Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 272 : Extra Log 268: The Hidden Test

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ต.ค. 61

Extra Log 268: The Hidden Test

 

            บรรยากาศภายในสตูดิโอถ่ายทำกำลังจะทะลุจุดเดือด

            ประโยคแบบนั้นคงจะเคยได้ยินกันจากรายการวาไรตี้โชว์ทั่วๆไป ซึ่งรวมถึงตอนนี้ที่กำลังอยู่ในวาไรตี้เกมที่ตึงเครียดที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยก็ว่าได้

            พลอยปาดเหงื่อที่ใต้คางออกขณะกดกริ่งตอบคำถามบนแท่นที่ตัวเองยืน

            “ขอตอบค่ะ”

            ที่ฝั่งตรงกันข้ามนั้นมีแท่นยาวสำหรับพิธีกรรายการสามท่านด้วยกันนั่งประจำที่อยู่ เป็นชายชาวไร่สวมหมวกงอบหนึ่งคน สตรีงามมือเป็นพังผืดและเขี้ยวยาวโง้งอีกหนึ่งคน และเด็กสาวผู้มีเขาแกะในชุดนอนฟุบหน้าหลับคาแท่นตั้งแต่เริ่มรายการ

            ทั้งสามล้วนแต่เป็นเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์จากการทดสอบของเธอรวมกับการทดสอบจากฟูกับมิกซ์

            เครื่องทำสวนชายชาวไร่หรือ โนเวมโบอาร์กล่าว

            “เชิญตอบครับ”

            พลอยกลืนน้ำลายดัง เอือก เพื่อจะลบความประหม่าออกไปโดยมีเสียงเจื้อยแจ้วชวนหงุดหงิดของฟูดังอยู่ข้างๆ

            “พลอยไหวแน่นะถ้าผิดนี่จบเลยนะเฮ้ย”

            “ฟู นายก็ไม่ได้ช่วยคิดเลยไม่ใช่รึไงอย่าไปกดดันพลอยเขาดิ”

            เสียงของมิกซ์เองก็น่ารำคาญไม่แพ้กัน

            “ไม่ได้กดซักหน่อยก็ถ้ามันพลาดขึ้นมาพวกเราได้จบเห่กันหมดแหงเลยไม่ใช่เรอะ”

            “แต่ถ้าไม่ตอบก็จบเหมือนกันนั่นแหละน่า”

            ไม่รู้ทำไมเสียงของพวกผู้ชายที่ตัวติดกับเธอมาตั้งแต่จำความได้ถึงทำให้รู้สึกรำคาญเอาในเวลานี้ได้ถึงเพียงนี้กันนะ ที่สำคัญสองคนนี้อายุมากกว่าปีหนึ่งด้วยซ้ำควรจะเรียกว่าพี่ชายก็ได้แต่เพราะทั้งคู่ทำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อยที่ผ่านมาเธอก็เลยต้องเป็นคนที่เจรจากับคนอื่นแทนสองคนนี้

            เสียงเจื้อยแจ้วของทั้งคู่ยังคงไม่หยุดเถียงกัน

            …จนเธอตั้งสมาธิกับการตอบคำถามไม่ได้และเริ่มจะหมดความอดทน

            “หนวกหู!!”

            พลอยตะโกนแทรกกลางการสนทนาของทั้งสองที่พูดข้ามหัวเธอไปมาตั้งแต่ต้น

            ซึ่งมันได้ผล เสียงน่ารำคาญเงียบลงไปแล้ว แม้ว่าจะทำให้เหล่าพี่ชายงี่เง่าของเธอพากันมองเธอหัวหดก็ตาม

            หล่อนเริ่มตอบคำถามทันทีเพราะสมาธิกลับคืนมาแล้ว

            “คำตอบคือ มานีมีนาเกี่ยวขวัญข้าวในเดือนเมษา”

