Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 274 : Extra Log 270: การทดสอบจากอาคานาร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ต.ค. 61

Extra Log 270: การทดสอบจากอาคานาร์

 

            และแล้ว

            เวลาแห่งการทดสอบก็มาถึง

 

            อิงศรกำลังมุ่งหน้าไปยังต้นไม้แห่งชีวิตที่อยู่ห่างออกไปสามเนินหญ้า

            เหลืออีก 35 ชั่วโมง เวลาที่ราหูให้มาจะนับถอยหลังหมด ไม่มีเวลาให้ล้มเหลวอีกแล้วการทดสอบนี้จะต้องผ่านมันไปให้ได้

            แต่ถึงจะบอกว่าต้องผ่านไปให้ได้ก็เถอะคนที่จะตัดสินเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เขาเองอยู่ดี มันขึ้นกับว่า เหล่าพวกพ้องของเขาจะมีความเชื่อใจให้ซักแค่ไหนกันคงจะได้รู้จากการทดสอบนี้

            เมื่อเดินข้ามเนินหญ้าแรก ก็มองเห็นเงาคนจำนวนมากยืนอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิต พอเข้าไปใกล้มากขึ้นจึงเห็นว่าเป็นทุกคนนั่นเอง

            พวกพ้องทั้งสิบเอ็ดคนและออร์ฟี่รวมถึงเหล่าผู้ติดตามของ สิงห์ ธุวดารกะ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทดสอบอย่างข้าวหลามกับวิเชียรมาศ

 

            ทันทีที่อิงศรก้าวเท้าเข้าไปใต้เงาร่มไม้สายตาของทุกคนที่นั่นก็จับจ้องมาที่เขา

            ว่าไงล่ะพวกนายเลือกหัวหน้าคนใหม่ได้รึยัง

            อิงศรถามคำถามเพื่อให้การทดสอบจบลง

            การทดสอบแฝงที่มองออกตั้งแต่แรก จากที่ลองคาดเดาเอาเองเพราะว่าเขายังไม่ได้คุยกับพวกพ้องเลยตั้งแต่เมื่อวาน พวกเครื่องทำสวนจงใจปั่นหัวพวกพ้องว่าเขาจะไม่ผ่านการทดสอบแล้วก็ให้เลือกหัวหน้าคนใหม่มารับการทดสอบซ่อม

            ถ้าลองคิดดูซักนิดก็พอจะเดาได้ว่าเป็นการจงใจ

            ถ้าเขาไม่เป็นที่ยอมรับเพราะเกือบทำให้การทดสอบของทุกคนล้มเหลวจริงล่ะก็แค่ไม่ให้ผ่านซะก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาให้โอกาสแก้ตัวให้เลือกหัวหน้าคนใหม่ด้วยซ้ำ

            ดังนั้นอิงศรจึงคาดเดาว่าการทดสอบของเขาเพิ่งจะเริ่มหลังกลับออกจากต้นไม้แห่งชีวิตนั่นเอง เป็นการทดสอบเกี่ยวกับความเชื่อใจจากพวกพ้อง ถ้าอย่างนั้นหัวข้อของการทดสอบที่ตนได้รับก็คงเป็นเรื่อง การเป็นผู้นำ ล่ะมั้ง

            สายตาของทุกคนคงจะมีแต่ความลังเลฉายออกมา ทีแรกเขาก็คิดอย่างนั้นแต่พอลองมองดูแล้ว สายตาของพวกพ้องที่กำลังจับจ้องมาคือสายตาแห่งความเชื่อมั่นต่างหาก

            ยังจะมาถามอีกอย่างศรน่ะก็น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

            มิ่งขวัญพูด จากนั้นมีนาก็พูดต่อ

            หัวหน้าของพวกเราก็มีแต่คุณอิงศรเท่านั้นล่ะค่ะ

            เมษาพูด

            เพราะงั้นอย่าคิดมากเลยน่าศร

            กวินทร์พูด

            พี่ศรต้องผ่านได้อยู่แล้วครับพวกเราเชื่ออย่างนั้น

            คำพูดเหล่านั้นไม่มีความลังเลเจือปนอยู่เลย

            “…”

            อิงศรเหลือบสายตาไปทางที่นรินทร์ยืน หมอนั่นเป็นคนที่มองการทดสอบออกเลยมาหาเขาเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน พอตอนนี้รู้ตัวว่าถูกสายตาของเขาจ้องอยู่ หมอนั่นก็ส่งยิ้มมา

            พี่ศร

            ฟูเรียก เขาจึงหันไป

            ที่นั่นพวกเด็กกำพร้าทั้งห้าคนยืนรอกันอยู่พร้อมหน้า

            ฟูพูดต่อ

            ถึงไม่ผ่านก็เอาใหม่อีกรอบก็ได้จะผ่านให้เร็วกว่ารอบแรกเลยยังได้นี่ก็เรารู้คำตอบ...

