Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 276 : Extra Log 272: The Origin Arcana

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

Extra Log 272: The Origin Arcana

 

            ขณะเดียวกันที่อีกด้านหนึ่ง

            ดินแดนแห่งความตาย ดูเหมือนสถานที่ในตอนนี้จะถูกเรียกว่าอย่างนั้น

            แฟรนเซียมได้ยินชื่อนั้นจากเสียงของเครื่องทำสวนที่ทำการทดสอบตนก่อนหน้านี้ เสียงของแจนนูวาร์มมาร์บอกว่าเขาถูกส่งลงมายังดินแดนแห่งความตาย

            สถานที่ที่รอบด้านมืดสนิท ไร้ซึ่งท้องฟ้า

            พื้นห้องที่เหยียดเท้าอยู่เป็นดินดานรวมถึงผนังกับเพดานก็เป็นหินทั้งหมด สภาพแวดล้อมเหมือนกับอยู่ภายในถ้ำหรือไม่ก็อาจจะเป็นปล่องภูเขาไฟที่ไม่มีปล่อง

            แฟรนเซียมทอดสายตามองข้ามพื้นที่ตัวเองเหยียบไปยังหลุมลึกตรงใจกลางห้อง

            แสงแดงจากไฟร้อนระอุที่ลุกไหม้อยู่เบื้องล่างชวนให้คิดว่าที่นี่เป็นปล่องภูเขาไฟจริงๆ นั่นแหละแต่ข้างล่างไม่ใช่หินหลอมเหลว มันเป็นคุ้งไฟขนาดใหญ่ที่ลุกโหมกระหน่ำอย่างพิสดารเพราะไม่มีแม้แต่เชื้อเพลิงหรือกระทั่งในที่ปิดเช่นนี้ก็ไม่น่าจะมีอากาศพอเลี้ยงไฟใหญ่ขนาดนั้นได้ รวมถึงไม่มีควันไฟลอยขึ้นมา

            แต่ถึงอย่างนั้นอากาศภายในนี้ก็ยังร้อนอบอ้าวและหายใจได้ลำบากอยู่ดี

            สรุปแล้วพวกเราถูกส่งมาที่ไหนกันแน่

            เสียงของเมษาดังขึ้น มันเป็นเสียงจากหน้าจอสื่อสารที่แฟรนเซียมเปิดเอาไว้

            ตั้งแต่มาถึงที่นี่พวกพ้องของอิงศรก็สื่อสารกันตลอดรวมถึงตัวเขาที่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้กลุ่มสื่อสารเดียวกับเจ้าพวกนั้นหลังจากได้รับความไว้วางใจในระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้จึงได้รู้สถานการณ์หลายๆ ด้านที่คนอื่นกำลังเผชิญกันอยู่

            จากบทสนทนาที่ฟังมาทุกคนอยู่ในสถานที่เหมือนถ้ำและอากาศร้อนระอุเหมือนๆ กัน แต่ลักษณะแวดล้อมของสถานที่จะต่างกันไป แล้วก็มีบางคนที่เผชิญหน้ากับฝูงสัตว์เทวะอยู่ด้วย เจ้าพวกที่ว่านั่นกำลังอยู่ระหว่างหลบหนีเลยไม่มีเสียงขานตอบกลับมาแต่ยังมีเสียงแวดล้อมอื่น ดังแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ

            ทั้งเสียงร้องของสัตว์เทวะ

            เสียงอากาศวูบไหว

            เสียงต่อสู้ เสียงระเบิด

            เสียงร่ายสกิล

            ทั้งหมดผสมปนเปกันจนแทบจับใจความไม่ได้ว่ากำลังเจอกับสัตว์เทวะแบบไหน

            ที่รู้เพียงอย่างเดียวคือทุกคนอยู่ในที่แบบเดียวกันแต่โดนจับแยกกันอยู่คนละที่ หรือ ไม่ก็อาจจะเป็นมิติที่ดูคล้ายกันแต่อยู่กันคนละมิติ เพราะถึงจะใช้ระบบของเกมโลกาวินาศสื่อสารกันได้ตามปกติแต่กลับตรวจสอบที่อยู่ไม่ได้