            คำตอบนั้นบ่งชี้ไปยังรูปภาพที่เป็นคำถามซึ่งฉากอยู่บนจอภาพขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หลังแท่นพิธีกรเยื้องออกไปทางซ้าย เป็นปริศนาคำจากรูปภาพที่ภาพของ มีนา มิ่งขวัญ และเมษา เรียงตามลำดับโดยคั่นแต่ละคนด้วยรูปที่สัญลักษณ์ซึ่งบอกให้ผวนคำที่อยู่ตามหลังบ้าง อ่านกลับหลังบ้าง หรือไม่ก็ให้ข้าม ต้องคาดเดาเอาเองว่าเป็นสัญลักษณ์อะไร ซึ่งในที่นี้คือสัญลักษณ์ผวนคำที่ให้ผวนชื่อของ ‘มีนา’ เป็น ‘มานี’ นั่นเอง ส่วนคำอื่นๆ ก็มีสัญลักษณ์ที่เคยเห็นในข้อก่อนๆ มาแล้ว

            หลังจากตอบออกไปแล้วก็ยังไม่มีสุ่มเสียงใดๆ จากเหล่าพิธีกรผู้ดำเนินรายการ

            “….”

            พลอยปิดตาลง ความเครียดกดดันเธอจนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าใครทั้งนั้น

            และแล้ว...

            คำตอบก็ออกมาจากปากของเครื่องทำสวนสองคนที่ยังตื่นอยู่

            “ถูกต้อง”

            สตรีรูปงาม เวโนมาชาาร์พูด

             “ตอบถูกทุกข้อไม่มีตกหล่นเลยเยี่ยมจริงๆ”

            โนเวมโบอาร์กล่าวเสริม ทั้งสองต่างก็ปรบมือแสดงความประทับใจ แต่พลอยไม่มีกะจิตกะใจจะฟังมันอีกแล้ว เธอทิ้งตัวพิงกับพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า

            พลอยยังคงไม่เปิดตา เธอยกมือขึ้นทาบหน้าอก หัวใจยังส่งเสียงเต้นดังโครมครามอยู่เลย ความรู้สึกประหม่าตื่นเต้นแทบไม่ได้คลายลงจนต้องปรับลมหายใจอยู่นานกว่าจะสงบจิตใจลงได้จึงปรือตาขึ้น

            ฟูกับมิกซ์ก็มาอยู่เคียงข้างเธอแล้ว ทั้งสองคนเดินมาจากแท่นของตัวเองตอนไหนก็ไม่รู้

            ฟูพูด

            “เจ๋งไปเลยพลอยเธอเนี่ยหัวดีสุดๆ ไปเลย”

            ฟูหัวทึบเกินไปเองต่างหาก...หล่อนนึกถึงคำพูดที่มิกซ์มักจะทับถมฟูอยู่บ่อยๆ ตอนนี้เธอนึกอยากจะพูดมันออกมาเอง ไม่นึกเลยว่าที่มิกซ์ทำอยู่ทุกทีมันจะหนักหนาสาหัสขนาดนี้ การหยุดฟูไม่ให้กดปุ่มตอบคำถามแล้วตอบโง่ๆ ออกไปเป็นงานที่ยากแต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด

            มิกซ์พูด

            “ไม่ได้พลอยคงแย่เลย”

            แหงสิ พ่ออัจฉริยะใจร้อน...พลอยนึกอยากจะตวาดใส่พี่ชายที่เอาแต่ยิ้มบานแฉ่งด้วยคำพูดนั้นจริงๆ

            ปกติแล้วมิกซ์เป็นคนที่คุยด้วยรู้เรื่องแล้วเธอเองก็มักจะพึ่งพาเขาบ่อยๆ แต่ในเกมตอบคำถามที่หากตอบผิดแม้แต่ข้อเดียวทุกอย่างจะจบลงนั้น ความตึงเครียดของมันเปลี่ยนมิกซ์เป็นคนละคนไปเลย

            ครั้งหนึ่งมิกซ์เคยเกือบจะกดปุ่มตอบคำถามทันทีที่ยังฟังคำถามไม่หมดด้วยซ้ำเพราะความรีบร้อนบวกกับความมั่นใจในตัวเอง เรียกได้ว่าแม้จะหัวดีและฉลาดรอบรู้จนเหมือนกับเป็นอิงศรหมายเลขสองแต่เรื่องความใจเย็นนั้นยังห่างไกลอีกโขหรืออาจจะเรียกว่าคนละขั้วกันเลยก็ได้

