Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 285 : Extra Log 281: OPERATION THE ROOT BREAK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 พ.ย. 61

Extra Log 281: OPERATION THE ROOT BREAK

 

            ก่อนหน้านั้นเพียงเล็กน้อย

            ในที่ประชุมซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือการตัดสินขั้นแตกหักกับราหู

            หลังจากแจ้งข้อมูลของศัตรูที่ไปสืบมาจนรู้กันทั้งที่ประชุมแล้ว

            รูบิเดียมก็เริ่มอธิบายแผนให้อิงศรและพวกพ้องที่มีร่างไฮพีเรี่ยนฟัง

            เริ่มจากเราจะล่อศัตรูที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ให้พวกมันคิดว่าพวกเรารอตั้งรับอยู่จนกระทั่งไม่มีทหารเฝ้าอยู่ที่รากแห่งอาคาชิกแล้ว พวกเราบางส่วนจะต้องอยู่ที่นี่เพื่อดึงความสนใจจากศัตรู”

            สายตาของพวกพ้องจ้องมองมาที่อิงศรในทันทีที่รูบิเดียมพูดจบ

            “…”

            พวกเขาใช้เวลาไปกับการฝึกฝนควบคุมร่างไฮพีเรี่ยนจนไม่มีเวลาเข้าร่วมวางแผนการจึงต้องทำตามแผนที่ที่ รูบิเดียม ซีเซียม โพแทสเซียม ลิเธียม และซากิริช่วยกันวาง

            แผนที่คิดขึ้นมาด้วยมันสมองและข้อมูลจากเหล่าราชครูมนุษย์ต่างดาวและเทวทูตอีกหนึ่งตนนั้นคือแผนที่เป็นไปได้มากที่สุดและใช้พลังของพวกเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดแล้ว

            ดังนั้นจะทำตามแผนนี้

            อิงศรยกมือขึ้นแล้วกล่าวว่า

            หน้าที่นั้นฉันจะจัดการเอง”

            มีนาถามมาด้วยสายตาคาดคั้น

            คนเดียวเลยเหรอคะ”

            เมษาเองก็ยกมือแล้วกล่าวจะอาสาตัวด้วย

            ไม่ไหวมั้งแบบนั้นน่ะเดี๋ยวฉันอยู่…”

            แต่อิงศรก็ส่ายหน้าปรามเมษาไว้ทำให้คำพูดหยุดชะงัก

            ร่างไฮพีเรี่ยนของฉันมีความสามารถในการกวาดล้างแล้วก็ถ้าเกิดไม่ไหวจริงๆ ฉันคนเดียวยังพอจะเล็ดลอดพวกมันไปสมทบกันที่อีกฟากแล้วค่อยบีบให้พวกมันล่าถอยเข้ามาที่สวนแทน”

            เขาให้เหตุผลแก่ที่ประชุมไปตามนั้น

            ถึงจะเป็นเหตุผลที่ลงตัวก็ตาม

            แต่อิงศรก็คาดหวังเพียงแค่ให้มันเป็นเหตุผลที่จะทำให้เมษาเลิกเป็นกังวลกับเรื่องที่เขาพูดก่อนจะมาถึงที่ประชุมเพราะตั้งแต่เริ่มมายืนล้อมรอบโต๊ะใต้ต้นไม้ที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมชั่วครวนี่เมษาก็เอาแต่จ้องมองเขาไม่วางตา

            ถ้าพูดเรื่องพลังกวาดล้างล่ะก็ของฉันก็ทำได้เหมือนกันงานแบบนี้มีคนช่วยซักคนน่าจะสำเร็จง่ายขึ้นนะ”

            ดูเหมือนเมษาไม่ได้โง่พอจะเชื่อกลอุบายตื้นๆ

            หลังจากพูดแล้วหมอนั่นก็ยังจดจ้องมองมาที่นี่ด้วยสายตาราวกับจะคัดค้าน

            แบบนั้นก็ดีแล้วนี่”

            จู่ๆ แฟรนเซียนก็พูดขัดขึ้นมา

            ชายหนุ่มดันตัวเองที่พิงหลังกับต้นไม้อยู่นอกวงประชุมที่มีแต่พวกพ้องของอิงศรรายล้อมรอบโต๊ะประชุมด้วยเหตุผลส่วนตัวก็เข้ามาร่วมวงสนทนา