            สาเหตุที่คิดเป็นแบบนั้นมีได้สองอย่างคือ ไม่ได้อยู่ในสถานที่ใกล้เคียงกัน หรือ ไม่ก็ถูกดักสัญญาณไม่ให้ตรวจพบกันเองได้

            ตอนนั้นเองเสียงของมีนาก็ดังขึ้น

            จะว่าไปทุกคนเลือกคำตอบไปกันรึยังคะ

            สิ่งที่มีนาพูดถึงก็คือหน้าจอระบบอีกอันที่ลอยอยู่ข้างๆ หน้าจอสื่อสาร ดูเหมือนว่านอกจากเขาแล้วคนอื่นๆ ก็ได้หน้าจอที่ไม่รู้ที่มานี่เหมือนๆ กัน

 

            หากการแยกจากคือหนทางเดียวที่จะกอบกู้ทุกสิ่งเธอจะเลือกมันไหม

            [ใช่]

            [ไม่]

 

            คำถามไม่รู้ที่มา

            คำถามที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ด้วยตัวของมันเอง

            มันคงเป็นคำถามที่ไร้สาระถ้าไม่ใช่ว่ามันถูกถามเอาในเวลาแบบนี้

            แฟรนเซียมอ่านคำถามอย่างพินิจพิเคราะห์และเข้าใจจุดประสงค์ของคำถามแล้ว แต่ก็ยังรอที่จะฟังความคิดเห็นจากคนอื่นอยู่

            ไม่ใช่ว่ายอมรับในตัวพวกเศษเดนที่อิงศรรวบรวมมาแต่อย่างใด เขาเพียงแค่นึกสนุกอยากพิสูจน์ดูว่าเจ้าพวกที่เกาะติดอิงศรเป็นปรสิตพวกนี้จะมีปัญญาทำอะไรกันเองในเวลาที่อิงศรมช่วยพวกมันไม่ได้อยู่บ้างหรือเปล่า

 

            แฟรนเซียมมองหาผนังที่ดูปลอดภัยแล้วเอนหลังพิงมัน

            ผนังถ้ำเย็นเฉียบต่างกับอุณหภูมิโดยรอบอย่างสิ้นเชิง แฟรนเซียมปล่อยให้ความเย็นจากผนังถ้ำปรนนิบัติตัวเอง

            ระหว่างนั้นความเห็นของมีนาก็ยังดำเนินต่อ

            คำถามนี่น่าจะเกี่ยวกับการทดสอบเต็มๆ เลยนะคะ

            หล่อนสันนิษฐานได้ถูก แต่ยังไปไม่ถึงข้อเท็จจริงของคำถามนี้

            ต่อมานรินทร์ก็พูดแสดงความคิดเห็น

            แต่ว่าถึงจะรู้ว่าเกี่ยวกับการทดสอบก็เถอะแล้วเราควรจะเลือกตัวเลือกไหนดีล่ะ

            ทันใดนั้นเสียงของกวินทร์ก็ดังขึ้นโดยที่มีเสียงร้องของสัตว์เทวะดังลอดเข้ามาด้วย

            บางทีพวกเราควรเลือกเหมือนๆ กันไว้นะครับมันอาจจะทำให้ผ่านก็ได้

            แต่นรินทร์แย้งเห็นนั้น

            มันเป็นคำถามเดียวกันหมดถ้าเราเลือกคำตอบที่ถูกต้องได้ยังไงก็ต้องตอบเหมือนกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

            จะว่าไปก็...เหวอ!!’

            เสียงของกวินทร์ขาดหายไปตรงนั้น

            วินาทีถัดมาเสียงระเบิดก้ดังก้องไปทั้งช่องสื่อสาร

            นรินทร์พูด

            กวินทร์!’

            มีนาพูด

            คุณกวินทร์คะ

            เมษาพูด

            เฮ้ย ตายยังฟะกวินทร์ เอ้ย ไม่ใช่ ห้ามตายนะเฟ้ย!!’

