Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 302 : Extra Log 298: ตอนที่แล้วมันอวสานซะที่ไหนกันเล่ามาต่อจากตอนที่ 297 กันเถอะ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

Extra Log 298: ตอนที่แล้วมันอวสานซะที่ไหนกันเล่ามาต่อจากตอนที่ 297 กันเถอะ!

 

            ไฮพีเรี่ยนอิมแพค รีเวิร์สแอกเกรเซอร์ดาร์คโซดิแอคซีล็อท!

            เทพมารแห่งความมืดมิดและแสงสว่างประกาศกร้าว

            ก่อนหน้านั้นเพียงเล็กน้อย

            แค่พริบตาเดียวเท่านั้นเองที่อิงศรเอาชนะเทพมารตนนั้นได้ เรื่องราวดำเนินไปจนกระทั่งม่านโรงละครถูกรูดลงแล้วด้วยซ้ำ

            แต่แค่พริบตาเดียวทุกอย่างก็หวนคืนมาสู่ไคลแมกซ์

            กลับมายังจุดวิกฤตอันน่าสิ้นหวังโดยที่สูญเสียความหวังที่จะกอบกู้วิกกฤตนี้ไปพร้อมๆกัน

            “…”

            หอกแห่งผู้กอบกู้ถูกทำลายด้วยพลังที่ทำความเข้าใจไม่ได้ของราหู

            พลังที่ปฏิเสธตอนจบของบทละครแห่งโชคชะตา ผู้รุกรานทำกันได้ถึงขนาดนั้น

            ขีดจำกัดพลังของพวกมันอยู่ตรงไหนกันแน่?

            อิงศรพร่ำสบถอยู่ในใจ พร่ำถามตัวเองว่าควรจะโทษอะไรดี

            อะไรคือสาเหตุที่จะทำให้มนุษย์คนหนึ่งยอมรับความเป็นจริงสุดกู่ตรงหน้านี้ได้

            โชคชะตาแสนบิดเบี้ยวเหรอ หรือ ผู้รุกรานที่มีพลังแหกกฎแห่งโชคชะตากันล่ะจะอย่างไหนมันก็ถูกทั้งคู่และผิดทั้งคู่ไปพร้อมกัน

            ว่างเปล่า

            ว่างเปล่า

            ไม่มีทั้งคำตอบ ไม่มีทั้งคำถาม สำหรับสถานการณ์พรรค์นี้อีกแล้ว

            ที่มีอยู่เหลือแต่ความพ่ายแพ้เท่านั้น

            เมื่อตระหนักได้ว่าพวกเขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

            เป็นไงเป็นกันเซ่!!

            อิงศรก็เลิกคิด แล้วแผลงศรสู้อย่างจนตรอก

            ลูกธนูไม่ได้ระคายผิวมันหรอกเขารู้อยู่แก่ใจดี แต่มันไม่มีหนทางอื่นอีก

            ราหูพูด

            วาระสุดท้ายของหมาป่าที่ไล่ล่าพระเจ้าต้องจบลงอย่างหมาจนตรอกตัวหนึ่งช่างเป็นบทที่วิเศษไปเลยใช่ไหมล่ะจะช่วยรูดม่านฉากสุดท้ายให้เดี๋ยวนี้ล่ะด้วยมือของข้าคนนี้เอง

            แล้วเปิดปากของใบหน้าตรงช่วงอก ไอรอนระอุลอยออกมาส่งกลิ่นฉุนเหมือนกำมะถัน เปลวไฟแลบ ออกมาดั่งลิ้นงู

            ดาร์คเนสซีโร่เบลซเซอร์ (Darkness Zero Blazer) !”

            ปากนั่นอ้ากว้างเร็วขึ้นกางออกจนกขากรรไกรแทบจะตั้งตรง ปลดปล่อยลำพระเพลิงขนาดมหึมาโถมลงมาทางนี้

            บ้าเอ้ย!

            อิงศรหยุดยิงแล้วเริ่มวิ่ง ที่จริงก่อนหน้านี้เขาน่าจะวิ่งให้เร็วกว่านี้แต่ถึงทำแบบนั้นก็ยังหนีการโจมตีนั่นไม่พ้นอยู่ดี

            สเลปเนียร์!