            แต่มิกซ์ก็พูดขัดความเข้าใจผิดของฟู

            แต่ถ้าพลาดรอบนี้พวกเราไม่เหลือเวลาพอแล้วนา

            อึ๋ย

            จู่ๆ ฟูก็หน้าซีดแล้วกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป คงจะเพิ่งนึกเรื่องเวลาขึ้นมาได้

            ในรอบนี้พวกเขาใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงแล้วก็อีก 8 ชั่วโมงถึงจะกลับมารับการทดสอบซ่อม ถ้าต้องทำแบบทดสอบอีกรอบคงไม่มีเวลาให้ทำความคุ้นเคยกับพลังที่ได้มาแน่

            แล้วเวลาที่กำหนดมานั่นอีกฝ่ายก็เป็นคนกำหนดเอาเองไม่รู้ว่ามันเป็นกับดักด้วยหรือเปล่ามีสิทธิ์ที่ฝ่ายนั้นจะแหกสัญญาแล้วบุกมาตอนที่ยังไม่ทันตั้งตัวนี่อยู่เหมือนกัน

            สรุปก็คือต้องผ่านการทดสอบในรอบนี้ให้ได้แค่ตอนนี้ยังไม่โดนบุกมาก็ถือว่าโชคดีมากเกินพอ

            มิกซ์เปลี่ยนเป็นฝ่ายออกมาพูดแทนฟูที่พลาด เด็กหนุ่มลูบเส้นผมสีทองด้วยความประหม่าเล็กน้อย

            พี่ศรผ่านอยู่แล้วผมเชื่อแบบนั้นทุกคนก็ด้วย เนอะ

            พอพูดไปแบบนั้น พลอย เน็กส์ แล้วก็นิว ทั้งสามคนนั้นก็พากันพยักหน้า

            พลอยพูด

            ยังไงคนที่หยุดฟูกับขวัญไม่ให้ทะเลาะกันได้ก็คิดว่ามีแต่พี่อิงศรนั่นแหละ

            ที่สำคัญสำหรับเธอมันคือตรงนั้นเองสินะ

            น..หนูก็คิดเหมือนกับพี่พลอยค่ะ

            นิวพูดสนับสนุนความคิดนั้น สงสัยว่า ผู้นำของพวกเธอนี่คือความหมายเดียวกับพี่เลี้ยงเด็กหรือเปล่านะ

            อิงศรได้แต่ยิ้มเจื่อน ตอนนั้นเอง เน็กส์ก็ก้าวออกมายืนต่อหน้าเขา

            คนที่ผมจะเป็นโอเปอร์เรเตอร์ให้ได้ก็มีแค่พี่ศรเท่านั้นแหละฮะ

            เด็กชายพูดแล้วยื่นกำปั้นมา

            อิงศรรู้สึกทึ่งนิดหน่อย ที่เด็กชายรู้จักการทำความสนิทสนมแบบนี้เป็นด้วย ปกติแล้วเน็กส์ไม่น่าใช่คนประเภทที่จะทำเรื่องแบบนั้น

            เน็กซ์ฉีกยิ้มกว้างแล้วต่อท้ายประโยคด้วยคำพูดทีเล่นทีจริง

            พี่เมษาเขาสอนมาฮะ

            คำพูดนั่นทำให้อิงศรหันเหสายตาไปยังตัวต้นเหตุ เมษากำลังยิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจ ทั้งที่เป็นเวลาแบบนี้แต่ทุกคนก็ยังพากันยิ้มได้ นี่ก็เพราะว่าเขาเป็นหัวหน้าของเจ้าพวกนี้อย่างนั้นเหรอ

            ไม่รู้ทำไมแต่รู้สึกว่าสีหน้าตัวเองก็กำลังจะยิ้มตามเจ้าพวกนี้ไปด้วย

            คงไม่ต้องให้ฉันพูดปลอบใจด้วยหรอกใช่ไหม

            แฟรนเซียมพูด หมอนั่นกับข้าวหลาม และ วิเชียรมาศ ยืนเว้นระยะห่างจากกลุ่มไปพอสมควร คงไม่อยากทำตัวกลมกลืนล่ะมั้ง

            ที่ว่าพูดปลอบใจนั่นคงจะหมายถึงที่เจ้าพวกนี้กำลังให้กำลังใจเขาและบอกให้เป็นหัวหน้าต่อไปนี่ล่ะมั้ง สำหรับแฟรนเซียมคนนั้นแล้วนี่ก็คงเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาหมอนั่น

            ถ้านายอยากพูดทางนี้ก็จะฟังนะ

            อิงศรตอบคำพูดก่อนหน้าด้วยสีหน้าคาดหวัง แต่เป็นเชิญหยอกล้ออีกฝ่าย

            อย่าดีกว่าน่าศร เดี๋ยวก็ได้หัวหดกันพอดีคิดว่าคำพูดปลอบใจของสิงห์มันจะน่าฟังนักเรอะ

            ข้าวหลามกลับออกตัวพูดแทนแต่ดูเหมือนจะจงใจยุแหย่แฟรนเซียมอยู่เหมือนกัน

            อิงศรรู้สึกว่าตัวเองจะเข้าใจความคิดของข้าวหลาม เพราะพวกเขาต่างก็เคยเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดติดตัว สิงห์ ธุวดารกะ มาก่อนและแน่นอนว่า สิงห์ ไม่เคยทำอะไรปวกเปียกอย่างการปลอบขวัญกำลังใจให้เห็นเลยซักครั้งเดียว

            แต่ทว่า...