            แต่ไม่มีการตอบกลับจากกวินทร์ วชิระ มีแต่เสียงเหมือนมีวัตถุจำนวนมากไหลกลิ้งดัง กลุกๆ บางทีคงเป็นเสียงหินถล่มลงมา น่าจะมีเพดานหรือผนังถูกทำลายในบริเวณนั้นล่ะมั้ง

            สถานการณ์ของกวินทร์ทำให้ทั้งช่องสื่อสารพากันเงียบเสียงจนเหลือแต่เสียงแวดล้อมจากสถานการณ์ของคนอื่นๆ

            หลังจากความเงียบผ่านไปไม่นานนักกวินทร์ก็ตอบกลับ

            โทษทีครับ เมื่อกี้เจ้าคิงคองยักษ์จู่ๆ มันก็คลั่งอาละวาดซะเพดานถ้ำถล่มลงมาเล่นซะเกือบหนีไม่รอด

            คิงคองเหรอ

            นั่นเป็นเสียงของมิ่งขวัญ น้องชายของอิงศร ตั้งแต่เริ่มสื่อสารกันหมอนี่พูดน้อยที่สุดทั้งที่ไม่ได้กำลังต่อสู้กับสัตว์เทวะเหมือนคนอื่นๆ

            แฟรนเซียมนึกถึงความเกี่ยวข้องระหว่างตัวเองกับ มิ่งขวัญ โรจจุฬาน์

            มิ่งขวัญ เป็นน้องชายของอิงศรแล้วก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกฟันเฟืองขับเคลื่อนเครื่องทำสวนเลือก ข้อมูลของมิ่งขวัญ เขาเคยเห็นมันตอนที่รูบิเดียมส่งมาให้หลังจากเปลี่ยนหมอนั่นเป็นมนุษย์ต่างดาวแล้ว ตัวเลขนั้นน่าสนใจมากพอๆ กับคนพี่เลยทีเดียว

            ถึงจะได้ยินมาไม่มากแต่อิงศรก็เล่าให้ฟังบ้างเหมือนกันว่าน้องชายเป็นคนมีพรสวรรค์ มีพลังในการเรียนรู้ทักษะทางกายที่สูงกว่าปกติ ข้อพิสูจน์เรื่องนั้นได้เห็นจากการที่ลอกเลียนท่าวิชาที่ใช้หมัดคู่กับดาบของลิเธียมได้ในเวลาไม่กี่วัน

            ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่มีความสามารถขนาดนี้จะไปเกิดอยู่ในฝูงเศษเดนมนุษย์พวกนั้น

            ดูเหมือนมิ่งขวัญจะรู้จักชนิดของสัตว์เทวะที่กวินทร์กำลังเผชิญหน้าอยู่

            เจ้าคิงคองนั่นมีปีกใส่ชุดสีขาวด้วยใช่ไหม

            อ๊ะ ขวัญเหรอ ทำไมถึงรู้ล่ะที่บอกมาตรงเผงเลย

            ฉันเคยสู้กับมันมาก่อนเจ้านั่นเป็นเรดบอสน่ะ เวลาปกติมันจะสงบแต่ถ้ามีเสียงปืนดังขึ้นมามันจะเริ่มคลั่ง

            แฟรนเซียมเสริมข้อมูลที่เขาพอจะรู้ให้

            เจ้านั่นคือ ฮารัมบาเอล เป็นสัตว์เทวะที่พัฒนามาจากกอริล่าในสวนสัตว์ที่ต่างประเทศมันโดนยิงตายเพราะมีคนตกลงไปในบ่อที่เลี้ยงมันเพื่อช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวจอมเลินเล่อนั่นก็เลยฆ่ามัน วันนั้นเป้นวันเดียวกับที่โลกล่มสลายพอดีดูเหมือนความแค้นที่มันมีต่อมนุษย์จะทำให้กลายเป็นสัตว์เทวะในเรดบอสไป

            เสียงของมีนาถามเขามาว่า

            ได้ข้อมูลนั่นมาจากไหนกันคะ

            จากซีลอร์ด...นานมาแล้วเจ้านั่นเล่าให้ฟังว่าที่สัตว์เทวะทำร้ายมนุษย์ก็เพราะความแค้นที่พวกมันมีต่อมนุษย์ตั้งแต่ก่อนโลกจะล่มสลายกระตุ้นพวกมัน

            ดูเหมือนจะมีอารมณ์เล่านิทานสินะคะไหนๆ ก็คุยกันเรื่องสัตว์เทวะแล้วมีเรื่องอยากถามค่ะ