            แต่ก็คงโทษทั้งสองคนอย่างเดียวไม่ได้ถ้าหากไม่มีมิกซ์ที่เป็นแหล่งข้อมูลในการตีความคำถามกับไหวพริบในการสังเกตของฟูแล้วเธอคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้เลย

            นี่เหมือนเป็นการทดสอบที่รวมการทดสอบของพวกเธอเอาไว้ด้วยกัน

            ปัญญาของมิกซ์

            ไหวพริบของฟู

            แล้วก็ความสามารถในการแยกแยะของเธอที่คอยจัดการให้ความสามารถของพี่ชายทั้งสองคนอยู่ในจุดที่ทำงานร่วมกันได้เหมือนกับการแยกสมุนไพรในการทดสอบก่อนหน้านี้

            ตอนนั้นเอง เวโนมาชาร์ก็กล่าวออกมาอย่างอุกอาจ

            “ที่จริงจะตอบผิดก็ไม่ว่าอะไรหรอกเพราะว่าแค่ฆ่าเวลา”

            โนเวมโบอาร์ดึงหมวกงอบอย่างสบายใจขณะพูดตามน้ำ

            “แต่อยากให้เอาจริงก็เลยโกหกน่ะ”

            แล้วหัวเราะด้วยความสะใจปิดท้าย

 

            รู้สึกราวกับมีเสียงอะไรขาดดัง ผึง ขึ้นมา

            อ้อ เส้นสตินั้นเอง....ไม่ใช่แค่เธอคนเดียว ฟูกับมิกซ์ก็เหมือนกัน ความโกระเข้าครอบงำ สายตาของพวกเขาเพ่งเล็งความอาฆาตไปยังเหล่าพิธีกรที่ทำหน้าระรื่นบนความทุกข์ของพวกตน

            “พวกแก...”

            ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป ทั้งสองก็พูดขัดขึ้นมา

            “ตายละหมดเวลาแล้วสินะ”

            โนเวมโบอาร์พูด

            “อิงศรผ่านการทดสอบแบบฉิวเฉียดซะด้วยงั้นพวกเราก็หมดธุระแล้วสิ”

            เวโนมาชาร์กล่าว

            ทันใดนั้น ทั้งสามคนที่กำลังฟิวส์ขาดก็ถูกส่งตัวออกไปจากห้อง หายวับไปจากตรงนั้นในพริบตา

 

            @@@@@@@@@@

 

            เมื่อปรือตาขึ้นมารอบๆ ก็สว่างไสวไปหมด ทุ่งหญ้าเขียวขจี ดินแดนอันแสนจะอุดมสมบูรณ์แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า ที่ตนยืนอยู่คือใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แสนสำคัญของสวนแห่งพระเจ้า ต้นไม้แห่งชีวิต

            ออกมาข้างนอกแล้ว…

            อิงศรมองไปรอบตัว มิ่งขวัญ กวินทร์ แล้วก็คนอื่นๆ ทุกคนยืนหน้าสลอนกันอยู่ใต้ร่มไม้เช่นเดียวกับเขา ดูเหมือนว่าการทดสอบจะจบลงแล้ว พวกเขาจึงถูกส่งตัวออกมา

            อิงศรนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะมาอยู่ที่นี่ นั่นทำให้สีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะสิ่งที่ จูเนอร์มินาร์ เครื่องทำสวน บอกกับเขาไว้ก่อนจะออกมา

            ผลตัดสินน่ะไปรอฟังเอาข้างนอกนะ”

            จากนั้นเขากับมิ่งขวัญก็ถูกแสงสว่างห้อมล้อม จนรู้สึกตัวอีกครั้งก็มาโผล่ที่นี่แล้ว

            ทำไมถึงพูดแบบนั้น?

