Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 297 : Extra Log 293: มังกรแห่งความว่างเปล่าทั้งเก้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

Extra Log 293: มังกรแห่งความว่างเปล่าทั้งเก้า

 

            โซเดียเดลต้าเกเซอร์!!

            อิงศรร่ายสกิลพร้อมกับลั่นไกปืนหน้าไม้

            กระบอกปืนใหญ่ที่ไหล่ทั้งสองส่งเสียงคำรามกึกก้อง ถึงปืนจะไม่ได้พาดลงบนไหล่ตรงๆ แต่แรงกระชากก็ดึงลำตัวตัวไปด้านหลังเล็กน้อย

            ลำแสงสีแดงชาดพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับทะลักออกมา ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณนั้น เม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นรอบใบหน้า เป็นผลมาจากความร้อนของพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา ปืนหน้าไม้ก็ปลดปล่อยลำแสงเช่นเดียวกัน ลำแสงทั้งสามสายไปประสานเป็นหนึ่งเดียวกันข้างหน้าแล้วพุ่งใส่มังกรขาว

            ทว่า มันเองก็เริ่มเคลื่อนไหวตอบโต้การโจมตีของเขาเหมือนกัน

            มังกรขาวยกแขนทั้งสองยื่นมาข้างหน้า

            เมอบิอุสบลาสเตอร์ (Mobius Blaster)”

            แล้วพูดเหมือนร่ายสกิล จากนั้นตรงกึ่งกลางระหว่างกรงเล็บทั้งสองของมันก็ปรากฏกังหันไฟสีดำหมุนกวัดแกว่ง พ่นลำแสงสีดำออกมาจากตรงกลางของกังหัน ยิงต่อเนื่องหลายสิบครั้งติดๆ กันทุกครั้งที่ยิงจะเกิดเสียงดัง ซู่ เหมือนเสียงน้ำพุ

            ลำแสงดำปะทะกับลำแสงสีแดง

            ตูม!!

            เกิดระเบิดขึ้นแล้วการโจมตีแบบทุ่มสุดตัวของอิงศรถูกทำให้ไร้ผลไปเรียบร้อย....

            หมด

            เวลาได้หมดลงแล้ว

            ร่างไฮพีเรี่ยนมาถึงขีดจำกัด นอกจากออร์ฟี่แล้วทุกคนต่างคืนสู่ร่างปกติ

            ทว่า

            ราหูก็คืนร่างด้วยเหมือนกัน มังกรขาวหายไป แล้วเทพมารสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครา

            ร่างไฮพีเรี่ยนหมดเวลาแล้วสินะน่าเสียดายที่ยังเก็บข้าตามแผนไม่ได้นะ

            เจ้านั่นกำลังเยาะเย้ยเรื่องแผนโจมตีสายฟ้าแลบของพวกเขาที่เพิ่งจะเละไม่เป็นท่าไป

            สถานการณ์เป็นแบบ เจ็ดต่อหนึ่ง แต่ดูอย่างไรฝ่ายที่ได้เปรียบก็เป็นราหูที่มีแค่คนเดียวอยู่ดี

            พลังมันยังห่างชั้นกันเกินไป

            ก่อนหน้านี้ที่เผชิญหน้ากันตรงๆ เป็นครั้งแรกพวกเขาตามปกติสู้มันไม่ได้เลยแล้วสถานการณ์ตอนนี้ก็เหมือนย้อนกลับไปเป็นแบบนั้น

            สถานการณ์ที่ไม่มีพลังที่จะกอบกู้อะไรได้เลย

            ราหูเพิ่มไพ่ขึ้นมาบนมือของมันอีก

            รอบของข้าดรอว์

            ดูเหมือนจะมีกฎสำหรับตัวของมันเองที่จะเพิ่มไพ่อาคานาร์บนมือ

            อาคานาร์ พลังแห่งโชคชะตาจนถึงตอนนี้ยังจะเรียกสิ่งที่มันใช้ว่าอาคานาร์ได้อีกหรือ?

            มันไม่เหมือนอาคานาร์ที่เขารู้จักอีกต่อไปแล้วสิ่งที่ราหูทำมาตั้งแต่เริ่มสงครามคราวนี้มันแปลกประหลาดเกินทำความเข้าใจ

            นี่ จะไม่ใช้ไพ่ของพวกพ้องจริงๆ น่ะเหรอ

            ราหูพูด

            มันกำลังหมายถึงพวกพ้องของเขาที่โดนทำให้เป็นอาคานาร์แล้วก็ส่งอาคานาร์ชุดนั้นมาให้เขาอีกที หากทำเหมือนกับที่มันทำ เพียงแค่ใช้ไพ่ที่ว่าก็จะเรียกทุกคนออกมาได้แต่ว่าถูกจำกัดจำนวนเอาไว้ที่ห้าคนเท่านั้นเนื่องจากพวกเขาเพิ่งจะเสียข้าวหลามไปทำให้มีช่องว่างเพิ่มขึ้นมา

            “….”

            อิงศรเหลือบสายตามองชุดไพ่ที่กำไว้ในมือ

            ควรจะเรียกพวกพ้องออกมาเพิ่มดีไหมนะ

            แต่การส่งพวกพ้องที่เคยแพ้ให้กับมันไปแล้วออกมาก็เหมือนส่งให้ทุกคนออกไปตายไม่ใช่เหรอ

            ตอนนั้นเองราหูก็

            ถ้าไม่ทำล่ะก็จะไม่รอแล้วนะ

            ส่งไพ่บนมือลงมา

            ถ้าหากว่าสมุนที่พวกเขากำจัดไปก่อนหน้านี้เป็นเงื่อนไขเดียวกับพวกเขาด้วยล่ะก็เท่ากับว่าเจ้านี่ไม่ได้สนใจว่าพวกเดียวกันจะเป็นอย่างไรเลย

            กล้าใช้งานได้เหมือนกับเป็นเบี้ยตัวหนึ่งแม้แต่การเอาตัวตนของพวกเขาจากโลกคู่ขนานมาใช้งานแบบเดียวกับที่ว่าก็ตาม ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง อิงศรยังคงลังเลว่าควรจะทำหรือไม่

            ไม่

            ไม่ได้

            ไม่ได้แน่ๆ

            ถึงจำเป็นขนาดไหนแต่จะให้ใช้ทุกคนเป็นเหมือนเบี้ยอย่างที่เจ้านั่นใช้มันก็เกินไป

            ออกมา เวิร์สแอกเกรเซอร์แห่งการตกผลึก เนออน

            สมุนตนใหม่เพิ่มขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะทำลายทั้งหมดไปเองแท้ๆ

            ผู้รุกรานคนใหม่คือเด็กผู้หญิงตัวเล็ก อายุของเธอดูคร่าวๆ แล้วน่าจะประมาณสิบห้าเท่าดันกับเน็กส์จากโลกคู่ขนานที่ถูกเรียกด้วยชื่อใหม่ว่าเซนจิน และเธอคนนี้ก็คือนิวที่มาจากโลกคู่ขนานนั้นด้วยกันอย่างแน่นอน แล้วตอนนี้เธอก็ถูกเรียกด้วยชื่อ เนออน

            เด็กสาวใส่ชุดของผู้รุกรานและสวมผ้าคาดตาสีดำเหมือนคนก่อนๆ เธอมาตัวเปล่าในขณะที่คนอื่นๆ ที่ตามออกมาจากไพ่ที่ราหูเพิ่งจะส่งลงมาเพิ่มนั้นแบกอาวุธประจำตัวมากันครบมือ

            เวิร์สแอกเกรเซอร์แห่งค้อนอัสนีฟูมอล

            ผู้รุกรานเด็กหนุ่มที่คล้ายกับฟูแบกค้อนแบบเดียวกับเจ้าตัว

            เวิร์สแอกเกรเซอร์แห่งคมกระสุนไมเซอร์

            ผู้รุกรานที่เหมือนกับมิกซ์และใช้ปืนพกเป็นอาวุธเหมือนๆ กัน

            เวิร์สแอกเกรเซอร์แห่งท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์กฤษณะ

            ถึงจะเป็นกฤษณะเหมือนกันกับคนก่อนหน้าแต่คราวนี้คือนรินทร์ที่มาในชุดผู้รุกรานรวมถึงบรรยากาศรอบตัวก็แตกต่างออกไปจากคนก่อนอย่างชัดเจน

            ทั้งสี่คนที่ถูกเรียกออกมานั้นท่าทางแข็งทื่อราวกับเป็นตุ๊กตา

            แค่พริบตาเดียวความได้เปรียบเรื่องจำนวนก็กลายเป็นเรื่องตลกไปเลย

            ใช้เวลาแค่เสี้ยววินาทีก็สามารถเรียกกำลังเสริมที่พึ่งพาได้ออกมาได้ ที่ผ่านมายังไม่เคยเจอศัตรูแบบไหนทำอย่างนี้มาก่อน ต่อให้เป็นเครื่องทำสวนก็ตาม มันก็ยังมีขั้นตอนและคุณภาพของสมุนที่สร้างขึ้นมาด้วยโซเดียมิราจที่ยังเทียบไม่ติด

            ราหูไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น

            ส่วนตัวข้าจะเขียนทับด้วยร่างนี้

            มันใข้ไพ่ใบสุดท้ายบนมือกับตัวเองวาวไพ่ทับลงบนหน้าผาก ไพ่เปลี่ยนแปลงร่างกายของมัน

            ร่างกายหดเล็กลงเหลือขนาดเท่าๆ กับมนุษย์คนหนึ่ง

            เป็นผู้รุกรานเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างคุ้นตาอีกคนหนึ่ง

            ไรท์เป็น เวิร์สแอกเกรเซอร์แห่งการแก้แค้น การ์เวน

            ผู้รุกรานคนนั้น

            นั่นมัน

            กวินทร์พูดด้วยความตกใจ นั่นก็เพราะผู้รุกรานที่ราหูเปลี่ยนร่างไปคือตัวกวินทร์นั่นเอง

            กวินทร์จากโลกคู่ขนานจากรูปร่างแล้วน่าจะอายุมากกว่าฝั่งนี้ราวๆ สองปีเหมือนกับกรณีของมิ่งขวัญ

            นอกจากชุดเกราะรัดรูปเหมือนชุดอวกาศแบบผู้รุกรานแล้ว การ์เวนก็ไม่ได้พกอาวุธมาแต่มีอุปกรณ์คล้ายปลอกแขนสวมมาที่แขนทั้งสองข้างมีใบมีดขนาดเล็กยื่นออกมาจากอุปกรณ์

 

            ราหูที่อยู่ในร่างการ์เวนพูด

            สกิลของกฤษณะทำงานเมื่อไรท์จะได้จั่วไพ่เพิ่ม

            ไพ่ใบใหม่ปรากฏขึ้นมาที่ด้านหน้าการ์เวน

            สกิลของไมเซอร์ทิ้งไพ่ไปใบหนึ่งทำลายไพ่ที่เพลย์ลงมาในสนามหนึ่งใบ

            พอพูดแบบนั้นไพ่ที่เพิ่งจะเพิ่มขึ้นมาก็แตกสลายไปจากนั้น ผู้รุกรานที่เหมือนกับมิกซ์

            เวิร์สแอกเกรเซอร์แห่งคมกระสุนไมเซอร์ ก็เริ่มเคลื่อนไหว

            ทำลายไทเทเนียม

            เป้าหมายของมันคือพี่สาวของกวินทร์

 

            พี่!

            กวินทร์หันไปทางที่หล่อนอยู่

            คุ้มกันเธอเร็ว!

            อิงศรตะโกน

            กวินทร์กับมิ่งขวัญวิ่งไปหาหล่อนแล้วเอาตัวขวางทางปืนศัตรู

            สิงห์!

            อิงศรพูดพร้อมกับดึงโก่งสายธนูสร้างลูกศรเล็งจะยิงไปที่ไมเซอร์ตรงนี้จะต้องให้คนที่แข็งแกร่งพอไปไล่ต้อนหรือรบกวนศัตรูที่กำลังเล็งเป้ามาที่นี่เพื่อจะซื้อเวลาและหาจังหวะสังหาร

            อย่าให้พลาดก็แล้วกัน

            แฟรนเซียมตอบรับอย่างเข้าใจแล้วพุ่งตัวออกไปทันที

            ลีลีสสเตจ สุซาคุ

            ร่ายสกิลแล้วตวัดดาบ อัญเชิญปีศาจจากเดม่อนแอพที่อยู่ในดาบออกมา ตัวดาบถูกปกคลุมด้วยเพลิงไฟ ต่อมาไฟนั่นก็แยกออกจากดาบแล้วก่อรูปร่างเป็นวิหกเพลิง

            จากตรงนี้ไปถึงตัวไมเซอร์ยังมีระยะห่างอีกพอสมควร

            แต่เส้นทางเปิดกว้างไม่มีสิ่งกีดขวาง เป้าหมายก็ยังสนใจแต่ไทเทเนียมถ้าหากเข้าถึงตัวได้ก็จะฆ่าได้ทันทีนอกจากนี้ข้างหลังยังมีอิงศรช่วยยิงคุ้มกันในกรณีที่มันหันปืนมาเล่นงานทางนี้แทน

            เมื่อวิ่งไปได้ราว 70% ของเส้นทาง

            ฟูมอลก็ปรากฏตัวขึ้นที่กลางทาง

            ชิ

            แฟรนเซียมสบถแล้วแทงดาบไปข้างหน้า

            จัดการ

            สั่งให้วิหกเพลิงพุ่งใส่ผู้รุกรานหวังให้เผาทั้งแบบนั้นไปเลย

            ทว่า

            สกิลของผมทำงานเมื่อสมุนต่อสู้กับอีกฝ่ายจะเลือกเทิร์นออฟศัตรูได้หนึ่งคน

            การ์เวนก็พูดขัดขึ้นมาแล้วชี้ไปที่มิ่งขวัญ

            พลิกกลับไปซะ ขวัญ....เทิร์นออฟ!

            พริบตาถัดมามิ่งขวัญก็กลายเป็นไพ่และถูกกังหันสีดำล็อกเอาไว้

            พลังสำหรับปกป้องไทเทเนียมลดลงทั้งที่ฝ่ายบุกคือพวกเขาแต่ยังสามารถทำให้กำลังรบเปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบ

            บ้าเอ้ย!

            อิงศรยิงธนูไปที่ไมเซอร์สองดอกติดกัน

            ป้องกันด้วยกฤษณะ

            ด้วยคำสั่งของการ์เวน กฤษณะเอาตัวพุ่งเข้ามารับลูกศรทั้งหมดแล้วแตกสลายไป

            การ์เวนพูด

            ทีนี้พอมีไพ่ในสนามออฟ ฟูมอลก็จะได้พลังเพิ่มล่ะ

            หลังจากที่พูดแล้ว ฟูมอลก็เคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าเดิมจนแฟรนเซียมเองก็ตอบโต้การเคลื่อนไหวนั่นไม่ทัน วิหกเพลิงถูกค้อนซึ่งปกคลุมด้วยคลื่นไฟฟ้าทุบจนสลายหายไปหมดในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

            เท้าของแฟรนเซียมหยุดลง

            พลังอะไรกันเนี่ย

            ต้องตกใจเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ก็ปีศาจที่อัญเชิญออกไปนั้นเป็นถึงระดับสัตว์เทพและยังเป็นวิหกเพลิงที่มีจุดเด่นเรื่องความทรหดไม่มีทางที่จะเสียท่าให้การโจมตีพื้นๆ แบบนั้นในครั้งเดียวแน่

            คำตอบที่มีคือคำพูดของราหูที่พูดผ่านการ์เวนก่อนที่ฟูมอลจะลงค้อน

            ด้วยสกิลที่พวกเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเป็นสกิลของเกมหรือสกิลอะไรกันแน่แต่เพราะสิ่งที่เรียกว่าสกิลพวกนั้นทำให้ค่าพลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงขนาดนั้น

            แต่ยังมีกวินทร์อยู่ตรงนั้นคงช่วยปกป้องไทเทเนียมเอาไว้ได้

            อิงศรแหงนหน้าขึ้น มองตรงไปที่เมอร์คาบาห์ซึ่งเอาแต่ดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรมาซักพักแล้ว

            เมอร์คาบาห์!

            เขาตะโกนเรียก

            “….”

            แต่ปีศาจกลับเพิกเฉย ปีศาจที่เรียกได้ว่าเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเองเมินเฉยต่อเสียงเรียกร้อง

            หรือว่าเมอร์คาบาห์จะเปลี่ยนไปอยู่ฝ่ายซูลวานแล้วกันล่ะ

            ชิ

            อิงศรเดาะลิ้น

            ตอนนี้มีแต่ต้องเดิมพันกับสายสัมพันธ์ที่น่าจะมีเหลืออยู่น้อยนิดเพราะว่าตนยังรู้สึกถึงเมอร์คาบาอยู่

            ถึงจะเบาบางมากก็ตาม

            วินด์ช็อก

            อิงศรร่ายสกิลพลางเผากระดาษยันต์อาคมแล้วขึ้นลูกศรเล็งไปที่ไมเซอร์อีกครั้ง

            จงคำรามดาวอัสนี จูปิเตอร์สไตรค์!