            ต้องพึ่งพาพลังของเดม่อนแอพ

            ทว่า

            ไม่ให้ทำได้หรอกสกิลของข้าทำงาน!

            ซวนหนี่มังกรขาวที่แบกดาบซึ่งพันทับด้วยผ้ายันต์ไว้บนบ่าก็เริ่มขัดขวาง มันชี้มาทางนี้และพูด

            เมื่อผู้รุกรานที่เป็นไมสเตอร์โจมตี อีกฝ่ายจะไม่สามารถใช้เดม่อนแอพหรือสกิลในระหว่างนั้นจนกว่าการโจมตีจะเสร็จสิ้น

            ว่ายังไงนะ?!”

            อิงศรพูดสบถ

            “…”

            เป็นอย่างที่เจ้ามังกรนั่นบอก เดม่อนแอพไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของเขา

            ไฟไล่หลังมาแล้ว

            บัดซบเอ้ย!

            อิงศรได้แต่เร่งฝีเท้าด้วยแรงทั้งหมดเท่านั้นแต่นั่นก็ยังไม่พอที่จะหนีรอด

            เร็วขึ้น

            เร็วขึ้นอีก

            เร็วให้มากกว่านี้อีก ขอร้องล่ะ!

            อิงศรอ้อนวอนกับขาตัวเองที่เริ่มจะก้าวช้าลงเพราะความล้า แต่เปลวไฟที่ไล่หลังมากลับไม่ยอมทิ้งห่างออกไปเลย หนำซ้ำยังเร็วขึ้น

            ไม่สิ ตัวเขาที่ช้าลงเองต่างหาก

            ถึงขีดจำกัดแล้ว

            ไฟลากขึ้นมาที่หลัง ลามไปทั้งตัว ขาหยุดวิ่งในวินาทีนั้น ความเจ็บปวดแล่นไปร่าง

            ร้อน ร้อนนน ร้อนนนน

            อ๊ากกกกก!

            อิงศรล้มตัวลงกลิ้งไปมาหวังให้ไฟดับ แต่ไฟจากราหูยังถาโถมลงมากลบฝังร่างกาย

            ฮะฮะฮะ แบบนั้นแหละกรีดร้องให้มากๆ ความพ่ายแพ้ของซูลวานมันจะสลักอยู่ที่ร่างกายของเธอ

            ราหูพูดแล้วยิ่งเพิ่มไฟสุมลงไปอีกหวังเผาอิงศรให้วอดวาย

            “….”

            อิงศรเกือบจะหมดสติไปแล้วเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับ แต่เขาเติบโตมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนชินชากับความเจ็บปวดที่กัดกินร่างกายในยามที่ใกล้ตายมาหลายต่อหลายครั้ง จึงหยิบยันต์ออกมามาจากหน้าจอคลัง

            ด้วยพลังของระบบเกมโลกาวินาศทำให้ยันต์ที่เป็นกระดาษไม่ถูกไฟไหม้ไปก่อนจะใช้มัน

            ชาร์คชู้ต

            หืม…”

            ราหูยิ่งจ้องมาทางนี้มากขึ้นบางทีมันคงสังเกตเห็นแล้วล่ะมั้ง

            อิงศรหันคันธนูขึ้นไปดึงโก่งสายธนูที่แนบแผ่นยันต์แล้วปล่อย

            ลูกศรน้ำรูปฉลามพุ่งขึ้นไปด้านบนก่อนจะโน้มตกลงมาท่วมรดใส่ตัวเอง น้ำช่วยดับไฟที่ติดอยู่ตามตัว ไอควันลอยโขมงบดบังทัศนวิสัย

            แต่เพราะไอควันพวกนี้เลยทำให้ไฟเหมือนจะไม่ไล่ตามมา มันคงบดบังตัวเขาจนราหูเล็งไม่ได้หลังจากที่ไฟดับแล้วเขากลิ้งตัวหนีออกจากจุดเดิม

            ยังมีสติรับมืออีกนะ

            ราหูพูด

            ชิ

            อิงศรเดาะลิ้นด้วยความเจ็บใจ ถึงจะรอดมาได้แต่....

 

            อิงศร Lv.144

             [//...5000:48000.....]

