Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 280 : Extra Log 276: พลังที่สืบทอด 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 พ.ย. 61

Extra Log 276: พลังที่สืบทอด 3

 

            …..ก่อนหน้านั้นเพียงเล็กน้อย

            อยู่ไหน

            อยู่ที่ไหนกัน

            หล่อนไปอยู่ที่ไหนแล้ว

            ซีเซียมกำลังมองหารูบิเดียม หล่อนหายตัวตั้งแต่ที่เริ่มเกิดเหตุการณ์ประหลาดบนสวนศักดิ์สิทธิ์

            จู่ๆ ก็มีดวงอาทิตย์ดวงใหม่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

            มีสัตว์เทวะหลุดออกมาเป็นฝูง

            สถานการณ์ประหลาดแก่กันตามมาไม่หยุด ที่จริงปัญหามันก็ยังอยู่ห่างจากที่นี่อยู่มากแต่ถ้าไม่รีบหาทางทำอะไรซักอย่างจะต้องปะทะกับฝูงสัตว์เทวะที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่แน่

            ซีเซียมก้มหน้ามองลงไปจากเนินหญ้าสูง มองดูกองทัพมนุษย์ต่างดาวกับมนุษย์ที่ร่วมกันฝึกระเบียบทัพอยู่ ลำพังตัวเขาจัดการกับกองทัพของมนุษย์ต่างดาวได้อยู่แล้วแต่สำหรับกองทัพมนุษย์นั้นถ้าไม่มีรูบิเดียมที่มีตัวตนเป็น กุมภา ธุวดารกะ ก็ไม่สามารถสั่งการเจ้าพวกนี้ได้

            หรือว่าเขาควรจะใช้ใบหน้าที่เหมือนกับอิงศร โรจน์จุฬาทุกระเบียดนิ้ว (ยกเว้นสีผม) นี่ให้เป็นประโยชน์ดีกันล่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าอิงศรมีอำนาจจูงใจเจ้าพวกนี้ขนาดไหนคงสุ่มเสี่ยงทำไม่ได้อยู่ดี

            ขณะที่จ้องมองกองทัพสลับกับฝูงสัตว์เทวะบนท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปอย่างร้อนใจ

            รีบอพยพได้แล้ว

            ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง

            มนุษย์...ไม่สิเดโมนอยด์ที่อยู่กับแฟรนเซียมตลอดเวลารู้สึกจะชื่อ

            ข้าวหลามงั้นเรอะ

            ข้าวหลามวิ่งขึ้นมาบนเนินหญ้าเดียวกับเขา

            รีบสั่งให้คนของนายหนีไปด้วยเร็วเข้าเดี๋ยวพวกสัตว์เทวะก็จะมาถึงที่นี่แล้ว

            ซีเซียมมองหน้าข้าวหลาม

            ให้หนีงั้นเรอะพวกสัตว์เทวะบุกมาก็สู้คืนไปสิถ้าแค่นี้ยังจัดการไม่ได้แล้วจะมีกองทัพไปทำไม

            เขาค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อยที่แฟรนเซียมสั่งให้หนี ทั้งที่คิดว่าจะส่งคนคุมทัพมาช่วยกันจัดการปัญหาในตอนนี้

            แต่ข้าวหลามก็พูดแย้งด้วยคำตอบที่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

            ก็สิงห์สั่งมาแบบนี้ก็ทำตามเหอะน่าหมอนั่นคงมีแผนอยู่แหละ

            แฟรนเซียมสั่งมางั้นเรอะ

            ถึงจะไม่ชอบใจนักตรงที่มันเป็นคำสั่งจากแฟรนเซียม แล้วตนเองก็ไม่อยากจะทำตามด้วย ไม่ว่าจะเพราะความทะเยอทะยานหรือหลักเหตุผลที่ว่าไม่ควรเชื่อใจแฟรนเซียมก็ตาม