            แล้วแผลงศรอาคมออกไป ลูกศรระเบิดเมื่อพุ่งไปได้ครึ่งทาง

            วงเวทแสงสีม่วงขยายออกมาและปลดปล่อยสายฟ้าจู่โจมไปที่เป้าหมาย

            การโจมตีนี้ทำให้ถึงตายไม่ได้ก็จริงแต่ยังหวังให้ติดผลอัมพาตได้

            สายไปแล้วล่ะ

            การ์เวนพูด ก่อนที่สายฟ้าจะทันฟาดใส่ไมเซอร์ก็ลั่นไกปืนยิงกระสุนไปแล้วจากนั้นจึงโดนสายฟ้าฟาดใส่

            กระสุนมุ่งหน้าไปหาไทเทเนียม ส่วนไมเซอร์ก็ล้มพับลงเพราะเกิดสภาวะอัมพาตจากการโจมตีของเขา

            แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เล็งเอาไว้ตั้งแต่แรก

            อิงศรไม่ได้คิดว่าจูปิเตอร์สไตรค์จะหยุดยั้งได้ทันอยู่แล้วที่ต้องการก็คือยูนิทที่ได้จากการใช้สกิลต่างหาก

            เมอร์คาบาห์ใช้เมสไซอาบัสเตอร์ทำลายกระสุนนั่นที

            เพื่อจะหยุดกระสุนลูกนิดเดียวที่ดูไร้พิษสงมากสำหรับพวกเขาที่เผชิญวันโลกาวินาศมานานแต่เพราะอีกฝ่ายที่ลั่นไกปืนคือผู้รุกรานที่มีพลังที่ไม่รู้จักอยู่มากดังนั้นจะปล่อยให้การโจมตีที่ดูไร้พิษภัยนั่นไปถึงตัวพวกพ้องไม่ได้

            คำสั่งที่เหมือนกับอ้อนวอนของอิงศรดูเหมือนจะได้ผล เมอร์คาบาห์ยอมรับยูนิทที่เขาส่งให้แล้วขว้างใบมีดที่แขนออกไปทำลายหัวกระสุน และไม่ใช่แค่นั้น แต่ใบมีดยังหมุนควงเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางหลังจากทำลายกระสุนแล้วก็มุ่งหน้าไปหาผู้ที่ยิงมัน

            ไมเซอร์ที่ขยับตัวไม่ได้ถูกใบมีดตัดร่างออกเป็นสองส่วนแล้วร่างกายก็แตกสลายไป

            การรุกรับหนนี้พวกเขาเป็นฝ่ายกำชัย

            แต่ราหูไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น

            ถ้างั้นไปฆ่าเองกับมือก็ได้

            ได้ยินมันพูดออกมาว่าแบบนั้นก่อนที่ร่างกายจะเลือนหายไป

            หายไปไหนแล้วน่ะ

            อิงศรกวาดตามองหาแต่ไม่พบ

            จู่ๆ กวินทร์ที่อยู่ด้านหลังก็ร้องออกมา

            อ๊ากก!

            เกิดอะไร...ขึ้น

            ทันทีที่หันกลับไปก็พบว่าการ์เวนมาโผล่อยู่ตรงนั้นแล้ว ใบมีดอันเล็กที่ปลอกแขนของมันสร้างใบดาบขึ้นด้วยแสงสีแดงที่ดูคล้ายกับดาบอมฤตในร่างไฮพีเรี่ยนของเขาไม่มีผิด

            ดาบข้างซ้ายเสียบท้องกวินทร์อยู่ ส่วนอีกข้างชี้ไปที่ไทเทเนียม

            กวินทร์!

            อิงศรเก็บไพ่ลงกระเป๋าเสื้อแล้วชักดาบพร้อมกับพุ่งตัวออกไป

            อะ

            แต่ก็ต้องชะงักเท้าเพราะจับสัมผัสมุ่งร้ายกำลังตรงมาที่ตัวเอง อิงศรหันกลับไป

            ค้อนที่ปกคลุมด้วยสายฟ้ากำลังบินมาที่นี่

            วูฟล์เมอแรง

            อิงศรเหวี่ยงดาบออกไปเหมือนบูมเมอแรงและด้วยพลังของสกิลที่ร่ายเสริมเข้าไปทำให้ดาบถูกปกคลุมด้วยไฟสีฟ้าคราม ไฟก่อตัวเป็นหมาป่าและปะทะกับค้อนสายฟ้า ผลของการปะทะทำให้ทั้งค้อนและดาบกระเด็นไปตกคนละทิศละทาง

            ฟูมอลที่ขว้างค้อนนำมาก่อนตามมาทีหลังแล้วเหวี่ยงกำปั้นชกมาทางนี้แต่อิงศรอ่านทางแล้วหลบมัน

            อย่างไรก็ตามการถูกขัดขวางทำให้เข้าไปช่วยกวินทร์กับไทเทเนียมไม่ทันแล้ว

            ออร์ฟี่ช่วยที

            เข้าใจแล้ว

            ออร์ฟี่ซึ่งยังคงอยู่ในร่างไฮพีเรี่ยนบินตรงไปทางการ์เวน

            ถ้าเป็นพลังของหมอนั่นตอนนี้น่าจะหยุดได้

            ตัวยุ่งยากอย่างแกเนี่ยถึงจะเทิร์นออฟไม่ได้แต่มันก็ยังมีวิธีจัดการอยู่ล่ะนะ

            การ์เวนกล่าว

            ทันใดนั้นก็มีไพ่ปรากฏขึ้นมาสามไพ่หลังจากที่ใช้ไปหมดแล้ว

            ไพ่ที่ทิ้งเป็นค่าให้ไมเซอร์คือแอคชั่นการ์ด คัมภีร์เวทปีศาจ ไนอะลาโทเทป 4:3’ ถ้าถูกทิ้งไปและบนมือไม่มีไพ่จะจั่วได้สามใบ

            การ์เวนเลือกไพ่หนึ่งในนั้นแล้วใช้มันกับออร์ฟี่

            แอคชั่น! เวทมนตร์เคลื่อนย้ายต่างมิติ ’4HL1’ ทรัคซัง ไปเที่ยวต่างโลกซักแปบหนึ่งแล้วกัน

            ไพ่ส่งเสียงดังฟุ่บแล้วหายไป ต่อมามิติเบื้องหน้าก็ฉีกออกและมีเสียงคำรามของเครื่องยนต์ 150 แรงม้าดังกระหึ่มออกมาจากรอยแยกมิตินั่น

            หา...

            ออร์ฟี่ชะงักเอากลางทางเพราะไม่อย่างนั้นจะทะลุเข้าไปในรอยแยกมิติแต่กลับมีบางอย่างพุ่งออกมา

            รถบรรทุกนั่นเอง

            อุบ

            ออร์ฟี่ถูกรถบรรทุกชนใส่จากนั้นมิติด้านหลังก็แยกตัวออกเป็นรอยแยกเหมือนกับที่รถบรรทุกพุ่งออกมา ออร์ฟี่ถูกรถบรรทุกดันหายเข้าไปในรอยแยก

            ออร์ฟี่!

            อิงศรมองด้วยสายตาเหลือเชื่อ แต่ว่าออร์ฟี่ที่เป็นความหวังเดียวหายไปแล้ว

            ภายหลังจากนั้นก็มีหน้าจอระบบปรากฏขึ้นมา หน้าจอลอยอยู่ตรงจุดที่ออร์ฟี่หายไปและมันกำลังฉายภาพของออร์ฟี่

            สถานที่ในหน้าจอนั่นคือห้องโถงในพระราชวัง

            ในฉากคล้ายกับเกมผจญภัยแบบสมมติบทบาท

            ที่พระราชากับพวกขุนนาง จอมขมังเวทย์ที่ปรึกษา มารวมตัวกันรอต้อนรับผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมาช่วยกอบกู้อาณาจักร

            และออร์ฟี่ก็คือผู้กล้าคนที่ว่า

            ออร์ฟี่ถูกห้อมล้อมด้วยสถานการณ์ประหลาดจนตอบสนองและทำตัวไม่ถูก

            การ์เวนพูด

            ขอตั้งชื่อเรื่องว่าเครื่องทำสวนเกิดใหม่เป็นผู้กล้าหน้าตายที่ต่างโลกก็แล้วกันถ้าเคลียเนื้อเรื่องปราบจอมมารไม่ได้ก็จะไม่ได้กลับมาคงถ่วงเวลาได้ซักพักเนอะ

            แล้วหันไปเพื่อจะฆ่าไทเทเนียม

            อิงศรคิดจะยิงเพื่อสกัดแต่ก็ถูกขัดขวางโดยฟูมอล

            โธเว้ย ขืนเป็นแบบนี้

            จะต้องเสียพวกพ้องไปอีกโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยอย่างนั้นเหรอ

            ในตอนนั้นเอง

            คู่ต่อสู้ของแกคือฉันไม่ใข่รึไง

            แฟรนเซียมก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังใช้ดาบเสียบท้องฟูมอลแล้วดันออกไปให้ห่าง

            มัวเหม่ออะไรอยู่อิงศร

            พลางพูดเรียกสติเขา

            พอตั้งสติได้ก็พบว่าเส้นทางเปิดแล้วแถมไทเทเนียมก็ไม่ได้อยู่เฉยรอให้การ์เวนฆ่า

            มีดเงาจำนวนสามสิบว่าเล่มหล่นเกลื่อนพื้นรอบตัวเธอนั่นน่าจะใช้เวลาช่วงที่พวกเขาขัดขวางศัตรูทำขึ้นมา

            คงไม่ได้คิดว่าฉันจะอยู่เฉยมองนายรังแกน้องฉันหรอกนะ

            ไทเทเนียมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง หล่อนแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาจนนีกภาพของเธอคนก่อนที่เคยเคียดแค้นกวินทร์ไม่ออกเลย

