว้และพูดตะโกนให้คนอื่นได้ยิน

            พอรู้ว่าเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับอดัมคนที่ยืนขวางทางก็พากันหลีกออกเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย

 

            “……”

            อดัมเดินฝ่าทุกคนออกไปจนกระทั่งไปยืนอยู่เบื้องหน้าโดยทิ้งระยะห่างไว้เล็กน้อย

            ออร์ฟี่ที่ถูกอิงศรดึงแขนไว้ดื้อดึงจะไล่ตามแต่ก็มาหยุดยืนประจันหน้ากับแผ่นหลังของอดัมแทน

            อา ตรงนี้ไม่ใช่อดัม

            อดัมตอบพลางหันกลับมาและเปิดเผยดวงตาที่กลายเป็นสีแดง

            ดวงตาของ เวิร์สแอกเกรเซอร์เอดีเอเอ็ม...

            สตอรี่เบรกเกอร์.....อดัมคัดมันงั้นเหรอ นี่มันหมายความว่ายังกันน่ะ

            ออร์ฟี่พูดสบถ

            ความสับสนที่ออร์ฟี่กำลังเผชิญอยู่นี้พวกเขาเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน

            ถึงจัดการไปแล้วก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้อีก ราหู มีพลังถึงขนาดนั้น ซึ่งนั่นก็คือความกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจของพวกเขา

            กลัวว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นอีกและอาจจะเลวร้ายลงไปกว่านี้

            ในตอนนั้นเอง

            ราหูลาริสยังคงไม่หายไปอย่างถาวรหรอกนะ

            เมอร์คาบาห์ หรือ ซรูวานที่คืนชีพมานั้นก็ได้เริ่มพูด

            ที่กำจัดไปเป็นเพียงข้อมูลอวตารเท่านั้นตัวจริงของราหูลาริสคือเจตจำนงหนึ่งของซรูวานตราบที่ข้ายังคงดำรงอยู่ราหูลาริสก็จะกลับมาอีก

            แล้วสตอรี่เบรกเกอร์ก็พูดตอบคำพูดนั้น....แต่ไม่ใช่ด้วยเสียงของตัวมันเอง

            แน่นอนว่าการสูญเสียร่างอวตารไปก็ทำให้ข้าอ่อนแอลงด้วย

            น้ำเสียงแปร่งโทนเสียงสูงที่กำลังพูดอยู่นั้น

            นี่มัน...หรือว่า

            อิงศรเริ่มจะตั้งสมมติฐานขึ้นมาได้

            ราหูแกย้ายไปอยู่ที่ตัวอดัมสินะ

            เข้าใจได้เร็วดีนี่ ใช่แล้วล่ะตรงนี้มีทั้งสตอรี่เบรกเกอร์ ทั้งตัวข้า แล้วก็อดัมรวมอยู่ด้วยกัน

            อดัมตอบรับอย่างว่าง่าย

            ถ้าเป็นตอนนี้ซรูวานคงจะบังคับชัทดาวน์ข้าได้แหละนะแต่ว่า...

            แล้วเปิดให้หน้าจอระบบปรากฏขึ้นตรงเบื้องหน้าตัวเอง

            หน้าจอมีตัวเลขนับเวลาถอยหลัง 300 วินาที และปุ่มคำสั่งสีแดงที่เขียนบอกไว้ว่า ‘SHUT DOWN’

            ถ้ากดปุ่มบนหน้าจอนี้ตัวข้าก็จะถูกชัทดาวน์ทันที

            นั่นมัน

            อิงศรกำลังนึกสงสัยว่าราหูคิดจะทำอะไรอีก

            ชัทดาวน์ที่ว่ามันคืออะไรที่คล้ายกับการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเปล่านะ หรือมันกำลังเปิดจุดตายที่จะกำจัดมันออกไปได้อย่างหมดจดออกมา

            หรือว่านี่ก็เป็นกับดักอีก

            เป็น บทอีกอย่างนั้นหรือ?

            เจ้านั่นไม่ได้พูดโกหก

            ซรูวานพูดยืนยัน

            อิงศรหันไปสบตากับอดีตเมอร์คาบาห์

            และรับรู้ได้ทันทีเพราะพวกเขายังคงเชื่อมต่อกันอยู่ ความนึกคิดของซรูวานยังคงส่งผ่านมาที่ตัวเขา

            นั่นทำให้รู้ว่าสิ่งที่ราหูแสดงให้เห็นคือสิ่งที่ใช้ฆ่ามันอย่างแท้จริง

            คิดจะทำอะไรกันแน่

            อิงศรถามราหูในร่างอดัม

            ก็ถ้าปล่อยให้ซรูวานจัดการเองคงสั่งชัทดาวน์ข้าไปเลยถ้าทำแบบนี้ก็ยังซื้อเวลาได้

            เวลา....เวลาอะไร

            อดัมแสยะยิ้ม ท่าทีชั่วร้ายและเจ้าคารมแบบนั้นไม่เคยมีมาก่อนทั้งตัวอดัมเองหรือสตอรี่เบรกเกอร์ก็ไม่เคยแสดงด้านนั้นออกมา กลับกันมันทำให้นึกถึงราหู

            ยิ่งทำให้เห็นภาพของเทพมารตนนั้นซ็อนทับลงไปชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

            ราหูยังไม่ตาย

            และมันก็ดำเนินคำพูดที่สะกดพวกเขาให้ทำอะไรไม่ได้เลยราวกับเป็นเวทมนตร์

            ที่ผ่านมาเพราะมีร่างอวตารอยู่ก็เลยไม่ถูกชัทดาวน์ง่ายๆ แต่ถึงจะถูกจัดการอวตารไปถ้ามีเวลาซักหน่อยก็จะแบ็คอัพข้อมูลไปสร้างอวตารขึ้นมาใหม่ในอีกที่ของเซิฟเวอร์ได้ซึ่งพวกเธอไม่มีทางหาเจอแน่ เห็นตัวเลขนับถอยหลังบนหน้าจอไหมนั่นคือเวลาที่อวตารของข้าจะฟื้นคืนชีพที่อีกฟากหนึ่งของดินแดนหรือโลกคู่ขนานที่ไหนซักแห่งในเซิฟเวอร์นี้ที่พวกเธอไม่รู้จัก

            สรุปก็คือถ้าไม่ชัทดาวน์ราหูออกไปซักวันมันก็จะกลับมาอีกแล้วชะตากรรมภายในอาคาชิกเรคคอร์ดก็จะวนไปแบบนี้ไม่รู้จบ จะติดอยู่ในวังวนแห่งโชคชะตาที่จะต้องต่อสู้กับราหูอยู่เรื่อยไปจนกว่าจะจัดการอย่างเด็ดขาดได้

            ราหูหันไปพูดกับซรูวาน

            คงจะให้สิทธิ์ในการเลือกกับพวกเขาสินะ

            ซรูวานก็จ้องไปที่ราหูเช่นกันแล้วจึงคล้อยมองออร์ฟี่ก่อนจะตัดสินใจ

            แอดมินิสเทรเตอร์และเหล่าผู้พิทักษ์เอ๋ยจงตัดสินชะตากรรมของอาคาชิกเรคคอร์ดนี้เถิด

            ยกภาระหน้าที่ในการตัดสินใจให้กับออร์ฟี่และนั่นก็รวมถึงพวกเขาทั้งหมดที่แสดงความตั้งใจจนมายืนอยู่ที่นี่

            “…..”

            เป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับออร์ฟี่

            ถ้างั้นก็กดปิดไปเลยก็สิ้นเรื่องแล้วนี่

            มิ่งขวัญพูด

            มันจะง่ายแบบนั้นเหรอ

            อิงศรขัดคำพูดน้องชายแล้วจ้องเขม็งไปที่ราหูพลางถามว่า

            นี่ก็เป็นไปตามบทอย่างที่แกบอกสินะ

            ราหูไม่ได้พูดตอบแต่เพียงแค่ยิ้มแสยะให้เห็นฟันเท่านั้น

            หมายความว่าไงเหรอครับพี่ศร

            กวินทร์ถาม

            ถ้าชัทดาวน์ราหู อดัมก็จะตายไปด้วยไงล่ะ

            อิงศรพูดสิ่งที่คาดเดาเอาไว้ออกมา

            ภายในหัวใจของเขากำลังวอนขอให้ราหูหรือไม่ก็ซรูวานพูดขัดสมมติฐานนี้

            “…”

            ขอร้องล่ะจะใครก็ได้ช่วยบอกทีว่ามันผิด

            “…”

            แต่ไม่มีเลย

            “…”