 

            พลังชีวิตก็ร่อยหรอเต็มทีแล้ว

            เมื่อไอควันจางลง อิงศรจึงสำรวจบาดแผลบนร่างกาย แขนเสื้อส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ไปหมดแล้วเพราะวัสดุพิเศษที่ออร์ฟี่ใช้ทำชุดทำให้มันไม่ถูกเผาไปทั้งหมด และไม่ทำให้ผิวหนังเสียหายมากนัก

            รวมถึงใบหน้าที่ไมได้ใส่อะไรปกปิดไว้ก็ยังแทบไม่เสียหายคาดว่านั่นก็มาจากพลังคุ้มครองของชุดที่ใส่อยู่เหมือนกัน

            ขนาดนายไม่อยู่แล้วยังช่วยคุ้มครองฉันไว้อีกนะ

            รู้สึกขอบคุณหมอนั่นจากใจจริงขึ้นมาเอาตอนนี้ บางทีนี่อาจจะแย่จริงๆ แล้วก็ได้

            ให้ตายสิเผลอปักธงตายใส่ตัวเองไปแล้วสิวะ

            อิงศรสบถแล้วพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น

            แต่แล้ว

            อะ...

            จู่ๆ ภายในหัวก็มีภาพลอยขึ้นมา

            อึก นี่มัน….อะไรอีกวะเนี่ย

            อิงศรกุมขมับ รู้สึกปวดหัวราวกับสมองจะระเบิดออกมา

            ทรมาน ทรมานเหลือเกิน อีกทั้งภาพที่เห็นยังไม่ชวนสบอารมณ์เป็นอย่างมาก

            ข..ขวัญ

            เขาเห็นมิ่งขวัญเมื่อสามปีก่อนหรือตอนอายุสิบสามกำลังถูกทำร้าย ถูกทุบตี

            ....ทำไมไม่สู้กลับไปเล่า ปกติอย่างนายไม่น่าจะมาอยู่มนสภาพนี้สิ

            อิงศรได้แต่สบถด้วยความคิดอยู่ในใจเพราะปากตัวเองได้แต่กัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดนี้เอาไว้

            ตอนนั้นเอง

            ราหูก็พูดขึ้นมา

            อ้อ ดูเหมือนจะเริ่มเชื่อมต่อกันแล้วสินะคงเพราะตอนนี้อินโดร่าไม่ได้ใช้ตัวข้าเป็นร่างทรงก็เลยเริ่มเชื่อมต่อกับอิงศรที่เป็นตัวตนเดียวกันแล้วเป็นไงบ้างล่ะความทรงจำของอินโดร่าที่ทำร้ายน้องชายตัวเองของโลกฝั่งทางนี้น่ะ

            ว่ายังไงนะ

            อิงศรพยายามมองมโนภาพในหัวให้ชัดเจน

            มุมมองแต่แรกของมโนภาพคือมุมมองคนที่กำลังทุบตีขวัญอยู่

            ภาพค่อยๆ ถอยห่างออก

            “…”

            เริ่มจะมองเห็นตัวคนที่กำลังทุบตีขวัญแล้ว ในตอนแรกไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้

            มุมมอง ถอยห่างออกมาจนมองเห็น เจ้าคนที่ทุบตีขวัญอยู่ก็คือตัวเองเมื่อสามปีก่อน

            ราหูยังพูดมาอีกว่า

            คงจะได้ฟังจากแฟรนเซียมมาบ้างสินะเรื่องที่เกิดขึ้นมนโลกคู่ขนานแต่ละโลกน่ะไม่เหมือนกันเลยไม่ว่าจะศัตรูของมนุษย์ การล่มสลายเกิดขึ้นหรือไม่เคยเกิดขึ้น

            เรื่องนั้น...ก็พอจะรู้มาบ้างเพราะบางครั้งจิตใจของตัวเองก็จะลอยออกไปยังโลกใบอื่นไปอยู่ในตัวตนที่เป็นคู่ขนานของตัวเองในโลกนั้นๆ

            โลกที่วันโลกาวินาศเป็นเพียงแค่เกมคอมพิวเตอร์

            โลกที่แฟรนเซียมจากมา โลกที่ล่มสลายลงเหมือนกับโลกในตอนนี้แต่เลวร้ายยิ่งกว่าเพราะมีราหูเป็นศัตรูโดยตรง

            โลกที่เจอกับตัวเองอีกคนแล้วก็....