            ไทเทเนียมกำลังโกรธที่กวินทร์ถูกเล่นงาน

            ถ้าใช้ความรู้สึกนั่นของหล่อนก็อาจจะรวมพลังกันขับไล่ราหูออกไปได้

            อย่างไรก็ตามหล่อนเป็นคนที่เก่ง

            เก่งมากๆ

            อิงศรรู้ว่าแทบจะไม่ต้องเข้าไปช่วยหล่อนก็คุมสถานการณ์ได้หมด

            นายบอกว่าที่นี่ไม่ต้องใช้ยูนิทก็ใช้ท่าไม้ตายได้สินะแต่ว่าสกิลของฉันมันติดเงื่อนไขทำลายอาวุธอยู่

            หืม จะใช้ไอ้นั่นน่ะเหรอ

            การ์เวนพูด

            เอนแชนท์รีชาร์จ ทำลายอาวุธเสริมพลังทั้งหมดแล้วเปลี่ยนเป็นยูนิทธาตุตามอาวุธ

            ไทเทเนีนมร่ายสกิล

            วินาทีถัดมามีดเงาบนพื้นก็แตกสลาย ยูนิทสีดำจำนวนสามสิบดวงลอยออกมาจากตรงนั้น บินมาโคจรรอบตัวหล่อนเหมือนเป็นดาวบริวาร

            เหล่าดาราที่สูญเสียแสงแห่งชีวิตจะก่อกำเนิดโมงยามแห่งความมืด

            ด้วยคำร่ายสกิลที่ไทเทเนียมกล่าว ยูนิททั้งหมดที่เป็นเหมือนกับดาวบริวารจึงเริ่มเคลื่อนไหว

            ไม่ให้ทำได้หรอก

            การ์เวนพูดแล้วดึงดาบที่เสียบท้องกวินทร์ออก กวินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น

            ไม่ได้ผลหรอกน่าสกิลนี้ตอนที่ร่ายจะไม่ถูกขัดขวาง

            เป็นไปตามที่ไทเทเนียมพูด

            เมื่อการ์เวนขยับเข้าไปใกล้ก็ถูกขวางโดยกำแพงที่มองไม่เห็นซึ่งสร้างขึ้นด้วยพลังคุ้มครองจากเครื่อวทำสวนที่เรียกออกมาตอนร่ายสกิลนี้ เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์เซปทรูสตาร์ในร่างมนุษย์ครึ่งวิหกปรากฏตัวรางๆ ที่ด้านหลัง

            ประวัติศาสตร์จะหยุดนิ่ง ราตรีจะเยือกแข็ง ป่าวประกาศเวลาแห่งการสูญสิ้น

            ยูนิทจับตัวรวมกันสองดวงกลายเป็นโดรนสีดำ

            ชุดของไทเทเนียมถูกเปลี่ยนด้วยพลังของสกิลและ นี่คือสกิลท่าไม้ตายที่เคยทำพวกเขาหืดขึ้นคอมาแล้ว

            รวมร่างเกราะมาร เวพ่อนไนซ์ แวริเอเบิลไนท์!

 

[Weaponize! Variable Night  Lv(1/1)

Element: Dark

Attribute: Ultimate, Transform, Shadow, Awakening

(Cast Cost) ทำลายอาวุธเงาตั้งแต่ 30 ชิ้นขึ้นไป , ร่าย เหล่าดาราที่สูญเสียแสงแห่งชีวิตจะก่อกำเนิดโมงยามแห่งความมืด ประวัติศาสตร์จะหยุดนิ่ง ราตรีจะเยือกแข็ง ป่าวประกาศเวลาแห่งการสูญสิ้นรวมร่างเกราะมาร’;

ขณะร่ายสกิลนี้จะไม่ถูกขัดขวางและไม่ได้รับดาเมจ , ล้างสถานะทั้งหมดออกแล้วTransform (Transform: ไม่ถือเป็นสถานะ ไม่มีระยะเวลาคงอยู่ ไม่สามารถถูกล้างได้ ไม่ถูกยกเลิกหรือทำให้ไร้ผล) ทุก Awakening Black Unit 2 หน่วยจะกลายเป็น Shadow Arm; รับพลังจากอวตารแห่งกลุ่มดาวพรหมจรรย์ ทรงฉลองพระองค์เป็นเจ้าหญิงแห่งดวงดาวผู้หยุดยั้งประวัติศาสตร์]

 

            ทันทีที่ร่ายสกิลไม้ตายเสร็จหล่อนก็สั่งให้เดม่อนแอพทำงานทันที

            เดม่อนแอพมาสเทม่าทำให้ฉันไม่รับความเสียหายจากการโจมตีปกติแต่จะรับความเสียหายจากสกิลเป็นสองเท่า

            ผลของเดม่อนแอพทำให้มีปีกเหมือนทูตสวรรค์กางออกมาจากแผ่นหลังของหล่อน

            ปีกสีดำสนิทโบกกระพือสลัดขนนกหล่นกระจายไปทั่วบริเวณแล้วหายไป

            เท่านี้คอมโบผสานระหว่างเดม่อนแอพกับสกิลไม้ตายก็เสร็จสมบูรณ์

            แต่ด้วยพลังของแวริเอเบิลไนท์ทำให้ยับยั้งการใช้สกิลได้เท่ากับจำนวนของโดรนที่มีและการคูลดาวน์สกิลที่ใช้ไปแล้วต่อหน้าฉันจะถูกแช่แข็ง

            ไทเทเนียมพูด

            คอมโบของไทเทเนียมถูกนำออกมาใช้ในสถานการณ์นี้นับว่าพึ่งพาได้มากทีเดียว

            ด้วยการผสานระหว่างแวริเอเบิลไนท์ที่หยุดยั้งสกิลและมาสเทม่าเดม่อนแอพที่ทำให้ไม่รับการโจมตีตามปกติ ทำให้หล่อนแทบจะเป็นอมตะ

            ทว่า

            นี่สินะ มาสเทม่าแวริเอเบิลเอนด์ ก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยนี่

            การ์เวนกลับพูดออกมาอย่างง่ายดาย น้ำเสียงก็ไม่เหมือนกับว่าจะเป็นการบลัฟด้วยคำพูดด้วย

            แค่ทำให้เดม่อนแอพหรือสกิลใบ้การไม่ได้อย่างใดอย่างหนึ่งก็จบแล้วนี่

            การ์เวนกล่าวอย่างมั่นใจ

            เนออน สละตัวเองทำให้เดม่อนแอพหยุดการทำงานทั้งสนามซะ

            แต่ถ้าใช้สกิลล่ะก็ทางนี้ก็สามารถยับยั้งได้น่ะ ไปเลย มาสเตอร์โพรเทคชั่น

            เฮ้ยๆ ลืมอะไรไปรึเปล่าพลังยับยั้งของเธอมันไม่ใช่การห้ามใช้สกิลซักหน่อยแค่ทำให้ความเสียหายกับผลของสกิลที่จะเกิดกับตัวเองไร้ผลไม่ใช่เรอะ แบบที่อิงศรใช้เดม่อนสกิลทำลายความทนทานอาวุธของเธอไงสกิลของเนออนไม่ได้เล็งเป้าไปที่เธอแต่เป็นสนามนี้ทั้งหมดต่างหาก

            ว่าไงนะ!

            ไทเทเนียมทำหน้าเชื่อที่พูดมาไม่ลง

            แต่อิงศรคิดว่านั่นอาจจะเป็นความจริงเพราะตัวเขาเองก็ใช้วิธีนั่นล้มคอมโบของหล่อนมาก่อน

            หนีเร็วเข้า!

            แต่มันสายเกินไป

            ตอนที่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเตรียมแก้ทางไม้นี้ไว้ตั้งแต่แรกมันก็สายเกินไปแล้ว

            น่าจะรู้ตั้งแต่ตอนที่มันเล็งเป้ามาที่ไทเทเนียมแล้วนั่นหมายความว่าจะต้องเตรียมรับมือกับคอมโบที่แก้ได้ยากของหล่อนเอาไว้ด้วย

            ร่างของเนออนที่อยู่ไกลออกไปแตกสลายลง

            เดม่อนแอพทั้งหมดหยุดการทำงานอย่างที่การ์เวนบอก อิงศรที่คิดจะเรียกเอลิกอร์ให้ไปขัดขวางก็ทำไม่ได้

            ปีศาจเพียงตัวเดียวที่ยังลอยหน้าบอยตาอยู่ในสนามรบนี้มีแค่เมอร์คาบาห์ที่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ได้รับผลกระทบนั้น

            แต่ต้องฝากความหวังแล้ว

            เมอร์คาบาห์ใช้เมสไซอาร์บัสเตอร์

            เรื่องยูนิทฉันจัดการเอง

            แฟรนเซียมส่งเสียงบอก เนื่องจากในสนามรบไม่มียูนิทเหลือให้เมอร์คาบาห์ดูดไปเป็นพลังงาน พลางก็แทงดาบใส่ฟูมอลแต่อีกฝ่ายหลบได้

            เอเลเมนทัลชาร์จ (Elemental Charge)”