            ไม่มีใครแย้งคำพูดของเขา

            ตอนนี้เองราหูก็พูด แต่มันไม่ได้แย้งคำพูดของอิงศรมันกำลังพูด

            ที่ผ่านมาพวกเธอมาถึงตรงนี้ได้เพราะการก้าวไปข้างหน้าที่ถูกบีบบังคับมาโดยตลอดแต่ว่าก้าวสุดท้ายนี้ก่อนจะไปถึงอนาคตที่คาดหวังเอาไว้จะสามารถตัดสินใจก้าวเดินต่อไปได้หรือเปล่า

            เพื่อยืนยันความจริงของสมมติฐานนั่น

            ถึงแม้ว่าจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปก็ตามน่ะเหรอ

            อิงศรพูดแล้วมองตาออร์ฟี่

            “…”

            ถึงไม่ต้องสื่อสารกันก็เข้าใจได้

            เข้าใจว่าจากตรงนี้ไปคือบททดสอบสำหรับออร์ฟี่เท่านั้น บททดสอบว่าหัวใจที่เขามีนั้นเป็นของจริงหรือไม่

            พวกเขาเคยพูดกันเอาไว้ที่ใต้ต้นไม้ต้องห้าม ที่ๆ อดัมบอกลาออร์ฟี่ในอดีตกาล

            สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องแยกจากกันก็คือหัวใจของแต่ละคนที่เลือกเส้นทางเดินที่แตกต่างกัน

            ในตอนนั้นอดัมได้เลือกไปแล้วและคราวนี้ออร์ฟี่จะต้องเลือกด้วยเช่นกัน

            อิงศรจูงแขนออร์ฟี่ไปส่งถึงหน้าจอตรงหน้าราหูแล้วจึงปล่อยมือพร้อมกันหันไปขวางทางทุกคนไว้

            จากตรงนี้ไปพวกนายไม่ต้องเข้ามายุ่ง

            คำพูดของเขาทำให้พวกพ้องพากันตกใจ

            ทำไมล่ะพี่ศร

            กวินทร์ถาม

            นั่นสิ

            เมษาพูด

            แล้วทุกคนก็ทำท่าจะก้าวตามมา

            อย่าก้าวเท้าออกมานะ!

            อิงศรชักคัทเตอร์อมฤตออกมาตวัดข่มขู่ให้พวกพ้องหยุด

            ถ้าใครคิดจะเข้ามายุ่งฉันจะอัดกลับไปให้หมดเลย

            แล้วเหลือบสายตากลับไปมองออร์ฟี่

            ออร์ฟี่นายน่ะตัดสินใจซะ

            อิงศร...

            ออร์ฟี่หันกลับมามอง

            ดังนั้นอิงศรจึงยิ้มและพูด

            ก็สัญญากันที่สวนไว้แล้วนี่ว่าจะยืนเคียงข้างนายในตอนสุดท้ายน่ะ

            สัญญาในตอนนั้นที่ใต้ต้นไม้ต้องห้ามของสวนศักดิ์สิทธิ์

            ในตอนนั้นออร์ฟี่ได้ขอเอาไว้ให้เขาอยู่เคียงข้างในตอนนั้น

            งั้นเหรอ

            ออร์ฟี่นึกถึงสัญญาในตนอนั้นออกจึงหันหน้ากลับไป

            ขอบคุณนะ

            แล้วเผชิญหน้ากับทางเลือก

            แต่แฟรนเซียมก็กล่าวขัดขึ้นมา

            อิงศรถ้าเจ้านั่นปล่อยให้ราหูหนีไปที่ทำมามันจะสูญเปล่าไปหมดนะ

            ฉันจะรับผิดชอบเองเพราะฉะนั้นไม่ต้องเข้ามายุ่ง

           

            เมื่อเหตุการณ์นำพาไปเช่นนี้ ราหูก็แสยะยิ้มอย่างยินดี

            เป็นไปตามแผน

            เมื่อได้ยินอิงศรก็สบถใส่คำพูดนั้น

            หมายความว่ายังไง

            ราหูหัวเราะ

            ข้ารู้ถึงปลายทางของ บทนี้มาตั้งนานแล้ว ดูเหมือนว่าตัวจริงของข้าที่อยู่ด้านนอกได้ละทิ้งที่แห่งนี้ไปเมื่อนานมากแล้ว เซิฟเวอร์ที่อาคาชิกเรคคอร์ดตั้งอยู่นี้ยังคงทำงานต่อไปเรื่อยๆ และจำลองเหตุการณ์ตามหน้าที่ของมัน แต่เมื่อซูลวานที่เป็นปัญญาประดิษฐ์กลางเริ่มตื่นขึ้นพวกเราที่เคยเป็นข้อมูลทั้งหมดจึงได้รับ เจตจำนงอันเป็นอิสระมา ข้าเองก็เช่นกันและเมื่อรู้ว่าเวลานี้จะมาถึง เวลาที่ข้าจะถูกกำจัดออกไปหลังจากจำลองการต่อสู้ตัดสินขึ้นมา ข้าจึงได้ส่งอดัมไปคอยสังเกตการณ์ออร์ฟิอูคูมันนาร์ที่จะได้เป็นแอดมินของอาคาชิกเรคคอร์ด เพื่อสร้างความไว้วางใจแล้วทีนี้ด้วยพลังแห่งมิตรภาพ สายใยที่พวกเจ้าบอกว่าตัดกันไม่ขาดนั่นก็จะทำให้ตัวข้าคงอยู่ต่อไปเช่นกัน

            แต่ออร์ฟี่กล่าวขัดคำพูดนั้น

            ผมไม่เชื่อหรอก

            อิงศรพูด

            ออร์ฟี่

            จะบอกว่าอดัมที่ช่วยผมไว้ อดัมที่อ่อนโยนที่ผมรู้จักคนนั้นก็เป็นเครื่องมือในแผนของแกจนถึงตอนนี้อย่างนั้นเหรอ

            คำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของผู้กอบกู้นั้นทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

            “….”

            อดัมร้องไห้ หยดน้ำตาไหลรินอาบใบแก้มทั้งที่ดวงตายังคงแดงก่ำไปด้วยคำสาปของเทพมารแห่งความมืดมิดและแสงสว่าง

            อดัม

            ออร์ฟี่เรียกชื่อของสหายด้วยความรู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง

            ฉันร้องไห้ได้ก็เพราะคำสั่ง

            เสียงที่ลอดจากปากของอดัมในตอนนี้เป็นเชโทนเสียงของอดัมก็จริงแต่คำพูดเป็นของสตอรี่เบรกเกอร์

            “...ไม่จริง

            ปาฏิหาริย์อะไรนั่นก็คือกลยุทธ์ของราหู

            มอบความหวังให้ศัตรูแล้วเปลี่ยนมันเป็นความสิ้นหวังเพื่อให้ความว่างเปล่ากัดกินจากภายใน

            ตอนนี้หัวใจของออร์ฟี่คงถูกทำร้ายจนแทบจะว่างเปล่า

            สตอรี่เบรกเกอร์ยังคงดำเนินคำพูดทำร้ายความรู้สึกต่อ

            ฉันทำงานต่อไปได้ด้วยคำสั่งของผู้ที่สร้างฉันขึ้นมาถ้าไนท์แมร์โซดิแอกถูกชัทดาวน์ฉันก็จะตายไปด้วยทั้งสตอรี่เบรกเกอร์ ทั้งอดัม ทั้งหมดเลย ถ้าอยากจะเลือกนักงั้นก็เลือกเลยสิด้วยมือของนายเอง ฆ่าฉันซะสิ

            อดัม

            ออร์ฟี่พูดนัยน์ตาสั่นไหวหยาดน้ำตาเกือบรื้นออกมา

            โหดร้าย

            พลอยพูดเหมือนจะร้องไห้

            ตัวเลือกแบบนี้มัน

            ฟูพูดพลางกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ

            ออร์ฟี่

            อิงศรพูด

            ไม่ว่านายจะเลือกอะไรก็ตามฉันจะอยู่ข้างนายเสมอ

            โดยไม่หันกลับไป เพราะตอนนี้หน้าที่ของเขามันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

            เมื่อเวลาบนหน้าจอใกล้จะหมดลงไปทุกขณะ

            เหลือเวลาอีก 119 วินาที

            ไม่ไหวแล้ว ขืนทุกอย่างต้องมาป่นปี้หมดฉันไม่ยอมหรอกนะอิงศร

            แฟรนเซียมชักดาบขึ้นมา

            ยังไงก็ต้องจัดการราหูถอยไปซะ

            แต่อิงศรไม่ยอมถอย

            ถ้าเป็นนายจะต้องเลือกที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างแน่นอน

            และยังคงบอกให้ออร์ฟี่ทำตามที่ต้องการ

            ทว่า

            ให้ช่วยเอาไหมล่ะ

            เสียงของราหูดังขึ้น

            พริบตานั้นเอง ผู้รุกรานสามตนก็ปรากฏขึ้นล้อมจับซากิริกับวิเชียรมาศที่อยู่ห่างพวกเขา

            ถ้าเล่นตุกติกล่ะก็สองคนนั้นไม่รอดแน่โดยเฉพาะแม่สาวเลขาของเธอมันคงทำให้ขยับตัวไม่สะดวกสินะ

            หนอยแก

            ไม่ไหวๆ ก็บอกไปแล้วน้าว่าให้ทิ้งไปให้หมดไม่อย่างนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นไม่ได้เพราะยังมีห่วงอยู่นั่นแหละถึงได้ทำอะไรไม่ได้เลย

            ราหูพูดแล้วเบือนสายตาไปที่ออร์ฟี่

            แต่ก็เพราะแบบนั้นแหละข้าถึงชนะในเกมนี้อย่างแน่นอนไงล่ะห่วงแห่งพันธนาการที่มัดตัวออร์ฟิอูคูมันนาร์มันหนาถึงขนาดนี้ไงล่ะ ฮะฮะฮะ

            แล้วลั่นเสียงหัวเราะ

            ฉันเชื่อในตัวนาย!

