Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 281 : Extra Log 277: Project Apocalypse Online 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 พ.ย. 61

Extra Log 277: Project Apocalypse Online 1

 

            “…”

            มืดสนิท

            ทุกอย่างเป็นสีดำไปหมด นั่นก็เพราะว่าตอนนี้กำลังหลับตาอยู่ แต่ถึงลืมตาไปข้างนอกก็มืดทึมไม่ต่างกันอยู่ดี

            “….”

            สิ่งที่น่าหวาดหวั่นนั้นไม่ใช่ความมืดเลย แสงสว่างต่างหาก

            ในความมืดนั้นมีแสงสว่างอยู่ เป็นแสงที่ที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด

            แสงสว่างนั่นจะช่วยให้ออกไปจากความมืดนี้ได้ โดยแลกกับการทิ้งสิ่งสำคัญของตัวเองไป

            มันคือแสงสว่างของหน้าจอคำถาม

 

            หากการแยกจากคือหนทางเดียวที่จะกอบกู้ทุกสิ่งเธอจะเลือกมันไหม

            [ใช่]

            [ไม่]

 

            คำถามนั้นบอกให้เขาทิ้งความตั้งใจที่จะช่วยอดัมไป หรือไม่อย่างนั้นก็จะสูญเสียพวกอิงศรและทุกอย่างที่ทำมา

            มันคือแสงสว่างที่จะพาให้ออกจากที่นี่ แต่แสงนั้นก็เจิดจ้าเกินไปจนคิดว่าไม่มองมันเสียยังจะดีกว่า

            “….”

            ให้เขาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเขาทำไม่ได้

            ทั้งที่ตลอดมาคอยผลักหลังคนอื่นให้เลือกแท้ๆ

            ออร์ฟี่พูดโดยที่ไม่ลืมตา

            รู้สึกสมเพชตัวเองอย่างบอกไม่ถูก....

 

            ออร์ฟี่!!

            “…”

            จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียก

            เสียงของอิงศรกำลังเรียกหาเขา ดังนั้นจึงปรือตามองสถานการณ์

            รอบด้านไม่ได้ดำมืดอีกต่อไปแต่มันกำลังสว่างขึ้น

            ความมืดที่ปิดล้อมคุกแก้วกำลังถูกปัดเป่าออกไปด้วยแสงสว่างที่ไม่รู้ที่มา

            สว่างไสว

            ตอนนี้แสงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว

            ทางเลือกไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวแล้ว

            อิงศรเปิดหนทางให้ มอบแสงสว่าง มอบทางเลือก ให้กับเขา

            “….”

            เมื่อความมืดหายไปหมดแล้วทัศนียภาพภายนอกก็เปิดเผย สถานการณ์ภายในสวนเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก

            ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่รู้ว่าทำไม แต่แค่มองเห็นพวกอิงศรที่ปรากฏอยู่ในรูปลักษณ์ใหม่ก็เข้าใจขึ้นมาได้เองว่าพวกเขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวแล้ว

            อิงศร

            สายตาของอิงศรที่มองขึ้นมากำลังเพ่งมาที่นี่

            ออร์ฟี่สบตามองสายตาที่มีความเชื่อมั่นอันแรงกล้าฉายแววอยู่

            ความเชื่อมั่นนั่นคงตั้งใจส่งมาให้เขา

            ทำได้อีกแล้วนะอิงศร เธอเนี่ยชอบทำให้ผมทึ่งอยู่เรื่อย

            ออร์ฟี่หลุดยิ้มขำออกมา แล้วจึงหันไปเผชิญหน้ากับแสงอันเจ็บปวด

            แต่ตอนนี้มันไม่สร้างความเจ็บปวดใดๆ ให้อีกต่อไป

            ทางเลือกของเขาเปิดกว้างแล้ว หากเป็นตอนนี้จะเลือกหนทางที่ไม่ได้อยู่ในสองตัวเลือกนี้ก็ยังได้

            ซูลวานคุณเป็นคนมอบคำถามนี้ให้ผมสินะ คุณถามผมว่าจะเลือกเพื่อนคนไหนอย่างนั้นสินะ

            ออร์ฟี่ยื่นมือไปที่หน้าจอแล้ววางนิ้วลงบนปุ่ม

 

            [ไม่]

 

            แต่ยังไม่ได้กดลงไป

            ต่อให้ทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วรักษาสิ่งหนึ่งเอาไว้ได้แบบนั้นก็ไม่สามารถเรียกว่ากอบกู้อะไรได้หรอกตัวผมจะก้าวต่อไปข้างหน้าแล้วกอบกู้ทุกสิ่งไปด้วยกันกับพวกพ้องในตอนนี้

            ออร์ฟี่ยื่นคำมั่นให้กับคำถาม จากนั้นจึงกดปุ่ม

            แต่ทว่า....