            อะไรล่ะ

            มังกรที่เคยเข้าสิงฉัน ที่ตอนนี้เป็นเดม่อนแอพพี่สิงห์เอามันใส่ไว้ในดาบนั้นน่ะค่ะมีความแค้นอะไรกับธุวดารกะกันเหรอคะ

            แฟรนเซียมเดาะลิ้นเขาตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

            ชิ นั่นเป็นเรื่องที่ธุวดารกะในโลกฝั่งนี้ทำเองมันเป็นฝีมือของมกร หรือก็ราหูที่ปลอมตัวหลอกพวกเรามาตลอดนั่นไง

            เรื่องนั้นก็รู้อยู่แหละค่ะแต่ก็คิดว่าฟี่สิงห์จะรู้อะไรมากกว่านั้นซะอีกสรุปก็คืออยู่นอกวงสินะคะ

            น้ำเสียงของหล่อนถึงจะเปลี่ยนไปบ้างเพราะผ่านสัญญาณสื่อสารแต่ก็ชัดเจนว่าจงใจยั่วยุ

            คำพูดที่ว่านอกวงนั่นหล่อนตั้งใจจะพูดว่า เขาไม่เคยอยู่ในสายตาของราหูเลย

            อยากจะทำอะไรกันแน่มีนา

            เขาถามเด็กสาวกลับไป มีนาเป็นคนทำอะไรมีเหตุผลเรื่องนั้นเขารู้ดี ดังนั้นจะต้องมีสาเหตุที่เด็กสาวพยายามไล่ต้อนเขาในสถานการนี้

            ก็แค่คิดว่าพี่สิงห์คงจะรู้คำตอบอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ ทำไมไม่บอกพวกเราเรื่องนั้นกันซักที

            ได้ยินแบบนั้นแฟรนเซียมก็แสยะยิ้ม

            เป็นอย่างที่คาดคิดเอาไว้ เขาเดาความคิดน้องสาวตัวเองไม่ผิด

            ถ้างั้นไม่ลองเค้นสมองคิดกันดูซักหน่อยล่ะพวกแกติดตามอิงศรมาเพื่อแค่จะถ่วงแข้งถ่วงขาหมอนั่นรึไง

            คำพูดของเขาสะกิดใจใครต่อใครหลายคนในช่องการสื่อสารนี้ ได้ยินเสียงเดาะลิ้น เสียงไม่พอใจดังแว่วขึ้นมาไม่หยุด

            หมอนี่มันเป็นอะไรมากป่ะเนี่ยนั่นปากคนเหรอฟระ

            เสียงนี้ไม่ค่อยคุ้นหูเขานักน่าจะเป็นพวกเด็กกำพร้าที่อารย-สนธยาทำการทดลองที่อิงศรเก็บมา

            ในหมู่พวกนั้นมีเด็กท่าทางห้าวๆ คล้ายกับเมษาอยู่ด้วยรู้สึกจะชื่อว่า....

            ฟู อย่าไปเสียเวลากับคนพรรคนี้เลย

            น้ำเสียงที่แฝงความเฉลียวฉลาดดังแทรกคำพูดของฟู

            แฟรนเซียมพยายามนึกว่านั่นเป็นเสียงของใคร

            คราวนี้คือมิกซ์งั้นเหรอ

            เขาลองเดาสุ่มดูจากในจำนวนเด็กที่เหลืออีกสี่คนซึ่งเสียงไม่คุ้นหู เป็นเสียงเด็กผู้ชายที่เริ่มแตกหนุ่ม นอกจากฟูแล้วก็เหลืออยู่คนเดียวนั่นแหละ

            มิกซ์ตอบเขามา

            ถ้าใช่แล้วจะทำไม

            คิดยังไงเรื่องคำถาม

            หา ทำไมมาถามฉันล่ะ

            เพราะว่าพอจะมีหัวคิดมากกว่าคนอื่นที่อยู่ในนี้น่ะสิ

            แต่เสียงของฟูก็ดังแทรกเข้ามา

            ไม่ต้องไปตอบมันหรอกมิกซ์นายพูดเองนะว่าอย่าไปเสียเวลากับหมอนี่น่ะ

            ถ้าอยากติดอยู่ที่นี่ไปจนตายก็เชิญเลยแล้วก็อย่าลืมซะล่ะว่าตอนนี้เจ้าอิงศรมันอยู่ตัวคนเดียวข้างนอกนั่น

            แฟรนเซียมพูดข่มขู่ เขาอยากจะให้เด็กไร้มารยาทนั่นเลิกสอดการสนทนาเสียทีแล้วก็ดูเหมือนจะได้ผล

            ‘….’