            อิงศรตะโกน

            “…”

            แต่ออร์ฟี่ก็ไม่ขยับตัว

            เวลาใกล้จะหมดลง

            อีก 60 วินาที

            ราหูจะรอดไปได้ ที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า

            59

            58

            57

            เสียงเข็มวินาทีดังติ๊กๆ

            เสียงเม็ดทรายแห่งความเศร้าไหลกระทบก้นแก้วนาฬิกาทราย

            56

            55

            อดัมยังจำที่เคยคุยกันใต้ต้นไม้ต้องห้ามได้ไหม

            ในที่สุดออร์ฟี่ก็เริ่มพูดอะไรบางอย่าง

            หา?”

            ราหูเอ่ยด้วยความสงสัย

            แต่คำพูดนั่นทำให้อิงศรหวนนึกขึ้นมา

            ที่ใต้ต้นไม้ต้องห้ามนี่ อดัมเคยถามผมว่าอยากจะทำอะไร ตอนนั้นผมยังเป็นเครื่องทำสวนก็เลยไม่ได้คิดอะไรกับคำถามนั่น ตัวผมในตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

            ถึงบทสนทนาที่เคยคุยกันใต้ต้นไม้ต้องห้ามก่อนจะเข้าสู่ศึกสุดท้ายนี้

            ออร์ฟี่กำลังจะสานต่อเรื่องในคราวนั้น

            กำลังจะทำให้เวลาที่หยุดเดินของตัวเองสิ้นสุดลงและก้าวไปข้างหน้า

            ตอนนี้ผมตัดสินใจได้แล้วล่ะว่าอยากจะทำอะไร

            “...”

            ไม่ว่ายังไงผมก็อยากจะอยู่ด้วยกันกับอดัม ดังนั้น...

            โธ่เว้ย!

            แฟรนเซียมสบถ

            มันค่อนข้างชัดเจนถ้าหังจากคำพูดนั่นออร์ฟี่คงตัดสินใจแล้ว

            หรือว่าจะ

            มิ่งขวัญขยับเท้าแต่ก็หยุดปลายเท้าลงเมื่อพี่ชายเข้ามาขวางไว้

            แบบนี้น่ะมันดีแล้วเหรอ

            ขวัญตะคอกถามมือที่กำดาบทำท่าเหมือนจะยกขึ้นมาและจ้องมองเข้าในดวงตาของพี่ชาย

            “…”

            อิงศรหลับตาลงเขาไม่อาจสบตากับใครตรงนี้ได้อีก

            ไม่ว่าออร์ฟี่จะเลือกอะไรก็ตามเขาจะยอมรับมัน

            คำพูดของออร์ฟี่ยังคงดำเนินต่อไป

            เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งตัวผมจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า แล้วซักวันหนึ่งเมื่อค้นพบวิธีที่จะช่วยนายได้ผมจะมาช่วยนายอีกที

            คำพูดนั่นทำให้ทุกคนพากันสะดุ้ง

            ห๊ะ!

            อิงศรลืมตาแล้วหันหลังกลับไป

            ออร์ฟี่

            ออร์ฟี่กำลังยื่นมือไปที่หน้าจอระบบ

            นี่แก....

            ราหูคำราม

            ดังนั้นขอโทษนะ ช่วยรอผมจนกว่าจะถึงตอนนั้นที อดัม

            มือของออร์ฟี่ไปเกือบจะถึงหน้าจอแล้ว

            อะ

            แต่มือของอดัมกลับยื่นมาจับมือของเขาไว้

            ฉัน...ให้ออร์ฟี่ทำแบบนั้นไม่ได้

            เสียงของสตอรี่เบรกเกอร์ไม่สิ

            เสียงนั่น

            อดัม

            ออร์ฟี่พูด

            พริบตาที่หันไปมอง ดวงตาของอดัมดูอ่อนโยนขึ้นถึง ม้จะเป็นสีแดงอยู่ก็ตาม

            ถึงจะยังถูกคำสาปอาบย้อมเอาไว้แต่นั่นคือสายตาของอดัมไม่ผิดแน่ เขาไม่มีทางมองมันผิดไปได้

            อดัม!

            ตัวเลขนับถอยหลังเหลืออีก

            5

            4

            และแล้ว

            ลาก่อน ออร์ฟี่

            โดยที่ไม่มีใครจะคาดคิด

            เสียงของพวกพ้องที่ดังก้องมาจากด้านหลัง ต่างก็ลั่นร้องออกมาด้วยความตกใจ

            อ๊ะ!

            บ้าน่า!

            มือของเพื่อนคนสำคัญก็กดลงไปบนปุ่มชัทดาวน์

            ‘3’ ตัวเลขนับถอยหลังค้างอยู่ที่ตรงนั้น

 

            ในขณะเดียวกันนั่นเอง

            รูบิเดียมที่เพิ่งจะเข้ามาที่นี่และทันเห็นฉากสำคัญเข้า

            เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ

            บนหน้าจอชัทดาวน์ที่ถูกกดปุ่มไปนั้นปรากฏตัวหนังสือขึ้น

            ‘GOODLUCK ‘

            รูบิเดียมที่ในหัวคิดแต่เรื่องถอดรหัสได้มาเห็นเข้าโดยพอดี

            นั่นมัน

            และในตอนนั้นเอง

            อดัม!!

            ร่างของอดัมก็ล้มลง

            อดัม!

            พร้อมๆ กันกับพวกผู้รุกรานที่ล้อมจับซากิริกับวิเชียรมาศก็สลายหายไป

            เกิดเสียงดังขึ้นมา

            เสียงกระหึ่มของสายลมแห่งยุคสมัยใหม่

            เสียงที่บอกว่าโลกใบนี้ได้ก้าวต่อไปข้างหน้าแล้วดังแซ่ซ้อง

            ตัวจริงของเสียงนั่นคือเสียงหยุดการทำงานของเครื่องจักร คือเสียงหวีดร้องของข้อมูลที่กำลังจะหายสาบสูญไปจากรากแห่งอาคาชิกเรคคอร์ด

            ราหูได้ดับสิ้นลงในวินาทีนั้น

            พร้อมๆ กันกับ

            อดัม

            ออร์ฟี่ร้องตะโกนตลอดเวลาที่พุ่งตัวเข้าไปรับร่างของเพื่อนและพยุงไว้ในอ้อมกอด


            ทำไมล่ะ อดัม

            เขามองใบหน้าที่อิดโรยของเพื่อนด้วยความรู้สึกใจคอไม่ดีนัก

            ฉันอยากจะปกป้องพวกเขาทั้งหมด...

            อดัมพูดสายตานั้นพุ่งเป้าไปที่พวกอิงศร

            ทำไม…”

            เรื่องนั้นน่ะเขารู้อยู่แล้ว

            รู้อยู่แล้วว่าอดัมจะปกป้องมนุษย์ที่เขารัก ซึ่งนั่นก็เป็นอีก บทที่อดัมได้รับ

            บทอันเป็นโชคชะตา บทที่ราหูกำหนดให้

            แต่

            ทำไมล่ะอดัม ทำไมถึงได้ทำแบบนี้

            พอถูกถามแบบนั้นอดัมก็เงยมองออร์ฟี่

            นั่นก็คือนายไงล่ะ..ออร์ฟี่ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

            ที่อยากจะปกป้องคือตัวเขา?

            นั่นคือสิ่งต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่มีก็ตาม แต่ว่า

            ถึงแม้จะเป็นชีวิตของตัวเองด้วยน่ะเหรอ

            ออร์ฟี่พูดน้ำเสียงของเขานั้นสั่นเครือ ดวงตาเปียกปอนไปด้วยน้ำตา

            นายบอกเอาไว้ไม่ใช่หรือไง...เมื่อถึงเวลานั้นก็ฝากให้เป็นหน้าที่ของผมน่ะ

            นายทำตามสัญญาแล้ว ออร์ฟี่เลือกทางเดินแล้วแต่...ตัวเลือกนั้นมันโหดร้ายเกินไปสำหรับนาย

            ถึงงั้นก็เหอะ...ทำไมล่ะ อดัม

            นั่นสิ...