            สำหรับนกต่อที่จะหลอกล่อพวกมันให้เป็นอิงศรที่ราหูมันให้ความสนใจนั่นแหละดี เราต้องทุ่มกำลังกับการบุกสายฟ้าแลบด้วยไม่อย่างนั้นจะดำเนินแผนการไม่ได้เต็มประสิทธิภาพเรามีกำลังน้อยกว่าศัตรูจะให้แผนล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด”

            “…”

            อาจจะดูออกก็ได้

            ถ้าเป็นแฟรนเซียมที่รู้จักทั้งตัวเขาทั้งเมษาเป็นอย่างดีอาจจะมองเรื่องนั้นออก เพราะแบบนั้นถึงได้ช่วยหาเหตุผลที่จะไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ มาหยุดได้อีกให้แบบนี้

            เมื่อที่ประชุมเงียบเสียงไปเสียพักหนึ่ง ออร์ฟี่ก็กล่าวทำลายความเงียบ

            ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะ”

            ไม่มีใครคัดค้าน

            ดังนั้นหัวข้อประชุมถัดไปจึงถูกยกขึ้นมา

            ซากิริพูดพลางกดปุ่มบนแป้นพิมพ์โน็ตบุ๊คของเธอ

            ขั้นถัดไปคนที่เหลือจะไปกับเรืออาร์คของฉัน”

            หน้าจอระบบที่เชื่อมกับเครื่องนั่นแสดงภาพของเรืออาร์คที่พวกเขาเคยใช้หลบหนีจากรากอาคาชิกมาที่สวนแห่งนี้

            มันได้รับการปรับปรุงมาแล้วสามารถเคลื่อนย้ายข้ามมิติไปโผล่ที่ข้างล่างนั่นได้เลย”

            นี่มันทำได้ขนาดนั้นเลยเรอะ”

            อิงศรกล่าวด้วยความรู้สึกทึ่งกับความสามารถที่ดูเป็นไปไม่ได้ของเรือ

            ผมเป็นคนทำเอง”

            แต่ออร์ฟี่ก็อ้างอิงตัวเองขึ้นมา นั่นทำให้เขาหมดคำถามในทันที

            ดังนั้นรูบิเดียมที่เป็นผู้ดำเนินการประชุมจึงพูดต่อ

            แล้วศัตรูก็จะถูกตลบหลัง พวกเราจะตีขนาบศัตรูเข้าไปในทางเข้าโดยที่ระหว่างนั้นจะส่งกำลังพลเข้าไปจัดการกับแหล่งพลังงานที่ปิดกั้นตรงกลางของเมือง”

            ภาพบนหน้าจอของซากิริเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายทางอากาศที่ถ่ายจากเมืองที่อยู่ในรากอาคาชิก

ใจกลางของเมืองทะลุลงไปแอ่งเหมือนถูกอุกกาบาตตกใส่

            มีจุดสามจุดรอบเมืองที่ถูกความมืดปกคลุมจนมองไม่เห็นว่าเคยมีอะไรอยู่ภายในนั้นว่ากันว่านั่นเป็นอาณาเขตของมหาเทพสัตว์เทวะ ซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของสัตว์เทวะทั้งปวง

 

            จากจำนวนคนที่เหลืออยู่ในขั้นตอนนี้ต้องแบ่งทีมเจ็ดคนที่จะรับผิดชอบจัดการราหูซะก่อน”

            รูบิเดียมพูดแล้วชี้ไปที่ใจกลางของภาพถ่ายซึ่งเป็นใจกลางของเมืองที่ว่ากันว่าตอนนี้ถูกปิดตายด้วยพลังงานที่ส่งมาจากเขตสีดำสามจุดรอบๆ

            หล่อนพูดต่อ

            เจ็ดคนนี้จะเป็นทีมหลักที่พอเราจัดการสนามพลังที่ปิดกั้นไว้ก็จะเข้าสู่การต่อสู้ตัดสินทันทีจะให้เลือกจากคนที่ต่อสู้ได้เก่งที่สุดหกคนรวมกับซีลอร์ดเป็นเจ็ดคน”