            ช่องสื่อสารเงียบลงในทันที

            ดูเหมือนจะได้ผลมากไปหน่อย

            ผมคิดว่าคำถามนี้อาจจะไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียวก็ได้นะฮะ

            มีเสียงของเด็กดังขึ้นมาในช่องสื่อสาร เป็นเสียงของเด็กเล็กอายุราว 12 ขวบเห็นจะได้ ถึงเสียงจะยังไม่แตกหนุ่มแต่น้ำเสียงก็พอจะทำให้รู้ว่าเป็นเด็กผู้ชาย

            มีเสียงของเด็กสาวดังแทรกขึ้น

            เน็กส์....

            เป็นเสียงแสดงความเป็นห่วง คนที่เหมือนกับค่อยดูแลพวกเด็กๆ ที่อิงศรพามาน่าจะเป็นเด็กสาวที่ชื่อพลอย

            นี่จะไม่เป็นไรเหรอเน็กส์...

            มีอีกเสียงดังขึ้นมาด้วย เป็นเสียงที่ไม่คุ้นหูอีกเช่นกัน เสียงของเด็กผู้หญิง คนที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็มีแค่ นิว เด็กที่อายุพอๆ กับ เน็กส์

            น้ำเสียงของเด็กหญิงแสดงความเป็นห่วงมากกว่าเสียงของพลอย ความสัมพันธ์ที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้นจะเรียกว่าเป็น พี่น้องกัน หรือ คนรักกันแน่ เขาเองก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก ถึงตัวเองจะมีทักษะในการอ่านความคิดจากการฟังน้ำเสียงของคนได้ แต่ความรู้สึกของเด็กนั้นเขาไม่ค่อยจะเข้าใจ อาจจะเพราะมันบริสุทธิ์เกินไป ตื้นเขินเกินไป ก็เลยฟันธงไม่ได้

            แฟรนเซียมถามเน็กส์กลับ

            ถามได้ดีนี่ไหนลองบอกหน่อยสิเน็กส์ว่านายคิดยังไง

            คำถามถามเราว่าการแยกจากคือทางที่จะกอบกู้ทุกสิ่ง ถ้าอ่านตรงๆ มันคงหมายถึงให้เราออกห่างจากสิ่งที่เราอยากจะปกป้อง ผมคิดว่านั่นเป็นคำถามที่เกี่ยวกับหัวข้อการทดสอบของแต่ละคนครับ ของผมกับนิวคือการทดสอบแห่งความรัก ในการทดสอบพวกคุณเครื่องทำสวนบอกมาว่าพวกเขามีหน้าที่คือการทำลาย แต่เป็นการทำลายเพื่อปกป้องนั่นคือความรัก ถ้าคิดรวมกับคำถามแล้วล่ะก็คำถามของผมกับนิวก็จะเป็น...

            แต่แฟรนเซียมพูดขัดคำพูดนั้น

            การแยกจากจะถูกตีความเป็น การทำลายคือหนทางเดียวที่จะปกป้องทุกสิ่งได้สินะ แล้วนายจะเลือกอะไรล่ะ

            มีเสียงตอบกลับมาพร้อมกันสองเสียง

            เน็กกับนิวตอบขึ้นพร้อมๆ กัน

            ไม่ฮะ ไม่ค่ะ

            เน็กส์พูดต่อ

            การทำลายเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การปกป้อง มันต้องมีความรักด้วยถึงจะเป็นการปกป้องที่แท้จริง พวกเรารักและเชื่อมั่นในสายสัมพันธ์ของพวกพ้องฮะ!’