            แต่ในตอนนี้แฟรนเซียมพูดถูก ถ้าลองนึกตามลำดับดูแล้วการที่พวกเขาคืนชีพกองทัพมาก็ไม่ได้เพื่อเอามาถลุงเล่นกับสงครามที่เสียเปล่าแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ

            เออ หนีก็หนี ยัยรูบิเดียมช่างไปก่อนละกัน

            ซีเซียมยอมรับข้อตกลงนั้นด้วยใบหน้ารำคาญกับความคิดที่ขัดแย้งกันในตัวเองแล้วเริ่มสั่งถอย ส่วนข้าวหลามก็แยกไปสั่งกองทัพของมนุษย์

 

            @@@@@

 

            ...ในเวลาต่อมา

            ฝูงสัตว์เทวะก็ถูกจัดการลงไปด้วยฝีมือของพวกพ้องอิงศร

 

            “….”

            ใบดาบตวัดขึ้นมา

            เป็นใบดาบที่มีพลังสะบั้นได้ทุกภาพลวงตา

            อิงศรก้มหน้ามองพลางตัดสินใจว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป

            ก็จริงที่ดาบลำแสงอมฤต โซเดียคัทเตอร์ ในมือเขาจะไม่ถูกพลังของเมอร์คาบาห์ทำให้สลายไป แต่ตัวเองที่ได้รับพลังเพิ่มมาจากการไฮพีเรียลไรซ์ตอนนี้ก็ยังสู้แรงปะทะดาบของเมอร์คาบาห์ไม่ได้อยู่ดี มันยังเหลื่อมกันอยู่นิดหน่อย

            ถอย...อิงศรตัดสินใจแล้วดีดตัวถอยไปข้างหลัง ปีกจักรกลตอบสนองกับความคิดและการเคลื่อนไหวของเขาปีกสะบัดไปทางด้านหน้าดึงตัวอิงศรออกห่างจากเมอร์คาบาห์

            ตอนนี้เลยรักษาระยะห่างเอาไว้กลางอากาศ

            นั่นมัน...

            อิงศรทอดสายตาข้ามเมอร์คาบาห์ไป ข้างหลังนั่นมองเห็นฝูงเงาของอะไรบางอย่างกำลังตรงมาทางนี้

            สัตว์เทวะเรอะ

            ถึงจะต่อสู้อยู่ตลอดแต่อิงศรก็รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว เขารู้ว่าพวกพ้องของเขากำลังจัดการกับพวกสัตว์เทวะที่หลุดออกจากที่ไหนก็ไม่รู้อยู่ สัตว์เทวะจำนวนมาก

            แต่ที่มองเห็นอยู่นี่ไม่ได้มีจำนวนขนาดนั้น มันก็แค่หยิบมือหนึ่งของทั้งหมด ในตอนแรกพวกมันมากันมืดฟ้ามัวดินแต่ที่เห็นอยู่ตอนนี้มีประมาณ 50 ตัว เป็นสัตว์เทวะระดับจ่าฝูงทั้งหมด ขนาดตัวของสัตว์เทวะแต่ละตัวใหญ่กว่าบ้านทั้งหลังทำให้จำนวน 50 ตัวนั่นดูมากเป็นสองเท่ากว่าความเป็นจริง

            พวกสัตว์เทวะบินผ่านเมอร์คาบาห์มา ไม่มีตัวไหนสนใจหรือหยุดมองเลย กลับกันสายตาของพวกมันจ้องมาที่เขา

            อิงศรเดาะลิ้น

            ชิ เจ้าพวกนี้

            อย่างกับสู้กับมนุษย์ต่างดาว... ในโลกที่ล่มสลายนั้นสัตว์เทวะก็จะเมินใส่มนุษย์ต่างดาวเหมือนที่พวกมันทำกับเมอร์คาบาห์ในตอนนี้แล้ววิ่งเข้าใส่มนุษย์อย่างเอาเป็นเอาตาย