            แม้จะต้องเอาตัวเองเข้าแลกก็ตามรึ

            กลับมีเสียงดังแววเข้ามาในหัว

            นิ้วที่กำลังจะสัมผัสกับหน้าจอหยุด กึกแล้วค้างอยู่อย่างนั้น

            ทางเลือกอันโง่เขลาเช่นนั้นมีคุณค่าเพียงพออย่างนั้นหรือ

            นั่นคุณเหรอซูลวาน

            แต่เสียงนั้นไม่ตอบกลับมา

            อย่างไรก็ตามคำถามนั่นเสียดแทงเข้ามาในใจของออร์ฟี่

           

            ครั้งหนึ่ง คำถามนั้นเคยมีเขาเป็นเจ้าของ

            คำถามนั้นถูกถามต่อ อดัมที่คิดขัดขืนต่อกฎของแอดมินิสแทรเตอร์ ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นความทรงจำที่ราหูสร้างมาให้ก็ตาม

            ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่าคำถามนั่นเคยถูกถามออกไปจริงๆ แล้วก็เคยนึกสมเพช อดัมที่เลือกทางเดินโง่เขลาแบบนั้นด้วย

            “…..”

            ทำไมกันนะ

            ทั้งที่รู้ว่ามันโง่เง่าขนาดไหน

            ทำไมถึงยังเลือกทางแบบนั้นอยู่อีกล่ะ

            หัวใจไงล่ะ

            คำพูดนี้ลอยขึ้นมา มันไม่ได้มาจากความคิดของเขาแต่กำลังพูดจากความทรงจำ

            คำพูดของใครซักคนที่กินใจเขากำลังลั่นออกมา เพื่อต่อต้านความรู้สึกที่ขัดแย้งนี้

            เพราะมีหัวใจมนุษย์ถึงได้รู้จักดีชั่ว เพราะเรามีหัวใจถึงได้มีชีวิตและผลิตความปรารถนาขึ้นมา เพราะเรามีหัวใจที่คิดและเลือกทำหรือไม่ทำอะไร

            อา ใช่แล้วล่ะ หัวใจไงล่ะ

            ที่ใต้ต้นไม้ต้องห้ามอิงศรพูดเอาไว้แบบนั้นนี่นะ

            ออร์ฟี่ยกมืออีกข้างมาแตะที่หน้าอกซ้าย สัมผัสอันแผ่วเบากำลังเต้น ตึกตักอยู่ภายในนั้น

            ภายในร่างกายที่อดัมมอบให้นี้ มีหัวใจอย่างมนุษย์

             นั่นสิ ผมนี่มันโง่จริงๆ

            รอยยิ้มแห่งความสุขผลิบานบนใบหน้าอันเฉยชา

            ได้เป็นคนโง่เหมือนกับพวกเธอแล้วล่ะ อดัม อิงศร

            ราวกับดอกไม้แย้มแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิที่เบ่งบานบนทุ่งหิมะ

            และแล้ว....

            มือก็แตะลงไปบนหน้าจอ....บนปุ่ม

 

            [ไม่]

 

            นี่คือการก้าวเดินไปข้างหน้าของผม ถ้าถามว่าทำไมล่ะก็ มันก็เพราะว่าหัวใจของผมปรารถนาที่จะทำมันเอง ถึงมันจะโง่เขลาหรืองี่เง่ายังไงก็ตาม

            เพล้ง

            พริบตาที่คำตอบถูกส่งไป...จากหน้าจอไปสู่ซูลวาน คุกแก้วก็พังทลายลง ตัวเขาบินเองได้อยู่แล้วจึงไม่ร่วงลงไป

            หน้าจอคำถามหายไปและทิ้งไพ่เอาไว้ใบหนึ่ง

            ไพ่อาคานาร์...