            งั้นก็เป็นหัวหน้าต่อไปแล้วชี้นำเจ้าพวกนี้ไปยังชัยชนะให้ฉันดูหน่อยก็แล้วกัน

            หา?!” “เฮ้ย!!

            ทั้งอิงศร ทั้งข้าวหลามต่างก็พากันร้องเสียงหลง กระทั่งมีนา กับ เมษาก็พากันทำสีหน้าตกใจ

            แฟรนเซียมยังคงดำเนินคำพูดอันน่าทึ่งนั่นต่อไป

            คงทำได้สินะเพราะนายเคยเอาชนะฉันคนนี้มาแล้วนี่

            เลิกพูดแค่นั้นแหละ เดี๋ยวเจ้าพวกนี้ก็พากันหัวใจวายตายก่อนพอดี

            รูบิเดียมแทรกเข้ามา ซึ่งถ้าหล่อนไม่หยุดเอาไว้ อาจจะมีคนที่ช็อกตายขึ้นมาจริงๆ ก็ได้

            ถ้างั้นก็มาเริ่มกันเลยไหม

            ออร์ฟี่พูด คงเพราะเห็นว่าพวกเขาได้คำตอบที่ชัดเจนเรื่องผู้นำที่จะส่งไปรับการทดสอบแล้วจึงได้ถามออกมา

            อิงศรพยักหน้า

            อืม ไปทำให้มันเสร็จๆ กันไปเลยเหอะ

 

            ทว่า

            “….”

            ตอนนั้นเองก็ มีอะไรบางอย่างพุ่งออกมาจากตัวของ ฟู มิกซ์ พลอย และนิว รวมถึงตัวอิงศรเองด้วย

            อะไรบางอย่างนั่นลอยขึ้นไปด้านบนและเปล่งประกายไปด้วยแสงสว่าง

            พวกเขาที่มองตามขึ้นไปพากันตาค้างกับสิ่งที่เห็น

            อาคานาร์

            อิงศรพูด สิ่งที่ออกมาจากตัวพวกเขาก็คือ ไพ่อาคานาร์ นั่นเอง

            พลังที่ราหูยัดเยียดให้เขากับแฟรนเซียมเพื่อให้ดำเนินทำแผนการของมัน ทำไมจู่ๆ ถึงมาทำงานเอาตอนนี้กันล่ะ?

            ไพ่ที่ออกไปจากตัวเขาคือ เดอะ เมจิกเชี่ยน ในลักษณะ กลับหัวที่ได้จากการกำจัด โลกิ หนึ่งในปีศาจที่ราหูส่งมาลอบสังหารซีลอร์ดหรืออร์ฟี่ในตอนนั้น

            แล้วอีกสี่ใบที่เหลือมีหน้าไพ่ลักษณะหัน หัวตั้งทั้งหมดก็คือ

            หน้าไพ่รูปนักบวชหญิงกำลังนั่งภาวนา เดอะ พรีสเทรส (The Priestess) ที่ออกมาจากตัวของพลอย

            หน้าไพ่รูปเงาคล้ายตัวหมากราชินีในเกมหมากรุก น่าจะเป็น เดอะ เอ็มเพรส (The Empress) ออกมาจากตัวของนิว

            หน้าไพ่รูปสังฆราชบนบัลลังก์ เดอะ ไฮโรเฟนท์ (The Hierophant) ออกมาจากตัวของมิกซ์

            และสุดท้าย หน้าไพ่รูปฤาษีถือตะเกียง เดอะ เฮอร์มิท (The Hermit) ออกมาจากฟู

 

            อาคานาร์ทั้งสี่หมุนวนอยู่กลางอากาศ ในขณะที่อาคานาร์ เดอะ เมจิกเชียนกลับลอยลงมาอยู่ระหว่างเขากับเน็กซ์ที่ยืนหันห้าเข้าหากัน

            ทันใดนั้นร่างกายของเน็กซ์ก็เปล่งแสงสว่างอ่อนๆ

            มะ มันเกิดอะไรขึ้นกันฮะเนี่ย

            เด็กชายท่าทางตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแสดงออกมาให้เห็น แสงสว่างที่เปล่งจากร่างของเน็กซ์ไหลไปหาไพ่อาคานาร์ เมื่อแสงออกจากตัวเน็กส์หมดแล้ว หน้าไพ่ของ เดอะ เมจิกเชี่ยน ก็พลิก หันหัวตั้งภาพที่เคยเป็นสีขาวดำเริ่มมีสีสันปรากฏขึ้นมา

 

            เรื่องน่าตกใจยังไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น...

            อะ..

            จู่ๆ อาคานาร์จำนวนมากก็พุ่งออกจากร่างของอิงศรอย่างกับผึ้งแตกรัง

            อาคานาร์มากมายที่รวบรวมไว้ได้พุ่งออกมาจนหมดในครั้งเดียว รวมถึงอาคานาร์แงโชคชะตาของมิ่งขวัญ กับ กวินทร์ก็ด้วย

            นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย

            มิ่งขวัญสบถขณะพยายามไล่จับอาคานาร์ เดอะ ฟอจูน ของตัวเองคืนแต่มันก็หนีพ้นมือไปได้

            ของผมก็ด้วย

            กวินทร์ก็พลาดในการเอาอาคานาร์คืนเช่นกัน

 

            เกิดอะไรขึ้น อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกันแน่?