            ไซเบอร์อายยูนิทแอคทิเวท

            อิงศรออกคำสั่งกับอุปกรณ์รูปหูฟังที่เขาสวมอยู่ แว่นตาแสงปรากฏขึ้นปกคลุมดวงตา

            บนกรอบนั่นเป็นเหมือนกับจอมอร์นิเตอร์ที่มีตัวช่วยเล็งเป้าหมาย บอกรายละเอียดของทิศทางลม บอกตำแหน่งของศัตรูแต่ละตัวอย่างละเอียด

            อัลติเมทมาร์ค

            อิงศรร่ายสกิล

            สกิลซึ่งเป็นของร่างไฮพีเรี่ยนนี้ ทันทีที่มันทำงานไซเบอร์อายก็เริ่มเล็งเป้าด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติ เป้าหมายคือสัตว์เทวะทั้ง 50 ตัว

            ปีกปัดไปด้านหลังแล้วปืนก็พับขึ้นมาพาดไหล่ อนุภาคแสงทยอยไหลเข้าไปในปากกระบอกปืนนั่น

            โซเดียราโอ!!

            ลำแสงสีแดงชาดพุ่งทะยานออกไปเป็นลำ ครั้งนี้ต่างจากคราวก่อนที่ยิงเป็นลูกกระสุน โซเดียธรรมดาๆ ที่จะไประเบิดที่เป้าหมาย

            ในครั้งนี้ที่ปืนยิงไปคือลำแสงกวาดล้างอานุภาพสูง โซเดียราโอ ลำแสงที่พวกเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ใช้เคลียพื้นที่ มันสามารถยิงแล้วหน่วงให้ลากวิถีของลำแสงเพื่อกวาดล้างพื้นที่ได้กว้าง

            แต่ลำแสงของอิงศรแตกต่างออกไปจากรูปแบบที่ว่า ลำแสงของเขาพุ่งตรงออกไปข้างหน้าและแตกกระจายออก ลำแสงวิ่งแยกเป็นเส้นที่แตกแขนงออกไปเรื่อยๆ เหมือนกับวงจรไฟฟ้า ไปฆ่าสัตว์เทวะทั้งหมดในคราวเดียว

            ที่ตรงนั้นบัดนี้ไม่มีสัตว์เทวะเหลืออีกแล้ว ทุกตัวถูกลำแสงทะลวงร่างจนกลวงโบ๋แล้วสลายหายไป

            วินาทีนั้นเองเมอร์คาบาห์ที่โผล่ออกมาหลังจากร่างของพวกสัตว์เทวะหายไปหมดก็พูดมาด้วยเสียงประชดประชัน

             เหมือนกับเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์เลยนะชินกับร่างนั่นแล้วสิ

            ตอนนั้นเองปืนใหญ่ก็พับกลับเข้าไปในปีก

            เออ สิ

            เขาตอบสบถแล้วจึงเล็งหน้าไม้ใส่เมอร์คาบาห์แทน

            ทีนี้ก็ไม่มีตัวเกะกะแล้ว ข้อมูลจากไซเบอร์อายบอกว่าไม่มีสัตว์เทวะเหลืออยู่บนสวนแห่งนี้อีก เท่ากับว่าศัตรูเหลือแค่เมอร์คาบาห์

            ถึงจะหนีออกมาจากแท่นพิธีได้ แต่ถ้าไกปืนลั่นแล้วสุดท้ายซูลวานก็จะคืนชีพอยู่ดียังไงทางนี้ก็ทำตามความตั้งใจสำเร็จอยู่ดี

            “….”

            อิงศรจ้องมองเมอร์คาบาห์

            จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าพิธีกรรมคืนชีพให้ซูลวานมันคืออะไรกันแน่

            แล้วมีเงื่อนไขของพิธีที่แน่นอนว่ายังไงกัน?