            ตอบได้ดีแล้วนั่นก็สอดคล้องกับที่ฉันคิดด้วย มันน่าจะเป็นคำตอบที่ถูก

            เมษาถามมา

            ถ้างั้นพวกเราก็ต้องกดตอบไม่กันทุกคนเลยงั้นเหรอ

            แต่คำถามโงๆ ของคนหนุ่มอายุ 17 ที่ดูตรงกันข้ามกับคำถามอันชาญฉลาดของเด็กอายุ 12 นั่นก็ถูกมีนาตะคอกสวนไปว่า

            ตะกี้เน็กส์เขาก็พูดไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าคำถามมันแตกต่างกันไปตามการทดสอบของใครของมันน่ะ

            อ้าวเหรอ เอ ของฉันเจ้าโดโรธีมันพูดว่าไงบ้างหว่า

            ถ้านึกไม่ออกจะไม่ได้กลับไปนะ

            อย่าเร่งกันซี่ ขอเวลานึกหน่อยเหอะ

            ช่วงที่เมษากำลังนึกอยู่นี่ แฟรนเซียมก็พูดแทรกเข้าไปในช่องสื่อสาร

            พูดสมมติฐานที่เขาได้จากการวิเคราะห์คำถามซึ่งอาจจะเป็นคำตอบของการทดสอบนี้

            รู้ไหมว่าทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกว่าดินแดนแห่งความตาย ทำไมคำถามถึงถามว่า หากการแยกจากคือหนทางเดียวที่จะกอบกู้ทุกสิ่ง ถ้าคิดตามปกติแล้วมันก็เหมือนถามว่าพร้อมจะตายเพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้นไหมพูดง่ายๆ ก็อยากจะหนีรึเปล่านั่นแหละดังนั้นถ้าเอาการทดสอบของแต่ละคนมาถามในแนวของคำถามนั้น แล้วยังไงคำตอบก็ออกมาเป็น ไม่ เหมือนกันทั้งหมดอยู่ดี

            หลังจากพูดไปแล้วคนอื่นๆ ก็เริ่มพิสูจน์สมมติฐานของเขา

            มีนาพูด

            การทดสอบของฉันคือ โชคเป็นการทดสอบว่าจะยอมแพ้ต่อโชคชะตารึเปล่าถ้าแทนที่ลงในคำถามล่ะก็...หากยอมแพ้ต่อโชคชะตาจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นรึเปล่าสินะ งั้นของฉันก็ตอบไม่ค่ะ

            เมษาพูด

            อ๊ะ ฉันนึกออกแล้วล่ะการทดสอบของฉันคือ การเอาชนะความทะเยอทะยาน เอ้ยไม่ใช่สิ การรักษาสมดุลหรืออะไรนี่แหละต่างหาก งั้นแปลว่าถ้าแทนลงในคำถามก็จะเป็น....

            แต่เมษาก็ทิ้งช่วงอยู่นานจนมีนาต้องตอบแทนให้

            หากการเอาชนะความทะเยอทะยานคือหนทางที่จะรักษาสมดุล มันจะเทียบเคียงได้ประมาณนั้นแหละมั้งถ้าเมษาจำมาไม่ผิดล่ะนะ

            งั้นก็ต้องตอบไม่สินะ

            แล้วฉันจะรู้เหรอว่าเมษาผ่านการทดสอบมาแบบไหนน่ะ

            เออ รู้แล้วน่าเลิกตอกย้ำกันซะทีเหอะ คนต่อไปก็พูดๆ มาเลยจะได้ไม่เกือบผิดแบบฉันด้วย

            ก็ผิดไปเต็มๆ เลยไม่ใช่เหรอไม่ใช่แค่เกือบผิดแล้วล่ะแบบนี้น่ะมันเกือบถูกด้วยซ้ำ

            ว้อยยยยย!!!!’