            อิงศรพยายามเค้นสมองทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้า

            อาคานาร์ เดอะ เมจิกเชียน ที่รับแสงจากเน็กซ์ไปแล้วหันหัวตั้งขึ้นนั้นบางทีอาจจะเป็นเพราะมันได้ผูกตัวเป็นพันธะสัญญาระหว่างสายสัมพันธ์ของเขากับ เน็กส์ ก็เป็นได้ถ้าลองตั้งสมมติฐานแบบนั้นกับอีกสี่ใบที่เพิ่งปรากฏออกมาใหม่ เป็นไปได้ว่าเขาเพิ่งจะผูกสายสัมพันธ์กับพวกเด็กกำพร้าทุกคนนั่นเอง

            แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอาคานาร์ใบอื่นๆ ถึงออกมาด้วยอยู่ดี

            ตอนนั้นเอง ไพ่ เดอะ แชริออท ซึ่งเป็นอาคานาร์แห่งโชคชะตาของอิงศรก็กลายเป็นเมอร์คาบาร์

            เมอร์คาบาห์ร่อนลงมายืนต่อหน้าเขา....

            กุญแจสำหรับเปิดประตูสู่การทดสอบสุดท้ายครบแล้ว

            แล้วพูดออกมา

            เมอร์คาบาห์...นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ

 

            ไม่ต้องตกใจไป

            มีเสียงดังลงมาจากด้านบน อิงศรมองขึ้นไป

            พวกเครื่องทำสวนในร่างจำแลงมนุษย์โผลหัวออกมากันครบทั้งสิบสองคนและลอยอยู่เหมือนกับเมื่อวาน

            ดีเซมแมร์ ชายผู้ที่จะทดสอบอิงศรและอยู่เบื้องหน้าเหล่าเครื่องทำสวนเริ่มพูด

            ยินดีด้วยเจ้าผ่านการทดสอบแล้วอิงศร

            หมายความว่ายังไง

            การทดสอบของเจ้าคือ การทดสอบผู้นำซึ่งมันได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีที่เจ้ากับพวกพ้องเข้ามารับการทดสอบแล้ว การทดสอบนี้ข้าผู้เล็มกินวัชพืชแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์อยากจะดูความเป็นผู้นำของเจ้า ถึงอย่างนั้นก็ตาม ความจริงแล้วคนที่ต้องทำบททดสอบน่ะคือพวกพ้องที่เชื่อมั่นในตัวเจ้าต่างหาก การทดสอบนี้มีเพื่อดูว่าพวกพ้องของเจ้าเชื่อมั่นในตัวผู้นำของเขาเพียงใดและในทางกลับกันผู้นำของพวกเขาก็ต้องเชื่อมั่นในพวกพ้องและยอมรับการตัดสินใจของพวกเขาด้วย การที่จะก้าวเดินต่อไปได้นั้นจำเป็นต้องมีผู้ที่ชี้นำทางและผู้ที่ติดตามไปคอยดึงและผลักดันซึ่งกันและกันจึงจะก้าวต่อไปได้ เมื่อเจ้ากลับมารับการทดสอบนี้อีกครั้งโดยที่ไม่หนีไปเพราะความรู้สึกผิดและความไม่เชื่อมั่นในพวกพ้องก็ถือว่าเจ้าผ่านการทดสอบ

 

            ดูเหมือนจะเข้าใจคำถามเขาผิดไป อิงศรไม่ได้ต้องการให้เฉลยในสิ่งที่คาดเดาได้ถูกไปแล้ว

            การทดสอบของดีเซมแมร์ตรงตามที่เดาเอาไว้ก็จริงแต่สิ่งที่เขาอยากจะรู้ก็คือ...

            ที่ฉันถามน่ะหมายถึงอาคานาร์พวกนี้ต่างหาก ที่มันออกมากันหมดนี่เกี่ยวกับพวกนายใช่ไหม

            เรื่องนั้นให้ราชรถของซูลวานเป็นผู้อธิบายเอาน่าจะเร็วกว่า

            ราชรถของซูลวาน พวกเครื่องทำสวนเรียกเมอร์คาบาห์ของเขาว่าอย่างนั้น นี่จะมีความหมายต่ออะไรหรือเปล่า?

            อิงศรรู้สึกสับสนไปหมด ในตอนนี้ได้แต่รอให้ เมอร์คาบาห์ที่น่าจะเกี่ยวช้องโดยตรงบอกเหตุผลมา

            เมอร์คาบาห์

            อิงศรจ้องไปที่เมอร์คาบาห์ ปีศาจที่มีใบหน้าเหมือนกับตัวเอง

            เมอร์คาบาห์พูด

            ก่อนหน้านี้ฉันถูกเจือปนด้วยจิตของสิ่งที่พวกเธอเรียกกันว่าอดัมแต่ก่อนหน้านั้นกายนี้คือผู้แทนของซูลวาน (Zurvan)”

            ซูลวานงั้นเหรอ

            จู่ๆ ออร์ฟี่ก็หลุดปากออกมา

            นายรู้อะไรงั้นเหรอ

            ออร์ฟี่พูด

            เรื่องนี้ผมได้ยินมาจากแอดมินิสเทรเตอร์คนก่อนมาอีกที

            หมายถึงโซลาริส กับ ลูนาริส สินะ

            ซูลวาน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอีกชื่อของอาคาชิกเรคคอร์ด ว่ากันว่ามันเป็นหัวใจของทะเลแห่งข้อมูลข้างบนหัวเรานั่นไงล่ะ

            ถ้าอย่างนั้นซูลวานก็คือตัวตนของทะเลบนท้องฟ้าในสวนศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นสินะ

            เมอร์คาบาห์พูด

            ในอดีตกาลที่ความมืดกับแสงสว่างเข้าปะทะกัน...