            อะ...จะว่าไปแล้วที่นั่นมัน

            ราหูยังคงดำเนินคำพูดของมันต่อไป

            แน่นอนว่าความสัมพันธ์พี่น้องก็ด้วย อิงศรในโลกของอินโดร่าแบกรับภาระที่หนักหนากว่าโลกใบนี้มากนักเพราะว่าตัวข้าคือศัตรูของทางนั้นตั้งแต่ต้นความสิ้นหวังยิ่งมากตาม อิงศรที่แบกรับไม่ไหวเลยมาลงกับมิ่งขวัญ แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นนะ มิ่งขวัญของทางนั้นก็บิดเบี้ยวพอกันเป็นพวกที่พอโดนพี่ชายทำร้ายแล้วก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาเรียกได้ว่ามีความสัมพันธ์เกินพี่น้องเลยล่ะ

            เรื่องที่มันพูดค่อยๆ ปรากฏเป็นภาพขึ้นมาในหัว

            ไม่เพียงทุบตีแต่ยังขืนใจด้วย

            “….”

            นี่มันเลวร้าย เลวร้ายที่สุด

            เป็นไงล่ะรับไม่ได้ล่ะสิ ตัวเองที่เลวร้ายแบบนั้นอยากจะปฏิเสธแล้วตะโกนดังๆ ว่านั่นมันไม่ใช่ฉันก็ได้นะ

            ที่ราหูพูดมานั่นคือความในใจของเขา

            “…..”

            แต่ว่า มันไม่ใช่เขาไม่ได้ตำหนิตัวเองอย่างที่มันว่าหรือไม่ก็แค่เมินความคิดจากจิตใต้สำนึกไปเพราะกำลังจดจ่อกับความคิดอันหนึ่งที่นึกขึ้นมาได้

            เรื่องของโลกที่ได้พบเจอกับตัวเองอีกคนและไพ่แปลกๆ พวกนั้น

            ไพ่พวกนั้นที่เขาเห็นพอมานึกดูอีกครั้งแล้วมันเหมือนกับไพ่ออริจินอาคานาร์ตรงที่มีรูปของทุกคนอยู่บนไพ่

            อย่างไรก็ตามมโนภาพเหมือนจะชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน เหมือนกับว่ามันกระตุ้นรุนแรงขึ้น

            ไม่

            มโนภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นทำให้ความรู้สึกภายในพุ่งพล่านขึ้นมา

            ความโกรธกำลังพองตัวขยาย

            ความอยากปฏิเสธความเลวร้ายกำลังชักจูงอารมณ์ให้นำพาไป

            เมื่อเห็นท่าทางทรมานของอิงศร ราหูก็หัวเราะ

            หึหึหึ เอาเลยข้ารอฟังอยู่ นั่นมันไม่ใช่ตัวฉัน พูดออกมาได้เลยปฏิเสธมาเลย

            ไม่ใช่แบบนั้นหรอก

            หา

            อิงศรคลายมือที่กุมขมับออกเล็กน้อยความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลงตั้งแต่ที่ตัวเขาเองยอมรับมัน

            ฉันยอมรับว่าตัวฉันเองก็อาจจะทำแบบนั้นก็ได้ มันเป็นความเป็นไปได้นี่นะ

            โห ถ้างั้นขอฟังเหตุผลหน่อยสิยังพูดไหวใช่ไหมน่ะ

            อิงศรยิ้มแสยะ

            ที่จริงก็ไม่ชอบหรอกที่รู้ว่าตัวเองเป็นแบบนั้น รวมถึงไอ้ความทรงจำปัญญาอ่อนจากตัวเองในโลกที่สงบสุขก็ด้วย

            หืม โลกที่สงบสุขเหรอ อ้อ ส่วนของพวกอิงศรจากโลกใบอื่นก็เริ่มไหลไปหาแล้วสินะ เพราะว่าแต่เดิมร่างไฮพีเรี่ยนอิมแพคนี่สร้างขึ้นมาจากตอนกวนอมฤตด้วยทุกโลกคู่ขนานเลยมีความทรงจำของอิงศรคนอื่นๆ เข้ามาด้วย