            พอพูดแบบนั้นออร์ฟี่ก็รับช่วงต่อจากหล่อนมาพูด

            กว่าแผนการจะมาถึงขั้นตอนนี้พวกทหารที่เราล่อไว้ที่สวนแห่งนี้จะต้องถูกกำจัดทั้งหมดจากนั้นจะให้อิงศรมารวมตัวแล้วอีกคนที่ต้องไปด้วยก็คือแฟรนเซียมดังนั้นจะให้ทั้งสองคนเลือกคนที่จะมาด้วยกันเองอีกสองคน”

            อิงศรพยักหน้ารับคำสั่งนั้นอย่างเข้าใจ

            เข้าใจว่าทำไมถึงให้เลือกเอง เพราะเป็นการต่อสู้ที่สำคัญซึ่งจะตัดสินแพ้ชนะศึกคราวนี้ดังนั้นจะต้องเลือกคนที่มีประโยชน์และไม่เพียงแข็งแกร่งอย่างเดียวแต่จะต้องมีความเข้ากันได้และร่วมมือกันเป็นอย่างดี

            แน่นอนว่าเขามีตัวเลือกนั้นอยู่ในใจแล้ว

            อิงศรหันเหสายตาไปยังจุดที่น้องชายกับรุ่นน้องยืนอยู่ด้วยกัน

            ขวัญ กวินทร์ พวกนายมากับฉัน”

            ออร์ฟี่ขานรับการเลือกนั้นด้วยคำพูดเหมือนจะรู้ทัน

            เน้นเป็นผู้ที่เคยถูกฟันเฟืองเลือกสินะ”

            ก็ประมาณนั้นพวกฉันสามคนรู้จักนายดีที่สุดถ้าต้องสู้ร่วมกันก็ต้องเป็นคนที่เชื่อใจกันได้จริงไหมล่ะ”

            นั่นสินะถ้างั้นทางนั้นก็เอาเป็นสามคนที่ไว้ใจได้ก็ไม่มีปัญหาสินะ”

            สิ่งที่ออร์ฟี่พูดมามันฟังดูทะแม่งๆ หมอนี่พูดเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าแฟรนเซียมจะเลือกใครบ้าง

แล้วก็สังหรณ์ไม่ค่อยดีนักว่าตัวเลือกของแฟรนเซียมจะไม่อยู่ภายใต้สามัญสำนึก

            โย่ ร่วมงานกันอีกครั้งสินะ”

            ข้าวหลามเดินเข้ามาในวงประชุม

            “…”

            ที่จริงก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าแฟรนเซียม…ไม่สิ สิงห์จะเลือกใครบ้างซึ่งคนนั้นคงจะเป็นหมอนี่ที่เป็นมือขวาซึ่งรู้ใจมาตลอด

            ดูเหมือนว่าก่อนที่เขากับเมษาจะมาถึงที่ประชุมทางนั้นจะมีการพูดคุยกันล่วงหน้าไปก่อนแล้วเพราะไม่อย่างนั้นคงเลือกตัวคนไว้ก่อนไม่ได้

            แล้วก็คนที่สิงห์เลือกมาจะต้องไม่มีอยู่ในพวกพ้องของเขาแน่เพราะทุกคนมาถึงที่ประชุมเกือบจะพร้อมกันซึ่งตอนที่มาสิงห์ก็มารออยู่ก่อนแล้วนั่นหมายความว่าหมอนี่ไม่ได้พักหลังจากที่ฝึกฝนเสร็จ

            ดังนั้นตัวเลือกอีกคนก็คงเป็นรูบิเดียม ที่จริงคิดว่าวิเชียรมาศเองก็มีสิทธิ์จะถูกเลือกมา แต่เพราะพลังของหล่อนไม่ได้เข้าใกล้พวกเขาเลยแล้วข้าวหลามก็ถูกเลือกมาก่อนแล้วจึงตัดหล่อนออกไป

            ไทเทเนียม”

            แฟรนเซียมเรียกพวกพ้องอีกคนที่จะร่วมในศึกสุดท้ายเข้ามาในวงประชุม

            เด็กสาวผมสีเงินอย่างชาวต่างดาวสั้นเกือบเกรียนโผล่ออกมาจากด้านหลังของต้นไม้ เดินเข้ามายืนเคียงข้างแฟรนเซียม