               เนื้อหานั่นฟังดูแล้วเหมือนจะกล่าวถึงตำนานเทวาสุรสงครามที่ออร์ฟี่เคยเล่าให้ฟัง

            เรื่องราวนั้นกล่าวเอาไว้แบบนี้

 

            .... เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว

            แสงสว่างกับความมืดได้เข้าปะทะกัน

            ต่างฝ่ายต่างสร้างอาวุธขึ้นมาแสงสว่างสร้างเทวะและความมืดสร้างอสุรา

            หลังจากต่อสู้กันมาอย่างยาวนานแสงสว่างก็ไล่ต้อนความมืด

            ความมืดที่จนมุมก็ได้สร้างอาวุธสุดท้ายขึ้นมา อาวุธซึ่งรวมเอาเทวะและอสุราเข้าด้วยกัน

            มังกรได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากตรงนั้น

            สัตว์ร้ายซึ่งมีพลังของเทวะและอสุรา อสูรมังกรเทวะแห่งจุดจบ

            เพื่อจะจัดการกับความมืดอย่างเด็ดขาดผู้นำฝ่ายเทวะทั้งสิบสองจึงเปลี่ยนตัวเองเป็น เทวภัณฑ์

            เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์จึงถือกำเนิดขึ้น

            มังกรถูกปราบลง อสุราถูกขับไล่ ความมืดจึงปราชัยและหลับใหลไปตลอดกาล

            แต่ซากของมังกรกลับกลายเป็นเมล็ดพันธุ์หลงเหลืออยู่ในสวน

            เมล็ดพันธุ์นั้นได้รับการดูแลเพื่อมิให้ความมืดหวนคืนกลับมา

            เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดจึงถูกสร้างขึ้น เพื่อดูแลเมล็ดพันธุ์ให้งอกเงยอย่างถูกต้องตามครรลอง

            เมล็ดพันธุ์นั้นได้รับชื่อเรียกว่า มนุษย์

            เรื่องราวหลังจากนั้นคือสรุปผลที่ว่ารากเหง้าของเมล็ดพันธุ์นั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงท้ายที่สุดแล้วมนุษย์ก็เป็นได้เพียงวัชพืชจึงถูกโยนลงไปจากสวนอันศักดิ์สิทธิ์

            สู่ดินแดนที่ความมืดได้ตกลงไป

            สู่แผ่นดินอันน่ารังเกียจ

            .....

 

            ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องนี้พวกเขาตีความมันไว้ว่าเป็นเรื่องราวระหว่างแอดมินิสเทรเตอร์กับศัตรูไม่ทราบนามที่ถูกเรียกว่าความมืด แต่ในเวลาต่อมาเมื่อรับรู้ถึงการมีอยู่ของราหูก็ได้สมมติฐานว่า ฝ่ายความมืดในเรื่องเล่านั้นคือ เทิร์นบริงเกอร์ นั่นเอง

            เมอร์คาบาห์พูดต่อ

            การปะทะกันของสองขั้วที่แตกต่างทำให้ดินแดนแห่งนี้ลุกไหม้ด้วยเพลิงทมิฬ

             เพลิงทมิฬคำพูดนี้ทำให้นึกถึงมโนภาพหนึ่งขึ้นมา

            มโนภาพที่ได้เห็นที่วิหารในแชงกรีล่าซึ่งเมอร์คาบาห์แสดงนิมิตให้ประจักษ์แก่ ให้ เขา มิ่งขวัญ กวินทร์ และรูบิเดียม

            ภาพที่สวนศักดิ์สิทธิ์ลุกไหม้ด้วยเพลิงไฟสีดำทมิฬและกังหันแห่งผู้รุกรานกลืนกินดวงตะวันเหมือนดั่งราหู

            นอกจากนิมิตนั่นแล้วก็ยังมีภาพสลักหินที่วิหารนั่น ซึ่งกล่าวถึงการต่อสู้ระหว่างเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์กับมังกร บางทีอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

 

            การปะทะในครั้งนั้นทำให้ซูลวานเกิดความเสียหายครั้งใหญ่จนไม่สามารถคงสภาพเดิมเอาไว้ได้และแตกแยกออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน

            พูดจบเมอร์คาบาห์ก็ชี้ไปที่ต้นไม้แห่งชีวิตที่อยู่ด้านหลัง

            ต้นไม้ต้นนี้แล้วก็อีกต้นที่อยู่ฟากตรงกันข้ามคือหนึ่งในนั้น          

            นั่นหมายความว่าทั้งต้นไม้แห่งชีวิตและต้นไม้ต้องห้าม ก็คือส่วนหนึ่งของซูลวานที่แยกออกมาสินะ