            นั่นมันฟังดูมีเค้าลางไม่ดีอย่างชัดๆ เลยไม่ใช่รึไง

            อิงศร”

            มีเสียงเรียกเขาดังมา ออร์ฟี่นั่นเอง หมอนั่นกำลังวิ่งมาที่นี่ด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

            เป็นยังไงบ้าง”

            เขาถูกถาม แต่รู้สึกอยากจะเป็นฝ่ายถามเองมากกว่า ว่าทำไมนายถึงได้ดูรีบร้อนขนาดนี้

            พวกเธอเข้าไปข้างในนานมากจนน่าเป็นห่วงเลยล่ะ”

            ออร์ฟี่พูดตอบมาทันทีโดยที่ไม่ต้องถาม แน่นอนว่าหมอนี่อ่านใจเขาอีกแล้ว

            แต่ว่ามันนานขนาดนั้นเลยหรือ การทดสอบที่เขาเจอมันก็ใบ้เวลาอยู่หรอกแต่กะเอาคร่าวๆ น่าจะไม่เกินสามชั่วโมง

            ออร์ฟี่พูดแทรกความคิดนั้น

            สิบสองชั่วโมง แค่นั้นน่าจะนานพอให้เป็นห่วงนะ”

            คำตอบแบบอ่านใจเขาแล้วตอบหลุดมาอีก แต่ว่าไม่ใช่เวลาสนใจเรื่องนั้น

            12 ชั่วโมงพวกเขาเข้าไปในนั้นนานขนาดนั้นเชียว?

            เวลาที่พวกเทิร์นบริงเกอร์ให้ไว้ก่อนจะเริ่มการโจมตี ก่อนที่จะเข้าไปข้างในต้นไม้แห่งชีวิตเหลืออยู่ 59 ชั่วโมง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 47 ชั่วโมงเหลือเวลาไม่ถึงสองวันแล้ว

            ในตอนนั้นเอง

            ก็มีเสียงพูด เหมือนกลุ่มคนพูดประสานเสียงกันดังลงมาจากด้านบน

            พวกเจ้าผ่านการทดสอบทั้งหมด”

            อิงศรแหงนหน้าขึ้นมอง ความสว่างไสวรอบๆ ที่ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นแสงแดดในสวนที่สะท้อนลงมาแท้จริงแล้วกลับเป็นแสงสว่างที่เปล่งออกมาจากต้นไม้แห่งชีวิต จากตัวของมนุษย์สิบสองคน…

            ไม่สิ ทั้งสิบสองคนนั่นคือเครื่องทำสวนต่างหาก มีคนที่คุ้นหน้าอยู่เยอะเลย โดโกบาร์ กับ จูเนอร์มินาร์ก็อยู่ในนั้น ทุกคนลอยตัวอยู่หน้าต้นไม้แห่งชีวิตโดยมีคนหนึ่งที่อยู่ตรงกลางยืนเยื้องออกมาข้างหน้าทุกคนเล็กน้อย

            เป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าปราดเปรื่อง สวมเสื้อแขนยาว แขนเสื้อใหญ่ห้อยลงมาและสวมกางเกงขาบานดูเหมือนใส่กระโปงอยู่

            อิงศรรู้สึกถึงออร่าอันคุ้นเคยแผ่ออกมาจากชายคนนั้น เหมือนกับเขาเคยเจอกันมาก่อน

            เมื่อเครื่องทำสวนทั้งสิบสองพูดมาว่าพวกเขาผ่านการทดสอบ ออร์ฟี่ก็พูดด้วยความยินดี

            ถ้าอย่างนั้น”

            แต่กลับถูกชายคนที่ว่าพูดแทรก

            แต่ว่าการทดสอบของอิงศรกับมิ่งขวัญนั้นน่ะมีเรื่องที่ปล่อยผ่านไม่ได้อยู่”

            อะ…”

            ดีเซมแมร์ผู้เล็มกินวัชพืชแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้คือบททดสอบของเจ้า อิงศร โรจน์จุฬา”