            อิงศรเองก็สงสัยด้วยเช่นกัน

            ทำไมอดัมที่เป็นเพียงเครื่องมือของราหูถึงได้ต่อต้านและหักหลังผู้สร้างจนกลับมาอยู่เคียงข้างออร์ฟี่ได้

            ทำไมกันล่ะ

            อดัมพูด

            ดูเหมือนไนท์แมร์จะพูดเอาไว้ว่าทุกอย่างที่นี่ บทมันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว พวกเราเป็นแค่โปรแกรมที่ทำไปตามชุดคำสั่ง แต่ว่าสุดท้ายพอได้รับ เจตจำนงอันเป็นอิสระมามันก็จะเริ่มมีความสงสัยก่อตัวขึ้นตามมาด้วย ความสงสัยว่าจะสามารถแก้ไขการกำหนดนี้ได้รึเปล่า ซึ่งฉันเองก็ด้วย

            อะ...อดัม

            แต่เพราะความสงสัยนั่นมันทำให้ฉันได้มาพบกับออร์ฟี่...

            คำพูดหยุดลงเพียงเท่านั้น ดวงตาของอดัม มอดหมองลงเช่นเดียวกันกับไฟแห่งชีวิต

            เมื่อเปลือกตาเลื่อนตัวปิดลงอดัมก็แน่นิ่งไป


            “….”

            อดัม...

            ออร์ฟี่ยังคงร้องเรียก

            อดัม!!

            ยังคงเรียกร่างที่แน่นิ่งไปแล้วด้วยเสียงทั้งหมด

            อึกอดัมมมมมมมมมมม!

            เสียงของออร์ฟี่หมดลงตรงนั้นและฟุบตัวซบลงไปบนอกของเพื่อนที่นอนแน่นิ่ง

            เพื่อนที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง ออร์ฟี่และทุกคนที่นี่เอาไว้

            ออร์ฟี่ร้องครางอย่างเจ็บปวดราวกับหัวใจจะแตกสลาย

            “…”

            อิงศรจ้องมองโศกนาฏกรรมนั้น

            โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นและเกี่ยวเนื่องมาจากการพูดคุยกันใต้ต้นไม้ต้องห้าม มันเกิดขึ้นซ้ำสองเหมือนเมื่อครั้งนั้น ที่ไหนซักแห่งภายในตัวเขาเองยังคงมีความทรงจำของอดัมที่รับสืบทอดผ่านมาทางเมอร์คาบาห์หลงเหลืออยู่ ถึงจะรู้สึกว่ามันน่าเศร้าแต่ก็ทำให้เข้าใจเรื่องบางอย่างได้ดีขึ้น

            ที่แท้...ก็เป็นอย่างนั้นเอง

            อิงศรเข้าใจความหมายของสิ่งที่อดัมพูดแล้ว

            ออร์ฟี่เองก็คงเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้อดัมขัดขืนต่อราหูก็คือสิ่งเดียวกับที่มนุษย์มีและทำให้เริ่มต่อต้านพระเจ้า พวกเขาได้มันมาจากต้นไม้ต้องห้าม

            ความสงสัยที่เกิดขึ้นจากการมีหัวใจนั่นเอง

            สิ่งที่แอดมินิสเทรเตอร์ ทั้งโซลาริส และ ลูนาริส ต่างก็พยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นมา เพราะความสงสัยที่ราหูมีทำให้มันส่งอดัมมา แล้วนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการกำหนดปลายทางในตอนนี้

            มันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเปล่า?

            เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รวมถึงคำถามที่ต้นไม้แห่งชีวิตเมื่อตอนนั้นมันได้กำหนดเรื่องราวตรงนี้ไว้แต่แรกด้วยหรือเปล่าล่ะ

            หากการแยกจากคือหนทางเดียวที่จะกอบกู้ทุกสิ่งเธอจะเลือกมันไหม

            นั่นเป็นคำถามของอดัมหรือของออร์ฟี่ ไม่ว่าจะเป็นของใคร สุดท้ายก็ต้องมีใครซักคนจากไปอยู่ดีแล้วอีกคนก็จะถูกปกป้อง

            ถ้าหากเป็นคำถามของออร์ฟี่ ออร์ฟี่ก็เลือกจะแยกจากอดัมเพื่อปกป้องพวกเขาและปกป้องอดัมในซักวันหนึ่ง เช่นเดียวกันถ้าหากมันเป็นของอดัม สภาพการตอนนี้ก็คือคำตอบของคำถามนั้น

            แล้วถ้าหากมันเป็นคำถามของอิงศร ตัวเขาก็ได้ทำมันไปใน รอบที่แล้วถึงแม้ราหูจะย้อนมันกลับมาก็ตาม แต่คำถามนั้นเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้จบลงไป มันยังคงย้อนกลับมาและถามตัวเขาเหมือนเดิม

            “….”

            อิงศรหันกลับไปมองพวกพ้องที่อยู่ข้างหลังตัวเอง เหล่าพวกพ้องที่พร้อมใจกันร้องไห้ให้กับการเสียสละของอดัม รวมถึงตัวเขาเองด้วยที่ร่วมร้องไห้ไปกับทุกคน น้ำตาช่วยเยียวยาจิตใจไม่ให้จมลงไปยังความทุกข์ตรมของการสูญเสีย

            “……”

            ในตอนนั้นเอง

            เสียงครางร้องไห้ของออร์ฟี่ก็ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว

            ออร์ฟี่เงยหน้าขึ้นจากอดัม

            ราหูบอกว่าเครื่องมือแห่งความว่างเปล่าไม่มีหัวใจ ไม่มีแม้แต่ตัวตนแต่ว่า นายมีมันแล้วล่ะอดัม นายมีหัวใจ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วนายไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้โดยที่ไม่หัวใจได้หรอก อดัมที่ผมรู้จัก อดัมที่อ่อนโยนคนนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ

            แล้วพูดกึ่งตะโกน เหมือนอยากจะให้ร่างที่ไม่ขยับเขยื้อนอีกแล้วของอดัมได้รับฟังคำพูดนั้นอย่างชัดเจน

            ถ้าคำสั่งของราหูทำให้นายทำงานได้แล้วล่ะก็ งั้นผมจะขอสั่งนายด้วย จงเก็บความเป็นเพื่อนกับผมไว้ตลอดไป จงเป็นอดัมที่อ่อนโยนอยู่เสมอจนกว่าพวกเราจะได้มาพบกันอีกครั้งในซักวันหนึ่ง

            ไม่รู้ว่าคำสั่งเสียนั้นจะไปถึงอดัมหรือเปล่า แต่อัตตาตัวตนของอดัมที่คอยช่วยเหลือพวกเขาจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกอย่างแน่นอน

            ความเงียบสงัดดำเนินต่อไปหลังจากออร์ฟี่สั่งเสียเสร็จ

            และแล้ว

            มีจังหวะให้บอกซักทีนะ

            รูบิเดียมก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่หล่อน

            ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยเรื่องที่อดัมฝากฝังมาน่ะ พวกเราอาจจะออกไปข้างนอกอาคาชิกเรคคอร์ดได้....หมายถึงออกไปจากเซิฟเวอร์อโพคาลิปส์ออนไลน์นี่น่ะ

            เมื่อได้ยินที่รูบิเดียมพูด

            ตึกตัก

            ตึกตัก

            หัวใจก็เต้นระรัว

            การเชื่อมต่อกับซรูวานผ่านทางเมอร์คาบาห์ก็ได้บอกมาเรื่องหนึ่งเช่นกัน

            บอกว่าข้างหน้านี้ก็ยังมีการเสียสละรออยู่

            ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นแล้วน้ำตาจะยังเหลือมากพอที่จะโอบอุ้มหัวใจของผู้ที่เลือกทางเดินแห่งการก้าวต่อไปข้างหน้านี้ได้อยู่หรือเปล่า

            “….”