            จากนั้นจึงร่ายสกิลพร้อมกับไถลมือไปบนตัวดาบทำให้พลังแห่งธาตุทั้งห้า ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง ห่อหุ้มตัวดาบจนเกิดเป็งแสงสีทั้งห้าเปล่งประกายออกมา

            นี่เป็นสกิลเสริมพลังอาวุธเหมือนกับพวกเวพอนเอนแชนท์เตอร์แต่มันเป็นสกิลของบิลด์คลาสอาร์คชาแมนและการเสริมพลังนี้ก็มีผลต่อการโจมตีเพียงครั้งเดียว

            แฟรนเซียมงัดดาบขึ้นทั้งท่านั้น การแทงก่อนหน้าเป็นการปิดทางหนีเพื่อปูเส้นทางให้ดาบนี้

            พลังของสกิลล้วนๆ ไม่รุนแรงพอจะปลิดชีวิตได้แต่ถ้ารวมกับพลังของราชามนุษย์ต่างดาวแล้วล่ะก็

            ย้าก

            หลังเสียงคำรามดาบของแฟรนเซียมก็ผ่าร่างฟูมอลออกเป็นสองส่วนศัตรูตายในทันที พลังธาตุที่เคลือบอยู่บนตัวดาบจึงกระจายออกมาเป็นยูนิทจำนวนห้าอันอันละธาตุ

            นี่คือจุดประสงค์แต่แรกของแฟรนเซียม ทีนี้ในสนามรบก็จะมียูนิทให้เมอร์คาบาห์แล้ว

            แต่ทว่า

            เฮ้ เมอร์คาบาห์

            แต่เทวทูตของอิงศรกลับไม่ยอมตอบสนองต่อเสียงเรียก

            แล้วการ์เวนก็พูดขึ้นมา

            เมอร์คาบาห์ก็โดนสกิลของเนออนด้วยนะเพราะวั้นถึงขยับตัวไม่ได้ไงล่ะ

            ในตอนที่มันลงมือกับไทเทเนียมไปแล้ว

            อ๊า!!

            ไทเทเนียมกรีดร้อง หล่อนถูกเสียบจากด้านหลังทะละออกมาที่หน้าอก ใบดาบลำแสงเผาทำลายอวัยวะภายในของเธอ

            อั่ก อึก

            หล่อนกระอักเลือดจากนั้นก็ทรุดตัวลงพลังขีวิตลดลงอย่างฮวบฮาบ

 

Titanium Lv. 100

[//...9800:27000.....]

 

            ต่อหน้าต่อตากวินทร์

            การ์เวนมันจงใจให้เป็นแบบนั้นหลังจากเสียบทะลุร่างหล่อนก็จัดแจงหันตัวเธอให้ใบหน้าที่แสดงความเจ็บปวดทรมานจนดูไม่ได้หันไปทางกวินทร์พอดิบพอดี

            การ์เวนเริ่มพูด

            อา รู้สึกนึกถึงวันเก่าๆ ขึ้นมาเลย

            พูดด้วยใบหน้าของกวินทร์ที่มาจากโลกคู่ขนาน

            นายเองก็เคยฆ่าเธอมาแล้วนี่นะผมเองก็เหมือนกันฆ่าเธอแล้วย่ำยีหัวใจเธอนายมันเลวประมาณนั้นเลยล่ะ

            พูดว่าตัวเองฆ่าพี่สาวลูกพี่ลูกน้องเหมือนกับกวินทร์

            บอกว่ากวินทร์เป็นเหมือนกับมัน

            ไม่รู้ว่าในโลกที่แตกต่างไปจากตอนนี้ใบนั้นเกิดอะไรขึ้น

            กวินทร์จากโลกใบนั้นบิดเบี้ยวไปจากตอนนี้ถึงขั้นไหน

            แต่ความเป็นจริงก็คือมันกำลังจี้จุดกวินทร์ด้วยข้อเท็จจริงที่เคยฆ่าไทเทเนียมไปในคราวที่บุกวัดอารย-สนธยา

            หยุดนะ

            อิงศรพูดแทนกวินทร์ที่ไม่สามารถพูดได้เพราะบาดแผลโดนแทงที่ท้อง

            ต้องหยุดไม่ให้มันฆ่าไทเทเนียมไม่อย่างนั้นกวินทร์คงได้เสียสติแน่

            เทคนิคัลเวพ่อน

            อิงศรเปลี่ยนธนูเป็นหน้าไม้แล้วระดมยิงใส่การ์เวนหวังให้มันถอยจากไทเทเนียมแต่ก็ถูกมองออกว่าเป็นการยิงขู่และนัดที่จะยิงโดนตัวมันจริงๆ ก็ถูกปัดออกไปอย่างง่ายดาย

            ทำอะไรไม่ได้แล้ว

            ไม่ทันแล้ว

            วินาทีที่การ์เวนเงื้อดาบอีกข้างขึ้น ปากของไทเทเนียมก็ขยับและส่งเสียงอย่างแผ่วเบา

            เขาไม่ได้ยินที่หล่อนพูดแต่พออ่านปากได้

            ขอโทษ

            มันเป็นข้อความที่ส่งถึงกวินทร์ หล่อนขอให้ยกโทษ

            ไม่ว่าจะขอโทษเรื่องที่เคยทำเอาไว้ก่อนจะมาเป็นพวกเดียวกันหรือขอโทษที่ไม่สามารถมีชีวิตรอดทั้งที่พวกเขาทุ่มตัวปกป้องเธอก็ตามคำพูดนั้นก็ได้เผาฟางเส้นสุดท้ายไปแล้ว

            ฉัวะ เสียงน่ารังเกียงดังขึ้น

            ใบดาบลำแสงของการ์เวนตัดผ่านร่างของเธอในแนวทแยงทำให้พลังชีวิตกลายเป็นศูนย์

            ร่างกายของหล่อนแตกสลายกลายเป็นฝุ่นละอองลอยไปหากวินทร์

            ราวกับจะบอกลา

            พี่

            กวินทร์พยายามจะจับฝุ่นละอองเหล่านั้นไว้แต่มันก็หายไปเสียก่อน

            และแล้ว

            อึกอะ…”

            มันก็ได้ปลุกปีศาจในตัวของเด็กหนุ่มขึ้นมา

            ปีศาจที่กวินทร์พยายามข่มเก็บมันไว้

            ปีศาจที่ชื่อว่าความโกรธนั่นกำลังจะทำให้เขาเสียสติ

            ว้ากกกกกกกกกกก!!!!!!!

            กวินทร์!

            อิงศรพยายามจะเรียกสติรุ่นน้องกลับมาแต่กวินทร์ไม่ฟัง

            รุ่นน้องถีบตัวกระดอนออกไปจากท่านั่งคุกเข่าโดยลืมความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ท้องไปทั้งหมด

            นี่คือพันธะสัญญาว่าจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ไปสู่เส้นทางทำลายล้าง

            พลางกล่าวร่ายสกิลไม้ตาย

            เพราะที่นี่เป็นมิติที่ช่วยให้ใช้สกิลได้โดยไม่เกี่ยงเงื่อนไขของยูนิทดังนั้นจึงร่ายได้ทันทีแต่กวินทร์ที่เสียสติอยู่จะคิดได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือ?

            ไม่สิ เสียสติไปแล้วจริงๆ นั่นแหละแต่เพราะความแค้นทำให้สมองเค้นหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะฆ่าตัวเองจากโลกคู่ขนานคนนั้นออกมาอย่างแยบยลที่สุดต่างหาก

            จงกู่ร้องดาบที่ใช้ปลดพันธนาการสวรรค์!!'

            ท้องฟ้าด้านบนที่เป็นกระดานแสดงภาพสะท้อนของสนามรบเป็นเกมไพ่ถูกบดบังโดยเมฆที่ไม่รู้ที่มา

            เมฆค่อยๆ แหวกตัวออก เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์รูปกระต่าย จูลลับบิทตาร์ตกลงมาจากที่นั่น

            กีก้าสลาฟแรคน่าบัสเตอร์!!!

 

[Giga Slave, Ragna-Buster Lv(1/2)

Element: -

Attribute: Ultimate , Physical Attack  , Special Attack ,  Awakening

(Cast Cost) 4 Awakening Unit (สีต้องไม่ซ้ำกัน), ร่าย 'นี่คือพันธะสัญญาว่าจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ไปสู่เส้นทางทำลายล้าง จงกู่ร้องดาบที่ใช้ปลดพันธนาการสวรรค์!!'; อัญเชิญอวตารแห่งนักษัตรกระต่าย จู่โจมด้วยดาบแห่งการทำลายล้าง ความเสียหายจะเกิดแก่เป้าหมายเดี่ยว หากความเสียหายทำให้ถึงตายจะไม่สามารถหักล้างความตายนั้นได้ (สามารถร่ายสวนกลับ Ultimate Skill ได้โดยจะเกิดผลก่อน)]

 

            จูลลับบิทตาร์เปลี่ยนตัวเองเป็นดาบแล้วพุ่งใส่การ์เวน

            จู่ๆ เจ้านั่นก็คืนร่างเป็นราหูแล้วหยิบไพ่ใบใหม่ขึ้นมา

            กำลังรออยู่เลยจังหวะที่ใช้สกิลท่าไม้ตายใส่ข้าคนนี้

            ว่าแล้วเชียวเจ้านั่นมันเล็งเก็บกวินทร์ไปพร้อมกันตั้งแต่แรก

            หยุดนะกวินทร์!