            หล่อนจ้องเขม็งมาที่กวินทร์แล้วพูด

            นายก็ด้วยเหรอ”

            พี่”

            ปฏิกิริยาตอบรับของกวินทร์เป็นไปอย่างที่เดาเอาไว้ รุ่นน้องกำลังทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่

            ไทเทเนียมที่เห็นปฏิกิริยานั้นก็พูดว่า

            เป็นอะไรไปล่ะกวินทร์หรือว่าเริ่มจะกลัวแล้ว”

            บรรยากาศเริ่มจะอึมครึมขึ้นมา

            ซึ่งออร์ฟี่ก็พูดขัดบรรยากาศนั้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย

            ขอตั้งชื่อทีมว่าคู่กัดฟัดกำลังสาม”

            อิงศรหันไปแล้วระเบิดคำรามใส่

            ไอ้เจ้าบ้านี่แกตั้งใจใช่ไหมเนี่ย นี่มันเลือกโจทย์เก่าให้มาจับคู่กันหมดเลยไม่ใช่รึไง”

            ไม่ใช่แค่กวินทร์ ถ้าหากนับเขากับสิงห์แล้วมิ่งขวัญก็เคยประมือกับข้าวหลามเมื่อครั้งที่พวกเขาได้พบกันอีกหลังนากพรากจากกันถึงสามปี

            เป็นทีมที่มีแต่ศัตรูคู่ปรับกันถ้าพูดอีกอย่างหนึ่งมันก็คือทีมที่ต่างคนต่างรู้กำลังของกันและกันเพราะเคยประมือกันมาหมดแล้ว

            เพียงแต่ความร่วมมือมันจะไปกันได้หรือ?

            ออร์ฟี่พูด

            ก็แค่บังเอิญว่าสิงห์เขาเลือกทีมมาแบบนี้”

            หมายความว่าแฟรนเซียมเป็นคนจงใจเลือกไทเทเนียมมาเอง

            ทั้งที่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าอย่างอิงศรคนนี้จะเลือกใครมาเป็นสมาชิกบ้างแต่ก็ยังจงใจเลือกไทเทเนียมที่เป็นพี่สาวของกวินทร์มาอีก

            สองคนนั้นไม่ค่อยถูกกันแถมยังมีเรื่องบาดหมางเกิดขึ้นหลายๆ อย่างด้วย

            ดังนั้นอิงศรจึงต่อว่า

            ข้าวหลามน่ะยังพอเข้าใจแต่ทำไมถึงให้ไทเทเนียมมาล่ะเลือกพวกราชครูมาไม่ดีกว่าเรอะ”

            แล้วชี้ไปยังซีเซียมที่ยืนรวมอยู่กับราชครูอีกสองตน

            หนึ่งในนั้น โพแทสเซียมโบกมือทักทายอย่างนึกสนุก ขณะเดียวกันลิเธียมที่อยู่ด้วยยังรักษาท่าทีนิ่งเฉยเอาไว้

            แฟรนเซียมพูด

            ไทเทเนียมถึงจะมีพลังต่อสู้ไม่มากและไม่ใช่ราชครูแต่ก็มีความสามารถในการวิเคราะห์และรู้เรื่องสกิลเป็นอย่างดีพวกฉันสูญเสียอสุรากับเทวะไปแล้วตอนนี้มีแค่พลังตัวเองเพียวๆ นอกจากร่างไฮพีเรี่ยนของฉันที่เหลือก็ต้องใช้สกิลของเกมส่วนปีศาจที่มีคงทำอะไรไม่ได้มาก แค่นั้นคงพอนะ”