            ที่พอจะรู้แล้วก็กำลังดิ้นรนไม่ให้เป็นไปตามแผนของศัตรูก็คือ พยายามไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อที่ขัดขืนอะไรไม่ได้ เพราะแบบนั้นเลยมาอยู่ในร่างที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นจริงกับความเป็นไปได้

            ร่างไฮพีเรี่ยนที่ดึงความเป็นไปได้ของตัวเองที่กลายเป็นเครื่องทำสวนจากอนาคตในโลกคู่ขนานที่อาจไม่มีวันเป็นจริงมาสวมใส่ลงที่ร่างนี้

            สวมใส่ที่กายนี้เหมือนกับสวมเสื้อผ้าใหม่ทับไว้อีกชั้นหนึ่ง ด้วยการทำแบบนั้นตนเองจึงไล่ต้อนเมอร์คาบาห์จนรักษาระยะห่างกันได้ถึงขนาดนี้

            แต่อีกฝ่ายกลับไม่ทุกข์ร้อนแถมยังพูดเหมือนกับว่าการต่อต้านขัดขืนของเขาจะไม่ส่งผลต่อพิธีกรรมเลยแม้แต่น้อย

            ถ้าอย่างนั้นกุญแจหลักสำหรับพิธีกรรมนี้ก็คงเป็นออร์ฟี่

            อิงศรเงยหน้ามองทรงกลมสีดำสนิทที่ขังออร์ฟี่เอาไว้ข้างบน

            ถ้างั้นฉันก็จะช่วยไกปืนนั่นออกมา

            แล้วบินขึ้นไป

            อย่าได้ฝันไปหน่อยเลย

            แต่เมอร์คาบาห์ไม่ยอมแล้วประกบใบดาบที่แขนเข้าด้วยกัน

            เมสไซอาบัสเตอร์

            เมอร์คาบาห์ขว้างดาบที่ประกบกันไว้ออกมา เมสไซอาร์บัสเตอร์ที่มีพลังสะบั้นทุกสรรพสิ่งให้ขาดได้

            ใบดาบมฤตยูนั่นพุ่งเข้าหาลำคอของอิงศร

            แต่อิงศรไหวตัวทัน เขาเงื้อดาบลำแสงในมือ

            วูฟล์เมอแรง

            แล้วขว้างดาบออกไป

            ดาบถูกเปลวไฟสีฟ้าคล้ายกับหมาป่าห่อหุ้มเอาไว้แล้วหมุนควงพุ่งไปข้างหน้า ดาบเข้าปะทะกับบัสเตอร์

            ทั้งบัสเตอร์ ทั้งคัทเตอร์ กระดอนออกหลังจากปะทะกัน คัทเตอร์ของอิงศรนั้นร่วงลงไปข้างล่าง ส่วนบัสเตอร์แยกเป็นใบดาบกลับไปหาเมอร์คาบาห์

            แต่มันกลับลอยขึ้นไปข้างบน อิงศรหันตามไป

            เมอร์คาบาห์แซงขึ้นไปดักรออยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่?

            คำตอบคือจังหวะที่พุ่งความสนใจไปให้บัสเตอร์เมื่อกี้นั่นเอง เจ้านั่นปล่อยบัสเตอร์มาแล้วก็เร่งความเร็วแซงขึ้นมาในตอนนั้น

            อิงศรยิงลูกดอกเลเซอร์ออกไป แต่ลำแสงกลับสะท้อนออกมาก่อนจะไปถึงเมอร์คาบาห์        

            พอเพ่งสายตามองให้ดีถึงเห็นว่าเบื้องหน้าเมอร์คาบาห์มีกำแพงที่เกือบจะโปร่งใสบังเอาไว้ เป็นเหมือนกับบาเรียวงกลมแปดแผ่นเรียงตัวกันปิดพื้นที่ข้างหน้าเอาไว้