            แต่คำพูดของอิงศรหยุดอะไรไม่ได้อีกแล้ว

            ไรท์เป็น เวิร์สแอกเกรเซอร์แห่งแสงจรัสมิทธริล

            ราหูใช่ไพ่แล้วเปลี่ยนร่างเป็นผู้รุกรานคนใหม่

            ผู้รุกรานมิ่งขวัญ

            สกิลเคาท์เตอร์อัลติเมททำงานใช้สวนท่าไม้ตายของอีกฝ่าย รับไปซะหอกสังหารที่ทะลวงข้ามเหตุและผล เกโบล์กแนก!!

            มิทธริลแทงดาบที่ถือติดมาไปข้างหน้า ใบดาบเป็นแบบสามใบซ้อนทบกันกางออกเหมือนตรีศูลแล้วปลดปล่อยลำแสงอันแหลมคมเหมือนหอกพุ่งออกไป

            ทั้งที่มันยังอยู่ในขอบเขตหยุดเวลาของมิติท่าไม้ตายของกวินทร์แต่หอกสังหารนั่นก็พุ่งเสียบทะลุหน้าอกซ้ายของกวินทร์และทำลายหัวใจ

 

กวินทร์ Lv.144 [.....0:82200…..]

 

            กวินทร์!!!

            อิงศรตะโกน

            ร่างกายของรุ่นน้องกำลังจะสลายไป

            ในตอนนั้นเอง

            มิ่งขวัญที่ถูกทำให้กลายเป็นไพ่ก็หลุดจากพันธนาการ

            ออร์ฟี่ที่โดนส่งไปเป็นผู้กล้าที่ต่างโลกก็จบเนื้อเรื่องหลังจากสังหารจอมมารลงได้และหวนคืนสู่สนามรบ

            ทันเห็นวาระสุดท้ายของกวินทร์ที่เกิดขึ้นเพราะความไม่เอาไหนของตัวเอง

            อิงศรตำหนิตัวเองที่นึกลังเล

            ถ้าหากว่าใช้อาคานาร์ของพวกพ้องเรียกใครซักคนออกมาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงความจริงที่แสนเลวร้ายนี่ได้

            ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของพี่

            มิทธริลหรือมิ่งขวัญจากโลกคู่ขนานพูด

            อิงศรจ้องมองเจ้านั่น

            “….”

            แล้วคิดว่าค่อนข้างคล้ายกัน...

            ไม่สิ นั่นคือมิ่งขวัญจากโลกคู่ขนานที่เคยสละตัวเองช่วยพวกเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

            เสียงของราหูพูดแทรกออกมาจากตัวของมิทธริล

            ได้ตายด้วยมือของมิ่งขวัญที่เคยช่วยเอาไว้แบบนี้รู้สึกสิ้นหวังจนว่างเปล่าขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะกวินทร์แต่มันยังไม่สายเกินไปที่จะแค้นหรอกนะเพราะเธอจะถูกส่งไปที่เพลนัลตี้บ็อกซ์เหมือนกับพี่สาวไงล่ะ และถ้าจะแค้นก็จงไปแค้นอิงศรที่ลังเลไม่ยอมเรียกพวกพ้องออกมานั่นแหละบ๊ายบาย

            ร่างของกวินทร์ที่สิ้นใจแล้วแตกสลายลงพร้อมๆ กับไม้ตายดาบเครื่องทำสวนที่หายไปเมื่อผู้ใช้ไม่อยู่อีกต่อไป

            ตอนนี้ในสนามรบเหลือ ออร์ฟี่ มิ่งขวัญ แฟรนเซียมและตัวเอง

            ส่วนฝั่งราหูเหลือแต่เจ้าตัวที่ใช้ร่างของมิ่งขวัญจากอนาคตอยู่

            มิทธริลพูด

            หลังจากที่พวกเธอหลบหนีไปแล้วมิ่งขวัญคนนี้ก็สู้จนตัวตายแต่ข้าได้มอบความหวังให้ในวาระสุดท้ายทำให้ได้เกิดใหม่มาอยู่กับครอบครัวและพวกพ้องแบบนี้อีกไงล่ะข้าใจดีใช่ไหมล่ะนี่แหละนโยบายของเทิร์นบริงเกอร์ กิฟแอนด์เทค ให้มาเราก็ให้ตอบแล้วสุดท้ายเราก็จะเทคโอเวอร์ทั้งหมดไปจนว่างเปล่า ฮะฮะฮะ

            แล้วก็หัวเราะ

            หัวเราะเยาะเย้ยโชคชะตาของผู้มีพระคุณต่อพวกเขาที่กลายมาเป็นนักโทษหุ่นเชิดของกังหันสีดำอันชั่วร้าย

            มิทธริลนั้นมีรูปร่างเหมือนกับผู้รุกรานคนอื่นที่เป็นตัวตนจากโลกคู่ขนานของพวกเขา

            แต่กลับมีสภาพที่น่าเวทนากว่ามาก

            มีปีกเหมือนพังพืดงอกออกมาจากแผ่นหลัง

            กังหันสีดำที่เป็นตัวแทนของการจองจำนั้นล็อกติดกับข้อมือทั้งสองข้างและมีอีกหนึ่งอันใหญ่กว่าอันอื่นๆ หมุนกวัดแกว่งอยู่เหนือศีรษะราวกับกงจักรพัดบนหัวเปรต

            น่าเบื่อเหลือเกินถ้าอิงศรไม่ยอมเรียกพวกพ้องออกมาให้ทำร้ายเพิ่มงั้นก็ไม่มีความหมายที่จะเล่นเกมต่อไปอีกแล้วจะทำให้จบด้วยมังกรแห่งความว่างเปล่าตนนี้แหละ

            ราหูกล่าวและหยิบไพ่ใบสุดท้ายบนมือมาใช้

            ไฮพีเรียลไรซ์

            แสงสว่างจากไพ่ห่อหุ้มร่างของมิทธริลเหมือนตอนที่ราหูกลายร่างเป็นมังกรครั้งแรก

            เงาร่างขยายใหญ่ขึ้นจนผิดรูปผิดร่าง กำลังเคลื่อนไหวอย่างพริ้วไหวอยู่ภายในแสงสว่างนั่น

            ดาราจุติมังกรคัดสรรต้นกำเนิดกงฟู่ (Star-Vatar Original Selection Dragon Gongfu)

            สิ้นคำแสงสว่างที่ปกปิดร่างของมันก็มอดหายไป

            กายเนื้อสีแดงฉานส่องสว่างเหมือนคบไฟเปล่งประกายอย่างน่าขนลุกขนพองปรากฏต่อสายตา

            ท่ามกลางมิติอันมืดมิดคล้ายห้วงอวกาศนี้มันเป็นเหมือนกับดาวยักษ์แดงดวงมหึมา

            ร่างกายยาวดั่งงูและมีปีกหกคู่ด้วยกัน

            กังหันสีดำแสดงความชั่วร้ายหมุนพัดอยู่ตรงปลายของแต่ละปีกและบนศีรษะ

            ราวกับเป็นทูตสวรรค์แห่งจุดจบ

            มังกรแดงร้องคำรามราวกับผู้ประกาศวจนะว่า

            "การสูญพันธ์คือต้นทุนของวิวัฒนาการ ความว่างเปล่าคือต้นทุนของทุกสรรพสิ่ง พวกเจ้าจงวิวัฒนาการเป็นเทิร์นบริงเกอร์"

            รูปร่างของมังกรที่แตกต่างกันมากกว่าหนึ่งเริ่มจะทำให้อิงศรนึกเป็นกังวลขึ้นมา

            ในขณะเดียวกันก็ฉุกคิดขึ้นมาด้วยว่าเหมือนเคยเห็นรูปลักษณ์อย่างนี้มาก่อน

            “….”

            ที่ไหนนะ

            เคยเห็นที่ไหนมาก่อนกันนะ

            เมื่อพยายามบีบเค้นความทรงจำมโนภาพหนึ่งก็ลอยขึ้นมา

            มโนภาพที่เคยเห็นมาแล้วนิมิตซึ่งเมอร์คาบาห์แสดงให้เห็นที่แชงกริล่า

            มังกรดำทั้งเก้าตนที่เผาสวนศักดิ์สิทธิ์

            นี่หรือว่าพวกแกคือมังกรเก้าตัวนั่นน่ะ

            เพิ่งจะมานึกออกเอาป่านนี้เรอะ ใช่นี่คือร่างของแม่ทัพทั้งเก้าแห่งแนวหน้าการรุกรานของจักรวรรดิเทิร์นบริงเกอร์ข้าใช้ไฮพีเรี่ยนเหล่านี้สู้กับซูลวานมาก่อนยังไงล่ะ

            .....