            อิงศรพูด

            งั้นที่พวกเรานึกถึงเรื่องในอดีตไม่ได้เหมือนกับว่ามันไม่เคยมีอยู่รวมถึงการที่อาคาชิกเรคคอร์ดไม่มีบันทึกข้อมูลในช่วงเวลาหลังจากนี้ก็มีสาเหตุมาจากการชำรุดในครั้งนั้นเรอะ

            ใช่แล้วล่ะ

            เมอร์คาบาห์ตอบ

            เพราะความเสียหายคราวนั้นทำให้บันทึกกระจัดกระจายเกิดเป็นโลกแห่งความเป็นไปได้มากมายซ้อนทับกันไปมา แต่ซักวันหนึ่งมันก็จะกลับมารวมกันอีกครั้งอยู่ดี นั่นคือเหตุผลที่อาคานาร์ถูกรวบรวมมายังที่นี่เพื่อการฟื้นคืนสภาพ

            เดี๋ยวสิ ถ้าพูดแบบนั้นมันก็เหมือนกับที่ราหูพูดเลยไม่ใช่รึไงน่ะพวกเราถูกกำหนดให้เล่นตาม บท อะไรซักอย่าง ไอ้นั่นคือแผนการคืนชีพของซูลวานหรอกเหรอ ถ้างั้นเป้าหมายของราหูก็คือซูลวานหรือว่าเป็นพวกเดียวกันล่ะ

            ราหูลาริสน่ะเหรอ

            อืม

            เจ้านั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ซูลวานแยกออกไป แต่ความพยายามของมันศูนย์เปล่าอย่างไรเสียซูลวานก็จะกลับคืนมาอยู่ดี

            เมื่อพูดจบเมอร์คาบาห์ก็ชูแขนขึ้น

            นั่นเป็นคำสั่งให้อาคานาร์ที่ล่องลอยอยู่รอบๆ ลอยขึ้นไปรวมกัน แล้วทีนี้...

            อาคานาร์ทั้ง 12 ใบที่อิงศรรวบรวมมาหนึ่งในนั้นมีใบที่เพิ่งจะทำงานได้ จากการผูกสายสัมพันธ์กับเน็กส์

            และ 3 ใบใหม่ที่เพิ่งจะได้จาก ฟู มิกซ์ และ พลอย

            ...กับอีก 3 ใบ

            เดอะ ฟูล ของออร์ฟี่

            เดอะ วีลออฟฟอร์จูนของมิ่งขวัญ

            เดอะ จัสติส ของกวินทร์....

            แล้วเมื่อรวมกับ เดอะ แชริออท ที่เมอร์คาบาห์ เพิ่งจะส่งขึ้นไปรวมกับใบอื่นๆ

            อาคานาร์ทั้ง 19 ใบ ก็หมุนวนอยู่ข้างบนนั่น

            ในตอนนั้นเอง เหล่าเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มเคลื่อนไหว แต่ละคนร่อนลงมาหาผู้ที่รับการทดสอบของตน เหล่าพวกพ้องของอิงศร

            แต่ดีเซมแมร์ที่ทดสอบเขากลับร่อนลงมาตรงหน้าออร์ฟี่

            ทีนี้ก็จะเริ่มการทดสอบสุดท้ายล่ะนะ

            อิงศรพูด

            หมายความว่ายังไง การทดสอบของพวกเราผ่านหมดแล้วไม่ใช่เรอะ

            มันก็จริงอยู่ว่าเหล่าผู้พิทักษ์อย่างพวกเจ้านั้นเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติแล้วแต่ว่า

พวกเราอยากจะทดสอบแอดมินิสเทรเตอร์ด้วยว่าจะเหมาะสมกับเหล่าผู้พิทักษ์ชุดใหม่นี้หรือไม่

            วินาทีถัดมาก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น

            เหวอ!”

            จะทำอะไรน่ะ

            ช่วยด้วย!”

            จะ...จะจมแล้ว

            เสียงนั่นมาจากเหล่าพวกพ้องของเขา อิงศรหันกลับไป ทุกคนที่พวกเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์เข้าไปหาตอนนี้กำลังจมลงไปในห้วงอันมืดมิดคล้ายกับหลุมสีดำที่ปรากฏอยู่ใต้เท้าของทุกคน โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมแต่เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์เครื่องอื่นนอกจากดีเซมแมร์นั้นหายตัวไปกันหมด

            ทุกคน มันเกิดอะไรขึ้นกันน่ะ

            อิงศรถามแล้วเตรียมจะก้าวเท้าออกไปช่วยใครซักคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ดีเซมแมร์ก็กล่าวขัดเขาเอาไว้

            อย่าเข้าไปยุ่งล่ะนี่ยังอยู่ในการทดสอบ

            ทดสอบอะไรกันน่ะ พวกนายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

            แต่เมื่ออิงศรหันกลับไปจะเค้นถามกับดีเซมแมร์ เจ้าตัวก็ดันสลายไปซะก่อน หลังจากที่ดีเซมแมร์หายไปรอบตัวออร์ฟี่ก็มีกำแพงใสผุดขึ้นมาจากพื้นดิน กำแพงมีลักษณะเว้าโค้งเข้าหากัน และทันทีที่มันผุดขึ้นมาจนหมดก็กลายเป็นคุกทรงกลมใสที่ขังออร์ฟี่ไว้ข้างใน