            หมายถึงเหตุผลสำหรับการที่จะทำลายแผนการในคราวนี้รึไง

            อิงศรมองแฟรนเซียม พยายามนึกหาวิธีแก้ปัญหาหรือโน้มน้าวให้เปลี่ยนตัวไทเทเนียมออกไป

แต่แฟรนเซียมก็ยังให้เหตุผลที่หนักแน่นมาอีก

            แล้วก็ถ้าดึงแต่คนที่มีพลังมาเข้าทีมนี้หมดทีมอื่นที่ไปทำลายตัวส่งพลังงานก็จะลำบากที่นั่นน่ะมีมหาเทพสัตว์เทวะที่ต้องใช้เครื่องทำสวนถึงสองเครื่องช่วยกันรุมถึงจะโค่นได้อยู่เชียวนะ เราต้องกระจายกำลังกันให้ดีใช่ไหมล่ะ อีกอย่างในหมู่พวกฉันไทเทเนียมก็รู้จัก กวินทร์ วชิระเป็นอย่างดีถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมหรือว่านายมีข้อโต้แย้งล่ะ”

            “…”

            เขาคัดค้านเหตุผลนั้นไม่ได้เลยแล้วก็พอจะเข้าใจขึ้นมาจริงๆ แล้วว่าแฟรนเซียมไม่ได้แค่เลือกมาเล่นๆ แต่คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว

            หรือไม่เขาก็ถูกคำพูดชักจูงให้คิดไปแบบนั้น… น่าจะเป็นอย่างหลังนี่แหละ

            “…”

            อิงศรเหลือบสายตาไปมองกวินทร์ มองสีหน้าลำบากในนั่นแล้วตั้งใจว่าจะคัดค้านแฟรนเซียมให้ถึงที่สุด

            ทว่า…

            ไม่เป็นไรครับพี่ศร มันก็อย่างที่พลเอกว่ามาผมยอมรับได้ครับ”

            รุ่นน้องกลับพูดมาแบบนั้นแล้วจดจ้องสายตามองไปที่พี่สาวตัวเอง

            พี่สาวที่กลายเป็นมนุษย์ต่างดาว ไทเทเนียม

            แล้วฉีกยิ้มแป้นแล้นออกมาอย่างน่าฉงน

            อีกอย่างผมกับพี่เราไม่ได้ทะเลาะกันแล้วด้วย เนอะ”

            อิงศรเลิกคิ้วให้กับคำพูดนั้นแล้วเปลี่ยนเป้าสายตาไปยังผู้ที่ถูกถาม

            ไทเทเนีนมกำลังยิ้มขำอยู่เหมือนกัน หล่อนพูดตอบกลับมาว่า

            ก็นั่นสินะเริ่มจะเบื่อแล้วด้วย”

            เหลือเชื่อ อิงศรรู้สึกอยากจะพูดแบบนั้น

            อันที่จริงเขาเองที่อยู่ในการทดสอบเดียวกันกับกวินทร์ก็พอจะรู้อยู่เลาๆ บ้างว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่น่านะกลับมาดีขึ้นเพราะว่ากวินทร์ผ่านการทดสอบนั้นแต่ก็ไม่นึกว่าจะมาถึงขั้นนี้

            เพราะว่าผมจะช่วยเป็นพ่อสื่อให้พี่กับขวัญไง”

            จู่ๆ กวินทร์ที่พูดเรื่องนั้นออกมาก็ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน

            มิ่งขวัญที่ยืนอยู่ด้วยกันใบแก้มแดงระเรื่อ

            เฮ้ย”

            พลางกระทุ้งศอกใส่สีข้างเจ้าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อจนสะดุ้ง

            แต่นั่นก็ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างมืดมน

            แผ่มาจากทางไทเทเนียมอย่างชัดเจน

            กวินทร์…”

            หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงขรึมพลางชูนิ้วโป้วแล้วปาดแถวบริเวณคอแสดงสัญลักษณ์การเชือด

            เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก”

            แล้วพูดแบบนั้น

            “…”

            แต่กลับยิ้มและหัวเราะออกมา

            กวินทร์ก็หัวเราะร่วนไปด้วย

            อิงศรมองคู่พี่น้องสลับกันไปมาแล้วได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

            ไปทำกันอีท่าไหนมาล่ะเนี่ย”

            แล้วพูดโดยอดที่จะอมยิ้มขำไปด้วยไม่ได้

            ตอนนั้นเอง

            งั้นก็เอาตามนี้สินะ”

            ออร์ฟี่ก็พูดลากทุกคนที่กลับมาสู่หัวข้อประชุม

            เมื่อกำหนดตัวคนที่จะทำหน้าที่สำคัญได้แล้วต่อไปก็คือการแบ่งทีมที่จะไปจัดการสัตว์เทวะซึ่งก็เป็นไปอย่างราบรื่น

            เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว

            ออร์ฟี่ก็...