            ดังนั้นคงจะรู้ตัวแล้วสินะว่าไม่มีทางเอาชนะได้เพราะแม้แต่ซูลวานก็ยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนเลยนี่แล้วพวกเจ้าที่เป็นเหมือนเบี้ยของซูลวานก็ไม่อาจเอาชนะได้อย่างแน่นอน

            “….”

            ไม่มีอะไรจะพูดแล้วสินะถ้างั้น

            “….”

            สกิลของมิทธริลที่ถูกไฮพีเรียลไลซ์ทับทำงานเทริ์นออฟไพ่หนึ่งใบ แฟรนเซียมหงายหน้าคว่ำไปซะ

            ชิ อีกแล้ว...

            แฟรนเซียมพูดก่อนจะกลายเป็นไพ่และถูกขังเอาไว้ในกังหันดำโดยที่ขัดขืนไม่ได้

            ราหูพูดต่อ

            ตามด้วยสกิลของกงฟู่ มิ่งขวัญเธอก็เทิร์นออฟไปด้วยอีกคนซะ

            ศร!”

            มิ่งขวัญพยายามจะพูดบางอย่างแต่ก็ถูกขังในไพ่เสียก่อนเพลิงดำก่อตัวเป็นกังหันล็อกไพ่ไว้อีกชั้นหนึ่ง

            ตอนนี้ในสนามรบเหลือแค่เขากับออร์ฟี่เท่านั้น

            อิงศร

            ออร์ฟี่เรียกเขา

            “….”

            ต้องทำอะไรซักอย่างแล้วนะ

            จะทำอะไรได้อีกล่ะสถานการณ์แบบนี้แล้ว

            มองไม่เห็นทางชนะเลย

            อิงศร....นี่เธอหมดกำลังใจไปแล้วเหรอ

            ดูเหมือนจะถูกออร์ฟี่อ่านใจไปแล้ว

            ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละนะออร์ฟิอูคูมันนาร์มันจบแล้วเกมนี้ข้าคือผู้ชนะ

            ราหูพูด

            เมื่อตัวข้าโจมตีสกิลทำงานเทิร์นออนไพ่ทุกใบในสนาม

            กังหันที่ขังมิ่งขวัญกับแฟรนเซียมหายไปทั้งสองคนกลับคืนสภาพ

            ...เรอะ

            แฟรนเซียมยังคงลั่นคำพูดที่ค้างไว้ก่อนหน้า

            ศร! อะ...

            มิ่งขวัญตระหนักว่าสภาพรอบๆ เปลี่ยนไปเหมือนกับสติวูบไปช่วงหนึ่ง

            จากนั้นจั่วไพ่เท่ากับจำนวนนั้นจั่วสองใบแล้วก็....

            ไพ่ของราหูเพิ่มขึ้นมาสองใบ

            เทิร์นออฟอีกครั้งหนึ่งแฟรนเซียมหงายกลับไปซะ

            อะไรนะอีกแล้วเรอะ!”

            แฟรนเซียมกลับไปเป็นไพ่อีกครั้ง

            เหมือนกับโดนเล่นตลกอยู่อย่างไรอย่างนั้น

            ใช่ สำหรับราหูพวกเขาก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานที่จะทำตามใจชอบอย่างไรก็ได้ ทันทีที่เข้าใจความแตกต่างของพลังนี้ก็รู้สึกมืดมนขึ้นมา

            รู้สึกเหมือนสายตามืดบอดมองไม่เส้นเห็นทางใดๆ จะให้ก้าวเดินต่อไปแล้ว

            "จงสูญสิ้นเพื่อวิวัฒนาการจงดับสูญเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่า  อีโวลูชั่นเอ็กทิงค์ชั่น! (Evolution Extinction)"

            มังกรแดงสยายปีกทั้งหกออก กังหันดำที่ปลายปีกขดตัวเป็นก้อนกลม เริ่มเปล่งแสงและร้อนมากขึ้นกลายเป็นลูกปืนใหญ่ที่พร้อมจะยิง มังกรอ้าปากของมันแล้วพ่นไฟ

            ลำแสงทำลายหกสายกับลำธารไฟ การโจมตีกวาดล้างชนิดหลบไม่พ้นนั่นเล็งมาที่อิงศร

            มิ่งขวัญขยับตัว

            ศร!”

            พยายามจะเข้ามาป้องกันให้ แต่ทำแบบนั้นไปก็ไม่มีความหมายการโจมตีของศัตรูกินพื้นที่กว้างมากแล้วก็ยังดูรุนแรงมากด้วย

            อิงศรยิงสกัดก่อนเถอะ

            ออร์ฟี่เสนอความคิดและทำทันทีโดยไม่รอคำตอบใช้ทั้งลำแสงอมฤตและแส้ใบมีด

            เห็นด้วยกับความคิดนั้นเป็นอย่างยิ่ง มันไม่มีเวลากับที่ให้หลบแล้วมีแต่ต้องยิงสกัดไม่ให้การโจมตีมาถึงตัว

            แต่พลังของมังกรมีมากเกินไปแล้วก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่มือที่จับหน้าไม้ถึงได้สั่นตลอดเวลา แทบจะเล็งเป้าไม่ได้เลย

            อิงศรใช้มืออีกข้างจับมือที่ถือหน้าไม้ไว้มันสั่นไม่ยอมหยุดหัวใจของเขากำลังหวาดกลัว

            กำลังกลัวว่าจะสูญเสียพวกพ้อง

            กลัวว่าจะแพ้

            กลัว

            กลัว

            กลัวไปหมดทุกอย่าง

            ลำแสงที่จะพุ่งมาที่นี่ถูกสกัดไว้หมดแต่ลำพระเพลิงที่มังกรพ่นออกมายังไม่ถูกยิงร่วงและมีแต่อิงศรที่อยู่ในทางไฟ

            วะ...เหวอออ!!”

            รู้สึกกลัวจนต้องกรีดร้องออกมา ไม่รู้ทำไมความกลัวถึงได้พองโตถึงขนาดนี้

            เขาเป็นไอ้ขี้ขลาดถึงขนาดนี้เลยเหรอ

            กลัวจนขยับเท้าไม่ได้ด้วยซ้ำ

            ไฟเคลื่อนที่เข้ามาใกล้จนแทบโลมเลียเส้นผม

            อิงศร

            ศร

            ออร์ฟี่กับมิ่งขวัญพยายามจะเข้ามาช่วยแต่มันสายเกินไป

            ไม่ทันแล้ว

            ทว่า ในตอนนั้นเอง

            ก็มีไพ่อาคานาร์ใบหนึ่งพุ่งออกไปจากกระเป่าเสื้อ ไพ่เปลี่ยนเป็นเมษา

            เมษาที่ออกมาเองชักแผ่นยันต์อาคมขึ้นมาใบหนึ่ง

            จักระโฮล (Chakra Hole)

            แล้วร่ายสกิลสร้างวงแหวนเหมือนกงจักรขึ้นที่ฝ่ามือพลางยื่นมันออกไป

            นั่นเป็นสกิลสำหรับย้ายเป้าการโจมตีมาที่ตัวเองเป็นสกิลที่ใช้ทำจังหวะใน อิงศรฟอเมชั่น รุ่นที่หนึ่ง

            อะ....เมษา!”

            เปลวเพลิงหักลำกะทันหันย้ายไปที่เมษาแทน

            ศร

            เมษาตะโกนมาพลางถีบตัวเพื่อลากไฟออกไปให้ห่างมากขึ้น

            ....

            นึกให้ออกเซ่ สัญญาที่ให้ไว้ก่อนจะมาที่นี่น่ะ!”

            ไฟครอกร่างเมษาเสียงกรีดร้องทรมานดังลั่นออกมาจากกองเพลิง

            เมษา!!”          

            ไฟไหม้อยู่ครู่หนึ่งก็ดับมอดสลายไปเหลือไว้แต่เมษาที่บาดเจ็บสาหัส

            อิงศรวิ่งเข้าไปรับร่างนั้นไว้ช่วยพยุงไม่ให้ล้ม

            เมษา!”

            แถบพลังชีวิตของเมษาว่างเปล่าไปแล้วร่างกายก็เริ่มจะแตกสลายแล้วด้วย   

 

เมษา Lv. 144

[.....0:77000.....]

 

            ย....อย่า.....

            เมษาเค้นแรงฝืนพูดออกมา

            อย่าเอาแต่เห็นหัวชาวบ้านสิฟระ...หัดมองหัวตัวเองบ้างเสะ...ไอ้บ้า

            หลังจากสั่งเสียแล้วร่างกายของเมษาก็แตกสลายไปทั้งหมด

            ยังไม่ตาย

            เมษายังไม่ตายแค่ถูกส่งไปที่เพลนัลตี้บ็อกซ์เท่านั้น

            เขาพร่ำบอกตัวเองเช่นนั้น ถ้าเอาชนะราหูได้ก็จะพาทุกคนกลับมาได้ ...แต่ว่า

            แต่ว่ามองไม่เห็นทางชนะเลย ถ้าอย่างนั้นทุกคนก็ต้องตายกันหมด

            ทั้งที่ต้องให้พวกพ้องมาปกป้องให้ ทั้งที่สูญเสียไปมากขนาดนี้

            แต่กลับไม่รู้สึกเศร้าโศกเลยภายในหัวใจมีแต่ความขลาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            อีกฝ่ายพูดเรื่องสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้แล้วก็....