            พลังของเดธอาคานาร์ สินะ

            อิงศรสบถแล้วยิงต่อไป

            ที่กระหน่ำยิงทั้งที่รู้ว่าถ้าเจาะครั้งแรกไม่เข้านัดต่อๆ ไปยิงไปเท่าไหร่มันก็ไม่ช่วยให้เจาะการป้องกันได้ โล่ของเดธอาคานาร์มีคุณสมบัติไม่มีวันผุกร่อนหรือถูกลดทอนความแข็งดังนั้นถ้าไม่ใช่พลังที่เจาะการป้อนกันได้ในครั้งแรกเลยก็ไม่มีควาหมาย แต่จุดประสงค์ของอิงศรคือการหยุดเมอร์คาบาห์เอาไว้เพราะถ้าเปิดโล่ออกมาจนครบทั้งแปดอันแบบนั้นผู้ใช้จะเคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ เขารู้เรื่องนั้นเพราะว่ามันเคยเป็นพลังของตัวเองมาก่อน

            ชิ

            อิงศรเดาะลิ้น เขาลืมไปเรื่อหงนึ่ง

            ลืมคิดไปว่าสู้กับเมอร์คาบาห์มันก็เหมือนสู้กับตัวเอง ถ้าตัวเขาที่อยู่ในสถานการณ์บีบบังคับให้ป้องกันจนเคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้สิ่งต่อไปที่จะทำมันก็คือ

            เฮลเลล แจ็ก ไปจัดการซะ

            พริบตาที่เมอร์คาบาห์พูดก็มีปีศาจอีกสองตนแยกออกมาจากร่างของเมอร์คาบาห์

            เทวทูตที่ใบหน้าเหมือนมิ่งขวัญ

            ปีศาจที่มีใบหน้าของกวินทร์

            อาคานาร์มหาโชคชะตาของสองคนนั่นก็ถูกเมอร์คาบาห์ช่วงชิงไปเหมือนกัน

            ปีศาจทั้งสองกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

            ถึงจะเปลี่ยนมาเล็งยิงสองตัวนั่นตอนนี้ก็ไม่ทันการแล้ว อิงศรยังไม่ขยับตัว เขายังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะยิงตัวไหนก่อนด้วยซ้ำ

            บริโอแน็ก!!”

            มีเสียงตวาดดังมาพร้อมๆ กับลำแสงพุ่งตัดหน้าปีศาจทั้งสองทำให้พวกมันชะงักไปวินาทีหนึ่ง

            แล้วในหนึ่งวินาทีนั้น มิ่งขวัญ กับ กวินทร์ ก็บินขึ้นมาขวางหน้าเขา

            พวกนี้เดี๋ยวเราจัดการเองครับพี่ศร

            กวินทร์พูด

            มิ่งขวัญพุ่งเข้าไปตวัดดาบฟันใส่ปีศาจของตัวเอง ดังนั้นกวินทร์จึงไปจัดการกับปีศาจของตัวเองด้วย ช่วยแยกปีศาจพวกนั้นออกไปให้ห่างจากเขา

            เอลิกอร์ซิกฟรีด

            เสียงของเมอร์คาบาห์ดังขึ้น มีปีศาจตัวใหม่โผล่ออกมาอีก

            เอลิกอร์นั่นเอง แถมยังเป็นร่างที่เกิดจากอาคานาร์เดอะ สตาร์ ที่สร้างขึ้นมาตอนสู้กับแฟรนเซียมที่ลิฟต์ด้วย เป็นเอลิกอร์ในชุดเกราะอัศวินสีทองขี่โฮเวอร์บอร์ดแทนม้าปีศาจประจำตัว

            เอลิกอร์ในตอนนี้ไม่มีปฏิกิริยาหรือแม้แต่จะแสดงเอกลักษณ์ของมันอย่างทุกที

            สิ่งที่ออกมาจากตัวของเมอร์คาบาห์นั้นเป็นเหมือนชุดเกราะไร้ชีวิตที่คล้ายกับเอลิกอร์เท่านั้น