            ถึงจะแค่ความเป็นไปได้หนึ่งก็เหอะ แต่ว่าการที่ตัวฉันเองเริ่มเชื่อมต่อเข้าหากันมันก็แปลว่านั่นใช่ไหมล่ะ

            อะไร ทำไมจู่ๆ ถึงได้ทำหน้าระรื่นแบบนั้น

            หน้าระรื่นงั้นเรอะ...ไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบนั้น

            ก็คงจะอย่างที่มันว่าเพราะว่าตัวเขาจนตรอกจนมุมสุดๆ แล้วตอนนี้ที่ทำได้ก็แค่ทำเป็นอวดดีไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่มันยัดเยียดมาก็เท่านั้น

            อิงศรแค่นเสียงหัวเราะเท่าที่จะทำได้

            เฮอะ ก็แปลว่าตัวฉันเองไม่ได้ตกอยู่ใต้อาณัติของแกไง

            ว่าไงนะ

            ทั้งที่อ่านใจเขามาตลอดแต่ก็ยังจะถามมาบางทีคงอ่านได้แค่ความนึกคิดที่เป็นแบบแผนเป็นตัวอักษรแต่ไม่สามารถรับรู้อารมณ์กับความรู้สึกที่แฝงมากับความคิดโดยตรงได้เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ถามหรอก

            ไม่สิ ถ้าดูจากพฤติกรรมที่ผ่านๆ มาของมันแล้วการเล่นตลกด้วยการแกล้งถามให้รู้สึกมีหวังขึ้นมานิดหน่อยก็อาจจะกำลังทำแบบนั้นอยู่ก็ได้

            ถึงอย่างนั้นอิงศรก็ยังพูด มันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำได้สำหรับตอนนี้

            มันชัดเจนแล้วไงเล่าว่าถึงตัวฉันจะไม่เหมือนกันเลยก็ตามถึงไอ้เจ้าอินโดร่าอะไรนั่นมันจะโหลยโท่ยขนาดหนักก็เหอะแต่มันก็เชื่อมต่อกับฉันโดยที่แกไม่ได้สั่งนั่นก็หมายความตัวฉันทุกคนคิดเหมือนๆ กันว่าเกลียดแกไงเล่า

            ราหูพูด

            อย่างนั้นเองเหรอ ความหวังกระจ้อยร่อยพรรค์นั้นมันไม่พอเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าหรอกนะไม่รู้สึกว่าอยากได้เธอมาอยู่ในมือเลยล่ะคงต้องขอกำจัดทิ้ง

            ปากตรงหน้าอกเผยอขึ้นเตรียมจะปล่อยไฟออกมาอีกครั้ง

            ชิ

            อิงศรสบถ เขาหนีไม่ได้อีกแล้วร่างกายบอบช้ำเกินกว่าจะขยับตัวไปมากกว่านี้

            เขาก้มหน้าลงรอรับชะตากรรม

            แต่ในใจก็ยังไม่คิดอยากยอมแพ้อยู่ตรงนี้

            ไม่อยากให้มันจบแบบนี้เลย ขอโทษนะทุก…”

            ทั้งที่พูดมันออกไปอย่างเลื่อนลอย

            พูดราวกับวิงวอนขอปาฏิหาริย์ ทั้งที่รู้ว่ามันเปล่าประโยชน์และคงไม่มีใครตอบรับคำวิงวอนนี้ได้

            กำลังรอให้นายพูดอยู่เลย

            แต่ก็ดันมีคนตอบกลับมา

            หา?”

            อิงศรเงยหน้าขึ้นเพราะรู้สึกว่ามีเงาทาบลงมาเหมือนมีอะไรมาบังไฟที่ราหูปล่อยมา

            กำลังรอให้พูดว่าไม่อยากยอมแพ้เพราะว่าฉันจะมาทันเวลาพอดีไง

            น....นาย

            คนที่กำลังปกป้องเขาจากไฟด้วยบาเรียที่แผ่ออกจากมือก็คือ อดัมคัดมัน

            แต่ก็มีอีกเสียงเรียกเขา

            ไม่เป็นไรอิงศร

            อิงศรหันไปตามเสียงเรียกนั่น

            ออร์ฟี่ นายไม่เป็นไรงั้นเหรอ

            ออร์ฟี่ที่น่าจะถูกส่งไปเพลนัลตี้บ็อกซ์แล้วกลับมาอยู่ตรงนี้ ถึงจะอยู่ในชุดเสื้อวอร์มสีแดงกางเกงยีนส์ตามปกติก็ตาม แต่ก็เป็นออร์ฟี่