            คำพูดที่บอกว่าอย่าเอาแต่เห็นหัวคนอื่น นั่นหมายถึงให้เลิกเกรงใจที่จะใช้พวกพ้องได้แล้ว เขาเองก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะต้องทำแบบนั้นเพราะไม่สามารถยื้อการต่อสู้ไปด้วยจำนวนเพียงแค่นี้มากไปกว่านี้ได้อีก

            แล้วก็...

            มองหัวตัวเองบ้าง...เหรอ

            อิงศรพยายามขบคิดว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร

            หัวตัวเอง

            ให้มองหัว

            บนหัวเราเองเรอะ

            อิงศรเงยหน้าขึ้น แหงนหน้ามองขึ้นไปมองเห็นแถบพลังชีวิตของตัวเอง

 

อิงศร Lv.144 (หวาดกลัว)

 [/////48000:48000/////]

 

            แล้วก็เจอสถานะผิดปกติที่ไม่รู้ว่าติดมาตั้งแต่เมื่อไหร่และเพราะตัวหนังสือของสถานะเป็นสีดำสนิททำให้แทบจะกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบๆ จนไม่มีพวกพ้องคนไหนสังเกตเห็น

            ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

            เป็นเพราะสถานะผิดปกตินี่เองทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง

            มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

            ตั้งแต่ตอนไหนกันที่เริ่มกลัวจนหัวหดแบบนี้

            ตอนนั้นน่ะเอง

            ที่ฆ่ากฤษณะที่เอาตัวเข้ามากันไมเซอร์ที่เล็งยิงไทเทเนียม

            จากนั้นก็มีเสียงดังมาจากด้านหน้า

            ความแตกแล้วก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ

            เป็นฝีมือแกสินะราหู

            อิงศรมองไปทางมังกรแดง

            ฝีมือของกฤษณะหรอกเจ้านั่นมีสกิลติดตัวเมื่อถูกทำลายจะสร้างสภาวะหวาดกลัวที่ทำให้ความสามารถโดยรวมลดลง

            ตอนนั้นเอง ผนึกที่ขังแฟรนเซียมไว้ก็คลายออก

            ชิ เป็นถึงขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย

            ราชามนุษย์ต่างดาวทำความเข้าใจต่อสถานการณ์หลังจากที่ตัวเองถูกผนึกไปได้อย่างรวดเร็ว อันที่จริงแล้วสถานการณ์มันแทบไม่ต่างจากเดิมพวกเขายังคงเสียเปรียบศัตรูทุกทาง

            ทั้งจำนวนและพลัง

            อิงศรนายคงไม่ได้คิดอยู่หรอกนะว่าจะใช้คนเพียงแค่นี้โค่นเจ้านั่นได้จริงๆ น่ะ

            “....”

            อิงศร!!!

            เขารู้มาตั้งแต่แรกแล้ว

            รู้มาตั้งแต่ที่เตรียมใจจะเหยียบเท้าลงสู่สนามรบสุดท้าย

            รู้อยู่แล้วว่าทุกคนอาจจะไม่ได้กลับไปพร้อมกันทั้งหมดในการต่อสู้คราวนี้

            แต่ถึงจะทำใจแข็งอย่างไร ถึงจะกัดฟันทำเป็นเข้มแข็งก็ตาม

            ฉันไม่อยากเสียพวกนายไป!

            อิงศรตะโกนแล้วลุกขึ้น

            แต่ถ้าไม่เดินหน้าออกไปในตอนนี้อาจจะต้องสูญเสียหมดทุกอย่าง

            บ้าเอ้ย

            บ้าเอ้ย

            ทั้งที่รู้เรื่องนั้นดีอยู่แล้วแท้ๆ

            เพราะงั้นแล้วช่วยมาเป็นพลังให้ฉันด้วยทุกคน!!

            แล้วล้วงมือลงไปในกระเป่าเสื้อหยิบไพ่ทั้งหมดกางออก

            เรียกพวกพ้องออกมายังสนามรบ

            นรินท์ เน็กส์ ลิเธียม ออกมา!”

 

***ตอนที่ต้องลงเมื่อวันพฤหัสรู้สึกว่าถ้าลงไปแล้วอารมณ์มันจะไม่ต่อเนื่องกันเลยจับรวบกับตอนของวันอาทิตย์ซะเลยอาจจะยาวไปบ้าง สำหรับตอนนี้พยายามตัดทอนส่วนที่รู้สึกว่าเวิ้นเว้อ ออกไปพอสมควรแล้วแต่ก็ยังเยอะอยู่ดี =w=’ ตัวละครมันเยอะล่ะนะก็พยายามจะให้บทให้ครบทุกตัวแล้วไหนยังจะเสียเวลาไปนั่งหาข้อมูลมาทำสกิลบ้าๆบอๆ ให้ราหูอีกแอ่ววว เลยลากมาลงซะวันนี้เลยโอเมก้า เลยกะว่าจะแปะภาคผนวกเกี่ยวกับข้อมูลที่ใช้ในตอนนี้แต่ทำไม่ทันซะแล้วสิ =w=’ เลยสรุปย่อแทนละกันฮะ อ่านที่ข้างล่างนี่เลยเน่อ****

 

คัมภีร์เวทปีศาจ ไนอะลาโทเทป 4:3 :

ไพ่ที่ราหูใช้ใบนี้ เป็นการเอาชื่อจากตำนานคธูลูมาผนวกกับวรรคตอนของพระคัมภีร์ เป็นธีมสกิลที่คิดขึ้นมาไว้ให้ผู้รุกรานใช้ซึ่งคอนเซปแต่แรกคือ คธูลู อย่างเดียวครับส่วนวรรคตอนที่เลือกมา 4:3 นั้นมาจาก

มาระโก 4:3 “จงฟังเถิด มีคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช

ความสามารถที่ทิ้งไปแล้วได้ไพ่เพิ่มเลยเหมือนเป็นการหว่านเมล็ดพืชแล้วเก็บเกี่ยวผลในภายหลังนั่นเอง แต่เอาจริงๆ ในวรรคตอนของพระคัมภีร์นั้นเป็นการอุปมาเรื่องการเผยแพร่พระวจนะเพราะงั้นตรงนี้ไม่ได้เอาความเชื่อมโยงมาใช้อะไรเลยนอกจากท่อนที่ว่าแค่วรรคเดียวเลยฮะ

 

เวทมนตร์เคลื่อนย้ายต่างมิติ ’4HL1’ ทรัคซัง :

คิดว่ารีดหลายๆ ท่านน่าจะรู้จักมุกนี้มาบ้างกับการข้ามไปต่างโลกจากนิยายหลายๆ เรื่องในนี้เองหรือจะมาจากอนิเมะ หรือสื่อใดๆ ก็ตาม มุกการไปต่างโลกที่มักจะถูกพูดถึงหรือใช้พูดแซวอยู่ตลอดมักจะเป็นมุกโดนรถบรรทุกชนตายเลยไปเกิดใหม่เป้นอะไรต่อมิอะไรที่ต่างโลกบ้าง ซึ่งส่วนมากจะพบเจอแนวนี้จากสื่อญี่ปุ่นซะเยอะก็เลยเรียกรถบรรทุกที่พาไปต่างโลกกันแบบขำๆ ว่า ทรัคซัง นั่นเองส่วน 4HL1 นั้นเป็นชื่อรุ่นของเครื่องยนต์รถบรรทุกยี่ห้อหนึ่งครับ

 

ดาราจุติมังกรคัดสรรต้นกำเนิดกงฟู่ :

"การสูญพันธ์คือต้นทุนของวิวัฒนาการความว่างเปล่าคือต้นทุนของทุกสรรพสิ่งพวกเจ้าจงวิวัฒนาการเป็นเทิร์นบริงเกอร์"

"จงสูญสิ้นเพื่อวิวัฒนาการ แล้วจงดับสูญเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่า Evolution Extinction"

หนึ่งในเก้าแม่ทัพVoid Dragon แห่งกองกำลังดาราจุติ หรือที่เรียกขานกันว่า Nano Dragon(มังกรด้านลบทั้ง9) กงฟู่ควบคุมปัจจัยในการพัฒนาหรือวิวัฒนาการได้ ว่ากันว่ามันมีพลังฟื้นตัวที่วิวัฒนาการแล้วทุกครั้งที่มันถูกกำจัดก็จะฟื้นคืนชีพกลับมาแล้ววิวัฒนาการ จนกว่าจะโค่นล้มศัตรูได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #294 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 08:29
    เดี๋ยวๆ ทรัคซังก็มารึ?!
    #294
    1
    • #294-1 R@ji(จากตอนที่ 297)
      21 มกราคม 2562 / 15:50
      จากนั้นจะมีห้องเรียนซัง(ไปยกห้อง) ตามมาอีกราย โอเมก้าา
      #294-1