            นี่คือผลลัพธ์จากการเลือกทางเดิน?

            “…”

            ออร์ฟี่ยื่นมือไปหาอาคานาร์

            ขณะเดียวกันเมอร์คาบาห์ที่อยู่ด้านล่างก็แหงนหน้ามองขึ้นมาเช่นกัน

            ไกปืนลั่นแล้วรึ

            แล้วพูดแบบนั้น

            ออร์ฟี่จับไพ่นั้นไว้แล้วพลิกไพ่ขึ้นดู ตัวเลขที่แสดงลำดับของอาคานาร์คือ  ‘XXI’ คือลำดับที่ยี่สิบเอ็ด

            เลขลำดับนี้คือ

            เดอะ เวิลด์ เหรอ

            อาคานาร์หมายเลขนั้นคือ อาคานาร์แห่งโลก ‘The World’ อาคานาร์ลำดับสุดท้าย

            มันคือตัวแทนของความสมบูรณ์ ความหลุดพ้น และ ความพอใจ การที่อาคานาร์ใบนี้ปรากฏต่อหน้าเขาจะเป็นสัญญาณว่าเขานั้นพึงพอใจกับทางเลือกอันโง่เขลานี้แล้วอย่างนั้นหรือ?

            แต่อาคานาร์ใบนี้ก็ยังมีส่วนที่แปลกออกไป รูปแบบของไพ่ไม่เหมือนกับทุกทีและแทนที่จะมีรูปสัญลักษณ์ของอาคานาร์เดอะเวิลด์กลับมีรูปของตัวเองอยู่บนนั้นแทน

            ตนเองในรูปลักษณ์อื่นปรากฏอยู่บนหน้าไพ่นั้น

            ออร์ฟี่เข้าใจความหมายของมัน เพียงแค่จับไพ่เอาไว้ก็รู้สึกเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างของมันขึ้นมาเอง

            อาคานาร์กำลังสื่อสารกับเขา หากตีเป็นคำพูดแล้วมันก็คงพูดแบบนี้

            นี่จะเรียกว่าปาฏิหาริย์ได้รึเปล่านะ

            คนโง่ที่แบกโลกเอาไว้ทั้งใบ

 

            ขณะเดียวกันอิงศรซึ่งมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เข้าใจสถานการณ์ของออร์ฟี่

            สถานการณ์แบบเดียวกับตอนที่ได้รับพลังหลังจากก้าววข้ามการทดสอบมาได้

            อาคานาร์ของออร์ฟี่พัฒนาไปอีกขั้นเหมือนกับของพวกเขา และมันก็เรียกร้องให้ออร์ฟี่นำความเป็นไปได้นั้นลงมาที่นี่

            ออร์ฟี่ติดตั้งมันลงไปที่อาวุธ

            แล้วจะไปหาอาวุธอะไรนั่นได้ที่ไหนกันล่ะ

            จะว่าไปก็มีอยู่นี่นะ

            ออร์ฟี่เรียกอาวุธออกมา อาวุธที่เรียกใช้ไม่ได้ตอนที่ถูกขังอยู่ในคุกแก้ว

            หอกแห่งเมสสิยาห์ ลองกินุส

            ออร์ฟี่ยกหอกสีขาวขึ้น ทันใดนั้นผ้าคลุมสีขาวก็โบกสะบัด มันโผล่ออกมาเมื่อเริ่มใช้งานร่างไฮพีเรี่ยน

            คนโง่ที่แบกโลกเอาไว้ทั้งใบ

            เป็นไปดั่งคำพูดของอาคานาร์จริงๆ ตัวเขาที่ไฮพีเรียลไลซ์ด้วย อาคานาร์ เดอะฟูล ตอนนี้กำลังจะแบกรับชะตาของ เดอะเวิลด์ จะแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า

            ชนวนความคิดนี้ทำให้นึกถึงอดัมขึ้นมา

            ก่อนที่แสงสว่างจะบังเกิดขึ้นความมืดนั้นมีอยู่มาก่อน

            ก่อนจะมีสติปัญญา ความเขลาคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้คนเราก้าวเดินต่อไป