            อิงศรย้ายเป้าไปยิงเอลิกอร์แทน

            แต่เอลิกอร์บินเบี่ยงออกไปหลบลูกดอกเลเซอร์ได้ทั้งหมด แล้วในจังหวะนั้นเองที่เมอร์คาบาห์เป็นอิสระจากการระดมโจมตีของเขา

            ราธออฟธันเดอร์ก็อด

            เมอร์คาบาห์ใช้พลังของอาคานาร์ปลดปล่อยสายฟ้าสีทองออกจากฝ่ามือ สายฟ้าจำนวนมากพุ่งตรงมาที่นี่

            อิงศรไม่ได้หลบ ไม่ใช่ว่าเขาตอบสนองมันไม่ทัน แต่เพราะมีการติดต่อเข้ามา

            ไม่ต้องหลบนะอิงศร

            เสียงของนรินทร์ดังมาจากหูฟัง

            มีอะไรบางอย่างบินตัดหน้าอิงศรไป

            “….”

            มันเป็นแท่งโลหะรูปทรงเรียวคล้ายกับเขี้ยวสัตว์ น่าจะเป็น โดรน จำพวกหนึ่ง พวกมันมีทั้งหมดสี่อัน แต่ละอันบินแยกกันไปทำมุมห่างกันเป็นสี่เหลี่ยม

            เปรี้ยงงงง!!!

            เสียงระเบิดกัมปนาทดังขึ้น เมื่อสายฟ้าฟาดถูกบางสิ่ง

            บางสิ่งที่ว่าคือกำแพงบางๆ และใสจนเกือบโปร่งแสง กำแพงถูกสร้างโดยโดรนพวกนั้นโดยที่ โดรนแต่ละอันจะปล่อยแสงเป็นเส้นออกมาจากโคนแต่ละด้านสามเส้นด้วยกันโดยแต่ละเส้นชี้ไปหาโดรนตัวอื่น พื้นที่ว่างระหว่างเส้นแสงจะกลายเป็นกำแพงที่ช่วยป้องกัน

            นรินทร์ส่งเสียงขึ้นมา

            อิงศรไม่เป็นไรนะ

            อิงศรมองลงไปข้างล่างก็เห็นโดรนแบบเดียวกันอีกสี่ตัวจัดวางเป็นแนวสี่เหลี่ยมตรงกับพวกที่อยู่ข้างบน ลำแสงที่ปล่อยจากโดรนก็เชื่อมกับพวกข้างบน ทำให้กำแพงล้อมพวกเขาเอาไว้เหมือนกับกล่อง

            พอนรินทร์บินขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาแล้ว อิงศรก็ถาม

            นี่มันอะไร

            แมเทเรียลบาเรียน่ะ น่าจะเคยเห็นที่ออร์ทิเกสซาร์ใช้มาก่อนนะ

            อิงศรพยักหน้า เขาจำได้ว่าเครื่องทำสวนที่เหมือนสิงโดสามารถสร้างกำแพงพลังงานจากแผงคอได้ นรินทร์ได้รับการทดสอบจากเครื่องทำสวนนั่นด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำแบบนี้ได้

            มันจะอยู่ได้นานแค่ไหน

            ซักสามสิบนาทีมั้ง

            ถ้าคลายออกแล้วต้องรอนานแค่ไหน

            ถ้าตอนนี้จะกางใหม่อีกรอบเลยก็ได้คูลดาวน์มันไมค่อยเยอะหรอก แต่มันเสียเวลาเตรียมอยู่เหมือนกันนะ

            เร็วที่สุดกี่วิล่ะ

            นรินทร์ยกนิ้วขึ้น

            สี่วินาทีเป๊ะๆ

            แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ นรินทร์นายช่วยอะไรฉันที

            มีแผนแล้วเหรอ

            ก่อนอื่นพอปลดบาเรียเราจะจัดการเอลิกอร์ก่อน จากนั้นให้กางบาเรียทันที

            เข้าใจแล้ว

            งั้นเริ่มเลย

            กำแพงพลังงานคลายตัวออก โดรนหยุดปล่อยแสงหากันแล้วบินกลับมารวมกันที่แผ่นหลังของนรินทร์ พวกมันเสียบตัวเองเข้ากับก้านที่ยื่นออกมาจาก แบ็คแพ็ค (Back Pack) เรียงตัวกันเหมือนเป็นปีก