            งั้นเองเรอะ มันเป็นแบบนี้นี่เอง

            ที่พวกเครื่องทำสวนเครื่องอื่นหายไปคงเพราะกลายเป็นห้วงมืดที่กำลังกลืนพวกพ้องของเขาไปสินะ

            อิงศรมองผ่านกำแพงใสนั่นเห็น ออร์ฟี่พยายามทุบกำแพง แต่ดูเหมือนจะมีความแข็งแรงเป็นพิเศษจนแม้แต่เสียงทุบยังไม่เล็ดลอดออกมา

            ไม่ต้องตกใจไปหรอก นี่เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว

            เมอร์คาบาห์พูดแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้

            ขณะเดียวกันพวกพ้องคนอื่นๆ ก็จมหายลงไปในห้วงอันมืดมิดเหลือแต่ ข้าวหลามกับวิเชียรมาศที่ยังทุบกับขุดพื้นดินบริเวณที่แฟรนเซียมจมหายไป

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

            สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นถูกบอกว่าเป็นการทดสอบ

            แล้วการทดสอบนี่จะดำเนินไปแบบไหนกัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเขาตามไม่ทัน

            “…”

            เหลือแค่คนเดียวที่จะตอบความสงสัยนี้ได้

            อิงศรหันไปสบถคำถามใส่เมอร์คาบาห์ด้วยความสับสนปนกลั้วไปกับความโกรธ

            นี่มันยังไงกันแน่เมอร์คาบาห์ นายเป็นใครกันแน่ นายไม่ใช่อาคานาร์แห่งโชคชะตาของฉันอย่างนั้นเรอะ

            แต่เมอร์คาบาห์กลับชี้มาที่เขา

            “….”

            เธอกำลังถามตัวเองอยู่เหมือนกันนั่นล่ะ อิงศรก่อนที่จะเป็นอิงศรล่ะ ก่อนหน้านั้นคือสิ่งใด

            ก่อนที่จะมาเป็นอิงศร เขาเป็นตัวอะไร เมอร์คาบาห์กำลังถามมาอย่างนั้น

            แต่เขาจะไปรู้ได้ยังไงกันเรื่องแบบนั้นน่ะ

            ไม่สิ เมอร์คาบาห์บอกมาก่อนแล้วว่าก่อนที่จะมีวิญญาณของอดัมมาสถิตอยู่นั้นเคยเป็นตัวแทนของซูลวานอะไรนั่น หรือว่านี่เป็นคำใบ้งั้นเหรอ

            แล้วคุณค่าใดกันที่ราหูลาริสเลือกเธอให้เป็นตัวหมากสำคัญจนถึงกับมอบอาคานาร์ให้กันล่ะ

            เมอร์คาบาห์พูด บอกให้เขาคิดว่าทำไมราหูถึงเลือกเขาให้เป็นหมากเดินเกมของมัน

            เมอร์คาบาห์บอกว่าราหูทำให้ซูลวานแยกออกจากกัน ถ้าลองคิดจากความเป็นไปได้นั้น ลองเชื่อมโยงมันเข้าด้วยกันก็จะได้เหตุผลหนึ่งซึ่งรองรับความเป็นไปได้ทั้งสองแบบ

            ทั้งแบบที่ซูลวานคือเป้าหมายที่ราหูต้องการจะทำอะไรซักอย่างกับมัน หรือ ซูลวานกับราหูเป็นพวกเดียวกัน

            ซึ่งนั้นก็คือ

            อย่าบอกนะว่าฉันก็...

 

            ในตอนนั้นเอง ต้นไม้แห่งชีวิตก็เปล่งประกายไปด้วยแสงสว่าง

            แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือน

            สั่นสะเทือน

            สั่นสะเทือน

            แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนอิงศรไม่อาจทรงตัวอยู่บนพื้นได้และล้มก้นคะมำ

 

            จากนั้นต้นไม้แห่งชีวิตก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า

            อิงศรมองตามมันไป ขณะเดียวกันที่ฟากตรงกันข้ามกับที่ต้นไม้แห่งชีวิตตั้งอยู่หรือก็คือต้นไม้ต้องห้ามนั้นก็มีแสงแบบเดียวกันพุ่งทะยานขึ้นมา บางทีคงเป็นตัวต้นไม้ต้องห้ามเอง

            เมอร์คาบาห์ดำเนินคำพูดต่อจากก่อนหน้านี้

            เศษเสี้ยวหนึ่งของซูลวานที่กระจัดกระจายกันออกไปไม่ได้มีแค่ต้นไม้ทั้งสองนี่เท่านั้น

            ระหว่างที่พูดอาคานาร์ทั้งหมดก็พุ่งลงมาที่ตัวเมอร์คาบาห์ อาคานาร์ซึมเข้าไปในร่างนั้นทีละใบๆ จนกระทั้งครบทั้ง 19 ใบ

            “….”