            เมษาโวยวายลั่นช่องสื่อสาร

            แต่นรินทร์ก็พูดท่ามกลางสถานการณ์อันวุ่นวายนั่น

            ของผมคือการทดสอบความ ยึดติดแต่ที่จริงแล้วคือความ เชื่อมั่นถ้าถามในแนวคำถามที่ว่าแล้วก็จะเป็น หากการปล่อยวางคือหนทางเดียวที่จะเชื่อมั่นได้รึเปล่าสินะ งั้นก็ตอบไม่ เพราะมีความยึดติดอยู่ผมถึงสามารถอยู่ร่วมกับทุกคนได้ ผมเชื่อมั่นในสายสัมพันธ์ของพวกเรา

            กวินทร์พูดบ้าง

            ของผมคือการสะบั้นเพื่อเชื่อมต่อ ก็จะเป็น หากการสะบั้นจะเป็นทางเดียวที่จะเชื่อมต่อทุกสิ่งได้หรือเปล่าอย่างนั้นสินะ จูลลับบิทตาร์สอนผมว่าการรักษาความเชื่อมต่อนั้นบางครั้งก็ต้องตัดส่วนเกินออกไป แต่การสะบั้นนั้นก็ทำให้เกิดความเชื่อมต่อครั้งใหม่ขึ้นด้วย การสะบั้นไม่ได้ทำให้เชื่อมต่อทุกอย่างแต่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อใหม่ๆ และรักษาของเดิมด้วยคำตอบของผมก็คือ ไม่เหมือนกัน

            ฟูพูด

            ของฉันคือ ไหวพริบการทดสอบนั่นผ่านเพราะฉันรู้จักประยุกต์เอาสิ่งแวดล้อมมาใช้ ถ้างั้นคำถามก็จะเป็น....เอ่อเป็นอะไรหว่า

            มิกซ์พูดสนับสนุนความงุนงงของฟูเพราะบททดสอบของตัวเองก็มาในแนวเดียวกัน

            ไม่ใช่แค่ฟูที่คิดไม่ออกหรอกผมก็เหมือนกัน การทดสอบปัญญา ปัญญาอันกว้างขาวจะช่วยแก้ปัญหาให้ทุกอย่างแทนที่ลงคำถามไม่ได้เลยแฮะ เจ้าแกะที่ทดสอบผมก็เอาแต่สัปหงกด้วยสิ

            แต่พลอยก็พูดขึ้นมา

            นี่การทดสอบของฟูกับมิกซ์น่ะตอนสุดท้ายมันมารวมกับฉันด้วยใช่ไหม พวกเราสามคนอาจจะต้องคิดรวมกันก็ได้แบบของเน็กส์กับนิวไง

            ผมก็คิดแบบนั้นฮะ

            เน็กส์พูดเสริมอย่างเห็นด้วยความคิดนั้นของพลอย ซึ่งแฟรนเซียมเองก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน

            พลอยพูดต่อ

            ถ้างั้นคำถามของฟูกับมิกซ์ก็ต้องมควบรวมกับฉันไปด้วยพวกเราลงไปเล่นเกมตอบคำถามกันใช่ไหมล่ะคำว่า กอบกู้ทุกสิ่งก็จะกลายเป็นการแก้ปัญหาถ้างั้นคำถามของพวกเราสามคนก็คือ ชื่อการทดสอบของเราแต่ละคนพียงอย่างเดียวคือหนทางที่จะแก้ปัญหาใช่รึเปล่า

            ฟูกับมิกซ์ตอบมาพร้อมกันในทันที

            มันก็ต้อง...

            ไม่ใช่อยู่แล้วน่ะสิ

            พลอยพูดสรุปคำถามของพวกเธอ

            เพราะว่าพวกเราสามคนร่วมด้วยช่วยกันต่างหากถึงจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

 

            ทีนี้ก็เหลือแค่เขาที่ยังไม่ได้บอกคำถามของตัวเองออกไป

            แฟรนเซียมนึกถึงการทดสอบที่ไปเจอมา

            เขาถูกแจนนูวาร์มมาร์ไล่ล่าเหมือนกับที่เขาเคยไล่ล่าเครื่องทำสวนมาเป็นเครื่องมือ มันเป็นการเอาคืนคนบาปหนาอย่างเขาที่กระทำเรื่องเลวร้ายกับพวกเครื่องทำสวนเอาไว้

            แต่ทั้งอย่างนั้นแล้วเขาก็มายืนอยู่ที่นี่ร่วมกับเหล่าผู้มีคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับจากพวกเครื่องทำสวน ในการทดสอบนั้นแจนนูวาร์มาร์ได้ให้คำถามเขามาแล้ว คำถามที่สอดคล้องกับคำถามในตอนนี้