            อิงศรเล็งหน้าไม้ไปที่เอลิกอร์แต่มันก็บินหนีทันที

            ดังนั้นเขาเลยยิงดักทางให้เอลิกอร์ถูกจำกัดความเคลื่อนไหว จนกระทั่งการเคลื่อนไหวนั้นช้าลง

            ปืนใหญ่ดันออกมาจากปีทั้งสองข้างเล็งไปที่เอลิกอร์

            ลูกกระสุนแสงสีแดงพุ่งออกไป

            โซเดีย

            เอลิกอร์ถูกระเบิดจนร่างกายสลายหายไปทันที จังหวะนั้นนรินทร์ก็เริ่มเคลื่อนไหว

            แมทเทเรียลบาเรีย

            โดรน บนหลังพุ่งออกไปพร้อมกันทั้งแปดตัว สร้างกล่องกำแพงขึ้นมาขังพวกเขาเอาไว้

            อิงศรเบนเป้าไปยังเมอร์คาบาห์ที่อยู่ด้านบนพร้อมกับยกหน้าไม้ขึ้น

             อัลติเมทมาร์ค

            ไซเบอร์อายเริ่มล็อกเป้า

            โซเดียอิมแพค!”

            อมฤตในอากาศเริ่มควบแน่นจนเห็นเป็นอนุภาคแสงจุดเล็กๆ อนุภาคไหลเข้าไปในปากกระบอกปืนใหญ่ และก่อหวอดขึ้นหน้าที่หน้าไม้ หนนี้อิงศรใช้เวลารวบรวมพลังงานนานกว่าทุกครั้ง

            ดังนั้นเขาจำเป็นต้องได้รับการปกป้องจึงให้นรินทร์สร้างกำแพงขึ้นมา

            แต่กำแพงนี้คงป้องกันไม่ได้นานนักเพราะถ้าเมอร์คาบาห์ใช้ใบดาบจู่โจมมามันคงจะถูกลบหายไปทันที

            แล้วเมอร์คาบาห์ก็ทำอย่างที่กำลังคิด เทวทูตของเขาเริ่มประกบใบดาบเข้าด้วยกัน

            เมสไซอาบัสเตอร์

            แล้วขว้างมาทางนี้

            กำแพงของนรินทร์พังทลายทันทีที่บัสเตอร์สัมผัสถูก

            เป็นอย่างที่คิดเอาไว้....

            ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นไปตามคิดเอาไว้ต่างหาก

            เพราะวิธีเดียวที่จะขัดขวางเขาได้ก็คือใช้ เมสไซอาบัสเตอร์ เท่านั้นแล้วมันก็เป็นท่าที่เสียเวลาในการงานถึงสามวินาทีซึ่งนั่นเพียงพอสำหรับการชาร์จพลังงาน

            เมอร์คาบาห์รู้ทุกอย่างของเขาแล้วเขาเองก็รู้ทุกอย่างของเมอร์คาบาห์ พวกเขาเคยเป็นคนๆ เดียวกันมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเมอร์คาบาห์ก็ไม่รู้เกี่ยวกับตัวเขาที่เป็นอยู่ในตอนนี้

            ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าระยะเวลาในการรวบรวมพลังงานนั้นมันไม่ได้นานอะไรเลย

            โซเดียเดลต้าเกเซอร์!!!