            ขั้นตอนสุดท้ายเราจะกำหนดสัญญาณสำหรับสื่อสารแบบกระชับกันเริ่มจากชื่อของแผนการนี้ก่อนเลย

            พูดแล้วมองมาทางนี้

            “….”

            อิงศรพ่นลมหายใจอย่างเซ็งๆ ดูเหมือนออร์ฟี่ต้องเรียนรู้ที่จะขอความเห็นจากคนอื่นที่ไม่ใช่เขาบ้าง

            ชื่อแผนสินะ

            อิงศรหันเหสายตาไปทางซากิริ

            ไม่ใช่ว่าพวกเธอตั้งไว้แล้วเรอะ

            เขาจงใจไม่ถามไปที่รูบิเดียมซึ่งเป็นผู้ดำเนินการประชุมแลบะเป็นหัวหน้าฝ่ายวางแผน

            แน่นอนว่าอีกคนที่พอจะถามได้คือซีเซียมแต่เขาไม่ค่อยชินกับการพูดคุยกับคนที่หน้าเหมือนตัวเองแบบนั้นนัก

            ซากิริยักไหล่แล้วตอบ

            แค่คิดให้ทันนี่ก็สมองแทบไหม้แล้วอีกอย่างมันจัดอยู่ในหมวดของสัญญาณสื่อสารเลยอยากจะคุยพร้อมกันกับคนที่มีอำนาจสั่งการทัพทุกคนมากกว่าน่ะ

            สรุปนี่ก็คือสัญญาณเริ่มนั่นเอง

            พวกเขาจะปลดแอกตัวเองจาก ‘บท’

            จากรากแห่งชะตากรรม รากที่มีชื่อว่า อาคาชิกเรคคอร์ด หรือ ซูลวาน

            ชื่อที่เหมาะสมกับแผนการนี้อย่างนั้นหรือ

            “…..”

            อิงศรใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง สายตาก็หันไปทางแฟรนเซียมโดยอัตโนมัติ

            ทีแรกตั้งใจว่าจะโยนหน้าที่นี้ให้หมอนั่นแต่ก็นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องที่ รูบิเดียมเคยพูดขึ้นมาก่อนหน้านี้เมื่อนานมากแล้ว

            ที่พูดเมื่อครั้งอยู่ที่เกาะร้างของฟาวเดชั่นอี

            โอเปอเรชั่นรูทเบรก....

            ชื่อนั้นทำให้พวกราชครูพากันสะดุ้ง

            รูบิเดียมพูด

            เดี๋ยวสิ

            แต่อิงศรเมินใส่แล้วพูดต่อจนจบ

            เอาแบบนั้นแหละ

            แล้วแฟรนเซียมก็จ้องมองมาทางนี้พร้อมกับพูด

            ทำลายรากแห่งชะตากรรมสินะ


****บทแรกของสัปดาห์สั้นๆ ไปก่อนค่อยไปอ่านเต็มๆ ในบทต่อไปวันอาทิตย์เน่อ งานยุ่งยาวไปจนต้นธันวาเบยจะจบทันก่อนวันเกิดอิงศร(ปีใหม่)ไหมเนี่ย ไม่งั้นเท่ากับเรื่องนี้ได้เขียน 4 ปีจบเหมือนในเกมแหง โอเมก้า*****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #274 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 285)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 20:54
    เหมือนจะเคยเห็นตอนที่ใช้ชื่อ "operation root break" มาก่อนนี่นา.....เอามาใช้กับตอนนี้ด้วยรึ?
    #274
    3
    • #274-1 R@ji(จากตอนที่ 285)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 21:07
      อันนี้ The Root Break ฮะ เพิ่ม 'The' เข้ามาน่ะโอเมก้า
      #274-1
    • #274-3 R@ji(จากตอนที่ 285)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 21:21
      จะว่าไปตรรกะนี้ทำเอานึกถึง ไค ใน Card Fight Vanguard ขึ้นมาเลยทีเดียวโอเมก้าา
      #274-3