            ชายคนนั้น…คือดีเซมแมร์ งั้นเองเหรอ

            อิงศรเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับชายคนนั้น นั่นคือร่างจำแลงของเครื่องทำสวนที่เขาขึ้นขับเป็นครั้งแรก เครื่องทำสวนรูปม้าเทียมรถยิงหลาว นั่นเอง

            เจ้านั่นบอกว่าไม่ปล่อยผ่านในการทดสอบของเขากับมิ่งขวัญ

            ชิ”

            อิงศรเดาะลิ้น เรื่องกังวลที่จูเนอร์มินาร์พูดมานั่นคือสิ่งนี้เอง

            ดีเซมแมร์พูดต่อ

            ในตอนสุดท้ายนั้นถึงแม้ว่ามิ่งขวัญจะช่วยให้ผ่านการทดสอบมาได้แต่เขาที่เกือบจะทำทุกอย่างล้มเหลวเราไม่อาจมองข้ามสิ่งนั้นไปได้”

            แต่ผ่านก็คือผ่านไม่ใช่เหรอ”

            เมษาพูดแย้งมาจากข้างหลัง

            กวินทร์พูดเสริม

            นั่นสิครับ เมื่อกี้ก็บอกเองนี่นาว่าผ่านแล้วน่ะ”

            คำคัดค้านจากทั้งสองคนนั้นน่าจะไม่ได้ผล อำนาจตัดสินใจอยู่ในมืออีกฝ่ายทั้งหมดดังนั้น....

            มันก็จริงที่ว่าพวกเจ้าผ่านการทดสอบได้ทั้งหมดดังนั้นเราจะขอทดสอบอีกครั้งในอีกสิบสองชั่วโมงหลังจากนี้ จงให้คนที่คิดว่าเหมาะสมจะเป็นผู้นำของพวกเจ้ามาเข้ารับการทดสอบจากข้า”

            ดีเซมแมร์กลับยื่นข้อเสนอแบบนั้นมา จากนั้นในทันทีเครื่องทำสวนก็พากันหายวับไปพร้อมกับแสงสว่างที่เปล่งจากตัวของพวกนั้นหายไปทำให้บรรยากาศใต้ร่มไม้มืดทึมลง

            ความมืดช่วยปิดบังสายตากับใบหน้าของอิงศรที่ตอนนี้ไม่รู้ว่ากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ ความเงียบเข้าปกคลุมสถานที่แห่งนั้น ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครพูดต่อว่าหรือโทษอิงศร

            เวลาผ่านไปด้วยความเงียบงันซักพักใหญ่ จนกระทั่ง ออร์ฟี่เดินจากไปโดยไม่พูดอะไร

            “…….“

            อิงศรจ้องไปที่แผ่นหลังของออร์ฟี่ด้วยความรู้สึกเศร้า ความรู้สึกชัดเจนจนพลังในการปกปิดลดลง วินาทีที่รู้สึกตัวสีหน้าเขาก็ออกอาการไปแล้ว แต่เพราะความมืดของร่มไม้ทำให้ไม่มีใครเห็นมัน

            อิงศร”

            นรินทร์เริ่มกล่าวทำลายความเงียบ ฟังจากน้ำเสียงนั้นก็จะเดาได้ว่าตั้งใจจะพูดปลอบหรือให้กำลังใจ

            แต่นั่นมันไม่จำเป็นหรอก

            อิงศรพูด

            ทุกคนฉันขออยู่คนเดียวซักพักนะ”

            แล้วเดินแยกออกไปจากทุกคน เดินไปอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งหายลับไปจากสายตาของทุกคน

 

            แล้วแฟรนเซียมก็พูดขึ้นมา

            ไม่ผ่านจริงๆ น่ะเหรอ”

            เมษาหันไปแล้วคนอื่นๆ ก็หันตาม เมษาถามกับอดีตพี่ชายด้วยความสงสัย

            หมายความว่ายังไงน่ะ”