            หากการตายจะชดใช้ความผิดบาปได้ทั้งหมดจะเลือกทางนั้นหรือไม่สินะ

            ในการทดสอบ ล้างแค้น นั่นสิ่งที่ทำให้ผ่านการทดสอบมาได้คือการแสดง ความรับผิดชอบ

 

            ความรับผิดชอบซึ่งมีแต่ผู้ที่หัวใจเท่านั้นถึงจะมีมันได้ ความรับผิดชอบจะเกิดขึ้นจากหัวใจที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่น

           

            แจนนูวาร์มมาร์กล่าวเอาไว้แบบนั้น

            แล้วตอนนี้เขาก็เข้าอกเข้าใจในตัวพวกพ้องของอิงศรขึ้นมาแล้ว ความพยายามและความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ของเจ้าพวกนี้เป็นของจริง นั่นคือแรงลักดันที่ทำให้ตัวเขาคนก่อนพ่ายแพ้ต่ออิงศรบนลิฟต์ที่มุ่งหน้าไปยังสวนศักดิ์สิทธิ์

            ในการทดสอบนั้นเขาได้ตอบแจนนูวาร์มาร์ไปว่า

            แต่ฉันจะไม่ตาย ไม่อย่างนั้นความรับผิดชอบนี้จะไม่ถูกสานต่อ

            ราวกับว่าการทดสอบเมื่อตอนนั้นปูทางมาสู่เวลาในตอนนี้ ทั้งคำถามที่คล้ายกัน และคำตอบที่คล้ายกัน

            ราวกับย้ำถามถึงความรับผิดชอบที่เขาบอกว่าจะสู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับอิงศรเพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่ก่อเอาไว้ ด้วยการรับผิดชอบต่อพวกพ้องของหมอนั่นด้วย

            ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นสินะเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์

            ถ้างั้นก็ได้คำตอบกันหมดแล้วสินะพร้อมจะก้าวเดินก้าวต่อไปกันรึยังล่ะ

            เสียงขานรับอย่างพร้อมเพรียงเป้นเสียงเดียวกันดังกระหึ่มออกมาจากช่องสื่อสาร

            อืม!’

            จากนั้นแฟรนเซียมก็วางนิ้วลงบนตัวเลือก [ไม่]

            คนอื่นๆ ก็ทำแบบเดียวกัน

 

            ตอนนั้นเอง คำตอบของทั้งสิบเอ็ดคนก็ถูกส่งไปยัง....

 

            .....ซูลวาน

 

            พริบตาที่คำตอบนั้นได้รับการสนอง

            หน้าจอคำถามของทั้งสิบเอ็ดคนก็กลายเป็นไพ่อาคานาร์

            แต่เป็นอาคานาร์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งลักษณะและรูปแบบของไพ่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

            รูปของแต่ละคนปรากฏขึ้นบนหน้าไพ่

            เป็นรูปลักษณ์ในอีกความเป็นไปได้

 

            ARTIFACT HYPEREALIZE !!!

           



***ในตอนนี้ก็ได้เอาส่วนยิบย่อยเกี่ยวกับบอสสัตว์เทวะบางตัวมาพูดถึงเป็นเกร็ดนิดหน่อย อย่าง ฮารัมบาเอล ที่เคยออกมาให้มิ่งขวัญโชว์เทพร่างเอเลี่ยนในตอนแรกๆ นั่นก็มาจากข่าวยิงกอลิร่าเมื่อหลายปีก่อนนั่นเองครับ นี่ถ้ายังมีพาร์ทตีกับสัตว์เทวะอีกว่าจะเอา เสือดำ กับ หมีมาลงด้วยนะเนี่ย โอเมก้า!!

การ์ดของอิงศรทำเสร็จแล้วแต่ไม่ได้แปะไปด้วยเพราะเจ้าตัวยังไม่ตอบคำถามเลยไปรอลุ้นเอาตอนหน้าเน่อ ****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #254 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 276)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 09:21
    ไรต์.......สัตว์เทวะแต่ละตัวของไรต์นี่มันช่าง........
    #254
    3
    • #254-1 R@ji(จากตอนที่ 276)
      21 ตุลาคม 2561 / 11:05
      ช่างน่ารักน่าชัง นี่เอง หมารู้หมาไฮพีเรี่ยนมา โอเมก้า5555
      #254-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(