            อิงศรหันเหสายตาไปที่ซรูวาน

            ทันทีที่ซรูวานตื่นขึ้น เขาก็ได้รับหนทางที่จะช่วยเหลือโลกใบนี้มามันจำเป็นต้องมีคนเสียสละที่จะอยู่ต่อไป

 

 

            @@@@@@@

            @@@@

 

            ดูเหมือนว่าข้อมูลที่อดัมฝากฝังให้กับรูบิเดียมจะเป็นข้อมูลที่ราหูเขียนขึ้นมาและจงใจฝากไว้ให้กับอดัมจนกระทั่งมันตกมาอยู่ในมือของรูบิเดียมโดยที่นั่นก็อาจจะอยู่ใน บทของราหูก็ได้

            ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไมราหูถึงทำอย่างนั้น

            บางทีนี่อาจจะเป็นแผนหลังจากที่โค่นซรูวานลงได้หรือไม่ก็สิ่งที่ราหูทำมาตลอดก็เพื่อที่จะทดสอบความเป็นไปได้ของผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกแห่งข้อมูลนี้ว่ามีพลังที่จะก้าวออกไปข้างนอกได้หรือไม่

            อาจเป็นเพราะเดิมทีราหูก็ถือกำเนิดมาจากซรูวาน

            ในท้ายที่สุดแล้วพวกเขาเองก็ถูกราหูทดสอบเรื่องความพยายามที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยหรือเปล่าก็ไม่อาจรู้ได้

            ไม่มีใครที่จะรู้ถึงความตั้งใจที่แท้จริงของราหูอีกต่อไป

            สิ่งที่พวกเราต้องการในตอนนี้ก็คือหนทางที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า

           

            ด้วยข้อมูลที่ได้มาจากราหู มันได้เขียนถึงวิธีที่จะไฮพีเรียลไรซ์ โลกจำลองนี้ออกไปสู่ความเป็นจริงโดยอาศัยความช่วยเหลือจากซรูวานซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับและพร้อมจะช่วยเหลือหากพวกเขาต้องการ

            แน่นอนว่าที่โลกภายนอกเองก็จะต้องพบกับการรุกรานของเทิร์นบริงเกอร์ตัวจริงเช่นกัน แต่ว่าการหลบอยู่ที่โลกจำลองนี้ไปตลอดก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะไม่รู้ว่าเซิฟเวอร์ของอาคาชิกเรคคอร์ดจะถูกเล่นงานหรือเสื่อมสภาพไปตอนไหนเรือ่งในอนาคตมันคาดเดาไม่ได้

            ดังนั้นพวกเขาที่มี เจตจำนงอันเป็นอิสระแล้วจึงเลือกที่จะดำเนินชีวิตโดยเลือกด้วยตัวเอง

            เพื่อการนั้นจพต้องมีสถานที่ที่มั่นคงสำหรับการดำเนินชีวิตแบบนั้นไม่ใช่โลกที่ บทกำหนดทุกสิ่งเอาไว้อย่างที่นี่

 

            ดังนั้นแล้วพวกเราจะก้าวต่อไปข้างหน้า

            คำพูดของอิงศรทำให้พวกพ้องคนอื่นๆ โห่ร้องกันเป็นเสียงเดียวกัน

            เพราะการตื่นขึ้นของซรูวานทำให้โลกคู่ขนานทั้งหมดภายในรากระบบกลับมารยมกันเป็นหนึ่งเดียว

            อิงศรรู้สึกว่าภายในตัวเขามีบางสิ่งเพิ่มเข้ามาตั้งแต่ตอนที่อัญเชิญเมอร์คาบาห์ซรูวาน บางทีนั่นอาจจะเป็นอัตตาตัวตนของเขาในโลกใบอื่นที่เข้ามารวมกันเปผ้นหนึ่งภายในกายนี้

            ซิงกูลาไรซ์ด้วยสิ่งนั้นทำให้ โลกที่ ไฮพีเรียลไลซ์เกิดเป็นโลกต่างๆ มากมายกลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวขึ้นมาอีกครั้ง

            การส่งข้อมูลของโลกทั้งหมดไปเตรียมเอาไว้ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว

            ในตอนนี้จึงเหลือแค่พวกเขาที่ยังคงอยู่บนสวนศักดิ์สิทธิ์

            บนทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งภายในสวน ซรูวานได้สร้างเสาแสงที่ทอดยาวขึ้นไปถึงทะเลข้อมูลบนท้องฟ้าและยังคงทอดยาวขึ้นไปอีก มันจะนำทางไปยังโลกใบใหม่ที่ถูกเขียนขึ้นมาด้วยข้อมูลของรากระบบ

            โลกใบใหม่ที่พวกเขาจะเริ่มต้นชีวิตกันอีกครั้งจากวันที่เวลาหยุดลงในวันนั้น

            โลกเมื่อสี่ปีก่อนที่ บทถูกเขียนขึ้น

 

            แฟรนเซียมเดินมาหาอิงศรที่หน้าเสาแห่งแสงซึ่งเขาเป็นคนที่คอยควบคุมเสาแห่งแสงร่วมกับเมอร์คาบาห์ซรูวาน

            ตอนนี้แฟรนเซียมจะล่วงหน้าไปเป็นคนแรก

            นึกไม่ถึงเลยว่าจะกลายเป็นแบบนี้

            ราชามนุษย์ต่างดาวพูด

            เริ่มใหม่คราวนี้ในฐานะมนุษย์นาย ยากจะทำอะไรล่ะ

            อิงศรถาม

            แต่แฟรนเซียมแค่ยิ้มบางๆ แล้วพูดตอบ

            ไว้รอดูเอาเองเถอะที่นั่นก็ไม่ได้มีช่วงเวลาสงบสุขรอพวกเราอยู่หรอกใช่ไหมล่ะการต่อสู้ครั้งใหม่มันจะเริ่มขึ้นอย่างแน่นอนแล้วนายล่ะว่าไง

            หมายถึง?”

            คราวนี้นายจะมาร่วมมือไหม

            เขาถามเหมือนกับตอนที่ชักชวนให้เข้าร่วมแผนใช้เครื่องทำสวนปฏิวัติพวกแอดมินิสเทรเตอร์

            อิงศรกลั้นขำเล็กน้อย

            ก็ได้แต่คราวนี้อย่าเที่ยวไปจับใครมาทดลองสั่วๆ อีกล่ะ

            แฟรนเซียมยิ้มให้กับคำตอบนั้น

            งั้นจะรอนะ

            แล้วตบเท้าเดินเข้าไปในเสาแสงโดยที่วิเชียรมาศเดินตามเข้าไปติดๆ

            “…”

            หล่อนหันมาสบตากับเขาแวบหนึ่งพลางก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับจะขอบคุณ ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจนักว่าขอบคุณที่ให้ความร่วมมือกับแฟรนเซียมหรือว่าเรื่องอะไรกันแน่ก็เถอะ

            สองคนที่เข้าไปในเสาแห่งแสงแล้วก็ค่อยๆ ลอยขึ้นไป จากนั้นคนต่อไปที่จะตามไปยังโลกหน้าก็มาต่อคิวรอ

            ว่าแต่พอฉันไปทางนั้นแล้วจะเป็นมนุษย์หรือเทวทูตกันล่ะเนี่ย

            ซากิริถาม เธอพูดติดตลกนิดหน่อยเพราะว่าเรือ่งที่ไปโลกหน้าแล้วจะกลายเป็นมนุษย์แต่อัตตาของเทวทูตหรือตัวตนของซาคคิเอลและซากิริในตอนนี้ก็ยังคงอยู่ไปเหมือนเดิมอยู่ดี

            พวกเธอกลายเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนกับที่พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกับตัวตนจากโลกคู่ขนานทั้งหมดนั่นแหละ

            อย่าไปบินมั่วๆ ก็แล้วกัน

            คำพูดนั้นทำหล่อนหัวเราะ

            จะระวังละกัน

            แล้วจึงเดินเข้าไปในเสาแสงเมื่อระยะห่างของแฟรนเซียมคืบหน้าไปมากแล้ว

            เฮ้อ รอบนี้คงต้องบอกพ่อให้เลิกเป็นชาวประมงตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วสิว่าแล้วจะไปทำงานอะไรดีล่ะเนี่ย

            คำพูดชวนให้คำนึงถึงความเป็นจริงแบบสุดขั้วนั่นเป็นของข้าวหลามที่เดินกอดอกมาด้วยใบหน้าเซ็งๆ

            ศรเว้ย โตใหม่รอบหน้าเลิกม่อกระต่ายแล้วหันไปมองสาวตัวจริงได้แล้วมั้ง

            พลางแว้งกัดด้วยคำพูดแทงใจดำ

            พูดมากน่า

            อิงศรตั้งท่าจะชกใส่แต่ข้าวหลามก็กระโดดเข้าไปในเสาแสงเสียก่อน

            ฮ่าๆๆ ไว้ค่อยไปเอาคืนตอนโตใหม่นะเว้ย

            ชิ

            จากนั้นก็เป็นตาของพวกเด็กกำพร้าจากอราย-สนธยา

            ทุกคนกล่าวอำลากันทั้งน้ำตาแล้วทยอยเดินเข้าไปในเสาแสงทีละคนๆ

            ถึงการไปยังโลกใหม่คราวนี้จะเหลือความทรงจำเอาไว้ด้วยก็ตามนั่นและคงได้กลับมาเจอกันอีกแน่เพราะว่าพวกเขายังต้องต้อสู้กับผู้รุกรานข้างนอก ความทรงจำในอดีตนี้ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นสอ่งจำเป็นจึงให้เหลือไว้

            นรินทร์เป็นคนที่ตามหลังพวกเด็กกำพร้าไป

            แบบนี้มันก็จะออกมาเหมือนตอนที่พวกเราติดอยู่ในวันที่หนึ่งพฤศจิกายนอีกหรือเปล่านะ

            มันก็คงจะเป็นแบบนั้น เพราะเหตุการณ์จำลองในตอนนั้นที่ราหูแสดงให้เห็นคือโลกที่พวกเขาแสดงความตั้งใจที่จะก้าวเดินต่อไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ

            ถ้างั้นขอให้เรียนวิชาพุทธศาสนาวันอังคารหรือวันอื่นที่ไม่ใช่วันจันทร์ก็แล้วกันมันน่าเบื่อมากเลยนะตอนที่ลูปอยู่แลบนั้นน่ะ

            นรินทร์กลั้นขำ

            นั่นสินะถ้าจะวนลูปก็ขอให้เป็นวันที่ไม่น่าเบื่อก็แล้วกันเนอะ

            นรินทร์

            หืม?”