            ลองใช้สมองคิดดูซักหน่อยก็น่าจะรู้แล้วนี่การทดสอบทั้งหมดที่พวกเราไปเจอมาดูยังไงก็จงใจให้ผ่านหมดไม่ใช่รึไง ไหนจะคำใบ้ ไหนจะบอกหัวข้อการทดสอบตรงกับสิ่งที่แต่ละคนเป็นอยู่แล้วถ้างั้นมันก็คือการทดสอบที่จงใจให้ผ่านแต่แรกแล้วทำไมกลับมีเจ้านั่นคนเดียวที่ไม่ผ่านล่ะ ไม่คิดว่ามันแปลกๆ เหรอ”

            แม้จะพูดไปขนาดนั้นแล้วเมษาก็ยังทำหน้าไม่เข้าใจอยู่ดี

            มีนาจึงถามบ้าง

            ดูพี่สิงห์มั่นใจจังเลยนะคะว่าการทดสอบของตัวเองจะเหมือนกันกับทุกคนน่ะ

            แฟรนเซียมแสยะยิ้มให้คำถามนั่น

            แล้วจะบอกว่าไม่ใช่รึไง

            ไม่รู้สิคะแต่ของฉันก็คล้ายๆ กับที่ว่ามาที่เหลือคงต้องถามคนอื่น

            มีนาหันกลับไปมองหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนี้ซึ่งเข้ารับการทดสอบมา ทุกคนพากันพยักหน้าบอกว่ามันเหมือนกัน

            พอเป็นแบบนั้นแฟรนเซียมแค่นเสียงขำอย่างนึกดูแคลนน้องสาวของตน

            ระดับอย่างพวกนี้ผ่านกันมาได้ก็เดาได้แล้วล่ะน่าว่าการทดสอบคงง่ายๆ เหมือนกันหมด

            คำพูดนั้นทำให้สายตาที่จ้องมารุนแรงขึ้น ทุกคนเริ่มจะหงุดหงิดกับท่าทีของเขา แต่มีนาไม่ตกหลุมพรางนั่นแล้วถามคำถามต่อ

            งั้นพี่สิงห์ก็จะบอกว่านี่ก็อาจจะอยู่ในการทดสอบด้วยอย่างนั้นหรือคะ”

            ไม่รู้สิ แต่ถ้ามันใช่ล่ะก็การตัดสินใจของพวกเราก็คงมีผลกับการประเมินผลทดสอบนี้ด้วย”

            การตัดสินใจของพวกเราเหรอครับ”

            กวินทร์ย้ำถาม ดูเหมือนจะมีคนที่พอมีหัวคิดเข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อเหลืออยู่บ้างเหมือนกัน

            แฟรนเซียมตอบคำถามโดยมองหน้ากวินทร์

            นั่นสิ สรุปมันก็คือ พวกเรายังจะให้อิงศรเป็นหัวหน้าต่อไปรึเปล่า นั่นแหละคำถามที่เจ้าพวกนั้นมันถาม”

            “…”

            คำตอบของเขาไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วยังมีสายตาแปลกๆ จากเมษากับมีนาที่ทำหน้าเหมือนกับโดนผีหลอกจดจ้องมา

            เป็นอะไรไป ทำไมเงียบกันล่ะ”

            มีนาหลบสายตาแล้วพูดด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน

            เอ่อ ก็เปล่าหรอกค่ะ แค่คิดว่าพี่สิงห์ก็รู้จักเป็นห่วงคนอื่นเป็นด้วยเหรอก็เท่านั้นล่ะค่ะ”

            อ้อ เรื่องนั้นเองเหรอ”

            สายตาของแฟรนเซียมฉายแววความดุดันออกมา จนมีนาต้องกลืนน้ำลายด้วยความกลัว ไม่อย่างนั้นเธอคงได้กรีดร้องออกมา

            ก็นะ บางทีคงติดเชื้อบ้ามาซะแล้วล่ะมั้ง ไอ้เชื้อที่เรียกว่าพวกพ้องนั่นน่ะ”

            แต่คำตอบของแฟรนเซียมกลับตรงกันข้ามกับที่คิดจนเธอเผลอหลุดปาก

            หา…”

            แต่ที่ออกอาการมากกว่าก็คือเมษา

            เฮ้ยๆๆ เมื่อกี้พี่เขาว่าพวกพ้องแน่ะ”