            หล่อเลี้ยงให้คนเราก้าวเดินไปข้างหน้า ก้าวไปหาแสงสว่าง

            เราใช้หัวใจชี้นำทางก่อนจะมีสติปัญญา เพราะแบบนั้นจึงอาจเลือกเส้นทางผิดไปบ้าง

            อิงศรเคยบอกว่า ความผิดพลาดคือพลังในการก้าวเดินของมนุษย์ ดังนั้นอดัมก็เลยเลือกที่จะทานผลต้องห้ามเพื่อรับเอาปัญญามา เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างถูกต้อง

            ตอนนี้เขาเองก็จะทำแบบเดียวกัน

            คำพูดหลั่งไหลเข้ามา....จากอาคานาร์

            ออริจินอาคานาร์ เรดดี้!!

            เด็กหนุ่มไถไพ่ลงบนหอกสีขาว ทันใดนั้นหน้าจอก็เปิดตัวขึ้นและแสดงข้อความยืนยันการทำงานอาคานาร์

 

            [ARTIFACT HYPEREALIZE]

 

            ตัวเขาไฮพีเรียลไลซ์อยู่แล้ว ส่วนนี่เป็นการไฮพีเรียลไลซ์ของอาวุธ พวกอิงศรคงได้รับพลังแบบเดียวกันมาถึงได้มีรูปลักษณ์เช่นนั้นกัน

            ไฮพีเรียลไลซ์ ซ้อน ไฮพีเรียลไลซ์

            อาคานาร์หายวับไป แสงสว่างโอบล้อมร่างกาย

            วินาทีถัดมารูปโฉมบนหน้าไพ่ก็กลายเป็นความจริง ความเป็นไปได้หนึ่งก้าวข้าม กาล-อวกาศมาและจุติลง ณ ที่แห่งนี้

            ผู้เดินบนเส้นทางแห่งการกอบกู้ทุกสรรพสิ่ง เมสไซอานิก มาสเตอร์ ซูลวานลอร์ด (Messiahnic Master, Z(zurvan) - Lord”



***อาทิตย์นี้ลงช้าเพราะงานเยอะจนเบียดเวลาอีกแล้ว ประกอบกับตอนนี้สำคัญพอสมควรเลยต้องเกลี่ยบทหลายรอบจนไม่มีเวลาเกลาภาษาเลย นี่ก็ตัดเอาส่วนสำคัญไปไว้อีกตอนกะว่าจะปั่นเอาวันหยุดยังออกมาครึ่งๆ กลางๆ แอ่วว รอตอนแก้ตัววันอาทิตย์ละกันน่อจะได้ขึ้น Act สุดท้ายแล้วว****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #269 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 281)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 23:34
    ที่แท้ซูลวานคือซีลอร์ดรึเนี่ย.........(ก็ว่าอยู่ว่า Z lord ย่อมาจากอะไร....ตอนแรกนึกว่า ซีลอร์ดมาจาก จ้าวแห่งเวลาซะอีก C(hrono) Lord)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2561 / 23:36
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2561 / 23:38
    #269
    1
    • #269-1 R@ji(จากตอนที่ 281)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 00:35
      ที่จริง ออร์ฟี่เคยสะกดให้อิงศรดูหลังจากทดสอบอิงศรที่วัดอารย-สนธยา แล้วว่าสะกด Z-Lord น่ะครับ
      แล้วก็บอกความหมายแถวๆตอนนั้นด้วยวาย่อจาก Zodiac-Lord เพราะตอนนั้นมีสิทธิ์พิเศษที่สั่งให้พวกเครื่องทำสวนจากสกิลท่าไม้ตายหยุดการทำงานได้เลยเคลมตัวเองว่าเป็นจ้าวแห่งจักรราศี เจ้าตัวเองยังบอกเลยชื่อกิลด์ Zavior ที่สิงห์ปกครองอยู่ก็เอาจากชื่อซีลอร์ดมาตั้ง
      ซึ่งอย่างที่ท่านรีดว่ามา Z จากทั้งเรื่องเนี่ยที่จริงเกี่ยวกับ Zurvan ทั้งน้านนนน ค่าเงินของเกมโลกาวินาศยังใช้ Zen ที่แปลงจากคำว่า Sen ด้วยเรียกว่า ตัวไหนมี S ที่แทนด้วย Z ได้เราก็แทนที่มันซะหมดโอเมก้า 5555+
      #269-1