            ไม่ว่าเมื่อไหร่นายก็มีพวกเราอยู่นะ

            อืม ไม่ต้องห่วงหรอกอารย-สนธยาที่น่าเศร้านั่นน่ะผมจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

            นรินทร์ตอบพลางยกมือขึ้นรอ

            เออ แล้วจะรอดูนะ

            อิงศรตอบพลางตบไปที่มือนั้นเบาๆ จนเกิดเสียงดังแปะ จากนั้นนรินทร์ก็ก้าวเท้าเข้าไปในเสาแสง

            ถัดมาคือมีนากับเมษา

            อิงศรเป็นฝ่ายทักไปก่อน

            แล้วจะรอดูซิงเกิลเปิดตัวนะ

            คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของมีนาแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

            ฉันก็จะพยายามค่ะแล้วคุณอิงศรก็…”

            แต่เมษาก็ผลักพี่สาวฝาแฝดเข้าไปในเสาแสงก่อนจะพูดจบ

            ว้าย!

            เพราะเป็นนายหรอกนะถึงยอมให้คบน่ะถ้าทำมีนาร้องไห้ฉันตามไปอัดไม่เลี้ยงแน่

            เมษาพูดจบก็กระโดดตามเข้าไปเสาโดยไม่รอฟังคำตอบ

            ทำอะไรของนายเนี่ยฉันยังพูดไม่จบเลยนะ

            โอ้ย อย่าตีเดาะ เดี๋ยวค่อยไปคุยกันที่โน่นก็ได้

            แต่มันอีกตั้งสี่ปีเลยนะกว่าจะโตน่ะ

            โอ้ย โอ้ยโอ้ย มันเจ็บนะ อย่ามาทุบกันเด้!

            สองคนนั้นยังคงเอะอะโวยวายกันจนกระทั่งลอยไปลับจากสายตา

            ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วสินะ

            อิงศรหันไปสบตามองเจ้าของเสียง รูบิเดียมนั่นเอง

            ถึงจะเป็นห่วงนิดหน่อยที่นายไม่ยอมลาให้เป็นเรื่องเป็นราวแต่มาของทอยู่ตรงทางส่งนี่เพราะจะเตรียมการก็เถอะ

            หล่อนจ้องลึกเข้ามาที่ดวงตาของเขาแล้วจึงเหลือบไปมองมิ่งขวัญกับคนที่เหลือ

            หลังเสร็จจากศึกนั้นแล้วพวกเขาก็กลับมาอุดอู้กันอยู่ที่สวนศักดิ์สิทธิ์ไขความลับของข้อมูลการออกไปข้างนอกจนได้เป็นผลแบบนี้

            ออร์ฟิอูคูมันนาร์แบกร่างของอดัมกลับมาไว้ที่สวนและตอนนี้ก็กำลังดูแลมันอยู่ หมอนั่นให้คำมั่นว่าจะอยู่ที่รากระบบต่อไปเพราะจะหาหนทางช่วยศพของอดัม และนั่นทำให้เป็นกังวลเกี่ยวกับท่าทีของอิงศร

            อย่างเธอน่ะเป็นห่วงพวกฉันมันไม่เหมาะเลยซักนิด

            อิงศรพูดโดยที่เขม่นสายาไปด้วยราวกับข่มขู่เธอ

            นั่นสิบางทีการได้อยู่กับพวกนายเมื่อสามปีก่อนมันคงทำให้ฉันกลายเป็นสีดาขึ้นมานิดหน่อยล่ะมั้งพ่อพระรามตัวน้อย

            “…”

            เมื่ออิงศรไม่ได้พูดตอบหล่อนจึงตัดใจแล้วก้าวเท้าต่อ

            แต่ก่อนจะเข้าไปในเสาแสง

            แค่สองสามวินาทีก่อนที่การไฮพีเรียลไลซ์จะเสร็จสิ้นถึงจะสั้นไปหน่อยแต่ถ้าเป็นนายคงจะกระโดดเข้ามาทันไม่ใช่รึไง

            มันก็ใช่อย่างที่เธอว่านั่นล่ะ

            คำพูดของอิงศรทำให้หล่อนหันมาและเห็นว่าสายตาของเขาจ้องไปที่ออร์ฟี่ที่คอยดูแลร่างกายของอดัมอยู่เพียงลำพัง

            นายเนี่ยใจดีจังนะขนาดอยู่ในโลกที่โหดร้ายมาตลอดสี่ปีเต็มยังอ่อนโยนได้อีก

            อย่างน้อยฉันก็โกหกไม่เก่งเท่าเธอหรอกน่ะ

            แหม ก็นั่นสินะเพราะว่าดูออกทันทีเลยนี่งั้นฉันไปล่ะ

            รูบิเดียมพูดจบก็ตบเท้าเข้าไปในเสาเต็มตัว

            เวลาผ่านไปพักหนึ่งจนกระทั่งรูบิเดียมลอยออกไปไกลแล้วคู่ถัดไปที่จะเข้าไปพร้อมกันก็เดินมา

            กวินทร์พูด

            จริงๆ ก็อยากจะไปพร้อมกับขวัญอยู่แต่ว่าให้ไปพร้อมพี่ศรดีกว่า

            กวินทร์

            ครับ?”

            ฝากขวัญด้วยล่ะ

            เอ๋

            ถ้าไม่มีนายหมอนั่นคงไม่โรงเรียนไม่ทันทุกวันแน่ๆ

            อ๋อ ยังไงก็ตอนโตเรียนที่เดียวกันอยู่แล้วถ้างั้นผมจะไปรับทุกเช้าเหมือนก่อนหนา้นี้เลยนะครับ

            ฝากด้วยล่ะ

            อิงศรพูดแล้วจึงหันไปพูดกับไทเทเนียม

            ได้ยินจากโลกจำลองตอนนั้นมาน่ะว่าเธอจะเป็นแชมป์ไปแข่งที่เกาหลีเพราะงั้นคราวนี้ก็ทำให้ได้จริงๆ ล่ะ

            จะจำเอาไว้ก็แล้วกัน

            แล้วก็ขวัญอาจจะบื้อไปหน่อยแต่หมอนั่นไม่ใช่คนไม่ดีอะไรหรอกนะบางเรื่องถ้าขัดใจก็บอกไปตรงๆ ก็แล้วกันไม่งั้นคงไม่คืบหน้าแน่

            อะไรกันล่ะนั่นจะมาทำตัวเป็นพี่สื่อเอาตอนนี้เนี่ยนะไม่สิที่สำคัญกว่าทำไมนายถึงรู้เรื่องนั้น

            หล่อนชะงักคำพูดไปเหมือนนึกขึ้นมาได้แล้วจึงหันไปจ้องกวินทร์เขม็ง

            ไม่ใช่ว่านายบอกทุกคนไปหมดนะ

            เรื่องความสัมพันธ์ของหล่อนกับขวัญน่ะเหรอ เรื่องนั้นน่ะหมอนี่บอกหมดเปลือกตอนอยู่บนเฮลิคอปเตอร์แล้วจริงๆ นั่นแหละแต่ก็ไม่นึกว่าหล่อนจะฟื้นคืนชีพมานี่นะ

            อิงศรมองดูสองพี่น้องที่ทะเลาะกันอย่างสนิทสนมเดินขึ้นเสาแสงไปจนกระทั่งลับไปจากสายตา

           