            น้องชายฝาแฝดของเธอทำหน้าเลิ่กลั่ก ชี้ไม้ชี้มือมั่วไปหมดเหมือนเป็นบ้า แต่เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากเขานักหรอก จึงแอบกระซิบข้างหูน้องชาย

            นั่นสิคะ สงสัยตอนทดสอบไปเจออะไรมาแหงเลยหรือว่านี่จะเป็นสัญญาณเตือนอาเพศกันแน่ก็ไม่รู้เนอะ”

            ฉันได้ยินนะ”

            แฟรนเซียมพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

            อึ๋ย” อี๋~~”

            ฝาแฝดธุวดารกะพากันหน้าซีดแถมกอดกันกลม ตอนนั้นเองนรินทร์ก็แทรกขึ้นมา

            ไม่หรอก ผมก็เห็นด้วยกับท่านพลเอกเหมือนกัน”

            นรินทร์กล่าวสนับสนุน

            ตอนที่ทดสอบน่ะคุณออร์ทิเกสซาร์บอกกับผมเอาไว้ว่าคนที่ทดสอบคุณอิงศรจริงๆ แล้วคือดีเซมแมร์”

            แล้วหันไปถามกับกวินทร์

            ตอนทดสอบเห็นเขาไหมครับ”

            กวินทร์ส่ายหน้า

            เจอแค่คู่แฝดที่พวกเราเคยเจอมาน่ะครับ”

            นริทร์พยักหน้าให้คำตอบนั้น ดูเหมือนว่าสมมติฐานของพวกเขาจะมาถูกทาง

            ถ้าอย่างนั้นนี่ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นการทดสอบที่ตัวคุณอิงศรแล้วก็พวกเราด้วยอย่างนั้นสินะคะ”

            มีนาที่หายกลัวแล้วพูด

            หมายความว่าที่อิงศรตกนี่ไม่ใช่เรื่องจริงแต่เป็นการทดสอบอย่างนั้นสินะ ถ้างั้นรีบบอกเจ้าศรให้มันหาย นอยกันเหอะ”

            เมษาที่เหมือนจะเข้าใจเรื่องราวแล้วก็ตั้งท่าจะไปหาอิงศรทันที

            แต่นรินทร์ก็ห้ามเอาไว้

            เดี๋ยวก่อนเมษาอย่าเพิ่งไปบอกจะดีกว่า”

            ทำไมเล่า ไม่เห็นรึไงว่าเจ้าศรมันสลดแค่ไหนน่ะ”

            ลองคิดดูก่อนสิถ้านี่เป็นการทดสอบจริงๆ ถ้าเกิดว่าพวกเราไปบอกอิงศรแล้วเกิดถูกพวกนั้นปรับตกขึ้นมาจะทำยังไง”

            อะ...เออ จะว่าไปก็จริงแฮะ เหมือนไปบอกข้อสอบอะไรงี้ใช่ป่าว”

            มันก็ราวๆ นั้นแหละนะ”

            นรินทร์ยิ้มเจื่อนให้กับความเห็นซื่อๆ ของเมษา

            แต่แฟรนเซียมก็พูดขัด

            แล้วคิดว่าอย่างหมอนั่นจะไม่รู้อยู่แล้วรึไง”

            มีนาพูดตาม

            จะว่าไปก็จริงนะคะหัวระดับคุณอิงศรน่ะยังไงก็ไม่มีทางที่จะดูไม่ออกหรอก”

            นรินทร์มองไปยังทางที่อิงศรเดินออกไปแล้วหวนนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับออร์ทิเกสซาร์

            ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามจงทำให้ทุกคนเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอนั่นคือหน้าที่ของเจ้าเด็กหนุ่มผู้กำเนิดจากความตายนรินทร์’

            เขาถูกฝากฝังเอาไว้แบบนั้น

            นี่สินะหน้าที่ของผมน่ะ คุณออร์ทิเกสซาร์”

            นรินทร์พูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ โดยไม่ให้ใครได้ยิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น