            เมื่อตอนนั้นผมถูกซัดจนกระเด็นไปถึงทางที่เราเข้ามาที่นี่น่ะแต่อดัมช่วยผมเอาไว้เขาไม่ใบ่พวกเดียวราหูอีกแล้ว

            ออร์ฟี่พูด

            พูดจริงอ่ะ

            อิงศรยังไม่คิดจะเชื่อตามที่ว่ามา แต่ว่า...

            ที่หนึ่ง.... ถึงจะเล็กเอามากๆ แต่ดวงไฟแห่งความหวังก็เหมือนกับจะลุกโชนขึ้นมา

            แต่ว่าสถานการณ์ก็ไม่เปลี่ยนไปหรอกนะ

            ราหูกล่าวขัด

            นี่คงเป็นการดิ้นรนสุดท้ายของซูลวานสินะแต่มาแย่งตัวลูกน้องข้าไปคนหนึ่งมันไม่ทำให้พลิกกลับมาชนะได้หรอก

            อดัมหันมาทางนี้แล้วพูด

            อิงศร

            มีอะไร

            อาคานาร์ทั้งหมดยังอยู่กับนายรึเปล่า

            ได้ยินดังนั้นอิงศรจึงลองเรียกดู

            อาคานาร์ฟอร์ซ!

            เขาตะโกนเรียก แล้วแทบจะในทันที ไพ่อาคานาร์ทั้งยี่สิบสองใบซึ่งรวมถึงเดอะแชริออทของเมอร์คาบาห์ กับ เดอะเวิร์ลของออร์ฟี่ก็ออกมาลอยห้อมล้อมรอบตัวเขา

            จะให้ยืมเดอะฟูลของผมด้วย

            พอ อดัมพูดไพ่เดอะฟูลที่เคยได้มาจากออร์ฟี่ก็เปลี่ยนเป็นสีทองเหมือนกับเดอะแชริออทและเดอะเวิร์ลที่เป็นมหาโชคชะตาของเขากับออร์ฟี่

            ไพ่อาคานาร์เขยิบเข้าหากัน พวกมันรวมกันเป็นไพ่ใบเดียว

            หน้าไพ่คือรูปของโลกที่อยู่ตรงกึ่งกลางของวงแหวนสิบสองวงที่ซ้อนทับกัน

            นั่นคือมหาโชคชะตาของเดอะเวิร์ล การซ้อนประสานที่สมบูรณ์แบบ เดอะอิออน (The Aeon) ถ้าเป็นตัวนายในตอนนี้น่าจะเข้าใจความหมายของไพ่นั่นได้

            สิ่งที่อดัมพูดมาถึงจะฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก

            อืม

            แต่ไพ่กำลังบอกทั้งหมดกับเขาโดยที่ไม่ต้องฟังเสียงอะไรเลย

            เพียงแค่จับมันก็มีความทรงจำแปลกๆ ที่พยายามจะอธิบายวิธีใช้สิ่งนี้

            ภาพของเด็กหนุ่มที่เขาไม่รู้จักจั่วไพ่แห่งปาฏิหาริย์ขึ้นมาในตอนที่ถูกเทิร์นบริงเกอร์ไล่ต้อนจนมุม

 

****อาทิตย์นี้ไรท์งานเข้ารัวๆ จนไม่มีเวลาเขียนเลย TwT อาทิตย์นี้ก็อีกเช่นกันตอนต่อไปรอวันอาทิตย์เลยฮะ ตอนแรกตั้งใจว่าอาทิตย์นี้จะโค่นราหูแล้วนะแต่งานเข้าจนเขียนไม่ทันเลยโอเมก้า!!!***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #299 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 302)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:30
    แหม นึกว่าไรต์จะหักให้เป็น BAD END แล้วซะอีก~
    #299
    0