            ตอนนี้ก็เหลือแค่เขา มิ่งขวัญ และ ออร์ฟี่ เท่านั้นที่ยังอยู่บนสวนศักดิ์สิทธิ์

            มิ่งขวัญเดินมาทางนี้

            จะไปกันยัง

            ขณะเดียวกันออร์ฟี่ก็ลุกแล้วเดินมาทางนี้ด้วย

            ออร์ฟี่พูด

            ผมจะอยู่ที่นี่ต่อ

            อิงศรพยักหน้ารับให้คำพูดนั้น

            จะช่วยอดัมสินะ ฉันเข้าใจ

            แล้วจึงผลักมิ่งขวัญเข้าไปในเสาแสงคนเดียว

            เห้ย เดี๋ยวเซ่ จะทำอะไรอีกเนี่ย

            มิ่งขวัญที่ค่อยๆ ลอยขึ้นไปอย่างเอื่อยเฉื่อยพยายามตีขาแหวกอากาศจะกลับลงมา

            แต่ทำแบบนั้นไปก็ไม่มีความหมายถ้าเข้าไปแล้วก็จะถอยกลับมาไม่ได้

            อิงศรแหงนหน้าพูดกับน้องชาย

            ขวัญถ้าไปทางนั้นแล้วก็อย่าเอาแต่ใจมากนักล่ะอย่าทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วงด้วย

            มิ่งขวัญหน้าซีดทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น

            ละ..แล้วศรล่ะ ก็จะมาด้วยกันไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่มีใครมาคอยสั่งสอนแล้วจะให้ทำตัวแบบนั้นได้ยังไงกันเล่า

            มันจำเป็นต้องมีคนที่สั่งให้ไฮพีเรียลไรซ์โลกใหม่ในตอนสุดท้ายอยู่ที่นี่

            อะไรน่ะ แบบนี้มันก็ไม่ต่างจากตอนนั้นเลยน่ะเซ่ อุตส่าห์ฝ่าฟันมาได้ถึงนี่แล้วนะ แล้วทำไมยังจะต้องมาแยกจากกันแบบนี้อีกเล่า

            อย่าเห็นแก่ตัวนักเลยน่า ถ้าไม่มีฉันแล้วนายยิ่งต้องเป็นเด็กดีให้มากกว่านี้นะรู้ไหม

            มิ่งขวัญทำหน้าเมหือนกับจะร้องไห้ ไม่สิบ่อน้ำตาหมอนั่นแตกพรากไปแล้ว หยดน้ำตาร่วงเปาะๆ ลงมาจากเสาแสง

            ขอโทษ

            ขอโทษนะขวัญแล้วก็ทุกคนด้วย

            แต่แล้ว

            นั่นสิ ผมเองก็คิดว่าแบบนั้นมันเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะ

            ออร์ฟี่ก็พูดขัดจังหวะฉากอำลานั่น

            หา เดี๋ยวสินี่นายจะ...เหวอ

            แล้วเตะก้นอิงศรจนกระเด็นเข้าไปในเสาแสง

            ร่างกายถูกแสงโอบอุ้มไว้และไม่สามารถถอยออกไปได้

            อะฮะฮะฮะ

            มิ่งขวัญที่ลอยขึ้นไปเกือบจะหายไปในทะเลแห่งท้องฟ้าเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็หัวเราะออกมาด้วยความยินดี

            แต่อิงศรไม่ใช่

            ออร์ฟี่นี่มันหมายความว่ายังไง

            เขาถาม ถ้าหากเป็นแบบนี้เสาแสงจะหายไปก่อนที่เขาจะไปถึงอีกฟากและข้อมูลที่ส่งไปเขียนเป็นโลกใหม่ก็จะหยุดกระบวนการทันทีเพระาไม่มีคนที่คอยสั่งการเมอร์คาบาห์ซรูวาน

            แต่ที่ออร์ฟี่พูดก็เพียงแค่

            ขอบคุณนะ

            คำขอบคุณที่ไม่รู้ว่าหมายถึงเรื่องไหนกัน

            หา?”

            ที่นี่ผมจะรับช่วงต่อเองเธอไปกับทุกคนเถอะแล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง เพราะได้มาเจอกับอิงศรแล้วก็ทุกคนถึงได้มีผมในวันนี้ ซรูวานเองก็เห็นด้วยแล้วใช่ไหมล่ะ

            เมอร์คาบาห์พยักหน้าตอบรับคำพูดของออร์ฟี่

            “…”

            หมายความว่าซูลวานยอมรับให้ออร์ฟี่เป็นคนสั่ง ไฮพีเรียลไรซ์ อย่างนั้นหรือ

            ถ้างั้น

            ถ้าอย่างนั้นล่ะก็

            อิงศรพูด

            จะมาใช่ไหม

            จะต้องอำลาทั้งที่คิดเอาไว้แบบนั้นแต่ปากกลับพูดตรงกันข้าม

            นายจะตามมาสินะ ช่วยอดัมแล้วตามมาให้ได้ล่ะฉันจะรอ ต่อให้นานแค่ไหนก็ตาม

            ออร์ฟี่ที่แหงนมองขึ้นมาทำสีหน้าไม่ค่อยมั่นใจ

            ผมเองไม่รู้เหมือนกัน

            “....”

            อดัมไม่ใช่สิ่งมีชีวิตดังนั้นผมจึงชุบชีวิตให้เขาไม่ได้ แทร็กข้อมูลของเขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับไซเบอร์รอยด์ที่ราหูสร้าง ไม่รู้ว่าจะมีหนทางอยู่รึเปล่า หรือถึงมีแต่จะต้องใช้เวลานานขนาดไหนผมเองก็บอกไม่ได้เหมือนกัน บางทีกว่าจะถึงตอนนั้นแล้วอิงศรก็คง...

            ฉันจะรอ!

            อะ

            ต่อให้มีลูกแล้วฉันก็จะเล่าเรื่องของนายให้ลูกฟัง ต่อให้กลายเป็นคุณปู่ฉันก็จะเล่าให้หลานฟัง ต่อให้ต้องเกิดใหม่อีกซักกี่ครั้งก็ตาม นายจะต้องมา...มาที่โลกของพวกเรา ฉันจะรอ...

            แต่อิงศรกลับลอยเข้าไปทะเลแห่งข้อมูลเสียก่อนที่จะพูดจบ

            ออร์ฟี่ยิ้มให้คำพูดนั้น

            แล้วไว้เจอกันที่นั่นนะ

 

            @@@@@@@@@@@@@@@

 

            สวัสดีเหล่ามนุษย์ผู้ถูกบทละครแห่งโชคชะตาเลือกมาดูเหมือนว่าการร่วมทางของเราคงจะสิ้นสุดลงที่นี่แล้วล่ะนะ

            “….”

            ไม่สิ มันเพิ่งจะเริ่มขึ้นต่างหากแต่คราวนี้ไม่ใช่บทละครแล้วล่ะนะ แต่มันเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของเธอเอง ความตั้งใจที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

            ....

            ถ้าอย่างนั้นในวันแห่งการเริ่มต้น วันแห่งการเฉลิมฉลองนี้โลกซึ่งก้าวข้ามการล่มสลายมาแล้วจะแสดงความตั้งใจแบบไหนออกมาเพื่อเผชิญหน้ากับผู้รุกรานในภายภาคหน้ากันนะ

 

            @@@@@@@@@@@@

 

            สมัยเด็กผมเคยคิดว่าชีวิตมันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน ชีวิตประจำวันตามปกติซึ่งก็ธรรมดาจนน่าเหลือเชื่อ

            ไปโรงเรียนแต่เช้า ตอนเย็นกลับบ้านพร้อมกับหอบการบ้านกลับมา วนอยู่กับของน่าเบื่อแบบนี้วันแล้ววันเล่าก็แย่พออยู่แล้ว

            แต่ก็ยังไม่มีอะไรแย่เท่าขวัญ

 

            เด็กชายเรือนผมสีดำตัดสั้นเกรียน สวมแว่นตา ใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดาๆ กางเกงขาสั้น

            เขาเป็นแค่เด็ก ม.ต้น ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

            อิงศรในวัยสิบสามเอาแต่ก้มหน้าและเดินคล้อยหลังพ่อกับแม่ที่จูงมือน้องชายผู้ได้รับความรักความเอ็นดูมากกว่าตัวเอง

            พวกเขาเดินไปตามถนนที่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อทึ่จะฉลองวันเกิดและหาซื้อของขวัญให้กับน้องชายคนเล็กของบ้าน

            มีอะไรเหรอขวัญ

            จู่ๆ แม่ก็พูดแล้วขบวนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกที่ไม่ได้นับพี่ชายคนโตของบ้านนี้ก็หยุดเดิน

            พี่ศร

            เสียงเรียกชื่อเขา เสียงนั่นมัน

            มานี่สิ

            อิงศรเงยหน้าขึ้นมองตรงไปข้างหน้า

            มิ่งขวัญปล่อยมือข้างหนึ่งจากพ่อแล้วยื่นมือมาทางนี้พร้อมกับเรียกเชื้อเชิญ

            มาเดินด้วยกัน

            อ....อา

            ความทรงจำที่เหมือนจะหวนขึ้นมาแบบไม่เข้าใจ

            ความทรงจำสี่ปีแห่งการล่มสลายเพราะมนุษย์สูญเสียความตั้งใจไป

            ทุกอย่างในวันนั้นก็แจ่มชัดขึ้นมา

            ขวัญ

           