            หวอดพลังงานที่ปากกระบอกปืนใหญ่กับที่หน้าไม้เปล่งประกายเจิดจ้า บวกกับการตั้งท่าเล็งยิงของเขาทำให้หวอดแสงเรียงตัวกันเหมือนเป็นสามเหลี่ยม

            อิงศรลั่นไกปืน

            ลำแสงสีแดงอันน่าสะพรึงพุ่งทะยานจากปืนใหญ่กับหน้าไม้ ลำแสงทั้งสามโน้มเข้าหากันราวกับถูกดึงดูดกันและกัน สุดท้ายพวกมันก็รวมกันเป็นลำแสงลำใหญ่

            ลำแสงเป่าบัสเตอร์ที่มาสัมผัสกระเด็นออกแล้วพุ่งต่อไปข้างหน้า เมอร์คาบาห์เริ่มเตรียมการรับมือ

            มันเรียกกำแพงโปร่งแสงขึ้นมาเรียงทั้งแปดอันซ้อนกันในจุดเดียวกะจะใช้เป็นกำแพงหนาแปดชั้นเพื่อต้านทานการโจมตีที่ทุ่มแรงทั้งหมดของเขา

            ลำแสงอาจจะทะลวงโล่ทั้งแปดอันนั้นได้แต่ไม่รู้ว่าพลังที่เหลือจากนั้นจะฆ่าเมอร์คาบาห์ได้หรือเปล่า

            ตอนนี้แหละ เลี้ยวเลย!”

            อิงศรตะโกน ลำแสงเบี่ยงวิถีกะทันหันอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

            ลำแสงอ้อมกำแพงกับเมอร์คาบาห์ไป เป้าหมายของอิงศรไม่ใช่เมอร์คาบาห์ตั้งแต่แรก

            ก่อนจะเริ่มยิงเขาให้ไซเบอร์อายเล็งเป้าไปอีกที่หนึ่งแล้วใส่ข้อมูลนั่นเข้าไปในการควบคุมวิถียิงเพื่อให้มันไปถึงจุดหมายโดยกำหนดเรื่องการเบี่ยงวิถีเอาไว้ก่อนแล้ว

            ต้องรู้ใจศัตรูถึงจะทำแบบนี้ได้ แล้วอิงศรก็รู้ใจเมอร์คาบาห์เป็นอย่างดีจึงคาดเดาได้ว่าเมอร์คาบาห์จะตอบสนองอย่างไร

            ลำแสงพุ่งไปโดนเป้าหมายแล้ว

            เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง

            เมอร์คาบาห์หันไปตามเสียงนั้น

            สิ่งที่ลำแสงเข้าปะทะไปก็คือคุกที่ขังออร์ฟี่

            ความมืดที่ปกคลุมคุกแก้วถูกลำแสงของเขาลบออก ความมืดที่เกาะอยู่รอบๆ ถูกเป่าจนหายไปหมดเหลือแต่ผนังแก้วที่เริ่มปริร้าวกับออร์ฟี่ที่ถูกขังอยู่ภายใน

            อิงศรตะโกน

             ออร์ฟี่!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #268 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 06:11
    ทำไมเสียวๆว่าการไฮพีเรี่ยนนี้ก็ยังเป็น 1 ในความเป็นไปได้ที่ราหูรับมือได้กันนะ.........
    #268
    1
    • #268-1 R@ji(จากตอนที่ 280)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 11:47
      คงต้องรอดูต่อไปฮะ แต่อาทิตย์ที่ผ่านมากับอาทิตย์ก่อนเจองานถมเข้ามาจนปั่นแทบไม่ทัน นี่ต้นฉบับยังไหม้เกรียมๆ อยู่เลยเนี่ยแอ่ววว TwT ความตั้งใจในอาทิตย์นี้คือจบ Act Zurvan และเข้าสู่ Act สุดท้ายยยยย จะทันก่อนสิ้นปีไหมเนี่ยชักหวั่นๆ แล้วโอเมก้าา
      ตอนแรกกะว่าบทเสริมนี่คงจบท้ายเดือนตุลา นี่จะกลางพฤศจิไปแล้วยังไม่เริ่มบทสุดท้ายเล้ยย
      #268-1