            ที่ฉันยังสามารถคงตัวตนเอาไว้ได้ เพราะมีเธอที่เป็นซูลวานอยู่ยังไงล่ะ

            ได้ฟังดังนั้นอิงศรก็เข้าใจขึ้นมา

 

            ...เข้าใจว่าคำพูดที่บอกว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรนั้นมันเป็นอย่างไร

            แม้แต่พลังของตัวเอง

            แม้แต่อดีตของตัวเองก็ยังพลิกมาเป็นศัตรูได้

            นี่ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งที่เดินไปบนฝ่ามือของโชคชะตา...

 

            จะเกิดอะไรขึ้นกับทุกคนที่หายไป

            อิงศรถาม

            อย่างที่บอกไปแล้วนี่ก็เป็นการทดสอบเช่นกันเป็นการทดสอบแห่งชีวิต ทั้งสิบเอ็ดคนนั้นถูกส่งไปยังมิติแห่งความตายแล้ว

            ได้ยินดังนั้นอิงศรก็เรียกคันธนูออกมาจากช่องของเก็บของ อีกมือย้ายไปวางอยู่บนด้ามดาบที่เอว

            การทดสอบนี่ต้องทำอะไรบ้าง

            เขาถามเมอร์คาบาห์อีก แต่ที่จริงก็รู้คำตอบอยู่แล้ว รู้ตั้งแต่วินาทีที่โดนบอกว่าตัวเองคือส่วนหนึ่งของ ซูลวาน ที่เมอร์คาบาห์คิดจะคืนชีพให้

            ถ้าหากซูลวานในตอนนี้แยกกันออกไปแล้วล่ะก็วิธีที่จะทำให้มันกลับไปเป็นอย่างเดิมก็คือรวมเอาทุกอย่างกลับไปให้เหมือนเดิมนั่นเอง

 

            ขณะเดียวกันแสงสว่างที่มาจากต้นไม้แห่งชีวิตและต้นไม้ต้องห้ามก็เข้าปะทะกันบนท้องฟ้า แสงสว่างทั้งรวมกันเป็นหนึ่งเดียวห่างไปจากทะเลแห่งท้องไม่มากนัก

            แสงสว่างคงรูปเป็นก้อนกลมใหญ่ยักษ์ราวกับดวงตะวัน

            ครู่ต่อมา บนดวงตะวันที่เกิดขึ้นใหม่บนสวนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็ปรากฏเงาดำทะมึน เงานั้นหมุนวนจนมีรูปร่างเป็นเหมือนกังหัน

            เหมือนกับสัญลักษณ์สวัสติกะ สัญลักษณ์แห่ง ผู้รุกราน

 

            อิงศรที่แหงนหน้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่รับรู้ได้ว่ามันคล้ายกันมาก

            คล้ายกับนิมิตภาพที่เมอร์คาบาห์เคยแสดงให้เห็นตอนอยู่ที่แชงกรีล่า

            ไอ้ที่ทำให้ฉันเห็นตอนนั้นคือที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้สินะ

            เมอร์คาบาห์พยักหน้า

            นี่คือพิธีกรรมเพื่อให้ซูลวานคืนชีพ

            แล้วยกแขนที่มีใบดาบขึ้นมาตั้งท่าเหมือนจะต่อสู้

            ดังนั้นจงกลับไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้แล้วเจ้าเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่

            ได้ยินดังนั้นอิงศรก็ปรายยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่แห้งผากเพราะรุ้สึกขบขันกับตลกร้ายเช่นนี้

            เฮอะ งั้นบททดสอบก็คือให้เอาชนะนายสินะถ้าแพ้ก็ต้องกลายเป็นซูลวานถูกไหม

            คำตอบของเมอร์คาบาห์กลายเป็นคมดาบที่พุ่งเข้าใส่คอของตน

            อิงศรชักดาบออกในวินาทีนั้น

            เสียงโลหะแหลมสูงดังก้องกังวาน คมดาบของตัวเองกับตัวเองเข้าปะทะเสียดสีกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #251 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 274)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:35

    พีคไปอี๊กกกกกกกกกก(หักจนหน้ารีดเดอร์เละแล้วเนี่ย!!!)
    #251
    1
    • #251-1 R@ji(จากตอนที่ 274)
      15 ตุลาคม 2561 / 01:54
      นี่ก้คือวิชา เนตรกระจกเงาหมื่นโค้งหักศอก นั่นเองโอเมก้าาา!!!

      แต่ถ้าลองย้อนไปแล้วเมอร์คาบาห์ออกลายมาตั้งแต่ตอนอยู่แชงกรีล่าแล้วจริงๆ แค่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้เรื่องราหูเลยนั่นเอง ไรท์ก็เพิ่งรู้ตัวตอนเปิดสมุดจดพล็อตถึงหน้านี้เช่นกัน
      ความรู้สึกตอนนั้นคือแบบ เอ้ย นี่เราเขียนไว้แบบนี้เรอะ 5555+ ตอนต่อไปก็วันพุธถัดไปเช่นเคย เพิ่งทำรูปพวกอิงศรเสร็จ จะได้เปิดตัว เหล่าผู้พิทักษ์วองโกเล่ เอ้ย!! ผู้พิทักษ์สวนศักดิ์สิทธิ์ กันเสียที
      #251-1