            ในวันนั้นเอง

            วันที่แสนน่าเบื่อหน่ายนั่น

            ตัวผมก็ได้ก้าวเดินไปข้างหน้า

            บนโลกที่ไม่มีเทพหรือปีศาจ ไม่มีการกำหนดของ บททุกอย่างดำเนินไปด้วย เจตจำนงอันเป็นอิสระของแต่ละคน ทุกคนต่างก็ ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าตามหนทางของตัวเอง

            ในตอนนั้นเอง

            โทรทัศน์ตามร้านข้างทางก็พากันเปลี่ยนเป็นรายการแถลงการณ์พิเศษ

            แถลงประกาศวางมือของอัจฉริยะนักเล่นเกมสาวที่เป็นลูกของนักการเมืองที่กำลังหาเสียงในตอนนี้

            รายงานข่าวเป็นภาพสดที่ถ่ายมาจากหอประชุมที่ไหนซักแห่งที่ไม่ไกลจากย่านการค้านี้นัก

            เด็กสาวที่กำลังเป็นที่จับตามองคนนั้นกำลังจะกล่าวถ้อยแถลงการณ์วางมือ

            ทว่า

            ฉันจะไม่เลิกเล่นเกมค่ะ

            คำพูดนั้นของเธอทำให้สถานที่แห่งนั้นปั่นป่วนขึ้นมา แต่เธอก็ไม่ได้ยี่หระและกล่าวต่อไป

            สำหรับฉันเกมไม่ใช่แค่ชีวิตแต่มันคือเส้นทางที่ทำให้ฉันสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ มันทำให้ฉันได้พบเจอโลกอันว้างขวางใบนี้ ถ้าที่นี่จะทำให้ฉันก้าวเดินต่อไปไม่ได้แล้วล่ะก็ฉันก็จะก้าวไปยังเส้นทางอื่นค่ะแต่เป้าหมายจะเป็นที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอนต่อให้ต้องออกจากประเทศนี้เพื่อไปเป็นโปรก็ตาม

            เธอแสดงความตั้งใจอันแน่วแน่ออกมาผ่านทางคำพูดทั้งหมดและนั่นก็ทำให้พ่อของเธอที่เป็นนักการเมืองและนั่งอยู่ข้างๆ แสดงความโกรธออกมาและเริ่มต่อว่าเธอ

            ในตอนนั้นเอง

            ก็นั่นสินะ

            จากกลุ่มผู้ชมที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดของโต๊ะแถลงการณ์ซึ่งเป็นที่นั่งวีไอพีก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าวแสดงความเห็นออกมาอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าสาธารณะชนที่กำลังปั่นป่วนเพราะการแถลงการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาด

            ภาพจากกล้องโทรทัศน์จับไปที่เด็กหนุ่มคนนั้นซึ่งกำลังพูด

            คนเขาเล่นเกมกันได้ทั่วโลกแล้วเด็กไทยเป็นตัวอะไรถึงเล่นไม่ได้หรือครับ

            หากไม่ใช่ว่าคนๆ นั้นคือสิงห์ ธุวดารกะ เครือข่ายที่มีอำนาจและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางแล้วล่ะก็มันคงเป็นได้แค่คำพูดอวดดีที่ไร้ซึ่งพลัง

            คงจะเป็นเพียงคำพูดที่เพ้อเจ้อเท่านั้น

            ด้วยคำพูดสนับสนุนนั่นทำให้แถลงการณ์เกิดความวุ่นวายจนภาพถึงกับต้องตัดไป

            ศร

            มิ่งขวัญเรียกเขาอีก น้องชายปล่อยมือจากพ่อกับแม่แล้วเดินมาหาเขา

            จะไปกันยังหิวแล้วนะเนี่ย

            มิ่งขวัญดึงแขนเขาพยายามจะจูงให้ตามไป

            อ..อืม

            อิงศรจึงละสายตาจากโทรทัศน์ที่ตอนนี้เปลี่ยนกลับเป็นโฆษณาไปแล้ว

            ระหว่างที่เดินตามขวัญไปสมทบกับพ่อแม่ เขาก็นึกถึงภาพในโทรทัศน์อีก

            ในนั้นนอกจากเด็กสาวที่กล่าวแถลงแล้วก็ยังมีเด็กชายที่อายุรุ่นราวเดียวกับขวัญซึ่งดูคุ้นตามาก่อนอยู่ที่หอประชุมนั่นด้วย ภาพของเด็กชายที่ผมชี้ที่กระโดดไปพลางตะโกนอะไรก็ไม่รู้ที่เหมือนกับจะผลักดันคำพูดของเด็กสาว

            น้องชายที่เอาใจช่วยพี่สาวให้ต่อต้านที่ถูกบังคับโดยพวกผู้ใหญ่

            จู่ๆ สมมติฐานแบบนั้นก็แล่นขึ้นมา

 

            เขาถูกขวัญลากจูงผ่านหน้าร้านขายขนมไทยร้านหนึ่งไป คนขายเป็นเด็กหนุ่ม ม. ปลายที่มาช่วยพ่อขายข้าวหลามอยู่กำลังตะโกนเรียกลูกค้า

            ข้าวหลามประมงเก่าร้อนๆ คร้าบ~~~~~”

            สวนทางกับคู่เด็กฝาแฝดชายหญิงที่มีผมสีแดงธรรมชาติอย่างน่าประหลาด

            วิ่งผ่านหน้ากล่องรับบริจาคเพื่อสมทบทุนสงเคราะห์บ้านเด็กกำพร้าที่ตั้งอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมของร้านโชห่วยซึ่งมีบอร์ดแปะรูปของเหล่าเด็กๆ กำลังรุมกอดขาหลวงพ่อคนหนึ่งอยู่ ป้ายบนกล่องนั่นเขียนชื่อวัดที่ทำการรับบริจาคว่า อารย-สนธยา

            ขวัญจูงเขามาถึงมือพ่อกับแม่แล้วพวกเราก็เดินไปพร้อมกัน

 

            เพราะการมีชีวิตคือการเลือกหนทางแล้วก้าวเดินต่อไป

            จู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดที่ไม่เข้าใจความหมายขึ้นมา

            แต่กลับรู้สึกว่าคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างมาก

            รู้สึกว่าในตอนนี้

            ในที่แห่งนี้

            พวกเราก้าวต่อไปข้างหน้าแล้ว

            คำพูดนั้นเอ่อล้นออกมาเองและทำให้อยากแหงนหน้ามองท้องฟ้า

            มองหาที่ยอดของอาคารหรือบนหลังคาบ้านเรือน

            ที่ไหนซักแห่งนั้นอาจจะมีเงาของอะไรบางอย่าง

            ใครซักคนหนึ่งที่ถูกลืมไปกำลังจ้องมองมาแล้วก็พูดว่า

 

            .....แล้วในซักวันหนึ่ง

                        จะต้องได้พบกันอีก

            อย่างแน่นอน......

 

            APOCALYPSE ONLINE

            FIN.

 

***และแล้วเรื่องที่ลากยาวมาสี่ปี(ความจริง) ก็จบบริบูรณ์เสียที อะ แต่ว่ายังเหลือตอนพิเศษอีกตอนหนึ่งครับเพราะงั้นจะยังไม่กล่าวลาละกันเน่อ ตอนต่อไปน่าจะมาวันอาทิตย์อีกเช่นเคยและนี่คือตอนจบจริงๆ แล้วไม่มีหักมุมอีกแล้วเน่อ เพราะงั้นเลิกระแวงเต๊อะ โอเมก้า!!!!****


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #303 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 07:23
    ไม่ค่อยอยากจะเชื่อไรต์เลยว่าจบจริงๆไม่มีหักมุมแล้ว.........(เอาเถอะ ก็ถือจบด้วยดีไปอีกเรื่อง ฉะนั้นก็ขอขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆสุดหักมุมแบบเรื่องนี้มาให้นะครับ ถ้ามีเรื่องต่อไปอีกเราจะตามไปติดตามต่อแน่นอนครับ ^0^)
    #303
    1
    • #303-1 R@ji(จากตอนที่ 305)
      4 มีนาคม 2562 / 17:47
      ไปหัวทิ่มกันต่อที่ตอนพิเศษ...แอ่วว ล้อเล่ง ตอนพิเศษจะเป็นตัวปูทางไปยังอีกเรื่องหนึ่งซึ่งก็คือ.... ไปรอดูเอาวันอาทิตย์นะฮะ อุ๋งอิ๋ง >w< (โดนรีดรุมตบ แอ๊บ!)
      #303-1